คุณแหน: 31 กรกฎาคม 2569

คุณแหน: 31 กรกฎาคม 2569

คุณแหน: 31 กรกฎาคม 2569

วันศุกร์ ที่ 31 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 01.00 น.

•• พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี จะเสด็จพระราชดำเนินไปในการพระราชทานเพลิงศพ นพ.ปราเสริฐ ปราสาททองโอสถ ณ เมรุหลวงหน้าพลับพลาอิศริยาภรณ์ วัดเทพศิรินทราวาส 8 สิงหาคม เวลา17.00 น…

•• อโรชา นันทมนตรี ผวจ.นครปฐม เป็นประธานในกิจกรรมปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำ 200,000 ตัว เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 28 กรกฎาคม 2569 พร้อมด้วย ปชช.ในพื้นที่เข้าร่วมกิจกรรมเป็นจำนวนมาก เพื่อเทิดพระเกียรติและถวายเป็นพระราชกุศลแด่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว อีกทั้งเพื่อส่งเสริมให้มีส่วนร่วมในการปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำ อนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและเพิ่มพูนปริมาณสัตว์น้ำในแหล่งน้ำให้อุดมสมบูรณ์มากขึ้น..

•• แนน บุณย์ธิดา สมชัย รมช.กระทรวงดิจิทัลฯ เป็นประธานเปิด การประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อเปิดมุมมองอนาคตเทคโนโลยีควอนตัม ที่จัดโดย ดีป้า และ บจ.ไอบีเอ็ม ประเทศไทย โดยมี ดร.ศุภกร สิทธิไชย, อโณทัย เวทยากร, ดร.พีรเดช ณ น่าน และ ดร.ปรีสาร รักวาทิน ร่วมงาน..

•• ชาว CDA#2 ร่วมยินดีกับ รพีภัทร์ จันทรศรีวงศ์ ที่ได้เป็น ว่าที่ ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์..

•• เฉลิมพันธ์ สุวรรณประกร เปิดบ้านพัฒนาการ ชวนมิตรสหายกว่า 20 คน มาฉลองวันเกิด 8 รอบ ให้ ท่านผู้หญิงเพ็ญศรี วัชโรทัย งานนี้ สุภาพ กตัญญู, อินทิรา ยมนาค, กอบทิพย์ ศรีจอมขวัญ, บรรเจิด-วิไลภรณ์ ลบล้ำเลิศ, เกตุลักษณ์ คิดวรคุณ ธาดาติสรณ์ ไม่พลาด..

•• วิฑูลรย์ ศิริวิโรจน์ เป็นประธานเปิด “โครงการปลูกป่าและอนุรักษ์ป่าบริเวณโดยรอบท่าเรือพาณิชย์เชียงแสน 30 ไร่ ในพื้นที่วัดพระธาตุผาเงา (5 ไร่) และบริเวณบ้านทุ่ง อ.เชียงแสน จ.เชียงราย (25 ไร่) ประจำปี 2569 พร้อมด้วย ว่าที่ร้อยตรี รัฐกร เขียวไพศาล รักษาการแทน ผอ.การท่าเรือฯ (กทท.) เจ้าหน้าที่และปชช.ในพื้นที่ อ.เชียงแสนเข้าร่วมโครงการฯ เพื่อเพิ่มปริมาณผืนป่าและฟื้นฟูระบบนิเวศให้สมบูรณ์ ซึ่งส่งผลดีต่อคุณภาพชีวิตของชุมชน..

•• ชื่นชม สินชัย ลือสุขประเสริฐ รองประธาน มูลนิธิกำลังใจ ไปมอบทุนการศึกษาให้แก่นักเรียน รร.บ้านหนองหาดใหญ่ จ.สมุทรสาคร นอกจากนี้ ‘คุณจิว’ ยังนำทีมเยาวชนจิตอาสาจาก “โครงการเยาวชนกล้าทำดีทำเป็นธรรม รุ่นที่ 4” ร่วมแรงร่วมใจพัฒนาและปรับปรุงสภาพแวดล้อมภายใน รร.ให้เอื้อต่อการเรียนรู้ น่าอยู่และปลอดภัยยิ่งขึ้นสำหรับนักเรียนทุกคน..

•• ไม่เจอกันนาน ปกรณ์ ลี้สกุล ชวน ธนาศักดิ์ ทรัพย์หิรัญกุล, ดร.ฐัช หัชลีฬหา, อัญชลี จรัสยศวุฒิชัย, นิมิต สุขประเสริฐ มาสังสรรค์อัปเดตชีวิตกัน..

•• สุวิตา จรัญวงศ์ ช่วยบริจาคเงินเพื่อการศึกษาเยาวชนผู้ด้อยโอกาส มูลนิธิเพื่อการศึกษาของสมาคมการตลาดแห่งประเทศไทย..

••เฉลิมกุล อภิบุณโยภาส วันเกิดไปทำบุญโลงศพให้ นิติเวช รพ.ตำรวจ..

•• ยศธน  กิจกุศล BCC 128 เจ้าของร้าน เยโล่ โอชา เลี้ยงยินดีให้กับทีมนักฟุตบอลเยาวชน รร.กรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย ที่ชนะเลิศฟุตบอลกรมพลศึกษาประจำปี 2569 รุ่นอายุไม่เกิน 18 ปี ก. งานนี้มีคณะกรรมการสมาคมศิษย์เก่า BCC ร่วมด้วย..••

เช็กอิน ‘กว๊านพะเยา’ สัมผัสนวัตกรรม ‘ชาบัวพรีเมียม’ ลิ้มรสปลาส้มทอดสูตรโบราณมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม

เช็กอิน ‘กว๊านพะเยา’ สัมผัสนวัตกรรม ‘ชาบัวพรีเมียม’ ลิ้มรสปลาส้มทอดสูตรโบราณมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม

เช็กอิน ‘กว๊านพะเยา’ สัมผัสนวัตกรรม ‘ชาบัวพรีเมียม’ ลิ้มรสปลาส้มทอดสูตรโบราณมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม

วันพฤหัสบดี ที่ 30 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 16.18 น.

“เต้ย พงศกร ” พิธีกรหนุ่ม ” หอมแผ่นดิน กลิ่นไอเกษตร ” ชวนเพื่อนซี้สาย Healthy “เต๋า เศรษฐพงศ์” เดินทางไปสัมผัสมนต์เสน่ห์แห่งเมืองอู่นํ้า ณ  จังหวัดพะเยา ดินแดนที่เปี่ยมด้วยความ อุดมสมบูรณ์ของทรัพยากรธรรมชาติเริ่มต้นทริปด้วยความสิริมงคล ณ ลานหน้า”อนุสาวรีย์พ่อขุนงําเมือง” จุดศูนย์รวมจิตใจของชาวพะเยาริมกว๊านพะเยา  ก่อนจะพากันไปสัมผัสบรรยากาศสโลว์ไลฟ์  ด้วยการนั่ง “เรือแจวพื้นบ้าน”ฝ่าผืนนํ้าที่กว้างใหญ่ที่สุดในภาคเหนือประมาณ 15 นาที เพื่อไปกราบขอพรหลวงพ่อศิลา ณ “วัดติโลกอาราม” โบราณสถานกลางนํ้ายุคอาณาจักรล้านนาที่มีอายุกว่า 500 ปี และที่พลาดไม่ได้กับการเติมพลังที่ร้านในตํานานอย่าง “ร้านปลาส้มไร้ก้าง แม่ทองปอน”ลิ้มรสปลาส้มทอดสูตรโบราณเนื้อแน่นรสชาติเปรี้ยวกลมกล่อม ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็น “มรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม” ท่ามกลางบรรยากาศริมกว๊านพะเยาสุดฟิน     

จากนั้นออกเดินทางเจาะลึกอาณาจักร “บัวศิริ ชาบัวกว๊านพะเยา” พิสูจน์ความมหัศจรรย์ของ “บัวหลวงชนิดดอกสีชมพู” พืชท้องถิ่นที่เป็นเอกลักษณ์แห่งกว๊านพะเยา พบกับการเปลี่ยนกลีบและเกสรบัวให้กลายเป็นผลิตภัณฑ์พรีเมียม ผ่านนวัตกรรม Smart Drying ที่ช่วยล็อกกลิ่นหอมและรักษาคุณค่าสารต้านอนุมูลอิสระ บํารุงหัวใจไว้อย่างครบถ้วน จนยกระดับสู่ชาพรีเมียม โดยมี ธ.ก.ส. เป็นพาร์ทเนอร์สําคัญที่คอยสนับสนุนทั้งเงินทุนหมุนเวียน และองค์ความรู้ด้านนวัตกรรมการแปรรูปอัจฉริยะ เพื่อสร้างงานสร้างรายได้กลับคืนสู่ชุมชนรอบกว๊านพะเยาอย่างยั่งยืน

ติดตามความสนุก พร้อมแรงบันดาลใจในการเปลี่ยนพืชพื้นบ้านให้กลายเป็นสินค้าสุด    พรีเมียมได้ ในรายการ “หอมแผ่นดิน กลิ่นไอเกษตร” ในวันเสาร์ที่ 1 สิงหาคมนี้ เวลา 20.20 น. ทางช่อง 9 MCOT HD กด 30

คณะแพทย์ฯ มข. ผนึกกำลังเครือข่าย ยกระดับ “การแพทย์แม่นยำ” พลิกโฉมการรักษามะเร็งไทย

คณะแพทย์ฯ มข. ผนึกกำลังเครือข่าย ยกระดับ

คณะแพทย์ฯ มข. ผนึกกำลังเครือข่าย ยกระดับ “การแพทย์แม่นยำ” พลิกโฉมการรักษามะเร็งไทย

วันพฤหัสบดี ที่ 30 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 15.55 น.

ศูนย์บริการทางการแพทย์ชั้นเลิศ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ผนึกกำลังเครือข่าย เดินหน้ายกระดับการดูแลผู้ป่วยมะเร็งสู่ยุคการแพทย์แม่นยำ (Precision Medicine) ผ่านงานประชุมวิชาการ “ONCOVERSE Khon Kaen: The 3rd Oncology NGS Network” มุ่งเน้นการใช้เทคโนโลยีตรวจพันธุกรรมขั้นสูงเพื่อการรักษาที่ตรงจุด พร้อมสร้างเครือข่ายความร่วมมือระดับประเทศ พลิกโฉมการดูแลผู้ป่วยมะเร็งให้เข้าถึงการรักษาที่มีประสิทธิภาพอย่างเท่าเทียม
 
จาก “ชนิดของโรค” สู่ “ข้อมูลระดับโมเลกุล” เพื่อการรักษาที่แม่นยำยิ่งขึ้น

รศ. นพ.โกสินทร์ วิระษร หัวหน้าศูนย์ความเป็นเลิศด้านโรคมะเร็ง และรองคณบดีฝ่ายวิชาการ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น กล่าวว่า “ปัจจุบันการรักษาโรคมะเร็งไม่ได้อาศัยเพียงการวินิจฉัยชนิดของโรคเท่านั้น แต่ยังต้องอาศัยข้อมูลระดับโมเลกุล เพื่อช่วยเลือกแนวทางการรักษาที่เหมาะสมกับผู้ป่วยแต่ละราย ซึ่งการตรวจตัวบ่งชี้ทางชีวภาพ (Biomarkers) และเทคโนโลยีการถอดรหัสพันธุกรรม NGS (Next-Generation Sequencing) เป็นองค์ประกอบสำคัญของการดูแลรักษาผู้ป่วยมะเร็งในยุคการแพทย์แม่นยำ”


 
 ผศ. นพ.กุณฑล วิชาจารย์ ผู้เชี่ยวชาญด้านเวชพันธุศาสตร์ ศูนย์ความเป็นเลิศทางห้องปฏิบัติการตรวจวินิจฉัยระดับชีวโมเลกุลทางการแพทย์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น กล่าวว่า “การตรวจวินิจฉัยระดับชีวโมเลกุลมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนการแพทย์แม่นยำ โดยเฉพาะการดูแลผู้ป่วยโรคมะเร็ง ซึ่งข้อมูลทางพันธุกรรมช่วยสนับสนุนการวินิจฉัย การพยากรณ์โรค และการเลือกแนวทางการรักษาที่เหมาะสมกับผู้ป่วยแต่ละราย อย่างไรก็ตาม การสร้างประโยชน์สูงสุดจากเทคโนโลยีเหล่านี้ไม่ได้ขึ้นอยู่กับเครื่องมือเพียงอย่างเดียว แต่ต้องอาศัยมาตรฐานของห้องปฏิบัติการ คุณภาพของการตรวจ และการบูรณาการข้อมูลร่วมกับทีมผู้ดูแลรักษา”


 
จีโนมิกส์ประเทศไทย ขับเคลื่อนเทคโนโลยีการแพทย์แม่นยำเพื่อยกระดับระบบสุขภาพของประเทศ

ดร.นุสรา สัตย์เพริศพราย ผู้จัดการงานวิจัย สำนักวิจัยและพัฒนาจีโนมิกส์ สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข (สวรส.) นำเสนอทิศทางการขับเคลื่อน “การแพทย์แม่นยำในโรคมะเร็ง” (Precision Oncology) ผ่านโครงการจีโนมิกส์ประเทศไทย โดยชี้ให้เห็นว่า การตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านมด้วยชุดตรวจมาตรฐานฝั่งตะวันตก ที่ตรวจเพียงสองยีน (BRCA1/BRCA2) อาจพลาดการตรวจพบการกลายพันธุ์ที่ก่อให้เกิดมะเร็งเต้านมแบบถ่ายทอดทางพันธุกรรมในผู้ป่วยไทยถึง 68% โดยเฉพาะยีน ATM ซึ่งตรวจพบการกลายพันธุ์ในยีนดังกล่าวมากเป็นพิเศษในกลุ่มผู้ป่วยมะเร็งเต้านมชาวไทย แต่พบน้อยในประชากรผิวขาว 

ซึ่ง สวรส. ได้สนับสนุนทุนวิจัยเพื่อผลักดันการพัฒนาชุดตรวจยีนเสี่ยงมะเร็งจำเพาะสำหรับดีเอ็นเอของคนไทย (Multi-Gene Panel) ถือเป็นตัวอย่างสำคัญจากหลายๆโครงการภายใต้แผนฯจีโนมิกส์ประเทศไทย เพื่อขับเคลื่อนเทคโนโลยีการแพทย์แม่นยำที่ใช้ข้อมูลดีเอ็นเอเพื่อยกระดับระบบสุขภาพของประเทศ และในแผนฯจีโนมิกส์ประเทศไทย ระยะที่ 2 (พ.ศ. 2570–2575) อยู่ระหว่างเสนอขอความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรี มีเป้าหมายถอดรหัสพันธุกรรมเพิ่มเป็น 200,000 ราย เพื่อผลักดันโรคมะเร็งและการแพทย์แม่นยำสู่ระบบสาธารณสุขไทยอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน

ยกระดับความร่วมมือเพื่อสร้างผลลัพธ์ที่ยั่งยืน
 
ผศ. นพ.กุณฑล กล่าวย้ำว่า “ONCOVERSE เป็นเวทีที่ช่วยเชื่อมโยงผู้เชี่ยวชาญจากหลากหลายสาขา ตั้งแต่นักวิทยาศาสตร์ห้องปฏิบัติการ แพทย์ พยาบาล นักวิจัย ไปจนถึงผู้กำหนดนโยบาย เพื่อร่วมแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และพัฒนาเครือข่ายด้านการตรวจวินิจฉัยทางพันธุกรรม ความร่วมมือเช่นนี้จะเป็นกลไกสำคัญในการยกระดับศักยภาพของระบบห้องปฏิบัติการ และเพิ่มการเข้าถึงการตรวจที่มีคุณภาพ เพื่อสนับสนุนการดูแลผู้ป่วยมะเร็งด้วย Precision Medicine ได้อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน”

“ความร่วมมือของทุกภาคส่วนจะช่วยให้การตรวจวินิจฉัยมีประสิทธิภาพมากขึ้น ลดระยะเวลาการเข้าถึงการรักษา และเพิ่มโอกาสที่ผู้ป่วยจะได้รับการรักษาที่ตรงกับลักษณะของโรคในเวลาที่เหมาะสม ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการดูแลผู้ป่วยมะเร็งในปัจจุบัน” รศ. นพ.โกสินทร์ กล่าวทิ้งท้าย

ภายในงานประชุมวิชาการยังได้รับเกียรติจาก ศ.นพ.มานพ พิทักษ์ภากร หัวหน้าศูนย์วิจัยเป็นเลิศด้านการแพทย์แม่นยำ ศูนย์จีโนมิกส์ศิริราช และ นพ.ภาสกร วันชัยจิระบุญ ประธานศูนย์จีโนมิกส์ โรงพยาบาลพระปกเกล้า ร่วมถ่ายทอดองค์ความรู้และแลกเปลี่ยนมุมมองด้านการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีจีโนมิกส์ในการดูแลผู้ป่วยมะเร็ง

การประชุมครั้งนี้สะท้อนให้เห็นว่า การยกระดับการดูแลผู้ป่วยมะเร็งด้วยเทคโนโลยีจีโนมิกส์จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งการพัฒนาองค์ความรู้ทางวิชาการ การเสริมสร้างศักยภาพของห้องปฏิบัติการ และการบูรณาการการทำงานตั้งแต่ระดับคลินิกจนถึงระดับนโยบาย เพื่อผลักดันให้ผู้ป่วยสามารถเข้าถึงการตรวจวินิจฉัยและการรักษาที่เหมาะสมได้อย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืน

‘เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี’ เสด็จเปิดนิทรรศการ “YOUNG รักษ์ทะเล SEA THE CHANGE”

‘เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี’ เสด็จเปิดนิทรรศการ

‘เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี’ เสด็จเปิดนิทรรศการ “YOUNG รักษ์ทะเล SEA THE CHANGE”

วันพฤหัสบดี ที่ 30 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 15.44 น.

สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา เสด็จเป็นองค์ประธานเปิดงานนิทรรศการด้านการอนุรักษ์ทะเลแห่งปี “YOUNG รักษ์ทะเล SEA THE CHANGE : สร้างโลกทะเลใหม่ ด้วยมือเรา” ที่เปิดพื้นที่ให้ทุกคนได้เรียนรู้ ลงมือทำ และร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการฟื้นฟูทะเลไทย ในวันที่ 29 กรกฎาคม 2569 ณ NEX Hall ชั้น 5 ศูนย์การค้าสยามพารากอน ก่อนเปิดให้ประชาชนเข้าชมอย่างเป็นทางการตั้งแต่วันนี้ -12 สิงหาคม 2569 โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย

นิทรรศการงาน “YOUNG รักษ์ทะเล SEA THE CHANGE : สร้างโลกทะเลใหม่ ด้วยมือเรา” จัดขึ้นโดย มูลนิธิอนุรักษ์แนวปะการังและสิ่งมีชีวิตใต้ทะเลไทย ในสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา สืบเนื่องจากพระปณิธานที่ทรงมุ่งมั่นในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและระบบนิเวศใต้ท้องทะเลไทย ซึ่งปัจจุบันกำลังเผชิญความท้าทายจากปัญหาขยะทะเล มลพิษ และผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โดยได้รับความร่วมมือจากหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน สถาบันการศึกษา นักวิจัย และภาคีเครือข่ายด้านการอนุรักษ์ทั่วประเทศ

ภายใต้แนวคิด “SEA THE CHANGE : สร้างโลกทะเลใหม่ ด้วยมือเรา” งานครั้งนี้มีเป้าหมายมากกว่าการจัดนิทรรศการ แต่ต้องการสร้าง National Movement เพื่อเปลี่ยน “ความตระหนักรู้” ให้กลายเป็น “การลงมือทำ” ผ่านประสบการณ์การเรียนรู้รูปแบบใหม่ที่เข้าถึงผู้คนทุกวัย โดยเฉพาะเยาวชนและคนรุ่นใหม่ ซึ่งจะเป็นกำลังสำคัญในการดูแลทรัพยากรทางทะเลของประเทศในอนาคต

หัวใจสำคัญของงานคือการนำเสนอในรูปแบบ Immersive Emotional Experience ที่แตกต่างจากนิทรรศการทั่วไป โดยใช้การเล่าเรื่องผ่านแสง สี เสียง ภาพเคลื่อนไหว และวัตถุจริง ถ่ายทอดเรื่องราวจาก “ความงดงามของท้องทะเล” สู่ “วิกฤติที่กำลังเกิดขึ้น” ก่อนชวนผู้ชมค้นพบหนทางร่วมกันในการฟื้นฟูทะเลไทย

เริ่มจากการพาผู้ชมดำดิ่งสู่โลกใต้ทะเลผ่านภาพและเสียงรอบทิศทางสุดสมจริงแบบ 360° Immersive Experience พบกับฝูงสัตว์ทะเลและแมงกะพรุนยักษ์เรืองแสง พร้อมสัมผัสความงดงามของมหาสมุทร ในโซน Under World  ซึ่งเป็นแลนด์มาร์กของงาน ก่อนพาเข้าสู่เรื่องราวของวิกฤติทะเลไทยที่กำลังรอการเปลี่ยนแปลง

โซน สายใยแห่งความรัก ถักทอพระราชปณิธาน ถ่ายทอดการสืบสานพระราชปณิธานด้านการอนุรักษ์ทะเลจาก สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง สู่ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ตลอดจนโซนที่รวบรวมภารกิจจริงของนักวิจัย นักอนุรักษ์ และหน่วยงานภาครัฐ ผู้อยู่เบื้องหลังการกอบกู้ทะเลไทยผ่านนิทรรศการที่เข้าใจง่ายและลงมือทดลองได้จริง ตั้งแต่การฟื้นฟูแนวปะการัง การอนุรักษ์สัตว์ทะเลหายาก การจัดการปัญหาไมโครพลาสติก ไปจนถึงการจำลองห้องฉุกเฉินช่วยชีวิตสัตว์ทะเล (Marine ER) และภารกิจฟื้นฟูทรัพยากรทางทะเลของประเทศไทย

นอกจากนิทรรศการหลัก ยังมีกิจกรรมกว่า 30 กิจกรรม และ Talk & Workshop เปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมได้เรียนรู้ผ่านการลงมือปฏิบัติจริง ทั้งการอนุรักษ์ปะการัง การลดขยะทะเล งานคราฟต์จากวัสดุเหลือใช้ และเวทีเสวนาจากนักวิจัย นักอนุรักษ์ และผู้เชี่ยวชาญด้านทะเล พร้อมด้วย Community Market ที่รวบรวมผลิตภัณฑ์จากชุมชนชายฝั่งและสินค้ารักษ์โลก รวมถึงการจัดแสดงนวัตกรรมด้านสิ่งแวดล้อมจากองค์กรพันธมิตรชั้นนำของประเทศ

อีกหนึ่งกิจกรรมสำคัญคือ การร่วมลงทะเบียนเป็น “ผู้พิทักษ์ทะเลไทย” ผ่านระบบดิจิทัลภายในงาน เพื่อร่วมเป็นเครือข่ายขับเคลื่อนการอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลในระยะยาว สะท้อนแนวคิดสำคัญของงานที่ว่า “การเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่ เริ่มต้นได้จากทุกคน”

นิทรรศการ “YOUNG รักษ์ทะเล SEA THE CHANGE : สร้างโลกทะเลใหม่ ด้วยมือเรา” เปิดให้ประชาชนเข้าชมฟรี ตั้งแต่วันนี้ -12 สิงหาคม 2569 ณ NEX Hall ชั้น 5 ศูนย์การค้าสยามพารากอน เพื่อร่วมสัมผัสประสบการณ์การเรียนรู้รูปแบบใหม่ที่ผสานเทคโนโลยี ความรู้ และแรงบันดาลใจในการร่วมดูแลท้องทะเลไทยให้คงความอุดมสมบูรณ์อย่างยั่งยืน ลงทะเบียนเข้าร่วมงาน : https://forms.gle/2zkKCb7M94x7j2DX8 ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทาง Facebook มูลนิธิอนุรักษ์แนวปะการังและสิ่งมีชีวิตใต้ทะเลไทย
 

มูลนิธิหัวใจบริสุทธิ์ จับมือ TSB มอบถุงยังชีพถวายเป็นพระราชกุศล เฉลิมพระชนมพรรษา 74 พรรษา

มูลนิธิหัวใจบริสุทธิ์ จับมือ TSB มอบถุงยังชีพถวายเป็นพระราชกุศล เฉลิมพระชนมพรรษา 74 พรรษา

มูลนิธิหัวใจบริสุทธิ์ จับมือ TSB มอบถุงยังชีพถวายเป็นพระราชกุศล เฉลิมพระชนมพรรษา 74 พรรษา

วันพฤหัสบดี ที่ 30 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 14.48 น.

มูลนิธิหัวใจบริสุทธิ์ ร่วมกับ บริษัท ไทย สมายล์ บัส จำกัด (TSB) ส่งต่อความห่วงใยสู่ชุมชน ผ่านการมอบถุงยังชีพแก่ผู้สูงอายุ ผู้พิการ เพื่อช่วยบรรเทาค่าครองชีพ และถวายเป็นพระราชกุศล แด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสเฉลิมพระชนมพรรษา 74 พรรษา 28 กรกฎาคม 2569

นางเธียรรัตน์ นะวะมะวัฒน์ ประธานมูลนิธิหัวใจบริสุทธิ์ ร่วมกับภาคีเครือข่ายภาคเอกชน บริษัท ไทย สมายล์ บัส จำกัด (TSB) ลงพื้นที่ชุมชนย่านเคหะร่มเกล้า เพื่อมอบถุงยังชีพแก่ผู้สูงอายุ ผู้พิการ และผู้ป่วยติดเตียง โดยภายในถุงบรรจุเครื่องอุปโภคบริโภคที่จำเป็นต่อการดำรงชีพ อาทิ ข้าวสาร น้ำมันพืช เป็นต้น เพื่อแบ่งเบาภาระค่าครองชีพและส่งต่อกำลังใจ มีนายสุริยะ โกทา ประธานชมรมอาสาคนพิการกรุงเทพฯ เป็นผู้แทนรับมอบ เพื่อนำไปส่งต่อแก่ผู้สูงอายุ ผู้พิการ และผู้ป่วยติดเตียงในชุมชนให้ได้รับความช่วยเหลืออย่างทั่วถึง

ประธานมูลนิธิหัวใจบริสุทธิ์ กล่าวว่า ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา มูลนิธิฯ ได้น้อมนำพระราชปณิธานในการบำบัดทุกข์ บำรุงสุข และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน มาเป็นแนวทางในการดำเนินกิจกรรมเพื่อสังคมและช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาสอย่างต่อเนื่อง โดยการมอบถุงยังชีพในครั้งนี้ นับเป็นอีกหนึ่งภารกิจที่สำคัญของมูลนิธิฯ ที่มุ่งหวังช่วยบรรเทาภาระค่าครองชีพให้กับพี่น้องประชาชน ที่ยังมีความจำเป็นต้องการสิ่งของอุปโภคบริโภคในชีวิตประจำวัน โดยหวังว่าการมอบสิ่งของวันนี้จะเป็นประโยชน์ให้กับคนในชุมชนต่อไป

ทั้งนี้ มูลนิธิหัวใจบริสุทธิ์ ยังคงมุ่งมั่นสานต่อความร่วมมือในการดำเนินกิจกรรมสาธารณประโยชน์อย่างต่อเนื่อง เพื่อร่วมสืบสานการทำความดีเพื่อสังคม และร่วมสร้างสังคมแห่งการแบ่งปันเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีและความเข้มแข็งของชุมชนอย่างยั่งยืน

‘ยามุ่งเป้า’ ความหวังใหม่ในการรักษามะเร็ง

‘ยามุ่งเป้า’ ความหวังใหม่ในการรักษามะเร็ง

‘ยามุ่งเป้า’ ความหวังใหม่ในการรักษามะเร็ง

วันพฤหัสบดี ที่ 30 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

เรามักคุ้นเคยกับยาคีโม (Chemotherapy) หรือยาเคมีบำบัด ที่ใช้ในการรักษาโรคมะเร็ง ซึ่งผู้ป่วยหลายรายมักกังวลในเรื่องของผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้น แต่ด้วยเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่ก้าวหน้าขึ้นมากในปัจจุบัน ได้มีการพัฒนาตัวยาที่ช่วยยับยั้งการเติบโตของเซลล์มะเร็งและเกิดผลข้างเคียงน้อยกว่า เรียกว่า “ยามุ่งเป้า”

นพ. อัศวเดช แสนบัว แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านรังสีรักษาและมะเร็งวิทยา ศูนย์รักษามะเร็งก้าวหน้า เวิลด์เมดิคอล โรงพยาบาลเวิลด์เมดิคอล ให้ข้อมูลเพื่อสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับยามุ่งเป้า (Targeted Therapy)  ยาที่ถูกออกแบบมาเพื่อรักษามะเร็งอย่างตรงจุด ออกฤทธิ์จำเพาะในการยับยั้งการเจริญเติบโตและแบ่งตัวของเซลล์มะเร็งที่มีความผิดปกตินั้นๆ เช่น ยีนกลายพันธุ์

ยามุ่งเป้าใช้ในกลุ่มมะเร็งชนิดใดบ้าง : ยามุ่งเป้าไม่ใช่ยาที่สามารถใช้ได้ในผู้ป่วยมะเร็งทุกราย จำเป็นต้องมีการตรวจสารบ่งชี้ทางชีวภาพ (Biomarker) เช่น การตรวจยีนหรือโปรตีนที่มีการกลายพันธุ์ โดยส่งชิ้นเนื้อมะเร็งตรวจ เพื่อให้ใช้ยาได้เหมาะสมกับชนิดของมะเร็งในผู้ป่วยแต่ละราย โดยมะเร็งที่สามารถรักษาโดยใช้ยามุ่งเป้า ได้แก่ มะเร็งเต้านม มะเร็งกระเพาะอาหาร มะเร็งปอด มะเร็งลำไส้ มะเร็งต่อมลูกหมาก มะเร็งต่อมไทรอยด์ มะเร็งต่อมน้ำเหลืองบางชนิด มะเร็งตับ มะเร็งไต

ชนิดและการทำงานของยามุ่งเป้า : ปัจจุบันยามุ่งเป้ามี 2 รูปแบบ คือ: ยาเม็ดรับประทาน ยาฉีดเข้าหลอดเลือดดำ ชนิด Monoclonal Antibody แพทย์อาจรักษาด้วยการให้ยากลุ่มนี้เพียงอย่างเดียว หรือใช้ร่วมกับการรักษารูปแบบอื่น เช่น การฉายรังสี หรือยาเคมีบำบัด

ผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้น : อาการทางผิวหนัง เช่น ผื่นคัน ลมพิษ คลื่นไส้อาเจียน ท้องผูก ท้องเสีย ความดันโลหิตสูง อาการส่วนใหญ่มักไม่รุนแรงและสามารถแก้ไขได้

สิ่งที่ควรรู้ก่อนเริ่มใช้ยามุ่งเป้า : ต้องตรวจยีนหรือโปรตีนก่อนเสมอ เพื่อยืนยันว่าตรงกับกลไกของยา ไม่ใช่ทุกคนจะได้ผลจากยา บางรายอาจตอบสนองไม่ดี หรือเกิดการดื้อยา ต้องใช้ภายใต้การดูแลของแพทย์เฉพาะทาง มีโอกาสดื้อยาได้เมื่อใช้ไปนานๆ ผลข้างเคียงยังคงมี แต่โดยทั่วไปน้อยกว่ายาเคมีบำบัด ค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูง ควรตรวจสอบสิทธิ์การรักษาและประกันสุขภาพ ต้องติดตามการรักษาอย่างใกล้ชิด ตรวจเลือดและถ่ายภาพรังสีเป็นระยะ

“ยามุ่งเป้า” ถือเป็นหนึ่งในความก้าวหน้าของการรักษามะเร็งในปัจจุบัน ทำให้การรักษามีความแม่นยำมากขึ้น และลดผลข้างเคียงลงได้อย่างชัดเจน อย่างไรก็ตาม ยาชนิดนี้จะใช้ได้เฉพาะในผู้ป่วยที่มียีนหรือโปรตีนผิดปกติ ตรงกับกลไกของยาเท่านั้น ดังนั้น การตรวจยีนก่อนเริ่มรักษา และการติดตามผลอย่างใกล้ชิดกับแพทย์ จึงเป็นสิ่งสำคัญที่จะทำให้การรักษามีประสิทธิภาพสูงที่สุด

ข้อมูลเพิ่มเกี่ยวกับการรักษามะเร็งด้วย “ยามุ่งเป้า” สามารถขอรับคำปรึกษาได้ที่  ศูนย์รักษามะเร็งก้าวหน้า เวิลด์เมดิคอล ชั้น 11 โรงพยาบาลเวิลด์เมดิคอล (WMC) โทร 02-836-9999 ต่อ *1901

คุณแหน : 30 กรกฎาคม 2569

คุณแหน : 30 กรกฎาคม 2569

คุณแหน : 30 กรกฎาคม 2569

วันพฤหัสบดี ที่ 30 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 02.00 น.

  • พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานคำขวัญจิตอาสาพระราชทานปี พ.ศ.2569 “เราจะทำความดีด้วยหัวใจ และจะดำเนินชีวิตด้วยปัญญา สัจจะความดี เพื่อยังประโยชน์ตนและผู้อื่นให้ถึงพร้อม ด้วยความไม่ประมาท”  23 กรกฎาคม 2569..
  • สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินทรงเป็นองค์ประธานเปิดงาน “วันสตรีไทย ประจำปี 2569” ภายใต้แนวคิด “แม่หลวงของแผ่นดิน สถิตถิ่นทิพย์วิมาน สตรีไทยตั้งปณิธาน สานต่องานศิลป์แผ่นดิน” พร้อมพระราชทานเข็มเชิดชูเกียรติแก่สตรีไทยดีเด่นและพระราชทานเกียรติบัตรแก่เยาวสตรีไทยดีเด่นประจำปี 2569 โดยมี ดร.ลาลีวรรณ กาญจนจารี ประธานสภาสตรีแห่งชาติฯ พร้อมคณะกก.และ กรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว กระทรวง พม. รับเสด็จ วันเสาร์ 1 ส.ค.16.00 น. ณ ห้องรอยัล จูบิลี่ บอลรูม อิมแพ็ค เมืองทองธานี ..
  • สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้าฯ กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี  เสด็จไปในการพระราชทานเพลิงศพ เพ็ญศรี เคียงศิริ (นราวดี) ศิลปินแห่งชาติ สาขาวรรณศิลป์ ปี 2560 ณ เมรุหน้า วัดธาตุทอง  วันอาทิตย์ 9 ส.ค.17.30 น.และ  8 ส.ค.16.00 น. พระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรม ณ ศาลา 9 (วรรณ-สุพิณ) ..บุตร-ธิดา ณ ฤดี-ชัชพงศ์-โอม-พัชร์  เคียงศิริ  ฝากเรียนมา ณ โอกาสนี้..
  • พลเอก พระเจ้าวรงศ์เธอ พระองค์เจ้าเฉลิมศึก ยุคล เสด็จไปในการพระราชทานเพลิงศพ พล.อ.อ.ม.ร.ว.ศิริพงษ์ ทองใหญ่ อดีตผู้บัญชาการทหารอากาศ วันอาทิตย์ 9 ส.ค.16.00 น. ณ วัดพระศรีมหาธาตุฯ บางเขน .. คุณหญิงจิตตระการ ทองใหญ่ ณ อยุธยา พร้อมบุตรธิดา ม.ล.ปีกทอง ทองใหญ่,ม.ล.สวรรณศิริ ทองใหญ่ ฝากเรียนเชิญมา ณ โอกาสนี้..
  • สวด จันทรา ปิตรชาติ อดีตอธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน  ถึง 31 ก.ค.18.30 น. ศาลาลิ่วเฉลิมวงศ์ วัดมกุฎกษัติยาราม..พระราชทานเพลิงศพ 5 ส.ค.17..00 น..
  • อานันท์ ปันยารชุน เป็นประธานในพิธีฉลองสมรสระหว่างหลานรัก ธนาวิน เจริญรัชต์ภาคย์ บุตร ชัชวิน-ดารณี เจริญรัชต์ภาคย์ กับเจ้าสาวคนสวย ศศิพร จงกมานนท์ บุตรี บุญเจือ-จินดา จงกมานนท์  วันเสาร์ 5 ก.ย.18.00 น.ห้องแกรนด์บอลรูม รร.อินเตอร์คอนติเนนตัล ..
  • เบญจมาศ รุจิรวงศ์ นายกสมาคมสตรีไทยฯ พร้อมด้วย อ.มณีรัตน์ วัฒนสมบัติ ประธานจัดงานคอนเสิร์ตการกุศลเพื่อการศึกษา โรงเรียนสมาคมสตรีไทย “สมาคมสตรีไทย ส่งกำลังใจเพื่อเด็ก” ครั้งที่ 7 ในโอกาสครบรอบ 94 ปี สมาคมสตรีไทยในพระบรมราชินูปถัมภ์  รับฟังบทเพลงไพเราะจาก ศิลปินแห่งชาติ รวงทอง ทองลั่นธม อำนวยเพลงโดย “ครูเอก” พีระยุทธ อุปถัมภ์ พร้อมนักร้องกิตติมศักดิ์ วันเสาร์ 17 ต.ค.10.00 -16.30 น. ณ หอประชุมใหญ่มหาวิทยาลัยเกษมบัณฑิต วิทยาเขตพัฒนาการ ซอยพัฒนาการ 37 โต๊ะละ 12,000 บาทและ 10,000 บาท จองบัตรได้ที่ 098-9295492..
  • ญาติมิตรร่วมอนุโมทนาบุญกับ  ดร.ปิยะพันธ์ ทยานิธิ-ดวงฤทัย อิสรินทร์ ในโอกาสที่บุตรชายคนเดียว  ปรรพ์ ทยานิธิ เข้าสู่ร่มกาสาวพักตร์อย่างเรียบง่าย ณ วัดเทพศิรินทราวาส เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง พระผู้เสด็จสู่สวรรคาลัย ..

น้อง

เฉลิมฉลอง 108 ปีการสถาปนาอิสรภาพสาธารณรัฐลิทัวเนีย

เฉลิมฉลอง 108 ปีการสถาปนาอิสรภาพสาธารณรัฐลิทัวเนีย

เฉลิมฉลอง 108 ปีการสถาปนาอิสรภาพสาธารณรัฐลิทัวเนีย

วันพุธ ที่ 29 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 17.01 น.

นวลพรรณ ล่ำซำ กงสุลกิตติมศักดิ์สาธารณรัฐลิทัวเนียประจำกรุงเทพมหานคร เป็นประธานจัดงานเลี้ยงรับรองเพื่อเฉลิมฉลองครบรอบ 108 ปี แห่งการสถาปนารัฐลิทัวเนีย ครบรอบ 36 ปีแห่งการฟื้นฟูเอกราชของสาธารณรัฐริทัวเนีย และครบรอบ 33 ปีแห่งการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างสาธารณรัฐลิทัวเนียและราชอาณาจักรไทย โดยได้รับเกียรติจาก อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เป็นประธานในพิธี ณ เดอะ กลาส เฮ้าส์ บ้านปาร์คนายเลิศ กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 27 กรกฎาคม 2569

ในการนี้มี สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศ, เคสตูติส บูดรีส รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศแห่งสาธารณรัฐลิทัวเนีย, ริชาร์ดัส ชเลปาวีชุส  อธิบดีอินโดแปซิฟิก กระทรวงการต่างประเทศลิทัวเนีย และดาริอุส ไกดีส เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐลิทัวเนียประจำประเทศไทย พร้อมด้วย เอกอัครราชทูตจากนานาประเทศ ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ของกระทรวงการต่างประเทศ และชาวลิทัวเนียที่พำนักในประเทศไทย ฯลฯ มาร่วมงานกันอย่างคับคั่ง

นวลพรรณ ล่ำซำ กงสุลกิตติมศักดิ์สาธารณรัฐลิทัวเนียประจำกรุงเทพมหานคร กล่าวถึง ‘นกกระสาขาว’ นกประจำชาติของสาธารณรัฐลิทัวเนีย โดยนกกระสาขาวเป็นสัญลักษณ์ของความโชคดี ครอบครัว และความสามัคคี อันเป็นคุณค่าพื้นฐานที่หล่อหลอมให้ทุกประเทศและทุกสังคมเติบโตอย่างเข้มแข็ง เป็นหนึ่งเดียว และดำรงไว้ซึ่งสันติสุข และเชื่อมั่นว่าการพบปะระหว่างตัวแทนประเทศทั้งสองฝ่ายในครั้งนี้ทั้งที่กระทรวงการต่างประเทศและทำเนียบรัฐบาล จะนำไปสู่การยกระดับความร่วมมือในมิติต่างๆ ให้ใกล้ชิดยิ่งขึ้น ทั้งยังหวังว่าจะมีการเปิดเที่ยวบินตรง กรุงเทพ-วิลนีอุส ในอนาคต ซึ่งจะช่วยเชื่อมโยงประชาชนของทั้งสองประเทศให้มีความใกล้ชิดมากยิ่งขึ้น เสริมสร้างโอกาสด้านเศรษฐกิจ การค้า การลงทุน รวมถึงความเชื่อมั่นระหว่างกันอย่างยั่งยืน

ทั้งนี้ วันชาติลิทัวเนีย ตรงกับวันที่ 16 กุมภาพันธ์ และวันที่ 11 มีนาคมของทุกปี การร่วมเฉลิมฉลองจัดขึ้นเพื่อรำลึกถึงเหตุการณ์สำคัญทางประวัติศาสตร์ของประเทศ ที่สะท้อนถึงความกล้าหาญ ความมุ่งมั่นของชาวลิทัวเนีย สมดังคำขวัญที่ว่า ‘อิสรภาพ ความสามัคคี และความเจริญรุ่งเรือง’

ไทยเบฟ น้อมเกล้าฯ ถวายพระพรชัยมงคล เฉลิมพระชนมพรรษา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

ไทยเบฟ น้อมเกล้าฯ ถวายพระพรชัยมงคล  เฉลิมพระชนมพรรษา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

ไทยเบฟ น้อมเกล้าฯ ถวายพระพรชัยมงคล เฉลิมพระชนมพรรษา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

วันพุธ ที่ 29 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 16.46 น.

บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) นำโดย ฐาปน สิริวัฒนภักดี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร  ปณต สิริวัฒนภักดี กรรมการ และคณะผู้บริหาร ร่วมพิธีเจริญพระพุทธมนต์ ร่วมทำบุญตักบาตรถวายพระราชกุศล เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 28 กรกฎาคม 2569 จัดขึ้น ณ มณฑลพิธีท้องสนามหลวง จากนั้นเข้าทูลเกล้าฯ ถวายแจกันดอกไม้เบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ และลงนามถวายพระพรชัยมงคล เพื่อแสดงความจงรักภักดีด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ ณ ศาลาสหทัยสมาคม ในพระบรมมหาราชวัง

จากนั้น คณะผู้บริหาร บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) ได้ร่วมพิธีทำบุญตักบาตรทางเรือถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ภายใต้โครงการพระราชดำริตามพระบรมราโชบาย “สายน้ำแห่งชีวิต ใต้ร่มพระบารมี สืบสานวิถีรัตนโกสินทร์” จากนั้นร่วมเยี่ยมชมบูทนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ และกิจกรรมปลูกต้นไม้ ณ สวนสาธารณะป้อมมหากาฬ เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร

นับเป็นปรากฏการณ์สำคัญในประวัติศาสตร์ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ในรอบกว่า 240 ปี ที่หลอมรวมพลังศรัทธาของประชาชนหลั่งไหลมาร่วมทำบุญตักบาตรทางเรือกับพระภิกษุสงฆ์รวม 225 รูป ภายในงานมีการแจกน้ำพระพุทธมนต์ประทานจากสมเด็จพระสังฆราช สมเด็จพระราชาคณะ และพระเถราจารย์จากวัดริมคลอง 40 วัด จำนวน 10,000 ขวด ตลอดสายน้ำให้ประชาชนที่มาร่วมงาน เพื่อเป็นสิริมงคล

นอกจากนี้มีนิทรรศการเพื่อเผยแพร่พระราชกรณียกิจ และผลสำเร็จของโครงการอันเนื่องจากพระราชดำริตามพระบรมราโชบาย เพื่อสร้างการรับรู้แก่ประชาชนถึงพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ภายใต้ร่มพระบารมีสืบมา โดยงานดังกล่าวได้จัดขึ้นตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่ 31 กรกฎาคม 2569 ณ สวนสาธารณะป้อมมหากาฬ และพื้นที่คลองรอบเกาะรัตนโกสินทร์ กรุงเทพมหานคร

GULF ชวนชี้พิกัดพื้นที่ขาดแคลนไฟฟ้า เพื่อติดตั้งโซลาร์เซลล์ โดยไม่มีค่าใช้จ่าย กับโครงการ ‘GULF Sparks, Life Starts เติมพลังไฟให้ชีวิต’

GULF ชวนชี้พิกัดพื้นที่ขาดแคลนไฟฟ้า เพื่อติดตั้งโซลาร์เซลล์ โดยไม่มีค่าใช้จ่าย กับโครงการ ‘GULF Sparks, Life Starts เติมพลังไฟให้ชีวิต'

GULF ชวนชี้พิกัดพื้นที่ขาดแคลนไฟฟ้า เพื่อติดตั้งโซลาร์เซลล์ โดยไม่มีค่าใช้จ่าย กับโครงการ ‘GULF Sparks, Life Starts เติมพลังไฟให้ชีวิต’

วันพุธ ที่ 29 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 16.12 น.

บริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ GULF เดินหน้าสานต่อพันธกิจเพื่อสังคม ยกระดับคุณภาพชีวิตผู้คนยั่งยืน กับโครงการ “GULF Sparks, Life Starts เติมพลังไฟให้ชีวิต” ชวนทุกคนร่วมส่งพิกัดพื้นที่ที่ขาดแคลนไฟฟ้า สำหรับการติดตั้งโซลาร์เซลล์ให้ฟรี! ไม่มีค่าใช้จ่ายใด ๆ โดยสามารถเสนอชื่อ และรายละเอียดของพื้นที่ที่ต้องการรับการสนับสนุนจากโครงการฯ ได้ตั้งแต่วันที่ 27 กรกฎาคม ถึงวันที่ 28 สิงหาคม 2569 เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการจุดประกายแสงสว่าง และสร้างโอกาสให้กับชุมชนที่ขาดแคลนพลังงานไฟฟ้า

สำหรับโครงการ “GULF Sparks, Life Starts เติมพลังไฟให้ชีวิต” เป็นการนำความรู้ความเชี่ยวชาญทางด้านธุรกิจพลังงานหมุนเวียนของ GULF มาสร้างคุณค่าร่วมให้กับสังคม ด้วยการสนับสนุนและติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ (โซลาร์เซลล์) ให้กับชุมชนในพื้นที่ห่างไกล หรือชุมชนที่ไฟฟ้าเข้าไม่ถึง ที่ผ่านมา GULF ได้ดำเนินการติดตั้งโซลาร์เซลล์ให้กับชุมชนห่างไกลไปแล้วกว่า 20 แห่ง ครอบคลุมพื้นบนดอยสูง พื้นที่เกาะ และพื้นที่ชายแดนทั่วประเทศไทย ผลิตไฟฟ้าได้กว่า 100 กิโลวัตต์ ช่วยให้ประชาชนกว่า 10,000 คน เข้าถึงโครงสร้างพื้นฐานอย่างไฟฟ้า ช่วยลดความเหลื่อมล้ำ สร้างโอกาสทางการศึกษาและสาธารณสุข นำไปสู่การต่อยอดพัฒนาอาชีพ เกิดการสร้างงาน สร้างรายได้ ยกระดับคุณภาพชีวิตของชุมชนได้อย่างยั่งยืน

ผู้ที่สนใจนำเสนอพื้นที่ขาดแคลนไฟฟ้า สามารถกรอกข้อมูลได้ที่: https://forms.gle/Dun55vSdrLem1WPi8

หรือสอบข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Facebook Gulf SPARK: https://www.facebook.com/GulfSPARK.TH/

ทั้งนี้ การพิจารณาคัดเลือกพื้นที่เป็นดุลยพินิจของบริษัทฯ และขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขการพิจารณาโดยไม่ได้แจ้งล่วงหน้า