วาโก้คอลเลคชั่นใหม่ ‘Wacoal X Sahred Toy’ แรงบันดาลใจจาก ‘ยันต์มงคล’

วาโก้คอลเลคชั่นใหม่  ‘Wacoal X Sahred Toy’  แรงบันดาลใจจาก ‘ยันต์มงคล’

วาโก้คอลเลคชั่นใหม่ ‘Wacoal X Sahred Toy’ แรงบันดาลใจจาก ‘ยันต์มงคล’

วันศุกร์ ที่ 25 กรกฎาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

วาโก้ แบรนด์ชุดชั้นในยอดนิยม เปิดตัวคอลเลกชันใหม่ล่าสุด “Wacoal X Sahred Toy” การคอลลาบอเรชันกับ ต๊อด-อารักษ์ อ่อนวิลัย หรือ Sahred Toy นักวาดภาพประกอบฝีมือจัดจ้าน กับแนวคิดความเชื่อและความปังในแบบมูเตลู ถ่ายทอดผ่านเสื้อแนวสตรีทแฟชั่นและผลิตภัณฑ์ลวดลายเสริมพลังแห่งความศรัทธา

Wacoal X Sahred Toy คอลเลกชันที่ผสมผสานเอกลักษณ์ไทยเข้ากับแฟชั่นยุคปัจุบัน ผ่านแรงบันดาลใจจากลายสักยันต์หรือ “ยันต์มงคล” ที่ถูกออกแบบให้ทันสมัยแต่ยังคงความขลังตามสไตล์ Sahred Toy ใน 3 ดีไซน์ ได้แก่ ดีไซน์ RICH ร่ำรวย ลายยันต์โภคทรัพย์ ให้พุทธคุณด้านส่งเสริมด้านโภคทรัพย์ ช่วยเรียกเงินทองให้ไหลมาเทมา, LUCKY โชคลาภ ลายยันต์ห้าแถว ให้พุทธคุณแคล้วคลาดจากภยันตรายทั้งหลาย ที่มีทั้งโภคทรัพย์ มีเสน่ห์ เมตตามหานิยม, POWER พลังอำนาจ ลายยันต์เสือคู่ ให้พุทธคุณด้านมหาอำนาจความคงกระพัน โดยคอลเลกชัน Wacoal X Sahred Toy ลิมิเต็ดอิดิชั่น ประกอบด้วย เสื้อทีเชิ๊ต (Free Size) รูปแบบ Unisex เสื้อกล้ามมีบราในตัว กระเป๋าผ้า ร่มกันแดดกันฝน และ Griptok

เพิ่มความมั่นใจให้สายมูได้อินเทรนด์กว่าเคย ได้แล้วที่ Wacoal Yaowarat Space (อยู่ระหว่างถนนเยาวราช ซอย 11 และซอยมังกร) ตั้งแต่เวลา 10.00 – 22.00 น อัปเดตเทรนด์แฟชั่นใหม่ๆ ได้ที่ FB: Wacoal Thailand, Line: @Wacoal.th หรือโทร. 02-296-9979 

ฉลอง 75 ปีความสัมพันธ์ สถานเอกอัครราชทูต ณ เวียงจันทน์ จัดงานแสดง ‘ศิลปวัฒนธรรมรวมใจไทย – ลาว’

ฉลอง 75 ปีความสัมพันธ์ สถานเอกอัครราชทูต ณ เวียงจันทน์ จัดงานแสดง ‘ศิลปวัฒนธรรมรวมใจไทย – ลาว’

ฉลอง 75 ปีความสัมพันธ์ สถานเอกอัครราชทูต ณ เวียงจันทน์ จัดงานแสดง ‘ศิลปวัฒนธรรมรวมใจไทย – ลาว’

วันศุกร์ ที่ 25 กรกฎาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

สถานเอกอัครราชทูต ณ เวียงจันทน์ ร่วมกับ กระทรวงวัฒนธรรมและการท่องเที่ยวแห่ง สปป. ลาว จัดงานแสดง “ศิลปวัฒนธรรมรวมใจไทย-ลาว” ขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ เนื่องในโอกาสเฉลิมฉลองการครบรอบ 75 ปี แห่งการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างราชอาณาจักรไทยและ สปป. ลาว โดยมี ฯพณฯ นางสาวมรกต ศรีสวัสดิ์ เอกอัครราชทูต ณ เวียงจันทน์ เป็นประธานพิธีเปิดงาน และ ดร. ดาราวอน กิดติพัน รองรัฐมนตรีกระทรวงศึกษาธิการและกีฬา สปป. ลาว ให้เกียรติเป็นประธานร่วม ท่ามกลางผู้แทนระดับสูงของลาวทั้งจากฝ่ายบริหาร ฝ่ายนิติบัญญัติ ฝ่ายตุลาการ และผู้แทนภาครัฐและเอกชนลาว คณะทูตานุทูต ผู้แทนองค์ การระหว่างประเทศใน สปป.ลาว รวมถึงศิลปินแห่งชาติของไทย ได้แก่ ศาสตราจารย์ปรีชา เถาทอง  รองศาสตรจารย์ เขมรัตน์ กองสุข และอาจารย์อำมฤทธิ์ ชูสุวรรณ และศิลปินไทย ศิลปินลาวจำนวนมาก  ณ หอวัฒนธรรมแห่งชาติ นครหลวงเวียงจันทน์

 งานแสดงศิลปวัฒนธรรมรวมใจไทย-ลาว ได้นำเสนอศิลปวัฒนธรรมที่เป็นเอกลักษณ์อันงดงามและเป็นมรดกโลกของทั้งสองชาติคือ การแสดง ‘โนรา’ (Nora) โดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ธรรมนิตย์ นิคมรัตน์ ศิลปินแห่งชาติ ปี พ.ศ. 2564 และคณะฯ และ ‘ฟ้อนรำวงลาว’ โดยกองศิลปากรแห่งชาติ สปป. ลาว ซึ่งการแสดงทั้งสองประเภทได้รับการขึ้นทะเบียนมรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของ UNESCO นอกจากนั้น ยังมีการแสดงดนตรีคลาสสิกร่วมกันของคณะอาจารย์จากวิทยาลัยดุริยางคศิลป์ มหาวิทยาลัยมหิดล และอาจารย์และนักเรียนวิทยาลัยศิลปะแห่งชาติ สปป.ลาว โดยก่อนการแสดงในวันที่ 10 กรกฎาคม สถานเอกอัครราชทูตฯ ได้ร่วมกับวิทยาลัยดุริยางคศิลป์ฯ จัดการอบรมด้านดนตรีคลาสสิกเพื่อพัฒนาทักษะและเทคนิคการใช้เครื่องดนตรีคลาสสิกให้แก่อาจารย์และนักเรียนของวิทยาลัยศิลปะแห่งชาติ  การแสดงศิลปวัฒนธรรมได้สร้างความประทับใจให้กับผู้เข้าร่วมงานเป็นอย่างมาก

 อีกหนึ่งงานสำคัญในค่ำคืนนั้น คือพิธีมอบรางวัลแก่ผู้ชนะการประกวดผลงานจิตรกรรม “75 ปี แห่งความงดงามของความสัมพันธ์ไทย-ลาว” ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมที่ส่งเสริมและสนับสนุนประชาชนและศิลปินทั้งสองประเทศได้แลกเปลี่ยน เรียนรู้ และสร้างแรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์ผลงานอันทรงคุณค่าต่อไป

การจัดงานในครั้งนี้เป็นสิ่งที่แสดงถึงความร่วมมืออันแน่นแฟ้น และความมุ่งมั่นที่จะพัฒนาความสัมพันธ์ระหว่างไทย – สปป. ลาว ให้เจริญก้าว หน้ายิ่งขึ้นในทุกมิติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งด้านศิลปวัฒนธรรมที่จะเป็นสะพานเชื่อมใจของประชาชนทั้งสองประเทศให้ใกล้ชิดกันมากขึ้น กิจกรรมประกวดผลงานจิตรกรรมฯ และงานแสดง “ศิลปวัฒนธรรมรวมใจไทย – ลาว” ได้รับการสนับสนุนอย่างดียิ่งจาก อาจารย์อำมฤทธิ์ ชูสุวรรณ, ศาสตราจารย์สุธี คุณาวิชยานนท์ และสมาคมศิลปินอิสาน

นอกจากนี้ นางสาวมรกต ศรีสวัสดิ์ เอกอัครราชทูต ณ เวียงจันทน์ ยังให้เกียรติเป็นประธานในพิธีเปิดนิทรรศการพิเศษ “75 ปี แห่งความงดงามของความสัมพันธ์ทางการทูตไทย – ลาว” จัดแสดงงานศิลปะของศิลปินลาว 30 คน และศิลปินไทย 30 คน ที่แกลเลอรีชั้นนำ 4 แห่งของนครหลวงเวียงจันทน์ ได้แก่ หอศิลป์ สถาบันวิจิตรศิลป์แห่งชาติลาว (National Institute of Fine Arts), สายลม อาร์ต สตูดิโอ (Saylom Art Studio), บ้านสีน้ำ (Water Colour House) และ i:cat gallery ซึ่งเป็นครั้งแรกที่มีงานแสดงศิลปะพร้อมกันถึง 4 แห่ง โดยเปิดให้สาธารณชนร่วมชื่นชมมรดกทางวัฒนธรรมอันมีค่าและความคิดสร้างสรรค์ของศิลปินทั้งสองชาติ ระหว่างวันที่ 9-17 กรกฎาคม 2568  ที่ผ่านมา

ฯพณฯ มรกต ศรีสวัสดิ์ เอกอัครราชทูต ณ เวียงจันทน์  และ ดร. ดาราวอน กิดติพัน

ฯพณฯ มรกต ศรีสวัสดิ์ เอกอัครราชทูต ณ เวียงจันทน์ และ ดร. ดาราวอน กิดติพัน

การแสดง ‘โนรา’ (Nora) โดย ผศ. ธรรมนิตย์ นิคมรัตน์ ศิลปินแห่งชาติ

การแสดง ‘โนรา’ (Nora) โดย ผศ. ธรรมนิตย์ นิคมรัตน์ ศิลปินแห่งชาติ

‘ฟ้อนรำวงลาว’ โดยกองศิลปากรแห่งชาติ สปป. ลาว

‘ฟ้อนรำวงลาว’ โดยกองศิลปากรแห่งชาติ สปป. ลาว

ศ. ปรีชา เถาทอง ศิลปินแห่งชาติ

ศ. ปรีชา เถาทอง ศิลปินแห่งชาติ

การแสดงดนตรีคลาสสิก

การแสดงดนตรีคลาสสิก

นิทรรศการพิเศษ  “75 ปี แห่งความงดงามของความสัมพันธ์ทางการทูตไทย - ลาว”

นิทรรศการพิเศษ “75 ปี แห่งความงดงามของความสัมพันธ์ทางการทูตไทย – ลาว”

นิทรรศการพิเศษ  “75 ปี แห่งความงดงามของความสัมพันธ์ทางการทูตไทย - ลาว”

นิทรรศการพิเศษ “75 ปี แห่งความงดงามของความสัมพันธ์ทางการทูตไทย – ลาว”

AWC ปลิ้มความสำเร็จ ‘เอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ฟร้อนท์ เดสติเนชั่น’ คว้ารางวัล Mall of the Year – Thailand Awards 2025

AWC  ปลิ้มความสำเร็จ ‘เอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ฟร้อนท์ เดสติเนชั่น’ คว้ารางวัล Mall of the Year - Thailand Awards 2025

AWC ปลิ้มความสำเร็จ ‘เอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ฟร้อนท์ เดสติเนชั่น’ คว้ารางวัล Mall of the Year – Thailand Awards 2025

วันศุกร์ ที่ 25 กรกฎาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

แอสเสท เวิรด์ คอร์ปอเรชั่น หรือ AWC ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ของไทยที่มุ่งเน้นตอบสนองไลฟ์สไตล์แบบครบวงจร ตอกย้ำความสำเร็จบนเวทีระดับภูมิภาคอีกครั้ง ด้วยการนำ เอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ฟร้อนท์ เดสติเนชั่น (Asiatique The Riverfront Destination) คว้ารางวัล Mall of the Year – Thailand (รางวัลศูนย์การค้าแห่งปี – ประเทศไทย) จากงาน Retail Asia Awards 2025  สะท้อนถึงความสำเร็จของ AWC ในการพัฒนาโครงการ เอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ฟร้อนท์ เดสติเนชั่น ให้เป็นแลนด์มาร์กสำคัญระดับโลก

โครงการภายใต้ AWC’s Lifestyle Destination โมเดลที่โดดเด่นในฐานะรีเทล-เทนเม้นท์ (Retail-Tainment’) ริมแม่น้ำที่ใหญ่ที่สุดของไทย รวมที่สุดของทุกกิจกรรมการท่องเที่ยวเช้าจรดค่ำสำหรับทุกคนในครอบครัว ภายใต้แนวคิด “All Day Everyday Happiness” นำเสนอประ สบการณ์ที่หลากหลายทั้งด้านการช้อปปิ้ง มรดกทางวัฒนธรรม และนวัตกรรมด้านอาหาร ผสานประสบการณ์ความบันเทิงระดับโลก เพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของนักท่องเที่ยวยุคใหม่

อีกทั้ง เตรียมสร้างความตื่นเต้นต่อเนื่องกับการเปิดตัวโครงการ Jurassic World: The Experience อย่างเป็นทางการในวันที่ 8 สิงหาคม 2568 ควบคู่กับ Jurassic World: The Experience Hatch Dome ที่นำเสนอประสบการณ์เรียนรู้ด้านความยั่งยืน “Better World, Better Future” ผ่านเทคโนโลยี 4D เสมือนจริง โดยแหล่งท่องเที่ยวใหม่เหล่านี้จะมีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนกรุงเทพฯ ให้ก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางด้านรี เทล-เทนเม้นท์ระดับโลก สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของ AWC ในการสร้างคุณค่าอย่างยั่งยืนผ่านการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวเชิงประสบการณ์ ควบ คู่ไปกับการส่งเสริมประเทศไทยสู่การเป็นจุดหมายปลายทางด้านการท่องเที่ยวยั่งยืนระดับโลก

มร. ไมเคิล ฮาริท หัวหน้าคณะกลุ่มธุรกิจคอมเมอร์เชียล แอสเสท เวิรด์ คอร์ปอเรชั่น กล่าวว่า “AWC รู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้รับรางวัล ‘Mall of the Year – Thailand’  สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของบริษัทในการพัฒนาโครงการในรูปแบบ AWC’s Lifestyle Destination ที่ให้ความสำคัญกับการสร้างจุดหมายปลายทางอันเป็นเอกลักษณ์ซึ่งขับเคลื่อนด้วยประสบการณ์ เพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ที่เปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งเสริมสร้างภาพลักษณ์ด้านการท่องเที่ยวให้กับประเทศไทยในฐานะจุดหมายปลายทางด้านรีเทล-เทนเม้นท์ชั้นนำของประเทศ

 AWC มุ่งมั่นในการมอบประสบการณ์ระดับโลกแก่ผู้มาเยือนผ่านการสร้างสรรค์ 3 ประสบการณ์สำคัญ ได้แก่ การนำเสนอประสบการณ์ระดับโลกภายใต้แนวคิด Festival Village อาทิ Jurassic World: The Experience และประสบการณ์ 4D ด้านความยั่งยืน ‘Better World, Better Future’ รวมถึงการสร้างความโดดเด่นในฐานะจุดหมายปลายทางด้านอาหารและเครื่องดื่มที่ใหญ่ที่สุด โดยมีไฮไลต์ใหม่ล่าสุดอย่างห้องอา หารภายใต้ธีม Jurassic World แห่งแรกของโลกนอกสวนสนุก รวมถึงการสร้างสรรค์ Lifestyle Market ที่คัดสรรแบรนด์ชั้นนำและร้านค้าท้องถิ่นหลากหลาย ภายใต้พันธกิจของเราที่จะ ‘Building Better Future For All’ เพื่อสร้างสรรค์อนาคตที่ดีกว่าให้ทุกคน”

รางวัล Retail Asia Awards จัดขึ้นเป็นประจำทุกปีโดยนิตยสาร Retail Asia ซึ่งจัดขึ้นต่อเนื่องมากว่า 20 ปี เพื่อยกย่องความเป็นเลิศขององค์ กรชั้นนำในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ที่มีบทบาทโดดเด่นในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมค้าปลีก ทั้งในด้านนวัตกรรม ประสบการณ์ลูกค้า ความยั่ง ยืน และการสร้างความเปลี่ยนแปลงเชิงบวกต่อสังคมและเศรษฐกิจ โดยการคว้ารางวัล Mall of the Year – Thailand สะท้อนถึงความสำเร็จของ AWC ในการพัฒนาโครงการ เอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ฟร้อนท์ เดสติเนชั่น ให้เป็นแลนด์มาร์กสำคัญระดับโลก

โครงการนี้ยังถือเป็นส่วนหนึ่งของ AWC River Journey Project ที่เชื่อมโยงแลนด์มาร์กทางวัฒนธรรมและการท่องเที่ยวริมสายน้ำเจ้าพระยา โดยตั้งอยู่บนพื้นที่ประวัติศาสตร์ซึ่งเดิมเป็นท่าเรือขนส่งสินค้าแห่งแรกของประเทศไทยในยุครัชกาลที่ 5 ซึ่ง AWC ได้พลิกโฉมพื้นที่แห่งนี้ให้กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง พร้อมผสานประสบการณ์และการบริการทันสมัย ตอบโจทย์นักท่องเที่ยวทุกไลฟ์สไตล์ตามคอนเซปต์ “All Day Everyday Happiness” นำเสนอกิจกรรมหลากหลาย ตั้งแต่ร้านอาหารริมแม่น้ำ ประสบการณ์เชิงวัฒนธรรม การช้อปปิ้ง ไปจนถึงความบันเทิงระดับโลก

นอกจากนี้ เอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ฟร้อนท์ เดสติเนชั่น ยังสร้างความตื่นเต้นอย่างต่อเนื่องในฐานะจุดหมายปลายทางด้านการท่องเที่ยวระดับโลก ด้วยการเตรียมเปิดตัว “Jurassic World: The Experience” ประสบการณ์ความบันเทิงรูปแบบอิมเมอร์ซีฟครั้งยิ่งใหญ่ใหม่ที่สุดในโลกสำหรับครอบครัวและนักท่องเที่ยวทุกวัย เคียงคู่กับ Jurassic World: The Experience Hatch Dome ที่นำเสนอ “Better World, Better Future” ประสบการณ์เรียนรู้ด้านความยั่งยืนของ AWC ผ่านเทคโนโลยี Liminal 4D Experience ผ่านเรื่องราวการสูญพันธุ์ของไดโนเสาร์เข้ากับการตระหนักรู้ด้านสิ่งแวดล้อมเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์ธรรมชาติในปัจจุบัน   

นอกจากนี้ AWC ยังได้ขยายความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับหลากหลายพันธมิตร ทั้งหน่วยงานภาครัฐ พันธมิตรระดับโลก และเครือโรงแรมชั้นนำมากมาย เพื่อนำเสนอประสบการณ์ด้านอาหารและการบริการริมแม่น้ำเจ้าพระยา ผ่านการคัดสรรร้านอาหารคุณภาพเยี่ยมที่หลากหลาย ซึ่งล้วนแต่ได้รับการตอบรับอย่างดีจากนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติ

Mango Art Festival จัดมหกรรมศิลปะเมือง เนรมิตบูทีคโฮเทลริมเจ้าพระยาให้เป็นอาร์ตสเปซสุดสร้างสรรค์

Mango Art Festival จัดมหกรรมศิลปะเมือง เนรมิตบูทีคโฮเทลริมเจ้าพระยาให้เป็นอาร์ตสเปซสุดสร้างสรรค์

Mango Art Festival จัดมหกรรมศิลปะเมือง เนรมิตบูทีคโฮเทลริมเจ้าพระยาให้เป็นอาร์ตสเปซสุดสร้างสรรค์

วันศุกร์ ที่ 25 กรกฎาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ลืมภาพงานศิลปะแบบเดิมๆ ไปได้เลย! Mango Art Festival ผู้จัดเทศกาลศิลปะชั้นนำของไทย พร้อมสร้างปรากฏการณ์ครั้งสำคัญด้วยงาน “Urban Collectibles 2025” มหกรรมศิลปะเมืองที่จะแปลงโฉมโรงแรม The StandardX, Bangkok Phra Arthit บูทีคโฮเทลแห่งใหม่ริมเจ้าพระยา ให้กลายเป็นอาร์ตแกลเลอรีสุดสร้างสรรค์ใจกลางย่านประวัติศาสตร์บนถนนพระอาทิตย์ ระหว่าง 1-3 สิงหาคม 2568 นี้

พบกับการผจญภัยในโลกของศิลปะเมือง (Urban Art) อันเปี่ยมด้วยพลังสร้างสรรค์ ตื่นตาตื่นใจกับงานศิลปะมากมาย ทั้งภาพต้นฉบับ (Original Artworks) ภาพพิมพ์ (Prints) ของสะสมจากศิลปิน (Artist Collectibles) และอาร์ตทอยลิมิเต็ดเอดิชัน จากฝีมือศิลปินไทยและต่างประเทศกว่า 100 คน รวมถึงนักสะสมชื่อดัง ที่พร้อมนำเสนอความหลากหลายและมิติใหม่ของศิลปะสู่สายตาคุณ

“เรามุ่งมั่นที่จะสร้างประสบการณ์ใหม่ให้ผู้หลงใหลในศิลปะเมือง” ผู้จัดงานกล่าว “Urban Collectibles 2025 คือหมุดหมายสำคัญสำหรับศิลปิน คนรักงานอาร์ต และคอมมูนิตี้นักสะสม ในยุคที่วัฒนธรรมเมืองผลักดันผู้คนด้วยพลังแห่งความคิดสร้างสรรค์ และเป็นโอกาสดีที่จะได้สัมผัสเสน่ห์ของ Urban Art อย่างแท้จริง”

งาน “Urban Collectibles 2025” ถือเป็นโอกาสสำคัญสำหรับผู้ที่สนใจในศิลปะร่วมสมัย งานสะสม อาร์ตทอย และงานคราฟต์ต่างๆ ซึ่งจะมารวมไว้ในที่เดียว สัมผัสกับผลงานสร้างสรรค์จากศิลปินทั้งในและต่างประเทศภายใต้บรรยากาศอันมีชีวิตชีวาและเปี่ยมแรงบันดาลใจ ติดตามความเคลื่อนไหวและรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.facebook.com/MangoArtFestival

บทความพิเศษ : ‘รู้เขา รู้เขมร’ สหรัฐอเมริกาขัดแย้งกับกัมพูชา 2568 ไฟป่าที่ลุกลาม

บทความพิเศษ : 'รู้เขา รู้เขมร' สหรัฐอเมริกาขัดแย้งกับกัมพูชา 2568 ไฟป่าที่ลุกลาม

บทความพิเศษ : ‘รู้เขา รู้เขมร’ สหรัฐอเมริกาขัดแย้งกับกัมพูชา 2568 ไฟป่าที่ลุกลาม

วันศุกร์ ที่ 25 กรกฎาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ในปี พ.ศ. 2568 ความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐอเมริกากับกัมพูชาตกอยู่ในภาวะตึงเครียด   การเผชิญหน้าครั้งนี้ไม่ได้จำกัดแค่เรื่องสิทธิมนุษยชนหรือประชาธิปไตย หากแต่ครอบคลุมถึงผลประโยชน์ทางยุทธศาสตร์ อิทธิพลของจีนในภูมิภาค และอาชญากรรมข้ามชาติที่สร้างแรงกดดันต่อความสัมพันธ์ทวิภาคีอย่างลึกซึ้ง

หนึ่งในปัจจัยหลักคือความใกล้ชิดระหว่างกัมพูชากับจีนที่ทวีขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะโครงการพัฒนา “ท่าเรือน้ำลึกเรียม” ซึ่งถูกจับตามองจากสหรัฐฯ และพันธมิตรว่าอาจกลายเป็นฐานทัพเรือของจีนในอนาคต

พร้อมกันนี้ กัมพูชาได้ปรับแนวทางทางเศรษฐกิจโดยหันไปพึ่งพาการลงทุนจากจีนมากขึ้น ลดบทบาทของประเทศตะวันตกอย่างเห็นได้ชัด ยิ่งเมื่อประกอบกับการดำเนินนโยบายภายในที่ถูกมองว่าเป็นการปราบปรามฝ่ายค้าน — อาทิ การยุบพรรค CNRP การจับกุมนักข่าว และการจำกัดเสรีภาพสื่อ — ยิ่งผลักดันให้รัฐบาลกัมพูชาถูกวิจารณ์อย่างรุนแรงจากสหรัฐฯ และยุโรป โดยเฉพาะการสืบทอดอำนาจจากฮุน เซน สู่ฮุน มาเนต ผ่านการเลือกตั้งที่ขาดความโปร่งใส

การตอบโต้จากฝั่งสหรัฐฯ ดำเนินไปในหลายรูปแบบ ตั้งแต่การใช้กฎหมายประชาธิปไตยกัมพูชา Cambodia Democracy Act เพื่อคว่ำบาตรรายบุคคลและองค์กรที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการละเมิดสิทธิมนุษยชน ไปจนถึงการระงับความช่วยเหลือทางทหาร  ยกเลิกสิทธิพิเศษทางการค้า (GSP) และขึ้นภาษีสินค้าขาเข้าจากกัมพูชา ซึ่งสหรัฐมองว่า เป็นการสวมรอยของสินค้าจีน  ซึ่งคาดว่าจะส่งผลกระทบอย่างหนักต่ออุตสาหกรรมสิ่งทอ  เครื่องหนัง รองเท้าและกระเป๋าเดินทาง ของกัมพูชา ที่เป็นแหล่งจ้างงานสำคัญของประเทศ

อีกมิติหนึ่งของความขัดแย้งที่สหรัฐฯ เน้นย้ำ คือเรื่องของอาชญากรรมข้ามชาติที่มีศูนย์ปฏิบัติการอยู่ในกัมพูชา โดยเฉพาะการหลอกลวงพลเมืองสหรัฐฯ ผ่านคอลเซนเตอร์ของกลุ่มสแกมเมอร์ ที่ใช้เทคนิค “pig butchering” หลอกให้เหยื่อลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัลก่อนยักยอกเงินไป สร้างความเสียหายจำนวนมหาศาล ขณะเดียวกัน กลุ่มธุรกิจฮุยวัน (Huione Group) ซึ่งถูกกล่าวหาว่าเป็นเครือข่ายฟอกเงินระดับโลก มูลค่ากว่า 4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ก็ถูกสหรัฐฯ ขึ้นบัญชีคว่ำบาตร โดยระบุว่ามีความเชื่อมโยงกับชนชั้นนำทางการเมืองกัมพูชา ซึ่งยิ่งทำให้ภาพลักษณ์ของรัฐบาลกัมพูชาเสียหาย และสร้างแรงกดดันให้สหรัฐฯ เร่งดำเนินมาตรการตอบโต้

ความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างสองประเทศอยู่ในระดับต่ำสุด การเจรจาระดับสูงแทบไม่เกิดขึ้น และเต็มไปด้วยความไม่ไว้วางใจ กัมพูชาตอบโต้ด้วยการจำกัดกิจกรรมขององค์กรที่เกี่ยวข้องกับสหรัฐฯ ส่วนสหรัฐฯ ก็ขยายรายชื่อบุคคลและองค์กรที่ถูกคว่ำบาตรเพิ่มเติมผ่านช่องทางกฎหมาย โดยมีข้อเรียกร้องให้กัมพูชาแสดงความโปร่งใสในโครงการท่าเรือเรียม และปราบปรามอาชญากรรมไซเบอร์อย่างจริงจัง

ในด้านเศรษฐกิจ  เมื่อการขึ้นภาษีของสหรัฐ มีผลบังคับ   กัมพูชาจะเผชิญแรงกดดันด้านการค้าอย่างหนัก  เพราะสินค้ากัมพูชาที่ขายในสหรัฐฯ.จะมีราคาสูงขึ้นมาก นำไปสู่การเลิกจ้างงานในกัมพูชาจำนวนมาก    เศรษฐกิจจะชะลอตัวลง      และหากเรือรบจีนเริ่มปฏิบัติการจากท่าเรือเรียม เข้าพื้นที่พิพาทใกล้ชายฝั่งกัมพูชา ความเสี่ยงในการเผชิญหน้าระหว่างเรือรบของสหรัฐฯ กับจีนในทะเลจีนใต้จะกลายเป็นความเป็นจริงมากขึ้น

แม้ว่าการปะทะกันโดยตรงทางทหารยังไม่น่าจะเกิดขึ้นในระยะสั้น แต่การโจมตีทางวาทกรรม ข้อมูลข่าวสาร และไซเบอร์อาจทวีขึ้น และกลายเป็นสงครามเย็นยุคใหม่ที่เล่นกันด้วยข้อมูล เศรษฐกิจ และกฎหมายระหว่างประเทศ

การคลี่คลายสถานการณ์ยังคงเป็นความท้าทายที่ใหญ่หลวง ทั้งสองฝ่ายต่างไม่มีทีท่าจะประนีประนอมต่อกันอย่างเป็นรูปธรรมในเร็ววันนี้ แม้จะมีความเป็นไปได้ที่จะเริ่มเจรจาระดับล่าง เช่นเรื่องการผ่อนผันสิทธิพิเศษทางการค้า แต่เงื่อนไขเบื้องต้นยังห่างไกลจากจุดร่วม อาเซียนอาจพยายามเป็นตัวกลาง แต่บทบาทในการไกล่เกลี่ยก็ยังจำกัดด้วยหลักไม่แทรกแซงกิจการภายในของประเทศสมาชิก

สรุปแล้ว ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ กับกัมพูชาในปี 2568 คือภาพสะท้อนของการแข่งขันอิทธิพลในภูมิภาค การท้าทายระเบียบโลกที่ตั้งอยู่บนค่านิยมประชาธิปไตย และความไม่พอใจต่ออาชญากรรมข้ามชาติที่ลุกลามไปถึงพลเมืองต่างประเทศ การเผชิญหน้าครั้งนี้จึงไม่ใช่เรื่องไกลตัวสำหรับประชาคมอาเซียนหรือไทย หากปัญหานี้ยืดเยื้อ ย่อมกระทบต่อเสถียรภาพและความมั่นคงของทั้งภูมิภาคในระยะยาว

โดย สุริยพงศ

ทิพยประกันภัย ร่วมสืบสานศาสตร์พระราชา จากหลอดยาสีพระทนต์ สู่แรงบันดาลใจแห่งทันตนวัตกรรม

ทิพยประกันภัย ร่วมสืบสานศาสตร์พระราชา จากหลอดยาสีพระทนต์ สู่แรงบันดาลใจแห่งทันตนวัตกรรม

ทิพยประกันภัย ร่วมสืบสานศาสตร์พระราชา จากหลอดยาสีพระทนต์ สู่แรงบันดาลใจแห่งทันตนวัตกรรม

วันศุกร์ ที่ 25 กรกฎาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

การเรียนรู้ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงไม่ได้จำกัดอยู่แค่คำสอน หากปรากฏชัดในทุกพระราชจริยวัตรของในหลวงรัชกาลที่ 9 แม้ แต่หลอดยาสีพระทนต์ที่บางเฉียบเหมือนกระดาษเพราะถูกบีบจนหมด สะท้อนการใช้ชีวิตอย่างรู้คุณค่า เรียบง่าย และเปี่ยมด้วยความหมายว่า การเปลี่ยนแปลงสังคมไทยเริ่มได้จากการเปลี่ยนตนเองด้วยใจที่พอเพียง

โครงการ “ทิพยสืบสาน รักษา ต่อยอด นวัตกรรมศาสตร์พระราชา” ครั้งที่ 54 ได้เปิดพื้นที่แห่งการเรียนรู้ครั้งใหม่ ณ คณะทันตแพทย ศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยมี “หลอดยาสีพระทนต์” เป็นจุดเริ่มต้นของบทเรียนสำคัญสู่ความเข้าใจเรื่องเศรษฐกิจพอเพียงในมิติที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้น กิจกรรมในครั้งนี้เป็นผลจากความร่วมมือระหว่าง บริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน) ร่วมกับ ศูนย์คุณธรรม (องค์การมหาชน) และสำนักงานบริหารและพัฒนาองค์ความรู้ (องค์การมหาชน) สมาคมนักเรียนเก่าเอเอฟเอสแห่งประเทศไทย มูลนิธิธรรมดี พร้อมกับองค์กรภาคีเครือข่าย และนับเป็นครั้งแรกที่สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ได้ส่งบุคลากรกว่า 30 ท่านเข้าร่วมกิจกรรมในฐานะองค์กรภาคีเครือข่าย เพื่อศึกษาศาสตร์พระราชาอย่างใกล้ชิดและเตรียมนำแนวคิดไปประยุกต์ใช้ในการขับเคลื่อนองค์กรไปสู่ความยั่งยืน

ดร.สมพร สืบถวิลกุล กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน)  กล่าวว่า “ศาสตร์พระราชา…คือทางออกของโลกใบนี้ เป็นแนวทางที่จะช่วยสร้างรากฐานที่แข็งแรงให้กับประเทศ เพื่อนำไปสู่การพัฒนาอย่างมั่นคง จากภายในสู่ภายนอก” ดร.สมพร ยังเน้นย้ำว่า “ศาสตร์พระราชาคือมรดกทางปัญญาที่ล้ำค่าที่สุดของแผ่นดิน พระองค์มิได้ทรงเพียงประทานแนวทาง หากแต่ทรงอุทิศทั้งชีวิตในการลงมือแก้ไขปัญหาให้ประชาชนอย่างจริงจัง และยั่งยืนด้วยพระองค์เอง พระองค์ทรง ‘ทำให้ดู’ ผ่านพระราชจริยวัตรที่เรียบง่าย สมถะ แต่งดงาม และเปี่ยมด้วยความพอเพียง สมควรอย่างยิ่งที่พวกเราคนไทยควรน้อมนำมาเรียนรู้ และลงมือปฏิบัติ เพื่อประโยชน์ต่อตนเอง สังคม และประเทศชาติโดยรวม”

ภายในคณะทันตแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ผู้เข้าร่วมโครงการได้เยี่ยมชม พิพิธภัณฑสถานวาจวิทยาวัฑฒน์ พิพิธภัณฑ์ด้านทันตกรรมแห่งแรกของประเทศไทย ซึ่งจัดแสดงเครื่องมือทันตกรรมในอดีต ตำราหายาก และกรณีศึกษาทางโรคฟันที่มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์และการแพทย์ โดยจุดสำคัญคือ สถานที่จัดแสดง“หลอดยาสีพระทนต์” ของในหลวงรัชกาลที่ 9 ที่ถูกบีบจนบางเฉียบ กลายเป็นสัญลักษณ์ทรงพลังของ “ความพอเพียง” ที่สะท้อนพระราชจริยวัตรอันเรียบง่าย แต่เปี่ยมด้วยวินัย ความใส่ใจ และความรับผิดชอบต่อทรัพยากร

นอกจากนั้น ผู้เข้าร่วมยังได้เรียนรู้ถึง พระราชวิสัยทัศน์ด้านสาธารณสุขแบบองค์รวม ซึ่งได้กลายเป็นแนวทางสำคัญของการพัฒนาวิชาชีพและนวัตกรรมทางการแพทย์ในปัจจุบัน โดยพระองค์เคยมีพระราชดำรัสว่า “เวลาออกหน่วย อย่าดูแต่ฟันอย่างเดียว…ให้ดูร่างกายส่วนอื่นๆ รวมถึงการดำเนินชีวิตของผู้ป่วยด้วย ถ้าน้ำไม่มี จะให้เขาแปรงฟันวันละสองครั้งได้อย่างไร ถ้าไม่มีถนน จะมาหาทันตแพทย์ปีละสองครั้งได้อย่างไร”

พระราชดำรัสนี้ ชี้ให้เห็นแนวคิดแบบองค์รวม (Holistic Approach) ที่เป็นหนึ่งในหัวใจของ ศาสตร์พระราชา นั่นคือการเข้าใจปัญหาอย่างลึกซึ้งรอบด้าน มองเห็นความเชื่อมโยงของสาเหตุ และบูรณาการแนวทางการแก้ไขให้เข้ากับบริบทของผู้คนอย่างแท้จริง จากแนวคิดนั้นเอง ได้กลายมาเป็นแรงบันดาลใจให้กับการพัฒนาในวงการทันตแพทย์ไทยยุคใหม่ จนเกิดเป็นสิ่งที่เรียกว่า “ทันตนวัตกรรม” ทั้งในแง่ของ แนวคิด และเทคโนโลยี ทำให้เกิดการพัฒนาด้านการให้บริการ และนวัตกรรม เช่น รากฟันเทียมสำหรับผู้สูงวัยในชนบท การคิดค้นเยลลี่บำรุงฟันสำ หรับเด็กที่เข้าถึงยาก น้ำยาบ้วนปากที่ไม่ต้องใช้น้ำตาม หรือแม้กระทั่งระบบการให้บริการทันตกรรมเคลื่อนที่ที่เข้าไปหา “ผู้มีปัญหา” แทนที่รอให้เขาเดินทางมาหาเรา

จากนั้น เดินทางต่อไปยังวัดปทุมวนาราม ราชวรวิหาร ซึ่งเป็นเสมือนสวนป่าธรรมะกลางมหานคร จัดสร้างตามพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 ได้รับการขนานนามว่า “สวนป่าศาลาพระราชศรัทธา” เป็นสถานที่ที่แม้จะถูกโอบล้อมด้วยตึกสูงและห้างสรรพสินค้าหรูหรา แต่กลับเปี่ยมไปด้วยความสงบและร่มรื่นจากแมกไม้ใหญ่ และได้รับการสืบสานเป็นพื้นที่สำคัญสำหรับการเจริญสติในปัจจุบัน ทางคณะได้กราบนมัสการพระแสง และพระไสยาสน์ ซึ่งเป็นพระพุทธรูปเก่าแก่ศิลปะล้านช้างและสุโขทัย ที่ประดิษฐานมาตั้งแต่รัชสมัยรัชกาลที่ 4 กราบสักการะพระเจดีย์แห่งราชสกุลมหิดล และเข้าชมพิพิธภัณฑ์หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต ที่จัดแสดงประวัติและเครื่องใช้ส่วนตัวของพระอริยสงฆ์ผู้เป็นศูนย์รวมศรัทธาของสายพระกรรมฐาน ก่อนเข้าสู่ช่วงเวลาที่สำคัญที่สุด นั่นคือการได้เข้าถึงหัวใจของศาสตร์พระราชา ผ่านการเจริญธรรม การนั่งสมาธิ และสวดมนต์ ณ สวนป่าศาลาพระราชศรัทธา

นอกจากนี้ ทางโครงการยังจัดให้มีการสัมมนาและเวิร์กช็อปเกี่ยวกับศาสตร์พระราชาเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน ณ ศูนย์การเรียนรู้อเนกประสงค์ อุท ยานการเรียนรู้ TK Park ชั้น 8 ศูนย์การค้า centralwOrld โดยมีวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิมาร่วมแบ่งปันความรู้ อาทิ รศ.นพ.สุริยเดว ทรีปาตี ผู้อำ นวยการศูนย์คุณธรรม ดร.ทวารัฐ สูตะบุตร ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารและพัฒนาความรู้ (องค์การมหาชน) หรือ OKMD ดร.ดนัย จันทร์เจ้าฉาย ประธานมูลนิธิธรรมดี และอาจารย์อดุลย์ ดาราธรรม ที่ปรึกษาและอดีตนายกสมาคมนักเรียนเก่า AFS ประเทศไทย ผู้คิดค้นนวัตกรรมสื่อการสอนสำหรับเยาวชนในศตวรรษที่ 21 หรือ Interactive Board Game หนึ่งเดียวในโลก เพื่อขับเคลื่อนประเทศไทยสู่เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนภายในปี 2030

อีกทั้ง ทางโครงการยังได้จัดกิจกรรมเพื่อสังคม ได้แก่ การมอบทุนการศึกษาจากมูลนิธิธรรมดีให้แก่นักเรียนในพื้นที่ การมอบหนังสือจากโครงการ “อมรินทร์อาสา อ่านพลิกชีวิต” เพื่อส่งเสริมการอ่านและการเรียนรู้ให้กับโรงเรียนที่มีความต้องการอีกด้วย

ผู้สนใจเข้าร่วมกิจกรรมในครั้งต่อไปสามารถสอบถามข้อมูลได้ที่ เฟซบุ๊ก: ตามรอยพระราชา-The King’s Journey โดยผู้เข้าร่วมกิจกรรมทุกคนจะได้รับประกาศนียบัตรซึ่งสามารถนำไปใช้เป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาตนเองในการต่ออายุใบอนุญาตประกอบวิชาชีพทางการศึกษาจากคุรุสภาได้

ดร.สมพร สืบถวิลกุล

ดร.สมพร สืบถวิลกุล

“หลอดยาสีพระทนต์” รัชกาลที่ 9 สู่แรงบันดาลใจแห่งทันตนวัตกรรม

ดร.ทวารัฐ สูตะบุตร

ดร.ทวารัฐ สูตะบุตร

รศ.นพ.สุริยเดว ทรีปาตี

รศ.นพ.สุริยเดว ทรีปาตี

คุณแหน : 25 กรกฎาคม 2568

คุณแหน : 25 กรกฎาคม 2568

คุณแหน : 25 กรกฎาคม 2568

วันศุกร์ ที่ 25 กรกฎาคม พ.ศ. 2568, 02.00 น.

  • อำลาอาลัย เจ้านายฝ่ายเหนือ เจ้าจิราพันธุ์ ณ เชียงใหม่ ธิดาใน อำมาตย์โท เจ้าราชภาคินัย เจ้าเมืองชื่น ณ เชียงใหม่ พี่สาว เจ้าดวงเดือน ณ เชียงใหม่ ได้ถึงแก่กรรมด้วยการสงบ สิริอายุ 100 ปี 3 เดือน ถือเป็นธิดาที่มีอายุยืนยาวที่สุด ในจำนวนทายาท 4 คน ของ อำมาตย์โท เจ้าราชภาคินัย เจ้าเมืองชื่น ณ เชียงใหม่ ที่เกิดจาก หม่อมจันทน์เทพย์ ณ เชียงใหม่..
  • นพ.สุนทร สุนทรชาติ รองปลัด กทม. เป็นประธานในพิธีเปิดงานประกวดผู้สูงอายุ สำนักการแพทย์ ประจำปี 2568 โดยมี ดร.พญ.เลิศลักษณ์ ลีลาเรืองแสง พร้อมด้วยคณะผู้บริหารสำนักการแพทย์ กทม. ร่วมด้วย..
  • เฉลิมพันธุ์ สุวรรณประกร พร้อมเหล่าญาติมิตรกว่า 20 คน อาทิ สุภาพ กตัญญู, บรรเจิด-วิไลภรณ์ ลบล้ำเลิศ, กอบทิพย์ ศรีจอมขวัญ, ระพีพรรณ รุจิรัตน์ มารับทานข้าวสังสรรค์ฉลองวันเกิดให้ ท่านผู้หญิงเพ็ญศรี วัชโรทัย ณ ร้านบ้านน้ำเคียงดิน..
  • มิตรสหายปลื้มใจแทน ชูวิทย์ จึงธนสมบูรณ์ ที่ล่าสุด บมจ.นอร์ทอีส รับเบอร์ (NER) ได้รับรางวัล Money & Banking Awards “บริษัทยอดเยี่ยมแห่งปี 2568 ประเภท หมวดธุรกิจการเกษตร (AGRI)” ซึ่งมอบให้กับบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยที่มีผลประกอบการโดดเด่นในกลุ่มธุรกิจการเกษตร โดยมี ดร.เศรษฐพุฒิ สุทธิวาทนฤพุฒิ มอบรางวัล..
  • อนุโมทนาบุญกับ ธีรเดช สินธพเรืองชัย บจ.ห้างขายทองทองใบเยาวราชฯ ที่บริจาคเงินเพื่อปรับปรุงต่อเติมห้องผู้ป่วยในชาย รพ.สมเด็จพระยุพราชเวียงสระ จ.สุราษฎร์ธานี โดยมี นพ.ปรีชา สุมาลัย ผอ.รพ. รับมอบ..
  • ดวงใจ-วีรวัฒน์ วลัยเสถียร และครอบครัวมอบเงินบริจาค เพื่อหน่วยศัลยศาสตร์ระบบทางเดินปัสสาวะ ฝ่ายศัลยศาสตร์ ฝ่ายออโธปิดิกส์ และหน่วยต่างๆ ของฝ่ายอายุรศาสตร์ รพ.จุฬาลงกรณ์ โดยมี รศ. (พิเศษ) นพ. มนินธ์ อัศวจินตจิตร์, รศ.พญ.ภาวิณี ฤกษ์นิมิตร, รศ.นพ.เจตน์ วิทิตสุวรรณกุล และ รศ.นพ.วีรศักดิ์ สิงหถนัดกิจ ร่วมรับมอบ..
  • บมจ.ปูนซิเมนต์ไทย (SCC) ได้รับการจัดอันดับที่ 21 ของบริษัทที่มีรายได้สูงสุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ 500 บริษัท จากการประกาศรายชื่อ Fortune Southeast Asia 500 ประจำปี 2568 โดดเด่นในกลุ่มบริษัทชั้นนำระดับภูมิภาค สะท้อนศักยภาพในการดำเนินธุรกิจด้วย ESG และเติบโตด้วยนวัตกรรมสินค้า โซลูชันที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้า..
  • เพื่อนๆ Digital CEO#8 ร่วมยินดีกับ สุพล จันทวีชัย ที่กลุ่มลาวโทรคมนาคม M-Money X แพลตฟอร์มกระเป๋าเงินดิจิทัล คว้ารางวัลชนะเลิศประเภท C7: ธุรกิจอิเล็กทรอนิกส์ (E-Business) จากการประชุมสุดยอดระดับโลกว่าด้วยรางวัลสังคมสารสนเทศ (WSIS) ประจำปี 2568 ณ กรุงเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ โดยมี นิวัฒน์ เย็นกาย และ อรุณเดช  บานจิตร ไปร่วมด้วย..
  • ดร.เกียรติศักดิ์ วรวิทย์รัตนกุล ประธานมูลนิธิแสงสวรรค์สงเคราะห์ รับมอบที่ดินบริจาคที่ อ.โกรกพระ จ.นครสวรรค์ จาก ประคอง กลิ่นบานชื่น, จิราพร พัสสาริกิจ และครอบครัว เพื่อเป็นทรัพย์สินของมูลนิธิฯไปทำประโยชน์ต่อในการเลี้ยงดู ให้การศึกษาเด็กกำพร้า เด็กด้อยโอกาส เด็กขาดที่พึ่งของลูกแสงสวรรค์..
  • รร.กรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย ขอแสดงความยินดีกับ ธนกร วัฒนาวานิชกุล นักเรียน BCC รุ่น 172 ได้รับรางวัล “เยาวชนดีเด่น” สภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ประจำปี 2568..

น้องใหม่

ศิริราช เปิดตัว ‘วันสุขภาพกล้ามเนื้อไทย’ ส่งเสริมการดูแลตนเอง มุ่งสู่การสูงวัยอย่างมีคุณภาพ

ศิริราช เปิดตัว ‘วันสุขภาพกล้ามเนื้อไทย’ ส่งเสริมการดูแลตนเอง มุ่งสู่การสูงวัยอย่างมีคุณภาพ

ศิริราช เปิดตัว ‘วันสุขภาพกล้ามเนื้อไทย’ ส่งเสริมการดูแลตนเอง มุ่งสู่การสูงวัยอย่างมีคุณภาพ

วันพฤหัสบดี ที่ 24 กรกฎาคม พ.ศ. 2568, 21.31 น.

24 กรกฎาคม 2568 – คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล โดย ภาควิชาเวชศาสตร์ป้องกันและสังคม และศูนย์วิทยาการเวชศาสตร์ผู้สูงอายุศิริราช ร่วมกับ กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ สมาคมพฤฒาวิทยาและเวชศาสตร์ผู้สูงอายุไทย และ บริษัท แอ๊บบอต ลาบอแรตอรีส จำกัด (ประเทศไทย) จัดกิจกรรม “วันสุขภาพกล้ามเนื้อไทย – Thailand Muscle Health Day” เนื่องในวันส่งเสริมการดูแลตนเองสากล (International Self-Care Day) ซึ่งตรงกับวันที่ 24 กรกฎาคมของทุกปี เพื่อรณรงค์ให้ประชาชนมีความตระหนักถึงความสำคัญในการใส่ใจตนเองให้มีสุขภาวะที่ดีนำไปสู่ชีวิตที่มีคุณภาพ จึงได้จัดกิจกรรมขึ้นระหว่างวันที่ 24-25 กรกฎาคม 2568 ณ โถงอาคาร 100 ปี สมเด็จพระศรีนครินทร์ ชั้น 1 โดยมี ผศ. นพ.ธารา วงศ์วิริยางกูร รองคณบดี คนที่ 2 คณะเเพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล ม.มหิดล เป็นประธานเปิดงาน ทั้งนี้ได้รับเกียรติจาก ศ.คลินิกเกียรติคุณ นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร นายกสภามหาวิทยาลัยมหิดล และ ศ.เกียรติคุณ ดร. นพ.ประสิทธิ์ วัฒนาภา ที่ปรึกษาคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล ม.มหิดล ร่วมเป็นเกียรติด้วย ณ โถงอาคาร ๑๐๐ ปี สมเด็จพระศรีนครินทร์ ชั้น 1 รพ.ศิริราช

“วันสุขภาพกล้ามเนื้อไทย” จึงถือเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญในการยกระดับสุขภาพของผู้สูงวัยไทย และมุ่งสร้างประเทศไทยให้เป็นต้นแบบของการสูงวัยอย่างมีคุณภาพในระดับภูมิภาคเอเชีย ภายใต้แนวคิด “สุขภาพกล้ามเนื้อและการสูงวัยอย่างมีคุณภาพ: การดูแลตนเองแบบบูรณาการเพื่อการมีชีวิตที่แข็งแรง” ถือเป็นครั้งแรกในประเทศไทยที่มีการขับเคลื่อนประเด็น “สุขภาพกล้ามเนื้อ” ในระดับประเทศอย่างจริงจัง โดยเฉพาะในกลุ่มผู้สูงอายุ เพื่อเน้นย้ำถึงความสำคัญของกล้ามเนื้อในฐานะรากฐานของการมีสุขภาวะที่ดีและการป้องกันโรคเรื้อรังที่เกี่ยวข้องกับความเสื่อมตามวัย

ศ. นพ.อภิชาติ อัศวมงคลกุล คณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล ม.มหิดล เปิดเผยว่างานส่งเสริมสุขภาพในปีนี้ ซึ่งจัดต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 มุ่งเน้นที่การสร้างความตระหนักรู้เรื่อง “กล้ามเนื้อที่แข็งแรง” ในฐานะเกราะคุ้มกันสุขภาพและภูมิคุ้มกันที่ดี “เราต้องการให้ประชาชนทุกคน โดยเฉพาะผู้สูงอายุ มีความรู้ในการดูแลตนเองแบบองค์รวม กล้ามเนื้อที่แข็งแรงเป็นตัวชี้วัดสุขภาพที่สำคัญและส่งผลต่อคุณภาพชีวิต การดูแลสุขภาพกล้ามเนื้อสามารถทำได้ง่าย ๆ ที่บ้าน ด้วยโภชนาการที่เหมาะสมและการออกกำลังกายที่ถูกวิธี” ศ. นพ.อภิชาติ กล่าว

ผศ. นพ.ธารา วงศ์วิริยางกูร รองคณบดี คนที่ 2 คณะเเพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล ม.มหิดล กล่าวเสริมว่า “สุขภาพกล้ามเนื้อคือหัวใจของการสูงวัยอย่างมีคุณภาพ ภาวะสูญเสียกล้ามเนื้อหรือมวลกล้ามเนื้อน้อย (Sarcopenia) และภาวะเปราะบาง (Frailty) เป็นภัยเงียบที่เพิ่มความเสี่ยงต่อการหกล้มและลดทอนคุณภาพชีวิต งานในวันนี้จึงมีเป้าหมายเพื่อกระตุ้นความร่วมมือจากทุกภาคส่วน สร้างการรับรู้ในวงกว้าง และผลักดันให้สุขภาพกล้ามเนื้อเป็นหนึ่งในประเด็นสำคัญด้านสาธารณสุข พร้อมเดินหน้าวิจัย พัฒนาแนวทางเวชปฏิบัติ และจัดตั้งเครือข่ายคลินิกผู้สูงอายุอย่างต่อเนื่อง”

ศ. นพ.วีรศักดิ์ เมืองไพศาล ประธานศูนย์วิทยาการเวชศาสตร์ผู้สูงอายุศิริราช กล่าวว่า “ประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงวัยระดับสุดยอด (Super-aged society) อย่างรวดเร็ว ภาวะสูญเสียกล้ามเนื้อหรือมวลกล้ามเนื้อน้อย เป็นภัยเงียบที่ไม่ค่อยถูกพูดถึงและไม่ได้รับความสนใจมากนัก แต่ส่งผลกระทบต่อความสามารถในการเคลื่อนไหวและเพิ่มความเสี่ยงต่อการบาดเจ็บจากการหกล้ม การนอนโรงพยาบาล รวมถึงผลลัพธ์ทางสุขภาพที่ไม่ดี การค้นหาและแก้ไขภาวะนี้ ไม่เพียงช่วยยืดอายุขัย แต่ยังยกระดับคุณภาพชีวิต ลดการพึ่งพิงและลดภาระต่อระบบสาธารณสุขในระยะยาว”

ศ.เกียรติคุณ นพ.ประเสริฐ อัสสันตชัย นายกสมาคมพฤฒาวิทยาและเวชศาสตร์ผู้สูงอายุไทย กล่าวว่า “สมาคมฯ ได้ร่วมมือกับภาครัฐและบุคลากรทางการแพทย์ในการพัฒนาแนวทางการวินิจฉัยและดูแลภาวะสูญเสียกล้ามเนื้อหรือมวลกล้ามเนื้อน้อย ให้เหมาะสมกับบริบทของคนไทย โดยเน้นการฝึกอบรมให้สามารถประเมินสุขภาพกล้ามเนื้ออย่างแม่นยำ รวมถึงส่งเสริมการดูแลตนเองด้วยโภชนาการและการออกกำลังกายที่เหมาะสม หวังว่าโครงการนี้จะเป็นจุดเริ่มต้นของการยกระดับสุขภาพกล้ามเนื้อให้เป็นมาตรฐานใหม่ของการดูแลผู้สูงวัยทั่วประเทศ”

ทันตแพทย์หญิง ดร. อรุณี ลายธีระพงศ์ ผู้อำนวยการการแพทย์ด้านโภชนาการ บริษัท แอ๊บบอต ลาบอแรตอรีส จำกัด (ประเทศไทย) กล่าวว่า “กล้ามเนื้อมีผลโดยตรงต่อระบบภูมิคุ้มกัน โภชนาการที่เหมาะสม โดยเฉพาะสารอาหารเฉพาะทางบางชนิด เป็นกุญแจสำคัญที่จะช่วยให้ผู้สูงวัยเคลื่อนไหวได้ดี รับมือกับโรคได้ดีขึ้นและฟื้นตัวได้เร็ว แอ๊บบอตฯ จึงมุ่งมั่นในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของโปรตีน วิตามิน และพลังงานอย่างเหมาะสม เพื่อสนับสนุนการสูงวัยอย่างมีคุณภาพ”

นายแพททย์วันฉัตร ชินสุวาเทย์ ผู้อำนวยการกองกิจกรรมทางกายเพื่อสุขภาพ กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยว่าในส่วนของกรมอนามัยได้จัดทำแนวทางการส่งเสริมสุขภาพกล้ามเนื้อในผู้สูงวัย โดยออกแบบกิจกรรมที่สามารถปฏิบัติได้จริง เช่น การทดสอบลุก-นั่ง 5 ครั้ง และแบบฝึก “ยืน เดิน ยกขา” พร้อมเผยแพร่ผ่านศูนย์บริการสาธารณสุขและอาสาสมัคร  อสม. ทั่วประเทศ

ทั้งนี้ภายในงานมีกิจกรรมให้ประชาชนได้ร่วมกิจกรรมากมาย อาทิ การเสวนาด้านสุขภาพจากผู้เชี่ยวชาญ เช่น คู่มือกล้ามเนื้อแข็งแรง: การคัดกรองและการดูแลกล้ามเนื้อด้วยตนเอง วิธีออกกำลังกายฝึกกล้ามเนื้ออย่างถูกต้อง…ป้องกันภาวะมวลกล้ามเนื้อน้อย การจัดสิ่งแวดล้อมในบ้านให้ปลอดภัย… สูงวัยไม่ล้ม เป็นต้น การแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ กิจกรรมสาธิต การออกบูธ การคัดกรองภาวะมวลกล้ามเนื้อน้อย พร้อมคำแนะนำการดูแลสุขภาพกล้ามเนื้อจากภาคีเครือข่าย ผู้สนใจสามารถร่วมกิจกรรมได้ในระหว่างวันที่ 24-25 กรกฎาคม 2568 ณ โถงอาคาร 100 ปี สมเด็จพระศรีนครินทร์ ชั้น 1 หรือสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ 02-419-7287 และสามารถรับชมถ่ายทอดสดผ่าน Facebook : Sirirajpr หรือ Facebook : เครือข่ายผู้สนใจและผู้ดูแลฯ 

ข้อเสนอเชิงนโยบายระดับชาติเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้สูงวัยตั้งแต่เดือนตุลาคม พ.ศ. 2567 เป็นต้นมา คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล และภาคีเครือข่ายได้ดำเนินการประชุมผู้เชี่ยวชาญภายใต้บันทึกความร่วมมือด้านการดูแลผู้สูงอายุแบบบูรณาการ (ICOPE Thailand) เพื่อพัฒนาแนวทางส่งเสริมการดูแลตนเองในการป้องกันภาวะสูญเสียกล้ามเนื้อ หรือ มวลกล้ามเนื้อน้อย โดยมีข้อเสนอสำคัญในระดับชาติ ได้แก่ ส่งเสริมการประเมินกล้ามเนื้อที่เหมาะสมทั้งในเขตเมืองและชนบท , ขยายองค์ความรู้เรื่องสุขภาพกล้ามเนื้อไปยังบุคลากรสาธารณสุขและประชาชน , พัฒนาและผลักดันแนวทางเวชปฏิบัติระดับประเทศ และสนับสนุนงบประมาณเฉพาะด้านการป้องกันและดูแลภาวะสูญเสียกล้ามเนื้อ หรือ มวลกล้ามเนื้อน้อย

สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ 02-419-7287 ข้อมูลเพิ่มเติม Facebook : Sirirajpr หรือ Facebook : เครือข่ายผู้สนใจและผู้ดูแลฯ

พม. ร่วมกับ สภาสมาคมสตรีแห่งชาติฯ แถลงข่าวงานวันสตรีไทย 2568 ชู “สตรีไทยพร้อมใจ สืบสาน รักษา ต่อยอดพระราชปณิธานอย่างยั่งยืน”

พม. ร่วมกับ สภาสมาคมสตรีแห่งชาติฯ แถลงข่าวงานวันสตรีไทย 2568 ชู “สตรีไทยพร้อมใจ สืบสาน รักษา ต่อยอดพระราชปณิธานอย่างยั่งยืน”

พม. ร่วมกับ สภาสมาคมสตรีแห่งชาติฯ แถลงข่าวงานวันสตรีไทย 2568 ชู “สตรีไทยพร้อมใจ สืบสาน รักษา ต่อยอดพระราชปณิธานอย่างยั่งยืน”

วันพฤหัสบดี ที่ 24 กรกฎาคม พ.ศ. 2568, 14.05 น.

นายอนุกูล ปีดแก้ว ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (ปลัด พม.) และนางสาวสุกัญญา ประจวบเหมาะ ประธานสภาสมาคมสตรีแห่งชาติ ในพระบรมราชินูปถัมภ์ ร่วมเป็นประธานงานแถลงข่าวงาน “วันสตรีไทย ประจำปี 2568” ภายใต้แนวคิด “สตรีไทยพร้อมใจ สืบสาน รักษา ต่อยอดพระราชปณิธานอย่างยั่งยืน” ซึ่งกำหนดจัดขึ้นในวันที่ 1 สิงหาคม 2568 เวลา 16.00 น. ณ ห้องรอยัล จูบิลี่ บอลรูม อาคารชาเลนเจอร์ ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี โดยมีนางสาวแรมรุ้ง วรวัธ อธิบดีกรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัวคณะผู้บริหารของกระทรวง พม. และสภาสมาคมสตรีแห่งชาติฯ  สื่อมวลชน เข้าร่วมงาน ณ บริเวณห้องโถง ชั้น 1 อาคารกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ สะพานขาว กรุงเทพฯ

นายอนุกูล กล่าวว่า กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ร่วมกับสภาสมาคมสตรีแห่งชาติ ในพระบรมราชินูปถัมภ์ จัดงานวันสตรีไทย ตั้งแต่ปี 2548 อย่างต่อเนื่องเป็นประจำทุกปี ด้วยความสำนึกในพระมหากรุณาที่คุณของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานให้วันที่ 1 สิงหาคมของทุกปี เป็นวันสตรีไทย รวมทั้งได้พระราชทานแนวพระราชดำริหน้าที่สำคัญเบื้องต้นของสตรีไทย 4 ประการ คือ พึงทำหน้าที่ของแม่ให้สมบูรณ์ พึงทำหน้าที่ของแม่บ้านให้ดี พึงรักษาเอกลักษณ์ความเป็นสตรีไทย และพึงฝึกฝนตนเองให้มีความรู้ความสามารถยิ่งขึ้น นอกจากแนวพระราชดำริแล้ว ยังพระราชทานพระราชานุญาตให้ใช้ “ดอกกล้วยไม้ คัทลียา ควีนสิริกิติ์” เป็นดอกไม้สัญลักษณ์ประจำวันสตรีไทย 

ทั้งนี้ กระทรวง พม. โดยกรมกิจการสตรีและสถาบันเครอบครัว , สภาสมาคมสตรีแห่งชาติฯ และหน่วยงานภาคีเครือข่าย ต่างสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ จึงร่วมกันจัดงาน “วันสตรีไทย ประจำปี 2568” ภายใต้แนวคิด “สตรีไทยพร้อมใจ สืบสาน รักษา ต่อยอดพระราชปณิธานอย่างยั่งยืน” เพื่อเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสทรงเจริญพระชนมพรรษา 73 พรรษา ในวันที่ 28 กรกฎาคม 2568 เพื่อเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เนื่องในโอกาสทรงเจริญพระชนมพรรษา 93 พรรษา ในวันที่ 12 สิงหาคม 2568 เพื่อเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เนื่องในโอกาสทรงเจริญพระชนมพรรษา 47 พรรษา ในวันที่ 3 มิถุนายน 2568 ซึ่งได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากสมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี ทรงเสด็จพระราชดำเนินมาเป็นองค์ประธานในพิธีเปิดงาน “วันสตรีไทย ประจำปี 2568” ในวันที่ 1 สิงหาคม 2568 เวลา 16.00 น. ณ ห้องรอยัล จูบิลี่ บอลรูม อาคารชาเลนเจอร์ ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี โดยพระองค์ท่านจะพระราชทานเข็มที่ระลึกแก่ผู้ทำคุณประโยชน์ และเข็มเชิดชูเกียรติแก่สตรีไทยดีเด่น จำนวน 154 ราย

นอกจากนี้ ภายในงาน มีการจัดนิทรรศการสำคัญของกระทรวง พม. ได้แก่ การนำเสนอภารกิจและนโยบายสำคัญที่มีการต่อยอดพระราชปณิธานด้านสตรี , ครอบครัว , การเสริมพลังสตรี และการส่งเสริมความเสมอภาค อาทิ นโยบาย 5×5 ฝ่าวิกฤตประชากร และ พันธกิจสำคัญ (Flagship Projects) 9 ด้าน เพื่อให้สตรีไทยและคนไทยทุกคนมีความมั่นคงในชีวิตและสวัสดิการที่เหมาะสม ซึ่งครอบคลุมประชาชนทุกกลุ่ม ทุกวัย ทั้งเด็ก สตรี ครอบครัว ผู้สูงอายุ คนพิการ ผู้ด้อยโอกาส และกลุ่มเปราะบาง ,  การจำลองการทำงานของสายด่วน พม. โทร. 1300 มีทุกข์ พบปัญหา โทรมาที่ศูนย์ช่วยเหลือสังคม ที่เป็นศูนย์กลางการดูแลช่วยเหลือรอบด้านอย่างต่อเนื่องของศูนย์เร่งรัดจัดการสวัสดิภาพประชาชน (ศรส.) หรือ HuSEC พร้อมหน่วยเคลื่อนที่เร็ว (RRU) ของทีมสหวิชาชีพ , การจำลองการทำงานของศูนย์บริหารการดูแลกลุ่มเปราะบางจากภัยพิบัติ (ศบปภ.) ในสถานการณ์ภัยพิบัติ เพื่อเข้าไปดูแล ช่วยเหลือ และเยียวยากลุ่มเปราะบางจากภัยพิบัติเชิงรุกและครอบคลุมทุกมิติ ภายใต้หลักการ “พม. หนึ่งเดียว” , การจำลองการทำงานของ Family Line ระบบเพื่อนครอบครัว แพลตฟอร์มที่ให้คำปรึกษาแก่ประชาชนและครอบครัว โดยผู้เชี่ยวชาญที่เชื่อมโยงระบบกับภาคีเครือข่าย อีกทั้งเป็นศูนย์กลางการเรียนรู้สำหรับครอบครัวบนดิจิทัลแพลตฟอร์ม 24 ชั่วโมง โดยไม่มีค่าใช้จ่าย และ โครงการเพื่อสตรีโดยเฉพาะโครงการ “Pink Box ของขวัญสร้างแรงบันดาลใจ แทนความห่วงใย เพื่อสตรีไทยมั่นคง” เป็นกล่องของขวัญที่บรรจุด้วยสิ่งของจำเป็นในชีวิตประจำวันและการดูแลสุขอนามัย เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนเบื้องต้นให้กับสตรีกลุ่มผู้เปราะบาง 

นางสาวสุกัญญา กล่าวว่า ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ที่ทรงวิริยะอุตสาหะ ปฏิบัติพระราชกรณียกิจต่าง ๆ หลากหลายด้าน ทรงเป็นต้นแบบให้กับสตรีไทยทั่วประเทศ ทั้งด้านการศึกษา การส่งเสริมอาชีพ ศิลปวัฒนธรรม และด้านอื่นๆ อีกมากมาย เพื่อพสกนิกรไทยมาโดยตลอด สตรีไทยทุกคนจึงพร้อมใจที่จะน้อมนำแนวพระราชดำริมาใช้ในการดำเนินชีวิต และพร้อมใจร่วมสืบสาน รักษา และต่อยอดสิ่งที่พระองค์ท่านได้ริเริ่มไว้ จึงเป็นที่มาของการจัดงาน “วันสตรีไทย ประจำปี 2568” ซึ่งมีการคัดเลือกสตรีไทยดีเด่นเหมือนเช่นทุกปี เป็นสตรีไทยที่มีความพร้อมตามเกณฑ์คุณสมบัติ อาทิ ต้องเป็นสตรีไทยที่มีอายุ 40 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป มีความสำเร็จในอาชีพหน้าที่การงาน สร้างชื่อเสียงเกียรติคุณ เป็นที่ยอมรับในสังคมโดยรวม มีจิตอาสา ช่วยเหลือผู้อื่นจนเป็นที่ประจักษ์ เป็นผู้นำ ผู้ริเริ่มในการจัดโครงการหรือกิจกรรมใดๆ ที่ส่งเสริมองค์กรสตรี ซึ่งต้องมีคุณสมบัติที่ประกอบกันครบถ้วนทุกด้าน และในปี 2568 มีสตรีไทยดีเด่นจำนวน 154 ท่าน แบ่งเป็นประเภทสรรหา 10 ท่าน ประเภทองค์กร 89 ท่าน และประเภทจังหวัด 55 ท่าน

นางสาวสุกัญญา กล่าวเพิ่มเติมว่า นอกจากสมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี ทรงเสด็จพระราชดำเนินมาเป็นองค์ประธานในพิธีเปิดงานวันสตรีไทยแล้ว ยังมีริ้วขบวนอัญเชิญเทียนที่สวยงาม และพระองค์ท่านจะทรงจุดเทียนเปิดงานวันสตรีไทย ประจำปี 2568 รวมถึงพระราชทานพระราชดำรัสเนื่องในวันสตรีไทย ซึ่งนับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ นอกจากนี้ สภาสมาคมสตรีแห่งชาติฯ ยังจัดนิทรรศการสำคัญ อาทิ นิทรรศการเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เกี่ยวกับแนวพระราชดำริหน้าที่สำคัญของสตรีไทย 4 ประการ และชุดไทยพระราชนิยม 8 ชุด ซึ่งทางกระทรวงวัฒนธรรมได้ยื่นเรื่องไปยังยูเนสโก้ เพื่อขอให้ขึ้นทะเบียนมรดกโลก ,  นิทรรศการเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เกี่ยวกับพระปรีชาสามารถรอบด้านที่ปฏิบัติพระราชกรณียกิจเคียงบ่าเคียงไหล่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เพื่อสร้างแรงบันดาลใจในการเป็นต้นแบบให้กับสตรีไทยยุคใหม่ และการสืบสาน รักษา และต่อยอดพระราชปณิธานแห่งสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง , นิทรรศการสตรีไทยดีเด่น ประจำปี 2568 , นิทรรศการจากตัวแทนเครือข่ายสตรี 4 ภาค โดยจัดแสดงผลิตภัณฑ์และนวัตกรรมสมัยใหม่ และ นิทรรศการมีชีวิต ด้วยการจำลองบรรยากาศให้เสมือนอยู่ในบ้านเรือนไทยที่มีวิถีชีวิตของหญิงไทย ประกอบด้วย 1) เรือนครัว สืบสานอาหารของหวานไทย 2)  ใต้ถุนเรือน สืบสานการทอผ้าไทย มีการสาธิตการทอผ้าจากกลุ่มผ้าไหมบ้านนาหว้า จังหวัดนครพนม และกลุ่มทอผ้าไหมกลุ่มแรกของมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ซึ่งเป็นหนึ่งในครูช่างทอ “4 ทหารเสือราชินี” แห่งวงการผ้าไหม 3) ชานแดด จำลองการแสดงโขนผู้หญิง 4) เรือนนอน สาธิตการแกะสลักงานจากสตรี  5) ชานร่ม ต่อยอดหัตถกรรมไทย “หัตถกรรมสตรีรักษ์โลก ECO LADY” และ  6) หน้าต่างเรือน นำเสนอหน้าต่างเปิดสู่อนาคตของสตรีไทยยุคใหม่ 

ทั้งนี้ ขอเชิญชวนประชาชนทั่วไปร่วมรับชมบรรยากาศ “วันสตรีไทย ประจำปี 2568” ภายใต้แนวคิด “สตรีไทยพร้อมใจ สืบสาน รักษา ต่อยอดพระราชปณิธานอย่างยั่งยืน” ผ่านการถ่ายทอดสดทางสถานีโทรทัศน์แห่งประเทศไทย NBT ในวันที่ 1 สิงหาคม 2568 ตั้งแต่เวลา 16.00 น. เป็นต้นไป

ลูกเสือมอบจอบเสียมให้ทหารชายแดน ทำ “สนามเพลาะสวนครัว”

ลูกเสือมอบจอบเสียมให้ทหารชายแดน ทำ

ลูกเสือมอบจอบเสียมให้ทหารชายแดน ทำ “สนามเพลาะสวนครัว”

วันพฤหัสบดี ที่ 24 กรกฎาคม พ.ศ. 2568, 13.59 น.

พันโท สามารถ แก้วสีไว ผู้บังคับกองพันทหารราบที่ 23 หน่วยเฉพาะกิจที่ 2 กองกำลังสุรนารี  อ.พนมดงรัก จ.สุรินทร์  รับมอบจอบ เสียม และเมล็ดพันธ์พืช จาก ดร.อาทร จันทวิมล  ประธาน มูลนิธิส่งเสริมการลูกเสือแห่งประเทศไทย เพื่อจัดทำ“สนามเพลาะสวนครัว“ สำหรับใช้เป็นเสบียงรบยามจำเป็น