‘นมตรามะลิ’ เปิดตัวโครงการ Mali Hackathon 2025 ผนึกกำลัง GDH ร่วมมือ 2 มหาวิทยาลัย ปั้นไอเดียสร้างแบรนด์ครองใจ Gen Z

‘นมตรามะลิ’ เปิดตัวโครงการ Mali Hackathon 2025 ผนึกกำลัง GDH  ร่วมมือ 2 มหาวิทยาลัย ปั้นไอเดียสร้างแบรนด์ครองใจ Gen Z

‘นมตรามะลิ’ เปิดตัวโครงการ Mali Hackathon 2025 ผนึกกำลัง GDH ร่วมมือ 2 มหาวิทยาลัย ปั้นไอเดียสร้างแบรนด์ครองใจ Gen Z

วันพฤหัสบดี ที่ 26 มิถุนายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

นมตรามะลิ เดินหน้าสร้างสรรค์นวัตกรรม เปิดตัวโครงการ Mali Hackathon 2025 ภายใต้ Concept “WHERE FLAVOUR MEETS INNOVATION” เวทีประชันไอเดียระดับมหาวิทยาลัยที่รวบรวมพลังสร้างสรรค์ของคนรุ่นใหม่จากมหาวิทยาลัยชั้นนำในประเทศไทย เพื่อค้น หาแคมเปญการสื่อสารและผลิตภัณฑ์ใหม่ที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคและสร้างแบรนด์ในดวงใจกลุ่ม Gen Z

โครงการนี้ได้รับความร่วมมือจาก GDH บริษัทผลิตภาพยนตร์และคอนเทนต์ครีเอเตอร์ชั้นนำของไทย เข้ามาให้คำแนะนำด้านงานการสื่อสารแบบครีเอทีฟ และการสร้างสรรค์คอนเทนต์ นำโดยผู้กำกับคนดัง หมู – ชยนพ บุญประกอบ ช่วยผลักดันไอเดียของนิสิตนักศึกษาให้มีความน่าสนใจและเข้าถึงกลุ่ม เป้าหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพ

พิชญเทพ ยุกตะเสวี รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท อุตสาหกรรมนมไทย จำกัด กล่าวว่า “Mali Hackathon 2025 ไม่ใช่เพียงการแข่งขัน แต่นี่คือเวทีแห่งโอกาส ที่เราต้องการเปิดพื้นที่ให้คนรุ่นใหม่ได้แสดงศักยภาพและร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มของไทยไปสู่อนาคต เราภูมิใจที่ได้ร่วมมือกับ GDH ซึ่งมีความเชี่ยวชาญในการสร้างสรรค์คอนเทนต์ให้เข้าถึงผู้บริโภคยุคใหม่ เราเชื่อว่าโครงการนี้จะช่วยสร้างแรงบันดาลใจให้กับนิสิต นักศึกษาและทำให้ Mali เป็นมากกว่าสินค้า แต่เป็นแบรนด์ที่สะท้อนตัวตนและเข้าไปอยู่ในใจของคนรุ่นใหม่”

Mali Hackathon 2025 ในปีนี้มีกิจกรรมตลอดปี ซึ่งจะจัดนำร่องใน 2 มหาวิทยาลัยชั้นนำของไทย ได้แก่ มหาวิทยาลัยกรุงเทพกับนักศึกษาคณะนิเทศศาสตร์ วิชา Entrepreneur และ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒกับนิสิตวิทยาลัยนวัตกรรมสื่อสารสังคม ซึ่งนิสิตนักศึกษาที่เข้าร่วมโครงการจะได้รับภารกิจในการออกแบบแคมเปญการสื่อสารสำหรับนมข้นหวานตรามะลิ สูตร Original  ที่เชื่อมโยงกับไลฟ์สไตล์และค่านิยมของคนรุ่นใหม่ โดยไอเดียที่ได้รับเลือกจะมีโอกาสนำไปใช้จริงในแผนการตลาดของนมตรามะลิ โดยจะมี GDH ร่วมปลุกพลังไอเดีย เสริมทัก ษะการเล่าเรื่องให้เข้าถึงใจผู้บริโภค โดยผู้เข้าร่วมจะได้เรียนรู้จากผู้กำกับ นักเขียนบท และทีมครีเอทีฟที่อยู่เบื้องหลังภาพยนตร์และโฆษณาชั้นนำของไทยซึ่งจะช่วยเสริมทักษะในการทำแคมเปญให้โดดเด่นและมีพลังมากขึ้น

ทีมผู้ชนะจากแต่ละมหาวิทยาลัยจะได้รับทุนการศึกษา 30,000 บาท พร้อมโอกาสพิเศษในการดูงานกับนมตรามะลิ และ GDH รวมมูลค่าของรางวัลทั้งสิ้นกว่า 200,000 บาท ซึ่งไม่ใช่แค่เงินรางวัล แต่คือโอกาสสู่อนาคต

ติดตามข่าวสารได้ที่ Facebook | TikTok | Instagram: Mali Club

พิชญเทพ ยุกตะเสวี  รอง กก. ผจก.บจ.อุตสาหกรรมนมไทย กล่าวเปิดตัวโครงการ Mali Hackathon 2025

พิชญเทพ ยุกตะเสวี รอง กก. ผจก.บจ.อุตสาหกรรมนมไทย กล่าวเปิดตัวโครงการ Mali Hackathon 2025

นมตรามะลิ โดย พิชญเทพ ยุกตะเสวี ผนึกกำลัง GDH  หมู – ชยนพ บุญประกอบ ผู้กำกับคนดัง ร่วมเปิดตัว
โครงการ Mali Hackathon 2025

นมตรามะลิ โดย พิชญเทพ ยุกตะเสวี ผนึกกำลัง GDH หมู – ชยนพ บุญประกอบ ผู้กำกับคนดัง ร่วมเปิดตัว โครงการ Mali Hackathon 2025

นมตรามะลิ และ GDH ปลุกพลังไอเดียสร้างแบรนด์ครองใจ Gen Z ภายใต้ Concept

นมตรามะลิ และ GDH ปลุกพลังไอเดียสร้างแบรนด์ครองใจ Gen Z ภายใต้ Concept “WHERE FLAVOUR MEETS INNOVATION”

UNHCR จัดเทศกาลอาหารผู้ลี้ภัย เนื่องในวันผู้ลี้ภัยโลก นำเสนอเมนูจากประเทศผู้ลี้ภัย เชื่อมโยงความหวังผ่านรสชาติอาหาร

UNHCR จัดเทศกาลอาหารผู้ลี้ภัย เนื่องในวันผู้ลี้ภัยโลก นำเสนอเมนูจากประเทศผู้ลี้ภัย เชื่อมโยงความหวังผ่านรสชาติอาหาร

UNHCR จัดเทศกาลอาหารผู้ลี้ภัย เนื่องในวันผู้ลี้ภัยโลก นำเสนอเมนูจากประเทศผู้ลี้ภัย เชื่อมโยงความหวังผ่านรสชาติอาหาร

วันพฤหัสบดี ที่ 26 มิถุนายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

สำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ (UNHCR) ร่วมกับ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ จัดกิจกรรมเนื่องในวันผู้ลี้ภัยโลก โดยใช้ “อาหาร” เป็นสื่อกลางแห่งความเข้าใจเพื่อเชื่อมโยงความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันกับผู้ลี้ภัยทั่วโลก ผ่านกิจกรรมเทศกาลอาหารผู้ลี้ภัยหรือ Refugee Food Festival โดยนำเมนูจากประเทศที่ผู้ลี้ภัยจากมา อาทิ อัฟกานิสถาน ซีเรีย ยูเครน เมียนมา ถ่ายทอดวัฒนธรรม ความเข้มแข็ง และเรื่องราวของผู้คนที่ต้องพลัดถิ่น จัดแสดงร่วมกันพร้อมร้านอาหารไทยชื่อดังมากมาย

ภายในงาน นายราอูฟ มาซู ผู้ช่วยข้าหลวงใหญ่ฝ่ายปฏิบัติการของ UNHCR กล่าวเปิดงาน พร้อมด้วย ดร.ลาลีวรรณ กาญจนจารี ผู้ช่วยรัฐ มนตรีประจำกระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ Ministry of Foreign Affairs of the Kingdom of Thailand  ร่วมด้วยผู้บริหารระดับสูงจาก UNHCR สำนักงานใหญ่ ณ กรุงเจนีวา คณะทูตานุทูตประจำประเทศไทย ผู้บริหารจากกระทรวงการต่างประเทศ และแขกผู้มีเกียรติจากองค์กรระหว่างประเทศและภาคเอกชน รวมถึง  วิน–เมธวิน โอภาสเอี่ยมขจร นักแสดงชื่อดังและผู้สนับสนุนคนล่าสุดของ UNHCR ที่มาร่วมพูดคุยบนเวที พร้อมย้ำถึงความร่วมมือในการช่วยเหลือผู้ลี้ภัยในประเทศไทย  ปิดท้ายค่ำคืนอย่างอบอุ่นด้วยมินิคอนเสิร์ตจากวง No One Else สังกัดค่าย SpicyDisc

ไฮไลต์ของเทศกาลอาหารผู้ลี้ภัยปีนี้ ได้แก่ แคมเปญ Flavors of Hope for UNHCR  โดยเชิญเชฟและร้านอาหารชั้นนำมาร่วมสร้างสรรค์เมนูพิเศษ ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากความเข้มแข็งของผู้ลี้ภัย โดยจะจัดเสิร์ฟภายในร้านอาหารที่ร่วมแคมเปญตลอดเดือนมิถุนายนจนถึงกรก ฎาคม 2568 เปิดโอกาสให้ผู้บริโภคได้สัมผัสเรื่องราวของผู้ลี้ภัยผ่านรสชาติอาหาร พร้อมร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการส่งต่อกำลังใจและความหวังให้กับผู้พลัดถิ่นทั่วโลก โดยรายได้ส่วนหนึ่งมอบให้ UNHCR เพื่อนำไปเปลี่ยนแปลงชีวิตของผู้ลี้ภัยต่อไป

ทุกๆ ปี วันที่ 20 มิถุนายน เป็นวันผู้ลี้ภัยโลก วันที่ให้ความสำคัญกับสิทธิ ความต้องการ และความฝันของผู้ลี้ภัย ช่วยขับเคลื่อนเจตจำนงทาง การเมืองและทรัพยากร เพื่อให้ผู้ลี้ภัยไม่เพียงแต่สามารถดำรงชีวิตอยู่ได้เท่านั้น แต่ยังยืนหยัดด้วยตัวเองอย่างมีความหวังได้อีกด้วย แม้ว่ามอบความคุ้มครองและพัฒนาชีวิตของผู้ลี้ภัยในทุกๆ วันจะเป็นสิ่งสำคัญ แต่ยังมีวันสำคัญในระดับนานาชาติ เช่น วันผู้ลี้ภัยโลก ที่ช่วยสร้างความรับรู้จากทั่วโลกให้มุ่งความสนใจไปที่ความทุกข์ยากของผู้ที่ต้องหนีจากความขัดแย้งหรือ การประหัตประหาร กิจกรรมต่างๆ มากมายที่จัดขึ้นในวันผู้ลี้ภัยโลก มีเป้าหมายในการสร้างความรับรู้ การสนับสนุนที่เป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันเพื่อผู้ลี้ภัย

ทั้งนี้ เมื่อเราร่วมมือกัน เราสามารถร่วมกันสนับสนุนสิทธิในการแสวงหาความปลอดภัย การให้ผู้ลี้ภัยและผู้พลัดถิ่นได้เป็นส่วนหนึ่งของระบบเศรษฐกิจและสังคม และสนับสนุนแนวทางแก้ไขปัญหาที่ยั่งยืนให้พวกเขา โดยทุกคนสามารถร่วมสนับสนุนการทำงาน หรือบริจาคอย่างต่อเนื่องได้ที่ https://unh.cr/68510c160

‘คาราวานตรวจสุขภาพ 1 ล้านคน’ พาราไดซ์ เพลส ผนึก กทม.- รพ.สิรินธร ดูแลคนกรุงถึงพื้นที่

‘คาราวานตรวจสุขภาพ 1 ล้านคน’ พาราไดซ์ เพลส ผนึก กทม.- รพ.สิรินธร ดูแลคนกรุงถึงพื้นที่

‘คาราวานตรวจสุขภาพ 1 ล้านคน’ พาราไดซ์ เพลส ผนึก กทม.- รพ.สิรินธร ดูแลคนกรุงถึงพื้นที่

วันพฤหัสบดี ที่ 26 มิถุนายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ตอกย้ำการเป็นภาคเอกชนที่ให้ความสำคัญด้านสาธารณสุข โดยเฉพาะการส่งเสริมสุขภาพเชิงรุกให้ประชาชนที่อยู่ในพื้นที่กรุงเทพมหานครเข้าถึงบริการด้านสุขภาพที่มีคุณภาพได้อย่างครอบคลุมและทั่วถึงและรู้เท่าทันโรค พาราไดซ์ เพลส ศูนย์การค้าในเครือเอ็ม บี เค ร่วมกับ กรุงเทพ มหานคร และ โรงพยาบาลสิรินธร จัดกิจกรรม “คาราวานตรวจสุขภาพ 1 ล้านคน” อย่างต่อเนื่อง โดยสนับสนุนพื้นที่ ลาน Event 1-2 ศูนย์การค้าพาราไดซ์ เพลส ให้เป็นศูนย์จัดตั้งการบริการตรวจสุขภาพให้กับประชาชนผู้ที่มีอายุ 15 ปีขึ้นไป เพียงถือบัตรประชาชนใบเดียวก็ตรวจได้ โดยไม่มีค่าใช้จ่าย

การบริการตรวจนั้นจะครอบคลุมทั้งภายในและภายนอก เช่น ตรวจคัดกรองสุขภาพจิต ตรวจวัดความเสี่ยงโรคหัวใจและหลอดเลือด ตรวจสายตา เจาะเลือดตรวจระดับน้ำตาล ความสมบูรณ์ของเลือด ไขมันในเลือด (คอเลสเตอรอล,ไตรกลีเซอไรด์) ตรวจวัดความดันโลหิต ตรวจการทำงานของไต (Creatinine) และตับ (SGOT, SGPT) ตรวจเอ็กซเรย์ทรวงอก (X-Ray) ตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (EKG) ซึ่งได้รับความสนใจจากประชาชนในพื้นที่ศรีนครินทร์ ประเวศ และพื้นที่ใกล้เคียง เข้าร่วมรับบริการตรวจสุขภาพและรับคำปรึกษาจากทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งสองวันของการจัดกิจกรรม

The 1 ผนึกพันธมิตรจัดงานฉลองความสำเร็จ ‘The 1 Day 2025’ ดึงศิลปินระดับโลกส่งมอบความสุขและแรงบันดาลใจให้กับสมาชิก

The 1 ผนึกพันธมิตรจัดงานฉลองความสำเร็จ ‘The 1 Day 2025’ ดึงศิลปินระดับโลกส่งมอบความสุขและแรงบันดาลใจให้กับสมาชิก

The 1 ผนึกพันธมิตรจัดงานฉลองความสำเร็จ ‘The 1 Day 2025’ ดึงศิลปินระดับโลกส่งมอบความสุขและแรงบันดาลใจให้กับสมาชิก

วันพฤหัสบดี ที่ 26 มิถุนายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

The 1 เผยความสำเร็จ “The 1 Day 2025” ปรากฏการณ์ช้อปเหนือระดับคุ้มที่สุดแห่งปี ยอดขายพุ่งทะยานกว่า 1,000 ล้านบาทใน 11 วัน พร้อมผนึกพันธมิตร บัตรเครดิต เซ็นทรัล เดอะวันและกลุ่มเซ็นทรัล มอบประสบการณ์ Meet & Greet กับ MINNIE i-dle ศิลปินจากวง K-POP ระดับโลก ส่งมอบความสุขและแรงบันดาลใจให้กับสมาชิก The 1 ได้อย่างแท้จริง

กวิน ตั้งอุทัยศักดิ์ Managing Director – The 1 กล่าวถึงความสำเร็จในครั้งนี้ว่า “The 1 Day 2025 ได้รับเสียงตอบรับจากสมาชิก The 1 อย่างดีตลอดมา โดยในครั้งนี้ มียอดการเข้าร่วมกว่า 1 แสนคน ซึ่งสูงขึ้นกว่า 70% เมื่อเทียบกับปี 2024 และสามารถสร้างยอดขายเติบโตกว่า 2 เท่า รวมมูลค่ากว่า 1,000 ล้านบาท โดยความสำเร็จในครั้งนี้เกิดขึ้นจากพลังของการ Synergy ภายในกลุ่มเซ็นทรัล ที่ร่วมผนึกกำลังจากหลากหลายธุรกิจเพื่อสร้างแคมเปญที่ทรงพลังที่สุดแห่งปีเพื่อสมาชิก The 1 แน่นอนว่า การร่วมมือกับบัตรเครดิต เซ็นทรัล เดอะวัน ซึ่งเป็น Strategic Partner อย่างยาวนานนั้นมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในการเติมเต็มประสบการณ์ The 1 Day 2025 ให้สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น ทั้งในด้านประสบการณ์ช้อปครบ 5,000 บาท ที่ร้านค้าในเครือเซ็นทรัล รีเทล รับทันทีคูปองแทนเงินสดสูงสุด 500 บาท ไม่มีขั้นต่ำ และประสบการณ์ในการเข้าร่วมกิจกรรม Meet & Greet ‘MINNIE – She’s The 1 Presented by Central The 1 Credit Card’ ที่ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากสมาชิก”

ชีวิน ปราชญานุพร กรรมการผู้จัดการ บริษัท เจเนอรัล คาร์ด เซอร์วิสเซส จำกัด กล่าวว่า “จากความสำเร็จของงาน The 1 Day ในปีที่ผ่านมา เรามีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่จะร่วมเป็นพันธมิตรหลักอีกครั้งในปี 2025 นี้ และยินดีกับความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่ของทาง The 1 เช่นกัน   การร่วมเป็นพันธมิตรหลักกับ The 1 ในครั้งนี้เป็นเพียง 1 ในสิทธิพิเศษอีกมากมายที่เราเตรียมมอบให้กับสมาชิกบัตรเครดิต เซ็นทรัล เดอะวันอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งปี ไม่ว่าจะเป็นกิจกรรมสุดเอ็กซ์คลูซีฟ การให้สิทธิประโยชน์ต่างๆ ที่มากกว่า  เราหวังเป็นอย่างยิ่งว่าสิทธิประโยชน์เหล่านี้เป็นการสร้างประสบการณ์ที่น่าประทับใจ เต็มไปด้วยความคุ้มค่า และเพื่อให้ทุกวันของการใช้จ่ายกลายเป็นโอกาสพิเศษสำหรับสมาชิกบัตร”

กวิน ตั้งอุทัยศักดิ์, MINNIE  และ ชีวิน ปราชญานุพร

กวิน ตั้งอุทัยศักดิ์, MINNIE และ ชีวิน ปราชญานุพร

เอ็มสปา อินเตอร์เนชั่นแนลจัดกิจกรรมเพื่อสุขภาวะที่ดี ฉลอง Global Wellness Day 2568

เอ็มสปา อินเตอร์เนชั่นแนลจัดกิจกรรมเพื่อสุขภาวะที่ดี ฉลอง Global Wellness Day 2568

เอ็มสปา อินเตอร์เนชั่นแนลจัดกิจกรรมเพื่อสุขภาวะที่ดี ฉลอง Global Wellness Day 2568

วันพฤหัสบดี ที่ 26 มิถุนายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

เอ็มสปา อินเตอร์เนชั่นแนล (MSpa International) สปาแอนด์เวลเนสชั้นนำในเครือไมเนอร์ โฮเทลส์ (Minor Hotels) จัดกิจกรรมพิเศษเพื่อร่วมเฉลิมฉลอง Global Wellness Day หรือ วันแห่งสุขภาพโลก ในวัน 14 มิถุนายน 2568 ที่ผ่านมา ด้วยกิจกรรมเพื่อสุขภาพที่เปี่ยมด้วยความหมาย ทั่วภูมิภาคเอเชีย

Global Wellness Day เป็นแคมเปญระดับนานาชาติที่มีการเฉลิมฉลองในกว่า 170 ประเทศทั่วโลก เป็นวันที่รณรงค์ให้ผู้คนหันมาใส่ใจสุขภาพของทั้งตนเอง ภายใต้แนวคิด “One Day Can Change Your Whole Life หรือ “หนึ่งวัน เปลี่ยนชีวิตคุณได้ทั้งชีวิต” โดยในปีนี้ สปาแอนด์เวลเนสในเครือไมเนอร์ โฮเทลส์ ได้จัดเตรียมกิจกรรมเพื่อสุขภาพหลากหลาย ที่เน้นทั้งความแข็งแรงทางกายใจ และแนวทางการดูแลสุขภาพแบบยั่งยืน

สปาแอนด์เวลเนสในเครือไมเนอร์ โฮเทลส์ ที่เข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้ ครอบคลุมแบรนด์สปาแอนด์เวลเนสต่างๆ อาทิ ลายัน ไลฟ์ บาย อนันตรา (Layan Life by Anantara) ลองจิวิตี้ ฮับ บาย คลินิก ลา แพรรี (Longevity Hub by Clinique La Prairie) อนันตรา สปา  (Anantara Spa) อนันตรา เวลเนส (Anantara Wellness) อวานี สปา (AvaniSpa) อวานี เวลล์ (AvaniWell) วิวิด บาย เวอริตา เฮลธ์ (VIVID by Verita Health) และ เจดับบลิว แมริออท ภูเก็ต รีสอร์ท แอนด์ สปา   (JW Marriott Phuket Resort & Spa) โดยแต่ละแห่งได้ออกแบบกิจกรรมเพื่อสุขภาวะในแบบเฉพาะของแบรนด์ ไม่ว่าจะเป็นการฝึกพิลาทิสบนเสื่อ โยคะพื้นฐานและโยคะฟลาย เวิร์กช็อปเพื่อการฟื้นฟูพลังชีวิต อาทิ กิจกรรมกอดต้นไม้  ทรีตเมนต์สปาอย่างการทำคลื่นเสียงบำบัด รวมถึงกิจกรรมชงชาสมุนไพรพร้อมพูดคุยกับผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพ เพื่อเชิญชวนแขกผู้เข้าพักให้เข้ามามีส่วนร่วมในวันแห่งการฟื้นฟูสุขภาพกายและใจ

“สุขภาพคือหัวใจสำคัญของทุกสิ่งที่เราทำ” Deirdre McGuinness, Group Director Spa & Wellness– Asia กล่าว “Global Wellness Day ไม่ใช่แค่เพียงวันแห่งการเฉลิมฉลองเท่านั้น แต่คือแรงบันดาลใจที่ผลักดันให้ทุกคนหันมาใส่ใจสุขภาพในทุกวัน

แบรนด์สปาแอนด์เวลเนสในเครือไมเนอร์ โฮเทลส์ ยังคงมุ่งมั่นในการเป็นผู้นำด้านสุขภาพและความงามระดับภูมิภาค ด้วยแนวทางการดูแลสุขภาพแบบบูรณาการที่ผสานองค์ความรู้วิชาการแพทย์แผนโบราณทั้งไทยและจีน ประกอบกับเทคโนโลยีทางการแพทย์แผนปัจุจบัน พร้อมทั้งอุปกรณ์การแพทย์ที่ล้ำสมัย ซึ่งการเข้าร่วมฉลองกิจกรรม Global Wellness Day ในปีนี้ จึงถือเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญในพันธกิจของเครือไมเนอร์ โฮเทลส์ ที่มุ่งมั่นที่จะเป็นผู้นำทางด้านการท่องเที่ยงเชิงสุขภาพ

‘เดอะ เรนโบว์ ฟัน รัน 2025’ รวมพลังนักวิ่งสายรุ้ง สร้างพื้นที่สำหรับทุกคนในสังคม

‘เดอะ เรนโบว์ ฟัน รัน 2025’ รวมพลังนักวิ่งสายรุ้ง สร้างพื้นที่สำหรับทุกคนในสังคม

‘เดอะ เรนโบว์ ฟัน รัน 2025’ รวมพลังนักวิ่งสายรุ้ง สร้างพื้นที่สำหรับทุกคนในสังคม

วันพฤหัสบดี ที่ 26 มิถุนายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

มูลนิธิเดอะ เรนโบว์ รูม ศูนย์ความเข้าใจในความหลากหลายทางการเรียนรู้แห่งแรกของประเทศไทย จัดกิจกรรมเดิน-วิ่งการกุศลเพื่อความหลากหลายทางการเรียนรู้ “เดอะ เรนโบว์ ฟัน รัน 2025” ณ สวนหลวง ร.9 ท่ามกลางบรรยากาศสดชื่นและอบอวลด้วยความหวัง โดยมีผู้เข้าร่วมกิจกรรมกว่า 1.000 คน ทุกเพศ ทุกวัย ทุกความสามารถ รวมตัวกันเพื่อสนับสนุนเด็กๆ และครอบครัวที่มีความหลากหลายทางการเรียนรู้(Neurodiversity) ภายใต้แนวคิด “Everyone Matters. Everyone Belongs – ทุกคนมีความสำคัญ ทุกคนมีส่วนร่วมในสังคม”

วิเชียร พงศธร ประธานกรรมการกลุ่มบริษัทพรีเมียร์และมูลนิธิยุวพัฒน์  เป็นประธานเปิดงาน ท่ามกลางความอบอุ่นจากผู้สนับสนุน อาสาสมัคร ทีมงาน และนักวิ่งสายรุ้ง พร้อมด้วยศิลปินอย่าง ทนงศักดิ์ ศุภทรัพย์, นภ พรชำนิ, โจ เดอะ ว๊อยซ์ และ เจ้าขุนทองและผองเพื่อนแบนด์

โรสซาลีน่า อเล็กซานเดอร์ แม็คเคย์ ประธานและผู้ร่วมก่อตั้งมูลนิธิเดอะ เรนโบว์ รูม กล่าวต้อนรับผู้เข้าร่วมงานพร้อมเน้นย้ำถึงเป้าหมายสำคัญของงานวิ่งครั้งนี้ว่า “เป็นงานระดมทุนประจำปีของมูลนิธิฯ โดยกิจกรรมในวันนี้ เป็นการเปิดพื้นที่ให้ครอบครัวของผู้มีความหลากหลายทางการเรียนรู้และสังคมมีความเข้าใจ มีทัศนคติในเชิงบวก และช่วยใ้ห้พวกเขาได้เข้าถึงโอกาสและการพัฒนาอย่างเต็มศักยภาพ”

แม้จะอยู่ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่ท้าทาย แต่มูลนิธิฯ ยังได้รับแรงสนับสนุนอย่างต่อเนื่องจากผู้มีจิตศรัทธาและนักวิ่งทุกความสามารถ บรรยา กาศในงานจึงเต็มไปด้วยพลังบวกแห่งความเป็นไปได้  นักวิ่งทั้งระยะ 3, 5 และ 10 กิโลเมตร และนักวิ่งรุ่นจิ๋วทุกความสามารถระยะ 50 เมตร ได้รับเหรียญที่แปรรูปจากฝาขวดพลาสติก HDPE เหลือใช้เป็นที่ระลึก และมีกิจกรรมปีนต้นไม้โดยมีรุกขกรจากบิ๊กทรีส์ โปรเจ็ค คอยดูแล

นอกจากนี้ ภายในงาน ยังได้มีการยืนสงบนิ่งเพื่อรำลึกถึง ศาสตราจารย์ นายแพทย์อุดมศิลป์ ศรีแสงนาม เนื่องในโอกาสครบรอบ 2 ปีแห่งการจากไปของท่าน ผู้ซึ่งเป็นกำลังสำคัญต่อวงการวิ่งและเป็นผู้สนับสนุนงานเดอะ เรนโบว์ ฟัน รัน มาอย่างต่อเนื่อง

 “งานในวันนี้จึงไม่ใช่เพียงการวิ่งเพื่อสุขภาพ แต่คือการเคลื่อนไหวเพื่อสังคมแห่งการเข้าใจและโอบรับทุกความแตกต่าง สะท้อนให้เห็นถึงพลังศรัทธาในสังคมที่ดีกว่า – สังคมที่ทุกคนมีความสำคัญและเป็นส่วนหนึ่งของกันและกันอย่างแท้จริงโดยเริ่มที่ตัวเรา ขอบคุณที่มาร่วมสร้างสายรุ้งที่งดงามนี้ด้วยกัน” โรสซาลีน่า กล่าวทิ้งท้าย

มูลนิธิเดอะ เรนโบว์ รูม เป็นศูนย์ความเข้าใจเกี่ยวกับความหลากหลายทางการเรียนรู้แห่งแรกของประเทศไทย  ด้านพัฒนาการและพฤติกรรม ผ่านการแบ่งปันข้อมูล, ประสบการณ์, กําลังใจ และพลังเสริม แบบ “พ่อแม่สู่พ่อแม่” โดยมีผู้เชี่ยวชาญให้คําปรึกษา เพื่อให้บุคคลผู้มีความหลากหลายทางการเรียนรู้ได้พัฒนาเต็มศักยภาพและมีชีวิตที่มีคุณภาพในสังคม

เช็กด่วน! ผิวคุณกำลังส่งสัญญาณแก่ก่อนวัยหรือยัง?

เช็กด่วน! ผิวคุณกำลังส่งสัญญาณแก่ก่อนวัยหรือยัง?

เช็กด่วน! ผิวคุณกำลังส่งสัญญาณแก่ก่อนวัยหรือยัง?

วันพฤหัสบดี ที่ 26 มิถุนายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

การแก่ของผิว เป็นกระบวนการทางธรรมชาติที่เกิดขึ้นตามอายุที่เพิ่มขึ้น แต่ในบางครั้งผิวก็อาจแก่ก่อนวัยอันควร ซึ่งทำให้ผิวดูไม่สดใส ขาดความกระชับ และมีริ้วรอยต่างๆ ปรากฏอย่างชัดเจน

นพ.กิตติพงศ์ พงศ์แพทย์พิพัฒน์ แพทย์ Anti-aging medicine จาก Addlife Anti-Aging Center ชั้น 2 ไลฟ์เซ็นเตอร์ (คิวเฮ้าส์ ลุมพินี) ชวนสาวๆ มาเช็กผิว ว่าผิวกำลังส่งสัญญาณที่บ่งชี้ภาวะผิวแก่ก่อนวัยอยู่หรือไม่?

ริ้วรอยบนใบหน้า โดยสามารถสังเกตได้จากมีริ้วรอยเล็กหรือริ้วใหญ่บนใบหน้า ได้แก่ ริ้วรอยบริเวณหางตา หน้าผากและระหว่างคิ้ว ส่วนใหญ่แล้วริ้วรอยเหล่านี้จะเป็นบริเวณที่ใช้กล้ามเนื้อเพื่อแสดงสีหน้า, การสูญเสียคอลลาเจนและอิลาสติน ที่เป็นองค์ประกอบในผิวหนัง ผิวจะมีความยืดหยุ่นลดลง, ผิวบางลง มีความหย่อนคล้อยมากขึ้น บริเวณที่มักสังเกตได้ ได้แก่ แก้ม คางและหนังตา,  สีผิวที่ไม่สม่ำเสมอ มีจุดดำ จุดสีน้ำตาลและฝ้า, ผิวที่หยาบกร้านมากขึ้นและมีรูขุมขนกว้าง, ผิวแห้ง ไม่กักเก็บความชุ่มชื้นได้เท่าเดิม ทำให้เกิดผิวแห้งกร้าน ผิวลอกเป็นขุยและมีการอักเสบได้

ปัจจัยอะไรบ้างที่ทำให้ผิวแก่ก่อนวัย

รังสี UV จากแสงแดด ไทยเป็นประเทศเมืองร้อน จึงหลีกเลี่ยงไม่ได้ต้องเจอแสงแดดรังสี UV ทุกวัน   UV ทำให้สีผิวไม่สม่ำเสมอ นอกจากนี้ยังทำลายผิวได้ถึงระดับ DNA ซึ่งจะทำให้สูญเสียคอลลาเจนและอิลาสติน ส่งผลทำให้เกิดริ้วรอยตามมา รวมถึงเสี่ยงต่อมะเร็งผิวหนังอีกด้วย

มลภาวะ ปัจจุบันเราประสบปัญหาฝุ่นควัน PM2.5 มีผลต่อสุขภาพโดยรวมแล้วก็ยังมีผลต่อผิวหนังอีกด้วย ทำให้เกิดการแพ้ คัน ระคายเคืองผิว

ความเครียด ความเครียดเรื้อรังส่งผลต่อการเพิ่มของสารอนุมูลอิสระในร่างกาย หรือระดับฮอร์โมน ความเครียดเพิ่มขึ้นส่งผลต่อการทำลายผิวหนัง และเกิดภาวะผิวแก่ก่อนวัยอันควร

การรับประทานอาหารที่มีสารอาหารไม่เพียงพอ และการดื่มน้ำไม่เพียงพอ ส่งผลต่อสุขภาพโดยรวม รวมไปถึงผิวหนังด้วย เนื่องจากสารอาหาร วิตามินและแร่ธาตุ จะเป็นตัวที่ช่วยชะลอความเสื่อมของอวัยวะในร่างกายรวมถึงผิวหนัง การดื่มน้ำเปล่าเพียงพอก็จะทำให้ผิวกับเก็บความชุ่มชื้นได้ดีขึ้น

การสูบบุหรี่ ควันจากบุหรี่ และการดื่มแอลกอฮอล์ ควันจากบุหรี่สามารถทำลายชั้นคอลลาเจนและอิลาสติน ซึ่งจะทำให้ผิวแก่ก่อนวัยอันควร การดื่มแอลกอฮอล์มากไป ทำให้ผิวสูญเสียความชุ่มชื้น

Montblanc เปิดตัวแคปซูลคอลเลกชั่นครั้งแรกในมิลาน แฟชั่นวีค

Montblanc เปิดตัวแคปซูลคอลเลกชั่นครั้งแรกในมิลาน แฟชั่นวีค

Montblanc เปิดตัวแคปซูลคอลเลกชั่นครั้งแรกในมิลาน แฟชั่นวีค

วันพฤหัสบดี ที่ 26 มิถุนายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ครั้งแรกที่ Montblanc จัดแฟชั่นโชว์เปิดตัวแคปซูลคอลเลกชันจำนวน 16 ลุค ณ มิลาน แฟชั่นวีค เป็นอีเวนต์สุดพิเศษเพื่อเปิดตัวภาพยนตร์สั้นเรื่องใหม่ “Let’s Write” ผลงานความร่วมมืออย่างต่อเนื่องกับผู้กำกับชื่อดัง Wes Anderson เนรมิตสถานีรถไฟ Squadra Rialzo Milano Centrale อันเก่าแก่ให้กลายเป็นจุดหมายปลายทางสุดแฟนตาซีที่ได้รับแรงบันดาลใจจากโลกของการเขียน 

แขกผู้เข้าร่วมงานได้เดินทางด้วย “Montblanc Train” ขบวนพิเศษจากสถานีรถไฟกลางมิลาน ก่อนจะเข้าสู่บรรยากาศเสมือนจริงที่ถ่ายทอดเรื่องราวจากภาพยนตร์ ซึ่งนำแสดงโดย Rupert Friend, Waris Ahluwalia และ Esther McGregor กำกับร่วมโดย Roman Coppola ถ่ายทอดจินตนาการและอารมณ์ขันในสไตล์เฉพาะตัวของ Anderson สู่งานเล่าเรื่องของ Montblanc

ภายในงานมีการจัดแฟชั่นโชว์ครั้งแรกของ Montblanc เปิดตัวแคปซูลคอลเลกชันจำนวน 16 ลุค โดยมีไฮไลต์เป็นแจ็กเก็ตหนังดีไซน์พิเศษจาก Marco Tomasetta ผู้อำนวยการฝ่ายศิลป์ของแบรนด์ ซึ่งได้แรงบันดาลใจจากโต๊ะเขียนหนังสือของ Montblanc สะท้อนความตั้งใจในการผสานโลกของการเขียนเข้ากับไลฟ์สไตล์ประจำวัน

บรรดาแบรนด์แอมบาสเดอร์ระดับโลกอย่าง Joey King และ Daniel Brühl พร้อมด้วยตัวแทนระดับภูมิภาคอย่าง Seo Kangjun, Kerem Bürsin, Alfonso Herrera และนักแสดงไทย มิว ศุภศิษฏ์ ก็ได้เข้าร่วมงานครั้งนี้ด้วย

ทั้งนี้ ภาพยนตร์ “Let’s Write” สามารถรับชมได้แล้วทั่วโลกทาง www.montblanc.com

คุณแหน : 26 มิถุนายน 2568

คุณแหน : 26 มิถุนายน 2568

คุณแหน : 26 มิถุนายน 2568

วันพฤหัสบดี ที่ 26 มิถุนายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ll จากเพจ Facebook กองทุนพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าสิริภาจุฑาภรณ์  รับสั่งจาก พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าสิริภาจุฑาภรณ์ ถึง ลดา รุธิรกนก “หนูเอามาปลูกในสวนแล้วนะคะ สวยมากๆ เลยค่ะ ขอขอบคุณ คุณลดา รุธิรกนก”  สภาองค์การพัฒนาเด็กและเยาวชนในพระราชูปถัมภ์ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี (สอ.ดย.) ..ยังความสำนึกในพระกรุณาธิคุณอย่างยิ่งที่ทรงเมตตาแก่ลดาฯ ทูลเกล้าฯ ถวายต้นกล้วยไม้ในโอกาสวาระพิเศษ..

ll คณะสงฆ์จังหวัดเชียงใหม่ ร่วมกับ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และโรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ จัดพิธีทำบุญทอดผ้าป่าโรงพยาบาลสงฆ์ แห่งโรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ ระหว่างวันที่ 31 ก.ค.-1 ส.ค. รศ.นพ.นเรนทร์  โชติรสนิรมิต คณบดีคณะแพทยศาสตร์ฯ เชิญชวนร่วมสมทบทุนนิธิสงฆ์อาพาธ เป็นค่ารักษาพยาบาล ค่ายา ค่าเวชภัณฑ์ ค่าภัตตาหาร  ค่าจัดซื้อครุภัณฑ์ทางการแพทย์ รวมทั้งค่าพาหนะและค่าอื่นๆ ถวายแด่พระภิกษุสงฆ์ สามเณรอาพาธ ที่มารับการรักษาพยาบาล  ร่วมบุญ บัญชี “มูลนิธิโรงพยาบาลสวนดอก เพื่อพระภิกษุสงฆ์อาพาธ” ธ.ไทยพาณิชย์ เลขที่ 566-4-95594-8 สอบถาม 053-935672..

ll คุณหญิงณัฐิกา วัธนเวคิน อังอุบลกุล ประธานสหพันธ์สมาคมสตรีนักธุรกิจและวิชาชีพในพระบรมราชินูปถัมภ์ เป็นประธานเปิดการแข่งขันโบว์ลิ่งการกุศล โดยสมาคมสตรีนักธุรกิจและวิชาชีพแห่งประเทศไทย-ปทุมนนท์ ซึ่งมี ภัทรพร สันตธาดาพร นายกสมาคมสตรีนักธุรกิจและวิชาชีพ แห่งประเทศไทย – ปทุมนนท์ เป็นประธานจัดงาน  29 มิ.ย. 10.00 น. Blu-o Rhythm & Bolw สยามพารากอนชั้น5 ..

ll โรงเรียนสตรีศรีสุริโยทัย เชิญร่วมทำบุญเทศน์มหาชาติ เพื่อปรับปรุงและพัฒนาโรงอาหาร สำหรับนักเรียน 26-27 มิ.ย.หอประชุมคุณหญิงประยงค์ ชั้น 7 อาคารเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระสุริโยทัย ร่วมทำบุญได้ที่ ธ.กรุงไทย สาขายานนาวา ชื่อบัญชี เทศน์มหาชาติ โรงเรียนสตรีศรีสุริโยทัย 010-0-84705-6..

ll คนไทยในสหรัฐอเมริการ่วมอนุโมทนาบุญเมื่อ พระธรรมวชิรปาโมกข์ ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดเทพศิรินทราวาส เป็นประธานงานผูกพัทธสีมา ปิดทองฝังลูกนิมิตวัดสิริจันทราวาส  รัฐมินิโซด้า ประเทศสหรัฐอเมริกา นำคณะพระเถรานุเถระร่วมด้วย..

ll อ.สุรวัฒน์ ชมภูพงษ์ ตกใจเมื่อรุ่นน้องแจ้งให้ทราบว่ามี Facebook ปลอมของอาจารย์ ติดต่อไปหา เมื่อรับเป็นเพื่อนทาง Facebook  แล้วมิจฉาชีพพยายามโทร.ติดต่อทาง Messenger โชคดีที่ไหวตัวทันเพราะทักมาแบบแปลกๆ  ไม่ใช่อาจารย์สุรวัฒน์ ตัวจริงแน่นอน..

ll สวด พรรณี​ นันท​พันธ์​ สิริอายุ​รวม 88 ปี  มารดา อานุภาพ – พนิดา – วัชระ  นันทพันธ์  ถึง 28 มิ.ย.ที่บ้าน จ.บุรีรัมย์..ฌาปนกิจ 29 มิ.ย. วัดทุ่งสาริกาใหญ่  บ้านม่วง  บุรีรัมย์..

ll ยาจิตร ยุวบูรณ์ ปชส.กิตติมศักดิ์ของ “ลูกแป๊ป”  ณฤทธิ์ ยุวบูรณ์ Producer และทีมงาน..  เตรียมชมภาพยนตร์ “ธี่หยด 3” ภาพยนตร์สยองขวัญแอ็คชั่นเดือด ที่ประสบความสำเร็จมากๆ ติดตามได้ เร็วๆ นี้ ไม่นานเกินรอ ..

น้อง

‘เคทีซี’ จุดประกายความเท่าเทียมในองค์กรทุกมิติ เปิดเวทีเสวนา Beyond Rainbow ขับเคลื่อน DEI

‘เคทีซี’ จุดประกายความเท่าเทียมในองค์กรทุกมิติ เปิดเวทีเสวนา Beyond Rainbow ขับเคลื่อน DEI

‘เคทีซี’ จุดประกายความเท่าเทียมในองค์กรทุกมิติ เปิดเวทีเสวนา Beyond Rainbow ขับเคลื่อน DEI

วันพฤหัสบดี ที่ 26 มิถุนายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

เคทีซี เปิดเวทีเสวนา “Beyond Rainbow” ดึงผู้เชี่ยวชาญจากภาคแรงงาน ภาคเอกชน และภาคการศึกษา ร่วมถอดรหัสความเข้าใจด้าน DEI (Diversity  Equity และ Inclusion) พร้อมผลักดันแนวคิด Pink Economy ให้เป็นพลังขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยยุคใหม่

ดวงพร พรหมอ่อน กรรมการผู้จัดการ บริษัท จัดหางาน จ๊อบส์ ดีบี (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ตลาดแรงงานทั่วโลกรวมถึงประเทศไทยกำลังเผชิญความเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วโดยมีสาเหตุจากการที่เทคโนโลยีเข้ามามีอิทธิพล และทดแทนแรงงานบางประเภท นอกจากนี้ความต้องการด้านทักษะแรงงานใหม่ การทำงานแบบยืดหยุ่นกลายเป็นมาตรฐานของการทำงานยุคใหม่ที่หลายคนต้องการ แต่สิ่งที่ยังเป็นความท้าทายด้านแรงงานคือ ความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงโอกาสโดยเฉพาะกลุ่มที่มีความหลากหลาย เช่น กลุ่ม LGBTQ+ กลุ่มผู้สูงวัย กลุ่มผู้พิการที่ยังถูกมองข้าม ข้อมูลเชิงลึกจาก จ๊อบส์ ดีบี (JobsDB) พบว่า กลุ่มผู้สมัครงานที่มีความหลากหลายยังรู้สึกไม่มั่นใจว่าจะได้รับโอกาสอย่างเท่าเทียม เพราะองค์กรส่วนใหญ่ยังไม่มีการประกาศหรือสื่อสารนโยบายด้าน DEI – Diversity (ความหลากหลาย)  Equity (ความเท่าเทียม) และ  Inclusion (การมีส่วนร่วม) อย่างชัดเจน และในการประกาศรับสมัครงานแต่ละครั้งหลายบริษัทยังมีอคติแฝง เช่น คำที่สะท้อนถึงอายุ เพศ หรือภาพลักษณ์

DEI ที่ดีต้องเริ่มตั้งแต่ต้นทางของการสมัครงาน

จ๊อบส์ ดีบี (JobsDB)  ให้คำแนะนำว่า องค์กรควรเริ่มสร้างความเปลี่ยนแปลงตั้งแต่ระบบรับสมัครงาน โดยใช้ภาษาที่เป็นกลาง หลีกเลี่ยงการตั้งคำถามที่ไม่เกี่ยวข้องกับความสามารถ เช่น เพศ อายุ หรือสถานภาพสมรส รวมถึงการใช้เครื่องมือช่วยเขียนประกาศรับสมัครงาน (Job Ad Writing Tool) เพื่อช่วยลดอคติที่อาจเกิดขึ้นโดยไม่รู้ตัว และนำไปสู่การได้พนักงานที่มีคุณภาพอย่างแท้จริง

อย่างไรก็ตาม ภาพรวมของตลาดแรงงานที่ยังมีความท้าทายในการเข้าถึงโอกาสอย่างเท่าเทียม   บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด  (มหาชน) หรือ เคทีซี ได้ดำเนินการ และใช้แนวทาง DEI ในการดูแลพนักงานในองค์กรในทุกมิติ

ปิยะสุดา แคว้นนนทรีย์ ผู้บริหารสูงสุด สายงานทรัพยากรบุคคล  เคทีซี  กล่าวว่า เคทีซีให้ความสำคัญทั้งมิติทางกายภาพและจิตใจ โดยมีการปรับปรุงสถานที่และสิ่งอำนวยความสะดวกตามความต้องการของพนักงาน พร้อมสร้างวัฒนธรรมองค์กรในฐานะ Trusted Organization และเปิดโอกาสให้พนักงานรุ่นใหม่ได้แสดงความคิดเห็น

ออกแบบสวัสดิการ ตอบรับไลฟ์สไตล์พนักงาน

ปัจจุบัน เคทีซี มีพนักงานประมาณ 1,800 คน โดย 70% เป็นเพศหญิง และกว่า 70% อยู่ในกลุ่ม Gen Y โดยพนักงานทุกคนได้รับสิทธิ์เข้าถึงสวัสดิการอย่างเท่าเทียมโดยไม่จำกัดเพศ นอกจากนี้ ยังเปิดพื้นที่ให้พนักงานทุกระดับมีสิทธิ์แสดงความเห็นได้โดยไม่จำกัด เช่น การเปิดรับฟังความคิดเห็นในองค์กรของพนักงานทุกคน หรือเมื่อมี CEO LIVE Talk พนักงานสามารถถามคำถามกับซีอีโอได้โดยไม่ถูกปิดกั้น โดยเคทีซีมีวัฒนธรรมที่เรียกว่า Junior Speak First การให้โอกาสพนักงานที่เด็กกว่า ได้แสดงความคิดเห็นก่อน รวมทั้งเปิดโอกาสให้พนักงานทุกคนมีส่วนร่วมกับการเรียนรู้ การฝึกอบรม โดยไม่จำกัดระดับชั้น เพศ วัย นอกจากนี้ ยังสนับสนุนให้ผู้หญิงได้มีโอกาสเป็นผู้นำในตำแหน่งสูงสุด และผู้บริหารระดับสูงขององค์กรอีกด้วย

วัฒนธรรมที่เปิดกว้างส่งผล Employee Engagement พุ่งขึ้น

นับตั้งแต่ปี 2560 เคทีซี ได้ทำการสำรวจความผูกพันของพนักงานต่อองค์กร (Employee Engagement) โดยร่วมมือกับบริษัทที่ปรึกษาภายนอก เพื่อสร้างความเชื่อมั่นว่าข้อมูลที่ได้รับจะถูกจัดเก็บอย่างปลอดภัยและไม่สามารถระบุตัวบุคคลได้ โดยผลสำรวจล่าสุดในปี 2567 พบว่า คะแนนภาพรวมขององค์กรปรับตัวสูงขึ้นจากปีที่ผ่านมา และหัวข้อ Diversity & Inclusion เป็น 1 ใน 3 หมวดที่พนักงานรู้สึกพึงพอใจมากที่สุด ซึ่งแสดงให้เห็นว่าการเปิดรับความหลากหลายด้านเพศ อายุ เชื้อชาติ ภาษา การศึกษา และแนวคิด เป็นสิ่งที่ถูกฝังรากไว้ในวัฒนธรรมองค์กรของเคทีซีอย่างแท้จริง

แนวทางของเคทีซีในการสร้างความเท่าเทียมทางสวัสดิการและวัฒนธรรมองค์กรที่เปิดรับความหลากหลาย สะท้อนให้เห็นถึงความเข้าใจในบริบทของสังคมยุคใหม่ที่มองความหลากหลายไม่ใช่เพียงแค่การยอมรับแต่เป็นการทำให้ทุกคนรู้สึกว่าตนเองมีคุณค่า ซึ่งแนวคิดนี้สอดคล้องกับมุมมองของ รศ.โรจน์ คุณเอนก อาจารย์คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สาขาวิชาวิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อม อดีตรองอธิการบดีฝ่ายการนักศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ที่ชี้ให้เห็นว่าความท้าทายของสังคมในปัจจุบันไม่ได้อยู่ที่การมีอยู่ของความหลากหลาย แต่คือการขาดความเข้าใจต่อความหลากหลาย DEI เครื่องมือปูพื้น สู่สังคมแห่งความเข้าใจและอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข

รศ.โรจน์ คุณเอนก  กล่าวว่า ปัญหาสำคัญเกี่ยวกับความหลากหลายในปัจจุบัน หลายคนยังคงติดอยู่ในกรอบความคิดแบบเดิมที่มองเพียงแค่ชาย หรือหญิง ขณะที่โลกแห่งความเป็นจริงในปัจจุบันมีมิติมากกว่านั้น ดังนั้นการปลูกฝังความเข้าใจเรื่องความหลากหลายจึงควรเริ่มต้นตั้งแต่ในห้องเรียน เพราะเป็นพื้นที่ของการเรียนรู้ร่วมกัน และเป็นการวางรากฐานสำหรับการใช้ชีวิตจริงในสังคม และในโลกของการทำงาน ซึ่งแนว ทาง DEI เป็นสิ่งที่ช่วยเสริมสร้างความเข้าใจและความตระหนักรู้ในเรื่องดังกล่าวได้อย่างดียิ่ง

Diversity (ความหลากหลาย): มุ่งปลูกฝังจิตสำนึกให้นักศึกษาตระหนักและให้คุณค่ากับความหลากหลายทางเพศ เชื้อชาติ ความเชื่อ และวิถีชีวิต รวมถึงมีมาตรการส่งเสริมความปลอดภัยและความเข้าใจในด้านเพศสภาพ Equity (ความเท่าเทียม): ธรรมศาสตร์เชื่อว่าทุกคนควรได้รับโอกาสอย่างเท่าเทียม โดยบางคณะได้ริเริ่มจัดตั้งห้องน้ำแห่งความเสมอภาคที่ทุกเพศสามารถใช้งานร่วมกันได้ Inclusion (การมีส่วนร่วม): ส่งเสริมให้นักศึกษาทุกคนเข้ามามีบทบาทในกิจกรรมและสร้างพื้นที่สาธารณะของมหาวิทยาลัยให้เป็นพื้นที่ปลอดภัย ในการสร้างการเรียนรู้ร่วมกัน เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการใช้ชีวิตในโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว

การวางรากฐานเรื่องความหลากหลายในสถาบันการศึกษา ถือเป็นการปูพื้นฐานความเข้าใจและสร้างการเปลี่ยนแปลงทางทัศนคติเมื่อเข้าสู่โลกการทำงานให้ดีมากยิ่งขึ้นซึ่งจะส่งผลดีต่อระบบเศรษฐกิจของกลุ่มความหลากหลายนี้ หรือ Pink Economy

คุณากร วาณิชย์วิรุฬห์ นักวิชาการอิสระ นักเล่าเรื่อง ผู้เชี่ยวชาญด้านประวัติศาสตร์โลกและภูมิรัฐศาสตร์ กล่าวว่า แก่นแท้ของวิชาประวัติ ศาสตร์คือการกำหนดความรับรู้ของผู้คนผ่านเรื่องเล่า เมื่อเนื้อหาหลักยังละเลยกลุ่มชายขอบเช่น แรงงานผู้หญิง หรือ LGBTQ+ จึงจำเป็นต้องมีการทบทวน ปรับปรุง และเขียนประวัติศาสตร์ใหม่เพื่อสร้างการมองเห็น และยอมรับความหลากหลายอย่างเท่าเทียม

Pink Economy ในไทยเติบโตสูง หากได้รับแรงสนับสนุนเชิงนโยบาย

การเปิดกว้างทางวัฒนธรรม และกฎหมายสมรสเท่าเทียมที่มีผลบังคับใช้ทำให้ประเทศไทยมีโอกาสก้าวขึ้นเป็นศูนย์กลางของเศรษฐกิจที่เกี่ยว ข้องกับกลุ่มผู้บริโภค LGBTQ+ หรือเศรษฐกิจสีชมพู (Pink Economy) ในระดับภูมิภาคได้ โดยเฉพาะในภาคบริการที่มีการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่เฉพาะกลุ่มมากขึ้นเช่น การจัดงานเทศกาล โรงแรม ที่พัก รวมถึงการขยายไปสู่กิจกรรมที่มีมูลค่าเพิ่มสูงเช่น การแพทย์ ความงาม เพื่อเจาะกลุ่มตลาดผู้ที่มีอัตลักษณ์หลากหลาย และมีกำลังซื้อสูง

อย่างไรก็ตาม การทำให้เศรษฐกิจสีชมพู (Pink Economy) เติบโต ภาครัฐต้องทำงานเชิงลึกร่วมกับภาคเอกชนมากขึ้น เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้ชาวไทย และชาวต่างชาติที่เข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทยในฐานะฮับของความหลากหลายในระดับภูมิภาค เช่นมาตรการด้านความปลอดภัย รวมทั้งอำนวยความสะดวก และสร้างแรงจูงใจในให้บริษัทที่มีสินค้าและบริการที่เป็นมิตรกับกลุ่ม LGBTQ+ เข้ามาตั้งสำนักงาน และการผลิตในประเทศไทย

ดร.ศศดิศ ชูชนม์ ผู้อำนวยการสำนักยุทธศาสตร์ สถาบันส่งเสริมความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน  (สสปท.)​​ กล่าวสรุปว่า หัวใจสำคัญของ DEI ไม่ได้หมายถึงการยอมรับ แต่คือ การข้ามเส้นแบ่งอคติแห่งความเป็น “เขา” และ “เรา”อันเปราะบางการเคารพในสิทธิของความเป็นมนุษย์ และความเป็นอื่นในมิติอัตลักษณ์ที่ซับซ้อน ที่ไม่ใช่ความต่างเพียงแค่เพศสภาพ แต่หมายถึงประสบการณ์มวลรวมของชีวิตที่หลากหลายของแต่ละคนอย่างเท่าเทียมกัน

ดร.ศศดิศ ชูชนม์, ดวงพร พรหมอ่อน,รศ.โรจน์ คุณอเนก, ปิยะสุดา แคว้นนนทรีย์, คุณากร วาณิชย์วิรุฬห์

ดร.ศศดิศ ชูชนม์, ดวงพร พรหมอ่อน,รศ.โรจน์ คุณอเนก, ปิยะสุดา แคว้นนนทรีย์, คุณากร วาณิชย์วิรุฬห์