แดดหน้าฝนทำร้ายผิว คืนความสดใสด้วย ‘ว่านหางจระเข้’

แดดหน้าฝนทำร้ายผิว คืนความสดใสด้วย ‘ว่านหางจระเข้’

แดดหน้าฝนทำร้ายผิว คืนความสดใสด้วย ‘ว่านหางจระเข้’

วันจันทร์ ที่ 2 มิถุนายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

แม้จะเข้าสู่หน้าฝน  แต่แสงแดดยังแรงไม่แผ่ว จนแทบจะอยากส่งสัญญาณ SOS ให้ช่วยผิวด่วน จากการโดนแดดแรงและรังสี UV จนผิวได้รับผลกระทบสารพัดทั้งความแสบร้อน ความไหม้แดด จนทำให้ผิวอ่อนแอ ระคายเคือง แพ้ง่าย  ยิ่งหากเป็นคนที่ผิวไวต่อแสงแดด ก็ยิ่งส่งผลต่อผิวมากขึ้นไปอีก ไม่อยากผิวพังแบบไม่ทันตั้งตัว  ต้องรู้จักวิธีปกป้องผิว

หนึ่งไอเดียกับการดูแลผิวจากแสงแดดด้วยของที่หาง่ายใกล้ตัว ก็คือ ว่านหางจระเข้  สมุนไพรที่ได้รับความนิยมทั่วโลก ด้วยประโยชน์จากเจลของว่านหางจระเข้ มีฤทธิ์เย็น ช่วยในการสมานแผล บรรเทาอาการแสบร้อน ลดอาการอักเสบ ปลอบประโลมผิวไหม้แดดได้เป็นอย่างดี และช่วยเติมความชุ่มชื้นให้กับผิว ด้วยสรรพคุณที่มากมาย ว่านหางจระเข้ จึงนิยมนำมาใช้ประโยชน์ในหลายๆ ด้าน

ถึงแม้จะสามารถปลูกว่านหางจระเข้ได้อย่างง่ายๆ ภายในบ้าน แต่หากมองหาเรื่องความสะดวกและอยากลดขั้นตอนในการตัดต้นว่านหางจระเข้ ทำความสะอาดยาง ปอกเปลือก ตัดเนื้อเจลว่านหางจระเข้ ซึ่งทั้งหมดมีกระบวนการมากมาย เพราะฉะนั้นทุกด้านในการดูแลผิว กิฟฟารีน (Giffarineผู้นำแบรนด์สุขภาพและความงามสัญชาติไทย พร้อมดูแลด้วยการคัดสรรผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพเพื่อตอบโจทย์ในการดูแลผิวทุกมิติ

Combo ปลอบประโลมผิวจาก กิฟฟารีน (Giffarine) ที่อุดมด้วยว่านหางจระเข้ ที่ช่วยผิวในวันที่แสบร้อนจากแสงแดด และเติมความชุ่มชื้น คืนความสดใสให้กับผิว อย่าง กิฟฟารีน อโลเฟรช ชาวเวอร์ ครีม และ กิฟฟารีน สโนว์ โลตัส อโล บอดี้ เจล มอบความเย็นสดชื่น ลดความร้อนให้ผิวได้ทันที

ขั้นตอนแรกทำความสะอาดผิวและร่างกายด้วย  กิฟฟารีน อโลเฟรช ชาวเวอร์ ครีม ครีมอาบน้ำที่มีส่วนผสมของว่านหางจระเข้ และวิตามินอี  เติมความชุ่มชื้นแก่ผิว พร้อมด้วยกลิ่นหอม สะอาด ฟองนุ่ม ให้คลีนผิวสดชื่นอย่างอ่อนโยน ช่วยปลอบประโลมผิวจากแสงแดด ให้ผิวเปล่งปลั่ง และมีชีวิตชีวาขึ้นในวันที่ต้องเผชิญกับแดดและมลภาวะมากมาย

ขั้นต่อไปเติมน้ำ คืนความชุ่มชื้นให้ผิวฉ่ำ ด้วย กิฟฟารีน สโนว์ โลตัส อโล บอดี้ เจล  เจลใสบำรุงผิวกาย มีส่วนผสมทั้งเจลว่านหางจระเข้ออร์แกนิกเข้มข้น (Organic Aloe Vera Leaf Juice ) ที่ซึมเร็ว ไม่เหนียวเหนอะหนะ ช่วยเพิ่มน้ำให้ผิวมีความชุ่มชื้น และสารสกัดบัวหิมะ (Snow Lotus Extract) เสริมด้วยวิตามิน บี 3 (Niacinamide) ช่วยให้ผิวเรียบเนียน กระจ่างใสอย่างเป็นธรรมชาติ  อีกทั้ง ยังมีส่วนผสมของสารเพิ่มความชุ่มชื้นอย่าง Sodium Hyaluronate และ Saccharide Isomerate เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการปลอบประโลมผิวและเพิ่มความชุ่มชื้นหลังเผชิญแสงแดด รวมถึงผู้ที่ต้องการเติมความชุ่มชื้นให้ผิวมากเป็นพิเศษ โดยช่วยคืนความสดใส ฟื้นบำรุงผิวที่อ่อนแอได้อย่างดี

lyn around ต้อนรับ Pre-Fall 2025 ซีซั่นกับคอลเลกชั่นพิเศษ แรงบันดาลใจจากสไตล์สแกนดิเนเวียนและดอกไม้นานาพันธุ์

lyn around ต้อนรับ Pre-Fall 2025 ซีซั่นกับคอลเลกชั่นพิเศษ แรงบันดาลใจจากสไตล์สแกนดิเนเวียนและดอกไม้นานาพันธุ์

lyn around ต้อนรับ Pre-Fall 2025 ซีซั่นกับคอลเลกชั่นพิเศษ แรงบันดาลใจจากสไตล์สแกนดิเนเวียนและดอกไม้นานาพันธุ์

วันจันทร์ ที่ 2 มิถุนายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

lyn around (ลิน อราวนด์) ชวนสาวช่างฝันทุกคนก้าวเข้าสู่โลกแห่งจินตนาการที่ผสมผสานความเหนือจริงไปกับ 2 คอลเลกชั่นสุดพิเศษที่มีความแตกต่างกันอย่างลงตัวในแบบฉบับสาว lyn around สร้างสีสันความสนุกต้อนรับฤดูกาล Pre-Fall 2025 เริ่มกันที่คอลเลกชั่น Wildflower Rapture ที่หยิบยกเอาความวัฒนธรรมของกลุ่มประเทศสแกนดิเวียน และหัตถ ศิลป์พื้นบ้านของคนในแถบประเทศสวีเดน อาทิ การทอผ้า งานไม้ การแกะสลักจากวัสดุธรรมชาติ สะท้อนผ่านวัฒนธรรมและงานดีไซน์ร่วมสมัยที่มีความยูนีค ถูกนำมาร้อยเรียงผ่านทรวดทรงเสื้อผ้าที่มีความเป็นเอกลักษณ์สไตล์ลิน อราวนด์ ผสม ผสานเข้ากับแพทเทิร์นลวดลายธรรมชาติอย่างลงตัว ก่อเกิดเป็นไอเทมที่มีความสวยงามราวกับธรรมชาติพลิ้วไหว และเต็มเปี่ยมด้วยพลังสร้างสรรค์

คอลเลกชั่นนี้เป็นการนำเสนอเสื้อผ้าสไตล์สแกนดิเนเวียนสุดชิค (Scandi Chic) ที่โดดเด่นด้วยซิลลูเอททรงหลวมสวมใส่สบาย เสริมด้วยเทคนิคการผลิตเฉพาะตัว อาทิ การฉลุลายดอกไม้ การเย็บร้อยลูกปัด การปักลายผ้าลูกไม้ และการตัดเย็บขอบลอน พร้อมแต่งเติมความมีชีวิตชีวาด้วยลายปักพืชพันธุ์ไม้ กราฟฟิคพืชเถาวัลย์ ลายปักดอกไม้นานาชนิดทั้งดอกลิลลี่ ดอกทิวลิป ดอกกุหลาบ ไปจนถึงดอกคาร์เนชัน และลายเพ้นท์หมีกริซลี่ช่วยเพิ่มจิตวิญญาณของความธรรมชาติให้กับทุกไอเทม ตั้งแต่เดรสกระโปรงสั้นทรงหลวมพิมพ์ลายดอกไม้ เสื้อคอวีแขนเสื้อระบายฉลุลายดอกไม้ เดรสกระโปรงยาวแต่งผ้ารัฟเฟิลปักลายดอกลิลลี่ มินิเดรสแขนกุดชายกระโปรง กระโปรงยาวปักลายต้นมะพร้าว เดรสโอเวอร์ไซส์ปักลายดอกไม้ แจ็คเก็ตแขนยาวพิมพ์ลายหมีกริซลี่ และเบสิคไอเทมสำหรับเอเวอริเดย์ ถูกนำเสนอในพาแลตสีสันเอิร์ธโทน รวมถึงสีสันสดใสที่ได้แรงบันดาลใจจากกลุ่มสีของดอกไม้หลากชนิด พลาดไม่ได้ คือ ไลน์อัพแอคเซสเซอรี่ กระเป๋า หมวก รองเท้า และเครื่องประดับในหลากหลายดีไซน์ ตั้งแต่กระเป๋าสะพายข้างรูปทรงผีเสื้อ กระเป๋าโท้ตรูปหัวใจ กระเป๋าสะพายไหล่แต่งโมทีฟผีเสื้อ จับคู่มิกซ์แอนด์แมตช์ด้วยหมวกทรงถังแต่งกราฟฟิคตัวอักษร และต่างหูรูปหน้าแมวตกแต่งคริสตัล ก่อนคอมพลีตลุคด้วยรองเท้าทรงบัลเล่ต์สีขาวไอวอรี หรือรองเท้าส้นสูงแซนดัลที่มีลูกเล่นพิเศษช่วงส้นรองเท้าสูงรูปหัวใจสำหรับโอกาสสุดพิเศษ ต่อมาพบกับไลน์เสื้อผ้าลักชูรี่จากคอลเลกชั่น Ruby โดดเด่นด้วยการตัดเย็บอันพิถีพิถัน นำเสนอไอเทมสำหรับโอกาสสุดพิเศษ ที่เปล่งประกายความงามและความมั่นใจตามแบบฉบับของสาวลิน อราวนด์ ผสมผสานความหรู

หราและคัทติ้งการตัดเย็บเหนือระดับเข้ากับดีไซน์ที่เน้นความแคชชวล ตัดทอนความเป็นทางการที่เกินจำเป็น และเสริมด้วยเอลีเมนท์ที่ได้แรงบันดาลใจจากธรรมชาติ อาทิ ดอกไม้ พืชพันธุ์ และโมทีฟรูปผีเสื้อ ให้ความหมายถึงความงาม อิสรภาพ และจิตวิญญาณแห่งความหวัง กลายเป็นไอเทมที่ควรคู่กับผู้หญิงทุกช่วงวัย พร้อมช่วยครีเอตโมเม้นต์อันน่าประทับใจในทุกครั้งที่หยิบมาสวมใส่ คีย์ดีไซน์เป็นการผสมผสานความฟอร์มอลเข้ากับความแคชชวลอย่างลงตัว เน้นความสบายแต่ยังให้ความรู้สึกหรูหรา นำเสนอวิธีการผลิตที่มีเอกลักษณ์ อาทิ การเลเซอร์คัทฉลุลายรูปผีเสื้อ ตกแต่งโมทีฟดอกไม้ การปักลายพืชพันธุ์ ถูกพรีเซนต์ผ่านแพนโทนสีสันมินิมอล อาทิ สีขาวไอวอรี สีครีม สีเบจ สีเทาและสีดำ มีให้เลือกสรรในหลากหลายดีไซน์ ทั้งเดรสกระโปรงสั้นสีดำฉลุลายผีเสื้อ เชิ้ตเดรสกระโปรงยาวแขนกุด เดรสปาดไหล่แต่งเข็มกลัดดอกไม้ เดรสเกาะอกสีเบจแต่งโมทีฟดอกไม้ เดรสกระโปรงสั้นสีเทาปักลายพืชพันธุ์ จัมพ์สูทแขนกุดสีเทาพิมพ์ลายตาราง เดรสเว้าเอว เล เซอร์คัตรูปผีเสื้อ รวมถึงเดรสเกาะอกกระโปรงยาวแต่งโมทีฟดอกไม้และผีเสื้อที่สามารถหยิบนำมาสไตล์ลิ่งเข้ากับรองเท้าทรงบัลเล่ต์ พร้อมแมตช์เข้ากับกระเป๋าสะพายไหล่สุดชิคสำหรับลุควันประชุมกับลูกค้าวีไอพี หรือกระเป๋าคลัทช์ใบโปรดในไพรเวทปาร์ตี้สำหรับผู้หญิงที่มีสไตล์อันน่าจดจำ

ชวนทุกคนมาสัมผัสไลน์สินค้าเสื้อผ้า กระเป๋า และเครื่องประดับคอลเลกชั่น Pre-Fall 2025 ที่ลิน อราวนด์ทุกสาขา และเว็บไซต์ lynaround.com.com

คุณแหน : 2 มิถุนายน 2568

คุณแหน : 2 มิถุนายน 2568

คุณแหน : 2 มิถุนายน 2568

วันจันทร์ ที่ 2 มิถุนายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ll สำนักพระราชวัง ขอเชิญชวนประชาชนร่วมลงนามถวายพระพรชัยมงคล สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา วันที่ 3 มิถุนายน 2568 ผ่านระบบออนไลน์ ที่เว็บไซต์หน่วยราชการในพระองค์ http://www.royaloffice.th ระหว่างวันที่ 2-4 มิถุนายน 2568..

ll ระยะนี้  อดีตปลัดกระทรวงมหาดไทย สุทธิพงษ์ – ดร .วันดี  จุลเจริญ  รับบท พีอาร์  ช่วย “น้องหนึ่ง”  วรชา กุญชรยาคง จุลเจริญ บุตรสาว  โปรโมทบริษัทค่ายเพลงน้องใหม่  ผลิตนักร้องคุณภาพ วัยใสๆๆ ออกมิวสิควีดิโอออกมาให้ตื่นตาตื่นใจกันแล้ว งานนี้ กลทีป์ สิทธิชัยวิจิตร คู่ชีวิตน้องหนึ่ง  เชียร์สุดใจ..

ll รศ.นพ.วีระพงษ์ ภูมิรัตนประพิณ คณบดีคณะเวชศาสตร์เขตร้อน ม.มหิดล  ประธานกก.มูลนิธิโรงพยาบาลเวชศาสตร์เขตร้อน ในพระอุปถัมภ์ฯ พร้อมด้วย ผศ.ดร.นพ.ธีระ กุศลสุข,รศ.นพ.ชูเกียรติ ศิริวิชยกุล แถลงข่าวการจัดโบว์ลิ่งการกุศล ครั้งที่ 2 ถ้วยพระราชทาน สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี  4 มิ.ย.ณ ห้องประชุมมีเกรท ชั้น 8 อาคารเฉลิมพระเกียรติฉลองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี  รายได้หลังหักค่าใช้จ่าย ทูลเกล้าฯ ถวายโดยเสด็จพระราชกุศลตามพระราชอัธยาศัยและเพื่อกิจกรรมการกุศลมูลนิธิฯ ลดหย่อนภาษี 2 เท่า  สอบถาม 02-3547480..

ll ดร.บุรณิน รัตนสมบัติ เป็นประธานลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือการจัดหาแอมโมเนียคาร์บอนต่ำ สำหรับเป็นเชื้อเพลิงร่วมในโรงไฟฟ้าของกลุ่ม GPSC โดยมี วรวัฒน์ พิทยศิริ ซีอีโอ บมจ.โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ และ รัฐกร กัมปนาทแสนยากร รอง กก.ผจก.ใหญ่ความยั่งยืนองค์กร บมจ.ปตท. ร่วมลงนาม..

ll นพ.ปรีชา สุมาลัย ผอ.รพ.สมเด็จพระยุพราชเวียงสระ ให้การต้อนรับคณะให้การต้อนรับคณะทำงานสืบสานพระราชปณิธานด้าน รพ.สมเด็จพระยุพราช ในคณะอนุกรรมาธิการพิจารณาศึกษาคุณูปการของสถาบันพระมหากษัตริย์ ของคณะกรรมาธิการวิสามัญการพิทักษ์และเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ วุฒิสภา เช่น ดร.ลักขณา ลีละยุทธโยธิน, นพ.วันชัย สัตยาวุฒิพงษ์, รศ.พญ.เยาวลักษณ์ ชาญศิลป์, นพ.พลลภัตม์ เสถียร, นพ.เกรียงศักดิ์ ธนอัศวนนท์, พญ.ชญานิน นิติวรางกูร, พิริยาภรณ์ ธรรมมารักษ์, ดร.ศิพัตม์ ไตรอุโฆษ, ดร.จรวยพรภัทร ลีสมสิริ, ประภาพรรณ  พิชัยคำ, จักร โกศัลยวัตร, ฉวีวรรณ  ทิมา และ ภัทธิรา หาญสกุล โดยมี ผศ.(พิเศษ) ดร.อภิสิทธิ์ ฉัตรทนานนท์ เป็นประธานคณะทำงาน ได้ไปเยี่ยมสำรวจเพื่อศึกษาการร่วมสนับสนุนการพัฒนา รพ.สมเด็จพระยุพราชเวียงสระ..

ll สวด คุณหญิงสุมนา ทรัพย์เจริญ ศาลา 150 ปี วัดมกุฎฯ 1-6 มิ.ย.18.30 น. แล้วบรรจุ..ศ.เกียรติยศ นพ.สงคราม ทรัพย์เจริญ และครอบครัวขอแจ้งงดพวงหรีดและเชิญร่วมทำบุญกับ รพ.ศิริราชและคลินิกศูนย์แพทย์พัฒนา..

ll สวด รุจ แสนโกสิก เจ้าของครัวโอวี โรงเรียนวชิราวุธ ศาลา 9 วัดมกุฎฯ 1-4 มิ.ย.18.30 น.(3 มิ.ย.งด) และประชุมเพลิง 5 มิ.ย.17.00 น..

คุณแหน

คุยกัน 7 วันหน : รัฐบาลทรัมป์ 2.0 กวาดล้างนักศึกษาต่างชาติ?

คุยกัน 7 วันหน : รัฐบาลทรัมป์ 2.0 กวาดล้างนักศึกษาต่างชาติ?

คุยกัน 7 วันหน : รัฐบาลทรัมป์ 2.0 กวาดล้างนักศึกษาต่างชาติ?

วันอาทิตย์ ที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2568, 07.00 น.

นับตั้งแต่ โดนัลด์ ทรัมป์ เข้ารับตำแหน่งผู้นำสหรัฐฯ เมื่อต้นปีนี้ รัฐบาลของเขาได้เปิดศึกกับมหาวิทยาลัยชั้นนำระดับไอวีลีก (Ivy League) หลายแห่ง โดยเฉพาะมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด แหล่งรวมนักศึกษาและคณาจารย์หัวกะทิจากทั่วโลก รวมถึงออกมาตรการพุ่งเป้าไปที่นักศึกษาต่างชาติหลายมาตรการ จากความไม่พอใจที่มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดและอีกหลายแห่ง เป็นแหล่งบ่มเพาะแนวคิดสนับสนุนปาเลสไตน์และต่อต้านชาวยิวและอิสราเอล

จนเมื่อวันที่ 22 พ.ค. ที่ผ่านมา กระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิของสหรัฐฯ มีคำสั่งให้มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดเพิกถอนใบรับรองโครงการนักศึกษาและผู้เยี่ยมชมแลกเปลี่ยน หรือ SEVP โดยระบุในแถลงการณ์ว่า กล่าวในแถลงการณ์ว่า  คริสตี้ โนเอ็ม รัฐมนตรีกระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิ สั่งการให้กระทรวงยกเลิกการรับรองโครงการนักศึกษาและผู้รับเชิญเพื่อการแลกเปลี่ยนของมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด ซึ่งจะมีผลบังคับใช้สำหรับปีการศึกษา 2025-2026 โนเอ็ม กล่าวหามหาวิทยาลัยว่า ส่งเสริมความรุนแรง ต่อต้านชาวยิวและร่วมมือกับพรรคคอมมิวนิสต์จีน

คำสั่งดังกล่าวหมายความว่า มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดไม่สามารถรับนักศึกษาต่างชาติเข้าศึกษาในมหาวิทยาลัยได้อีกต่อไป และนักศึกษาต่างชาติที่มีอยู่ในปัจจุบันต้องโอนย้ายไปเรียนที่อื่น มิเช่นนั้น จะสูญเสียสถานภาพทางกฎหมายในสหรัฐฯ ทำเอาทางฮาร์วาร์ดต้องออกมาประณามคำสั่งของกระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิว่าผิดกฎหมายและไร้เหตุผล เป็นอันตรายต่ออนาคตของนักศึกษาและนักวิชาการหลายพันคนของฮาร์วาร์ด อีกทั้งยังเป็นการเตือนแกมขู่ผู้คนอีกนับไม่ถ้วนในวิทยาลัยและมหาวิทยาลัยทั่วประเทศ ที่เดินทางมาอเมริกาเพื่อแสวงหาการศึกษาและทำตามความฝัน

จากข้อมูลในปีการศึกษา 2024-2025 มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดมีนักศึกษาต่างชาติเกือบ 6,800 คน คิดเป็น 27% ของจำนวนนักศึกษาทั้งหมด จนมีคำกล่าวว่า หากไม่มีนักศึกษาต่างชาติ มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดก็ไม่ใช่ฮาร์วาร์ด ขณะที่ในส่วนของนักศึกษาชาวจีน มีอยู่ราว 1,300 คน คิดเป็น 1 ใน 5 ของจำนวนนักศึกษาต่างชาติทั้งหมดที่เข้าเรียนในปี 2024

อย่างไรก็ตาม ผู้พิพากษาศาลรัฐบาลกลางในรัฐแมสซาชูเซตส์ได้ระงับคำสั่งดังกล่าวเป็นการชั่วคราวตามการยื่นฟ้องของมหาวิทยาลัยเมื่อวันที่ 23 พ.ค. โดยทางมหาวิทยาลัยอ้างว่าคำสั่งของกระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิ ขัดต่อการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญสหรัฐฯ ครั้งที่ 1และกฎระเบียบของกระทรวงฯ เอง

แต่ถึงกระนั้น ความพยายามสกัดกั้นนักศึกษาต่างชาติเข้าเรียนฮาร์วาร์ดของรัฐบาลทรัมป์ ก็ยังทำให้นักศึกษาต่างชาติไม่สบายใจ นักศึกษาชาวจีนจำนวนมากระบุว่า ต้องเปลี่ยนแผนการศึกษา เนื่องจากกังวลว่างานวิจัยและอนาคตของตนอาจเกิดการสะดุดชะงักอย่างที่ไม่อาจคาดเดาได้

ซึ่งก็เป็นจริงตามที่พวกเขากังวล เพราะล่าสุด รัฐบาลทรัมป์โดยกระทรวงต่างประเทศ ยังสั่งระงับกระบวนการพิจารณาวีซาของนักศึกษาที่เตรียมไปศึกษาต่อที่สหรัฐฯ ด้วย อ้างว่าเตรียมจะออกแนวทางฉบับปรับปรุงใหม่ เรื่องการตรวจคัดกรองการใช้งานสื่อสังคมออนไลน์ของผู้ยื่นขอเป็นนักเรียนและนักเรียนโครงการแลกเปลี่ยน จึงขอให้หน่วยงานทางการทูตในต่างประเทศระงับการทำนัดวีซ่าประเภทเอฟ เอ็ม และเจ (F,M,J) ไว้ก่อน จนกว่ากระทรวงจะดำเนินการแล้วเสร็จ ส่วนการนัดหมายที่กำหนดไว้แล้วสามารถดำเนินการได้ตามแนวทางที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน

นอกจากนี้ รัฐบาลยังมีแผนยกระดับการตรวจสอบการใช้สื่อสังคมออนไลน์ของผู้ยื่นคำร้องขอวีซานักเรียนทุกคนด้วย ซึ่งจะครอบคลุมทั้งการโพสต์ การแชร์ และการแสดงความคิดเห็นบนสื่อสังคมออนไลน์ทุกแพลตฟอร์ม โดยโฆษกกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ระบุว่า สหรัฐฯ จะใช้ทุกเครื่องมือที่มีอยู่เพื่อตรวจสอบคนที่ต้องการเข้ามาในประเทศ

เมื่อทำวีซาไม่ได้ก็ไปเรียนต่อลำบาก แม้กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ชี้แจงว่า เป็นการสั่งระงับแค่ชั่วคราวเท่านั้น แต่ความล่าช้าที่เกิดขึ้นก็อาจจะส่งผลกระทบต่อนักศึกษาใหม่ในปีนี้อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ มาตรการของรัฐบาลทรัมป์ นอกจากจะสร้างความลำบากให้กับนักเรียน นักศึกษาแล้ว ยังอาจจะส่งผลกระทบหนักไปยังกระเป๋าเงินของสถาบันการศึกษาหลายแห่งที่พึ่งพิงรายได้จากนักศึกษาต่างชาติทั่วสหรัฐฯ อีกด้วย

ถือเป็นความฝันของหลายคนที่จะได้ไปเรียนต่อที่สหรัฐฯ เพราะมีมหาวิทยาลัยชั้นนำจำนวนมากและเป็นประเทศที่เต็มไปด้วยโอกาสและเสรีภาพ โดยในแต่ละปีมีนักศึกษาต่างชาติไปเรียนต่อที่สหรัฐฯ นับล้านคน ซึ่งแม้ว่าในช่วงปีการศึกษา 2020-2021 และปีการศึกษา 2021-2022 จะมีนักศึกษาต่างชาติไม่ถึง 1 ล้านคน เนื่องจากวิกฤตโควิด-19 แต่ในปีการศึกษา 2023-2024 ตัวเลขนักศึกษาต่างชาติในสหรัฐฯ เพิ่มสูงจนทำสถิติ คิดเป็นประมาณ 6% ของจำนวนนักศึกษาทั่วประเทศ และที่สำคัญ จากข้อมูลของกระทรวงการคลังสหรัฐฯ ชี้ว่า นักศึกษาต่างชาติเหล่านี้สร้างเม็ดเงินให้กับเศรษฐกิจสหรัฐฯ มากกว่า 50,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ในปี 2023

ขณะเดียวกัน หลายประเทศเริ่มถือโอกาสเชิญชวน ให้คนที่ไม่อยากกระวนกระวายใจกับความไม่แน่นอนของรัฐบาลทรัมป์ ให้หันมาดูตัวเลือกอื่นแทน เช่น มหาวิทยาลัยในฮ่องกงและมาเก๊า ประกาศอ้าแขนรับนักศึกษาที่ได้รับผลกระทบจากนโยบายของรัฐบาลสหรัฐฯ สามารถโอนย้าย และรับรองสิทธิในการศึกษาต่อ เป็นการดึงดูดนักศึกษาที่มีผลงานดีเด่นจากภูมิภาคต่างๆ เพื่อช่วยสร้างฮ่องกงและมาเก๊าให้กลายเป็นแหล่งรวมบุคลากรที่มีความสามารถระดับสูงจากต่างประเทศ ขณะที่ประธานาธิบดี เอมมานูเอล มาครง ผู้นำฝรั่งเศส ถึงกับลงทุนโฆษณามหาวิทยาลัยในฝรั่งเศส ตอนที่พบกับนักศึกษาระหว่างการเยือนกรุงฮานอย ประเทศเวียดนาม ในสัปดาห์ที่ผ่านมา

หลายฝ่ายวิเคราะห์ว่า ทรัมป์ต้องการที่จะเปิดช่องให้มหาวิทยาลัยชั้นนำในประเทศ เปิดรับนักศึกษาที่เป็นคนขาวชาวอเมริกัน เจ้าของพื้นที่ให้มีโอกาสได้เข้าไปเรียนมากขึ้น ตามที่เคยประกาศว่าคนอเมริกันควรมีสิทธิ์ได้เรียนในมหาวิทยาลัยอเมริกันชั้นนำ ไม่ใช่มีแต่นักศึกษาต่างชาติเรียนกันจนแน่นไปหมดเหมือนอย่างที่ผ่านมา

อย่างไรก็ดี ภาคการศึกษาถือเป็นธุรกิจเพียงไม่กี่อย่างที่สหรัฐฯ ทำการค้าเกินดุลกับประเทศอื่นๆ การเปิดรับนักศึกษาต่างชาติทำเงินให้กับประเทศนี้ปีละหลายหมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ นอกจากเรื่องเงินแล้ว นักศึกษาต่างชาติจำนวนไม่น้อยที่เข้าเรียนในมหาวิทยาลัยชั้นนำทั่วสหรัฐฯ เมื่อจบการศึกษาแล้ว ก็ล้วนเป็นกำลังหลักในการกระจายเข้าไปทำงานในภาคส่วนต่างๆ รวมถึงบริษัทชั้นนำทั่วสหรัฐฯ ช่วยสร้างเม็ดเงินและกระตุ้นเศรษฐกิจ และมีส่วนในการพัฒนาประเทศอย่างมหาศาล

ซึ่งก็แน่นอนว่า เมื่อชั่งน้ำหนักระหว่างสิ่งที่รัฐบาลสหรัฐฯ กำลังผลักดัน กับผลประโยชน์ที่ประเทศได้รับจากเหล่านักศึกษาต่างชาติเหล่านี้ น่าจะทำให้หลายฝ่ายต้องคิดหนัก และกังวลว่า มันอาจกลับมาทำร้ายสหรัฐฯ เองในภายหลัง

‘กาแฟพันธุ์ไทย’ เปิดสาขาใหม่ ริมแม่น้ำเจ้าพระยา

‘กาแฟพันธุ์ไทย’ เปิดสาขาใหม่ ริมแม่น้ำเจ้าพระยา

‘กาแฟพันธุ์ไทย’ เปิดสาขาใหม่ ริมแม่น้ำเจ้าพระยา

วันอาทิตย์ ที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

บริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน) และ บริษัท กาแฟพันธุ์ไทย จำกัด จัดงาน  “Punthai Coffee Pride by The River” เปิดร้านกาแฟพันธุ์ไทยสาขาใหม่ ณ อาคารรัฐสภา อย่างเป็นทางการ โดยได้รับเกียรติจาก วันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานรัฐสภา เป็นประธานในพิธีเปิดพร้อมด้วย บุญส่ง น้อยโสภณ รองประธานวุฒิสภา คนที่สอง ,พิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ,พิทักษ์ รัชกิจประการ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน) และ สุขวสา ภูชัชวนิชกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท กาแฟพันธุ์ไทย จำกัด ร่วมงาน พร้อมเปิดตัว “รัฐสภาเบลนด์” 2 เมนูสุดเอ็กซ์คลูซีฟที่รังสรรค์พิเศษเฉพาะสาขาอาคารรัฐสภาแห่งนี้เท่านั้น

วันมูหะมัดนอร์ มะทา กล่าวว่า “ร้านกาแฟแห่งนี้มีความมุ่งหวังที่จะให้เป็นสถานที่พักผ่อน พบปะ สร้างความผาสุก และสร้างระบบนิเวศในการทำงาน รวมทั้งอำนวยความสะดวก และจัดสวัสดิการให้กับสมาชิกรัฐสภา บุคคลในวงงานรัฐสภา บุคลากรของสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร และผู้มาเยี่ยมเยือน ณ รัฐสภาแห่งนี้ซึ่งการมีร้านกาแฟที่มีมาตรฐานและบรรยากาศที่ดี จะเป็นการช่วยสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการทำงาน เป็นการส่งเสริมคุณภาพชีวิตของผู้ปฏิบัติงาน และผู้มาใช้บริการอีกด้วย”

พิทักษ์ รัชกิจประการ กล่าวว่า “การเปิดร้านกาแฟพันธุ์ไทย สาขาอาคารรัฐสภา ไม่เพียงแต่เป็นการขยายสาขาให้ผู้บริโภคได้ใช้บริการอย่างสะ ดวกสบายมากยิ่งขึ้น แต่ยังสะท้อนถึงบทบาทของภาคเอกชนในส่งเสริมเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม PTG เป็นธุรกิจของคนไทย เรามุ่งมั่นที่จะเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาประเทศ โดยการสนับสนุนคนไทย ตั้งแต่รากฐาน สร้างงาน สร้างอาชีพ เกิดการกระจายรายได้ สร้างความแข็งแรงให้กับครอบครัว สร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชน และสร้างสังคมที่อยู่ร่วมกันอย่าง อยู่ดีมีสุข”

ด้าน สุขวสา ภูชัชวนิชกุล กล่าวปิดท้ายว่า “การเปิดร้านกาแฟพันธุ์ไทย สาขารัฐสภา ถือเป็นก้าวสำคัญในการสานต่อพันธกิจของเราที่มุ่งมั่นส่งเสริมอุตสาหกรรมกาแฟไทย ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ คัดสรรแหล่งปลูกที่ดี ผ่านกรรมวิธีที่พิถีพิถัน จากความตั้งใจของเกษตรกรไทย ไปจนถึงการส่งมอบกาแฟที่ดีที่สุดเสิร์ฟถึงมือลูกค้า เพราะเราเชื่อว่ากาแฟไทยมีดี และอยากให้คนไทยภาคภูมิใจว่ากาแฟไทย ไม่แพ้ชาติใดในโลก กาแฟพันธุ์ไทย ขอให้คำมั่นว่าจะดำเนินธุรกิจด้วยความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม สนับสนุนเกษตรกรไทยให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น”

บรรยากาศภายในงานเต็มไปด้วยความอบอุ่น เพลิดเพลินกับการแสดง “หุ่นละครเล็ก” ที่ถ่ายทอดเรื่องราวศิลปวัฒนธรรมไทยผ่านความประณีตของหุ่นที่เคลื่อนไหวราวกับมีชีวิต พร้อมเปิดตัว “รัฐสภาเบลนด์” 2 เมนูสุดเอ็กซ์คลูซีฟที่ผสานความงดงามแห่งรสชาติ สื่อถึงความรุ่งโรจน์และสง่างาม รังสรรค์พิเศษเฉพาะสาขาอาคารรัฐสภาแห่งนี้ เท่านั้น รัฐสภาเบลนด์ พันธุ์ไทย คอฟฟี่ ซิกเนเจอร์ กาแฟอาราบิก้าแท้ 100% กาแฟคั่วเข้มพันธุ์ไทย ผสานความนุ่มละมุนของนมสด ท้อปด้วยวิปครีมเนียนนุ่ม และทองคำเปลวด้านบน รวมรสชาติ หอม กลมกล่อม ถ่ายรูปสวย ไว้ในแก้วเดียว,รัฐสภาเบลนด์ ชาไทย พันธุ์ไทย ซิกเนเจอร์ สุดยอดใบชาคุณภาพเยี่ยม เบลนด์พิเศษเป็นสูตรเฉพาะของพันธุ์ไทย เติมเต็มด้วยนมสด และความหอมหวานตามธรรมชาติของตาลโตนดสทิงพระ จ.สงขลา พร้อมวิปครีมนุ่มละลายในปาก เพิ่มกิมมิคระยิบระยับด้วยทองคำเปลวสุดพรีเมียม

ร้านกาแฟพันธุ์ไทย สาขาอาคารรัฐสภา นับเป็นสาขาที่ 1,549 ของประเทศไทย และเป็นสาขาที่ 310 ใน กรุงเทพฯ รองรับลูกค้าด้วยที่นั่ง Indoor และ Outdoor สะดวกสบายด้วยบริการ ฟรี Wi-Fi เปิดให้บริการแล้ววันนี้ ดื่มด่ำกับหลากหลายเครื่องดื่มจากแบรนด์กาแฟไทย ที่โอบล้อมด้วยบรรยากาศริมแม่น้ำเจ้าพระยาได้ทุกวันจันทร์-ศุกร์ ตั้งแต่เวลา 06.00 -18.00น. รายละเอียดเพิ่มเติมคลิก http://www.facebook.com/punthaicoffee หรือ http://www.punthaicoffee.com

แหวกฟ้าหาฝัน : Post Impressionism in Goulandris Museum Athens

แหวกฟ้าหาฝัน : Post Impressionism in Goulandris Museum Athens

แหวกฟ้าหาฝัน : Post Impressionism in Goulandris Museum Athens

วันอาทิตย์ ที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ใน Basil & Elise Goulandris Museum นั้น ผลงานที่ผู้ก่อตั้งมูลนิธิ Basil & Elise Goulandris สะสมมากที่สุดกลุ่มหนึ่งก็คือ Post Impressionism ทั้งนี้เป็นเพราะแนวทางศิลปะแบบ Post Impressionism นี้เป็นแนวทางศิลปะร่วมสมัยในช่วงที่ผู้ก่อตั้งทั้งสองมีชีวิตอยู่จึงมีศิลปินที่สร้างสรรค์ผลงานเป็นจำนวนมากมาให้ทั้งสองสนับสนุน Post Impressionism เป็นคำที่ถูกสร้างขึ้นโดย Roger Fry นักวิพากษ์ศิลป์ในปี 1906 เขาใช้มันเป็นชื่อการจัดแสดงนิทรรศการ Manet and the Post Impressionists ในปี 1910 เพื่ออธิบายถึงพัฒนาการของศิลปะนับจาก Edouard Manet หนึ่งในผู้ก่อตั้งศิลปะแนว Impressionism

 แนวทางศิลปะ Post Impressionism เป็นศิลปะที่พัฒนาขึ้นระหว่างปี 1886-1905 หลังการจัดแสดงนิทรรศการ Impressionism ครั้งสุดท้ายโดยมีปฏิกิริยาต่อต้านแนวทางศิลปะแบบ Impressionism ที่เน้นความเป็นธรรมชาติทั้งเรื่องสีและแสงเป็นหลัก ในขณะที่ Post Impressionism เน้นเรื่องนามธรรม และสัญลักษณ์มากกว่า แนวทางศิลปะนี้มีความหลากหลายในการนำเสนอผ่านศิลปินหลายท่านโดยแต่ละท่านจะนำเสนอในแนวทางที่แตกต่างกัน อาทิ Vincent Van Gogh ศิลปิน Post Impressionism ชาวดัชท์ที่มีชื่อเสียงและมีอิทธิพลที่สุดคนหนึ่งของโลก ผลงานของเขาที่ชื่อ Olive Picking ที่จัดแสดงในมิวเซียมที่ถูกรังสรรค์ขึ้นในปี 1889 นี้เป็นช่วงเวลาที่เขาอยู่ในโรงพยาบาลจิตเวชเพื่อรักษาโรคไบโพลาร์ เขาเขียนถึงน้องชายว่า ต้นมะกอกนี้มีความพิเศษที่ทำให้เขารู้สึกกล้า ๆ กลัว ๆ ที่จะวาด อย่างไรก็ดี เขาก็สามารถวาดภาพต้นมะกอกได้ถึง 3 ภาพในช่วงที่เขาได้มีโอกาสออกมาตากแดดนอกห้องนอน นักท่องเที่ยวจะสามารถสัมผัสได้ถึงอัจฉริยภาพของเขาอย่างเด่นชัด สังเกตุจากฝีแปรงบริเวณท้องฟ้าเต็มไปด้วยอารมณ์ที่คุกรุ่น ในขณะที่ส่วนของคนเก็บลูกมะกอกนั้นสัมผัสได้ถึงความสงบโดยเฉพาะอย่างยิ่งคนตรงกลางดูตั้งอกตั้งใจแม้จะหันหลังให้ผู้ชมก็ตาม

Paul Gauguin หรือที่มีชื่อเต็มว่า Eugene Henri Paul Gauguin จิตรกรและนักประติมากรรมแนว Post Impressionism  และ Symbolism เพื่อนสนิทของ Van Gogh ชาวฝรั่งเศสผู้มีอิทธิพลอย่างยิ่งต่องานแกะสลักนี้เป็นศิลปินที่มีประสบการณ์พิเศษที่ French Polynesia ผลงานของเขาส่วนใหญ่จึงมีกลิ่นอายจากแอฟริกาค่อนข้างมาก Still Life with Grapefruits ที่จัดแสดงในมิวเซียมนี้ถูกรังสรรค์ขึ้นหลังจากเขาออกจาก Tahiti ไปแล้ว 5 ปี แม้เขาจะมีผลงานในมิวเซียมแห่งนี้เพียงชิ้นเดียว แต่ผลงานชิ้นนี้ก็ถ่ายทอดด้วยสีสดใส เรียบง่าย ซื่อตรงอันเป็นอัตลักษณ์ประจำตัวของเขาได้อย่างครบถ้วน

Paul Cezanne จิตรกรชาวฝรั่งเศสที่เชื่อมต่อระหว่าง Realism และ Impressionism สู่ Post Impressionism ได้อย่างกลมกลืน นักท่องเที่ยวที่ได้มีโอกาสชื่นชมงานของเขาประจำจะสังเกตเห็นว่า แม้เขาจะอยู่ในยุคเดียวกันกับ Van Gogh แต่เขากลับไม่เน้นการใช้ฝีแปรงขนาดใหญ่และสีเหลือง แต่กลับสร้างความแตกต่างได้ด้วยฝีแปรงที่กลมกลืนและการใช้สีเขียวหลายเฉดได้อย่างน่าทึ่งทั้งในภาพ Self Portrait และ  Countryside in Auvers-sur-Oise

“DMT Rally 2025” ครั้งที่ 10

“DMT Rally 2025” ครั้งที่ 10

“DMT Rally 2025” ครั้งที่ 10

วันอาทิตย์ ที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ดร.ศักดิ์ดา พรรณไวย กก.ผจก.บมจ.ทางยกระดับดอนเมือง หรือ DMT นำทีมผู้บริหารพร้อมด้วยผู้แทนจากกรมทางหลวง ร่วมปล่อยขบวนรถในกิจกรรม “DMT Rally 2025” ซึ่งจัดขึ้นเป็นปีที่ 10 ติดต่อกัน เพื่อแสดงความขอบคุณผู้ใช้ทางที่ให้การสนับสนุนมาโดยตลอด กิจกรรมครั้งนี้เปิดโอกาสให้ผู้ใช้ทางที่สะสมแต้ม DMT แลกสิทธิ์เข้าร่วม โดยมีผู้เข้าร่วมเกือบ 100 คนร่วมเดินทางในเส้นทาง กรุงเทพฯ–ชลบุรี-ระยอง พร้อมร่วมสนุกกับเกมสะสมคะแนน TC ตลอดเส้นทาง นอกจากนี้ยังได้ร่วมกันทำกิจกรรมเพื่อสังคม ได้แก่ การมอบทุนการศึกษาและการจัดทำแปลงผักสวนครัวให้แก่โรงเรียนวัดคลองใหญ่ จ.ชลบุรี เพื่อใช้เป็นวัตถุดิบประกอบอาหารกลางวันสำหรับนักเรียน และเป็นแหล่งเรียนรู้ด้านเกษตรกรรมภายในโรงเรียนอีกด้วย

Health News : เตรียมใช้ AI ช่วยวินิจฉัยโรคหัวใจ

Health News : เตรียมใช้ AI ช่วยวินิจฉัยโรคหัวใจ

Health News : เตรียมใช้ AI ช่วยวินิจฉัยโรคหัวใจ

วันอาทิตย์ ที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ศูนย์หัวใจแห่งชาติสิงคโปร์ จะนำร่องการใช้ระบบปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI ในโรงพยาบาลรัฐ 3 แห่ง มีเป้าหมายลดระยะเวลาวิเคราะห์ภาพสแกนหัวใจลงอย่างมีนัยสำคัญและช่วยให้สามารถวินิจฉัยโรคหลอดเลือดหัวใจได้รวดเร็วยิ่งขึ้น

ที่ปรึกษาอาวุโสของศูนย์ฯ กล่าวว่า การแปลผลภาพสแกนหัวใจและประเมินความเสี่ยงของโรคหลอดเลือดหัวใจด้วยระบบปัญญาประดิษฐ์ จะใช้เวลาไม่ถึง 10 นาที น้อยลงมากจากปัจจุบันที่นักรังสีการแพทย์และแพทย์โรคหัวใจใช้เวลาราว 2-4 ชั่วโมง ระบบเครื่องวิเคราะห์รอยโรคหัวใจสิงคโปร์พลังปัญญาประดิษฐ์ที่อยู่ภายใต้การควบคุม มีช่วงความแม่นยำอยู่ที่ร้อยละ 85-99 และการทดลองระยะ 1 ปี ซึ่งจะเริ่มต้นไตรมาส 3 หรือเดือนกรกฎาคม-กันยายนปีนี้ จะประเมินว่าระบบปัญญาประดิษฐ์สามารถทำงานได้ดีเพียงใดในสภาพแวดล้อมทางคลินิกจริง

สื่อท้องถิ่นสิงคโปร์รายงานว่า โรคหลอดเลือดหัวใจเป็นสาเหตุการเสียชีวิตที่เกี่ยวกับโรคหัวใจและหลอดเลือดอันดับหนึ่งในสิงคโปร์ โดยมีผู้เสียชีวิตจากโรคหัวใจและหลอดเลือดในปี 2023 รวม 8,311 ราย คิดเป็นเกือบร้อยละ 30 ของผู้เสียชีวิตทั้งหมดในปีดังกล่าว

Science Update : จีนส่งภารกิจ ‘เทียนเวิ่น-2’ สู่ห้วงอวกาศ

Science Update : จีนส่งภารกิจ ‘เทียนเวิ่น-2’ สู่ห้วงอวกาศ

Science Update : จีนส่งภารกิจ ‘เทียนเวิ่น-2’ สู่ห้วงอวกาศ

วันอาทิตย์ ที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

จรวดขนส่งลองมาร์ช-3บี ขององค์การอวกาศที่มีมนุษย์ควบคุมแห่งชาติของจีน ซึ่งบรรทุกยานอวกาศเทียนเวิ่น-2 ทะยานขึ้นสู่ห้วงอวกาศ จากศูนย์ปล่อยดาวเทียมซีชางในมณฑลเสฉวน ช่วงเช้ามืดวันนี้ตามเวลาท้องถิ่น เพื่อศึกษาความเป็นมาของการก่อตัวและวิวัฒนาการของดาวเคราะห์น้อยและระบบสุริยะในยุคแรก และเตรียมปฏิบัติภารกิจนำตัวอย่างดาวเคราะห์น้อยใกล้โลกหมายเลข 2016เอชโอ3 (2016HO3) กลับมายังโลกเป็นครั้งแรก รวมถึงสำรวจดาวหางในแถบดาวเคราะห์น้อยหลักหมายเลข 311พี ซึ่งอยู่ไกลออกไปมากกว่าดาวอังคาร

คาดว่า ยานอวกาศเทียนเวิ่น-2 จะเดินทางถึงดาวเคราะห์น้อยหมายเลข 2016เอชโอ3 ที่อยู่ห่างจากโลกกว่า 10 ล้านไมล์ ในเดือนกรกฎาคมปีหน้า และเมื่อเก็บตัวอย่างจากดาวเคราะห์น้อยแล้ว จะนำใส่แคปซูลเพื่อเดินทางกลับมายังโลก ในเดือนพฤศจิกายน 2027

มีการคาดการณ์ว่า ยานอวกาศในภารกิจข้างต้นจะเดินทางสำรวจดาวหางในแถบดาวเคราะห์น้อยหลักระหว่างดาวอังคารและดาวพฤหัสบดีต่อไป หลังจากเสร็จสิ้นภารกิจหลัก

‘พฤกษา’ ขับเคลื่อนโครงการ ‘Plant to Plate’ ปลูกความสุขให้ผู้พิการ

‘พฤกษา’ ขับเคลื่อนโครงการ ‘Plant to Plate’ ปลูกความสุขให้ผู้พิการ

‘พฤกษา’ ขับเคลื่อนโครงการ ‘Plant to Plate’ ปลูกความสุขให้ผู้พิการ

วันอาทิตย์ ที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

การดำเนินธุรกิจควบคู่กับความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมเป็นแนวทางที่ “พฤกษา” ดำเนินการมาโดยตลอดภายใต้แนวคิด “ใส่ใจเพื่อทั้งชีวิต…อยู่ดี มีสุข Live well Stay well” ที่ผ่านมาจึงได้เห็นพฤกษาเดินหน้าส่งมอบคุณค่าการอยู่อาศัยที่ครอบคลุมการสร้าง “ปัจจัยสุข สร้างสุขภาพดี ชุมชนดี” ผ่านกิจกรรมต่าง ๆ ภายใต้กรอบแนวคิด ESG ทั้งด้านสิ่งแวดล้อม สังคมและธรรมาภิบาล ล่าสุด ได้ร่วมกับมูลนิธิสากลเพื่อคนพิการ(ยิ้มสู้) จัดโครงการ “Plant to Plate” เพื่อสนับสนุนผลผลิตทางการเกษตรของผู้พิการ และส่งเสริมวิถีชีวิตการกินดี เพื่อสร้างสุขภาพดีของลูกบ้าน โครงการนี้จึงไม่เพียงสร้างโอกาสให้ผู้พิการมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นเท่านั้น แต่ยังเป็นการส่งเสริมวิถีชีวิตเพื่อสุขภาพดีให้ลูกบ้าน สอดคล้องกับเป้าหมายด้าน ESG ของพฤกษาในการสร้างสังคมที่เท่าเทียมและการพัฒนาที่ยั่งยืน

ก่อนหน้านี้ พฤกษาได้สนับสนุนความเท่าเทียมในสังคม โดยช่วยเหลือคนพิการในชนบทผ่านโครงการ “บ้านใส่ใจเพื่อคนพิการ By PRUKSA’” ซึ่งเป็นโครงการภายใต้แนวคิด ESG ในมิติสังคม ที่ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตให้คนพิการดำรงชีวิตได้อย่างสะดวกสบายและมีศักดิ์ศรี เป็นการสร้างปัจจัยสุข สู่ชุมชน โครงการ Plant to Plate จึงเป็นการต่อยอดมาจากโครงการบ้านใส่ใจเพื่อคนพิการ By PRUKSA โดยมีเป้าหมายเพื่อสร้างรายได้ให้ผู้พิการ ขณะเดียวกันก็เกิดประโยชน์กับลูกบ้านพฤกษาด้วยPlant to Plate เชื่อมโยงผลผลิตปลอดสารพิษจากศูนย์ฝึกอาชีพสู่ชุมชน

จุดเริ่มต้นของโครงการ Plant to Plate เกิดขึ้นจากการที่มูลนิธิสากลเพื่อคนพิการ (ยิ้มสู้) ได้รับทุนจากทุนวิจิตรพงศ์พันธุ์ ซึ่งเป็นเงินบริจาคส่วนตัวของ ทองมา วิจิตรพงศ์พันธุ์ ผู้ก่อตั้งพฤกษาฯ ที่ได้มอบเงินบริจาคเพื่อสนับสนุนการสร้างศูนย์การเรียนรู้การแปรรูปผลิตภัณฑ์ที่ศูนย์ฝึกอาชีพคนพิการอาเซียน จังหวัดนครปฐม ให้เป็นแหล่งฝึกอาชีพให้คนพิ

การในด้านการเกษตร เช่น การเพาะปลูกผักแบบใช้ดินและไฮโดรโปนิกส์ การทำปุ๋ยมูลไส้เดือน การเพาะเลี้ยงจิ้งหรีดและเห็ด รวมถึงการปลูกเมล่อนและมะเขือเทศ โดยผลผลิตที่ได้ล้วนปลอดสารพิษซึ่งจะส่งผลดีต่อสุขภาพผู้บริโภค

พนักงานจิตอาสาของพฤกษาที่ได้ไปเยี่ยมชมศูนย์ฯ เล็งเห็นประโยชน์ในการต่อยอดจึงเกิดแนวคิดการเชื่อมโยงผลผลิตจากศูนย์ฯ เข้ามาที่โครงการบ้าน จึงเปิดพื้นที่ให้มูลนิธิฯ นำผลิตภัณฑ์ปลอดสารพิษเข้าไปจำหน่ายให้ลูกบ้านในโครงการพฤกษาในพื้นที่ใกล้เคียงศูนย์ฯ โดยไม่คิดค่าใช้จ่าย นอกจากนี้ ยังจัดกิจกรรมสอนการปลูกผักไฮโดรโปนิกส์ให้กับลูกบ้านที่สนใจโดยไม่คิดค่าใช้จ่ายด้วย

โครงการ Plant to Plate ถูกออกแบบให้เกิดประโยชน์กับทุกฝ่ายตามแนวคิด “กินดี-อยู่ดี-มีสุข” ได้แก่ กินดี – ลูกบ้านในโครงการพฤกษาได้บริโภคผักปลอดสารพิษ ทั้งจากการซื้อผลผลิตที่คนพิการปลูก และจากการปลูกเองตามความรู้ที่ได้รับจากการอบรม อยู่ดี – ลูกบ้านมีสุขภาพที่ดีขึ้นจากการได้บริโภคอาหารที่ปลอดภัย ปราศจากสารเคมี สอดคล้องกับเทรนด์การดูแลสุขภาพที่กำลังได้รับความนิยมในปัจจุบัน  มีสุข – เกิดความสุขทั้งผู้ให้และผู้รับ โดยลูกบ้านได้ความสุขใจจากการอุดหนุนและช่วยเหลือคนพิการ ขณะเดียวกัน คนพิการก็ได้รับรายได้และความภาคภูมิใจจากการส่งมอบผลิตภัณฑ์คุณภาพดีให้กับผู้บริโภค

ด้านผู้พิการที่เข้าร่วมโครงการดังกล่าวได้เผยความรู้สึกที่สร้างความประทับใจให้กับทั้งพฤกษา และลูกบ้านพฤกษา นั่นคือ โครงการนี้ทำให้พวกเขารู้สึกตื่นเต้นสนุกสนานกับการได้สัมผัสประสบการณ์ใหม่ที่ได้ออกมาทดลองขายของ ได้พบปะลูกค้าจริง มีความภาคภูมิใจมากที่ได้เป็นผู้แชร์ผู้สอนการปลูกผัก รู้สึกมีคุณค่ามากขึ้นจากที่ก่อนหน้านี้เขารู้สึกว่าตนเองคือภาระ แต่ด้วยโครงการนี้ทำให้เขากลับเป็นส่วนหนึ่งของสังคม มีความทัดเทียม สามารถเปลี่ยนภาระเป็นพลัง 

โครงการ “Plant to Plate” จึงนับเป็นโครงการที่สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของพฤกษาในการดำเนินธุรกิจตามกรอบ ESG อย่างเป็นรูปธรรม โดยเฉพาะในมิติทางสังคม ที่มุ่งสร้างโอกาสและความเท่าเทียมให้กับทุกคนในสังคม มิติด้านสิ่ง แวดล้อม ที่ได้ส่งเสริมการผลิตและบริโภคอาหารที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ลดการใช้สารเคมีในกระบวนการผลิต ซึ่งช่วยลดผลกระทบต่อระบบนิเวศโดยรวม และมิติด้านธรรมาภิบาล พฤกษาแสดงให้เห็นถึงความโปร่งใสและความรับผิดชอบผ่านการสนับสนุนโครงการที่ก่อให้เกิดประโยชน์กับทุกฝ่ายอย่างเป็นธรรม

พฤกษาเชื่อมั่นว่าการเติบโตอย่างยั่งยืนจะเกิดขึ้นได้เมื่อทุกภาคส่วนในสังคมเติบโตไปด้วยกัน โครงการ Plant to Plate จึงไม่ใช่เป็นเพียงการทำ CSR แต่เป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์ทางธุรกิจที่มุ่งสร้างคุณค่าร่วมให้กับทุกฝ่าย ทั้งบริษัท ลูกค้า และสังคมโดยรวม