‘สวรรค์ของนักปั่นจักรยาน’ การท่องเที่ยวไต้หวันชวนปั่นจักรยานตามรอยหนังของเจย์ โจว

'สวรรค์ของนักปั่นจักรยาน' การท่องเที่ยวไต้หวันชวนปั่นจักรยานตามรอยหนังของเจย์ โจว

‘สวรรค์ของนักปั่นจักรยาน’ การท่องเที่ยวไต้หวันชวนปั่นจักรยานตามรอยหนังของเจย์ โจว

วันจันทร์ ที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2568, 16.22 น.

ไต้หวันได้รับการยกย่องในระดับนานาชาติว่าเป็น “สวรรค์ของนักปั่นจักรยาน” มีสภาพแวดล้อมที่เหมาะแก่การปั่นจักรยานตลอดทั้งปี พร้อมด้วยโครงสร้างพื้นฐานที่ครบครันและเป็นมิตรต่อผู้ขี่จักรยาน โดยองค์การสหประชาชาติได้กำหนดให้วันที่ 3 มิถุนายนของทุกปีเป็น “วันจักรยานโลก” (World Bicycle Day) ซึ่งไต้หวันได้เข้าร่วมกิจกรรมระดับโลกนี้อย่างกระตือรือร้นมาตั้งแต่ปี 2019 โดยมีการจัดงานหมุนเวียนไปยังเมืองต่างๆ ทั่วไต้หวันทุกปี พร้อมทั้งวางแผนเส้นทางปั่นจักรยานหลากหลายรูปแบบ ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการส่งเสริมวิถีชีวิตที่ดีต่อสุขภาพ เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และความยั่งยืน นอกจากนี้ จักรยานในไต้หวันไม่ได้เป็นเพียงแค่พาหนะสำหรับการเดินทางหรือระบบขนส่งสาธารณะเท่านั้น แต่ยังกลายเป็นทางเลือกใหม่สำหรับการท่องเที่ยวอีกด้วย อย่างไรก็ตาม เสน่ห์ของการท่องเที่ยวด้วยจักรยานในไต้หวันไม่ได้จำกัดอยู่แค่ช่วงเวลาใดเวลาหนึ่งหรือวันพิเศษ เพราะนักท่องเที่ยวสามารถเพลิดเพลินกับการปั่นจักรยานได้ตลอดทั้งปี ด้วยสภาพแวดล้อมที่เป็นมิตรและพร้อมต้อนรับนักปั่นจากทั่วโลกเสมอ

สภาพแวดล้อมที่เป็นมิตรต่อการท่องเที่ยวด้วยแนวคิด “สองล้อสองราง”

ไต้หวันมีเส้นทางจักรยานครอบคลุมทั่วทั้งเกาะ ตั้งแต่ในเมืองไปจนถึงชนบท จากชายฝั่งทะเลไปถึงพื้นที่ภูเขา รองรับภูมิประเทศและทัศนียภาพที่หลากหลาย ในเมืองหลักและแหล่งท่องเที่ยวสำคัญมีร้านให้เช่าจักรยานหลากหลายประเภทคอยให้บริการ นอกจากนี้ยังมีจักรยานสาธารณะอย่าง YouBike และ MOOVO ที่ให้บริการกระจายอยู่ทั่วเมืองใหญ่ เช่น ไทเป ไทจง และเกาสง นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติสามารถใช้บัตรเครดิตหรือบัตร EasyCard เช่าได้อย่างสะดวกสบาย 
 
สำหรับนักท่องเที่ยวที่วางแผนเดินทางแบบเจาะลึกหรือผู้ที่ชื่นชอบการปั่นจักรยาน ไต้หวันก็มีระบบขนส่งที่รองรับอย่างรอบด้านและใส่ใจในทุกรายละเอียด นอกจากบริการขนส่งจักรยานทั่วไปแล้ว ไต้หวันยังได้พัฒนาแนวคิดการท่องเที่ยวที่เป็นเอกลักษณ์อย่าง “สองล้อสองราง” ซึ่งเป็นการผสมผสานระหว่าง “รถไฟ” กับ “จักรยาน” หรือที่ชาวไต้หวันเรียกจักรยานด้วยชื่อเล่นว่า “ม้าเหล็ก” (鐵馬) เนื่องจากทำจากเหล็กและเปรียบเหมือนม้าที่ไม่มีเครื่องยนต์

การรถไฟไต้หวัน (TRA) ได้จัดเตรียมตู้โดยสารพิเศษของขบวน Chu-kuang Express ให้ผู้ขี่จักรยานและจักรยานได้เดินทางไปด้วยกัน ซึ่งถือเป็นการเปิดตัวแนวคิด “สองล้อสองราง” ที่ผสานการเดินทางด้วยจักรยานและรถไฟให้เข้ากันได้อย่างลงตัว ทำให้นักท่องเที่ยวสามารถปั่นจักรยานได้รอบเกาะหรือเดินทางไปยังแหล่งท่องเที่ยว unseen ทั่วไต้หวันได้อย่างง่ายดาย สำหรับนักท่องเที่ยวชาวไทย นี่คือประสบการณ์ท่องเที่ยวที่ไม่เหมือนใคร คุณสามารถนำจักรยานขึ้นรถไฟ แล้วลงที่เมืองต่าง ๆ เพื่อปั่นชมสถานที่ท่องเที่ยวท้องถิ่น และเดินทางต่อไปยังจุดหมายถัดไปด้วยรถไฟ เป็นการเดินทางที่ทั้งเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม สะดวกสบาย และสอดคล้องกับแนวคิดลดการปล่อยคาร์บอนและการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนอีกด้วย

เส้นทางการปั่นจักรยานแนะนำ

ตามรอยหนัง: เส้นทางจักรยานซวงวาน (Shuangwan Bikeway) ภาคเหนือ 

เส้นทางจักรยานซวงวานที่มีระยะทางยาว 8 กิโลเมตร เป็นสถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์เรื่อง “รักเรา กัลปาวสาน” (Secret) ของเจย์ โจว ซึ่งเป็นเส้นทางจักรยานที่เรียบและปั่นง่าย โดยเริ่มจากหาดเชียนสุ่ยวาน (Qianshuiwan Beach) ไปยังหาดไป๋ซาวาน (Baishawan Beach) ตลอดทางจะได้ชมทิวทัศน์ชายฝั่งทางเหนือของไต้หวันอันงดงาม เส้นทางนี้ถือเป็นจุดเช็กอินยอดนิยมของคู่รัก และเป็นเส้นทางที่นักท่องเที่ยวชาวไทยไม่ควรพลาด

เส้นทางจักรยานที่สวยที่สุด: เส้นทางจักรยานทะเลสาบสุริยันจันทรา (Sun Moon Lake Bikeway) ภาคกลาง 

เส้นทางจักรยานแสนงดงามที่มีระยะทางยาวประมาณ 30 กิโลเมตรนี้ เคยได้รับเลือกจาก CNN ของสหรัฐฯ ให้เป็น 1 ใน 10 เส้นทางจักรยานที่สวยที่สุดในโลก โดยเส้นทางจะเริ่มต้นจากศูนย์บริการนักท่องเที่ยวเซี่ยงซาน (Xiangshang Visitor Center) ตามเข็มนาฬิกาไปรอบทะเลสาบ ทั้งนี้ เส้นทางนี้มีทางขึ้นเนินชันหลายช่วง จึงแนะนำให้นักท่องเที่ยวประเมินสมรรถภาพร่างกายของตนเองก่อนเดินทางเพื่อความปลอดภัย 

สัมผัสบรรยากาศเงียบสงบที่แสนงดงามของเมืองท่า: เส้นทางจักรยานริมแม่น้ำอ้ายเหอ (Love River Bikeway) ภาคใต้

เส้นทางจักรยานริมแม่น้ำอ้ายเหอในเมืองเกาสง เริ่มต้นจากทางเหนือที่ทะเลสาบดอกบัว หรือทะเลสาบเหลียนฉือถัน (Lotus Lake) ไปทางใต้ และสิ้นสุดที่ท่าเรือเจินอ้ายบนฝั่งขวาของแม่น้ำอ้ายเหอ รวมระยะทาง 24.5 กิโลเมตร ถือเป็นเส้นทางจักรยานที่ทอดผ่านพื้นที่สำคัญของเมืองเกาสง โดยจะผ่านพิพิธภัณฑ์ชาวจีนแคะ (Kaohsiung Hakka Cultural Museum) หอคอยแห่งแส่งสว่าง (Tower of Light) และโรงเผาอิฐจงตู (Former Tangrong Brick Kiln) บอกเลยว่าสถานที่ทางประวัติศาสตร์ที่น่าสนใจเหล่านี้ช่วยเพิ่มเสน่ห์ให้กับเส้นทางจักรยานแม่น้ำอ้ายเหอนี้อย่างสมบูรณ์
การผสมผสานอย่างลงตัวระหว่างรถไฟและจักรยาน: การท่องเที่ยวในภาคตะวันออกด้วย “สองล้อสองราง”

หากคุณต้องการสัมผัสทัศนียภาพทางธรรมชาติของไต้หวันแบบลึกซึ้ง ขอแนะนำเส้นทาง “ทริปสองวันสองล้อสองรางทางภาคตะวันออก” ซึ่งผสมผสานการเดินทางด้วยรถไฟและจักรยานอย่างลงตัว พร้อมสัมผัสกับทิวทัศน์ชนบทอย่างโรงงานน้ำตาลเก่า และความยิ่งใหญ่ของหุบเขาฮวาเหลียน-ไถตง อันงดงามตระการตา 

เส้นทางวันที่ 1:สถานีรถไฟกวงฟู่ (Guangfu Railway Station) → โรงงานน้ำตาลกวงฟู่ (Guangfu Sugar Factory) → สวนป่าต้าหนงต้าฝู (Danongdafu Forest Park) → เมืองรุ่ยซุ่ย (Ruisui Township) → ถนนสาย  193 (Route 193) → ค้างคืนในเมืองอวี้หลี่ (Yuli Township)

เส้นทางวันที่ 2:เมืองอวี้หลี่ (Yuli Township) → สถานีรถไฟตงหลี่ (Dongli Railway Station) → เมืองฉือซั่ง (Chishang Township)(พักผ่อน) → บราวน์บูเลอวาร์ด (Brown Boulevard) → ทะเลสาบต้าโพ (Dapo Pond) → สถานีรถไฟฉือซั่ง (Chishang Railway Station) → เดินทางกลับ
วัฒนธรรมจักรยานของไต้หวันไม่ใช่แค่พาหนะในการเดินทางเท่านั้น แต่ยังเป็นวิถีชีวิตและปรัชญาการท่องเที่ยวที่ลึกซึ้ง ด้วยแนวคิด “ปั่นช้า ๆ สนุกเต็มที่” คุณจะได้สัมผัสธรรมชาติและวัฒนธรรมของไต้หวันอย่างลึกซึ้ง ผ่านการสำรวจเกาะงดงามนี้อย่างใกล้ชิด

สำหรับนักท่องเที่ยวชาวไทย ไม่ว่าจะอยากสัมผัสบรรยากาศสุดโรแมนติกเหมือนในหนัง หรือนั่งรถไฟและปั่นจักรยานผ่านทิวทัศน์ที่สวยงามของภาคตะวันออก ไต้หวันก็มีตัวเลือกการท่องเที่ยวด้วยจักรยานหลากหลายรูปแบบที่จะสร้างความประทับใจไม่รู้ลืม  

ไต้หวัน…เกาะสวรรค์ที่เป็นมิตรกับจักรยาน พร้อมต้อนรับคุณทุกฤดูกาล!

ขอบคุณภาพจาก: นัดตะพัด ThunderMan

‘รถเมล์-คะนึงนิจ’ ร่วมฉลองสาขาใหม่ ‘Uranus Clinic Grand Opening Central Pinklao’

'รถเมล์-คะนึงนิจ' ร่วมฉลองสาขาใหม่ 'Uranus Clinic Grand Opening Central Pinklao'

‘รถเมล์-คะนึงนิจ’ ร่วมฉลองสาขาใหม่ ‘Uranus Clinic Grand Opening Central Pinklao’

วันจันทร์ ที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2568, 15.33 น.

เป็นอีกหนึ่งนักแสดงที่ความสวยไม่เคยลดลงเลยสำหรับสาว “รถเมล์-คะนึงนิจ จักรสมิทธานนท์” การันตีความงามด้วย พรีเซ็นเตอร์ที่อยู่คู่กับแบรนด์ Uranus Clinic  มากกว่า 5ปี เรียกได้ว่าสวยสมวิสัยทัศน์แบรนด์ในฐานะแบรนด์ความงามที่หนึ่งในใจ ภายใต้แนวคิด Unlock Your Beauty Boundaries” ที่ล่าสุดมาร่วมงานเปิดตัวสาขาใหม่ GRAND OPENING URANUS Clinic สาขาเซ็นทรัลปิ่นเกล้า เมื่อวันที่ 22 มิถุนายน ที่ผ่านมา  พร้อมด้วยนักแสดงนายแบบหนุ่มออร่าพุ่ง อาทิ กระทิง ขุนณรงค์, เกรท-สพล, ลุค อิชิคาว่า และ ป่าน-คมกฤษณ์  ที่มาร่วมพูดคุยพร้อมร่วมกิจกรรมสุดเอ็กซ์คลูซีฟมากมาย  

Uranus Clinic โดย คุณฤชาภร คร้ามบุญลือ Chief Operating Officer ผู้บริหารยูเรนัส คลินิก เดินหน้าเปิดสาขาใหม่อย่างต่อเนื่องเพื่อตอกย้ำวิสัยทัศน์แบรนด์ในฐานะแบรนด์ความงามที่หนึ่งในใจ ภายใต้แนวคิด “Unlock Your Beauty Boundaries” เพราะเราเชื่อว่า ความงามของแต่ละคนไม่ใช่กรอบตายตัว แต่คือเรื่องเฉพาะตัวที่คู่ควรกับการดูแลอย่างมืออาชีพ ทุกบริการของเรา ถูกออกแบบมาเพื่อปลดล็อกศักยภาพความงามจากภายในสู่ภายนอก ให้ทุกคนได้เปล่งประกายความมั่นใจในแบบที่เป็นตัวเองที่สุด เนรมิตให้ทุกคนเปล่งประกายและดูดีให้สวยใสแบบเป็นธรรมชาติ อีกทั้งยังมีบริการให้เลือกหลากหลาย และยังคงคุณภาพและมาตรฐานการดูแลความงามไว้ครบถ้วน ตลอดระยะเวลายาวนานกว่า 5ปี และยังคงเดินหน้าพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เพื่อคัดสรรทั้งเทคโนโลยีความงามมอบให้กับลูกค้าได้เข้าถึงบริการอย่างทั่วถึง ซึ่งปัจจุบันเปิดให้บริการหลายสาขาทั่วภูมิภาคของประเทศไทย ล่าสุดกับการเปิดตัวสาขาใหม่พร้อมจัดงาน GRAND OPENING URANUS Clinic สาขาเซ็นทรัลปิ่นเกล้า ที่มาพร้อมการบริการความงามครบทุกด้านพร้อมให้ทุกคนได้ไปสัมผัส

โดยพรีเซ็นเตอร์ที่อยู่คู่กับแบรนด์มายาวนานกว่า 5ปี อย่าง รถเมล์-คะนึงนิจ ได้ร่วมแสดงความยินดีพร้อมสร้างความเชื่อมั่นเชิญให้ได้สัมผัสกับประสบการณ์ความงามเหนือระดับว่า “ก่อนอื่นรถเมล์ต้องขอแสดงความยินดีกับURANUS Clinicที่เติบโตอีกก้าว กับการเปิดตัวสาขาใหม่สาขาเซ็นทรัลปิ่นเกล้า รถเมล์เองร่วมเดินทางในฐานะพรีเซ็นเตอร์มากว่า 5 ปี นั่นพิสูจน์ได้ว่าแบรนด์สร้างความเชื่อมั่นให้กับตัวรถเมล์เป็นอย่างมาก ที่สำคัญยูเรนัส คลินิกเติบโตอย่างต่อเนื่องขยายสาขาให้บริการความงามมากกว่า26 สาขา ล่าสุดกับสาขาเซ็นทรัลปิ่นเกล้าในวันนี้ ยิ่งแสดงให้เห็นว่าเป็นแบรนด์ความงามที่หนึ่งในใจลูกค้าจริง ๆ เพราะทุกนวัตกรรมความงามเป็นโปรแกรมเฉพาะบุคคลที่ออกแบบมาเพื่อลูกค้าโดยเฉพาะ และบริการในสไตล์ Private Luxury ที่ให้คุณได้สัมผัสการดูแลอย่างเป็นส่วนตัวให้คุณสวยครบทุกมิติ และเป็นคุณในเวอร์ชันที่ดีที่สุด ทุกคนสามารถไปเปิดประสบการณ์ความงามในแบบฉบับ “ยูเรนัส คลินิก” กันได้แล้วทุกสาขาทั่วประเทศ และขอฝากสาขาใหม่ป้ายแดง สาขาเซ็นทรัลปิ่นเกล้า (ชั้น GF) ด้วยนะคะ” ติดตามรายละเอียดการให้บริการเพิ่มเติมได้ที่ Official Fanpage https://www.facebook.com/uranusclinic.th/ 

อวานี พลัส แฟเรส มัลดีฟส์ จัดงาน PADI AWARE Week 2025 ฉลองการอนุรักษ์ท้องทะเลอย่างยิ่งใหญ่

อวานี พลัส แฟเรส มัลดีฟส์ จัดงาน PADI AWARE Week 2025  ฉลองการอนุรักษ์ท้องทะเลอย่างยิ่งใหญ่

อวานี พลัส แฟเรส มัลดีฟส์ จัดงาน PADI AWARE Week 2025 ฉลองการอนุรักษ์ท้องทะเลอย่างยิ่งใหญ่

วันจันทร์ ที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2568, 14.21 น.

อวานี พลัส แฟเรส มัลดีฟส์ (Avani+ Fares Maldives) เจ้าของรางวัล Best Dive Resort 2024 โดย Travel Trade Maldives เตรียมฉลองการอนุรักษ์ท้องทะเลอย่างยิ่งใหญ่ ร่วมกับสมาคมผู้สอนดำน้ำมืออาชีพ (PADI) จัดงาน PADI AWARE Week ครั้งที่ 8 ในวันที่ 12 – 21 กันยายน 2568 นี้ ซึ่งภายในงานจะรวมตัวนักอนุรักษ์ทางทะเลทั่วโลก มาร่วมกิจกรรมอนุรักษ์มากมายท่ามกลางความงดงามของบาอะทอลล์ (Baa Atoll) หนึ่งในขุมทรัพย์แห่งมหาสมุทรอินเดียที่อุดมไปด้วยสิ่งมีชีวิตทางทะเล โดยแขกของรีสอร์ทที่เข้าพักในระหว่างช่วงเวลานี้ สามารถเข้าร่วมกิจกรรมของ PADI AWARE Week ได้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย ตั้งแต่ดำน้ำกับฝูงกระเบนราหู เรียนรู้เทคนิคฟรีไดฟ์ ตลอดจนการเรียนรู้เพื่อปกป้องท้องทะเลและสิ่งมีชีวิตใต้น้ำ

เพื่อเป็นการฉลองวัน “World Manta Day” ในวันที่ 17 กันยายน ทางรีสอร์ทจะจัดหลักสูตรพิเศษ PADI Manta Ray Awareness Specialty Course ที่มุ่งเน้นให้ความรู้เชิงลึกเกี่ยวกับกระเบนราหู หรือ manta ray ทั้งการจำแนกชนิดของกระเบนราหู ลักษณะทางสรีรวิทยา การให้อาหาร และการทำความสะอาด ก่อนจะพาผู้เข้าร่วมกิจกรรมไปดำน้ำตื้นที่ อ่าวฮานิฟารู (Hanifaru Bay) เขตสงวนชีวมณฑลของยูเนสโก (UNESCO) ซึ่งเป็นหนึ่งในจุดรวมตัวตามฤดูกาลของแมนต้าเรย์ที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก เพื่อดำน้ำร่วมกับฝูงปลากระเบนราหูอย่างน่าประทับใจ

ซึ่งตลอดทั้งสัปดาห์ยังมีหลักสูตรพิเศษของ PADI อื่น ๆ อาทิ Dive Against Debris® สอนวิธีเก็บขยะใต้น้ำอย่างปลอดภัย พร้อมส่งข้อมูลเข้าสู่ฐานข้อมูลการอนุรักษ์ระดับโลกอย่าง PADI AWARE อีกทั้งแขกผู้เข้าพักยังสามารถเข้าร่วมกิจกรรมดำน้ำตื้นและดำน้ำลึกได้ทุกวัน ตามจุดปะการังอันอุดมสมบูรณ์และแหล่งดำน้ำที่ได้รับการคุ้มครองของมัลดีฟส์

สำหรับผู้ที่อยากท้าทายตัวเอง ทางรีสอร์ทยังมีกิจกรรมพิเศษร่วมกับ ฮันลี่ พรินส์ลู (Hanli Prinsloo) นักฟรีไดฟ์วิงผู้สร้างสถิติด้านการฟรีไดฟ์มากว่า 11 ครั้ง ที่จะมาเปิดสอนการฝึกฟรีไดฟ์และการฝึกหายใจ (freediving and breathwork) ท่ามกลางบรรยากาศแห่งท้องทะเลอันสวยงาม

“ฉันรู้สึกดีใจเป็นอย่างมากที่ได้กลับมาที่บาอะทอลล์อีกครั้ง เพื่อมอบประสบการณ์ฟรีไดฟ์วิงและการฝึกหายใจท่ามกลางท้องทะเลอันสวยงามเช่นนี้ โดย อวานี พลัส แฟเรส ถือเป็นทำเลที่เหมาะสมอย่างยิ่งสำหรับนักดำน้ำตั้งแต่ระดับเริ่มต้นไปจนระดับสูง ด้วยระดับความลึกและสภาพแวดล้อมใต้ทะเลที่น่าค้นหา แนวปะการังน้ำตื้นอันตระการตา รวมถึงที่ตั้งซึ่งใกล้กับอ่าวฮานิฟารู ทำให้ที่นี่เป็นจุดหมายในฝันสำหรับการชมฝูงกระเบนราหูในช่วงฤดูกาลนี้ ฮันลี่ พรินส์ลู กล่าว

นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมอื่นๆ อีกมากมาย ทั้งเวิร์กช็อปการอนุรักษ์ปะการัง เสวนาเกี่ยวกับชีววิทยาทางทะเล และกิจกรรมเก็บขยะบนชายหาด เพื่อเปิดโอกาสให้แขกทุกท่านได้มีส่วนร่วมในการส่งเสริมความยั่งยืนของสภาพแวดล้อมท้องถิ่น และสนับสนุนการอนุรักษ์ท้องทะเลให้คงอยู่อย่างอุดมสมบูรณ์ต่อไป

กิจกรรมทั้งหมดของ PADI AWARE Week เปิดให้ผู้เข้าพักเข้าร่วมฟรี โดยมีแพ็กเกจดำน้ำลึกและดำน้ำตื้นในราคาพิเศษตลอดช่วงเวลาดังกล่าว ผู้สนใจสามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมและสำรองที่พักได้ที่ www.avanihotels.com/en/fares-maldives อีเมล fares@avanihotels.com หรือโทร +960 660 1660

เกี่ยวกับ Avani Hotels&Resorts

Avani ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์นักเดินทางยุคใหม่ นำเสนอห้องพักสไตล์โมเดิร์น พื้นที่ที่เชื่อมต่อกันอย่างลงตัว รวมถึงบริการอาหารที่สะดวกคล่องตัว โดยได้แรงบันดาลใจจากท้องถิ่น ความสมดุลคือหัวใจของทุกสิ่งที่ Avani ทำ — เพื่อมอบประสบการณ์ที่ลงตัวระหว่างการบริการ ความสนุกสนาน และความเป็นส่วนตัว

Avani เปิดตัวครั้งแรกในปี 2011 ปัจจุบันมีโรงแรมและรีสอร์ทกว่า 40 แห่งใน 5 ทวีป ครอบคลุมทั้งโรงแรมใจกลางเมือง รีสอร์ท ริมทะเล และที่พักท่ามกลางธรรมชาติ โดยเน้นการออกแบบอย่างชาญฉลาด การบริการที่สดใสมีชีวิตชีวา และความคุ้มค่าAvani เป็นส่วนหนึ่งของ Minor Hotels กลุ่มธุรกิจโรงแรมระดับโลก และเป็นสมาชิกของโปรแกรมสะสมคะแนน GHA DISCOVERY

ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ avani.com และติดตาม Avani ได้ทาง Facebook, Instagram, TikTok และ YouTube

เกี่ยวกับไมเนอร์ โฮเทลส์ (Minor Hotels) 

ไมเนอร์ โฮเทลส์ เป็นบริษัทผู้ดำเนินธุรกิจการบริการระดับโลก โดยปัจจุบันมีโรงแรม รีสอร์ท และที่พักอาศัย จำนวนมากกว่า 560 แห่งใน 58 ประเทศ ในฐานะเจ้าของ โรงแรม ผู้ดำเนินการ และนักลงทุน ไมเนอร์ โฮเทลส์ตอบสนองความต้องการและความปรารถนาของนักเดินทางทั่วโลกผ่าน 8 แบรนด์โรงแรม ได้แก่ อนันตรา อวานี เอเลวาน่า คอลเลคชั่น เอ็นเอช เอ็นเอช คอลเลคชั่น นาว โอ๊คส์ และทิโวลี รวมถึงคอลเลคชั่นต่างๆ ของธุรกิจที่เกี่ยวข้อง ไมเนอร์ โฮเทลส์ โดยมีแผนเร่งขยายเป้าหมายการเติบโตในระดับโลกอย่างรวดเร็ว โดยตั้งเป้าเพิ่มโรงแรมมากกว่า 280 แห่งภายในสิ้นปี 2570 

นอกจากนี้ ไมเนอร์ โฮเทลส์ เป็นสมาชิกที่ของ Global Hotel Alliance (GHA) ซึ่งเป็นพันธมิตรแบรนด์โรงแรมอิสระที่ใหญ่ที่สุดในโลก และมีโปรแกรมสะสมคะแนน GHA DISCOVERY สำหรับลูกค้า  สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติมเยี่ยมชมได้ที่เว็บไซต์ www.minorhotels.com  

NIVEA เปิดตัว ‘LUMINOUS630 SKIN GLOW SERUM’ ยกระดับการดูแลผิว ตอบโจทย์สาวยุคใหม่

NIVEA เปิดตัว ‘LUMINOUS630 SKIN GLOW SERUM’ ยกระดับการดูแลผิว ตอบโจทย์สาวยุคใหม่

NIVEA เปิดตัว ‘LUMINOUS630 SKIN GLOW SERUM’ ยกระดับการดูแลผิว ตอบโจทย์สาวยุคใหม่

วันจันทร์ ที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2568, 13.23 น.

นีเวีย ยกระดับการดูแลผิวอีกขั้น เปิดตัว “LUMINOUS630 SKIN GLOW” สูตรใหม่ที่เสริมพลังความกระจ่างใสด้วย THIAMIDOL® นวัตกรรมไบรท์เทนนิ่งทรงประสิทธิภาพที่สุดในปัจจุบัน ซึ่งได้รับการพิสูจน์แล้วทั้งจากผลวิจัยทางคลินิกและเสียงตอบรับจากผู้ใช้จริงทั่วโลก เซรั่มสูตรใหม่นี้สามารถจัดการได้ทุกระดับของปัญหาจุดและรอยดำอย่างล้ำลึกถึงต้นตอ ตอบโจทย์ผู้หญิงไทยยุคใหม่ที่ต้องการผิวเรียบเนียน สีผิวสม่ำเสมอ และเปล่งประกายผิวโกลว์ใสอย่างมั่นใจในแบบของตัวเอง

จุดและรอยดำ รอยสิว คือหนึ่งในปัญหาผิวเรื้อรังที่จัดการได้ยากของผู้หญิงไทยและมักพัฒนาไปสู่ระดับที่รุนแรงขึ้น ตั้งแต่รอยดำจาง ๆ จากสิว ผิวหมองคล้ำ ไปจนถึงปื้นคล้ำและจุดดำฝังลึกทั่วใบหน้า ซึ่งล้วนบั่นทอนความมั่นใจในระยะยาว ด้วยความเข้าใจในปัญหาเหล่านี้ ไบเออร์สดอร์ฟจึงทุ่มเทเวลากว่า 10 ปีในการค้นคว้าวิจัย จนได้มาซึ่ง THIAMIDOL® นวัตกรรมไบรท์เทนนิ่งเอกสิทธิ์เฉพาะของไบเออร์สดอร์ฟ ที่คัดสรรจากสารกว่า 50,000 ชนิด เพื่อให้ได้ส่วนผสมที่มีความแม่นยำต่อการจัดการกระบวนการสร้างเม็ดสีเมลานินในผิว และเป็นสารทรงพลังที่สามารถยับยั้งเอนไซม์ไทโรซิเนสได้อย่างตรงจุดโดยไม่ทำให้ผิวบางหรือระคายเคือง ประสิทธิภาพของ THIAMIDOL® ได้รับการพิสูจน์แล้วทั้งจากผลวิจัยทางคลินิกและผู้ใช้จริงว่า สามารถลดเลือนฝ้าแดด จุดด่างและรอยดำทั้งที่มองเห็นและที่ซ่อนอยู่ใต้ผิวได้มากถึง 82% และให้ผลลัพธ์เหนือกว่าวิตามินซีถึง 60 เท่า

เภสัชกรหญิงวราพร ลิขิตจรรยากุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไบเออร์สด๊อรฟ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า “ปัจจุบันมีผู้ใช้ทั่วโลกกว่า 20 ล้านคนที่ให้ความไว้วางใจในพลังของ THIAMIDOL®  จนได้รับการยกย่องให้เป็นมาตรฐานใหม่ของสารลดจุดด่างดำที่ไม่มีนวัตกรรมใดเทียบเคียงได้”

ล่าสุด NIVEA ได้ต่อยอดความสำเร็จของ THIAMIDOL® สารไบรท์เทนนิ่งที่ทรงประสิทธิภาพที่สุดในปัจจุบัน สู่ผลิตภัณฑ์ใหม่ล่าสุด LUMINOUS630 SKIN GLOW เซรั่มสูตรใหม่ที่ยกระดับการจัดการจุดด่างดำให้เหนือกว่าเพื่อผู้หญิงไทยที่ต้องการจัดการจุดด่างดำอย่างเร่งด่วน ควบคู่กับการฟื้นผิวให้ดูกระจ่างใสโกลว์อย่างเป็นธรรมชาติ ด้วยเนื้อเซรั่มสีชมพูบางเบา ซึมเร็ว ไม่เหนียวเหนอะหนะ และอ่อนโยนต่อผิว สูตรใหม่นี้ทำงานอย่างตรงจุดด้วยการผสานพลัง 3 ส่วนผสมหลัก ได้แก่ THIAMIDOL® สารไบรท์เทนนิ่งที่ลดเลือนจุดด่างดำทั้งที่มองเห็นและที่ซ่อนอยู่ใต้ผิว Niacinamide อีกสารไบรท์เทนนิ่งที่ทั้งช่วยขัดขวางการลำเลียงเม็ดสีสู่ชั้นผิว และยังสามารถช่วยควบคุมความมัน กระชับรูขุมขน และเร่งการผลัดเซลล์ผิวให้สม่ำเสมอ และ Aloe Vera ที่มีความสามารถในการผลัดเซลล์ผิวคล้ำเสียอย่างอ่อนโยน ช่วยลดการระคายเคืองและเติมความชุ่มชื้นล้ำลึกให้ผิวแลดูอิ่มฟู นุ่มชุ่มชื้นตั้งแต่ครั้งแรกที่ใช้ โดยจุดเด่นที่เหนือกว่าของ LUMINOUS630 SKIN GLOW คือ สามารถเริ่มเห็นผลในการลดจุดด่างดำฝังลึกได้ตั้งแต่วันแรกและให้ผลลัพธ์ผิวโกลว์ กระจ่างใสขึ้นภายใน 3 วัน* ผ่านการทดสอบทางคลินิกและเสียงยืนยันจากผู้ใช้จริง สูตรนี้จึงเหมาะสำหรับทุกคนที่กำลังมองหาทางลัดเพื่อผิวเปล่งประกายอย่างมั่นใจ

ผลิตภัณฑ์ใหม่ในกลุ่ม LUMINOUS630 SKIN GLOW เปิดตัวพร้อมกันถึง 3 กลุ่มหลัก เพื่อตอบโจทย์ทุกความต้องการของผู้บริโภค ตั้งแต่การทดลองใช้ไปจนถึงการดูแลผิวอย่างต่อเนื่อง โดยคงจุดแข็งของสาร THIAMIDOL® ไว้อย่างชัดเจนในไลน์เซรั่ม เพื่อผลลัพธ์การลดฝ้า จุดและรอยดำที่เห็นผลจริง พร้อมฟื้นผิวให้ดูกระจ่างใสอย่างเป็นธรรมชาติ ประกอบด้วย

•             Luminous Skin Glow Serum ขนาด 30 มล. (469 บาท) สำหรับการใช้งานประจำ ขนาด 15 มล. (239 บาท) และขนาดทดลอง 7 มล. (39 บาท) เพื่อกระตุ้นการทดลองใช้

•             Luminous Skin Glow Bubble Foam โฟมล้างหน้าฟองละเอียด ทำความสะอาดล้ำลึกถึงต้นตอความหมองคล้ำ คุมมัน ผิวโกลว์ใส 10 เท่าขนาด 50 มล. (69 บาท) และ 100 มล. (139 บาท) เหมาะสำหรับผิวมันและผิวผสม

•             Luminous Skin Glow Whip Foam วิปโฟมเนื้อเนียนนุ่ม ทำความสะอาดล้ำลึกถึงต้นตอความหมองคล้ำ ผิวฉ่ำเด้ง โกลว์ใสทันที ขนาด 100 มล. (149 บาท) เหมาะสำหรับผิวแห้ง-ผิวธรรมดา

ผู้สนใจสามารถหาซื้อได้แล้ววันนี้ที่ร้านวัตสัน บู๊ทส์ ห้างสรรพสินค้าชั้นนำ รวมถึงช่องทางออนไลน์ของนีเวียทั้ง Shopee, Lazada และ NIVEA Official Store

-(016)

AESTELLAR ร่วมกับ Cynosure Lutronic จัดงานประชุมวิชาการระดับนานาชาติด้านความงาม

AESTELLAR ร่วมกับ Cynosure Lutronic จัดงานประชุมวิชาการระดับนานาชาติด้านความงาม

AESTELLAR ร่วมกับ Cynosure Lutronic จัดงานประชุมวิชาการระดับนานาชาติด้านความงาม

วันจันทร์ ที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2568, 12.34 น.

AESTELLAR ร่วมกับบริษัท Cynosure Lutronic นำเสนอนวัตกรรม DermaV™ และ Xerf™ ในการประชุมเชิงวิชาการ Cynosure Lutronic Dinner Symposium 2025 ซึ่งจัดขึ้น ณ โรงแรม Rosewood Bangkok ภายในงานได้รับเกียรติจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญระดับนานาชาติ มาร่วมแลกเปลี่ยนความรู้และแบ่งปันประสบการณ์ทางเวชศาสตร์ความงาม พร้อมอัพเดตนวัตกรรมใหม่ๆ ในวงการเครื่องมือแพทย์ด้านความงาม A new frontier of cutting-edge technology – expanding the legacy of Aesla into new horizons with AESTELLAR

AESTELLAR ด้วยแนวคิดที่ต้องการขับเคลื่อนวงการ Aesthetics เข้าสู่ขอบเขตใหม่ของนวัตกรรมทันสมัย ที่ได้รับมาตรฐานจากทั่วทุกมุมโลกได้อย่างไม่จำกัด เพื่อยกระดับมาตรฐานการสร้างสรรค์ความงามทาง Aesthetics ในประเทศไทยให้ทันสมัย ครอบคลุม และสามารถเข้าถึงได้ง่ายขึ้นอย่างมีประสิทธิภาพ

AESTELLAR ยังคงให้ความสำคัญกับรากฐานและประสบการณ์ที่สั่งสมมาจาก AESLA ที่เป็นผู้บุกเบิกด้านนวัตกรรมความงามทางการแพทย์ในประเทศไทยมามากกว่า 10 ปี ซึ่งนับเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของการขยายธุรกิจของ AESLA ที่มุ่งเน้นการนำเสนอเทคโนโลยีทางการแพทย์ด้านความงามที่เข้าถึงได้ ด้วยนวัตกรรมอันก้าวล้ำที่ช่วยผลักดันด้านความงามเฉพาะบุคคล พร้อมนำมาตรฐานใหม่มาสู่วงการเวชศาสตร์ความงามได้อย่างแท้จริง

ภายในงาน คณะผู้บริหารจาก AESTELLAR นำโดย คุณวรุตม์ สุทธินันท์, คุณปกรณ์ เมธาธราธิป และคุณจุรีพร แสนเมือง ได้ร่วมมอบช่อดอกไม้ให้ตัวแทนจาก Cynosure Lutronic ได้แก่ คุณ Danielle Raballo (Commercial Director APAC Distributor Markets) และคุณเสาวนีย์ พันธ์ขจรเวช (Commercial Lead, Indochina, and Strategic Partnership Lead, Southeast Asia) เพื่อแสดงความขอบคุณในความร่วมมืออันแข็งแกร่งและการสนับสนุนที่มีต่อการเติบโตของตลาดความงามในประเทศไทย

พร้อมกันนี้ยังได้รับเกียรติจาก ศาสตราจารย์คลินิก เกียรติคุณ นายแพทย์นิวัติ พลนิกร อาจารย์แพทย์ผู้ชำนาญการด้านศัลยกรรมเลเซอร์ผิวหนังและความงามระดับแนวหน้าของเอเชีย มาร่วมงานในครั้งนี้อีกด้วย

โดยภายในงานทาง Cynosure Lutronic ได้นำเสนอเทคโนโลยีใหม่ล่าสุดที่เตรียมเข้าสู่ตลาดไทย ได้แก่ DermaV™ เทคโนโลยีเลเซอร์ 2 ความยาวคลื่น 532 nm และ 1064 nm สำหรับรักษารอยโรคที่เกิดจากความผิดปกติของเส้นเลือดและเม็ดสี และ Xerf™ เทคโนโลยี Monopolar RF ที่สามารถปรับความลึกและพลังงานได้อย่างแม่นยำ สำหรับการยกกระชับและฟื้นฟูผิวแบบ Personalization ซึ่งทั้ง 2 เทคโนโลยีนี้จะถูกจัดจำหน่ายภายใต้บริษัท AESTELLAR

นอกจากนี้ยังได้รับเกียรติจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจากนานาชาติ มาร่วมแบ่งปันประสบการณ์และให้ความรู้เชิงวิชาการของเทคโนโลยีดังกล่าวที่เป็นประโยชน์ต่อผู้เข้าร่วมงาน ได้แก่ Dr. J. Mauricio Ceron. B บรรยายเกี่ยวกับ LaseMD Ultra™, Dr. Davin Lim บรรยายเกี่ยวกับ PicoSure Pro, Dr. Simon Lin บรรยายเกี่ยวกับ DermaV™, Dr. Kentaro Oku บรรยายเกี่ยวกับ Xerf™ และได้รับเกียรติจาก ศาสตราจารย์นายแพทย์ วรพงษ์ มนัสเกียรติ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญจากคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล รับหน้าที่เป็น Moderator ในครั้งนี้

“AESTELLAR คือการต่อยอดจากประสบการณ์ของ AESLA ที่ต้องการบุกเบิกนวัตกรรมความงามที่ทันสมัย เข้าถึงง่าย และทรงพลัง โดยยังคงยึดมั่นในมาตรฐานทางการแพทย์” – ผู้บริหารกล่าว

และในเร็ว ๆ นี้ AESTELLAR เตรียมเปิดตัวกลุ่มผลิตภัณฑ์จาก Cynosure Lutronic อย่าง Xerf™, DermaV™, LaseMD Ultra™,  Hollywood Spectra™, และ Healite II™ อย่างเป็นทางการ พร้อมเป็นอีกหนึ่งแรงขับเคลื่อนในวงการ Aesthetic Medical Technology ของไทย ด้วยนวัตกรรมที่ตอบโจทย์แพทย์ยุคใหม่เพื่อมอบผลลัพธ์ที่น่าพึงพอใจให้กับคนไข้

สามารถติดต่อ บริษัท เอสเทลล่าร์ คอร์เปอเรชั่น จำกัด เพื่อติดตามทุกความเคลื่อนไหวและอัปเดตข้อมูลข่าวสาร เพิ่มเติมได้ที่ Aestellar Corporation Co., Ltd, www.aestellar.com, Mobile: +6663-669-9699, LINE: Aestellar, Instagram: Aestellar.aesthetics, Facebook: Aestellar, YouTube: Aestellar

เปิดให้บริการแล้ว ‘โรงพยาบาลรามคำแหง 2 และศูนย์รังสีรักษา 4 มิติ’ พร้อมดูแลผู้ป่วยอย่างเต็มศักยภาพ

เปิดให้บริการแล้ว 'โรงพยาบาลรามคำแหง 2 และศูนย์รังสีรักษา 4 มิติ' พร้อมดูแลผู้ป่วยอย่างเต็มศักยภาพ

เปิดให้บริการแล้ว ‘โรงพยาบาลรามคำแหง 2 และศูนย์รังสีรักษา 4 มิติ’ พร้อมดูแลผู้ป่วยอย่างเต็มศักยภาพ

วันจันทร์ ที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2568, 12.21 น.

เปิดตัวแล้ว!!อย่างเป็นทางการ โรงพยาบาลรามคำแหง 2  ก่อตั้งจากการรวมหัวใจจากผู้บริหารและทีมแพทย์ “จากมือหมอสู่โรงพยาบาลเพื่อทุกคน” เพื่อดูแลผู้ป่วยอย่างเต็มศักยภาพด้วยหัวใจของความเป็นมืออาชีพ โดยมุ่งมั่นที่จะมอบการดูแลรักษาจากคณะแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ พร้อมเครื่องมือทางการแพทย์ที่มีความทันสมัย และศูนย์รังสีรักษาเทคโนโลยี 4 มิติ ที่จะยกระดับคุณภาพในการรักษาผู้ป่วยมะเร็ง พร้อมเปิดตัวอย่างเป็นทางการ  ในวันศุกร์ที่ 27 มิถุนายน 2568  เวลา 09.00 – 12.00 น.  ณ  ชั้น 2 อาคารหลัก โรงพยาบาลรามคำแหง 2

ภายในงานได้รับเกียรติจากคณะผู้บริหาร ดร.ฤกขจี กาญจนพิทักษ์ กรรมการบริหารโรงพยาบาลรามคำแหง 2 ร่วมด้วยนายแพทย์วิชัย ศรีมนัส ผู้อำนวยการโรงพยาบาลรามคำแหง 2 ,นายแพทย์ศิริพงศ์ เหลืองวารินกุล กรรมการบริหารโรงพยาบาลรามคำแหง 2, Mr. Macro Lee, Senior Vice President, Asia Pacific Japan, Elekta, Mr. Masato Saito, Executive Officer, General Manager Global Business Division, Miki House Japan พร้อมนักแสดงและผู้มีชื่อเสียง อาทิ กระแต ศุภักษร, กีต้าร์ ศิริพิชญ์, เปิ้ล ภารดี ควงคู่สามี นิว เชื้อชาติ,  หวานหวาน อรุณณภา, ญิ๋งญิ๋ง ศรุชา และ 2 สาวสวยจากซีรีส์ “พิษรัก Poisonous Love” จินนี่ ณัฐณิชา – เจน่า แองเจลิน่า ร่วมแสดงความยินดี

สอบถามข้อมูลการบริการโรงพยาบาลรามคำแหง 2 และอัพเดทข่าวสารบนโซเชียลมิเดียได้ที่ เบอร์โทรศัพท์ 02-032-3888 / 095-7719739 , LINE Official : @ram2 , Facebook : โรงพยาบาลรามคำแหง 2 RAM 2 Hospital , TikTok : @ram2hospital

-(016)

ที่สุดของงานศิลปะสำหรับทุกหัวใจที่รักการสร้างสรรค์! ILLUST FUSION EXPO 2025 มหกรรมแห่งแรงบันดาลใจ

ที่สุดของงานศิลปะสำหรับทุกหัวใจที่รักการสร้างสรรค์! ILLUST FUSION EXPO 2025 มหกรรมแห่งแรงบันดาลใจ

ที่สุดของงานศิลปะสำหรับทุกหัวใจที่รักการสร้างสรรค์! ILLUST FUSION EXPO 2025 มหกรรมแห่งแรงบันดาลใจ

วันจันทร์ ที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2568, 12.18 น.

ฉลองครบรอบ 10 ปี บริษัท เอ็นเทอร์ด็อค จำกัด หรือที่รู้จักกันในนาม อนิไทม์ บริษัทผู้เชี่ยวชาญด้านการจัดงานศิลปะร่วมสมัยและกิจกรรมสร้างสรรค์ระดับแนวหน้าของประเทศ เตรียมเปิดประตูสู่โลกแห่งจินตนาการอีกครั้ง จัดงาน ILLUST FUSION ประกอบร่างสร้างเส้น EXPO 2025 มหกรรมศิลปะ ภาพประกอบ และสินค้าแฮนด์เมดที่ใหญ่ที่สุดแห่งปี พร้อมขยายพื้นที่จัดงานแห่งใหม่ที่ยิ่งใหญ่กว่าเดิม เพื่อรองรับชุมชนคนรักศิลปะที่ “โต” ขึ้น ให้คุณได้พบศิลปิน ครีเอเตอร์อิสระ และนักสร้างสรรค์กว่า 800 ราย รวมกว่า 2,300 บูธ ที่พร้อมมาเปิดโลกความคิดสร้างสรรค์ แบบจัดหนักจุใจ 2 วันเต็ม วันที่ 28-29 มิถุนายน 2568 ที่ Paragon Hall ชั้น 5 ศูนย์การค้าสยามพารากอน

ด้วยกระแสการเติบโตอย่างไม่หยุดยั้งของวงการภาพประกอบและศิลปะร่วมสมัยในไทย ILLUST FUSION EXPO ได้ก้าวข้ามจากงานรวมตัวเล็กๆ ของกลุ่มศิลปินอิสระ มาสู่การเป็นหนึ่งในเวทีศิลปะที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในเวลาเพียงไม่กี่ปี การรวมตัวของเหล่าครีเอเตอร์ นักวาด และนักสร้างสรรค์กว่า 800 ราย ครอบคลุมตั้งแต่ภาพประกอบมือวาด โปสการ์ด สติกเกอร์ สินค้าแฮนด์เมด ของตกแต่งบ้าน งานคราฟต์ ไปจนถึงโปรดักต์ดีไซน์แนวใหม่ สินค้าทำมือ และของสะสมสุดเอ็กซ์คลูซีฟนานาประเภทนับหมื่นรายการ สะท้อนให้เห็นถึงพลังของชุมชนสร้างสรรค์ที่เข้มแข็งและขยายตัวต่อเนื่อง จนสามารถย้ายสถานที่จัดงานจากฮอลล์ขนาดกลางมาสู่พื้นที่ใหม่อย่าง Paragon Hall บนพื้นที่กว่า 5,100 ตารางเมตร ที่อยู่ใจกลางเมืองเป็นครั้งแรก ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของความยิ่งใหญ่และการยอมรับในระดับประเทศ สะท้อนว่า “งานวาด” ไม่ใช่เพียงงานอดิเรกอีกต่อไป แต่เป็นวัฒนธรรมร่วมสมัยที่มีชีวิต มีพลัง และมีผู้ติดตามอย่างเหนียวแน่นในทุกเจเนอเรชัน

“งาน ILLUST FUSION EXPO 2025 จะไม่ใช่แค่ ‘ตลาดงานอาร์ต’ แต่คือพื้นที่แห่งแรงบันดาลใจ ที่รวบรวมพลังแห่งศิลปะ ภาพประกอบ และไอเดียสร้างสรรค์จากศิลปินยุคใหม่ทั่วไทย สู่ประสบการณ์งานแฟร์ที่หลอมรวมแรงบันดาลใจ คอมมูนิตี้ และโอกาสใหม่ๆ ไว้ในที่เดียว ไม่ว่าคุณจะเป็นผู้สร้างหรือผู้เสพงานศิลป์ จะเป็นมืออาชีพหรือนักสร้างสรรค์หน้าใหม่ แต่ที่นี่คือสถานที่ที่แรงบันดาลใจจะสามารถเกิดขึ้นจริงได้ เตรียมพบกับงานที่ทุกลายเส้นมีความหมาย และทุกไอเดียมีค่า ILLUST FUSION EXPO 2025 – เพราะศิลปะไม่เคยมีกรอบ”

โดยภายในงานยังมีกิจกรรมบนเวทีสุดเข้มข้นตลอดสองวัน โดยศิลปินชื่อดังและผู้เชี่ยวชาญสายอาร์ต ที่พร้อมร่วมแบ่งปันแรงบันดาลใจและเบื้องหลังการสร้างสรรค์ผลงาน ในรูปแบบมินิทอล์กและเวิร์กช็อปสด อาทิ ‘Meimo’ นักวาดภาพประกอบที่มีเส้นสายแสนอบอุ่นที่ทำให้คนจดจำและมีผลงานร่วมกับแบรนด์ดังมากมาย ‘แมวน่าเบื่อเพื่อนรัก’ กับคาแร็กเตอร์สุดปั่นที่กวนใจแต่ก็ครองใจและมีผู้ติดตามบนโลกออนไลน์กว่าสองแสนคน ต่อยอดผลงานและความรู้กับกูรูตัวจริง อาทิ คุณวิชชุลดา ‘เอ๋’ ปัณฑรานุวงศ์ ผู้ชุบชีวิตวัสดุเหลือใช้ให้เป็นงานศิลปะชิ้นใหม่ด้วยแบรนด์ ‘WISHULADA’ เบื้องหลังการปั้นสินค้าธรรมดาให้เป็นแบรนด์รุ่นใหม่กับ ‘โรงงานสมุดโกญจนาท’ และพร้อมให้คุณได้ไขปัญหาคาใจของคนสร้างสรรค์กับนักวิชาการจากกรมทรัพย์สินทางปัญญา งานนี้จึงไม่เพียงเป็นพื้นที่ขายผลงาน แต่เป็นสนามแห่งการเรียนรู้ แบ่งปัน และผลักดันวงการสร้างสรรค์ไทยสู่อนาคต

อีกหนึ่งมิติสำคัญของงาน ILLUST FUSION EXPO 2025 คือการเป็น “จุดนัดพบของความเป็นไปได้” สำหรับผู้ที่อยากก้าวเข้าสู่สายงานสร้างสรรค์ ไม่ว่าจะเป็นนักเรียนศิลปะ นักออกแบบมือใหม่ หรือครีเอเตอร์อิสระ งานนี้เปิดพื้นที่ให้ผู้คนได้แลกเปลี่ยนไอเดีย แบ่งปันประสบการณ์ และแม้แต่พบเจอโอกาสร่วมงานในอนาคต ผ่านบูธศิลปิน เวทีทอล์ก และกิจกรรมกลุ่มเล็กแบบเป็นกันเอง นี่จึงไม่ใช่แค่งานแสดงผลงานศิลปะ แต่คือจุดเริ่มต้นของคอมมูนิตี้ใหม่ ที่หล่อเลี้ยงฝันของผู้สร้างสรรค์รุ่นต่อไปให้เติบโตอย่างแข็งแกร่งในโลกจริง

นอกจากจะได้ดื่มด่ำกับบรรยากาศสร้างสรรค์และกิจกรรมสุดเข้มข้น ตลอด 2 วัน ผู้เข้าร่วมงานยังมีสิทธิ์รับของที่ระลึกสุดเอ็กซ์คลูซีฟอีกมากมาย พิเศษสำหรับผู้เข้าชมงาน 5,000 ท่านแรก (ของแต่ละวัน) จะได้รับโปสการ์ดลายพิเศษที่ออกแบบเฉพาะงานนี้เท่านั้น นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรม มินิเวิร์กช็อปทำของที่ระลึกที่คุณสร้างด้วยมือของคุณเอง และเกมลุ้นรางวัลอีกเพียบ อาทิ ชุดเครื่องเขียนจากแบรนด์ Uni คูปองเงินสด และพิเศษสุด! รับโค้ดส่วนลด 10% เป็นของแถมของบัตรประเภท 2 วัน จำนวน 100 สิทธิ์ สำหรับการซื้อผลงานดิจิทัลบนแพลตฟอร์ม Friendii เพื่อสนับสนุนศิลปินที่คุณรักได้ง่ายยิ่งขึ้น

พร้อมให้คุณได้ร่วมค้นหา พบปะกับศิลปินคนโปรด และสัมผัสประสบการณ์ใหม่ในโลกศิลปะที่คุณจะหาจากไหนไม่ได้ ที่งาน ILLUST FUSION ประกอบร่างสร้างเส้น EXPO 2025 วันเสาร์และวันอาทิตย์ที่ 28-29 มิถุนายน 2568 ณ พารากอน ฮอลล์ ชั้น 5 ศูนย์การค้าสยามพารากอน ค่าเข้าชมงาน 120 บาท/ท่าน/วัน พิเศษ! บัตรประเภทสองวัน ราคา 220 บาท/ท่าน (บัตรจำหน่าย ณ จุดจำหน่ายบัตรหน้าทางเข้างาน)ติดตามข่าวสารและสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ http://www.facebook.com/illustfusion และแฮชแท็ก #ILLUSTFUSIONEXPO2025 #IFEXPO25

เตรียมจัดงานประกาศรางวัล ‘ASIA TOP AWARDS 2025’ ครั้งที่ 4 เพื่อยกย่องบุคลากร-องค์กร

เตรียมจัดงานประกาศรางวัล 'ASIA TOP AWARDS 2025' ครั้งที่ 4 เพื่อยกย่องบุคลากร-องค์กร

เตรียมจัดงานประกาศรางวัล ‘ASIA TOP AWARDS 2025’ ครั้งที่ 4 เพื่อยกย่องบุคลากร-องค์กร

วันจันทร์ ที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2568, 12.08 น.

เพ็ญจันทร์ วงศ์สมเพ็ชร กรรมการผู้บริหาร บริษัท ใบลาน เอ็นเตอร์เทนเมนท์ และ ประธานมูลนิธิพรโชคฤดีเพื่อการศึกษา  ร่วมกับ คุณณชพัฒน์ ชินวัตร ประธานชมรมพัฒนาธุรกิจและทรัพย์กรมนุษย์ และ ดร.อภิชาติ ประสิทธิ์นฤทธิ์   นายกสมาคมการค้าอสังหาริมทรัพย์และพันธมิตร จัดงานแถลงข่าวประกาศรางวัล ASIA TOP AWARDS 2025 ครั้งที่ 4 ภายใต้ธีม “Soft Power & Wellness Grand Tourism” โดยได้รับเกียรติจาก นายจักรพล ตั้งสุทธิธรรม ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เป็นประธานในงานแถลงข่าว

นอกจากนี้ยังมีแขกผู้มีเกียรติ อาทิ นายต้น ณ ระนอง คณะที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา , นายมงคล วัตตะโร ผู้อำนวยการกองเผยแพร่โฆษณาต่างประเทศ  การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย , พลตำรวจตรี กฤษณ์ วาฤทธิ์ รองผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว ผู้แทน พลตำรวจโท ศักย์ศิรา เผือกอ่ำ ผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว ,คุณวิพุธ ศรีวะอุไร รองประธานสภากรุงเทพมหานคร สก.เขตบางรัก พรรคเพื่อไทย, คุณเมธา ขำโสภา เลขานุการคณะกรรมการตรวจรายงานการประชุมสภากรุงเทพมหานคร , คุณทัดดาว ตั้งตรงเจริญ สมาชิกพรรคเพื่อไทย , คุณซายิด กาซิม ฮายัด   ประธานสภาวัฒนธรรมเขต ราชเทวี พร้อมทัพ เซเลบ ผู้จัด นักแสดง ร่วมงาน นำโดย คุณณพสิทธิ์ เที่ยงธรรม อุปนายกและเลขาธิการสมาคมส่งเสริมคอนเทนต์ วาย ไทย , คุณผิง สุภาวดี ทัพมาลัย , คุณยุ้ย กันธิชา ฉิมศิริ Mrs.International 2016 , คุณเมนิกา ศรีชยังกูร , อ.พิทักษ์ โค้ววันชัย เจ้าของ เทวาลัยสยามคเณศ  , ดร.วโรดม ศิริสุข ผู้จัดซีรีส์วาย ลอยแก้ว บ.เก้าสตาร์กรุ๊ป , เล้ง ณัฐพล นิลดอนหวาย , แสตมป์ พรวศิน เรืองนุกูล นักแสดงจากซีรีส์ B.FRIEND เจตนาไม่(ลืม) น้ำ จุฑามาศ หวังสวัสดิ์ , ฮานะ อัญพัชร์ ชัยอนันต์นิธิ , ฟ้าสา สาระวารี ศรีพิลัย , กลัฟ ธนพงศ์ ประภาศิริสุลี นักแสดงจากซีรีส์ “I Promise I Will Come Back ฉันคอยเธอ”  โต๋นแตร์ ทินกร ภูวศักดิวงศ์ , เบส นรเทพ นนทรัตน์ , เซี่ยเอิน JN Hsia Chen En , เซี่ยเต๋อ JD Hsia Chen Te , ส้มโอ  พลอยพิมพ์ภา ภัทจินดาศิลป์ , มาร์ค ธิระศักดิ์ แก้วยอดดี นักแสดงจากซีรีย์Swing Kick ( ยกนี้พี่ต้องชนะ ) ทีม ธัชนนท์ ทองเภ้า  ,ไกด์ ปิยวัฒน์ คงสำราญ , นัท ตรัยพัทธ์ วุฒิบวรนันท์ , บีบอย นันทกร ศรีเงินทาบ ,ซัน ชยณัฐ รุ่งเรืองวิวัฒน์ นักแสดงจากค่าย DFJ ENTERTAINMENT ดิว ภาณุภัทร ขวัญชูชัย , แจม พีรภัทร จารุทัศน์โรจน์ , เฮ วชิรวิทย์ ฮอ , อมตะ พีรธัช ฉวีวงษ์ , ปอนด์ ปรเมศวร์  ปรางทอง และไนซ์ ศุภากร ร่างน้อย เข้าร่วมงาน ณ  ฟีนิกซ์ เลานจ์  ชั้น 4 โครงการฟีนิกซ์ ประตูน้ำ

งาน ASIA TOP AWARDS 2025 ครั้งที่4 ประจำปี 2568 เป็นงานประกาศรางวัลเพื่อยกย่อง ความสำเร็จและเชิดชูเกียรติ ให้กับ ภาครัฐ รัฐวิสาหกิจ ภาคเอกชน ศิลปิน – นักแสดง และบุคคล ทั่วภูมิภาคเอเชีย โดยคัดเลือกบุคคลและองค์กรที่มีคุณสมบัติสอดคล้องกับเป้าหมายของโครงการ เพื่อสร้างความภาคภูมิใจ ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรม รวมถึงช่วยกระตุ้นการท่องเที่ยว และเสริมสร้างความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันในภูมิภาค นอกจากนี้ยังมุ่งสนับสนุนการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ เพื่อให้เกิดความก้าวหน้าทางเศรษฐกิจและสังคม  วัตถุประสงค์ในการจัดงานในปีนี้ ให้ความสำคัญกับการพัฒนามูลค่าเศรษฐกิจ เป็น Soft Power อันทรงพลัง ได้แก่ อุตสาหกรรมบันเทิง การท่องเที่ยว วัฒนธรรม การแพทย์ สุขภาพและความงาม อสังหาริมทรัพย์ เพื่อขับเคลื่อน และส่งเสริมการเติบโตอย่างยั่งยืนในทุกด้าน   พร้อมทั้งเสริมสร้างความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นระหว่างประเทศต่าง ๆ ใน ภูมิภาคเอเชีย และ เพื่อเชื่อมสัมพันธ์ ระหว่างประเทศ ไทย-จีน จึงมีการแต่งตั้งฑูต จากโครงการ ASIA TOP AWARDS  ดังนี้ ทูตแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมและการท่องเที่ยวไทย-จีนได้แก่ วง RACEBACE เรซเบส และ ทูตส่งเสริมการท่องเที่ยวจีน-ไทย ได้แก่  ZHANG NAN  จางหนาน

งาน ASIA TOP AWARDS 2025 ครั้งที่ 4 ได้รับการสนับสนุนด้วยดีจากภาครัฐ และเอกชน ดังนี้ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา , การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย , บริษัท แอตแลนต้า เมดดิดแคร์ จำกัด โดย คุณศุภเดช อำนวยสกุล  ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร , Porsche Exotic Zoo โดยคุณ  สุวัฒน์ มีสุข  กรรมการบริหาร , บริษัท ไทย โซไซตี้ (ไทยแลนด์) จำกัด โดย คุณอัญชนา ทองใหญ่ ณ อยุธยา , บริษัท SIAM LIVE BASE , สถาบันการแสดง บียอน สกาย อคาเดมี่ , KIKI Beauty Space และ โครงการฟีนิกซ์ ประตูน้ำ

งาน ASIA TOP AWARDS 2025 ครั้งที่ 4 จัดขึ้นในวันเสาร์ ที่ 19 กรกฎาคม 2567 ณ Phenix Grand Ballroom ชั้น 5 โครงการ ฟีนิกซ์ ประตูน้ำ สามารถลงทะเบียนรับบัตรเข้างานได้ ที่เพจ  ASIA TOP AWARDS    https://www.facebook.com/asiatopawardsth

รายชื่อผู้ได้รับรางวัลในปีนี้ มีดังนี้

1.คุณ สิรณัฐ สก๊อต

2.พลตำรวจตรี วิชัย สังข์ประไพ ผู้การแต้ม จากรายการแต้มต่อ

3.คำเพ้า บัวพัน

4.วงจันทร์ บัวแพง

5.เอม-ภูมิภัทร ถาวรศิริ

6.พูห์ กฤติน และ พาเวล นเรศ

7.ลูกหมี-ปัญญาพัชร  และ ซอนญ่า-ศรัญย์ภัทร์

8.ออมสิน-สุพิทชา และโฟค-สุธิมา

9.เล้ง-ณัฐพล  และ แสตมป์-พรวศิน

10.มอส-ภาณุวัฒน์  และ แบงค์-มณฑป

11.กองทัพ พีค

12.ชิน ชินวุฒ อินทรคูสิน

13.เต๊ะ ศตวรรษ เศรษฐกร

14.สุริวิภา กุลตังวัฒนา 

15.ภณ-ณวัสน์ ภู่พันธัชสีห์ 

16.อ๋อง-สิทธานต์ ศุภเกรียงไกร

17.ริว-วชิรวิชญ์ วัฒนภักดีไพศาล

18.อาร์ต-พศุตม์ บานแย้ม

19.ต่อ -ธนภพ ลีรัตนขจร

20.อรุโณชา ภาณุพันธุ์

21.เทอร์โบ ชนกชนม์ บุญมานะวงศ์ และ โฟร์วีล ชญานนท์  บุญมานะวงศ์

22.ปีเตอร์แพน-ทัศน์พล วิวิธวรรธ์

23.อันดา-อนันตา เตียวิรัตน์ และ ลูกแก้ว-กมลลักษณ์ แสงทรัพย์สิน

24.สมุย สมุทร แก้ววัน   

25.เทป วรชัย และ โจชีฮยอน

26.ด.ช. พันธ์ชนกชนม์ พันธ์สังข์

27.เป๊ก ผลิต​โชค​ อายนบุตร

28.แบมแบม กันต์พิมุกต์ ภูวกุล

29.วง RACEBACE  (เรซเบส)

30. ZHANG NAN  (จางหนาน)

31. LU ZEHAO (ลู จือ ฮาว)

32. Gary Sui Hung Yeung (แกรี่  , หยาง เส้า หงส์)

33. LUN8 (ลูเนท) Artist From Korea (ลูเนท บอยแบนด์)

34. Jung Min Gyu (จอง มิน กยู)

35. Trinh Tu Trung ตริน ตู ตุง

36. Thien An เทียนอัน

37. Wonbi วอนบิ

38. Vuong Khang วูคเข่ง

39. A Linn Yaung เอ ลิน ยัง

40. Teler Sisombath  เทเลอร์ ศรีสมบัติ

41. TAIY  AKARD  ต่าย อากาด

42. The Sai เดอะทราย

43. Lar Say Paw ลา เซ พอล

44. U&PIA วง ยูแอนด์เพีย

45. WOLF HOWL HARMONY วูฟฮาวล์ฮาร์โมนี

46. JN Hsia Chen En เซี่ยเอิน และ JD Hsia Chen Te เซี่ยเต๋อ

47.ภาพยนตร์เรื่อง “หลานม่า”

48.ซีรีส์วายเรื่อง “ฉันคอยเธอ I Promise I Will Come Back”

49.ซีรีส์ยูริเรื่อง  “กัษธิษฐาน”

50.ซีรีส์วาย เรื่อง  Ai No Kisetsu ฤดูกาลแห่งรัก in Shimane

51.ซีรีส์วายเรื่อง กี่หมื่นฟ้า

52.ช่อง Cullen Hateberry

-(016)

มธ. ปักหมุดหลักสูตร ‘AI Ethics’ บริบทใหม่ของห้องเรียนทันโลก สร้างจุดยืนคนรุ่นใหม่ ‘ใช้เอไออย่างมีจริยธรรม’ ปลุกการใช้เทคฯ คู่ธรรมาภิบาล

มธ. ปักหมุดหลักสูตร ‘AI Ethics’ บริบทใหม่ของห้องเรียนทันโลก สร้างจุดยืนคนรุ่นใหม่ ‘ใช้เอไออย่างมีจริยธรรม’ ปลุกการใช้เทคฯ คู่ธรรมาภิบาล

มธ. ปักหมุดหลักสูตร ‘AI Ethics’ บริบทใหม่ของห้องเรียนทันโลก สร้างจุดยืนคนรุ่นใหม่ ‘ใช้เอไออย่างมีจริยธรรม’ ปลุกการใช้เทคฯ คู่ธรรมาภิบาล

วันจันทร์ ที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2568, 06.15 น.

มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) ตอกย้ำจุดยืนเชิงรุกต่อการเปลี่ยนผ่านของโลกยุคดิจิทัล ผ่านการพัฒนาหลักสูตร “AI Ethics” หรือจริยธรรมปัญญาประดิษฐ์ ภายใต้ยุทธศาสตร์ Thammasat Next Century เตรียมความพร้อมให้เยาวชนไทยมีทั้งความรู้ ความสามารถ และความรับผิดชอบในการใช้งานเทคโนโลยีอย่างเหมาะสม โดยเฉพาะในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อที่ปัญญาประดิษฐ์กำลังกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน ทั้งในห้องเรียน ที่ทำงาน และบนแพลตฟอร์มออนไลน์ หลักสูตรนี้ถูกวางให้เป็นรากฐานสำคัญของระบบการศึกษายุคใหม่ ที่ไม่เพียงเน้นทักษะด้านเทคนิคเท่านั้น แต่ยังปลูกฝังค่านิยมที่ถูกต้องในการอยู่ร่วมกับเทคโนโลยี พร้อมชี้ให้เห็นถึงความเสี่ยงของ AI ที่เกิดจาก “อคติของข้อมูล” (Data Bias) หรือการนำไปใช้ในบริบทที่มีความอ่อนไหวในแต่ละสาขาวิชาชีพ อาทิ แพทย์ จิตวิทยา หรือกฎหมาย ที่ต้องพิจารณาเรื่องคุณธรรม จริยธรรม และความไว้วางใจ ควบคู่ไปกับประสิทธิภาพทางเทคโนโลยี และคำนึงว่า AI ไม่ใช่ศาสตร์แยกขาดจากบริบทของมนุษย์ แต่เป็นทักษะเสริมและเครื่องมือที่ต้องประยุกต์ใช้ให้เหมาะสมกับแต่ละวิชาชีพ

ศ. ดร.ศุภสวัสดิ์ ชัชวาลย์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เปิดเผยว่า ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ได้กลายเป็นแกนหลักของการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีและเศรษฐกิจในปัจจุบัน ด้วยศักยภาพในการเพิ่มประสิทธิภาพ ลดภาระงาน และแก้ไขปัญหาที่ซับซ้อน ขณะที่ในด้านการลงทุน AI กำลังเติบโตอย่างก้าวกระโดด โดยเฉพาะในภาคบริการทางการเงินที่คาดการณ์ว่าจะมีการใช้จ่ายด้าน AI สูงถึง 9.7 หมื่นล้านดอลลาร์ภายในปี 2027 ซึ่งการคาดการณ์ที่แข็งแกร่งนี้สะท้อนถึงความเชื่อมั่นของผู้นำองค์กร โดย 70% ของ CEO และ 68% ของ CFO เชื่อว่าองค์กรที่ไม่ลงทุนในเทคโนโลยี AI โครงสร้างพื้นฐาน และทักษะที่เกี่ยวข้องในขณะนี้ จะไม่สามารถอยู่รอดได้ในอีก 5 ปีข้างหน้า

ขณะเดียวกันยังมีความท้าทายสำคัญในการ ใช้ AI เพื่อช่วงชิงความได้เปรียบทางการแข่งขัน ซึ่งอาจนำไปสู่การละเลยด้านจริยธรรมในกระบวนการพัฒนาและปรับใช้ AI อย่างรอบคอบ ซึ่งการมุ่งเน้นเพียงประสิทธิภาพและผลตอบแทนทางธุรกิจโดยไม่ให้ความสำคัญกับหลักการจริยธรรม อาจสร้างความเสี่ยงและผลกระทบเชิงลบที่รุนแรงในระยะยาว เช่น การละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล การสร้างอคติในระบบ หรือการขาดความโปร่งใส ซึ่งสามารถทำลายความไว้วางใจของผู้บริโภคและภาพลักษณ์ขององค์กรในระยะยาว

“ในช่วงที่ AI เข้ามามีบทบาทในแทบทุกมิติ ภาคการศึกษาของไทยต้องไม่เดินตามหลังโลก โดยต้องเป็นผู้นำการปลูกฝังความเข้าใจ ความเท่าทันเทคโนโลยีควบคู่กับหลักจริยธรรม เพื่อเตรียมเยาวชนให้พร้อมรับมือกับความเปลี่ยนแปลงอย่างมีความรับผิดชอบ ดังนั้น ธรรมศาสตร์จึงมีการผลักดันหลักสูตร จริยธรรม AI’ หรือ ‘AI Ethics’ ร่วมกับคณะผู้บริหารฝ่ายวิชาการมธ. โดยมี ผศ. ดร.รัชฎา คงคะจันทร์ ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายวิชาการ และอาจารย์ประจำสาขาวิชาวิทยาศาสตร์และนวัตกรรมข้อมูล (Data Science and Innovation) เป็นหนึ่งในแกนนำหลักที่เชี่ยวชาญด้าน AI ร่วมจัดทำรายวิชา AI นี้ขึ้น อาทิ รายวิชา TU280 “จริยธรรมปัญญาประดิษฐ์สำหรับผู้นำอนาคต” (Artificial Intelligence Ethics for Leader of the Future) นำร่องภายใต้รายวิชาศึกษาทั่วไป หรือ เจนเอด (General Education) เพื่อบ่มเพาะนักศึกษาทุกคณะให้มีจริยธรรมตั้งแต่ระดับพื้นฐาน ซึ่งไม่เพียงรู้จักการใช้ AI อย่างมีประสิทธิภาพเท่านั้น แต่ยังตระหนักถึงผลกระทบต่อสิทธิมนุษยชน ความเสมอภาค และความโปร่งใสด้วย”

ด้าน ผศ. ดร.รัชฎา คงคะจันทร์ ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายวิชาการ และอาจารย์ประจำสาขาวิชาวิทยาศาสตร์และนวัตกรรมข้อมูล (Data Science and Innovation) วิทยาลัยสหวิทยาการ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ชี้ให้เห็นว่า อคติใน AI เป็นข้อกังวลที่สำคัญของการใช้งานกับงานหลากหลายประเภท เนื่องจาก AI เรียนรู้โดยการประมวลผลข้อมูลจำนวนมหาศาล และหากข้อมูลที่ใช้ในการฝึกฝนมีอคติหรือไม่ได้เป็นตัวแทนที่หลากหลาย อัลกอริทึมก็จะสะท้อนและขยายอคตินั้นออกไป ซึ่งนำไปสู่ผลลัพธ์ที่ไม่เป็นธรรมหรือการเลือกปฏิบัติ แต่อย่างไรก็ตาม การที่ AI มีอคติเนื่องจากข้อมูลที่ใช้ฝึกฝน ไม่ได้หมายความว่า AI สร้างอคติขึ้นมาเอง แต่เป็นผลลัพธ์ของการที่อคติทางสังคมที่มีอยู่เดิมในอดีตและปัจจุบันถูกฝังอยู่ในชุดข้อมูลที่ AI เรียนรู้ ยกตัวอย่างเช่น หากข้อมูลการจ้างงานในอดีตแสดงการเลือกปฏิบัติต่อกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง AI ก็จะเรียนรู้และทำซ้ำรูปแบบนั้น การแก้ไขอคติใน AI จึงต้องเริ่มตั้งแต่ต้นทางของกระบวนการ ได้แก่ การทบทวนและปรับปรุง คุณภาพของข้อมูล รวมถึงการสร้างชุดข้อมูลที่หลากหลายและเป็นตัวแทนที่แท้จริงของประชากร

นอกจากนี้  AI ยังส่งผลกระทบเชิงจริยธรรมในภาควิชาชีพ นำมาซึ่งโอกาสและความท้าทายเชิงจริยธรรมที่แตกต่างกันตามบริบทการใช้งาน อาทิ ในด้านการแพทย์ เทคโนโลยี AI มีบทบาทสำคัญในการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน ลดภาระงานเอกสาร ช่วยในการอ่านผลการตรวจ คัดกรองผู้ป่วย และวิเคราะห์ภาพทางการแพทย์ อย่างไรก็ตาม แม้ AI จะช่วยเสริมศักยภาพระบบบริการสุขภาพอย่างมหาศาล แต่ก็ยังมาพร้อมกับประเด็นจริยธรรมที่ซับซ้อน โดยเฉพาะในเรื่องความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัยของข้อมูลผู้ป่วย รวมถึงอคติของอัลกอริทึมที่อาจนำไปสู่การให้คำแนะนำการรักษาที่ไม่ปลอดภัยหรือไม่ถูกต้อง ซึ่งหากไม่มีการควบคุมหรือกลไกตรวจที่เหมาะสม อาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อชีวิตและสุขภาพของผู้ป่วย

นอกจากด้านการแพทย์แล้ว เทคโนโลยี AI ยังเข้ามามีบทบาทสำคัญในวิชาชีพด้านจิตวิทยาและสุขภาพจิต โดยเฉพาะในรูปแบบแชทบอท (Chatbot) ที่สามารถให้คำปรึกษาได้ตลอด 24 ชั่วโมง ช่วยลดข้อจำกัดเรื่องสถานที่ เวลา และค่าใช้จ่าย ทั้งยังช่วยรักษาความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้งาน ซึ่งอาจเป็นประโยชน์ต่อผู้ที่รู้สึกไม่สะดวกใจในการพูดคุยแบบตัวต่อตัว อย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงในบริบทนี้ก็ไม่อาจมองข้ามได้ ตั้งแต่ประเด็นเรื่องการรักษาความลับของผู้ใช้งาน ไปจนถึงความแม่นยำของการวินิจฉัยที่อาจคลาดเคลื่อน ในอีกด้านหนึ่งของความท้าทายคือ วิชาชีพด้านกฎหมาย ซึ่ง AI กลับกลายเป็นประเด็นที่ละเอียดอ่อนที่สุด หนึ่งในข้อกังวลหลักคือ อคติจากข้อมูลในอดีตที่อาจส่งผลต่อการทำนายหรือวิเคราะห์ เช่น ระบบทำนายการกระทำผิดซ้ำที่ตอกย้ำความไม่เป็นธรรมทางเชื้อชาติ อีกทั้งยังมีกรณีที่ทนายความใช้ ChatGPT ทำวิจัยและอ้างอิงคดีที่ไม่เคยมีอยู่จริง ซึ่งส่งผลกระทบต่อความน่าเชื่อถือของการดำเนินกระบวนการยุติธรรมและมีความเสียหายต่อระบบกฎหมายอย่างร้ายแรง

“การประยุกต์ใช้ AI ในแต่ละวิชาชีพ จึงไม่ใช่แค่เรื่องของเทคโนโลยี หากแต่เป็นเรื่องของ “ความไว้วางใจ” และ “คุณธรรม” ที่ต้องเดินควบคู่กัน การพัฒนา AI ให้เก่งขึ้นต้องมาพร้อมกับการกำหนดแนวทางจริยธรรมและธรรมาภิบาลที่ชัดเจน เพื่อให้เทคโนโลยีอัจฉริยะกลายเป็นพลังบวกของสังคม ไม่ใช่ดาบสองคมที่ย้อนกลับมาทำร้ายมนุษย์เองในที่สุด แนวคิดสำคัญคือ การมอง AI ที่ไม่ใช่เป็นเพียงศาสตร์หนึ่ง แต่คือ ‘ทักษะเสริม’ ที่สามารถประยุกต์ใช้ได้ในทุกสายอาชีพ ควบคู่ไปกับเปลี่ยนจากการสอน ‘AI คืออะไร’ มาเป็น ‘เราจะอยู่ร่วมกับ AI อย่างไร’ โดยเฉพาะการใช้ AI ให้สอดคล้องกับทักษะสายอาชีพที่หลากหลาย นักเรียนและนักศึกษาจึงควรมีทั้งทักษะดิจิทัลและความเข้าใจด้านจริยธรรมควบคู่กันไป เช่น นักศึกษาแพทย์ที่ใช้ AI ช่วยวินิจฉัยโรค ก็ต้องเข้าใจว่าเบื้องหลังโมเดลเหล่านั้นมีข้อจำกัดและความเสี่ยงจากอคติของข้อมูลที่ต้องระมัดระวัง”

ท้ายสุด ผศ. ดร.รัชฎา กล่าวว่า ในอีกด้านหนึ่ง ภาครัฐและเอกชนก็มีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนระบบนิเวศการเรียนรู้ด้าน AI อย่างทั่วถึง โดยเฉพาะกลุ่มแรงงานที่มีความเสี่ยงจะถูกแทนที่โดยระบบอัตโนมัติ รัฐควรลงทุนกับการจัดอบรมหรือบรรจุเนื้อหาเกี่ยวกับ AI ตั้งแต่ระดับมัธยมศึกษาเพื่อปูพื้นฐานการเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง  ขณะเดียวกัน ภาคเอกชนเองก็ต้องไม่มองแค่การใช้เครื่องมือ แต่ต้องปลูกฝังวัฒนธรรมการตัดสินใจเชิงจริยธรรมภายในองค์กรด้วย ไม่ว่าจะเป็นการสรรหาบุคลากร การให้บริการลูกค้า หรือการประเมินผลต่าง ๆ

 ทั้งนี้ หลักสูตร AI Ethics ถือเป็นส่วนหนึ่งของแผนยุทธศาสตร์ “Thammasat Next Century” ที่มุ่งยกระดับธรรมศาสตร์ให้เป็นมหาวิทยาลัยสมบูรณ์แบบเพื่อสังคมแห่งอนาคต โดยเชื่อมั่นว่าการพัฒนาประเทศในยุคดิจิทัลต้องไม่ทิ้งหลักจริยธรรมและความรับผิดชอบต่อสังคม พร้อมวางเป้าหมายให้ผู้เรียนสามารถเติบโตเป็นพลเมืองดิจิทัลที่ “เก่งและดี” อย่างสมดุล มีทักษะคิดวิเคราะห์ ใช้ AI เพื่อสร้างสรรค์สิ่งใหม่อย่างเท่าทัน และไม่หลงลืมหลักคุณธรรมในการใช้ชีวิตร่วมกับผู้อื่นในโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว

“มธ.ไม่ได้มุ่งเพียงสร้าง “คนเก่ง” แต่ต้องสร้าง “คนเก่งอย่างมีความรับผิดชอบ” เพื่อให้เยาวชนไทยเติบโตท่ามกลางยุคดิจิทัลได้อย่างมั่นคง เข้าใจทั้งพลังและขีดจำกัดของเทคโนโลยี และเป็นผู้ใช้ AI ที่มีสติและจริยธรรมเป็นเข็มทิศนำทางสู่อนาคตที่ยั่งยืน” ผศ. ดร.รัชฎา กล่าวในที่สุด

Amazfit เปิดตัวสมาร์ทวอทช์รุ่นล่าสุด Bip 6 ตอบโจทย์ทุกไลฟ์คนรักสุขภาพ

Amazfit เปิดตัวสมาร์ทวอทช์รุ่นล่าสุด Bip 6 ตอบโจทย์ทุกไลฟ์คนรักสุขภาพ

Amazfit เปิดตัวสมาร์ทวอทช์รุ่นล่าสุด Bip 6 ตอบโจทย์ทุกไลฟ์คนรักสุขภาพ

วันจันทร์ ที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

แบรนด์สมาร์ทวอทช์และอุปกรณ์สวมใส่อัจฉริยะโดยเซปป์ เฮลท์ (Zepp Health) (NYSE: ZEPP) ผู้นำด้านเทคโนโลยีสุขภาพ เปิดตัวสมาร์ทวอทช์รุ่นล่าสุด Amazfit Bip 6 ที่ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อให้รองรับทุกๆ ไลฟ์สไตล์การใช้งานในชีวิตประจำวันของผู้ที่ชื่นชอบการออกกำลังและผู้ที่ชอบดูแลสุขภาพ โดดเด่นด้วยดีไซน์ทันสมัย น้ำหนักเบา ฟังก์ชันการวัดค่าสุขภาพครบครัน และแบตเตอรี่ที่ใช้งานได้ยาวนานถึง 2 สัปดาห์  ตัวเรือนใช้โครงอะลูมิเนียมอัลลอยด์ที่มีความแข็งแรงทนทาน สามารถกันน้ำได้ถึง 5 ATM พร้อมหน้าจอ AMOLED แสดงผลคมชัด ขนาด 1.97 นิ้ว และยังมีฟีเจอร์วัดคุณภาพการนอนหลับและอัตราการเต้นของหัวใจที่มีความแม่นยำสูง รวมถึงมี AI ช่วยออกแบบโปรแกรมการออกกำลังกาย และยังสามารถใช้ระบบการนำเส้นทางแบบออฟไลน์ได้อีกด้วย

นายเวย์น ฮวง (Wayne Huang) ผู้ก่อตั้งและซีอีโอของซีอีโอของเซปป์ เฮลท์ กล่าวว่า “เราเชื่อว่าสมาร์ทวอทช์และสมอุปกรณ์สวมใส่อัจฉริยะควรมีเทคโนโลยีฟังก์ชันการใช้งานที่ครอบคลุมโดยที่ยังคงความสวยงามของดีไซน์ที่ทันสมัยสามารถใส่ในชีวิตประจำวันได้ รวมถึงราคาที่ทุกคนสามารถเข้าถึงได้ Amazfit Bip 6 นี้ได้รับการออกแบบอย่างพิถีพิถันเพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์การใช้งานได้หลากหลาย ตั้งแต่การประเมินผลการออกกำลังกายขั้นสูง โค้ชอัจฉริยะที่ช่วยออกแบบการออกกำลังกายให้เหมาะกับแต่ละบุคคล และโหมดสำหรับการฝึก HYROX โดยเฉพาะ รวมทั้งมีความแข็งแรงทนทานสามารถปรับให้เหมาะกับทุกกิจกรรม”

ฟีเจอร์และฟังก์ชันที่น่าสนใจของ Amazfit Bip 6 ประกอบด้วย 1. ดีไซน์อะลูมิเนียมน้ำหนักเบา พร้อมหน้าจอ AMOLED ขนาด 1.97 นิ้ว พร้อมค่าความสว่างถึง 2000nits ช่วยให้แสดงผลคมชัดในทุกสภาพแสง 2. ประเมินข้อมูลการนอนหลับและวัดอัตราการเต้นของหัวใจที่แม่นยำด้วยเทคโนโลยี BioTracker™ Amazfit Bip 6 มาพร้อมเซ็นเซอร์วัดอัตราการเต้นของหัวใจ BioTracker™ 6.0 PPG ที่ดีที่สุดของ Amazfit โดยสามารถวัดผลอัตราการเต้นของหัวใจ ระดับออกซิเจนในเลือด การวัดระดับความเครียด และความแปรปรวนของอัตราการเต้นของหัวใจได้อย่างแม่นยำ

3. มีโหมดการออกกำลังกายมากกว่า 140 โหมด รวมถึงโหมดการแข่งกัน HYROX  รองรับกิจกรรมฟิตเนสและไลฟ์สไตล์มากกว่า 140 กิจกรรม รวมถึงโหมดที่จะช่วยฝึกความแข็งแกร่งให้กับร่างกายเพื่อการแข่งขัน HYROX โดยเฉพาะ และยังมี AI ช่วยประเมินและให้ข้อมูลเชิงลึกอย่างละเอียด เพื่อช่วยออกแบบรูปแบบการออกกำลังให้เหมาะกับแต่ละบุคคล รวมถึงยังมีระบบ GPS สามารถนำทางแบบออฟไลน์ ช่วยในการติดตามตำแหน่งและระยะทางในการออกกำลังกาย เพื่อตอบโจทย์ผู้ที่ชื่นชอบกิจกรรมกลางแจ้งอีกด้วย  4. อายุการใช้งานแบตเตอรี่ยาวนานสูงสุด 2 สัปดาห์และกันน้ำได้ 5 ATM ทำให้ Amazfit Bip 6 สามารถรองรับกิจกรรมสุดแอ็คทีฟได้หลากหลายรูปแบบ

5. ฟีเจอร์เพิ่มความสะดวกสบายในชีวิตประจำวัน โดยรองรับการแจ้งเตือนในชีวิตประจำวันได้อย่างสะดวกสบาย ไม่ว่าจะเป็นการโทร.ออกและรับสาย การอ่านข้อความ การอัปเดตโซเชียลมีเดีย การพิมพ์ข้อความโดยการใช้เสียง และซิงค์การแจ้งเตือนต่างๆ โดยมี Zepp Flow ระบบสั่งงานด้วยเสียงที่ช่วยให้ผู้ใช้สามารถควบคุมนาฬิกา, ตอบกลับข้อความ, เข้าถึงข้อมูลสุขภาพ และเริ่มโหมดออกกำลังกายด้วยการใช้เสียงโดยไม่ต้องสัมผัสหน้าจอ

6. แอปพลิเคชัน Zepp ตอบโจทย์ด้านข้อมูลสุขภาพและการออกกำลัง ถือเป็นจุดเด่นของสมาร์ทวอทช์ Amazfit ที่ช่วยติดตามข้อมูลสุขภาพและวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกของแต่ละบุคคล พร้อมฟีเจอร์ใหม่ที่ช่วยบันทึกข้อมูลโภชนาการของผู้ใช้ โดยสามารถถ่ายภาพมื้ออาหารของตนเองและบันทึกได้โดยตรงผ่านแอปเพื่ออัปโหลดข้อมูลโภชนาการอัตโนมัติ

Amazfit Bip 6 วางจำหน่ายแล้วที่ ร้านค้าตัวแทนจำหน่ายชั้นนำทั่วประเทศและร้านค้าออนไลน์อย่างเป็นทางการของ Amazfit  สามารถติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ http://www.amazfit.com