ปฏิวัติการผ่าตัดหัวใจแผลเล็ก ด้วยเทคโนโลยี MICS CABG และกล้อง 3 มิติเสมือนจริง

ปฏิวัติการผ่าตัดหัวใจแผลเล็ก ด้วยเทคโนโลยี MICS CABG และกล้อง 3 มิติเสมือนจริง

ปฏิวัติการผ่าตัดหัวใจแผลเล็ก ด้วยเทคโนโลยี MICS CABG และกล้อง 3 มิติเสมือนจริง

วันอังคาร ที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

โรงพยาบาลหัวใจกรุงเทพ เปิดมิติใหม่ของการรักษาโรคหัวใจผ่านนวัตกรรมผ่าตัดแผลเล็กด้วย 2 โปรแกรมใหม่ล่าสุด ได้แก่ Minimally Invasive Coronary Artery Bypass Grafting (MICS CABG) และ Totally 3D Endoscopic Valve Surgery ซึ่งนับเป็นการยกระดับมาตรฐานการรักษาโรคหัวใจด้วยการผสานเทคโนโลยี visualization ความแม่นยำสูง และระบบเครื่องมือเฉพาะทางที่ออกแบบมาเพื่อการผ่าตัดในพื้นที่แคบโดยเฉพาะ

นพ. เกรียงไกร เฮงรัศมี

นพ. เกรียงไกร เฮงรัศมี ผู้อำนวยการโรงพยาบาลหัวใจกรุงเทพ  กล่าวว่า  โรงพยาบาลหัวใจกรุงเทพ ก้าวสู่ยุคใหม่ของการผ่าตัดหัวใจแผลเล็ก ด้วย MICS CABG (Minimally Invasive Coronary Artery Bypass Grafting) คือเทคนิคการทำทางเบี่ยงหลอดเลือดหัวใจโดยไม่ต้องเปิดกระดูกหน้าอก มีแผลขนาดเล็กเพียง 7–10 ซม. บริเวณซี่โครงด้านซ้าย และไม่ต้องใช้เครื่องหัวใจ–ปอดเทียม (off-pump) จึงลดความเสี่ยงจากการเสียเลือดและอาการแทรกซ้อน เหมาะที่สุดสำหรับผู้ป่วยที่มีหลอดเลือดหัวใจด้านซ้ายตีบหรืออุดตัน โดยที่หลอดเลือดหัวใจด้านขวาปกติ

นพ.ณัฐพล อารยะวุฒิกุล ศัลยแพทย์หัวใจและหลอดเลือด โรงพยาบาลหัวใจกรุงเทพ  กล่าวว่า เทคนิค MICS CABG ใช้ระบบกล้องและเครื่องมือ micro-instruments ผ่านแผลขนาด 5–7 ซม. ที่ชายโครง โดยไม่ต้องเปิดกระดูกหน้าอก ลดการบาดเจ็บต่อเนื้อเยื่อและอวัยวะข้างเคียงอย่างมีนัยสำคัญ ทั้งนี้ เทคนิค MICS CABG ไม่ได้แทนที่การผ่าตัดแบบเดิมทั้งหมด แต่เป็นทางเลือกที่เหมาะสำหรับผู้ป่วยที่มีข้อบ่งชี้ที่สามารถรับการผ่าตัดด้วยเทคนิคแผลเล็กได้ เพื่อลดความเจ็บ เสี่ยงติดเชื้อน้อยลง และกลับมาใช้ชีวิตปกติได้เร็วขึ้น โดย MICS CABG เป็นขั้นกว่าของการ bypass หลอดเลือดหัวใจที่ไม่ต้องเปิดหน้าอก เราใช้ stabilizer ขนาดเล็ก ร่วมกับ endoscopic guidance และระบบ monitoring ช่วยให้ผู้ป่วยฟื้นตัวเร็ว ลดระยะนอนโรงพยาบาล และลดโอกาสแทรกซ้อนหลังผ่าตัด

ในขณะเดียวกัน โปรแกรม Totally 3D Endoscopic Valve Surgery พัฒนาโดย นพ. ภาดร เจ็ดวรรณะ ศัลยแพทย์หัวใจและหลอดเลือด โรงพยาบาลหัวใจกรุงเทพ ได้ออกแบบให้สามารถผ่าตัดซ่อมแซมและเปลี่ยนลิ้นหัวใจ ผ่านแผลเพียง 4–5 ซม. ด้วยการใช้ระบบภาพ 3 มิติความละเอียดสูง (high-definition 3D visualization system) ที่ช่วยให้ศัลยแพทย์มองเห็นโครงสร้างหัวใจอย่างลึกและแม่นยำทุกมุมมอง โดยเทคนิคดังกล่าวเหมาะสำหรับการผ่าตัดลิ้นหัวใจไมตรัลและเอออร์ติก รวมถึงสามารถประยุกต์ใช้ในกรณีของภาวะหัวใจพิการแต่กำเนิดบางประเภท เช่น Atrial Septal Defect (ASD) ซึ่งช่วยลดการสูญเสียเลือด ลดการติดเชื้อ และลดระยะเวลาในการพักฟื้นใน ICU อย่างมีนัยสำคัญ

นพ. ภราดร เจ็ดวรรณะ กล่าวว่า กล้อง 3 มิติเสมือนจริงช่วยให้เราผ่าตัดในพื้นที่จำกัดได้อย่างแม่นยำ โดยไม่กระทบโครงสร้างหลักของร่างกาย ผู้ป่วยจะฟื้นตัวไว และให้ผลลัพธ์ที่เทียบเท่าการผ่าตัดแบบเปิดอก ทั้งนี้ ความท้าทายของการผ่าตัดหัวใจแผลเล็กคือพื้นที่จำกัดและความซับซ้อนของกายวิภาค ระบบกล้อง 3 มิติที่เราใช้สามารถสร้างภาพเสมือนจริงแบบ immersive view ช่วยให้ผ่าตัดได้แม่นยำกว่าการใช้ตาเปล่าหลายเท่า

โรงพยาบาลหัวใจกรุงเทพ มีประสบการณ์ด้านโรคหัวใจมากว่า 20 ปี และในปี 2024 เพียงปีเดียวให้การรักษาผู้ป่วยกว่า 130,000 ราย โดยเป็นผู้ป่วยต่างชาติกว่า 50,000 ราย สะท้อนการเติบโตของความเชื่อมั่นในนวัตกรรมการแพทย์ของไทยในเวทีโลก การเปิดตัวโปรแกรมผ่าตัดหัวใจแผลเล็กครั้งนี้ นับเป็นสัญญาณแห่งการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคใหม่ของเทคโนโลยีการผ่าตัดหัวใจในประเทศไทย ในการขับเคลื่อนเทคโนโลยีการแพทย์ระดับสูง และส่งสัญญาณว่า Deep Medical Tech ไม่ได้เกิดขึ้นแค่ในห้องวิจัย แต่พร้อมถูกใช้งานจริงในโรงพยาบาลของไทย

เช็กด่วน! ผิวคุณกำลังส่งสัญญาณแก่ก่อนวัยหรือไม่?

เช็กด่วน! ผิวคุณกำลังส่งสัญญาณแก่ก่อนวัยหรือไม่?

เช็กด่วน! ผิวคุณกำลังส่งสัญญาณแก่ก่อนวัยหรือไม่?

วันอังคาร ที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

การแก่ของผิว เป็นกระบวนการทางธรรมชาติที่เกิดขึ้นตามอายุที่เพิ่มขึ้น แต่ในบางครั้งผิวก็อาจแก่ก่อนวัยอันควร ซึ่งทำให้ผิวดูไม่สดใส ขาดความกระชับ และมีริ้วรอยต่างๆ ปรากฏอย่างชัดเจน นพ. กิตติพงศ์ พงศ์แพทย์พิพัฒน์ แพทย์ Anti-aging medicine จาก Addlife Anti-Aging Center ชั้น 2 ไลฟ์เซ็นเตอร์ (คิวเฮ้าส์ ลุมพินี) ชวนสาวๆ มาเช็กผิว ว่าผิวกำลังส่งสัญญาณที่บ่งชี้ภาวะผิวแก่ก่อนวัยอยู่หรือไม่?

ริ้วรอยบนใบหน้า โดยสามารถสังเกตได้จากมีริ้วรอยเล็กหรือริ้วใหญ่บนใบหน้า ได้แก่ ริ้วรอยบริเวณหางตา หน้าผากและระหว่างคิ้ว ส่วนใหญ่แล้วริ้วรอยเหล่านี้จะเป็นบริเวณที่ใช้กล้ามเนื้อเพื่อแสดงสีหน้า, การสูญเสียคอลลาเจนและอิลาสติน ที่เป็นองค์ประกอบในผิวหนัง ผิวจะมีความยืดหยุ่นลดลง ผิวบางลง มีความหย่อนคล้อยมากขึ้น บริเวณที่มักสังเกตได้ ได้แก่ แก้ม คางและหนังตา  สีผิวที่ไม่สม่ำเสมอ มีจุดดำ จุดสีน้ำตาลและฝ้า,  ผิวที่หยาบกร้านมากขึ้นและมีรูขุมขนกว้าง,  ผิวแห้ง ไม่กักเก็บความชุ่มชื้นได้เท่าเดิม ทำให้เกิดผิวแห้งกร้าน ผิวลอกเป็นขุยและมีการอักเสบได้

ปัจจัยอะไรบ้างที่ทำให้ผิวแก่ก่อนวัย

รังสี UV จากแสงแดด ไทยเป็นประเทศเมืองร้อน จึงหลีกเลี่ยงไม่ได้ต้องเจอแสงแดดรังสี UV ทุกวัน   UV ทำให้สีผิวไม่สม่ำเสมอ นอกจากนี้ยังทำลายผิวได้ถึงระดับ DNA ซึ่งจะทำให้สูญเสียคอลลาเจนและอิลาสติน ส่งผลทำให้เกิดริ้วรอยตามมา รวมถึงเสี่ยงต่อมะเร็งผิวหนังอีกด้วย, มลภาวะ ปัจจุบันเราประสบปัญหาฝุ่นควัน PM2.5 มีผลต่อสุขภาพโดยรวมแล้วก็ยังมีผลต่อผิวหนังอีกด้วย ทำให้เกิดการแพ้ คัน ระคายเคืองผิว, ความเครียด ความเครียดเรื้อรังส่งผลต่อการเพิ่มของสารอนุมูลอิสระในร่างกาย หรือระดับฮอร์โมน ความเครียดเพิ่มขึ้นส่งผลต่อการทำลายผิวหนัง และเกิดภาวะผิวแก่ก่อนวัยอันควร

การรับประทานอาหารที่มีสารอาหารไม่เพียงพอ และการดื่มน้ำไม่เพียงพอ ส่งผลต่อสุขภาพโดยรวม รวมไปถึงผิวหนังด้วย เนื่องจากสารอาหาร วิตามินและแร่ธาตุ จะเป็นตัวที่ช่วยชะลอความเสื่อมของอวัยวะในร่างกายรวมถึงผิวหนัง การดื่มน้ำเปล่าเพียงพอก็จะทำให้ผิวกับเก็บความชุ่มชื้นได้ดีขึ้น, การสูบบุหรี่ ควันจากบุหรี่ และการดื่มแอลกอฮอล์ ควันจากบุหรี่สามารถทำลายชั้นคอลลาเจนและอิลาสติน ซึ่งจะทำให้ผิวแก่ก่อนวัยอันควร การดื่มแอลกอฮอล์มากไป ทำให้ผิวสูญเสียความชุ่มชื้น

Kind + Jugend ASEAN 2025 เปิดเทคนิคเลี้ยงลูกยุค AI เข้าใจลูก รู้ทันเทคโนโลยี ปูทักษะที่จำเป็น ฉลาดให้สมวัย สู่โลกอนาคต

Kind + Jugend ASEAN 2025 เปิดเทคนิคเลี้ยงลูกยุค AI  เข้าใจลูก รู้ทันเทคโนโลยี ปูทักษะที่จำเป็น ฉลาดให้สมวัย สู่โลกอนาคต

Kind + Jugend ASEAN 2025 เปิดเทคนิคเลี้ยงลูกยุค AI เข้าใจลูก รู้ทันเทคโนโลยี ปูทักษะที่จำเป็น ฉลาดให้สมวัย สู่โลกอนาคต

วันอังคาร ที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ปิดฉากลงอย่างสวยงามสำหรับงาน Kind + Jugend ASEAN 2025 มหกรรมแสดงสินค้าแม่และเด็กระดับนานาชาติ ที่ได้รับความสนใจจากผู้ประกอบการ ครอบครัวรุ่นใหม่ และคุณครูจากทั่วภูมิภาคอาเซียน โดยหนึ่งในไฮไลต์สำคัญของงานในปีนี้คือ เวทีเสวนาในหัวข้อ “Raising AI Ready Kids – เลี้ยงลูกให้ล้ำ โตไปกับ AI” เพื่อเปิดพื้นที่แลกเปลี่ยนความรู้ และร่วมถอดรหัสแนวทางการเลี้ยงลูกยุคใหม่ที่เทคโนโลยี AI เข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวันมากขึ้น ผ่านมุมมองคำแนะนำที่หลากหลาย เข้าใจง่าย พร้อมใช้ได้จริงจากผู้เชี่ยวชาญด้านการศึกษา ผู้บริหารโรงเรียน และนักนวัตกรรมการเรียนรู้ 

Gen AI-Native เข้าใจธรรมชาติการเรียนรู้ของเด็กยุคใหม่

อาจารย์สรยศ พนายางกูร กรรมการสมาคมอนุบาลศึกษาแห่งประเทศไทยฯ และผู้บริหารโรงเรียนเศรษฐบุตรอุปถัมภ์ กล่าวในเวทีเสวนาว่า “เด็ก Gen Alpha เป็นเด็กที่เกิดในช่วงปี 2010 – 2024 และเจนเนอเรชันใหม่ล่าสุดอย่าง Gen Beta เกิดระหว่างปี 2025 – 2039 ซึ่งทั้งสองเจนเป็นกลุ่มที่เกิดมาพร้อมเทคโนโลยีที่ไม่ใช่ Digital Technology แล้ว แต่เป็น AI Technology หรือที่หลายคนเรียกว่า AI-Native ที่ตอบสนองต่อความต้องการได้รวดเร็วและแถมบางครั้งช่วยคิดให้ด้วย เด็กในเจนเนอเรชันนี้จึงจะคุ้นชินกับการได้รับข้อมูลที่รวดเร็ว ผ่านภาพ เสียง และคำสั่งสั้น ๆ ซึ่งความเปลี่ยนแปลงเหล่านี้มีทั้งด้านบวกและด้านลบที่ผู้ปกครองควรทำความเข้าใจ เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมการเรียนรู้ที่เหมาะสมให้เด็กๆ”

อ.สรยศ พนายางกูร

รู้ทันทักษะที่จำเป็น เตรียมลูกให้พร้อมสำหรับอนาคต

ด้าน มานิตย์ จันสุทธิรางกูร CEO & Founder iMAKE Innovation เปิดเผยว่า เทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงไป นอกจากจะส่งผลต่อกระบวนการเรียนรู้ของเด็กแล้ว ยังส่งผลให้อาชีพในอนาคตเปลี่ยนแปลงตามไปด้วย เด็กวันนี้อาจโตไปเป็น Cybersecurity Expert, Prompt Engineer หรือ Well-being Strategist ซึ่งไม่เคยมีในยุคพ่อแม่ เราจึงต้องเตรียมปูทักษะใหม่ให้เด็ก เพื่อพร้อมรับสำหรับตลาดแรงงานในอนาคต โดยผลสำรวจจาก World Economic Forum ระบุว่า ในปี 2030 ทักษะที่บริษัทชั้นนำให้ความสำคัญเป็น 3 ลำดับแรกจะเปลี่ยนไปสู่ทักษะแห่งอนาคต ได้แก่  AI and big data เข้าใจการทำงานของระบบ AI และการวิเคราะห์ข้อมูลจำนวนมหาศาล เพื่อใช้ในการตัดสินใจหรือสร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ Networks and cybersecurity มีความรู้พื้นฐานด้านเครือข่ายและความปลอดภัยทางไซเบอร์ เพื่อปกป้องข้อมูลส่วนบุคคลและองค์กรจากภัยคุกคามดิจิทัลTechnological literacy เข้าใจหลักการทำงาน และมีความรับผิดชอบในการใช้เทคโนโลยี  แต่ในขณะเดียวกัน ทักษะอื่น ๆ ที่สำคัญอีก 7 ทักษะจะเป็นทักษะเกี่ยวกับตัวตนทั้งนั้นเช่น การคิดเชิงสร้างสรรค์, ความอดทน, ยืดหยุ่น ปรับตัวไว, สงสัยใคร่รู้  และมีภาวะความเป็นผู้นำ

มานิตย์ จันสุทธิรางกูร

เปิดแนวทางเลี้ยงลูกให้ฉลาดสมวัย พร้อมรู้ทัน AI

ปิดท้ายที่ ดร.อัญจลา จารุมิลินท อุปนายกสมาคมอนุบาลศึกษาแห่งประเทศไทยในพระราชูปถัมภ์ฯ และผู้อำนวยการโรงเรียนกับทอง ได้ร่วมแบ่งปันมุมมองว่าหลายประเทศได้มองเห็นว่าปฐมวัย เป็นวัยสำคัญที่จะเตรียมทักษะสำหรับยุค AI ได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด ประเทศจีนถือเป็นตัวอย่างน่าสนใจที่ได้มีการปรับแผนการศึกษาระดับชาติเรื่องการใช้งาน AI ในเด็ก แต่ก็มีนโยบายให้เด็กห่างจากเทคโนโลยีในช่วงปฐมวัย โดยคำนึงถึงพัฒนาการตามช่วงวัยอย่างจริงจัง ส่วนในประเทศไทย กระทรวงศึกษาธิการได้มีนโยบายส่งเสริมการพัฒนาเด็กปฐมวัย ผ่านแนวทาง “3 เร่ง 3 ลด 3 เพิ่ม” 

ดร.อัญจลา จารุมิลินท

ทั้งนี้ ในประเด็นเทคโนโลยี ได้ย้ำเรื่องการลดเวลาในการใช้หน้าจอของเด็ก ดร.อัญจลา ได้สรุปความท้าทายในการพัฒนาเด็กในยุค AI มา 3 ประเด็นที่น่าสนใจ ดังนี้ 1.ตัดสินใจเร็วเกินไป เด็กยุคนี้เคยชินกับการตัดสินทันทีจากภาพ เสียง หรือคำพูดสั้น ๆ จนทำให้ขาดการคิดวิเคราะห์และไม่ใส่ใจรายละเอียด สำหรับแนวทางที่ช่วยลดปัญหานี้คือ พ่อแม่ควรหมั่นตั้งคำถามปลายเปิด เพื่อกระตุ้นให้เด็กฝึกคิดวิเคราะห์ และที่สำคัญต้องอดทนรอคำตอบเพื่อให้เด็กได้ฝึกคิดและเรียนรู้จากผลลัพธ์ของการตัดสินใจของตนเอง 

2.รู้ไม่ทันอัลกอริทึม เด็กมักจะเห็นแต่ข้อมูลที่ระบบป้อนให้ตามความชอบ จนเกิดภาวะ “ติดกรอบความคิด” หรือหลงเชื่อโฆษณาชวนเชื่อได้ง่าย ดังนั้นพ่อแม่ควรฝึกให้เด็ก รู้จักยับยั้งชั่งใจ ไตร่ตรองก่อนเชื่อ หรือส่งเสริมความสงสัยใคร่รู้ด้วยกิจกรรมที่ทำร่วมกัน เช่น พาเด็กออกไปสำรวจธรรมชาติรอบบ้าน พูดคุยตั้งข้อสังเกต และฝึกสมาธิผ่านกิจกรรมอย่างวาดภาพ 3.ขาดทักษะทางสังคม การอยู่กับหน้าจอบ่อยเกินไปส่งผลให้เด็กขาดการมีปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่น ไม่สามารถแสดงออกหรือเข้าใจอารมณ์ของคนรอบตัวได้ดี ซึ่งผู้ใหญ่ควรมีบทบาทในการ ควบคุมเวลาและเนื้อหาหน้าจอให้เหมาะสม พร้อมใช้เวลาร่วมกัน เพื่อให้เด็กได้ฝึกทักษะการพูดคุย การรอคอย การรับฟัง และการทำงานร่วมกับผู้อื่นอย่างเป็นธรรมชาติ

“การเลี้ยงเด็กแค่ให้เก่งเรื่องเทคโนโลยี จะต้องสอนให้เขามีทักษะทางด้านตัวตนที่แข็งแรงก่อนเพื่อที่จะได้รู้เท่าทันเทคโนโลยี มีความรับผิดชอบในการใช้ และไม่ลืมทักษะพื้นฐานที่จำเป็นในการใช้ชีวิตร่วมกับคนอื่นอย่างมีความสุข” ดร.อัญจลา กล่าวทิ้งท้าย

ซัมซุง และ Art Basel ฉลองความหลากหลายทางศิลปะทั่วโลก เปิดตัวคอลเลกชัน ABB ใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีบน Samsung Art Store

ซัมซุง และ Art Basel ฉลองความหลากหลายทางศิลปะทั่วโลก เปิดตัวคอลเลกชัน ABB ใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีบน Samsung Art Store

ซัมซุง และ Art Basel ฉลองความหลากหลายทางศิลปะทั่วโลก เปิดตัวคอลเลกชัน ABB ใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีบน Samsung Art Store

วันอังคาร ที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ซัมซุง ผู้สนับสนุนอย่างเป็นทางการของ Art Basel เปิดตัวคอลเลกชัน Art Basel in Basel (ABB) ซึ่งเป็นการรวบรวมผลงานศิลปะดิจิทัลสุดพิเศษที่มีให้รับชมบน Samsung TV ผ่าน Samsung Art Store¹ โดยคอลเลกชัน ABB เป็นการแสดงศิลปะที่คัดสรรผลงานมา 38 ชิ้นจากศิลปินและหอศิลป์ที่มีชื่อเสียงระดับโลก ถือเป็นคอลเลกชัน Art Basel ที่ใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมา และเป็นหมุดหมายใหม่ของซัมซุง กับ Art Basel ที่จะร่วมกันพาผลงานศิลปะระดับโลกให้เข้าถึงผู้ชมในวงกว้างขึ้น

คอลเลกชัน ABB โดดเด่นในด้านความหลากหลาย ด้วยผลงานที่มาจากหลากหลายทวีป เทคนิค และเสียงต่าง ๆ ซึ่งเป็นครั้งแรกที่คอลเลกชันนี้มีผลงานมาจากหอศิลป์ในแอฟริกา สะท้อนถึงการเข้าถึงศิลปะจากทั่วโลกและความสมบูรณ์ทางวัฒนธรรมของโครงการ Samsung x Art Basel โดยคอลเลกชันส่วนหนึ่งจะจัดแสดงที่งาน Art Basel ระหว่างวันที่ 19-22 มิถุนายน ณ Messe Basel ประเทศสวิตเซอร์แลนด์

วิสัยทัศน์ที่คัดสรรมาเพื่อการจัดแสดงระดับโลก

คอลเลกชัน ABB จะประกอบไปด้วยผลงาน 38 ชิ้น ที่ได้รับการคัดเลือกมาอย่างพิถีพิถันจากผลงานที่ส่งเข้ามามากกว่า 100 ชิ้น โดยเน้นไปที่ความหลากหลายของศิลปิน ความหลากหลายของเทคนิค และการสื่อถึงภูมิศาสตร์ในพื้นที่ต่าง ๆ  เพื่อเปิดโอกาสให้ทั้งศิลปินหน้าใหม่ที่มีพรสวรรค์และศิลปินที่มีชื่อเสียงอยู่แล้ว สอดคล้องกับความมุ่งมั่นของ Art Basel ในการสนับสนุนศิลปะร่วมสมัยจากทั่วทุกมุมโลก อาทิ Roméo Mivekannin, Basim Magdy, , Zandile Tshabalala และ Antonia Kuo อีกทั้ง คอลเลกชันนี้ยังรวมถึงผลงานของศิลปินผู้เป็นตำนานอย่าง Jo Baer, Kibong Rhee และ Lynn Hershman Leeson ที่มาช่วยเพิ่มความลึกซึ้งทั้งในด้านภาพและเนื้อหาให้กับการคัดเลือกผลงานในปีนี้อีกด้วย

ArtCube ประสบการณ์แบบอินเทอร์แอคทีฟ

ซัมซุง ตอกย้ำจุดร่วมของศิลปะและเทคโนโลยี นำเสนอเลานจ์แบบอินเทอร์แอคทีฟในชื่อ ArtCube3 ที่งาน Art Basel เพื่อแสดงให้เห็นว่า The Frame, MICRO LED และ Neo QLED 8K สามารถสร้างประสบการณ์ศิลปะดิจิทัลแบบใหม่ได้อย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน ผ่านการจัดแสดงงานศิลปะและผลงานที่คัดสรรจากคอลเลกชัน Art Basel พร้อมโชว์รายละเอียดสุดน่าทึ่ง

ArtCube พร้อมพาผู้เยี่ยมชมไปมีส่วนร่วมกับคอลเลกชันสุดพิเศษของ Samsung Art Store และสัมผัสประสบการณ์คุณภาพของภาพระดับพรีเมียมได้อย่างอิสระ รวมทั้งผู้เยี่ยมชมยังสามารถสร้างภาพบุคคลที่ปรับแต่งได้จากชิ้นงานศิลปะที่เคลื่อนไหว ซึ่งมีให้เฉพาะในคอลเลกชันที่คัดสรรมาของ ArtCube เท่านั้น และนอกจากประสบการณ์เลานจ์ ArtCube แล้ว ซัมซุง ยังจัดเสวนาพิเศษโดยมีผู้ทรงอิทธิพลจากวงการศิลปะร่วมสมัยมาร่วมพูดคุย และจุดประกายผ่านบทสนทนาเกี่ยวกับบทบาทที่เพิ่มขึ้นของเทคโนโลยีในการจัดแสดงศิลปะและการเข้าถึงศิลปะ

เสริมสร้างความร่วมมือทางวัฒนธรรม

ซัมซุง และ Art Basel ได้ร่วมมือกันนำเสนอคอลเลกชันดิจิทัลที่คัดสรรมาเป็นอย่างดี โดยเริ่มตั้งแต่ Art Basel Miami Beach 2024, Art Basel Hong Kong 2025 รวมไปถึง Art Basel in Basel 2025 ด้วย โดยผลงานศิลปะจาก Art Basel Hong Kong ซึ่งเปิดตัวไปเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ได้รับความนิยมไปทั่วโลกในหมู่ผู้ใช้งาน Art Store จนติดอันดับ 1 ใน 10 ผลงานศิลปะที่มีผู้เข้าชมมากที่สุด4 ความร่วมมืออย่างต่อเนื่องนี้ตอกย้ำถึงวิสัยทัศน์ร่วมกันในการขยายบทบาทของจอแสดงผลให้เป็นแพลตฟอร์มที่มีชีวิตสำหรับการเล่าเรื่องราวและการแลกเปลี่ยนทางศิลปะ

Maike Cruse ผู้อำนวยการ Art Basel in Basel กล่าวว่า  “การเปิดตัวคอลเลกชันใหม่  Art Basel in Basel 2025 ใน Samsung Art Store เป็นอีกโอกาสสำคัญที่เราจะได้นำเสนอวิธีใหม่ ๆ ให้ผู้ชมทั่วโลกได้มีส่วนร่วมกับผลงานของเรา โดยเราเชื่อว่าความร่วมมือระดับโลกของเรากับ ซัมซุง จะช่วยขยายประสบการณ์ของผู้เยี่ยมชมให้ก้าวข้ามจากพื้นที่จัดแสดงแบบเดิม ๆ ไปสู่บ้านของผู้คน เพื่อสร้างจุดเริ่มต้นใหม่ในการค้นพบศิลปินและแกลเลอรีที่ยอดเยี่ยม ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของงานแฟร์ของเราที่บาเซิล”

เติมเต็มประสบการณ์ศิลปะบน Samsung Art TV

Samsung Art Store มอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดและยกระดับการตกแต่งบ้านด้วยผลงานศิลปะที่สมบูรณ์แบบ ตอบโจทย์ตรงใจในทุกฤดูกาล วันหยุด และทุกอารมณ์ ให้ผู้ใช้สามารถเลือกโชว์ผลงานศิลปะกว่า 3,500 ชิ้น จากศิลปินกว่า 800 ท่าน รวมถึงคอลเลกชัน ABB ได้อย่างสะดวก

Samsung Art Store ครอบคลุมทีวีในรุ่น Neo QLED 8K, Neo QLED, QLED, The Frame และ The Frame Pro ที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี Samsung Vision AI เพื่อมอบภาพและเสียงที่ปรับปรุงอัตโนมัติด้วย AI พร้อมเปิดให้บริการแล้วในไลน์อัปผลิตภัณฑ์ทีวีซัมซุงปี 2025 ที่สำคัญทีวีรุ่นเหล่านี้ยังมาพร้อมกับคุณสมบัติใหม่ ๆ ให้ผู้ใช้รู้สึกเหมือนหลุดเข้าไปในรายการ ภาพยนตร์ และกีฬาที่ชื่นชอบมากยิ่งขึ้น โดยซัมซุงจะยังคงมุ่งมั่นพัฒนาวิธีการใหม่ ๆ ที่หลากหลาย เพื่อยกระดับหน้าจอทีวีให้กลายเป็นแกลเลอรีศิลปะส่วนตัวที่เข้าใจทุกคน

สำหรับคอลเลกชัน Art Basel in Basel มีให้บริการแล้ววันนี้เฉพาะบน Samsung Art Store เพื่อผู้ใช้ Samsung Art TV ทุกคน สนใจข้อมูลเพิ่มเติมสามารถดูได้ที่ http://www.samsung.com

อวานี พลัส ริเวอร์ไซด์ กรุงเทพฯ จับมือศิลปินดัง ‘ตั้ม ณฐกร’ เปิดตัวคอลเลคชั่นพาสทรี Music to My Mouth: A symphony of Pan Dao

อวานี พลัส ริเวอร์ไซด์ กรุงเทพฯ จับมือศิลปินดัง ‘ตั้ม ณฐกร’ เปิดตัวคอลเลคชั่นพาสทรี Music to My Mouth: A symphony of Pan Dao

อวานี พลัส ริเวอร์ไซด์ กรุงเทพฯ จับมือศิลปินดัง ‘ตั้ม ณฐกร’ เปิดตัวคอลเลคชั่นพาสทรี Music to My Mouth: A symphony of Pan Dao

วันอังคาร ที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

โรงแรมอวานี พลัส ริเวอร์ไซด์ กรุงเทพฯ ร่วมกับ ตั้ม ณฐกร อุลิตร ศิลปินและนักวาดการ์ตูนที่มีผู้ติดตามมากถึง 1.7 ล้านคนทั่วโลก ร่วมสร้างสรรค์คอลเลคชั่นความอร่อยและความน่ารัก กับ Music to My Mouth: A symphony of Pan Dao นำเสนอคาแรคเตอร์ปานดาวในมุมมองใหม่ โดยได้แรงบันดาลใจจากท่วงทำนองแห่งความอบอุ่นของแสงดาว เนรมิตให้กลายเป็น “ปานดาว ไทยากรณ์” ซึ่งเป็นผู้ทำหน้าที่สอดประสานท่วงทำนองดนตรี จากเครื่องดนตรี 3 ประเภท เพื่อมอบความรัก ความหวัง และความอบอุ่นในหัวใจให้กับผู้ฟัง

เชฟเอ๋-อนุพงษ์ นวลฉวี และ ตั้ม ณฐกร อุลิตร

เชฟเอ๋-อนุพงษ์ นวลฉวี หัวหน้าพ่อครัวเพสทรี (Cluster Executive Pastry Chef) ของโรงแรมฯ ได้ต่อยอดความน่ารักของการ์ตูนคาแรคเตอร์ให้กลายเป็นเมนูขนมพิเศษขึ้นเป็นครั้งแรก ได้แก่ Choux Au Craquelin ขนมชูว์สไตล์ฝรั่งเศส ท็อปด้านบนด้วยมาการองลายน้องปานดาว มีให้เลือก 4 ลาย  4 รสชาติ คือ Blueberry Coconut, Passionfruit Mango, Matcha Yuzu และ Rose Lychee นอกจากนี้ ยังมี Pandao the Musician Croissant ครัวซองค์ chocolate melt ลายปานดาวบรรเลงเพลงสุดคิ้วท์ รวมถึงเครื่องดื่ม 2 เมนูชื่นใจให้เลือกได้แก่ Matcha Green Tea Latte และ Ice Chocolate ในราคาเริ่มต้น 150 บาท

นอกจากนี้ ศิลปินยังนำผลงานทั้งภาพวาดมาจัดแสดงให้ชม พร้อมดื่มด่ำกับขนมและเครื่องดื่ม ในบรรยากาศวิวแม่น้ำเจ้าพระยา นอกจากนี้ สายสะสมห้ามพลาด พบกับ Art Toy ปานดาวไวทยากรณ์ คอลเลคชั่นล่าสุดและสินค้า Limited Edition ให้เลือกช็อปมากมายอาทิ เสื้อยืด, กระเป๋าผ้า, พวงกุญแจ, สติ๊กเกอร์ ฯลฯ

ชมนิทรรศการศิลปะพร้อมเชคอินกับเมนูอร่อยและดีต่อใจ ได้ตั้งแต่วันนี้ถึง 31 กรกฎาคม 2568 ตั้งแต่เวลา 11:00-18:00 น. ณ Long Bar ชั้น 11 โรงแรมอวานี พลัส ริเวอร์ไซด์ กรุงเทพฯ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมโทร.0-2431-9100

ไขข้อข้องใจ ‘โรคกระดูกสันหลัง’ เกิดจากพันธุกรรม หรือพฤติกรรม?

ไขข้อข้องใจ ‘โรคกระดูกสันหลัง’ เกิดจากพันธุกรรม หรือพฤติกรรม?

ไขข้อข้องใจ ‘โรคกระดูกสันหลัง’ เกิดจากพันธุกรรม หรือพฤติกรรม?

วันอังคาร ที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ปวดหลังเรื้อรัง หมอนรองกระดูกเคลื่อน หรือภาวะกระดูกทับเส้นประสาท ล้วนเป็นปัญหาสุขภาพที่หลายคนเผชิญอยู่ในปัจจุบัน คำถามที่มักตามมาคือ โรคเหล่านี้เกิดจากพันธุกรรมในครอบครัว หรือ เป็นผลจากพฤติกรรมในชีวิตประจำวัน?

นพ.พร นริศชาติ แพทย์เฉพาะทางด้านกระดูกสันหลัง โรงพยาบาลเอส สไปน์

นพ.พร นริศชาติ แพทย์เฉพาะทางด้านกระดูกสันหลัง โรงพยาบาลเอส สไปน์ อธิบายว่า โรคกระดูกสันหลังบางประเภท เช่น กระดูกสันหลังคดตั้งแต่กำเนิด (Congenital Scoliosis), โรคกระดูกพรุนที่มีประวัติในครอบครัว, หรือ หมอนรองกระดูกเสื่อมเร็วกว่าปกติ อาจมีความเกี่ยวข้องกับพันธุกรรมได้  โดยเฉพาะในกรณีที่ตรวจพบยีนบางกลุ่มที่ส่งผลต่อการสร้างกระดูก

อย่างไรก็ตาม พันธุกรรมเพียงอย่างเดียวมักไม่ใช่ปัจจัยหลัก เพราะโรคเหล่านี้มักเกิดขึ้นเมื่อมี “พฤติกรรมเร่งเสื่อม” เข้ามาร่วม เช่น การนั่งทำงานนานโดยไม่เปลี่ยนอิริยาบถ การยกของหนักด้วยท่าทางผิด หรือการไม่ออกกำลังกาย แม้แต่ภาวะน้ำหนักตัวเกิน ก็เป็นตัวเร่งที่ทำให้กระดูกสันหลังเสื่อมได้เร็วขึ้นอย่างชัดเจน

จากประสบการณ์ของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญในโรงพยาบาลเอส สไปน์ พบว่า ผู้ป่วยส่วนใหญ่อาจจมีทั้ง 2 ปัจจัยร่วมกัน  เช่น คนที่มีประวัติครอบครัวปวดหลัง และทำงานที่ต้องนั่งนานหรือยกของหนัก ก็จะแสดงอาการได้เร็วกว่าคนทั่วไป

นพ.พร ยกตัวอย่างเคสของผู้ป่วย 3 พี่น้องจากต่างจังหวัด ที่เข้ารับการรักษาพร้อมกัน โดยมีอาการแตกต่างกัน ได้แก่ กระดูกสันหลังหักยุบ  หมอนรองกระดูกสันหลังปลิ้นกดทับเส้นประสาท และภาวะช่องไขสันหลังตีบแคบ แม้หลายคนอาจคาดว่าเป็นผลจากกรรมพันธุ์ แต่เมื่อวิเคราะห์อย่างละเอียดพบว่า ปัจจัยสำคัญ คือ พฤติกรรมการใช้งานหลังที่สะสมมาอย่างยาวนาน ประกอบกับอายุที่มากขึ้น จึงเป็นสาเหตุให้เกิดโรคขึ้นพร้อมกันได้

ทั้งนี้ พันธุกรรมอาจมีบทบาทในแง่ของ “ความไวต่อโรค” หรือ “ความเสี่ยงที่จะเป็นเร็วขึ้น” ตัวอย่างเช่น บางคนมีช่องไขสันหลังแคบโดยกำเนิด เมื่อเกิดการเสื่อมเพียงเล็กน้อยก็สามารถแสดงอาการได้ชัดเจนทันที  แม้เราจะไม่สามารถควบคุมพันธุกรรมได้ แต่ “พฤติกรรมในชีวิตประจำวัน” คือสิ่งที่ปรับเปลี่ยนได้ หากเริ่มต้นดูแลสุขภาพหลังอย่างเหมาะสมตั้งแต่วันนี้ ไม่ว่าจะเป็นการนั่งให้ถูกวิธี ออกกำลังกายเสริมกล้ามเนื้อแกนกลาง หรือ ควบคุมน้ำหนักให้เหมาะสม ก็สามารถลดความเสี่ยง และยืดอายุการใช้งานของกระดูกสันหลังได้อีกนาน

หากมีข้อสังสัยเกี่ยวกับอาการปวดหลังเรื้อรัง สมารถนัดหมายขอรับคำปรึกษาได้ที่ โรงพยาบาลเอส สไปน์  โทร. 02 034 0808

ไทยฮอนด้าสนับสนุน ‘Jazz ME to the Moon’ คอนเสิร์ตแจ๊สแนวใหม่

ไทยฮอนด้าสนับสนุน ‘Jazz ME to the Moon’ คอนเสิร์ตแจ๊สแนวใหม่

ไทยฮอนด้าสนับสนุน ‘Jazz ME to the Moon’ คอนเสิร์ตแจ๊สแนวใหม่

วันอังคาร ที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ไทยฮอนด้า ร่วมเป็นผู้สนับสนุนหลักในการจัดคอนเสิร์ต ‘Jazz ME to the Moon Concert’ ซึ่งจะจัดขึ้นในวันที่ 19 กรกฎาคม 2568 ณ One Bangkok Forum โดยงานนี้ถือเป็นการผสมผสานดนตรีแจ๊สแนวใหม่กับจินตนาการแห่งจักรวาล เพื่อมอบประสบการณ์สุดพิเศษให้กับผู้ชม ผ่านการแสดงจากศิลปินชื่อดัง ได้แก่ Violette Wautier, The TOYS, D Gerrard, The Parkinson และวง The Orchestra Jazz Band

นคร วิมลจิตรสอาด ผู้จัดการทั่วไป สายงานการสื่อสารการตลาด บริษัท ไทยฮอนด้า จำกัด ได้กล่าวว่า “การสนับสนุนคอนเสิร์ต ‘Jazz ME to the Moon’ ครั้งนี้ เป็นการเชื่อมโยงกลุ่มลูกค้าคนรุ่นใหม่ที่มีไลฟสไตล์สนใจในด้านดนตรี พร้อมชวนลูกค้าที่สนใจไปสัมผัสประสบการณ์ใหม่ โดยคอนเสิร์ตในครั้งนี้จะนำเสนอการผสมผสานดนตรีแจ๊ส ออร์เคสตรา และธีมอวกาศ ถ่ายทอดออกมาอย่างสร้างสรรค์ เพื่อจุดประกายความฝันและแรงบันดาลใจให้กับคนรุ่นใหม่ผ่านเสียงดนตรีที่ไร้ขอบเขต เป็นการเปิดประสบการณ์ทางดนตรีที่แปลกใหม่และเต็มไปด้วยจินตนาการ”

ผู้ที่สนใจสามารถซื้อบัตรเข้าชมคอนเสิร์ตได้แล้ววันนี้ที่ http://www.theconcert.com ราคาบัตรเริ่มต้นที่ 2,000 บาท และพิเศษสำหรับลูกค้าฮอนด้า เตรียมพบกับกิจกรรมสุดเอ็กซ์คลูซีฟเร็วๆ นี้ ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่  Facebook: fb.com/hondamotorcyclethailand  IG: www.instagram.com/hondamotorcyclethailand  Tiktok: www.tiktok.com/@hondamotorcycletha  Youtube: www.youtube.com/HondaMotorcycleTHA

ซีพี ตอกย้ำ “องค์กรแห่งความหลากหลาย” ให้โอกาสอย่างเท่าเทียม ยกระดับนโยบาย DEI และสิทธิมนุษยชน สู่การเติบโตอย่างยั่งยืน

ซีพี ตอกย้ำ “องค์กรแห่งความหลากหลาย” ให้โอกาสอย่างเท่าเทียม ยกระดับนโยบาย DEI และสิทธิมนุษยชน สู่การเติบโตอย่างยั่งยืน

ซีพี ตอกย้ำ “องค์กรแห่งความหลากหลาย” ให้โอกาสอย่างเท่าเทียม ยกระดับนโยบาย DEI และสิทธิมนุษยชน สู่การเติบโตอย่างยั่งยืน

วันอังคาร ที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

เครือเจริญโภคภัณฑ์ (CP Group) ตอกย้ำพันธกิจการเป็นองค์กรที่เคารพศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ และยึดมั่นในหลักสิทธิมนุษยชนสากล ผ่านเวที “CP Group Embrace the Diversity Stage โอบรับคุณค่าและความหลากหลายในตัวตน” ซึ่งจัดขึ้นในเดือนแห่งความหลากหลาย (Pride Month) โดยมีผู้บริหารระดับสูงและพนักงานในเครือร่วมแสดงพลังความแตกต่างอย่างภาคภูมิ  ประกาศจุดยืนชัดเจนในการขับเคลื่อนนโยบาย Diversity, Equity and Inclusion (DEI) และการดำเนินธุรกิจที่เคารพสิทธิมนุษยชนตามกรอบ UN Guiding Principles on Business and Human Rights (UNGPs) โดยยึดหลัก Human Rights Due Diligence (HRDD) เป็นกลไกในการประเมินความเสี่ยงและโอกาสในห่วงโซ่อุปทานทั้งองค์กร พร้อมเปิดเวที Ted Talk เพื่อรับฟังความเห็นพนักงานในมิติต่าง ๆ ทั้งด้านความหลากหลายทางเพศ เชื้อชาติ ศาสนา วัย และกลุ่มเปราะบาง เพราะเวทีที่จัดขึ้นนี้ไม่ใช่เพียงเวทีของการเฉลิมฉลอง แต่เป็นเครื่องยืนยันว่าซีพีได้นำ ‘นโยบายความหลากหลาย’ มาแปลงสู่การปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม ผ่านการออกแบบสวัสดิการ การปรับระบบการทำงาน และการสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่เปิดกว้างโอบรับทุกความแตกต่างอย่างเท่าเทียม จัดขึ้นเมื่อวันที่ 18 มิถุนายน 2568 ณ ทรู ดิจิทัล พาร์ค

พิมลรัตน์ รีพัฒนาวิจิตรกุล

พิมลรัตน์ รีพัฒนาวิจิตรกุล ประธานผู้บริหารทรัพยากรบุคคล บริษัท เครือเจริญโภคภัณฑ์ จำกัด และ บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า “เครือซีพี ตระหนักและให้ความสำคัญอย่างมากในเรื่องนโยบายความหลากหลาย ความเสมอภาคและการอยู่ร่วมกันตามหลักสิทธิมนุษยชน ซึ่งเป็นส่วนสำคัญในการ “สร้างวัฒนธรรมองค์กร” ที่เปิดกว้างและให้คุณค่ากับความหลากหลาย โดยเชื่อว่า ‘ความแตกต่างของบุคคล’ เป็นพลังสำคัญในการขับเคลื่อนความคิดสร้างสรรค์ นวัตกรรม และความสำเร็จขององค์กร พนักงานทุกเพศ ทุกวัย และทุกภูมิหลังได้รับโอกาสที่เท่าเทียมกัน เราจึงมุ่งหน้าสร้างสังคมแห่งความเท่าเทียม ผ่านสวัสดิการแห่งความเสมอภาค”

สองผู้บริหารเครือเจริญโภคภัณฑ์ และพนักงานตัวแทนความหลากหลายด้านต่างๆ ดร.ชยศมน ทรัพย์สุขบวร, นพอนันต์ พงศ์อิทธิเดช, Lawrence Smith, ปนัดดา ประสิทธิเมกุล และเอวารินทร์  อัศวินเชาวนนท์

“จากความเชื่อเรื่องความแตกต่างของบุคคลคือพลังสำคัญในการขับเคลื่อนองค์กร นำมาสู่การสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่ ‘เข้าใจ เห็นคุณค่า และให้โอกาส’ กับพนักงานทุกคนอย่างเท่าเทียม และนโยบายต้องมีผลเชิงปฏิบัติ ไม่ใช่แค่หลักการ ซีพีจึงมีสวัสดิการเพื่อความเท่าเทียมที่รองรับความหลากหลายของพนักงาน เช่น การลาและเบิกค่ารักษาพยาบาลกรณีผ่าตัดแปลงเพศ การลาสมรสและคลอดบุตรสำหรับคู่สมรสที่มีการจดทะเบียนตามกฎหมาย รวมถึงการให้วันหยุดตามศาสนาสำหรับพนักงานที่นับถือศาสนาใด ๆ การมีสิ่งเหล่านี้คือการ ‘สร้างพื้นที่ที่ปลอดภัย’ ให้พนักงานได้เป็นตัวเองอย่างเต็มศักยภาพ พร้อมทั้งจัดตั้งเครือข่ายพนักงาน LGBTQ+ เพื่อสร้างความเข้าใจระหว่างกลุ่มพนักงาน และผลักดันบทสนทนาเรื่องความหลากหลายให้ขยายสู่ทุกหน่วยธุรกิจ” ประธานผู้บริหารทรัพยากรบุคคล ซีพี กล่าวเพิ่มเติม

ดร.ธีระพล ถนอมศักดิ์ยุทธ 

ดร.ธีระพล ถนอมศักดิ์ยุทธ ประธานคณะผู้บริหารด้านความยั่งยืนองค์กร และการพัฒนากลยุทธ์ บริษัท เครือเจริญโภคภัณฑ์ จำกัด กล่าวว่า “องค์กรที่เติบโตได้ในโลกยุคใหม่ ต้องเปิดกว้าง เคารพสิทธิมนุษยชน และมีระบบที่สนับสนุนความแตกต่างอย่างแท้จริง ปัจจุบันซีพีดำเนินธุรกิจใน 21 ประเทศทั่วโลก มีพนักงานกว่า 450,000 คน ความหลากหลายจึงไม่ใช่แค่เรื่องเพศ แต่ยังมีทั้ง เชื้อชาติ ศาสนา ภาษา วัย และมุมมอง ซึ่งทั้งหมดนี้คือพลังขับเคลื่อนองค์กรยุคใหม่ เราจึงยึดมั่นในแนวทางสิทธิมนุษยชนสากล โดยเฉพาะ UN Guiding Principles on Business and Human Rights (UNGPs) และกำหนดให้ Human Rights Due Diligence (HRDD) เป็นแกนหลักของการบริหารจัดการตลอดห่วงโซ่อุปทาน โดยในปี 2568 ซีพีได้ยกระดับการดำเนินงานด้าน DEI ให้ชัดเจนยิ่งขึ้น ด้วยการบรรจุนโยบายนี้ไว้ในเป้าหมายการพัฒนาองค์กรสู่ปี 2030 และกำหนดกรอบการดำเนินงานตาม 3 เสาหลักของ UNGPs ได้แก่ Protect – Respect – Remedy เพื่อให้องค์กรไม่เพียงป้องกันการละเมิดสิทธิ แต่ยังเคารพศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์ในทุกมิติ”

“การเคารพในศักดิ์ศรีของมนุษย์ คือพื้นฐานของการเติบโตอย่างยั่งยืนทั้งในองค์กรและสังคม” ดร.ธีระพล กล่าวย้ำ

เอวารินทร์  อัศวินเชาวนนท์ จาก บมจ.ซีพี ออลล์ ตัวแทนความหลากหลายด้านเพศสภาพ

บนเวที “CP Group Embrace the Diversity Stage โอบรับคุณค่าและความหลากหลายในตัวตน” ที่ซีพีจัดขึ้นนี้ ได้เปิดกว้างรับฟังความเห็นจากพนักงาน โดยให้พนักงานได้แสดงมุมมองความเห็นและประสบการณ์ในรูปแบบ Ted Talk สะท้อนให้เห็นถึงพลังแห่งความหลากหลายที่ขับเคลื่อนองค์กร รวมถึงนโยบาย DEI และสิทธิมนุษยชนของซีพี

เริ่มจาก เอวารินทร์  อัศวินเชาวนนท์ เจ้าหน้าที่ PR & Event – จาก บมจ.ซีพี ออลล์ ตัวแทนความหลากหลายด้านเพศสภาพกล่าวว่า “ซีพีและซีพี ออลล์ เปิดให้พนักงานทุกคน ‘มีความเป็นตัวเอง’ ในแง่ของความคิดสร้างสรรค์ มุมมองทัศนคติ และสไตล์การทำงาน โดยเชื่อมั่นว่าความหลากหลายคือพลังสร้างสรรค์ ภายใต้แนวคิด “Harmony Culture”  อีกทั้งองค์กรยังสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่ทำให้รู้สึกว่า ‘มีที่ยืน’ และ ‘ปลอดภัย’ ในการทำงาน ทั้งด้านกายภาพ จิตใจ และสังคม ซึ่งเป็นหัวใจของ Well-being ในที่ทำงาน นอกจากนี้ องค์กรเลือกไม่ใช้คำนำหน้านามอย่าง ‘นาย’ หรือ ‘นางสาว’ ในระบบภายใน เช่น บัตรพนักงาน เป็นต้น ถือเป็นหนึ่งในแนวทางที่แสดงออกถึงความเคารพในอัตลักษณ์ของพนักงาน และสะท้อนให้เห็นถึงการยอมรับและให้เกียรติในความหลากหลายอย่างแท้จริง”

ปนัดดา ประสิทธิเมกุล จาก บมจ.เจริญโภคภัณฑ์อาหาร ตัวแทนความหลากหลายกลุ่มเปราะบาง

ปนัดดา ประสิทธิเมกุล เจ้าหน้าที่บริหารโครงการพิเศษ จาก บมจ.เจริญโภคภัณฑ์อาหาร ตัวแทนความหลากหลายกลุ่มเปราะบาง กล่าวว่า “องค์กรเปิดใจยอมรับความแตกต่าง โดยมองว่าความแตกต่างเป็นพลัง ซึ่งตนได้รับโอกาสเป็นผู้ประกาศข่าว และทำงานเพื่อสังคม แสดงให้เห็นว่าเราเป็นที่ยอมรับ และที่สำคัญคือการทำให้กลุ่มผู้พิการเห็นเราเป็นแรงบันดาลใจ และเข้าใจว่าสังคมยังมีพื้นที่ให้พวกเขา นอกจากนี้ การที่องค์กรมองเห็นศักยภาพ เปรียบเสมือนของขวัญอันล้ำค่า และทำให้ตระหนักถึงคุณค่าของการมีชีวิตอยู่ ทั้งยังเปิดโอกาสให้ทำโครงการสนับสนุนกลุ่มคนพิการ ซึ่งช่วยจุดประกายให้อีกหลายคน ‘ลุกขึ้นสู้’ และดำเนินชีวิตอย่างมีคุณค่าต่อไปได้”

นพอนันต์ พงศ์อิทธิเดช จากเครือเจริญโภคภัณฑ์ ตัวแทนความหลากหลายในด้านศาสนา

นพอนันต์ พงศ์อิทธิเดช Business Intelligence Center จากเครือเจริญโภคภัณฑ์ ตัวแทนความหลากหลายในด้านศาสนา กล่าวว่า “ตนนับถือศาสนาซิกข์ ซึ่งในประเทศไทยมีเพียง 0.1% ที่นับถือศาสนานี้ ก่อนที่จะมาทำงานที่ซีพี มีโอกาสได้ทำงานกับบริษัทต่างชาติมาหลายปี ด้วยการโตมากับความเชื่อที่ว่าถ้าเป็นคนอินเดีย ศาสนาซิกข์ ต้องทำงานกับบริษัทต่างชาติเท่านั้น ถึงจะมีโอกาสเติบโต จนกระทั่งได้มาสัมภาษณ์งานที่ซีพี นับเป็นจุดเปลี่ยนครั้งใหญ่ของชีวิต ผมได้รับการยอมรับจากเพื่อนร่วมงาน ได้รับโอกาสดี ๆ จากผู้บริหาร มีสวัสดิการวันหยุดตามวันสำคัญทางศาสนา แสดงถึงความเข้าใจและเคารพในพิธีกรรมของทุกศาสนา ย้ำถึงการเป็นองค์กรที่มีนโยบายด้าน DEI ที่ชัดเจน ทั้งยังเชื่อมั่นว่าศาสนา เพศสภาพ เชื้อชาติ ไม่ใช่อุปสรรค แต่เป็นพลังร่วม และมองพนักงานที่ ‘ศักยภาพ’ ไม่ใช่ ‘รูปลักษณ์ภายนอก’ เท่านั้น”

Lawrence Smith จากเครือเจริญโภคภัณฑ์ ตัวแทนความหลากหลายด้านเชื้อชาติ

ด้าน Lawrence Smith ที่ปรึกษาสำนักยุทธศาสตร์ข้อมูลและการสื่อสาร เครือเจริญโภคภัณฑ์ ตัวแทนความหลากหลายด้านเชื้อชาติ กล่าวว่า “เครือซีพีเป็นองค์กรที่เปิดกว้าง ไม่ว่าในระดับไหน สัมผัสได้ถึงพลังของทุกคนที่พร้อมขับเคลื่อนองค์กรไปข้างหน้า ทั้งนี้ รู้สึกภาคภูมิใจอย่างมากที่ได้เป็นส่วนหนึ่งขององค์กรที่เคารพในคุณค่าของแต่ละคน ทั้งยังให้ความสำคัญกับความยั่งยืน สิทธิมนุษยชน และการปฏิบัติต่อพนักงานอย่างมีจริยธรรม  ตลอดจนการประกาศนโยบาย DEI และมีแนวทางปฏิบัติที่เป็นรูปธรรม จนกลายเป็นวัฒนธรรมองค์กรที่เด่นชัด เชื่อมั่นว่า ซีพีเป็นพื้นที่ที่เปิดโอกาสและส่งเสริมความเสมอภาคให้กับทุกคนอย่างเท่าเทียม

ดร.ชยศมน ทรัพย์สุขบวร จาก บมจ. ซีพี แอ็กซ์ตร้า ตัวแทนความหลากหลายด้านอายุ

ขณะที่ ดร.ชยศมน ทรัพย์สุขบวร พนักงานในโครงการ 60 ยังแจ๋ว จาก บมจ. ซีพี แอ็กซ์ตร้า (โลตัส สาขาหลักสี่) ตัวแทนความหลากหลายด้านอายุ เปิดเผยว่า “ขอบคุณซีพี แอ็กซ์ตร้า ที่เล็งเห็นศักยภาพของผู้สูงวัย และเปิดโอกาสให้คนวัยเกษียณที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไปได้มาร่วมงานกับซีพี แอ็กซ์ตร้า เพราะปัจจุบันประเทศไทยเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ ซึ่งคนวัยนี้มีประสบการณ์และยังมีศักยภาพในการทำงาน ซึ่งองค์กรแห่งนี้ได้ปลดล็อกข้อจำกัดเรื่องวัยได้อย่างน่ายกย่อง เป็นเรื่องที่น่าชื่นชม และถือเป็นโอกาสอันแสนวิเศษที่ได้รับในครั้งนี้”

กฤษ-กรกวรรษ ศิลปี จากเวที AF และ The Voice 6 มาร่วมโชว์พลังเสียงแห่งความหลากหลายที่เท่าเทียม

รวมพลังความหลากหลายของชาว CP

การจัดกิจกรรม “CP Group Embrace the Diversity Stage โอบรับคุณค่าและความหลากหลายในตัวตน” ในครั้งนี้ไม่ใช่เพียงการแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ในเดือนแห่งความหลากหลาย แต่เป็นภาพสะท้อนของการลงมือปฏิบัติที่ต่อเนื่องและชัดเจนของเครือซีพี ในการสร้าง “องค์กรที่ทุกคนรู้สึกเป็นเจ้าของร่วมกัน” พร้อมเดินหน้าด้วยความเชื่อมั่นว่า ความหลากหลายไม่ใช่อุปสรรค แต่คือจุดเริ่มต้นของความคิดสร้างสรรค์ นวัตกรรม และความยั่งยืนในระยะยาวอย่างแท้จริง

คุณแหน: 24 มิถุนายน 2568

คุณแหน: 24 มิถุนายน 2568

คุณแหน: 24 มิถุนายน 2568

วันอังคาร ที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2568, 02.00 น.

..llจารึกไว้ในประวัติศาสตร์ ไม่เคยมีประธานาธิบดีสหรัฐฯ คนไหนถูกประณามจากบุคคลสำคัญๆ ด้วยถ้อยคำที่รุนแรงขนาดนี้ โดนัลด์ ทรัมป์ การที่เขาใช้กำลังพลและอาวุธทันสมัยของฝ่ายทหาร เข้าสยบกลุ่มผู้ประท้วงอเมริกันในมหานครต่างๆเพื่อต่อต้านนโยบาย “ดำเนินคดีกับผู้อพยพเข้าเมือง” อย่างรุนแรง เฉพาะในมหานครแอล.เอ. เขาใช้กำลังพลจาก “กองกำลังพิทักษ์มาตุภูมิ” พร้อมอาวุธครบมือด้วยจำนวนถึง 4,000 คนยังไม่สะใจสั่งเสริมด้วยกำลังทหารนาวิกโยธินสหรัฐฯ อีก 700 คน ผู้เชี่ยวชาญระบุว่าหน่วยนาวิกโยธิน สหรัฐ ฯมีสมรรถนะสูงมาก เทียบชั้นกับทหารศูนย์สงครามพิเศษของยุโรปได้เลย ส่วนอาวุธที่นำมาใช้ก็นำมาอย่างจัดเต็ม มีทั้งอาวุธทันสมัย, กระสุนจริง, กระสุนยาง, ระเบิดประกายไฟปราบจราจล, แก๊สน้ำตา ฯลฯ… พลตรี ศรชัย มนตริวัต ศิษย์เก่ารัฐแคลิฟอร์เนีย สะท้อนความรู้สึกส่วนรวมว่า สิ่งเหล่านี้ในสหรัฐฯ ถือเป็นปรากฏการณ์ใหม่นับจากเริ่มบริบท ปกติหากมีเหตุการณ์ความไม่สงบเป็นหน้าที่ของผู้ว่าการรัฐและนายกเทศมนตรี จะเป็นผู้ประเมินสถานการณ์และสั่งการใช้กำลังของการปกครองท้องถิ่นเข้าควบคุม ส่วนกำลังทหารของรัฐบาลกลางจะเข้ามาปฏิบัติการได้ต่อเมื่อผู้ว่าการรัฐร้องขอและ/หรือให้ความเห็นชอบเท่านั้นภายใต้กฎหมายและข้อตกลงในยุคปัจจุบัน…

..llแม้แต่สุภาษิตโบราณจีน-ฝรั่ง-ไทย ยังต้องส่งเสียงประสานว่า “NOTHING GOOD LASTS FOREVER” เช่นเดียวกับปรากฏการณ์ความสำเร็จทางธุรกิจของกลุ่มธุรกิจดิวตี้ฟรี KING POWER ช่วงระยะเวลาผ่านไปไม่ถึง 20 ปีจากนักธุรกิจโนเนม วิชัย ศรีวัฒนประภา ก้าวขึ้นเป็นระดับเจ้าสัวบริหารธุรกิจใหญ่พื้นฐานแตกต่างกันในรูปแบบ “กลุ่มบริษัท” ในยุคแรกที่เกาะฮ่องกง เจ้าสัวได้มีโอกาสทำความรู้จักท่านกงสุลใหญ่ไทยในฮ่องกง ธวัชชัย ทวีศรี ซึ่งเป็นบุคคลกว้างขวางมีคอนเน็คชั่นส์กับข้าราชการและนักธุรกิจชั้นนำชาวจีน ท่านกงสุลใหญ่ยังได้แนะนำให้เจ้าสัวได้รู้จักกับไทคูนจีนเจ้าของ FRANCHISE DUTY FREE ในหมู่เกาะฮ่องกง นับจากนั้นความสำเร็จของเจ้าสัวผ่านธุรกิจดิวตี้ฟรี “KING POWER” ก็ก้าวกระโดดกลายเป็นตำนานความสำเร็จที่ทุกคนทราบดี และเป็นอัธยาศัยดีของ เจ้าสัววิชัย ในเรื่องไม่ลืมคุณต่อมาได้แต่งตั้ง อดีตท่านทูต ธวัชชัย เป็นประธานกิตติมศักดิ์ขององค์กรยาวนานจนวาระสุดท้าย…

..llประธานมูลนิธิอรุณ สรเทศน์ วีระวัฒน์ ชลายน เชิญกรรมการประชุมแสดงความยินดีกับ. ศ.ดร.สุพจน์ เตชวรสินสกุล โอกาสที่ได้รับรางวัลวิศวจุฬาดีเด่น และ รศ.ดร.ณรงค์ อยู่ถนอม ได้รับรางวัลวิศวจุฬากิตติคุณอาวุโสดีเด่น ครั้งที่ 10 (2568)และรับรองรายจ่ายสถาบันคาร์บอน และโครงการNet Zero CEO รุ่นที่2 ร่วมกับ ธนาคารกสิกรไทย ในวันที่ 4 ก.ค.10.30 น. ณ ห้องสวนรวมใจ 2 ชั้น 1 อาคาร 3 คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาฯ…

..llงานฉลองสมรสของ พญ. ปุญชรัสมิ์ วีระสืบพงศ์ กับ นพ. กรพงษ์ วันทนาศิริ จัดค่ำวันที่ 6 ก.ค.นี้ ที่ห้องแกรนด์บอลลูม รร.โฟร์ซีซั่น…มารดาเจ้าสาว ชนาทิพย์ วีระสืบพงศ์ ฝากเชิญเพื่อนที่เคยร่วมอบรม พีอาร์ 44 มาร่วมงานนี้ด้วย…-0- งานประกาศรางวัลโทรทัศน์ทองคำครั้งที่ 39 ดร.ณฤดี เคียงศิริ และ พยงค์ คชาลัย กำหนดวันที่ 28 มิ.ย.13.30 น.ณ หอประชุมเล็กศูนย์วัฒนธรรม ฯ ทางบ้านชมได้ทางทีวีช่อง 36 เวลา 22.00 น…-0- ขอแสดงความเสียใจกับ อ.ปิยนัยน์ -อ.พรรณนิภา วัชราภรณ์ ในการจากไปของ คุณแม่นิยม วัชราภรณ์ อดีต ผอ. รร.วัดวิมุตยาราม กทม. พิธีสวดพระอภิธรรม จัด ณ ศาลา 1 วัดนิมมานรดี วันที่ 21-27 มิ.ย.18.00 น. และพระราชทานเพลิงศพ วันที่ 28 มิ.ย.16.00 น.…ขอเชิญ ผู้เคารพนับถือร่วมไว้อาลัยโดยพร้อมเพรียงกัน…

..llกำหนดฌาปนกิจศพ คุณแม่มาลัย วงศ์สมบุญ มารดา พ.ต.กมล วงศ์สมบุญ วันที่ 25 มิ.ย.14.00 น. ณ เมรุ 1 วัดพระศรีมหาธาตุ บางเขน !!…

บารอนเนส

เวียตเจ็ทไทยแลนด์ ร่วมมือ Bluebox เปิดตัวระบบความบันเทิงดิจิทัลเหนือระดับบนเครื่องบินครั้งแรก

เวียตเจ็ทไทยแลนด์ ร่วมมือ Bluebox เปิดตัวระบบความบันเทิงดิจิทัลเหนือระดับบนเครื่องบินครั้งแรก

เวียตเจ็ทไทยแลนด์ ร่วมมือ Bluebox เปิดตัวระบบความบันเทิงดิจิทัลเหนือระดับบนเครื่องบินครั้งแรก

วันจันทร์ ที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2568, 16.25 น.

เวียตเจ็ทไทยแลนด์ ร่วมกับ บลูบ็อกซ์ เอวิเอชั่น ซิสเต็มส์ (Bluebox Aviation Systems) เปิดตัวระบบความบันเทิงบนเครื่องบิน (In-Flight Entertainment: IFE) รูปแบบใหม่เป็นครั้งแรก โดยใช้แพลตฟอร์มดิจิทัล Blueview เพื่อยกระดับประสบการณ์การเดินทางของผู้โดยสาร ระบบใหม่นี้จะเริ่มให้บริการบนเที่ยวบินของเวียตเจ็ทไทยแลนด์ในเร็ว ๆ นี้ พร้อมรองรับแผนการเติบโตและการขยายฝูงบินของสายการบินฯ ในอนาคต

ผู้โดยสารสามารถเพลิดเพลินกับภาพยนตร์ฮอลลีวูดฟอร์มยักษ์ ภาพยนต์เอเชีย ภาพยนตร์ไทย และความบันเทิงหลากหลายประเภทได้อย่างครอบคลุม ซึ่งถือเป็นบริการที่ไม่พบเจอได้ทั่วไปในสายการบินต้นทุนต่ำของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ทำให้เวียตเจ็ทไทยแลนด์มีความโดดเด่นเหนือคู่แข่ง พร้อมก้าวขึ้นเป็นผู้นำด้านประสบการณ์ดิจิทัลเหนือระดับในตลาดที่มีการแข่งขันสูง

อินเทอร์เฟซของระบบ IFE ได้รับการออกแบบร่วมกับ Bright Sky Media พันธมิตรด้านสื่อโฆษณา สะท้อนเอกลักษณ์ของแบรนด์เวียตเจ็ทไทยแลนด์อย่างชัดเจน พร้อมมอบประสบการณ์ดิจิทัลที่ลื่นไหลและโดดเด่นด้วยดีไซน์ที่สะดุดตา

นายปิ่นยศ พิบูลสงคราม รองประธานฝ่ายการพาณิชย์และลูกค้าสัมพันธ์ เวียตเจ็ทไทยแลนด์ กล่าวว่า ““เวียตเจ็ทไทยแลนด์มุ่งมั่นยกระดับบริการแก่ผู้โดยสารอย่างต่อเนื่อง ภายใต้แนวคิดสายการบินต้นทุนต่ำที่ให้บริการเหนือความคาดหมาย ความร่วมมือกับ Bluebox ช่วยยกระดับประสบการณ์บนเครื่องบิน ทั้งในด้านความบันเทิงและความสะดวกในการใช้งาน ขณะเดียวกัน การร่วมมือกับ Bright Sky ยังเปิดโอกาสใหม่ในการทำโฆษณาดิจิทัลที่สามารถเจาะกลุ่มเป้าหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพ””

นาย Kevin Clark ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บลูบ็อกซ์ เอวิเอชั่น ซิสเต็มส์ กล่าวว่า “เรารู้สึกยินดีอย่างยิ่งที่ได้ร่วมเป็นพันธมิตรกับเวียตเจ็ทไทยแลนด์ในการเปิดตัวระบบใหม่นี้ ทีมของเรามีวิสัยทัศน์ชัดเจนในการยกระดับประสบการณ์ดิจิทัลบนเครื่องบิน และเราภูมิใจที่แพลตฟอร์ม Blueview ได้กลายเป็นส่วนสำคัญของวิสัยทัศน์ดังกล่าว ด้วยความยืดหยุ่นของระบบที่พร้อมรองรับการเติบโตในอนาคต จึงสามารถตอบสนองความต้องการของผู้โดยสารที่เพิ่มขึ้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ”

การเลือกใช้ระบบพกพาของ Bluebox สะท้อนวิสัยทัศน์อันชาญฉลาดของเวียตเจ็ทไทยแลนด์ในการให้บริการความบันเทิงบนเครื่องบินที่ทั้งคุ้มค่า ลดความซับซ้อนของระบบเดิม และสามารถมอบเนื้อหาคุณภาพสูงส่งตรงสู่หน้าจออุปกรณ์ส่วนตัวของผู้โดยสารได้อย่างสะดวกและรวดเร็ว

ความร่วมมือครั้งนี้ถือเป็นอีกหนึ่งหมุดหมายสำคัญของ Bluebox ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และสะท้อนให้เห็นว่าสายการบินต้นทุนต่ำก็สามารถมอบประสบการณ์ดิจิทัลระดับพรีเมียมได้ โดยไม่กระทบต่อประสิทธิภาพในการดำเนินงาน

ผู้โดยสารเตรียมสัมผัสประสบการณ์ใหม่บนเที่ยวบินเวียตเจ็ทไทยแลนด์ ไม่ว่าจะเดินทางใกล้หรือไกล เพื่อธุรกิจหรือท่องเที่ยว กับบริการความบันเทิงบนเครื่องบินที่ครบครัน ทั้งภาพยนตร์ รายการทีวี เพลง และคอนเทนต์แบบอินเทอร์แอคทีฟ มีกำหนดเริ่มให้บริการในไตรมาส 3 ปี 2568

เตรียมสำรองเที่ยวบินครั้งถัดไปเพื่อเป็นหนึ่งในผู้โดยสารกลุ่มแรกที่ได้สัมผัสประสบการณ์ความบันเทิงเหนือระดับรูปแบบใหม่บนเครื่องบินของเวียตเจ็ทไทยแลนด์ จองเลยวันนี้ ที่ http://www.vietjetair.com