คุณแหน : 1 มิถุนายน 2568

คุณแหน : 1 มิถุนายน 2568

คุณแหน : 1 มิถุนายน 2568

วันอาทิตย์ ที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ll ในวันร่างพรบ.งบปี ๖๙  นายก แพรทองธาร กล่าว ” มีเปาหมายเพื่อฟื้นฟูและขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ให้เติบโตอย่างยั่งยืน  ภายใต้ข้อจำกัดด้านรายได้ และสถานะทางเศรษฐกิจโลก รัฐบาลดำเนินนโยบายแบบขาดดุล เพื่อรักษาเสถียรภาพเศรษฐกิจ ให้หน่วยรัฐ ใช้จ่ายงบประมาณอย่างมีประสิทธิภาพและเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชน “…..  

ll แต่ ผู้นำฝ่ายค้าน  ณัฐพงษ์   เรืองปัญญาวุฒิ กล่าว ” งบปี ๖๙ จึงเป็นกระจกสะท้อนชั้นดีว่ารัฐบาลนี้เป็นรัฐบาลที่ไร้ทิศ ไร้ทาง และไร้ภาพ  ไม่ได้จัดงบเพื่อหาทางออกให้กับประเทศแต่ปล่อยให้การบริหารราชการแผ่นดินอยู่ในระบบของราชการประจำ เพราะใช้เวลาไปกับการแก้ปัญหาภายในพรรคร่วมรัฐบาลด้วยกันเอง ”  คงดูกันต่อไปว่าประเทศจะเป็นอย่างไร??  ……

ll หน.พรรคภูมิใจไทย อนุทิน  ชาญวีรกุล  ” ความสัมพันธ์ทุกอย่างมีแต่แน่นแฟ้นมากยิ่งขึ้น เพราะฉะนั้นมันไม่น่าจะมีใครรู้ดีมากกว่าผม ส่วนการคาดคะเนต่างๆ ก็เป็นอาชีพของแต่ละคนว่ากันไป แต่ในความเป็นพรรคร่วมรัฐบาลผมก็ยังทำงานอย่างเต็มที่ ไม่ได้มีการพูดคุยถึงเรื่องนี้ และไม่ได้มีความกังวลใด เพราะเราเป็นผู้เล่น คนดูจะมาบอกว่าคนนี้จะถูกเปลี่ยน หรือถูกปรับ มันก็คงไม่รู้เท่ากับผู้เล่นหรอก ” …..

ll มาฟังบางส่วนของ ครูเป็ด มนต์ชีพ  ศิวะสินางกูร นักแต่งเพลงชื่อดังพูดถึง นายก แพรทองธาร  ชินวัตร ” เธอเป็นนกแก้วนกขุนทองไปเรื่อยๆ ไม่เคยเห็นนายกคนไหนว่างเปล่าขนาดนี้  นอกจากไม่แสดงในหัวเธอมีอะไรอยู่บ้างหรือเปล่า  การสื่อสารก็สับสน ผิดๆถูกๆ ไม่ว่าภาษาไทยหรือภาษาอะไร  กาละเทศะก็ไม่มี วุฒิภาวะก็เห็นกันอยู่ การควบคุมอารมณ์การแสดงออกเพื่อตอบโต้ต้องบอกว่านายกคนนี้สุดจริงๆ ”   ……

ll เพื่อนๆของอดีตสว.อุปกิต   ปาจรียางกูร  ได้ เฮ เมื่อ ศาลอาญายกฟ้องทุกข้อหา  ……

ll เมื่อ ๒๗ พค. ที่่ปปส.อดีตนายกทักษิณ   ชินวัตร  นั่งเป็นประธานท่ามกลางรัฐมนตรีและข้าราชการน้อยใหญ่ เริ่มต้นด้วยตัดพ้อแพทยสภา ” แพทยสภามีหน้าที่ดูเรื่องจริยธรรมของแพทย์ บางที่แพทยสภาก็ไม่มีจริยธรรมเสียเอง ” …..

ll ชาววิชัยยุทธ ให้เสียดาย คุณหมอโรคหัวใจคนเก่ง นพ.ระพีพล  กุญชร  อยุธยา  อดีตผู้อำนวยการรพ.วิชัยยุทธ มีฌาปนกิจศพ เวลา ๑๔.๓๐ น. ณ วัดมกุฏกษัตริยาราม  จันทร์ ๒ มิย.  R.I.P. ……

ll ประเทศเล็กๆในโลกที่ประชากรแค่๖๕ ล้านคน กำลังผจญกับงบประมาณประจำปี ๖๙  การไม่เป็นอันหนึ่งกันในรัฐบาล การต่อสู้ระหว่างกกต. , สว., สส.,  รวมถึงการไม่ลงรอยกันในชายแดนระหว่างไทย กับ กัมพูชา  และการลงโทษของแพทยสภา ต่อ สมาชิกแพทย์ และฯลฯ นี่แหละคือสยามเมืองยิ้ม …..  

ll ขออนุญาติ ประกานสำนึก ในหัวข้อ เกรงขามความคิด หลอกตนเองเก่งกาจขนาดไหน  ขนาดใจของตนหลงกลเชื่อ เศรษฐกิจมีปัญหาแต่ง่าเงื้อ  ยาเสพติดชิดเชื้อไฟลุกโชน  ทักษิณพูดคนเขียนแฮรี่พอร์ตเตอร์นำเสนอนิยายดังเมื่อนั่งที่โน้น  ไม่มีเงินจึงอวยชัยไฟลุกโชน กู่ตะโกน หากิน จินตนาการ ……

น้องนิ่งง… นิ่งง…

กลับมาอีกครั้ง Amazing Thailand Grand Sale 2025 ตอกย้ำภาพลักษณ์ประเทศไทยเป็น Shopping Destination ระดับโลก

กลับมาอีกครั้ง Amazing Thailand Grand Sale 2025 ตอกย้ำภาพลักษณ์ประเทศไทยเป็น Shopping Destination ระดับโลก

กลับมาอีกครั้ง Amazing Thailand Grand Sale 2025 ตอกย้ำภาพลักษณ์ประเทศไทยเป็น Shopping Destination ระดับโลก

วันเสาร์ ที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 15.56 น.

กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา โดยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ร่วมกับพันธมิตรภาครัฐและเอกชน เปิดตัวโครงการ Amazing Thailand Grand Sale 2025 โดยมี นายจักรพล ตั้งสุทธิธรรม ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ให้เกียรติเป็นประธาน พร้อมด้วยนางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการ ททท. และนายชัย อรุณานนท์ชัย ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศ เข้าร่วมงาน ณ สถานีรถไฟกรุงเทพ (หัวลำโพง) กรุงเทพมหานคร เพื่อตอกย้ำภาพลักษณ์ประเทศไทยในการเป็น Shopping Destination พร้อมดึงดูดนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ ผลักดัน Must Buy ภายใต้แนวคิด 5 Must Do in Thailand เพื่อส่งมอบความพิเศษ Grand Privilege เนื่องในปี ท่องเที่ยว Amazing Thailand Grand Tourism and Sports Year 2025

 นายจักรพล ตั้งสุทธิธรรม ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวว่า รัฐบาลได้ประกาศให้ปี 2025 เป็นปีจุดพลังการท่องเที่ยวสุดยิ่งใหญ่ Amazing Thailand Grand Tourism and Sports Year 2025 นำเสนอผ่านแนวคิด 5 Grand เพื่อเป็นเครื่องมือสำคัญในการดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก  ซึ่งโครงการ Amazing Thailand Grand Sale 2025 ที่ ททท. ได้จัดขึ้นในครั้งนี้ ถือเป็นการส่งมอบความพิเศษแห่งการท่องเที่ยวในประเทศไทยด้วย Grand Privilege เป็นส่วนลดและสิทธิประโยชน์มากมายให้แก่นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ เพื่อกระตุ้นให้เกิดการจับจ่ายใช้สอยสินค้าและบริการทางการท่องเที่ยวของประเทศไทย นอกจากจะเป็นการตอกย้ำภาพลักษณ์ประเทศไทยในฐานะการเป็น Shopping Destination แล้ว ยังเป็นโอกาสอันดี ในการผลักดัน Must Buy ภายใต้แนวคิด 5 Must Do in Thailand รวมถึงการเข้าร่วมกิจกรรมต่างๆ ที่จะเกิดขึ้นภายในโครงการฯ เพื่อสร้างความสุขและความประทับใจตลอดการเดินทางท่องเที่ยวประเทศไทย

นายอัครวิชย์ เทพาสิทธิ ผู้อำนวยการฝ่ายส่งเสริมการลงทุนอุตสาหกรรมท่องเที่ยว ททท. กล่าวว่า โครงการ Amazing Thailand Grand Sale 2025 เป็นหนึ่งในกิจกรรมส่งเสริมการขายในปี Amazing Thailand Grand Tourism and Sports Year 2025 ที่ ททท. พร้อมมอบประสบการณ์เหนือระดับและสิทธิประโยชน์การท่องเที่ยวให้แก่นักท่องเที่ยวผ่านแคมเปญทางการตลาด (Grand Privilege) ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน – 15 สิงหาคม 2568 โดยได้ดำเนินร่วมกับพันธมิตรทั้งภาครัฐและเอกชนรวมถึงผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมท่องเที่ยว อาทิ ศูนย์การค้าและห้างสรรพสินค้าชั้นนำ โรงแรมและที่พัก สภาและสมาคมด้านการท่องเที่ยว กรมท่าอากาศยาน เป็นต้น พร้อมมอบส่วนลด โปรโมชันและสิทธิพิเศษต่างๆ ด้านสินค้าและบริการทางการท่องเที่ยวให้แก่นักท่องเที่ยว เพื่อกระตุ้นความต้องการในการเดินทางของนักท่องเที่ยวต่างชาติ สร้างแรงจูงใจให้เกิดการใช้จ่าย (Spending) ของนักท่องเที่ยวต่างชาติ นอกจากนี้ ยังมอบความพิเศษให้แก่นักท่องเที่ยวด้วยการร่วมลุ้นโอกาสเข้าร่วมกิจกรรมที่จะมาสร้าง Grand Moment ด้วยการพบปะ Celebrity เพื่อส่งมอบประสบการณ์ในการชอปปิ้งให้นักท่องเที่ยวได้ใช้จ่ายอย่างสนุกสนานยิ่งขึ้น ทั้งนี้ ททท. คาดว่าจะสร้างรายได้หมุนเวียนจากการจัดกิจกรรมกว่า 3,000 ล้านบาท

ทั้งนี้ ผู้ที่สนใจสามารถดูรายละเอียดโครงการฯ กิจกรรมและสิทธิพิเศษได้ที่เว็บไซต์ของโครงการ http://www.tourismthailand.org/amazingthailandgrandsale นอกจากนี้ ผู้ประกอบการที่สนใจเข้าร่วมโครงการฯ สามารถสมัครเข้าร่วมโครงการฯ ได้ที่ เว็บไซต์ https://register.amazingthailandgrandsale.com/form ตั้งแต่วันนี้ – 10 มิถุนายน 2568 หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ LINE Official Account: @thailandgrandsale

มอบเงินบริจาค

มอบเงินบริจาค

มอบเงินบริจาค

วันเสาร์ ที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

จันทร์ประภา วิชิตชลชัย รอง ผอ.สนง.จัดหารายได้ สภากาชาดไทย รับมอบเงินบริจาคจำนวน 2,964,198 บาท (สองล้านเก้าแสนหกหมื่นสี่พันหนึ่งร้อยเก้าสิบแปดบาทถ้วน) จาก ประพาฬพงษ์ มากนวล หัวหน้าฝ่ายฝ่ายกิจกรรมองค์กรเพื่อสังคม (ทรูปลูกปัญญา) บมจ.ทรู คอร์ปอเรชั่น เพื่อสมทบทุนโครงการก่อสร้างอาคารผู้ป่วยนอกส่วนต่อขยาย Extended OPD รพ.จุฬาฯ รับมอบ ณ Donation HUB สภากาชาดไทย

‘เอปสัน’ เดินหน้าสานต่อพันธกิจด้านความยั่งยืน บริจาคสนับสนุน 3 องค์กรเพื่อสังคมและสิ่งแวดล้อม

‘เอปสัน’ เดินหน้าสานต่อพันธกิจด้านความยั่งยืน บริจาคสนับสนุน 3 องค์กรเพื่อสังคมและสิ่งแวดล้อม

‘เอปสัน’ เดินหน้าสานต่อพันธกิจด้านความยั่งยืน บริจาคสนับสนุน 3 องค์กรเพื่อสังคมและสิ่งแวดล้อม

วันเสาร์ ที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

บริษัท เอปสัน (ประเทศไทย) จำกัด เดินหน้ายกระดับบทบาทในการสร้างสรรค์สังคมที่ยั่งยืนผ่านการดำเนินกิจกรรมเพื่อสังคม (CSR) ภายใต้แนวคิด “Sustainability” โดยล่าสุดได้มอบการสนับสนุนให้กับ 3 องค์กรที่มีบทบาทสำคัญด้านสังคม สิ่งแวดล้อม และการศึกษา

กิจกรรมแรก เอปสันได้นำสิ่งของที่ได้รับการบริจาคสิ่งของที่ยังอยู่ในสภาพดี จากพนักงานเอปสัน รวมถึงผู้ที่ทำงานที่อาคารปัน ซึ่งรวบรวมผ่านกิจกรรม “You Share, We Change ปีที่ 2” มอบให้แก่ มูลนิธิกระจกเงา เพื่อส่งต่อให้เกิดการใช้งานต่อไป ซึ่งกิจกรรมนี้เป็นส่วนหนึ่งของการส่งเสริมการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า ลด ปริมาณขยะ และลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม กิจกรรมที่สอง เอปสันได้ร่วมสนับสนุนเงินจำนวน 100,000 บาท เพื่อสนับสนุนกิจกรรม Caps Fair 2025 ฝาแปลงร่าง ซึ่งจัดโดยพรีเชียสพลาสติกแบงค็อก (Precious Plastic Bangkok) ภายใต้มูลนิธิโลกสีเขียว พรีเชียสพลาสติกแบงค็อก เป็นองค์กรที่ทำงานร่วมกับชุมชม โรงเรียน และมหาวิทยาลัย  เพื่อรวบรวมขยะพลาสติกและนำมารีไซเคิลให้กลายเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ ตอกย้ำความมุ่งมั่นของเอปสันในการสนับสนุนการลดการใช้พลาสติกและส่งเสริมระบบเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy)

กิจกรรมสุดท้าย เอปสันยังได้มอบทุนการศึกษา จำนวน 125,000 บาทให้แก่นักศึกษาคณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล เพื่อส่งเสริมการศึกษาและพัฒนาบุคลากรทางการแพทย์ ซึ่งถือเป็นกำลังสำคัญในการดูแลสุขภาพของประชาชน ทั้งสามกิจกรรมนี้สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของเอปสันในการดำเนินธุรกิจด้วยความรับผิดชอบต่อสังคม พร้อมเดินหน้าสู่เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนในระยะยาว

สกพอ. เดินเครื่องโครงการยกระดับภูมิปัญญา สู่การรังสรรค์เมนูแห่งฉะเชิงเทรา

สกพอ. เดินเครื่องโครงการยกระดับภูมิปัญญา สู่การรังสรรค์เมนูแห่งฉะเชิงเทรา

สกพอ. เดินเครื่องโครงการยกระดับภูมิปัญญา สู่การรังสรรค์เมนูแห่งฉะเชิงเทรา

วันเสาร์ ที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ดร.จุฬา สุขมานพ เลขาธิการคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.) เป็นประธานเปิดตัว โครงการยกระดับภูมิปัญญาสู่การรังสรรค์เมนูแห่งฉะเชิงเทรา พร้อมลงนามความร่วมมือ (MOU) กับหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชน ประกอบด้วย มหาวิทยาลัยราชภัฏราชนครินทร์, สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดฉะเชิงเทรา, มูลนิธิฉะเชิงเทราเพื่อการพัฒนา, โรงแรมซันธารา เวลเนส รีสอร์ท แอนด์ โฮเทล, โรงแรมสัปปายะ, โรงแรมบ้านนายถึก และโรงแรมเฮฟเว่น ฉะเชิงเทรา โดยมีผู้ประกอบการร้านอาหาร ปราชญ์ชุมชนและสื่อมวลชนเข้าร่วมงาน ณ อาคาร NT Tower บางรัก กรุงเทพฯ

ดร.จุฬา สุขมานพ เปิดเผยว่า จังหวัดฉะเชิงเทราเป็นหนึ่งในพื้นที่หลักของเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) ที่มีศักยภาพทั้งในด้านเศรษฐกิจและความหลากหลายทางชีวภาพ โดยเฉพาะต้นทุนทางวัฒนธรรมด้านอาหาร ซึ่งอาหารไทยถือเป็นซอฟต์พาวเวอร์ (Soft Power)ที่มีบทบาทสำคัญในการสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ เนื่องจากอาหารไทยมีความเป็นเอกลักษณ์และมีศักยภาพสูงในการขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ร่วมกับการยกระดับภูมิปัญญาอาหารอัตลักษณ์ของท้องถิ่น ซึ่งจะเป็นแม่เหล็กดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วทุกมุมโลก ก่อให้เกิดการสร้างรายได้ สร้างงาน และสร้างอาชีพในชุมชน ส่งผลให้เศรษฐกิจฐานรากเติบโตอย่างเข้มแข็งและเป็นพลังสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ

ทั้งนี้ สกพอ.ได้ดำเนินโครงการฯ ดังกล่าวร่วมกับภาคีเครือข่าย ทั้งหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน สถาบันการศึกษา และภาคประชาสังคม โดยศึกษาข้อมูลองค์ความรู้ ภูมิปัญญาด้านอาหาร ของชุมชนในพื้นที่จังหวัดฉะเชิงเทรา และนำเข้าฐานข้อมูลองค์ความรู้ชุมชน และต่อยอดให้เกิดมูลค่าเพิ่มที่สามารถตอบสนองภาคอุตสาหกรรม นักลงทุน และนักท่องเที่ยวในพื้นที่ นอกจากนี้ ยังเป็นการยกระดับและพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการร้านอาหารให้มีรายได้เพิ่มมากขึ้น นำไปสู่การพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากในพื้นที่ให้เติบโตอย่างยั่งยืน รวมถึงส่งเสริมการมีส่วนร่วมจากทุกช่วงวัยในชุมชน ด้วยการสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับโอกาสทางเศรษฐกิจและสังคมที่เกิดขึ้นจากการพัฒนาจังหวัดฉะเชิงเทรา

“โครงการฯ มุ่งเน้นการค้นหาแหล่งกำเนิดขององค์ความรู้ ภูมิปัญญาด้านอาหาร ปราชญ์ชุมชนด้านอาหาร และเมนูอาหารสะท้อนอัตลักษณ์ของ 11 อำเภอ ในจังหวัดฉะเชิงเทรา โดยเมนูอาหารที่เบื้องต้นได้รับการเสนอว่าเป็นเมนูแห่งฉะเชิงเทราที่โดดเด่น อาทิ ต้มยำกุ้ง อำเภอบางคล้า หมูหงส์ อำเภอแปลงยาว บ้าบิ่นมะพร้าวน้ำหอม อำเภอคลองเขื่อน แกงส้มไหลบัวปลาสลิด อำเภอบางน้ำเปรี้ยว เป็นต้น ซึ่งจะนำไปพัฒนาและยกระดับภูมิปัญญาสู่การรังสรรค์เมนูแห่งฉะเชิงเทรา เพื่อสร้างให้เกิดมูลค่าเพิ่ม (Value) ตลอดจนการต่อยอดการพัฒนาเศรษฐกิจ เชื่อมโยงสู่ภาคอุตสาหกรรมผู้ประกอบการร้านอาหาร โรงแรม และชุมชนในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) นำไปสู่การพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากในพื้นที่ให้เติบโตและสร้างความอย่างยั่งยืนแก่ประชาชนในพื้นที่” ดร.จุฬา กล่าว

โครงการฯ จัดการแข่งขันใน 2 ประเภท คือ 1. การแข่งขันรังสรรค์เมนูอาหารภูมิปัญญาดั้งเดิมแห่งฉะเชิงเทรา (Traditional Menu) และ 2. การแข่งขันรังสรรค์เมนูอาหารสร้างสรรค์จากภูมิปัญญาแห่งฉะเชิงเทรา (Creative Menu) จัดการแข่งขันในวันที่ 7 กรกฎาคม 2568 ณ ลานโปรโมชัน หน้า Tops ชั้น 1 ศูนย์การค้าโรบินสันไลฟ์สไตล์ ฉะเชิงเทรา ผู้ชนะการแข่งขันแต่ละประเภท แบ่งเป็น รางวัลชนะเลิศ จำนวน 10,000 บาท พร้อมโล่รางวัล, รองชนะเลิศ อันดับที่ 1 จำนวน 5,000 บาท พร้อมโล่รางวัล,รองชนะเลิศ อันดับที่ 2 จำนวน 4,000 บาท พร้อมโล่รางวัล และรางวัลชมเชย 5 รางวัล จำนวน 2,500 บาทต่อรางวัล มูลค่าเงินรางวัลรวมกว่า 63,000 บาท  คณะกรรมการตัดสิน ประกอบด้วย เชฟชุมพล แจ้งไพร คณะกรรมการยุทธศาสตร์ซอฟต์พาวเวอร์และประธานคณะกรรมการอนุกรรมการด้านอุตสาหกรรมอาหาร, ดร.สง่า ดามาพงษ์ ผู้เชี่ยว ชาญด้านโภชนาการและผู้จัดการโครงการโภชนาการสมวัย สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.), จรงค์ศักดิ์ รองเดช พิธีกรรายการภัตตาคารบ้านทุ่ง, ดวงฤทธิ์ แคล้วปลอดทุกข์ วิทยากรผู้เชี่ยวชาญและอาจารย์พิ เศษด้าน Food Stylist ระดับประเทศ, รศ.ดร.ดวงพร ภู่ผะกา อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏราชนครินทร์ และ ดร.ดารินันท์ นันทวงค์ ผู้แทน สกพอ.

                ผู้สนใจสามารถสมัครเข้าร่วมโครงการยกระดับภูมิปัญญาสู่การรังสรรค์เมนูแห่งฉะเชิงเทรา ได้ที่ QR Code / Link กติกาและใบสมัคร https://forms.gle/quvtqbDKnRLPY1aC6 ตั้งแต่วันนี้-20 มิถุนายน 2568 สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร. 095-318-7085 สุวัจนี นาคอาจหาญ

บูธไทยเบฟจัดเต็มผลิตภัณฑ์นวัตกรรมแห่งยุคในงาน THAIFEX – ANUGA ASIA 2025

บูธไทยเบฟจัดเต็มผลิตภัณฑ์นวัตกรรมแห่งยุคในงาน THAIFEX - ANUGA ASIA 2025

บูธไทยเบฟจัดเต็มผลิตภัณฑ์นวัตกรรมแห่งยุคในงาน THAIFEX – ANUGA ASIA 2025

วันเสาร์ ที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

THAIFEX – ANUGA ASIA 2025 กำลังจะปิดฉากลงวันที่ 31 พฤษภาคม นี้ เป็นโอกาสแห่งการค้นหาและพบปะระหว่างนักธุรกิจ ผู้ผลิต ผู้ประกอบการ คู่ค้าและผู้ซื้อจากทั่วโลก จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “Beyond Food Experience” บรรยากาศเต็มไปด้วยความคึกคัก โดยเฉพาะในโซนเครื่องดื่มที่ บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) ที่ขนมาแบบจัดเต็มเพื่อให้ทุกคนมาร่วมสัมผัสประสบการณ์สุดพิเศษกับผลิตภัณฑ์นวัตกรรมแห่งยุค และผลิตภัณฑ์ใหม่ที่สรรสร้างความหลากหลายตอบโจทย์ความต้องการผู้บริโภคทุกช่วงวัย ตอกย้ำศักยภาพความแข็งแกร่งผู้นำธุรกิจเครื่องดื่ม และอาหารครบวงจรที่มั่นคง และยั่งยืนของภูมิภาคอาเซียน (Stable and Sustainable ASEAN Leader) ที่ขับเคลื่อนธุรกิจควบคู่ไปกับการคำนึงถึงการดูแลสังคม และสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน พร้อมขยายการเติบโตทางธุรกิจไปยังตลาดต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง

ภายในบูทไทยเบฟ พบกับการแสดงสินค้าเครื่องดื่ม และอาหารแบบครงวงจร พร้อมนวัตกรรมผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมจาก 4 กลุ่มธุรกิจ ได้แก่ กลุ่มธุรกิจสุรา กลุ่มธุรกิจเบียร์ กลุ่มธุรกิจไม่มีแอลกอฮอล์ และกลุ่มธุรกิจอาหาร และร่วมสนุกกับกิจกรรมที่ทางแบรนด์คัดสรรมาอย่างดี พร้อมเปิดพื้นที่เชิญชวนพันธมิตรทางการค้าในการร่วมเจรจาทางธุรกิจ เพื่อขยายเครือข่ายความร่วมมือแบบไร้พรมแดนสู่เวทีโลก  และยังได้รับเกียรติจาก พจน์ อร่ามวัฒนานนท์ ประธานกรรมการหอการค้าไทย และสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย พร้อมด้วย กลินท์ สารสิน อดีตประธานกรรมการหอการค้าไทย เข้าเยี่ยมชม โดยมี  แพทริค หอรัตนชัย ผู้อำนวยการ ผู้บริหารสายงานกิจการองค์กรประเทศไทย น้ำฝน อังศุธรรังสี  ผู้อำนวยการสำนักสื่อสารองค์กร ศักดิพัฒน์ สุวรรณศร ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายวางแผน กลยุทธ์ และการขาย พร้อมด้วยคณะผู้บริหารจาก 4 กลุ่มธุรกิจของ บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน)  ต้อนรับ

กลุ่มธุรกิจสุรา ไทยเบฟเจาะตลาดใหม่ขยายฐานลูกค้าให้ครอบคลุมทุกกลุ่มเป้าหมายเสริมทัพเพิ่มความแกร่งพร้อมส่ง 2 ผลิตภัณฑ์ใหม่  ได้แก่ “PRAKAAN (ปราการ)” ซิงเกิลมอลต์วิสกี้ระดับพรีเมียมแบรนด์แรกของประเทศ พร้อมก้าวสู่เวทีโลกด้วยการคว้ารางวัลจากเวทีระดับสากล ตอบโจทย์กลุ่มผู้บริโภคที่มีไลฟ์สไตล์พร้อมเปิดกว้างรับประสบการณ์ใหม่ๆ และชื่นชอบการบริโภคเครื่องดื่มประเภท New World Whisky ภายใต้ซีรีส์ “ตรีบูร” ได้แก่ PRAKAAN SELECT CASK, PRAKAAN DOUBLE CASK และ PRAKAAN PEATED MALT และสาโทรูปแบบใหม่ “ZATO SPARKLING (ซาโต้ สาโทซ่า)” ที่มาในรูปแบบกระป๋อง เจาะกลุ่มผู้บริโภคใหม่สำหรับผู้ที่ชื่นชอบความสะดวก ความซ่า ความสดชื่น หวังคว้าโอกาสในการเติบโตจากเบียร์คู่แข่ง ซาโต้มีด้วยกัน 2 รสชาติ  LEMON-LIME FIZZ และ COLA BOMB

กลุ่มธุรกิจเบียร์ เสริมแกร่งผ่านกลยุทธ์ “Winning Brand Portfolio” และพัฒนาสินค้าที่โดดเด่นภายใต้ตราสินค้าช้าง ภายในงานจะพบกับ “Chang Unpasteurized (ช้าง อันพาสเจอไรซ์)” ครั้งแรกของนวัตกรรมเบียร์ด้วยกระบวนการผลิตที่ไม่ผ่านความร้อนหลังบรรจุขวด (Unpasteurized) เพื่อคงความเป็นเอกลักษณ์ รวมถึงใช้การขนส่งพิเศษแบบ Cold Chain เพื่อควบคุมอุณหภูมิไม่เกิน 4 องศาเซลเซียสตลอดการขนส่ง และพบกับ “Chang Espresso Lager (ช้าง เอสเปรสโซ่ ลาเกอร์)” เบียร์ที่ผสมผสานลาเกอร์เบียร์เข้ากับกาแฟสกัด การันตีด้วยคุณภาพจากสถาบันระดับโลกมากถึง 14 รางวัลภายใน 4 ปี อาทิ รางวัลเหรีญทองจาก Australian International Beer Awards, Monde Selection และ World Beer Awards

กลุ่มธุรกิจไม่มีแอลกอฮอล์  โออิชิ “โออิชิ กรีนที” ชาเขียวอันดับ 1 ของไทย ผลิตจากใบชาคุณภาพสูง ผสานคุณประโยชน์ยอดอ่อนใบชาผ่านกระบวนการผลิตที่ทันสมัย เพื่อคงเอกลักษณ์และคุณประโยชน์จากชาเขียวที่มีคาเทชิน ไว้เป็นอย่างดี ชูจุดขายเครื่องดื่มชาเขียวแท้สไตล์ญี่ปุ่น โดดเด่นในเรื่องคุณภาพวัตถุดิบซึ่งผลิตจากยอดอ่อนใบชา 3 ใบคุณภาพสูงที่และคุณประโยชน์จากคาเทชิน ที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย การันตีด้วยรางวัล “Thailand’s Most Admired Brand” ติดต่อกัน 14 ปี นอกจากนี้ พบกับแคมเปญล่าสุด “โออิชิ ไอซ์เลมอนที แมตช์สนุกหลุดกรอบความสดชื่น” ชูจุดเด่นของผลิตภัณฑ์ผ่านรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์จากชาเข้มสไตล์ญี่ปุ่น ผสานกับความเปรี้ยวสด-ชื่นของเลมอนที่ช่วยตัดเลี่ยน ภายใต้คอนเซปต์ “แมตช์สนุก หลุดกรอบความสดชื่น” ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์การบริโภคของคนรุ่นใหม่ที่นิยมดื่มชามะนาวคู่มื้ออาหาร คาดเพิ่มโอกาสในการขยายฐานผู้บริโภคผ่านช่องทางร้านอาหาร ซึ่งเป็นตลาดที่กำลังเติบโตและมีศักยภาพสูง

คริสตัล ตอกย้ำความเป็นแบรนด์น้ำดื่มอันดับ 1 เดินหน้าขับเคลื่อนการดำเนินงานด้านความยั่งยืน ด้วยการนำเสนอบรรจุภัณฑ์ที่หลากหลายเพื่อตอบโจทย์ความต้องการ ส่งเสริมให้ผู้บริโภคมีส่วนร่วมในการลดขยะบรรจุภัณฑ์หลุดลงสู่ธรรมชาติ ล่าสุด พัฒนานวัตกรรมและเทคโนโลยีด้านบรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ด้วยฝาติดขวด ภายใต้คอนเซปต์ “ฝารักขวดของคนรักษ์โลก (Tethered Caps)” ด้วยการออกแบบฝาขวดให้ติดกับปากขวด เพื่อลดโอกาสในการที่ฝาจะหลุดลงสู่ท้องทะเล และชวนให้คนไทยมาร่วม “เซฟพื้นที่สีฟ้า Crystal Save Blue Space” ซึ่งเป็นพื้นที่มีชีวิตนานาชีวิตที่อาศัยอยู่ เพื่อช่วยให้ท้องทะเลยังคงสวยงามและอนุรักษ์สิ่งมีชีวิตในท้องทะเล

เอส โคล่า ตอกย้ำคอนเซปต์ “Born to be Awesome เกิดมาซ่ากล้าเป็นตัวเอง” ชวนวัยรุ่น Gen Z เงยหน้าค้นหาประสบการณ์ และแรงบันดาลใจใหม่ ๆ ผ่านกระป๋องเอสโคล่าดีไซน์รูปแบบใหม่ ที่ต้องการสร้าง Culture “Rise Up Together” ให้ทุกคน Awesome ไปด้วยกัน ผ่านกระป๋องเอสโคล่าข้อความเติมพลังบวกแบบกลับหัว ล่าสุดได้นำเทคโนโลยี AI เข้ามา Connect และสร้าง Engagement รวมถึงสามารถ Generate เพลงที่บ่งบอกความเป็นตัวเองผ่านการสแกน QR ข้างกระป๋อง

แรงเจอร์ ปรับโฉมครั้งใหญ่ เดินหน้าสร้างความแตกต่าง ปรับสูตรนอกจากมีวิตามินซีที่ช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน วิตามิน B6 และ B12 ช่วยบำรุงประสาทและสมองแล้ว ยังเสริม “แอลอาร์จีนีน” (L-Arginine) ชูจุดขาย บูสพลัง และให้พลังงานยาวนานขึ้น โดยมุ่งทำตลาดกับกลุ่มเป้าหมายผู้ใช้แรงงานและกลุ่มคนทำงานในราคาขายขวดละ 10 บาท ภายใต้แคมเปญ “เสือขวดแรงเจอร์…แรงใจของผู้ใช้แรงนาน” ให้ความอึด ทนนาน เป็นแรงในการต่อสู้ทุกอุปสรรคในชีวิต

กลุ่มธุรกิจอาหาร  ในกลุ่มอาหารสำเร็จรูปพร้อมปรุงและพร้อมทานภายใต้แบรนด์ “OISHI EATO (โออิชิ อีตโตะ)” ที่มุ่งมั่นพัฒนานวัตกรรมอาหารคุณภาพ เพื่อตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคใหม่ที่ใส่ใจทั้งรสชาติความอร่อยและคุณค่าทางโภชนาการที่ดีต่อสุขภาพ พร้อมสร้างสีสันให้กับตลาดอย่างต่อเนื่อง ผ่านการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ ที่โดดเด่น และแตกต่าง อาทิ โออิชิ อีตโตะ เกี๊ยวซ่าแป้งหมึกดำไส้แกงกะหรี่สไตล์ญี่ปุ่น จากความร่วมมือกับ เชฟบิ๊ก – อรรถสิทธิ์ พัฒนเสถียรกุล ที่ช่วยยกระดับเมนูให้มีทั้งรสชาติ รูปลักษณ์ และแรงบันดาลใจในแบบพรีเมียม พร้อมส่งแคมเปญการตลาดเข้าถึงไลฟ์สไตล์ยุคใหม่ ขณะเดียวกันยังเดินหน้าขยายตลาดส่งออกเชิงรุก ภายใต้แบรนด์ “OYOSHI EATO (โอโยชิ อีทโตะ)” พร้อมส่งผลิตภัณฑ์ที่มีเอกลักษณ์เข้าทำตลาด อาทิ โอโยชิ อีทโตะ เกี๊ยวซ่า สยาม เอสเซ็นซ์ ที่ถ่ายทอดรสชาติอาหารไทย 5 เมนูยอดนิยม ได้แก่  ไส้แกงแดง แกงเขียวหวาน ต้มยำกุ้ง ต้มข่าไก่ และไก่สะเต๊ะ ในรูปแบบเกี๊ยวซ่าสไตล์ญี่ปุ่น เพื่อตอบโจทย์กลุ่มพรีเมียมที่ต้องการประสบการณ์แปลกใหม่ และ โอโยชิ อีทโตะ มินิ พัฟเฟลตส์ แป้งทอดกรอบไส้หวาน ขนาดพอดีคำ อร่อยเพลิน พร้อมขยายตลาดอย่างแข็งแกร่งในอาเซียนและยุโรปและมีแผนขยายสู่ตลาดใหม่อย่างต่อเนื่องเพื่อเสริมความแข็งแกร่งของแบรนด์ในระดับสากล


มาร่วมสัมผัสประสบการณ์ดังกล่าวได้ที่บูทไทยเบฟ  (DRINK Zone, Hall 1 , Entrance 2-3, Booth No.1-0015) ในงาน THAIFEX – ANUGA ASIA 2025 ตั้งแต่เวลา 10.00 – 20.00 น. ณ ศูนย์การประชุม และแสดงสินค้าอิมแพ็ค อารีน่า เมืองทองธานี  

ทีทีบี เข้าสู่ทำเนียบ S&P Global Sustainability Yearbook 2025 ต่อเนื่องปีที่ 4

ทีทีบี เข้าสู่ทำเนียบ S&P Global Sustainability Yearbook 2025 ต่อเนื่องปีที่ 4

ทีทีบี เข้าสู่ทำเนียบ S&P Global Sustainability Yearbook 2025 ต่อเนื่องปีที่ 4

วันเสาร์ ที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ตอกย้ำความสำเร็จการเป็น “ธนาคารเพื่อความยั่งยืน” (Sustainable Banking)  ทีเอ็มบีธนชาต หรือ ทีทีบี  ได้รับคัดเลือกเข้าทำเนียบ S&P Global Sustainability Yearbook 2025 ต่อเนื่องเป็นปีที่ 4

การได้รับการคัดเบือกดังกล่าว มาจากผลคะแนนประเมินความยั่งยืนยอดเยี่ยมกลุ่ม Yearbook Member ในอุตสาหกรรมธนาคาร (Banking) สะท้อนความมุ่งมั่นในการบูรณาการหลักการความยั่งยืนเข้าสู่กลยุทธ์ธุรกิจอย่างต่อเนื่อง ตามแนวคิด B+ESG ที่ผสานธุรกิจและความยั่งยืนให้เป็นเนื้อเดียวกันเพื่อส่งมอบคุณค่าต่อทุกคนที่มีส่วนได้เสีย (Stakeholder) ทั้งลูกค้า คู่ค้า พันธมิตร และสังคม รวมถึงความสามารถในการแข่งขันและมาตรฐานความยั่งยืนของธนาคารในระดับสากล ซึ่งทีทีบีมุ่งเน้นเติบโตอย่างรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของคนไทยให้ดีขึ้น ภายใต้ปรัชญา Make REAL Change สร้างการเปลี่ยนแปลงที่ยั่งยืน เพราะเชื่อว่าความยั่งยืน คือ รากฐานสำคัญของความมั่นคงในระยะยาวและเป็นส่วนสำคัญในการสร้างเศรษฐกิจที่ดีกว่าในอนาคต โดยมี นายนที เรืองจิระชูพร รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร หัวหน้ากลยุทธ์องค์กร ทีเอ็มบีธนชาต เป็นตัวแทนรับมอบรางวัล

ในปีนี้มีบริษัทมากกว่า 7,690 แห่ง จาก 62 อุตสาหกรรมทั่วโลก ที่เข้าร่วมการประเมินความยั่งยืนขององค์กร (Corporate Sustainability Assessment: CSA) ซึ่งมีเพียง 780 บริษัท ที่ได้ถูกคัดเลือกให้เข้าทำเนียบนี้โดย S&P Global ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อเผยแพร่รายชื่อและข้อมูลขององค์กรที่มีการบริหารจัดการความเสี่ยงและความยั่งยืน เพื่อให้นักลงทุนทั่วโลกสามารถใช้ข้อมูลดังกล่าวในการวิเคราะห์และตัดสินใจลงทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ

คุณแหน: 31 พฤษภาคม 2568

คุณแหน: 31 พฤษภาคม 2568

คุณแหน: 31 พฤษภาคม 2568

วันเสาร์ ที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 02.00 น.

ll ขอเริ่มจากข่าวที่น่ายินดี ของไทยพีบีเอส โกมาตร จึงเสถียรทรัพย์ ประธานกรรมการนโยบาย องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย ได้ประกาศผลการคัดเลือก ผู้อำนวยการ องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย(ส.ส.ท.)คนใหม่ ได้แก่ วันชัย ตันติวิทยาพิทักษ์ ขอแสดงความยินดีด้วย…

ll น่าดีใจอีกเรื่อง ดร.นงรัตน์ อิสโร เข้ารับรางวัลเพชรกนก (ครั้งที่ 5)ประจำปีพ.ศ.2566-2567 ในสาขา พิทักษ์ธรรม จัดโดย สมาคมผู้ผลิตรายการภาพและเสียง ณ หอประชุม มหาวิทยาลัยราชภัฎสวนสุนันทา เมื่อเร็วๆนี้…

ll ผอ.สถาบันการประชาสัมพันธ์ กรมประชาสัมพันธ์คนใหม่ กุลปราณี ชาลีวงศ์ เป็นลูกหม้อจากสถาบันฯแห่งนี้ โดยก่อนหน้านี้เป็น ผอ.สวท.นครราชสีมามาก่อน…

ll มีหลายคนถามถึง ดร.ปกิต กิระวานิช อดีตอธิบดีกรมควบคุมมลพิษ คนแรก ก็ขอตอบตรงนี้เลยว่า ด้วยวัยกว่า 80 ปี ท่านมีสุขภาพแข็งแรง พูดคุยเรื่องราวในอดีตได้ดี แถมยังเล่นไลน์กับหมู่มวลมิตรเป็นประจำอีกต่างหาก…

ll ครองคู่อยู่กันมายาวนานถึง 30 ปีแล้ว…เพื่อนๆดีใจด้วยกับ อนุสรา จิตต์มิตรภาพ และคู่ชีวิต Happy Anniversary …
ll ดร.ณัฎฐา หังสพฤกษ์ กับพี่ๆน้องๆ 4 ดรุณี มีทริปไปทัวร์ยุโรป และสหรัฐอเมริกา…สุขสันต์หรรษา ประสาคนรู้ใจกันมาตั้งแต่เกิด…

ll สก.กรุงเทพมหานคร เขตบางเขน คนขยัน นริสสร แสงแก้ว หมั่นดูแลชาวบ้านทั้งจัดให้มีการฉีดพ่นยากันยุงลาย เป็นประจำ ในฤดูฝนเช่นนี้ ชาวบ้านย่านคู้บอน ต่างพากันชื่นชม…

ll ร้าน”ขนมแม่”ของ น้องเท็น ลูกสาวคนเดียวของ พ.ญ.คุณหญิง พรทิพย์ โรจนสุนันท์ เพิ่งเปิดได้ไม่กี่วัน ลูกค้ามาอุดหนุนกันเพียบ…
ll โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ ร่วมกับ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ขอเชิญชมละครเวทีรอบการกุศล PHANTOM OF THE OPERA วันที่ 16 ส.ค.19.30 น.รายได้สมทบทุนเพื่อจัดซื้ออุปกรณ์การแพทย์ ในการสร้างอาคารศูนย์นวัตกรรมด้านมะเร็งและรังสีวิทยา(อาคาร 90 ปี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์) โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ จองบัตรหรือสอบถามได้ที่ หน่วยรับบริจาค อาคาร ม.ร.ว.สุวพรรณ สนิทวงศ์ ชั้น 1 รพ.ธรรมศาสตร์ฯ หรือที่ คุณนงเยาว์ โทร.06-5054-2565 , คุณนภาพร โทร.02-977-8479 , คุณพิชชาพร โทร.02-926-9432 !!…



บารอนเนส

สมาคมผู้บริหารสถานศึกษาเอกชนนอกระบบ เสริมพันธมิตร จัดสัมมนา ‘สร้างคน สร้างงาน ยุคดิจิทัล สไตล์ญี่ปุ่น’

สมาคมผู้บริหารสถานศึกษาเอกชนนอกระบบ เสริมพันธมิตร จัดสัมมนา ‘สร้างคน สร้างงาน ยุคดิจิทัล สไตล์ญี่ปุ่น’

สมาคมผู้บริหารสถานศึกษาเอกชนนอกระบบ เสริมพันธมิตร จัดสัมมนา ‘สร้างคน สร้างงาน ยุคดิจิทัล สไตล์ญี่ปุ่น’

วันศุกร์ ที่ 30 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 16.27 น.

สมาคมผู้บริหารสถานศึกษาเอกชนนอกระบบ ร่วมกับ ศูนย์พัฒนาทรัพยากรมนุษย์แบบญี่ปุ่น (JHRD) สถาบันเทคโนโลยีไทย-ญี่ปุ่น พร้อมด้วย สมาคมโรงเรียนบริบาล ,โรงเรียนสอนภาษาสุวรรณภูมิ (JCS Thailand), Human Technologies(Thailand) Co.,Ltd., มูลนิธิแรงงานสากลแห่งประเทศญี่ปุ่น (ประเทศไทย) และหลักสูตรการจัดการทรัพยากรมนุษย์แบบญี่ปุ่น สถาบันเทคโนโลยีไทย-ญี่ปุ่น จัดสัมมนา “สร้างคน สร้างงาน ยุคดิจิทัล สไตล์ญี่ปุ่น” โดยมี พิมพ์พร ชีวานันท์  เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานเปิดงาน พร้อมเป็นสักขีพยานในพิธีมอบเกียรติบัตรผู้สนับสนุนการจัดสัมมนา

ดร.ธนากร แผลงเดช นายกสมาคมผู้บริหารสถานศึกษาเอกชนนอกระบบ กล่าวถึง การเปลี่ยนแปลงของการสร้างคน สร้างงาน ยุคดิจิทัล ผมมองว่า การสร้างคนในยุคดิจิทัลต้องไม่ใช่แค่การเติมความรู้ แต่คือการสร้างความสามารถในการเรียนรู้ใหม่ได้ตลอดชีวิต เราต้องสร้างคนที่ไม่กลัวความเปลี่ยนแปลง แต่เข้าใจมัน ยอมรับมัน และใช้มันเป็นเครื่องมือในการเติบโต เด็กในวันนี้ไม่ต้องเรียนรู้ทุกอย่าง แต่ต้องรู้ว่า จะเรียนรู้อย่างไร จะแก้ปัญหาอย่างไร นำไปใช้อย่างไร และเชื่อมโยงกับคนอื่นอย่างไร ส่วนการสร้างงานทุกวันนี้เกิดจากการออกแบบสร้างคุณค่าระบบการศึกษาต้องเชื่อมโยงกับอาชีพ โลกความจริงในอนาคตให้ชัดเจน ต้องทำงานกับภาคธุรกิจ สังคม และเทคโนโลยีอย่างแท้จริง และในระดับเครือข่าย สมาคมของเรามุ่งสร้างความร่วมมือระหว่างสถานศึกษา เพื่อแลกเปลี่ยนทรัพยากร ความรู้ และนวัตกรรมใหม่ๆ เพราะเราตระหนักว่า ไม่มีใครสามารถเดินไปได้เพียงลำพัง การสร้างอนาคตการศึกษา จึงไม่ใช่แค่เรื่องของโรงเรียนใดโรงเรียนหนึ่ง แต่คือเรื่องของ ระบบความร่วมมือ”

รัตนา ทิมวัฒน์ ผู้บริหารโรงเรียนสอนภาษาสุวรรณภูมิ (JCS Thailand) กล่าวเพิ่มเติมเกี่ยวกับการสร้างคน สร้างงาน หลังวิกฤติ Covid 19 ว่า “ประเทศไทยและประเทศญี่ปุ่นรวมถึงทั่วโลกได้รับผลกระทบอย่างหนัก  แต่เรียกได้ว่าเป็นวิกฤติที่เป็นโอกาส ที่ทำให้ทุกองค์กรเร่งปรับตัวและพัฒนาสื่อออนไลน์ การพัฒนาแพลตฟอร์ม การปรับใช้โซเชียลมีเดียให้เกิดประโยชน์และเรียนรู้การใช้ AI เข้ามาในระบบการทำงานและการสื่อสาร และสำคัญมากคือการจับมือกันในหลายภาคส่วนเพื่อก้าวข้ามผ่านวิกฤติไปด้วยกัน ทำให้เกิดเครือข่ายความร่วมมือต่างๆโดยนำจุดเด่น จุดแข็งมาประสานส่งเสริมกัน เพื่อ ให้เกิดประโยชน์มากที่สุด โรงเรียนเองก็ต้องพัฒนาสื่อการสอนให้พร้อม โดยการสอนแบบไฮบริดจ์ คือการสอนออนไลน์ควบคู่ไปกับออนไซด์ อย่างลงตัวโดยพัฒนาร่วมกันกับเครือข่ายเชื่อมโยงระหว่างองค์กรในประเทศและต่างประเทศ  บทเรียนที่ได้รับคือ ต้องพร้อมเสมอในการพัฒนาและปรับตัวตามโลกดิจิทัลที่เปลี่ยนแปลงเร็วมาก และพร้อม รับมือกับปัญหาทั้งการเมือง เศรษฐกิจและสภาพแวดล้อมภัยพิบัติต่างๆ ดังนั้น การร่วมมือกัน การสื่อสารเพื่อประสานส่งเสริม  การแลกเปลี่ยนของเครือข่ายที่ทำงานร่วมกันสำคัญมากในปัจจุบันและอนาคต”

อ.มีนา มัญชุมาศ บุญชู โกคิง กล่าวทิ้งท้ายว่า “ความร่วมมือของทุกๆองค์กรในครั้งนี้จะสามารถร่วมขับเคลี่อนไปด้วยกัน เพื่อการศึกษายุคใหม่ที่ผู้เรียนควรได้รับโอกาสอย่างแท้จริง และมีอนาคตที่ยั่งยืนต่อไป”      

ภายในงานมี การเสวนาบริบทธุรกิจเครือข่ายความร่วมมือ “สร้างคน สร้างงาน ยุคดิจิทัล สไตล์ญี่ปุ่น” โดย ผศ.วิฐิณัฐ ภัคพรหมินทร์ คณบดีคณะบริหารธุรกิจ สถาบันเทคโนโลยีไทย-ญี่ปุ่น, Mr. Teruhiko Sekiguchi ผู้อำนวยการ มูลนิธิแรงงานสากลแห่งประเทศญี่ปุ่น (ประเทศไทย) ,ดร.ธนากร แผลงเดช  นายกสมาคมผู้บริหารสถานศึกษาเอกชนนอกระบบ , ดร.บุศรา เชื้อดี นายกสมาคมโรงเรียนบริบาล , รัตนา ทิมวัฒน์ CEO โรงเรียนสอนภาษาสุวรรณภูมิ (JCS Thailand),ชุติมา โอวาทโกวิท ผู้จัดการฝ่ายขายและการตลาด บริษัท Human Technologies (Thailand) Co.,Ltd. นอกจากนั้นยังมีกิจกรรมอื่นๆอาทิ การเสวนาพิเศษ “สร้างคน สร้างงาน สร้างธุรกิจ ยุคดิจิทัล สไตล์สหพัฒน์” โดย ดร. บุญเกียรติ โชควัฒนา ประธานกรรมการ บริษัท ไอ.ซี.ซี.อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน), การเปิดตัวแนะนำสถาบันเทคโนโลยีไทย – ญี่ปุ่น , การมอบเกียรติบัตรผู้สนับสนุนการจัดสัมมนา “สร้างคน สร้างงาน ยุคดิจิทัลสไตล์ญี่ปุ่น” และปาฐกถาพิเศษ “ทิศทางการพัฒนาคน ยุคดิจิทัล สไตล์ญี่ปุ่น” โดย รศ.รังสรรค์ เลิศในสัตย์  อธิการบดี สถาบันเทคโนโลยีไทย-ญี่ปุ่น เป็นต้น

พิมพ์พร ชีวานันท์  ประธานเปิดงาน

พิมพ์พร ชีวานันท์ ประธานเปิดงาน

ดร.ธนากร แผลงเดช

ดร.ธนากร แผลงเดช

รัตนา ทิมวัฒน์

รัตนา ทิมวัฒน์

อ.มีนา มัญชุมาศ บุญชู โกคิง

อ.มีนา มัญชุมาศ บุญชู โกคิง

เสริมเกราะภูมิคุ้มกันให้ร่างกายในวันที่อากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย ด้วย 3 วิตามินจากร้าน found & found

เสริมเกราะภูมิคุ้มกันให้ร่างกายในวันที่อากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย ด้วย 3 วิตามินจากร้าน found & found

เสริมเกราะภูมิคุ้มกันให้ร่างกายในวันที่อากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย ด้วย 3 วิตามินจากร้าน found & found

วันศุกร์ ที่ 30 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 15.55 น.

ในวันที่อากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย เดี๋ยวร้อน เดี๋ยวฝน ปรับอุณภูมิกันแบบไม่ทัน ทำให้ป่วยเป็นหวัด หรือ เป็นภูมิแพ้อากาศได้ง่าย ยิ่งปล่อยให้ร่างกายสู้เพียงลำพังโดยไร้เกราะป้องกัน ก็ยิ่งทำให้ภูมิคุ้มกันต่ำลง  ส่งผลเสียต่อสุขภาพมากกว่าผลดี ยิ่งในวันที่อากาศชื้น ฝนตกโปรยปรายก็พาโรคภัยมาเยือนได้ตลอด โดยเฉพาะฝนแรกของฤดูจะดูดซับฝุ่นละออง เชื้อโรคที่ปนเปื้อนในอากาศลงมาด้วย เมื่อร่างกายสัมผัสน้ำฝนโดยตรงก็อาจทำให้ป่วยไข้ได้ง่าย การเสริมเกราะป้องกันให้ร่างกายจึงจำเป็นอย่างมากในทุก ๆ วัน   โดยเฉพาะในวันทีฝนเทกระหน่ำ ถ้าร่างกายไม่พร้อมตั้งรับ ทั้งความชื้นและเชื้อโรค ก็จะกัดกินภูมิต้านทาน   ของเราไปเรื่อย ๆ จนทำให้ป่วยในที่สุด เมื่อเชื้อโรคมีการพัฒนา เราก็ต้องสร้างภูมิคุ้มกันให้แข็งแรงมากกว่า เพื่อสู้กับโรคภัยไม่ให้มาแทรกแซงได้ง่ายๆ

วันนี้ found & found ชวนทุกคนมาสร้างเกราะป้องกันให้ร่างกายพร้อมรับมือกับโรคภัยตลอดหน้าฝนนี้  ด้วยกลุ่มวิตามิน ที่จะช่วยสร้างเพิ่มภูมิต้านทานให้ร่างกายแข็งแรงขึ้นในทุก ๆ วัน จะมีวิตามินแบบไหนบ้าง ไปตามกันเลย

เสริมเกราะร่างกายด้วย วิตามินซี วิตามินดี และแร่ธาตุสังกะสี

ในทางเวชศาสตร์ชะลอวัย เราควรให้ร่างกายได้รับวิตามินซีในปริมาณ 1,000 มิลลิกรัมต่อวัน เป็นประจำทุกวัน เพื่อการเสริมสร้างในระบบภูมิคุ้มกัน โดยเฉพาะผู้ที่เป็นภูมิแพ้หรือ ป่วยไม่สบายบ่อย ควรทานวิตามินซีเสริม โดยเฉพาะช่วงที่กำลังป่วยควรได้รับอย่างน้อยวันละ 1,000-2,000 มิลลิกรัม เพื่อช่วยเพิ่มภูมิคุ้มกันให้ร่างกายและฟื้นฟูร่างกายให้กลับมาแข็งแรงได้เร็วขึ้น

 วิตามินดี ก็เป็นอีกหนึ่งวิตามินที่คนไทยมักจะขาดทั้ง ๆ ที่ร่างกายเราสามารถสร้างได้เอง เมื่อร่างกายขาดวิตามินดีจะพบว่ามีโอกาสที่จะทำให้ร่างกายติดเชื้อได้ง่ายหรือป่วยได้ง่ายขึ้น ซึ่งวิตามินดีเองมีส่วนใหญ่ในการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้ร่างกายนั้นทำงานได้เป็นปกติมากขึ้น และช่วยควบคุมการทำงานของเซลล์เม็ดเลือดขาว

อีกหนึ่งแร่ธาตุที่จำเป็นมากเช่นกัน คือแร่ธาตุสังกะสี หรือเรียกกันว่า ซิงค์ (Zinc) เป็นแร่ธาตุที่มีความสำคัญต่อร่างกายไม่น้อยเลยและมีความสำคัญมากตั้งแต่วัยเด็กตลอดไปจนถึงสูงอายุ นอกจากมีส่วนช่วยในการสร้างการเจริญเติบโตของร่างกาย ผิวและเล็บแล้ว สิ่งที่มีบทบาทมากคือ มีส่วนช่วยในการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันของร่างกายเช่นกัน โดยมีบทบาทเพิ่มจำนวนเซลล์เม็ดเลือดขาวและเพิ่มความสามารถในการกำจัดสิ่งแปลกปลอมที่เข้าสู่ร่างกาย  อาทิเช่น เชื้อโรค เป็นต้น

ทั้งนี้การเสริมด้วย 3 วิตามิน C, D3 และ Zinc ร่วมกันเป็นการผนึกกำลังส่งเสริมประสิทธิภาพการทำงาน ซึ่งเรียกกันว่าเป็น  “Triple Synergy Effect” ที่ช่วยผนึกกำลังซึ่งกันและกัน ร่วมการสร้างภูมิคุ้มกันต่อต้านเชื้อโรค นอกจากนี้ควรเลือกพิจารณาผลิตภัณฑ์ที่มีรวมครบทั้ง 3 อย่างนี้ด้วยกันจะทำให้การดูแลสุขภาพได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น และอีกหนึ่งสิ่งที่ควรพิจารณาคือ Bioflavonoids ซึ่งเป็นตัวช่วยในการเพิ่มประสิทธิภาพการดูดซึมวิตามินซีให้อยู่ในร่างกายได้นานขึ้นด้วย

เทคแคร์ปอด ให้ปลอดโรค

เสริมทัพภูมิคุ้มกันให้ร่างกายแล้ว ก็มาเสริมเกราะป้องกันให้ปอดกันบ้าง ในช่วงฤดูฝน นอกจากต้องระวังเรื่องไข้หวัดแล้ว อาจต้องระวังเรื่องของโรคปอดอักเสบ หรือ โรคปอดบวมตามมาอีกด้วย เป็นอีกหนึ่งใน  โรคร้ายแรงที่มักพบบ่อยในช่วงหน้าฝนแบบนี้ โรคนี้สามารถเกิดขึ้นได้กับคนที่ไม่ค่อยแข็งแรงและมีภูมิต้านทานโรคต่ำ อาการของโรคปอดอักเสบ คือ หายใจลำบาก เจ็บหน้าอก มีไข้ต่อเนื่อง 39 องศาหรือสูงกว่า ไอมีเสมหะต่อเนื่อง อ่อนเพลีย คลื่นไส้ อาเจียน หรือท้องเสีย แต่ถ้าเราเตรียมพร้อมดูแลสุขภาพระบบทางเดินหายใจรวมถึงปอดตั้งแต่เนิ่น ๆ ก็จะสามารถปกป้องปอดของเราให้ปลอดภัยจากโรคได้

วันนี้ found & found  ขอแนะนำสารอาหารที่มีส่วนช่วยดูแลระบบทางเดินหายใจ รวมถึงปอด ซึ่งมีงานวิจัยทางการแพทย์มากมายและได้รับความนิยมในต่างประเทศ คือ ยีสต์ เบต้า-กลูแคน ที่เป็นลิขสิทธิ์ของ wellmune พบว่ามีส่วนช่วยเสริมความแข็งแรงของภูมิคุ้มกัน และลดการอักเสบด้วย นอกจากนี้การได้รับยีสต์ เบต้า-กลูแคน ร่วมกับ โพรโพลิส ผงบร็อคโคลี และเควอซิติน ร่วมกันในปริมาณที่เหมาะสมจะมีประสิทธิภาพในการฟื้นฟูการทำงานของทางเดินหายใจ และดูแลปกป้องปอดได้  ดังนั้นหากจะต้องการเลือกผลิตภัณฑ์เพื่อการดูแลปอด ให้พิจารณาที่ส่วนผสมที่เหมาะสมและได้รับการรับรองจากสถาบันที่น่าเชื่อถือ เพื่อความปลอดภัยและความคุ้มค่าของสุขภาพ

เสริมแม่ทัพบำรุงผม ลดการขาดหลุดร่วง

รู้หรือไม่ว่า การพักผ่อนไม่เพียงพอ และการมีภาวะเครียด ไม่ได้ส่งต่อระบบภูมิคุ้มกันเพียงอย่างเดียว   แต่จะกระทบถึงบุคลิกภาพของเราด้วย ดูไม่สดใส และอาจจะส่งผลให้ผมบาง ผมร่วงได้ง่ายเช่นกัน นั่นเป็นเพราะร่างกายอ่อนเพลีย มีสารอาหารไม่เพียงพอที่จะสร้างภูมิคุ้มกันแล้ว ยังไม่พอต่อเรื่องผิว ผม เล็บได้ด้วย ดังนั้นการดูแลสุขภาพที่ดีคือควรเลือกรับประทานสารอาหารที่มีประโยชน์ให้หลากหลาย เพื่อสุขภาพและบุคลิกที่ดี แต่ก็ยังมีปัจจัยอื่น ๆ อีกที่ส่งผลให้ผมร่วงได้เช่นกัน

โดยอาการผมร่วงเกิดขึ้นได้กับทุกคน จะมากหรือน้อยก็ขึ้นอยู่กับดูแลเส้นผมร่วมด้วย ยิ่งช่วงหน้าฝนแบบนี้ที่ต้องสระและเป่าผมด้วยไดร์ให้แห้งทุกวัน ความร้อนจากไดร์เป่าผมอาจทำให้ผมไม่แข็งแรงและขาดหลุดร่วงได้ง่ายเพราะโครงสร้างของเส้นผมถูกทำลายลงไป การดูแลเส้นผมจากภายนอกอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ    ถึงเวลาที่จะต้องเสริมตัวการสำคัญที่หลาย ๆ คนไม่รู้จักมาก่อนคือ แอล-ซีสทีน ซึ่งเป็นกรดอะมิโนที่ช่วยให้เนื้อผมที่เราเรียกกันว่า เคอราติน นั้นแข็งแรงทำให้เส้นผมแข็งแรง เส้นผมหนาขึ้นได้ นอกจากนี้ก็ยังมีสารอาหารที่ทุกคนรู้จักกันดีคือ ไบโอตินและซิงค์ ก็มีส่วนช่วยในการคงสภาพปกติของเส้นผมได้เช่นกัน

ซึ่งทั้ง 3 สารอาหารดังกล่าวจะร่วมกันปกป้องและทำให้เส้นผมแข็งแรง ลดการหลุดร่วงพร้อมๆกับการเพิ่มการงอกใหม่ของเส้นผมด้วย

เป็นยังไงบ้างคะ กับทริคการดูสุขภาพที่ found & found  มาเล่าสู่กันฟังวันนี้ เป็นการดูแลจากภายใน          สู่ภายนอกแบบง่าย ๆ กับปัญหาสุขภาพที่ป้องกันได้ที่บอกทริคในการเลือกสารอาหารรับประทานให้เหมาะสมและครบถ้วนในการดูแลปกป้อง พร้อมเติมเต็มพลังสุขภาพดีให้ร่างกายในทุก ๆ วัน บอกลาโรคภัยหน้าฝนไปได้เลย

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมกับ INNOBIC ทั้งหมดนี้ได้ที่ร้าน found & found ทุกสาขา หรือ ผ่านช่องทาง GrabMart พร้อมติดตามข่าวสาร กิจกรรม และไอเทมใหม่ๆ ที่ช่วยให้คุณดูดีได้ทุกวันได้ที่  Line: @foundnfound    หรือคลิก   https://bit.ly/foundnfound-line

#found&found #SimpleEasyEveryskin #ORHW #genderless

#No1JandKBeautyต้องfoundnfound #ร้านจำหน่ายสินค้าสุขภาพและความงามจากเกาหลีญี่ปุ่น