ซอสพริกศรีราชาพานิช จับมือ The Yard Hostel จัดเวิร์คช้อปสอนทำอาหารไทยให้นักท่องเที่ยวต่างชาติ

ซอสพริกศรีราชาพานิช จับมือ The Yard Hostel  จัดเวิร์คช้อปสอนทำอาหารไทยให้นักท่องเที่ยวต่างชาติ

ซอสพริกศรีราชาพานิช จับมือ The Yard Hostel จัดเวิร์คช้อปสอนทำอาหารไทยให้นักท่องเที่ยวต่างชาติ

วันพุธ ที่ 23 กรกฎาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

อาหารไทย ถือเป็นหนึ่งในเสน่ห์และวัฒนธรรมไทยที่ไม่เพียงสะท้อนรสชาติจัดจ้านอันเป็นเอกลักษณ์ แต่ยังสะท้อนภูมิปัญญาและความพิถีพิถันแบบไทยแท้ ผ่านวัตถุดิบและวิธีปรุงที่สืบทอดมายาวนาน ด้วยแนวคิดนี้ ซอสพริกศรีราชาพานิช จึงจับมือกับโฮสเทลบรรยากาศอบอุ่นอย่าง The Yard Hostel สาขาอารีย์ จัดกิจกรรมเวิร์กชอปทำอาหารไทยเพื่อเปิดประสบการณ์การให้ชาวต่างชาติได้เรียนรู้ ลงมือทำ และลิ้มลองอาหารไทยแบบต้นตำรับ

Daria Oreshyna

นักท่องเที่ยวต่างชาติอาจคุ้นเคยกับเมนู “ผัดไทยห่อไข่กุ้งสด” แต่ความพิเศษในกิจกรรมเวิร์คชอปครั้งนี้ คือ ได้ลองทำด้วยตนเองเป็นครั้งแรก เริ่มตั้งแต่ทำน้ำปรุงที่มีสูตรเฉพาะรังสรรค์จาก ซอสพริกศรีราชาพานิชเผ็ดกลาง และ ซอสปรุงรสอาหารลุงหนวดฝาส้มตราภูเขาทอง ช่วยเสริมรส “ผัดไทยห่อไข่กุ้งสด สูตรซอสพริกศรีราชาพานิช” ให้กลมกล่อมลงตัว ทั้งเผ็ด เปรี้ยว เค็ม และหวาน รสชาติที่ออกแบบมาให้ถูกปากผู้คนทั่วโลก นอกจากนี้ ยังมีการเสิร์ฟ “ต้มยำม็อคเทล” เครื่องดื่มสูตรพิเศษที่ใช้ซอสพริกศรีราชาพานิชเป็นส่วนประกอบหลัก พร้อมกลิ่นหอมสมุนไพรแบบต้มยำไทย สร้างความตื่นเต้นและรอยยิ้มให้นักท่องเที่ยวได้เป็นอย่างดี

กิจกรรมดังกล่าวได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวจากหลากหลายเชื้อชาติ ซึ่งทุกคนกล่าวเป็นเสียงเดียวกันว่า “เป็นประสบการณ์ที่น่าจดจำ” อย่าง  Daria Oreshyna นักท่องเที่ยวชาวยูเครน บอกเล่าว่า “นี่คือการเดินทางมาเที่ยวเมืองไทยเป็นครั้งแรกและเดินทางมาคนเดียว (solo trip) ซึ่งกิจกรรมสอนทำอาหารไทยครั้งนี้เป็นไฮไลต์ของทริป เพราะได้พบปะผู้คนใหม่ๆ ได้ลองทำอาหารไทยเป็นครั้งแรก ไม่เคยคิดว่าการทำผัดไทยจะสนุกขนาดนี้” พร้อมเสริมว่า แม้จะไม่เคยลองซอสพริกศรีราชาพานิชมาก่อน แต่รสเผ็ดแบบต้นตำรับทำให้เธอเข้าใจวัฒนธรรมอาหารไทยมากขึ้น “ถึงแม้จะมีรสชาติที่เผ็ดจัดจ้าน แต่ฉันสัมผัสได้ถึงความเป็นเอกลักษณ์ของซอสพริกศรีราชาพานิช”

Timothy Yu Cuncheng

แม้จะมาเยือนไทยกว่า 40 ครั้ง แต่สำหรับ Timothy Yu Cuncheng ชาวสิงคโปร์ที่ผูกพันกับ The Yard Hostel มาตั้งแต่ครั้งแรกที่มากรุงเทพฯ กล่าวว่า “ทุกครั้งที่มากรุงเทพฯ จะอยากกลับมาพักที่ The Yard เสมอ เพราะที่นี่ คือ ศูนย์รวมของผู้คนที่ผมผูกพัน เมื่อทราบว่าจะมีเวิร์กชอปทำอาหารไทย ผมเลยถือโอกาสจองตั๋วกลับมาเยือนที่ที่เป็นเหมือนบ้านของผมอีกครั้ง การร่วมกิจกรรมครั้งนี้เป็นหนึ่งในประสบการณ์ที่น่าจดจำที่สุด ถึงแม้ว่าจะเคยเรียนทำอาหารไทยที่เชียงใหม่ แต่ครั้งนี้ไม่ใช่แค่เรียนรู้สูตรอาหาร แต่คือบรรยากาศอบอุ่นแบบบ้านเพื่อน ที่ทำให้ทุกอย่างสนุกยิ่งขึ้น”

Timothy ยังเล่าความประทับใจในรสชาติของซอสพริกศรีราชาพานิชว่า “เข้ากันได้ดี กลมกล่อม และไม่เผ็ดเกินไป” นอกจากนี้ ยังประหลาดใจที่ซอสพริกศรีราชาพานิช ซึ่งเคยรู้จักในฐานะเครื่องปรุงคู่ครัวสามารถนำมาสร้างสรรค์ต้มยำม็อกเทลได้อย่างน่าทึ่ง

กิจกรรมเวิร์กชอปนี้ สะท้อนความตั้งใจของแบรนด์ซอสพริกศรีราชาพานิชที่ไม่เพียงรักษาเอกลักษณ์ความเป็นซอสพริกศรีราชาต้นตำรับรายแรกอายุกว่า 90 ปี แต่ยังมุ่งสร้างประสบการณ์ร่วมกับผู้บริโภคทั่วโลกได้เข้าถึงวัฒนธรรมอาหารไทยอย่างลึกซึ้งผ่านความร่วมมือกับ The Yard Hostel โฮสเทลแสนอบอุ่นที่เปรียบเหมือน “บ้านญาติ” ของนักเดินทางจากทั่วทุกมุมโลก

คุณแหน : 23 กรกฎาคม 2568

คุณแหน : 23 กรกฎาคม 2568

คุณแหน : 23 กรกฎาคม 2568

วันพุธ ที่ 23 กรกฎาคม พ.ศ. 2568, 02.00 น.

ll ศ.เกียรติคุณ พญ. สมศรี เผ่าสวัสดิ์ และ ศ. นพ.กีรติ เจริญชลวานิช ร่วมเปิดงานโครงการหน่วยแพทย์อาสาเฉพาะทางร่วมใจเฉลิมพระเกียรติฯ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ ครั้งที่ 10 ประจำปี 2568 โครงการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียม เฉลิมพระเกียรติ 100 ข้อ จัดโดย ราชวิทยาลัยแพทย์ออร์โธปิดิกส์ฯ, ราชวิทยาลัยวิสัญญีแพทย์ฯ, แพทยสภา และองค์กรต่างๆ ณ รพ.เจ้าพระยายมราช จ.สุพรรณบุรี..

ll วีรพงศ์ ฤทธิ์รอด รอง ผวจ.เชียงใหม่ พร้อมด้วย นพ.ธีรพัฒน์ ตันพิริยะกุล รองนายก อบจ.เชียงใหม่ พบปะกับบุคลากรของ อบจ.เชียงใหม่ ที่เข้ารับการอบรมเชิงปฏิบัติการหลักสูตร “พื้นฐาน Generative AI และแนวคิดสำคัญ” เพื่อนำความรู้เกี่ยวกับเทคโนโลยีสมัยใหม่ไปประยุกต์ใช้ในการปฏิบัติงานตามบทบาทหน้าที่..

ll โอม ศิวะดิตถ์ รอง กก.ผจก.บจ.ไมโครซอฟท์ (ประเทศไทย) ต้อนรับคณะหลักสูตร Digital CEO รุ่นพิเศษ Avantgarde studies ที่มาศึกษาดูงานและเข้าร่วมประชุมเชิงปฏิบัติการการใช้ Copilot ณ บจ.ไมโครซอฟท์ (ประเทศไทย) งานนี้ นพ.ชัยรัตน์ ปัณฑุรอัมพร, ณรงค์ แผ้วพลสง, ผศ.นพ.บุญชัย หวังศุภดิลก, ดร.วิโรจน์ ศิริรัตนรักษ์, ดุสิต เต็งไตรรัตน์, ทวีศักดิ์ นิลวัชรมณี, ประวิทย์ ธงชัยระวีวัฒน์, ยุพธัช ยิบอินซอย, สินชัย ลือสุขประเสริฐ, วิศิษฏ์ เตชาวัฒนากูล, วัชระ เอมวัฒน์, อธิตานันท์ อภิธนทวีพัฒน์, อรอุมา มั่นศิลป์, ณภัทร รัตนกุล ไม่พลาด..

ll NER แจงเหตุการณ์เกิดเพลิงไหม้บริเวณ โกดังคลังสินค้าสำเร็จรูปยางแท่งเฟส1 ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ และไม่มีความเสียหายต่อเครื่องจักรหรือ สายการผลิต โดยกระบวนการผลิตของบริษัทฯ ยังคงสามารถดำเนินงานได้ตามปกติขณะนี้บริษัทฯ และอยู่ระหว่างการตรวจสอบและประเมินความเสียหาย โดยบริษัทฯมีการทำประกันภัยครอบคลุมถึงทรัพย์สินและสต็อกสินค้าจากเหตุเพลิงไหม้ไว้ทั้งหมดแล้ว..

ll อนุโมทนาบุญกับ สันทวัฒน์ สินาเจริญ ซีอีโอ บจ.เอนีเพย์ ที่บริจาคเงินเพื่อปรับปรุงต่อเติมห้องผู้ป่วยในชาย รพ.สมเด็จพระยุพราชเวียงสระ จ.สุราษฎร์ธานี โดยมี นพ.ปรีชา สุมาลัย ผอ.รพ. รับมอบ..

ll ยามว่าง นพ.พันธ์ศักดิ์ ศุกระฤกษ์ ควงมาดาม พญ.สุภาณี ไปทำบุญที่เกาะผูโถวซาน และเดินสายชิ้มอาหารจีนอร่อยๆตลอดทริป..

ll นานๆที พริมา ธรรมมารักษ์ จะได้มาพักอยู่เมืองไทย ช่วงนี้ โปรพริม ฟิตทำกับข้าวเลี้ยงคุณพ่อแม่ สุพจน์-พิริยาภรณ์ ธรรมมารักษ์ รวมทั้งพี่น้องกับผองเพื่อนให้อิ่มอร่อยกันถ้วนหน้า..

ll ดร.นิพนธ์ นาชิน ได้รับแต่งตั้งเป็น ที่ปรึกษาประธานคณะอนุกรรมาธิการครุภัณฑ์ ICT และทุนหมุนเวียน ในคณะกรรมาธิการ วิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2569 สภาผู้แทนราษฎร..

ll วิฑูร บุญรัตกรกิจ มอบเงินบริจาค เพื่อสมทบทุนโครงการเปลี่ยนลิ้นหัวใจเอออร์ติก (TAVI) รพ.จุฬาลงกรณ์ สภากาชาด โดยมี รศ.นพ.สุพจน์ ศรีมหาโชตะ รับมอบ..

ll นพ.วิรุฬห์ พรพัฒน์กุล ผู้บริหาร The Parents Wellness and Rehabilitation Center เป็นตัวแทนรับมอบรางวัล “โครงการอาคารที่เป็นมิตรกับผู้สูงอายุ Universal Design Standards for Healthcare Facilities 2025″ ภายใต้ความร่วมมือระหว่าง ศูนย์ออกแบบสภาพแวดล้อมเพื่อทุกคน คณะสถาปัตยกรรม จุฬาฯ และ สสส…

น้องใหม่

‘รามายณะ..ดั่งสีดา’ ผลงานเพลงใหม่ในรอบ 30 ปี ของแมน วทัญญู มุ่งหมาย

‘รามายณะ..ดั่งสีดา’ ผลงานเพลงใหม่ในรอบ 30 ปี ของแมน วทัญญู มุ่งหมาย

‘รามายณะ..ดั่งสีดา’ ผลงานเพลงใหม่ในรอบ 30 ปี ของแมน วทัญญู มุ่งหมาย

วันอังคาร ที่ 22 กรกฎาคม พ.ศ. 2568, 15.55 น.

แมน วทัญญู มุ่งหมาย โชว์ผลงานเพลงใหม่ในรอบ 30 ปี  “รามายณะ..ดั่งสีดา” เพลงแนวอนุรักษ์ศิลปะวัฒนธรรม ส่งเสริม Soft power ไทยในงาน International Women’s Day Award & Gala Dinner ครั้งที่ 5 โดย ชลดา โฮลสมันน์ ประธานสมาคมสตรีไทยในออสเตรีย (Thai Women Association in Austria) โอกาสนี้ แมน วทัญญู ยังได้เข้ารับใบประกาศเกียรติคุณในนามศิลปินผู้บำเพ็ญประโยชน์ต่อสังคมจากประธานภายในงาน ภัทรัตน์ หงษ์ทอง เอกอัครราชทูต ผู้แทนถาวรไทยประจำสหประชาชาติ ณ กรุงเวียนนา ณ โรงแรม Mariott wien 1010 กรุงเวียนนา ประ เทศออสเตรีย โดยมี พระเอกหมอลำ อนันต์ ใจดี และ เจนนี่ เบลล์ ฯลฯ มาร่วมแสดงภายในงาน นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมการประกวดสาวงามหญิงไทยในออสเตรีย  Miss International Thai Woman in Austria 2025 และการจับสลากมอบรางวัลตั๋วเครื่องบิน EVA Air พร้อมรางวัลอื่นๆ อีกมากมาย

เตรียมพบกับปรากฏการณ์  “รามายณะ… ดั่งสีดา” ได้เร็วๆ นี้

กรมหม่อนไหม เตรียมจัด ‘งานตรานกยูงพระราชทาน ฯ ครั้งที่ 20’ ยกระดับไหมไทย สร้างอาชีพ สร้างรายได้ให้ประเทศ

กรมหม่อนไหม เตรียมจัด ‘งานตรานกยูงพระราชทาน ฯ ครั้งที่ 20’ ยกระดับไหมไทย สร้างอาชีพ สร้างรายได้ให้ประเทศ

กรมหม่อนไหม เตรียมจัด ‘งานตรานกยูงพระราชทาน ฯ ครั้งที่ 20’ ยกระดับไหมไทย สร้างอาชีพ สร้างรายได้ให้ประเทศ

วันอังคาร ที่ 22 กรกฎาคม พ.ศ. 2568, 15.44 น.

กรมหม่อนไหม กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เตรียมจัด “งานตรานกยูงพระราชทาน สืบสานตำนานไหมไทย” ครั้งที่ 20 ประจำปี 2568 เพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 12 สิงหาคม 2568 ที่ทรงสืบสานและทรงให้ความสำคัญกับผ้าไหมไทยพร้อมผลักดันมาตรฐานไหมไทย มุ่งสร้างชื่อเสียง สร้างรายได้ให้แก่เกษตรกร ขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ

นายอรรถกร ศิริลัทธยากร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า กรมหม่อนไหม มีการดำเนินงานที่สำคัญเพื่อทำให้เกษตรกรผู้ปลูกหม่อนเลี้ยงไหมมีอาชีพและรายได้ที่มั่นคง สามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างเข้มแข็งและยั่งยืน ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ที่ใช้ “ตลาดนำ นวัตกรรมเสริม เพิ่มรายได้” โดยเน้นการพัฒนาคุณภาพชีวิตของเกษตรกร เสริมสร้างความมั่นคงในอาชีพเกษตรกรรม เพื่อเพิ่มพูนประสิทธิภาพการผลิตและยกระดับมาตรฐานสินค้า อีกทั้งส่งเสริมความสามารถในการแข่งขันด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรม และมุ่งเน้นการอนุรักษ์ภูมิปัญญาท้องถิ่นด้านหม่อนไหมให้คงอยู่เป็นมรดกของชาติ ตลอดจนสนับสนุนให้เป็น Soft Power ของไทย เพื่อช่วยสร้างรายได้ให้แก่เกษตรกรและผู้ประกอบการด้านหม่อนไหมและประชาสัมพันธ์ให้เป็นที่รู้จักไปทั่วโลก นอกจากนี้อาชีพหม่อนไหมใน ปัจจุบันไม่ได้เป็นเพียงอาชีพที่ทำเพื่อผลิตผ้าไหมเพียงอย่างเดียว แต่ได้รับการพัฒนาให้มีการขยาย Value Chain ออกไปในหลากหลายสินค้า ซึ่งสามารถเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจได้หลายพันล้านบาทต่อปี กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยกรมหม่อนไหม จึงได้กำหนดจัด “งานตรานกยูงพระราชทาน สืบสานตำนานไหมไทย” ครั้งที่ 20 เพื่อเฉลิมพระเกียรติและน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวงที่ทรงสืบสานและทรงให้ความสำคัญกับผ้าไหมไทย เป็นการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ผ้าไหมไทยคุณภาพผลิตภัณฑ์จากหม่อนและไหม รวมทั้งภารกิจและผลงานของกรมหม่อนไหมให้เป็นที่รู้จัก ตลอดจนเป็นการเพิ่มช่องทางการจำหน่ายสินค้าผ้าไหมไทยตรานกยูงพระราชทาน ผลิตภัณฑ์จากหม่อมและไหมของเกษตรกรให้ถึงมือผู้บริโภคโดยตรง

นายนวนิตย์ พลเคน อธิบดีกรมหม่อนไหม กล่าวเพิ่มเติมว่า การจัด “งานตรานกยูงพระราชทาน สืบสานตำนานไหมไทย” ในปีนี้ จัดขึ้นเป็นครั้งที่ 20 ภายใต้แนวคิด “มหัศจรรย์หม่อนไหม สร้างเศรษฐกิจไทยยั่งยืน” โดยมีกิจกรรมภายในงานที่น่าสนใจมากมาย อาทิ นิทรรศการเฉลิมพระเกียรติฯ นิทรรศการตรานกยูงพระราชทาน จัดแสดงผลงานการประกวดเส้นไหม ผ้าไหมตรานกยูงพระราชทาน และผลิตภัณฑ์หม่อนไหม ที่ได้รับรางวัลพระราชทาน ประจำปี 2568 นิทรรศการ”70 พรรษา 70 ภูมิปัญญาผ้าไหมไทย” นิทรรศการทายาทหม่อนไหมในโรงเรียนและชุมชน ผลงานการประกวดเส้นไหม ผ้าไหมตรานกยูงพระราชทานและผลิตภัณฑ์หม่อนไหม ประจำปี 2568 ผลงานของกรมหม่อนไหม และการบูรณาการร่วมกับหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องกับหม่อนไหม เป็นต้น รวมทั้งยังมีการออกร้านจำหน่ายผ้าไหมและผลิตภัณฑ์ไหมไทย และสินค้า – หม่อนไหม จำนวน 228 ร้านค้า

นอกจากนี้ ผ้าไหมที่นำมาจำหน่ายในงานก็มีหลากหลายประเภทให้เลือกชม เลือกซื้อ เช่น ผ้าไหมตรานกยูงพระราชทาน ผ้าไหมอัตลักษณ์จากทั่วทุกภาคของประเทศไทย สินค้าแปรรูปต่าง ๆ จากหม่อนและไหม เช่น อาหาร ขนมเครื่องดื่ม เครื่องสำอาง เครื่องประดับ และของแต่งบ้าน เป็นต้น พร้อมกิจกรรมสาธิตและการแสดงต่าง ๆ ตลอดงาน พร้อมทั้งมีคูปองโปรโมชั่นพิเศษแจกตลอดงาน เพื่อให้ประชาชนได้นำไปซื้อผ้าไหมในราคาพิเศษ

สำหรับผู้ที่สนใจสามารถเข้าร่วม “งานตรานกยูงพระราชทาน สืบสานตำนานไหมไทย” ครั้งที่ 20 ประจำปี 2568 ในระหว่างวันที่ 30 กรกฎาคม – 3 สิงหาคม 2568 ตั้งแต่เวลา 10.00 น. – 20.00 น. ณ ฮอลล์ 6-7 อิมแพ็ค เมืองทองธานี

-(016)

มูลนิธิหัวใจบริสุทธิ์ ส่งมอบเครื่องวัดอุณหภูมิฯ แก่สภาสังคมสงเคราะห์หนุนการส่งเสริมดูแลสุขภาพ

มูลนิธิหัวใจบริสุทธิ์ ส่งมอบเครื่องวัดอุณหภูมิฯ แก่สภาสังคมสงเคราะห์หนุนการส่งเสริมดูแลสุขภาพ

มูลนิธิหัวใจบริสุทธิ์ ส่งมอบเครื่องวัดอุณหภูมิฯ แก่สภาสังคมสงเคราะห์หนุนการส่งเสริมดูแลสุขภาพ

วันอังคาร ที่ 22 กรกฎาคม พ.ศ. 2568, 13.49 น.

มูลนิธิหัวใจบริสุทธิ์ เดินหน้าส่งเสริมสุขภาพคนไทยด้วยการมอบเครื่องวัดอุณหภูมิแบบอินฟาเรด ให้สภาสังคมสงเคราะห์ฯ นำไปส่งต่อให้กาสถานศึกษาและหน่วยงานทั่วประเทศ

22 กรกฎาคม 2568 นางเธียรรัตน์ นะวะมะวัฒน์ ประธานมูลนิธิหัวใจบริสุทธิ์ มอบเครื่องวัดอุณหภูมิแบบอินฟาเรด หรือ เทอร์โมมิเตอร์แบบมือจับ จำนวน 500 ชิ้น รวมมูลค่าทั้งสิ้น 265,000 บาท ให้แก่สภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ เพื่อสนับสนุนการดูแลสุขภาพพื้นฐาน ติดเครื่องมือเบื้องต้นในสถานศึกษาและหน่วยงานต่าง ๆ ที่มีความจำเป็นทั่วประเทศ โดยมี นางธิดารักษ์ สัจจพงษ์ เลขาธิการ เป็นผู้แทนรับมอบ ณ สภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทยฯ

สำหรับการส่งมอบอุปกรณ์ในครั้งนี้เกิดจากความตั้งใจของมูลนิธิฯ ที่ตระหนักถึงการช่วยเหลือผู้คนในสังคมให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มเด็กเล็ก เยาวชน ที่มีความเปราะบางจากปัจจัยต่าง ๆ รวมถึงการมีเครื่องมือพื้นฐานในการคัดกรองให้แก่เจ้าหน้าที่หน่วยงานต่าง ๆ ซึ่งอุปกรณ์พื้นฐานที่มีความจำเป็นเหล่านี้จะถูกส่งต่อไปยังสถานศึกษาและประธานคณะกรรมการประสานงานส่วนภูมิภาค ภาค 1-20 ของสภาสังคมสงเคราะห์ เพื่อช่วยเฝ้าระวังและป้องกันโรคติดต่อขั้นพื้นฐาน และต่อลมหายใจให้แก่ผู้ป่วย

ด้านนางเธียรรัตน์ กล่าวว่า มูลนิธิหัวใจบริสุทธิ์มุ่งมั่นที่จะเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนให้สังคมไทยมีความพร้อมในการดูแลสุขภาพของพี่น้องประชาชนอย่างทั่วถึง โดยเฉพาะในชุมชนที่มีการรวมกลุ่มของคนจำนวนมาก เช่น โรงเรียน หรือศูนย์บริการประชาชนต่าง ๆ เครื่องวัดอุณหภูมิฯ จะเป็นอุปกรณ์พื้นฐานที่สำคัญ ที่ช่วยคัดกรองและป้องกันความเสี่ยงในเบื้องต้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ เราหวังว่าการส่งมอบในครั้งนี้เป็นประโยชน์ต่อสังคมส่วนรวมอย่างแท้จริง

ทั้งนี้ มูลนิธิหัวใจบริสุทธิ์ยังคงเดินหน้าจัดกิจกรรมเพื่อสาธารณประโยชน์ในหลากหลายด้าน ทั้งด้านสุขภาพ การศึกษา และการช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาสอย่างต่อเนื่อง ภายใต้ความตั้งใจในการ “สร้างโอกาส ให้สังคมไทย” ด้วยการแบ่งปันทรัพยากร ความรู้ และโอกาสที่สามารถต่อยอดชีวิตผู้คนได้อย่างแท้จริง

-(016)

ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์จัดประชุมวิชาการรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้าจุฬาภรณ์ ครั้งที่ 2 เรื่อง “Thailand against Cancer as One”

ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์จัดประชุมวิชาการรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้าจุฬาภรณ์ ครั้งที่ 2 เรื่อง “Thailand against Cancer as One”

ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์จัดประชุมวิชาการรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้าจุฬาภรณ์ ครั้งที่ 2 เรื่อง “Thailand against Cancer as One”

วันอังคาร ที่ 22 กรกฎาคม พ.ศ. 2568, 13.31 น.

มูลนิธิรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้าจุฬาภรณ์ ในพระอุปถัมภ์ ฯ ร่วมกับราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ตลอดจนองค์กร/หน่วยงานด้านการดูแลรักษาโรคมะเร็ง นักวิชาการ และผู้เชี่ยวชาญด้านมะเร็งในประเทศไทย บูรณาการความร่วมมือจัดประชุมวิชาการรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้าจุฬาภรณ์ ครั้งที่ 2 เรื่อง “Thailand against Cancer as One” วันที่สองภายหลังพิธีพระราชทานรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้าจุฬาภรณ์ ประจำปี 2567 ณ ห้องอัศวิน แกรนด์ บอลรูม A โรงแรมอัศวิน แกรนด์ คอนเวนชั่น กรุงเทพมหานคร เพื่อสนับสนุนให้เกิดการบูรณาการขับเคลื่อนนโยบายที่สำคัญในด้านการป้องกัน ควบคุม และการดูแลรักษาโรคมะเร็งในประเทศไทย ซึ่งสำหรับในปีนี้เพื่อให้สอดคล้องกับผลงานของผู้ได้รับพระราชทาน “รางวัลสมเด็จเจ้าฟ้าจุฬาภรณ์” ประจำปี2567

ศาสตราจารย์ ดร. นายแพทย์ เดนนิส เจ. สเลมอน อายุรแพทย์โรคมะเร็งชาวอเมริกัน ผู้ค้นพบยีน Human Epidermal Growth Factor Receptor 2 (HER2) ซึ่งนำไปสู่การพัฒนายาชีววัตถุ ทราสทูซูแมบ (Trastuzumab) ซึ่งเป็นยารักษาแบบโมเลกุลมุ่งเป้าที่ปฏิวัติวงการรักษาโรคมะเร็ง โดยเฉพาะมะเร็งเต้านมชนิด HER2-positive ทำให้ช่วยชีวิตผู้หญิงนับล้านคนทั่วโลก และปัญหามะเร็งของประเทศไทย การประชุมวิชาการดังกล่าวจึงครอบคลุมการให้ความรู้เกี่ยวกับเรื่อง ATMP Advanced Therapeutic Medicinal Products รวมทั้งอัปเดตนวัตกรรมการรักษามะเร็งเต้านม มะเร็งลำไส้ใหญ่และไส้ตรง ครอบคลุมทั้งการผ่าตัด รังสีรักษา ยา ตลอดจนการคัดกรองมะเร็งเต้านม มะเร็งลำไส้ใหญ่และไส้ตรงในประเทศไทย บรรยายให้ความรู้โดยนักวิชาการและผู้เชี่ยวชาญด้านมะเร็งในประเทศไทย ได้แก่ ศ.นพ.สุรเดช หงส์อิง , ผศ.พญ.นันทกานต์ อภิวโรดมภ์ , รศ.พญ.ศุทธินี อิทธิเมฆินทร์ , ดร.นพ.ธนากร ธราพงษ์พันธ์ , รอ.นพ.สมชาย ธนะสิทธิชัย ,รศ.พญ.บุษยามาส ชีวสกุลยง , รศ.นพ.ชลเกียรติ ขอประเสริฐ , รศ.นพ.วิทูร ชินสว่างวัฒนกุล , นพ.ศุภกร พิทักษ์การกุล เพื่อเปิดโอกาสให้นักวิชาการ นักวิจัย บุคลากรทางการแพทย์และผู้ปฏิบัติงานด้านมะเร็งได้มาร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้เกี่ยวกับนโยบาย สถานการณ์ และการดำเนินงานเกี่ยวกับมะเร็งของหน่วยงานในระดับต่าง ๆ ของประเทศไทย อันจะก่อให้เกิดพลังความร่วมมือของทุกภาคส่วนทั้งหน่วยงานระดับนโยบาย สถาบันการศึกษา สถาบันวิจัย และสถานบริการสุขภาพในทุกระดับในการขับเคลื่อนนโยบายของประเทศไทยให้ไปในทิศทางเดียวกันต่อไป เพื่อให้เกิดการพัฒนาองค์ความรู้ เทคโนโลยี และนวัตกรรมด้านมะเร็ง อันเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพของการป้องกัน ควบคุม และรักษาดูแลผู้ป่วยโรคมะเร็ง และยกระดับสุขภาพคุณภาพชีวิตของประชาชน โดยเฉพาะผู้ยากไร้และด้อยโอกาส ตามพระปณิธานขององค์อุปถัมภ์มูลนิธิฯ ต่อไป

บทความพิเศษ : ‘รู้เขา รู้เขมร’ เหตุลุกลาม ‘สามปราสาท’

บทความพิเศษ : ‘รู้เขา รู้เขมร’ เหตุลุกลาม 'สามปราสาท'

บทความพิเศษ : ‘รู้เขา รู้เขมร’ เหตุลุกลาม ‘สามปราสาท’

วันอังคาร ที่ 22 กรกฎาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ความตึงเครียดไทย-กัมพูชาปะทุขึ้นอีกครั้งในปี พ.ศ.  2568 เมื่อกัมพูชาประกาศจะยื่นฟ้องประเทศไทยต่อศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ (ICJ) เพื่ออ้างสิทธิ์เหนือโบราณสถานสำคัญสามแห่ง ได้แก่ ปราสาทตาเมือนธม ปราสาทตาเมือนโต๊ด และปราสาทตาควาย รวมถึงพื้นที่ยุทธศาสตร์สำคัญอย่าง “สามเหลี่ยมมรกต” บริเวณช่องบก ซึ่งเป็นจุดบรรจบชายแดนของสามประเทศ คือ ไทย กัมพูชา และลาวปราสาทตาเมือนธม

สามปราสาทชายแดน  

กลุ่มปราสาทตาเมือน ตั้งอยู่บนเทือกเขาพนมดงรัก จังหวัดสุรินทร์ ประกอบด้วยปราสาทสามหลัง  คือ ปราสาทตาเมือนธม: ปราสาทหินทรายขนาดใหญ่ที่เชื่อว่าใช้ในพิธีกรรมศักดิ์สิทธิ์ ปราสาทตาเมือนโต๊ด สันนิษฐานว่าเป็นอโรคยาศาล (โรงพยาบาล) ในสมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ 7  และปราสาทตาเมือนบายกรีม ที่คาดว่าเป็นธรรมศาลาหรือจุดพักของนักเดินทาง     ส่วน ปราสาทตาควาย ซึ่งอยู่ห่างออกไปประมาณ 12 กิโลเมตร ก็เป็นอีกหนึ่งจุดที่กัมพูชาอ้างว่าอยู่ในพื้นที่จังหวัดอุดรมีชัยของตน และเคยเป็นพื้นที่ที่มีความตึงเครียดทางทหารในอดีต

ช่องบก : รอยต่อสามประเทศ

ช่องบก เป็นส่วนหนึ่งของ “สามเหลี่ยมมรกต” (Emerald Triangle) ซึ่งเป็นรอยต่อชายแดนไทย-ลาว-กัมพูชา ครอบคลุมพื้นที่ประมาณ 12 ตารางกิโลเมตร เชื่อมโยงระหว่างอำเภอน้ำยืน จังหวัดอุบลราชธานีของไทย  เมืองมูลประโมกข์ แขวงจำปาศักดิ์ของลาว และเมืองจอมกระสานต์ จังหวัดพระวิหารของกัมพูชา พื้นที่นี้เป็นพื้นที่ทับซ้อนที่ไม่มีการปักปันเขตแดนที่ชัดเจน

ย้อนกลับไปในช่วงปี พ.ศ. 2528-2530 ช่องบกเคยเป็นสมรภูมิสำคัญที่ทหารไทยต้องต่อสู้กับกองทัพเวียดนาม ซึ่งเข้ายึดครองกัมพูชาหลังโค่นล้มเขมรแดง ส่งผลให้ทหารไทยต้องพลีชีพถึง 109 นาย

เมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม 2568 เกิดเหตุปะทะระหว่างทหารไทยและกัมพูชาในพื้นที่ช่องบก สาเหตุมาจากการที่ทหารกัมพูชาขุดคูดินยาว 650 เมตร  ซึ่งไทยมองว่าเป็นการละเมิดข้อตกลง MOU ปี 2543 โดยมีทหารกัมพูชาเสียชีวิต 1 นาย

รากฐานความขัดแย้ง : แผนที่และอธิปไตยที่ทับซ้อน

การอ้างสิทธิ์เหนือพื้นที่สามปราสาทและช่องบกของทั้งสองประเทศมีรากฐานมาจากความไม่ชัดเจนของแนวเขตแดนตามสนธิสัญญาสยาม–ฝรั่งเศส (พ.ศ. 2447 และ 2450) และแผนที่ในยุคอาณานิคมที่ฝ่ายไทยไม่ยอมรับ กัมพูชาอ้างว่าปราสาททั้งสามอยู่ในเขตแดนของตน และได้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกแห่งชาติแล้ว ขณะที่ไทยยืนยันว่าโบราณสถานทั้งหมดอยู่ในอธิปไตยของไทย โดยกรมศิลปากรได้ขึ้นทะเบียนตั้งแต่ปี พ.ศ. 2537

บทเรียนจากอดีต : กรณีปราสาทพระวิหารและการปะทะที่ผ่านมา

ในปี พ.ศ. 2505 ศาลโลกเคยมีคำตัดสินให้ปราสาทพระวิหารตกเป็นของกัมพูชา แม้คำตัดสินนั้นจะไม่ได้ครอบคลุมถึงสามปราสาทที่เป็นปัญหา  แต่ก็กลายเป็นบรรทัดฐานให้กัมพูชาใช้อ้างสิทธิ์ในพื้นที่อื่นๆ ตามแนวชายแดน ความตึงเครียดยังคงเกิดขึ้นต่อเนื่อง โดยในปี 2554 เกิดการปะทะทางทหารอย่างรุนแรงบริเวณปราสาทตาควายและตาเมือนธม และในปี 2567 ยังมีเหตุการณ์ที่ชาวกัมพูชาร้องเพลงชาติบนปราสาทตาเมือนธม ซึ่งฝ่ายไทยมองว่าเป็นการยั่วยุ

สถานการณ์ปี 2568    ความตึงเครียดที่ยังไม่คลี่คลาย     กองกำลังของทั้งสองฝ่ายมีการเสริมอาวุธ และลาดตระเวนอย่างเข้มข้นตลอดแนวชายแดน การเจรจาระหว่างไทยและกัมพูชาดำเนินไปอย่างเชื่องช้า ท่ามกลางกระแสชาตินิยมที่เริ่มปรากฏให้เห็นในพื้นที่ ผู้คนถูกปลุกระดมผ่านสื่อออนไลน์ ทั้งจากการแสดงสัญลักษณ์ความเป็นเจ้าของปราสาท การเผยแพร่คลิปยั่วยุทหารไทย และการเปลี่ยนแปลงพิกัดใน แผนที่กูเกิล ซึ่งหลายฝ่ายมองว่าเป็น “สงครามไซเบอร์” รูปแบบใหม่

นอกจากการฟ้องร้องในเวทีระหว่างประเทศแล้ว กัมพูชายังใช้มาตรการตอบโต้ทางเศรษฐกิจ เช่น การหยุดซื้อน้ำมันจากไทย รณรงค์ไม่ซื้อสินค้าจากไทย รวมถึงห้ามส่งสินค้าผักผลไม้จากไทยไปยังเวียดนาม ขณะที่ไทยก็มีมาตรการปิดพรมแดน ห้ามคนไทยเดินทางข้ามแดนไปเล่นการพนัน ส่งผลให้เศรษฐกิจบริเวณชายแดนได้รับผลกระทบอย่างหนัก

ความเสี่ยงและผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น

สถานการณ์นี้มีความเสี่ยงสูงที่จะลุกลามออกเป็น 4 รูปแบบ:

1.        สันติภาพผ่านการเจรจา: ผ่านกลไกอาเซียนหรือทวิภาคี ซึ่งเป็นทางออกที่ดีที่สุด แต่มีโอกาสเกิดขึ้นน้อย  เพราะต่างฝ่ายต่างไม่ยอมถอย

2.        ความตึงเครียดต่อเนื่อง: โดยฝ่ายกัมพูชาเดินหน้าสร้างภาพ เช่นส่งนักท่องเที่ยวมาร้องเพลงชาติในพื้นที่พิพาท  ซึ่งอาจใช้เป็นหลักฐานในศาลโลกทำนองเดียวกับภาพกรมพระยาดำรงราชานุภาพ เสด็จเยือนเขาพระวิหารแล้วมีทหารฝรั่งเศสมาต้อนรับ  ซึ่งศาลพิจารณาว่า  หากเขาพระวิหารเป็นของไทย ทหารฝรั่งเศสจะมาต้อนรับไม่ได้ 

3.        การปะทะทางทหารเฉพาะจุด: ที่อาจลุกลามบานปลายหากเกิดความเข้าใจผิดหรือการยั่วยุเกินขอบเขต

4.        สงครามชายแดนเต็มรูปแบบ: หากการเจรจาล้มเหลวและรัฐบาลไทยถูกกดดันจากภาคประชาชน

หากสถานการณ์ถึงจุดวิกฤต มีความเสี่ยงสูงที่จะเกิดผลกระทบรุนแรงตามมา ได้แก่:

•          การเสียชีวิตของกำลังพลทั้งสองฝ่าย

•          จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติลดลงอย่างมากในทั้งสองประเทศเนื่องจากความกังวลต่อสถานการณ์สงคราม

•          การอพยพของประชาชนทั้งสองประเทศในพื้นที่ความขัดแย้ง

•          ความเสียหายต่อภาพลักษณ์และเศรษฐกิจของทั้งสองชาติ

•          วิกฤตด้านมนุษยธรรมจากจำนวนผู้ลี้ภัยที่เพิ่มขึ้น

ในกรณีที่ประชาชนสองชาติปะทะกันบริเวณพื้นที่พิพาท ไม่ว่าจะเป็นการยั่วยุ หรือการใช้ความรุนแรง อาจเป็นจุดเริ่มต้นที่นำไปสู่การปลุกกระแสชาตินิยมและทำให้ต้องใช้มาตรการที่แข็งกร้าวขึ้น ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศโดยตรง

คนไทยควรเตรียมพร้อมรับมืออย่างไร?

ในสถานการณ์ที่อ่อนไหวเช่นนี้ คนไทยควรเตรียมความพร้อม :

•          ติดตามข่าวสารอย่างต่อเนื่อง และระมัดระวังการส่งต่อข้อมูลที่ไม่ผ่านการตรวจสอบอย่างดี

•          รายงานเหตุผิดปกติ ให้กับหน่วยงานความมั่นคงทันที

•          สงบนิ่งและไม่ตอบโต้ทางอารมณ์ เพื่อลดความตึงเครียด

•          ส่งกำลังใจและสิ่งของจำเป็น ให้เจ้าหน้าที่ชายแดน ที่ทำหน้าที่ปกป้องอธิปไตยของไทย

•          ใช้หลัก “กาลามสูตร” ของพระพุทธเจ้า   “อย่าเพิ่งปลงใจเชื่อสิ่งใด ต้องพิจารณาด้วยตนเองอย่างรอบคอบก่อน”

“ไทยรวมกำลังตั้งมั่น จะสามารถป้องกันขันแข็ง ถึงแม้ว่าศัตรูผู้มีแรง มายุทธแย้งก็จะปลาศไป”

โดย สุริยพงศ์

ขอบคุณภาพจากเพจเฟสบุ๊ก ข่าวทหาร

Big Bad Wolf Books 2025 มหกรรมหนังสือภาษาอังกฤษลดราคาแห่งปี

Big Bad Wolf Books 2025 มหกรรมหนังสือภาษาอังกฤษลดราคาแห่งปี

Big Bad Wolf Books 2025 มหกรรมหนังสือภาษาอังกฤษลดราคาแห่งปี

วันอังคาร ที่ 22 กรกฎาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

หนอนหนังสือเตรียมตัวให้พร้อม มหกรรมแห่งการอ่านครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดของปี! งาน Big Bad Wolf Books 2025 เทศกาลหนังสือภาษาอังกฤษที่ใหญ่ที่สุดในโลก กำลังจะกลับมาสร้างปรากฏการณ์อีกครั้งในกรุงเทพฯ ระหว่างวันที่ 7 – 17 สิงหาคม 2568 ณ อิมแพ็ค ฟอรั่ม ฮอลล์ 4 เมืองทองธานี  พร้อมขนหนังสือมากกว่า 2 ล้านเล่ม และมอบส่วนลดสูงสุดถึง 95% แบบที่นักอ่านตัวจริงพลาดไม่ได้!

ใครเคยไปงาน Big Bad Wolf มาก่อน จะรู้ดีว่าความอลังการของเทศกาลนี้ไม่เคยธรรมดา ทั้งภูเขาหนังสือเรียงรายสุดลูกหูลูกตา โต๊ะวางแน่นขนัดไปด้วยเรื่องราวจากทั่วโลก ตั้งแต่นิยายขายดี หนังสือเด็กสุดน่ารัก การ์ตูน กราฟิกโนเวล หนังสือภาพสวย ไปจนถึงหนังสือหายากที่คุณไม่เคยรู้ว่ากำลังตามหา… จนกระทั่งได้เจอที่นี่ และปีนี้?

ปีนี้พบกับความยิ่งใหญ่ยิ่งกว่าเดิม ทั้งพื้นที่ที่กว้างขวาง หมวดหนังสือที่หลากหลาย  ไฮไลต์ที่ห้ามพลาดคือ หนังสือภาษาอังกฤษจากทั่วทุกมุมโลกมากกว่า 2 ล้านเล่ม ครอบคลุมทุกหมวดหนังสือครบทุกความสนใจของนักอ่านตัวจริง ไม่ว่าจะเป็นหนังสือเด็กทุกช่วงวัย หนังสือภาพแบบ Pop-up สุดตระการตา วรรณกรรมเยาวชน นิยายคลาสสิก หนังสือวิทยาศาสตร์ ประวัติศาสตร์ สุขภาพและไลฟ์สไตล์ หนังสือท่องเที่ยว และคู่มือทำอาหารจากทั่วโลก หนังสือแนวพัฒนาตัวเองและสร้างแรงบันดาลใจให้เลือกแบบไม่รู้จบ รวมถึงหนังสือรถยนต์สำหรับผู้หลงใหลในเครื่องยนต์ และแน่นอนว่า ปีนี้เอาใจสายศิลปะและคนรักบ้าน ด้วยหมวด กราฟิกดีไซน์ สถาปัตยกรรม การออกแบบบ้าน และตกแต่งสวน ที่อ่านแล้วอยากลุกขึ้นมารีโนเวทบ้านแบบทันที

ที่พิเศษไปกว่านั้น คือการกลับมาจัดที่ เมืองทองธานี ซึ่งเป็นสถานที่แห่งความทรงจำของแฟนนักอ่านตั้งแต่ปีแรกที่ Big Bad Wolf Books เริ่มต้นในประเทศไทย ความยิ่งใหญ่ของพื้นที่จัดงาน บรรยากาศที่เต็มไปด้วยพลังของผู้รักการอ่าน และความรู้สึกเหมือนกำลังเดินอยู่ท่ามกลางโลกของหนังสือ—ทั้งหมดจะกลับมาอีกครั้งในปีนี้ และด้วยการเดินทางที่สะดวกสบายกว่าเดิมด้วยรถไฟฟ้าสายสีชมพูที่เพิ่งเปิดให้บริการ ให้เดินทางตรงมาถึงฮอลล์จัดงานได้อย่างสะดวกสบาย ไม่ต้องห่วงเรื่องรถติดหรือหาที่จอดรถอีกต่อไป

ไม่ว่าคุณจะกำลังสร้างห้องสมุดในฝัน มองหาของขวัญล่วงหน้า หรือแค่เดินเลือกหนังสือพร้อมกาแฟเย็นในมือ — นี่คือช่วงเวลาที่คุณจะได้ดื่มด่ำกับจักรวาลแห่งหนังสืออย่างจุใจ เตรียมกระเป๋าผ้าให้พร้อม เคลียร์วันให้ว่าง แล้วมาลุยกันให้เต็มที่ ที่ Big Bad Wolf Books 2025

ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมที่ Big Bad Wolf Books Thailand ทาง Facebook: Big Bad Wolf Books และ Instagram: bigbadwolfbooks_th เพื่อไม่พลาดทุกข่าวสาร โปรโมชั่นลับ และไฮไลต์เด็ดก่อนใคร

คุณแหน : 22 กรกฎาคม 2568

คุณแหน : 22 กรกฎาคม 2568

คุณแหน : 22 กรกฎาคม 2568

วันอังคาร ที่ 22 กรกฎาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ll “รู้ใจเขาหน่อย…บอกไปเลย!” เขาในที่นี้คือ ประธานาธิบดีทรัมป์ นั่นเอง ฟังผู้มีประสบการณ์สูง ศ.ดร.เกรียงศักดิ์ เจริญวงศ์ศักดิ์ นักวิชาการอิสระระดับแนวหน้าพูดให้ฟังชัดๆสองหู สำทับสิ่งที่ข้าราชการ, นักธุรกิจและสื่อมวลชนเตือนแล้วเตือนอีกให้ “ทีมไทยแลนด์” ภายใต้การนำโดยรองนายกฯและ รมว.คลัง พิชัย ชุณหวชิร รีบตื่นตัวเดินทางไปเจาะเจรจากับขุนพลระดับสูงในสหรัฐฯ ไม่ใช่โปรยหัวไว้ว่าเราต้องมีกลยุทธ์, รอดูคนอื่นเขาทำผลเป็นอย่างไร เราค่อยมาทำข้อเสนอของเรา “ช้าๆได้พร้าเล่มงาม” แล้วเป็นอย่างไร ?? มัวแต่รำป้อกลายเป็นพูดเองเออเอง ประเทศไทยโดนทรัมป์ลงโทษอัตราภาษีขาเข้าสูง 36% ไปแล้ว ย้อนกลับมาฟังในคำพูดของท่านศาสตราจารย์ว่า ท้ายที่สุดถ้าเราต้องโดนบีบให้รับอัตราดังกล่าว จะเป็นข่าวร้ายกับการส่งออกสินค้านานาชนิดไปสหรัฐฯ ในขณะที่เวียดนามคู่แข่งรายสำคัญได้รับอัตรา 20% ในสหรัฐฯ ไทยจะเสียเปรียบทุกประตู ข้อแรก, ต้นทุนการผลิตสินค้าเราสูงอยู่แล้ว (รวมเรื่องคอรัปชั่นด้วย) ถัดมาเมื่อโดนภาษีนำเข้าสูงกว่าเขาอีก 16% ลูกค้าก็ต้องเบือนหน้าหนี…

ll อีกแล้วค่ะท่าน…ประวัติศาสตร์ยาวนานสหรัฐฯยังไม่เคยมีประธานาธิบดีคนไหนมีบุคลาธิษฐานใกล้เคียงกับ DONALD TRUMP เลย เขากล้าพูดและทำ โดยไม่คำนึงถึงสถานภาพตำแหน่งประธานาธิบดี อีกครั้งที่ผู้คนทั่วโลกตะลึงงง-และกลายเป็นเรื่องตลกไป เมื่อทรัมป์ถูกเชิญเป็นประธานมอบถ้วยชนะเลิศให้แก่ทีมผู้ชนะ CHELSEA V. PSG ในแมทช์ชิงชนะเลิศ “THE CLUB WORLD CUP” ที่รัฐนิวเจอซีย์มีคนดูในสนามกว่าแปดหมื่นคนและชมทีวีทั่วโลกอีกหนึ่งพันกว่าล้านคน เมื่อการแข่งขันยุติ CHELSEA เป็นแชมป์ 3-0 คณะ กก.เชิญทรัมป์ไปที่เวทีกลางสนามซึ่งมีนักฟุตบอลรออยู่แล้ว ทรัมป์ทำพิธีมอบถ้วยทองคำแก่เหล่านักบอล กติกาและมารยาทจุดนี้ทรัมป์ต้องรีบลงจากเวทีเปิดโอกาสให้ทีมชูถ้วยถ่ายภาพ แต่เขากลับตีหน้าตายยืนบนเวที นักเตะก็อึดอัดได้แต่มองหน้ากัน ประธานฟีฟ่าเองก็ผายมือให้ลงเวทีแต่ไม่มีผล สุดท้ายออแกไนเซอร์ต้องขึ้นมาเชิญตัวทรัมป์ลงจากเวทีเรื่องจึงลงเอยได้…

ll ครูเล็ก-ภัทราวดี มีชูธน บอกขอบคุณ เพลินจันทร์ วิญญรัตน์ นักออกแบบสิ่งทอระดับโลก ผู้ถักทอพรมที่สวยงามในฉากหนึ่งของ The white lotus season 3 ที่ให้เกียรติมาสอนนักเรียน รร.ภัทราวดี หัวหิน โดยการนำศิลปะเชื่อมโยงสอนทักษะชีวิต ด้วยการนำเศษขยะ ที่เก็บมาจาก ชายหาด และเศษผ้า มาถักทอ สร้างสรรค์ อย่างอิสระ เป็นงานศิลปะ เปิดโลกทัศน์เด็กๆ ให้เห็นคุณค่า และความงามของทุกสิ่งรอบตัวเรา …ดีงามยิ่งนัก…

ll ชาว วบส. 1 สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์(นิด้า) ขอขอบคุณ พิชิต จงสถิตย์วัฒนา แห่งบริษัทนานมีบุ๊คส์ ที่ร่วมบริจาคหนังสือ มูลค่ารวม 50,000 บาทให้กับ รร.ประถมศึกษา และรร.มัธยมศึกษา จำนวน 6 รร. ในจังหวัด สงขลา พัทลุง และ ตรัง…ใน กิจกรรม ปัน ปัญญา จัดโดย ชาว วบส. 1 นิด้า ระหว่าง 27-29 ก.ค.นี้…

ll อนุชา โมกขะเวส นัดสิงห์ดำรุ่น 21 จุฬาฯ พบปะสังสรรค์ที่ภัตตาคารชายทะเลจันทร์เพ็ญ พระราม 4 ในวันที่ 10 สค. 11.00 น…

ll งานพระราชทานเพลิงศพ สมเทพ ลาชโรจน์ เมื่อวันก่อน มีแขกเหรื่อมาร่วมงานมากมาย…หลายคนยังรำลึกถึงอาหารรสชาติเยี่ยม โดยเฉพาะแกงเผ็ดผักล้วนที่อร่อยมาก ซึ่งผู้วายชนม์มักจะเข้าครัวบรรจงปรุงมาแจกเพื่อนฝูงอยู่เสมอ…

ll โซไรดา ซาลวาลา ประธานมูลนิธิเพื่อนช้าง ว่างจากทำกายภาพบำบัด มีเวลาว่างไปนั่งจิบกาแฟ พร้อมของว่างอร่อยๆที่โอเรียนเต็ล…มีความสุขจริงๆ…

ll ส่วน พัชลดา แก้วสีปลาด หนีกลิ่นสีที่ทาใหม่ที่คอนโด ย่านอ่อนนุช ไปนอนคอนโดย่านพระโขนง พร้อมเยี่ยมเยียนพี่ที่รัก สุดา ติวยานนท์ ที่บ้านสุขุมวิท 67 พร้อมพบ ชาญวิทย์ ไกรฤกษ์ อดีตรองเลขา กพ.ด้วย ได้พบพี่เก่าที่เคารพ เธอสุขใจยิ่งนัก !!…

บารอนเนส

‘ฮอนด้า แอลพีจีเอ ไทยแลนด์ 2025’ ส่งต่อเงินบริจาคแก่ศิริราชมูลนิธิ ถวายเป็นพระราชกุศล 70 พรรษา สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้าฯ

‘ฮอนด้า แอลพีจีเอ ไทยแลนด์ 2025’ ส่งต่อเงินบริจาคแก่ศิริราชมูลนิธิ ถวายเป็นพระราชกุศล 70 พรรษา สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้าฯ

‘ฮอนด้า แอลพีจีเอ ไทยแลนด์ 2025’ ส่งต่อเงินบริจาคแก่ศิริราชมูลนิธิ ถวายเป็นพระราชกุศล 70 พรรษา สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้าฯ

วันอังคาร ที่ 22 กรกฎาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

การแข่งขันกอล์ฟสตรีระดับโลก “ฮอนด้า แอลพีจีเอ ไทยแลนด์ 2025” สานต่อเจตนารมณ์แห่งการให้ สนับสนุนและส่งต่อความช่วยเหลือสู่สังคมไทยอย่างต่อเนื่อง ด้วยการมอบเงินบริจาคจากกิจกรรมประมูลไอเทมสุดพิเศษและของรักจากนักกอล์ฟระดับโลกในงาน “Honda LPGA Thailand 2025 Charity Night” รวมกับเงินสมทบอื่น ๆ ทั้งสิ้น 2,149,000 บาท ให้แก่ศิริราชมูลนิธิ เพื่อสมทบกองทุนเพื่อผู้ป่วยด้อยโอกาส ฯ ถวายเป็นพระราชกุศลเนื่องในวโรกาส 70 พรรษา สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี

ทั้งนี้ เพื่อช่วยเหลือผู้ป่วยที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ของโรงพยาบาลศิริราช และเพื่อสนับสนุนการดำเนินงานด้านการแพทย์และสาธารณสุข เช่น การจัดหาเครื่องมือแพทย์ที่จำเป็น การส่งเสริมงานวิจัยทางการแพทย์ การมอบทุนการศึกษาแก่นักศึกษาแพทย์ การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านสาธารณสุข และการยกระดับศักยภาพของบุคลากรทางการแพทย์ เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงบริการทางการแพทย์ที่มีคุณภาพอย่างทั่วถึง

กิจกรรม Honda LPGA Thailand 2025 Charity Night จัดขึ้น ณ โรงแรมเมอเวนพิค สยาม นาจอมเทียน พัทยา จังหวัดชลบุรี โดยไฮไลต์ของงาน คือ การประมูลของที่ระลึกสุดพิเศษจากนักกอล์ฟระดับโลกที่เข้าร่วมการแข่งขัน อาทิ  ถุงกอล์ฟรุ่นพิเศษจากฮอนด้าพร้อมลายเซ็นจากนักกอล์ฟทั้ง 72 คนที่เข้าร่วมการแข่งขัน, พัตเตอร์และเสื้อกอล์ฟของ แพตตี้–ปภังกร ธวัชธนกิจ, ธงพร้อมลายเซ็นของนักกอล์ฟหญิงไทยทั้ง 12 คนที่ร่วมแข่งขัน, ภาพวาดโปสเตอร์การแข่งขันที่มีลายเซ็นของนักกอล์ฟระดับโลก 5 คน ได้แก่ จีโน่–อาฒยา ฐิติกุล, แพตตี้–ปภังกร ธวัชธนกิจ, รัวหนิง หยิน, ยูกะ ซาโสะ และบรู๊ค เอ็ม เฮนเดอร์สัน รวมถึงเหล็ก 3 ของจอร์เจีย ฮอลล์,  เวดจ์ของพี่น้องฝาแฝดจากญี่ปุ่น ชิซาโตะ และ อากิเอะ อิวาอิ และรองเท้ากอล์ฟของซีลีน บูติเยร์

กิจกรรมนี้ถือเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมเพื่อสังคมที่จัดควบคู่กับการแข่งขันมาอย่างต่อเนื่อง โดยผู้จัดการแข่งขันได้ร่วมมือกับนักกอล์ฟและพันธมิตรในการระดมทุนเพื่อมอบให้แก่ศิริราชมูลนิธิ ซึ่งตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา รวมถึงการบริจาคในปีนี้ มีมูลค่ายอดเงินบริจาคสะสมกว่า 8 ปี จากกิจกรรมดังกล่าว รวม 13,171,730 บาท

การแข่งขัน “ฮอนด้า แอลพีจีเอ ไทยแลนด์” เป็นรายการกอล์ฟสตรีระดับโลกที่จัดขึ้นในประเทศไทยมาอย่างต่อเนื่อง ถึง 18 ครั้ง ได้รับความสนใจอย่างล้นหลามทั้งจากนักกอล์ฟระดับโลกและแฟนกีฬาทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ โดยมุ่งมั่นในการยกระดับวงการกอล์ฟไทย เปิดโอกาสให้นักกอล์ฟไทยได้ร่วมแข่งขันในเวทีระดับโลก พร้อมส่งเสริมกิจกรรมเพื่อสังคมอย่างต่อเนื่อง สะท้อนความตั้งใจของฮอนด้าและพันธมิตรในการสนับสนุนและส่งเสริมกีฬา เพื่อเป็นพลังขับเคลื่อนสังคมไทยสู่อนาคตที่ดีขึ้นอย่างยั่งยืนต่อไป