คริสตีส์ ประเทศไทย ติวเข้ม 8 ศิลปินไทยรุ่นใหม่สู่เวทีโลกในโครงการ EYP#8

คริสตีส์ ประเทศไทย ติวเข้ม 8 ศิลปินไทยรุ่นใหม่สู่เวทีโลกในโครงการ EYP#8

คริสตีส์ ประเทศไทย ติวเข้ม 8 ศิลปินไทยรุ่นใหม่สู่เวทีโลกในโครงการ EYP#8

วันพฤหัสบดี ที่ 17 กรกฎาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

“Christie’s Workshop: International Exposure” กิจกรรมพิเศษในโครงการบ่มเพาะและสร้างเครือข่ายศิลปินรุ่นใหม่ ครั้งที่ 8 (Early Years Project #8 ) ภายใต้ความร่วมมือและการสนับสนุนอย่างเป็นทางการของ คริสตีส์ ประเทศไทย (Christie’s Thailand) บริษัทจัดการประมูลงานศิลปะชั้นนำของโลก ร่วมกับ ฝ่ายการศึกษาและฝ่ายนิทรรศการ หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร (BACC) เพื่อสนับสนุนให้ศิลปินรุ่นใหม่ได้เข้าใจถึงการสร้างสรรค์ผลงานศิลปะที่ต้องมาพร้อมกับความเข้าใจในกลไกตลาดโลก นำโดย ประภาวดี โสภณพนิช รองประธานกรรมการและกรรมการผู้จัดการบริษัท คริสตีส์ ประจำกัมพูชา ลาว พม่า เวียดนาม และไทย ณ คริสตีส์ อ๊อกชั่น (ประเทศไทย)

(ซ้าย) ดร.กฤติยา กาวีวงศ์ และประภาวดี โสภณพนิช

ปลดล็อกศักยภาพ: จากความคิดสร้างสรรค์สู่ตลาดศิลปะระดับโลก

บรรยากาศในเวิร์คช็อป เต็มไปด้วยความเข้มข้นและพลังของศิลปินรุ่นใหม่ทั้ง 8 คน ที่ผ่านการคัดเลือกให้เข้าร่วมโครงการฯ โดยได้รับโอกาสพิเศษในการเรียนรู้และแลกเปลี่ยนประสบการณ์ตรงจาก เด็กซ์เตอร์ ฮาว (Dexter How) รองประธานกรรมการและผู้เชี่ยวชาญอาวุโส แผนกศิลปะศตวรรษที่ 20 และ 21 บริษัท คริสตีส์ ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ที่มาร่วมแบ่งปันความรู้และประสบการณ์เกี่ยวกับมุมมองของนักสะสมงานศิลปะระดับนานาชาติต่องานศิลปะเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ วิธีการตั้งราคาเมื่อนำผลงานเข้าสู่ตลาด และมองแนวโน้มตลาดศิลปะในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ผ่านผู้เชี่ยวชาญระดับโลก

เด็กซ์เตอร์ ฮาว (Dexter How)

นอกจากนี้ ศิลปินรุ่นใหม่ยังได้แลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงานผ่านมุมมองของ “ก้องกาน” (Gongkan) หรือ กันตภณ เมธีกุล ศิลปินชื่อดังของไทยที่ประสบความสำเร็จบนเวทีระดับนานาชาติ ในประเด็นเกี่ยวกับ “เส้นทางสู่ศิลปินอาชีพที่ประสบความสำเร็จในตลาดศิลปะ” ปิดท้ายด้วยการนำเสนอผลงานของศิลปินรุ่นใหม่ทั้ง 8 คน เพื่อแลกเปลี่ยนทัศนคติ เทคนิคการสร้างสรรค์ และรับฟังคำแนะนำจากวิทยากร

นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมพิเศษที่เปิดโอกาสให้ศิลปินรุ่นใหม่ในโครงการ EYP#8 ได้นำเสนอแนวคิดและกระบวนการพัฒนาผลงานให้แก่คณะกรรมการเป็นครั้งสุดท้าย พร้อมร่วมฟังเสวนาพิเศษ โดย ดร.กฤติยา กาวีวงศ์ ภัณฑารักษ์และผู้อำนวยการศิลป์ของหอศิลป์บ้านจิม ทอมป์สัน, ประภาวดี โสภณพนิช รองประธานกรรมการ และกรรมการผู้จัดการบริษัทคริสตีส์ ประจำกัมพูชา ลาว พม่า เวียดนาม และไทย, เพ็ญวดี นพเกตุ มานนท์ หัวหน้าฝ่ายนิทรรศการและหัวหน้าภัณฑารักษ์ หอศิลปกรุงเทพฯ ร่วมกันถ่ายทอดกระบวนการเบื้องหลังโครงการให้แก่บุคคลทั่วไป ตั้งแต่จุดเริ่มต้นไปจนถึงบทส่งท้ายของโครงการ EYP#8 ปิดท้ายด้วยการมอบทุนจาก Christie’s Thailand ให้กับ 3 ศิลปินรุ่นใหม่ในโครงการฯ   รายละ 100,000 บาท ได้แก่ พิชชาภา หวังประเสริฐกุล ผลงาน “Things Left to Forget & Things that Stay” พิพัฒน์พงศ์ ศรีเพ็ง ผลงาน “Persona” และ ลลิตา สิงห์คำปุก ผลงาน “Till We Meet Again” (กว่าจะพบกันอีก)

พิพัฒน์พงศ์ ศรีเพ็ง, พิชชาภา หวังประเสริฐกุล และ ลลิตา สิงห์คำปุก

ความร่วมมือที่แข็งแกร่ง เพื่อขับเคลื่อนวงการศิลปะไทย

หัวใจหลักของเวิร์กช็อปในครั้งนี้คือการ “ติดปีก” ให้ศิลปินไทยรุ่นใหม่ มีความพร้อมและความมั่นใจในการก้าวสู่เวทีระดับนานาชาติ (International Exposure) เนื้อหาจึงครอบคลุมมิติที่สำคัญและจำเป็นอย่างยิ่งสำหรับอาชีพศิลปินในปัจจุบัน ตั้งแต่ภาพรวมของระบบนิเวศศิลปะ (Art Ecosystem) ไปจนถึงกลยุทธ์และทักษะต่างๆ จากมุมมองของผู้เชี่ยวชาญระดับโลก อาทิ ภูมิทัศน์ตลาดศิลปะโลก (The Global Art Market) การเตรียมความพร้อมอย่างมืออาชีพ (Professional Practice) การนำเสนอผลงานและการตั้งราคา (Presentation & Pricing) รวมไปถึงเบื้องหลังโลกแห่งการประมูล (The World of Auctions) ตั้งแต่การคัดเลือกผลงาน การประเมินราคา การจัดทำแค็ตตาล็อก ไปจนถึงโลจิสติกส์และการขนส่งผลงานศิลปะข้ามพรมแดน

ก้องกาน (Gongkan) หรือ กันตภณ เมธีกุล

สิ่งที่ทำให้กิจกรรมครั้งนี้พิเศษยิ่งขึ้น คือการเปิดโอกาสให้ศิลปินรุ่นใหม่ได้ซักถามและพูดคุยอย่างใกล้ชิดกับทีมงานของคริสตีส์ ที่นอกจากจะถ่ายทอดองค์ความรู้ ประสบการณ์ แล้วยังสร้างแรงบันดาลใจและความมั่นใจในการวางแผนเส้นทางอาชีพในระยะยาวได้อย่างดี ทั้งยังเปิดมุมมองใหม่ๆ ที่ช่วยให้ศิลปินมองเห็นคุณค่าและศักยภาพในงานของตนเองชัดเจนยิ่งขึ้น

ผลงาน “Persona”

ผลงาน “Things Left to Forget & Things that Stay”

ผลงาน “Till We Meet Again” (กว่าจะพบกันอีก)

Christie’s Workshop: International Exposure ถือเป็นภาพสะท้อนที่ชัดเจนถึงความมุ่งมั่นของหอศิลปกรุงเทพฯ ในการสนับสนุนและพัฒนาศักยภาพศิลปินไทยอย่างรอบด้าน ขณะเดียวกันก็แสดงให้เห็นถึงวิสัยทัศน์ของคริสตีส์ ประเทศไทย ที่ไม่ได้มุ่งเน้นเพียงธุรกิจ แต่ยังให้ความสำคัญกับการแบ่งปันความรู้และร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างรากฐานที่แข็งแกร่งให้กับวงการศิลปะร่วมสมัยของไทย โดยเวิร์กช็อปในครั้งนี้จะเป็นอีกหนึ่งฟันเฟืองสำคัญ ที่ขับเคลื่อนศิลปินรุ่นใหม่ของไทยให้ก้าวเดินไปข้างหน้า และสร้างชื่อเสียงบนเวทีโลกได้อย่างสง่างามในอนาคต ติดตามความเคลื่อนไหวของกิจกรรมในครั้งต่อไปได้ที่ https://www.facebook.com/baccpage

SCG โชว์ศักยภาพนวัตกรรม-เทคโนโลยี ฟื้นฟูหลังแผ่นดินไหว

SCG โชว์ศักยภาพนวัตกรรม-เทคโนโลยี ฟื้นฟูหลังแผ่นดินไหว

SCG โชว์ศักยภาพนวัตกรรม-เทคโนโลยี ฟื้นฟูหลังแผ่นดินไหว

วันพฤหัสบดี ที่ 17 กรกฎาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

เอสซีจี นำโดย นายปรเมศวร์ นิสากรเสน ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ – การบริหารกลาง เอสซีจี เข้าร่วมเสวนาในงาน “MIT Disaster Management Conference: Building a More Resilient ASEAN through Technology, Innovation and Design” ณ วันแบงค็อก ฟอรัม โดยได้ร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองในช่วง Industry Discussion หัวข้อ Building for a More Resilient Future ซึ่งนำเสนอการทำงานร่วมกันระหว่าง One Bangkok และเอสซีจี ที่ร่วมกันขับเคลื่อนธุรกิจที่พร้อมเตรียมรับมือกับภัยพิบัติธรรมชาติ อีกทั้งยังเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เน้นการลดคาร์บอนจากการใช้พลังงานและทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ นับเป็นการยกระดับมาตรฐานงานวิศกรรมโครงสร้างของประเทศด้วยการประยุกต์เทคโนโลยีสำหรับการก่อสร้างต่างๆ และเป็นต้นแบบของการพัฒนาโครงการในประเทศไทยที่ต้องคำนึกถึงมาตรฐานความปลอดภัยและความยั่งยืนระยะยาว นอกจากนี้ ยังเน้นย้ำถึงความสำคัญของกระบวนการบริหารจัดการภัยพิบัติทั้งก่อนและหลังเกิดเหตุ รวมถึงการบริหารจัดการความเสี่ยง เพื่อให้องค์กรพร้อมรับกับสถานการณ์ฉุกเฉินตลอดเวลา และสามารถดำเนินธุรกิจได้อย่างต่อเนื่อง

สำหรับภายในงานยังมีการจัดบูธนิทรรศการร่วมนำเสนอนวัตกรรมคอนกรีตกำลังอัดสูง ซีแพค และเทคโนโลยี สำหรับงานซ่อม เสริมกำลัง จาก CPAC SB&M Lifetime Solution  ผ่านความร่วมมือกับพันธมิตรญี่ปุ่น Shobond & Mitsui Infrastructure Maintenance Corporation หรือ SB&M ผู้เชี่ยวชาญด้านการซ่อมแซมเชิงลึกที่มีประสบการณ์กว่า 60 ปี ทั้งด้านเทคโนโลยี วัสดุศาสตร์ และการพัฒนานวัตกรรมซ่อมแซมโดยเฉพาะสำหรับสภาพแวดล้อมในภูมิภาคอาเซียนแสดงถึงศักยภาพผู้นำด้านเทคโนโลยีคอนกรีตและความพร้อมในการเป็นผู้ให้บริการโซลูชันด้านการซ่อมแซมและบำรุงรักษาโครงสร้างแบบครบวงจรที่รองรับปัญหาด้านภัยพิบัติ      

‘ดูอา ลิปา’ เปล่งประกายเจิดจรัสในลุคคัสตอมจากสวารอฟสกี้

‘ดูอา ลิปา’ เปล่งประกายเจิดจรัสในลุคคัสตอมจากสวารอฟสกี้

‘ดูอา ลิปา’ เปล่งประกายเจิดจรัสในลุคคัสตอมจากสวารอฟสกี้

วันพฤหัสบดี ที่ 17 กรกฎาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ดูอา ลิปา ป๊อปสตาร์ระดับโลกเจ้าของรางวัลแกรมมี สะกดทุกสายตาด้วยโชว์สุดเร้าใจที่สนามเวมบลีย์ ณ กรุงลอนดอน ในลุคคัสตอมสุดตระการตา พร้อมความเปล่งประกายด้วยเครื่องประดับจากสวารอฟสกี้

ดูอา ลิปา กลับมาสร้างความยิ่งใหญ่ที่กรุงลอนดอนบ้านเกิดของเธออีกครั้ง กับการแสดง 2 คืนเต็มในเวิลด์ทัวร์ Radical Optimism พร้อมสะกดทุกสายตาด้วยบอดี้สูทคริสตัลสุดอลังการ ซึ่งออกแบบโดย จิโอวานน่า อิงเกอเบิร์ท ผู้อำนวยการฝ่ายสร้างสรรค์ระดับโลกของสวารอฟสกี้ พร้อมเครื่องประดับที่สั่งทำพิเศษซึ่งเธอร่วมออกแบบกับทีมของสวารอฟสกี้อย่างใกล้ชิด

การร่วมงานกับ ดูอา ลิปา ในครั้งนี้ถ่ายทอดความเชี่ยวชาญด้านแฟชั่นคริสตัลชั้นสูง และความหรูหราอันเปล่งประกายในแบบฉบับของสวารอฟสกี้ได้อย่างงดงาม ซึ่งผลงานแต่ละชิ้นล้วนเข้ากันได้อย่างลงตัวกับสไตล์ที่เป็นเอกลักษณ์ของเธอ

จิโอวานน่า อิงเกอเบิร์ท ผู้อำนวยการฝ่ายสร้างสรรค์ระดับโลก กล่าวว่า “ฉันอยากสร้างลุคสุดไอคอนิกที่เปรียบเสมือนประติมากรรมคริสตัลของดูอา สร้างลุคที่เน้นสัดส่วนและสะท้อนความเป็นตัวตนของเธออย่างชัดเจน ด้วยซิลูเอตที่ส่องประกายดั่งแสงไฟ เคลื่อนไหวแวววาวในทุกจังหวะ เพื่อเป็นการเฉลิมฉลองการแสดงออกถึงตัวตน ความมีชีวิตชีวา และพลังแห่งความหวังที่เธอถ่ายทอดบนเวทีไปยังคนดู”

ชุดบอดี้สูทคัสตอมที่ดูอาสวมใส่บนเวที ถูกออกแบบมาให้สะท้อนแสงไฟบนเวทีได้จากทุกมุมด้วยผ้า Crystal Mesh ประดับด้วยเม็ดคริสตัลหลากหลายขนาดบนผ้าดูระยิบระยับ พร้อมเสริมความโดดเด่นด้วยคริสตัลแบนสีเงินและบรา Swarovski Crystal Mesh

เครื่องประดับและเข็มขัดที่ทำขึ้นเป็นพิเศษซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากคอลเลกชัน Constella ของสวารอฟสกี้ เติมเต็มลุคสุดเปล่งประกายของดูอาได้อย่างสมบูรณ์แบบ โดยแต่ละชิ้นถ่ายทอดแรงบันดาลใจจากท้องฟ้ายามค่ำคืน ผ่านคริสตัลใสที่ได้รับการเจียระไนเป็นทรงกลมและทรงลูกแพร์สะท้อนแสงระยิบระยับไปทั่วสเตเดียม สร้อยคอโชคเกอร์ดีไซน์โดดเด่นสะท้อนดีไซน์ของบอดี้สูทด้วยคริสตัลแขวนระย้าสุดประณีต ขณะที่ต่างหูแบบแชนเดอเลียร์ช่วยเพิ่มความอลังการให้ลุคของดูอาเจิดจรัสยิ่งขึ้น

ไม่เพียงเท่านั้น เหล่าแดนเซอร์ยังร่วมเติมความเปล่งประกายบนเวทีด้วยโชคเกอร์ Swarovski Millenia เพิ่มมิติความหรูหราให้กับการแสดงได้อย่างลงตัว

เซ็นทรัลพัฒนาเปิดจักรวาลของคนรักโมเดล ในงาน ‘Thailand Diecast Expo 2025’

เซ็นทรัลพัฒนาเปิดจักรวาลของคนรักโมเดล ในงาน ‘Thailand Diecast Expo 2025’

เซ็นทรัลพัฒนาเปิดจักรวาลของคนรักโมเดล ในงาน ‘Thailand Diecast Expo 2025’

วันพฤหัสบดี ที่ 17 กรกฎาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ถ้าคุณคือคนที่หลงใหลในโมเดลรถเหล็กสุดพิเศษ หรือกำลังมองหาประสบการณ์ใหม่ในโลกของสะสมระดับพรีเมียม งานนี้คือจุดหมายที่คุณไม่ควรพลาด! บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) ผู้บริหารศูนย์การค้าเซ็นทรัลลาดพร้าว จับมือพันธมิตรระดับแถวหน้าของวงการอย่าง กรังด์ปรีซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล และ Bangkok Hot Rod จัดงาน “Thailand Diecast Expo 2025” งานใหญ่ครั้งแรกของวงการรถโมเดลในประเทศไทย จัดเต็มทั้งรถสะสมหายากของเหล่านักสะสมระดับประเทศ ระหว่างวันที่ 19–20 กรกฎาคม 2568 ณ BCC Hall ชั้น 5 เซ็นทรัลลาดพร้าว บนพื้นที่กว่า 2,500 ตารางเมตร ที่จะกลายเป็นสนามประลองแพสชั่นและแรงบันดาลใจของนักสะสมตัวจริง

ไม่ใช่งานแสดงของสะสมทั่วไป แต่คือ “จักรวาลของคนรักโมเดล” ที่รวมเอาแบรนด์ระดับโลกและไอเทมหายากมาไว้ในที่เดียว! พบกับโมเดลลิมิเต็ดอิดิชันสุดเอ็กซ์คลูซีฟจากแบรนด์ชั้นนำอย่าง Inno64, BMC, Poprace, Xcartoys และอีกมากมาย รวมถึง Thailand Special Edition ที่ผลิตขึ้นเพื่อแฟนๆ งานนี้โดยเฉพาะ พร้อมร่วมสนุกไปกับโชว์รถจริงที่เป็นต้นแบบของโมเดล การแข่งขันประกวดโมเดลและฉากจำลองสุดสร้างสรรค์ โซนเวิร์กช็อปและมินิคลาสสำหรับมือใหม่ และสายสะสมยังสามารถช้อปของหายากจากร้านค้าชั้นนำทั่วประเทศ ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.thailanddiecastexpo.com และ @ThailandDiecastExpo (Facebook / Instagram / TikTok / Line)

พาราไดซ์ พาร์ค พาย้อนยุคสัมผัสโลกจูราสสิค อาณาจักรแห่งโลกดึกดำบรรพ์สุดยิ่งใหญ่

พาราไดซ์ พาร์ค พาย้อนยุคสัมผัสโลกจูราสสิค อาณาจักรแห่งโลกดึกดำบรรพ์สุดยิ่งใหญ่

พาราไดซ์ พาร์ค พาย้อนยุคสัมผัสโลกจูราสสิค อาณาจักรแห่งโลกดึกดำบรรพ์สุดยิ่งใหญ่

วันพฤหัสบดี ที่ 17 กรกฎาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

การผจญภัยครั้งใหม่เริ่มต้นขึ้นแล้ว! พาราไดซ์ พาร์ค ศูนย์การค้าในเครือ เอ็ม บี เค ชวนทุกครอบครัวมาเปิดประสบการณ์สุดตื่นเต้น ในงาน PARADISE PARK DINOSAUR KINGDOM พบกับกองทัพไดโนเสาร์สุดสมจริงจาก สวนไดโนเสาร์พัทยา มาให้ชาวศรีนครินทร์ได้ตื่นตาตื่นใจแบบใกล้ชิด

ไฮไลต์เด็ดของงานนี้ คือการปรากฏตัวของเจ้าแห่งไดโนเสาร์อย่าง T-REX ขนาดใหญ่กว่า 12 เมตร ตั้งตระหง่านอยู่บริเวณหน้าศูนย์การค้าฯ คอยต้อนรับผู้ร่วมผจญภัยทุกคน ขณะเดียวกันบริเวณลานลานรอยัล พาร์ค พลาซ่า ชั้น 1  ได้เนรมิตให้กลายเป็นอาณาจักรแห่งโลกดึกดำบรรพ์สุดยิ่งใหญ่ เต็มไปด้วยกองทัพไดโนเสาร์หลากหลายสายพันธุ์ที่สามารถเคลื่อนไหวและส่งเสียงได้เสมือนมีชีวิตจริง! ไม่ว่าจะเป็น อินโดแรปเตอร์ สเตโกซอรัส ไทรเซอราทอปส์ เวโลซีแรปเตอร์ ดิโลโฟซอรัส และสายพันธุ์หายากอีกมากมาย ที่น้อง ๆ หนู และครอบครัวสามารถเข้ามาสัมผัสอย่างใกล้ชิด 

บรรยากาศภายในงานเป็นไปอย่างคึกคัก ได้รับความสนใจและการตอบรับเป็นอย่างดีจากลูกค้าและประชาชนทั่วไปที่เดินทางมาเข้าร่วมกิจกรรมอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะมาถ่ายภาพกับไดโนเสาร์ เลือกซื้อสินค้าของที่ระลึกภายในงาน รวมถึง น้อง ๆ หนู ๆ ต่างสนุกสนานกับกิจกรรมในโซนต่าง ๆ ได้แก่  Dino Walking การขี่ไดโนเสาร์เดินได้เสมือนจริง Dino Rider การขี่ไดโนเสาร์เคลื่อนไหวขนาดใหญ่ Dino Hug การอุ้มลูกไดโนเสาร์ตัวจิ๋ว และ Fossil Dig Kit การขุดฟอสซิลไดโนเสาร์จำลอง ตลอดทั้งวัน รวมทั้งกิจกรรม MEET & GREET ที่คุณจะใกล้ชิดถ่ายรูปกับไดโนเสาร์เสมือนจริง อีกด้วย

มาร่วมย้อนเวลากลับสู่ยุคจูราสสิคที่เต็มไปด้วยความมหัศจรรย์ของสิ่งมีชีวิตในอดีต กับการผจญภัยครั้งใหม่ ที่จะทำให้วันธรรมดาของคุณกลายเป็นวันสุดพิเศษ! ที่งาน PARADISE PARK DINOSAUR KINGDOM ตั้งแต่วันนี้ – วันอาทิตย์ที่ 20 กรกฎาคม 2568 ตั้งแต่เวลา 11.00 น. – 20.00 น. ณ ลานรอยัล พาร์ค พลาซ่า ชั้น 1 ศูนย์การค้าพาราไดซ์ พาร์ค

“ฮอนด้า แอลพีจีเอ ไทยแลนด์ 2025” ขับเคลื่อนการให้อย่างต่อเนื่อง ส่งต่อเงินบริจาค 2,149,000 บาท แก่ศิริราชมูลนิธิ เพื่อสนับสนุนอนาคตทางการแพทย์

“ฮอนด้า แอลพีจีเอ ไทยแลนด์ 2025” ขับเคลื่อนการให้อย่างต่อเนื่อง ส่งต่อเงินบริจาค 2,149,000 บาท แก่ศิริราชมูลนิธิ เพื่อสนับสนุนอนาคตทางการแพทย์

“ฮอนด้า แอลพีจีเอ ไทยแลนด์ 2025” ขับเคลื่อนการให้อย่างต่อเนื่อง ส่งต่อเงินบริจาค 2,149,000 บาท แก่ศิริราชมูลนิธิ เพื่อสนับสนุนอนาคตทางการแพทย์

วันพุธ ที่ 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2568, 16.40 น.

การแข่งขันกอล์ฟสตรีระดับโลก “ฮอนด้า แอลพีจีเอ ไทยแลนด์ 2025” สานต่อเจตนารมณ์แห่งการให้ สนับสนุนและส่งต่อความช่วยเหลือสู่สังคมไทยอย่างต่อเนื่อง ด้วยการมอบเงินบริจาคจากกิจกรรมประมูลไอเทมสุดพิเศษและของรักจากนักกอล์ฟระดับโลกในงาน “Honda LPGA Thailand 2025 Charity Night” รวมกับเงินสมทบอื่น ๆ ทั้งสิ้น 2,149,000 บาท ให้แก่ศิริราชมูลนิธิ เพื่อสมทบกองทุนเพื่อผู้ป่วยด้อยโอกาส ฯ ถวายเป็นพระราชกุศลเนื่องในวาระ 70 พรรษา สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ในการให้ความช่วยเหลือผู้ป่วยที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ของโรงพยาบาลศิริราช และเพื่อสนับสนุนการดำเนินงานด้านการแพทย์และสาธารณสุข เช่น การจัดหาเครื่องมือแพทย์ที่จำเป็น การส่งเสริมงานวิจัยทางการแพทย์ การมอบทุนการศึกษาแก่นักศึกษาแพทย์ การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านสาธารณสุข และการยกระดับศักยภาพของบุคลากรทางการแพทย์ เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงบริการทางการแพทย์ที่มีคุณภาพอย่างทั่วถึง 

กิจกรรม Honda LPGA Thailand 2025 Charity Night จัดขึ้นเมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2568 ณ โรงแรมเมอเวนพิค สยาม นาจอมเทียน พัทยา จังหวัดชลบุรี โดย ไฮไลต์ของงาน คือ การประมูลของที่ระลึกสุดพิเศษจากนักกอล์ฟระดับโลกที่เข้าร่วมการแข่งขัน อาทิ  ถุงกอล์ฟรุ่นพิเศษจากฮอนด้าพร้อมลายเซ็นจากนักกอล์ฟทั้ง 72 คนที่เข้าร่วมการแข่งขัน, พัตเตอร์และเสื้อกอล์ฟของ แพตตี้–ปภังกร ธวัชธนกิจ, ธงพร้อมลายเซ็นของนักกอล์ฟหญิงไทยทั้ง 12 คนที่ร่วมแข่งขัน, ภาพวาดโปสเตอร์การแข่งขันที่มีลายเซ็นของนักกอล์ฟระดับโลก 5 คน ได้แก่ จีโน่–อาฒยา ฐิติกุล, แพตตี้–ปภังกร ธวัชธนกิจ, รัวหนิง หยิน, ยูกะ ซาโสะ และบรู๊ค เอ็ม เฮนเดอร์สัน รวมถึงเหล็ก 3 ของจอร์เจีย ฮอลล์, เวดจ์ของพี่น้องฝาแฝดจากญี่ปุ่น ชิซาโตะ และ อากิเอะ อิวาอิ และรองเท้ากอล์ฟของซีลีน บูติเยร์

กิจกรรมนี้ ถือเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมเพื่อสังคมที่จัดควบคู่กับการแข่งขันมาอย่างต่อเนื่อง โดยผู้จัดการแข่งขันได้ร่วมมือกับนักกอล์ฟและพันธมิตรในการระดมทุนเพื่อมอบให้แก่ศิริราชมูลนิธิ ซึ่งตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา รวมถึงการบริจาคในปีนี้ มีมูลค่ายอดเงินบริจาคสะสมกว่า 8 ปี จากกิจกรรมดังกล่าว รวม 13,171,730 บาท

การแข่งขัน “ฮอนด้า แอลพีจีเอ ไทยแลนด์” เป็นรายการกอล์ฟสตรีระดับโลกที่จัดขึ้นในประเทศไทยมาอย่างต่อเนื่องถึง 18 ครั้ง ได้รับความสนใจอย่างล้นหลามทั้งจากนักกอล์ฟระดับโลกและแฟนกีฬาทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ  โดยมุ่งมั่นในการยกระดับวงการกอล์ฟไทย เปิดโอกาสให้นักกอล์ฟไทยได้ร่วมแข่งขันในเวทีระดับโลก พร้อมส่งเสริมกิจกรรมเพื่อสังคมอย่างต่อเนื่อง สะท้อนความตั้งใจของฮอนด้าและพันธมิตรในการสนับสนุนและส่งเสริมกีฬา เพื่อเป็นพลังขับเคลื่อนสังคมไทยสู่อนาคตที่ดีขึ้นอย่างยั่งยืน

ลูกเสือไทยคิดผลิต ‘กล่องลูกเสือแซบอีหลี’ ส่งให้ทหาร ตำรวจชายแดน

ลูกเสือไทยคิดผลิต ‘กล่องลูกเสือแซบอีหลี’ ส่งให้ทหาร ตำรวจชายแดน

ลูกเสือไทยคิดผลิต ‘กล่องลูกเสือแซบอีหลี’ ส่งให้ทหาร ตำรวจชายแดน

วันพุธ ที่ 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2568, 16.19 น.

มูลนิธิส่งเสริมการลูกเสือแห่งประเทศไทย โดย ดร. อาทร จันทวิมล ประธานมูลนิธิฯ นำทีมลูกเสือไทยคิดผลิต “กล่องลูกเสือแซบอีหลี” ภายในประกอบด้วย น้ำปลาร้า  หอมแดง กระเทียม ปลาแห้ง น้ำตาล  มะนาว พริกแห้ง น้ำพริกคลุกข้าว  และ ธนบัตร 50 บาท เพื่อจัดส่งให้กับทหาร ตำรวจชายแดน ที่ปฏิบัติหน้าที่ตามแนวชายแดนต่อไป

อสมท ร่วมพันธมิตร จัดเต็ม ‘DORAEMON BIRTHDAY PARTY 2025’ ฉลองวันเกิดโดราเอมอน ครั้งแรกในไทย

อสมท ร่วมพันธมิตร จัดเต็ม ‘DORAEMON BIRTHDAY PARTY 2025’ ฉลองวันเกิดโดราเอมอน ครั้งแรกในไทย

อสมท ร่วมพันธมิตร จัดเต็ม ‘DORAEMON BIRTHDAY PARTY 2025’ ฉลองวันเกิดโดราเอมอน ครั้งแรกในไทย

วันพุธ ที่ 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2568, 15.59 น.

อสมท ร่วมกับพันธมิตร AI Thailand ศูนย์การค้าเซ็นทรัล พระราม 3 และ Major Cineplex จัดงาน “Doraemon Birthday Party 2025” เฉลิมฉลองวันเกิดโดราเอมอน ครั้งแรกในประเทศไทย พร้อมกิจกรรมสุดพิเศษ ระหว่างวันที่ 1–3 กันยายน 2568 ณ ชั้น 1 ศูนย์การค้าเซ็นทรัล พระ ราม 3

ไฮไลท์สุดพิเศษสำหรับแฟนๆ ที่มาร่วมปาร์ตี้ฉลองวันเกิดให้โดราเอมอน ในวันที่ 3 กันยายน 2568 ซึ่งตรงกับวันครบรอบวันเกิดของโดราเอมอน โดยจะมีกิจกรรมปาร์ตี้สุด Exclusive ภายในโรงภาพยนตร์ Major Cineplex  เพียง 500 ที่นั่ง และการแสดงสุดประทับใจ พร้อมด้วยกิจกรรมสุดเซอร์ไพรส์ ลุ้นรับของที่ระลึกภายในงานแบบจัดเต็ม

สำหรับแฟนๆ ที่ไม่ได้มาเข้าร่วมปาร์ตี้วันเกิดสุดพิเศษ สามารถร่วมส่งคำอวยพรวันเกิดผ่านเว็บไซต์ออนไลน์เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งในความทรงจำแสนอบอุ่นครั้งนี้ไปพร้อมกัน ถึง “โดราเอมอน” ผ่านเว็บไซต์ AI Thailand: https://aithailand.co.th/ ได้ตลอดทั้งเดือนกันยายน 2568

ติดตามรายละเอียดกิจกรรมเพื่อรับบัตรฟรี ผ่านช่องทางการแจกบัตร เข้าร่วมงานปาร์ตี้วันเกิดได้ตั้งแต่วันที่ 14 กรกฏาคม 2568 และสามารถติดตามกติกา การร่วมสนุกเพื่อรับบัตรผ่านทางเพจ Doraemon Thailand และ รายการช่อง 9 การ์ตูน ผ่านทางช่อง 9 กด 30 ในช่วงเวลาการออกอากาศการ์ตูนโดราเอมอน 

พบกับความสนุกและความอบอุ่นครั้งยิ่งใหญ่  “Doraemon Birthday Party 2025” งานสุดพิเศษเพื่อเฉลิมฉลองวันเกิด “โดราเอมอน” ตัวการ์ตูนขวัญใจของคนไทยและคนทั่วโลก ระหว่างวันที่ 1-3 กันยายน ที่ชั้น 1 ศูนย์การค้าเซ็นทรัล พระราม 3  

บทความพิเศษ : ‘รู้เขา รู้เขมร’ วิกฤติการณ์ชายแดนไทย–กัมพูชา 2568 สาเหตุ ผลกระทบ และแนวโน้มในอนาคต

บทความพิเศษ : ‘รู้เขา รู้เขมร’ วิกฤติการณ์ชายแดนไทย–กัมพูชา 2568 สาเหตุ ผลกระทบ และแนวโน้มในอนาคต

บทความพิเศษ : ‘รู้เขา รู้เขมร’ วิกฤติการณ์ชายแดนไทย–กัมพูชา 2568 สาเหตุ ผลกระทบ และแนวโน้มในอนาคต

วันพุธ ที่ 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2568, 15.57 น.

ความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับกัมพูชามีทั้งความร่วมมือและความตึงเครียดมายาวนาน โดยในปีพ.ศ.  2568 ความขัดแย้งระหว่างสองประเทศกลับมาเกิดอีกครั้งจากหลายปัจจัย บทความนี้จะวิเคราะห์สาเหตุ ผลกระทบปัจจุบัน และคาดการณ์ล่วงหน้าสิ่งที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต รวมถึงสมมติเหตุการณ์ร้ายแรงที่สุด (Worst-Case Scenario) เพื่อทำความเข้าใจและเตรียมรับมือ  

ข้อพิพาทเรื่องชายแดนไทย กัมพูชา เริ่มขึ้นเพราะกรณีเขาพระวิหารที่ศาลโลกตัดสินให้เป็นของกับพูชาเมื่อพ.ศ. 2505  ต่อมาพ.ศ. 2528-2530 มีการปะทะกันด้วยปืนใหญ่ที่ช่องบก  ความตึงเครียดทวีเพิ่มขึ้น ในวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2568 เมื่อทหารไทยไปห้ามนักท่องเที่ยวกัมพูชาไม่ให้ร้องเพลงชาติเขมรที่ปราสาทตาเมือนธม  ทหารเขมรมาขุดสนามเพลาะ ใกล้ช่องบก  และมีการปะทะกัน ทำให้ทหารกัมพูชาเสียชีวิตไป 1 คน ฝ่ายกัมพูชาได้นำเรื่องเขตแดนไปฟ้องศาลโลก  แต่ฝ่ายไทยปฏิเสธไม่ยอมรับอำนาจศาลโลกเพราะเกรงจะต้องเสียดินแดนเหมือนกรณีเขาพระวิหาร    7 มิถุนายน 2568 ทหารไทยออกคำสั่งจำกัดเวลาผ่านเข้าออกด่านชายแดน แล้วต่อมาเพิ่มมาตรการเป็นการปิดชายแดนห้ามคนและพาหนะทุกชนิดผ่านตลอดชายแดน คืออุบลราชธานี  ศรีสะเกษ สุรินทร์ บุรีรัมย์ สระแก้ว จันทบุรี และตราด   กัมพูชาตอบโต้ด้วยการงดซื้อน้ำมันเชื้อเพลิงและสินค้าไทย   

1. สาเหตุของความขัดแย้ง  ความตึงเครียดในปี พ.ศ.  2568 เกิดจากหลายปัจจัยร่วมกัน ได้แก่:  

1.1 ข้อพิพาทด้านเขตแดน   บริเวณปราสาทพระวิหาร   ช่องบก ปราสาทตาเมือน ตาควาย   เกาะกูด  และพื้นที่ทับซ้อนทางทะล 

1.2 ผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจ     แหล่งน้ำมันและก๊าซธรรมชาติในอ่าวไทย   รายได้จากคาสิโนและคอลเซนเตอร์ในกัมพูชา      

1.3   อิทธิพลมหาอำนาจ .. การที่กัมพูชามีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับจีน ทำให้สหรัฐอเมริกาไม่พอใจ   

1.4  กระแสต่อต้านทักษิณ …กลุ่มที่ไม่พอใจ ต่อต้านทักษิณ ชินวัตร  เช่นพวก สนธิ ลิ้มทองกุล  จตุพร พรหมพันธุ์  ได้ตามไปต่อต้านฮุนเซนและกัมพูชาด้วยจนมีการกล่าวคำก้าวร้าวว่า  “ ถ้ามีอำนาจจะบุกยึดเขาพระวิหาร  พระตะบอง เสียมเรียบ”   ทำให้ฮุนเซนโกรธแค้นมาก

2. ผลกระทบในปัจจุบัน    ความขัดแย้งครั้งนี้ส่งผลต่อทั้งสองประเทศในหลายด้าน:  

2.1 ความมั่นคง: การเพิ่มกำลังทหารตามแนวชายแดน และการปะทะเล็กๆ น้อยๆ ที่อาจทำให้ประชาชนวิตกกังวล  

2.2 เศรษฐกิจ: การปิดพรมแดนของไทย 798 กิโลเมตร   ทำให้ การค้าชายแดนหยุดชะงัก โดยเฉพาะจุดผ่านแดนสำคัญ เช่น อรัญประเทศ-ปอยเปต   ตราด-เกาะกง  และ  สุรินทร์ -โอร์สเม็ด    ส่งผลต่อรายได้ของพ่อค้าและประชาชน บ่อนคาสิโนชายแดนไทย กัมพูชาเกือบต้องปิดตัวลง  ตัดรายได้สำคัญของผู้นำกัมพูชา  

2.3 สังคม: ความรู้สึกชาตินิยมที่พุ่งสูงขึ้นทั้งสองฝ่าย นำไปสู่การเหยียดเชื้อชาติหรือความเกลียดชังระหว่างประชาชน   ซึ่งอาจลุกลามแบบที่ มีการเผาสถานทูตไทยในกัมพูชา ในพ.ศ. 2546

2.4 การท่องเที่ยว: นักท่องเที่ยวหลีกเลี่ยงการท่องเที่ยวทั้งสองประเทศ

3. สิ่งที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต  

3.1 การเจรจาเพื่อลดความตึงเครียด: อาจมีมาเลเซียหรือจีนมาเป็นคนกลางเจรจาไกล่เกลี่ย ยุติความขัดแย้ง

3.2 การปะทะจำกัดวง: การสู้รบขนาดเล็กอาจเกิดขึ้นเป็นระยะ แต่ทั้งสองฝ่ายอาจควบคุมไม่ให้ขยายตัว  

3.3 มาตรการทางเศรษฐกิจ: เช่น การควบคุม หรือห้ามการนำเข้าส่งออกหรือการเพิ่มภาษีศุลกากร  สินค้าหรือบริการบางอย่าง เช่น มันสำปะหลัง  ผักผลไม้  น้ำมันเชื้อเพลิง    การรักษาพยาบาล  

4. หากความรุนแรงบานปลายถึงที่สุด (Worst-Case Scenario):

4.1สงครามเต็มรูปแบบ: การใช้กำลังทหารขนาดใหญ่ทั้งทางบกและทางอากาศ ส่งผลให้มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตจำนวนมาก โดยเฉพาะพื้นที่ชายแดน  แบบที่เคยเกิดที่ช่องบก พ.ศ.2528-2530

4.2 ผู้ลี้ภัย: ประชาชนทั้งสองฝ่ายอาจอพยพหนีการสู้รบ หลายหมื่นคน   เหมือนสมัยสงครามเขมรแดง พ.ศ. 2518

4.3 เศรษฐกิจของทั้งสองประเทศพังทลาย: การลงทุนจากต่างชาติหยุดชะงัก ค่าเงินอ่อนตัว ราคาสินค้าพุ่งสูง  ทองคำขึ้นราคา

5. ควรเตรียมตัวอย่างไร?  

ความขัดแย้งไทย-กัมพูชาเป็นประเด็นที่ต้องจับตามองอย่างใกล้ชิด ประชาชนควรจะเตรียมตัว:  

5.1 ติดตามข่าวสารจากแหล่งที่น่าเชื่อถือ  ระวังข่าวหลอกลวง  ข้อมูลบิดเบือน    หรือข่าวปลอมเพื่อสร้างสถานการณ์  

5.2  หลีกเลี่ยงการเผยแพร่ข้อมูลที่อาจสร้างความแตกแยก  

5.3 เตรียมแผนรับมือกรณีเกิดวิกฤต เช่น เก็บเงินไว้ใช้ในกรณีฉุกเฉิน  ซื้อทองคำแท่ง  จัดกระเป๋าเตรียมอพยพ  

โดย: สุริยพงศ์

MILKLAB ร่วมส่งเสริมผลักดันวัฒนธรรมคาเฟ่ในไทยกับงาน ‘Brew Your Vibes’ ที่สยามเซ็นเตอร์

MILKLAB ร่วมส่งเสริมผลักดันวัฒนธรรมคาเฟ่ในไทยกับงาน  ‘Brew Your Vibes’ ที่สยามเซ็นเตอร์

MILKLAB ร่วมส่งเสริมผลักดันวัฒนธรรมคาเฟ่ในไทยกับงาน ‘Brew Your Vibes’ ที่สยามเซ็นเตอร์

วันพุธ ที่ 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2568, 15.41 น.

MILKLAB แบรนด์นมทางเลือกชั้นนำจากออสเตรเลียที่พัฒนาจากพืช เตรียมมอบประสบการณ์คาเฟ่สุดพิเศษให้กับคอกาแฟชาวไทย ในงาน “Brew Your Vibes” ในวันที่ 19–20 กรกฎาคม 2568 ณ บริเวณ Atrium 2 ศูนย์การค้าสยามเซ็นเตอร์ ผู้ร่วมงานจะได้สัมผัสวัฒนธรรมคาเฟ่แนวใหม่ พร้อมแนะนำผลิตภัณฑ์นมพืชระดับพรีเมียมจาก MILKLAB ที่โดดเด่นทั้งในด้านรสชาติ เนื้อสัมผัส และความสามารถในการเข้ากับกาแฟอย่างลงตัว โดยเฉพาะเมนู Iced Strawberry Matcha และ Iced Pistachio Latte ที่พร้อมเสิร์ฟฟรีในงานวันละ 200 แก้ว (จนกว่าของจะหมด)

ในงานมีกิจกรรรมให้ผู้เข้าร่วมได้มีส่วนร่วมอย่างแท้จริง ไม่ว่าจะเป็นการลิ้มมลองรสชาติกาแฟที่แตกต่าง และถ่ายภาพเช็คอินสุดสวยเป็นที่ระลึก ไฮไลต์ของงาน พบกับ Mikael Jasin แชมป์โลกบาริสต้า 2024 แบรนด์แอมบาสเดอร์ของ MILKLAB ที่จะมาจัดกิจกรรม “Omakafe” เพื่อส่งมอบประสบการณ์การจับคู่กาแฟกับนมพืชผ่านรสชาติใหม่ที่ไม่คาดคิดมาก่อนให้กับผู้โชคดี นอกจากนี้ ภายในงานยังมีการสาธิตลาเต้อาร์ตและเมนูพิเศษจาก คุณมุก MILKLAB Brand Ambassador ของไทย พร้อมดื่มด่ำกับเสียงเพลงจากดีเจชื่อดังอย่าง Taidy, Patra, Bestboi และ Esspee ที่จะมาสร้างบรรยากาศชิล ๆ ตลอดงาน นอกจากนี้ยังมีของขวัญ ของที่ระลึก และส่วนลดสำหรับ กาแฟ อีกมากมายเตรียมมอบให้ผู้เข้าร่วมกิจ กรรมต่างๆ

MILKLAB ได้รับการยอมรับจากร้านกาแฟในออสเตรเลียว่าเป็นแบรนด์นมพืชสำหรับบาริสต้าอันดับ 1  และยังขยายตลาดสู่กว่า 20 ประเทศทั่วโลก การจัดงานครั้งนี้จึงไม่เพียงตอกย้ำความสำคัญของตลาดกาแฟและวัฒนธรรมคาเฟ่ที่แข็งแกร่งในประเทศไทย แต่ยังเป็นการเชื่อมโยงชุมชนคอกาแฟ บาริสต้า และผู้ประกอบการร้านกาแฟให้ร่วมสร้างวัฒนธรรมใหม่ที่ยั่งยืนและสร้างแรงบันดาลใจให้ทุกคน

กิจกรรม Brew Your Vibes โดย MILKLAB เปิดให้เข้าร่วมฟรี ระหว่างเวลา 10:30–18:00 น. วันที่ 19 และ 20 กรกฎาคม 2568 ที่สยามเซ็นเตอร์ Atrium 2 ผู้สนใจเข้าร่วม Omakafe กับ Mikael Jasin สามารถลงทะเบียนล่วงหน้าที่ https://docs.google.com/forms/d/e/1FAIpQLSebFauk-X7hXSdsPkLDx_VGckmeSjC6Q7UtcXSBNi_pUZcHXQ/viewform