หม่อนไหม 15 ปี ยกระดับ มุ่งสู่ SoftPower ภูมิปัญญายั่งยืน

หม่อนไหม 15 ปี ยกระดับ  มุ่งสู่ SoftPower ภูมิปัญญายั่งยืน

หม่อนไหม 15 ปี ยกระดับ มุ่งสู่ SoftPower ภูมิปัญญายั่งยืน

วันจันทร์ ที่ 30 ธันวาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รมว.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวภายหลังเป็นประธานพิธีเปิดงานวันคล้ายวันสถาปนากรมหม่อนไหม เนื่องในโอกาสครบรอบ 15 ปี ภายใต้แนวคิด “Eco Silk : ไหมรักษ์โลก” โดยมี นายประยูร อินสกุล ปลัดกระทรวงเกษตรฯ นายนวนิตย์ พลเคน อธิบดีกรมหม่อนไหม และผู้เกี่ยวข้อง เข้าร่วม ว่า กรมหม่อนไหม มีการดำเนินงานที่สำคัญเพื่อทำให้เกษตรกรผู้ปลูกหม่อนเลี้ยงไหมมีอาชีพและรายได้ที่มั่นคง พึ่งพาตนเองได้อย่างเข้มแข็งและยั่งยืน ได้เพิ่มพูนประสิทธิภาพการผลิตและยกระดับมาตรฐานสินค้า อีกทั้งส่งเสริมความสามารถในการแข่งขันด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรม และมุ่งเน้นการอนุรักษ์ภูมิปัญญาท้องถิ่นด้านหม่อนไหม ให้คงอยู่เป็นมรดกของชาติ ตลอดจนสนับสนุนให้เป็น Soft Power ของไทย เพื่อช่วยสร้างรายได้ให้แก่เกษตรกรและผู้ประกอบการด้านหม่อนไหม

ขณะเดียวกัน ได้มีการใช้เทคโนโลยีพัฒนาสายพันธุ์ไหม เพื่อให้ตอบโจทย์ความต้องการของตลาด เช่น “ไหมพันธุ์ศรีสะเกษ 72” หรือ “ทับทิมวนา” ซึ่งมีรังไหมสีเหลืองเข้ม มีความแข็งแรง เลี้ยงง่ายให้ผลผลิตสูง นอกจากนี้ยังนำไปใช้ในแวดวงการแพทย์ เช่น แผ่นปิดแผลสำหรับผู้ป่วยเบาหวานและสำหรับใช้ฟื้นฟูเนื้อเยื่อเต้านมที่เกิดจากการผ่าตัดมะเร็งเต้านม รวมทั้งการต่อยอดการพัฒนาสินค้าประเภท Functional Food เช่น ผงโปรตีนจากดักแด้และหนอนไหม เครื่องดื่มเพื่อสุขภาพจากใบหม่อน และใบหม่อนสำหรับเป็นอาหารเสริมในสัตว์ ควบคู่ไปกับการเพิ่มจำนวนเกษตรกรหม่อนไหมรายใหม่และฟื้นฟูเกษตรกรรายเดิม โดยมีผู้ขึ้นทะเบียนเกษตรกรหม่อนไหม 24,505 ราย มากกว่าเป้าหมาย 37% ซึ่งกรมหม่อนไหมได้สนับสนุนพันธุ์หม่อนให้แก่เกษตรกรผู้ปลูกหม่อนเลี้ยงไหม 2.6 ล้านต้น และผลิตไข่ไหมพันธุ์ดี 101,392 แผ่นแจกจ่ายให้กับเกษตรกร 13,730 ราย

ทั้งนี้ ภายในงานได้ร่วมกับภาคเอกชนในการทำเกษตรพันธสัญญา (contract farming) เพื่อช่วยรับประกันราคาผลผลิตและสร้างตลาดที่มีความมั่นคงให้เกษตรกร การส่งเสริมศักยภาพด้านการตลาดสินค้าเกษตรอัตลักษณ์พื้นถิ่นผ่านการจัดกิจกรรมต่างๆ ทั่วประเทศ และงาน “ตรานกยูงพระราชทาน สืบสานตำนานไหมไทย” ครั้งที่ 19 ซึ่งสร้างรายได้ให้กับเกษตรกรและผู้ประกอบการ กว่า 44 ล้านบาท โดยมีผลสัมฤทธิ์จากการขับเคลื่อนภารกิจของกรมหม่อนไหม ตามนโยบายของกระทรวงเกษตรฯ ในปี 2567 สามารถสร้างรายได้ให้กับเกษตรกรและผู้ประกอบการหม่อนไหม รวมทั้งสิ้นกว่า 1,296 ล้านบาท จึงทำให้กรมหม่อนไหม ได้รับรางวัลเลิศรัฐ รางวัลบริหารราชการแบบมีส่วนร่วม รางวัลระดับดีรางวัลสัมฤทธิ์ผลประชาชนมีส่วนร่วมประจำปี 2567 เรื่อง “tonmonsilk : buriram model สืบสานไหมไทย ไว้ให้คงอยู่คู่แผ่นดิน” นับเป็นความภาคภูมิใจของกรมหม่อนไหม โดยรางวัลดังกล่าวเป็นแรงผลักดันให้กรมหม่อนไหม เดินหน้าทำงานเคียงข้างเกษตรกร พัฒนางานด้านหม่อนไหม พัฒนาบุคลากรให้มีศักยภาพ และขับเคลื่อนการพัฒนาหม่อนไหมไทยไปสู่ความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน ต่อไป

โฆษกฯสอบปมสัญญาเช่าฯ ชี้ฝ่ายการเมืองไม่ก้าวก่าย

โฆษกฯสอบปมสัญญาเช่าฯ  ชี้ฝ่ายการเมืองไม่ก้าวก่าย

โฆษกฯสอบปมสัญญาเช่าฯ ชี้ฝ่ายการเมืองไม่ก้าวก่าย

วันจันทร์ ที่ 30 ธันวาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

นายเอกภาพ พลซื่อ โฆษกกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ (ฝ่ายการเมือง) กล่าวถึงกรณีการออกสัญญาเช่าที่ดินในเขตปฏิรูปที่ดินเพื่อการเกษตรของไร่ภูนับดาว อ.มวกเหล็ก จ.สระบุรี ว่า ตามที่นายธนดล สุวัณณะฤทธิ์ คณะที่ปรึกษา รมว.เกษตรและสหกรณ์ ในฐานะประธานคณะทำงานการตรวจสอบและพิจารณาความผิดเกี่ยวกับผู้ได้รับการจัดที่ดินและผู้ถือครองที่ดินโดยมิชอบในเขตปฏิรูปที่ดิน ได้ให้สัมภาษณ์ถึงนายวิชิต ปลั่งศรีสกุล อดีตประธานคณะกรรมการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์กระทรวงเกษตรฯ ของอดีตรมว.เกษตรฯ (ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า) ให้เจ้าหน้าที่ของสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) จ.สระบุรี ออกสัญญาให้เช่าที่ดิน เพื่อให้สามารถเข้าทำประโยชน์บนที่ดิน ส.ป.ก.ได้นั้น

“ผมในฐานะโฆษกกระทรวงเกษตรฯ ขอยืนยันว่า ตั้งแต่ ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ ดำรงตำแหน่ง รมว.เกษตรฯ นายวิชิต ปลั่งศรีสกุล ไม่ได้ดำรงตำแหน่งใดๆ ในกระทรวงเกษตรฯ และในสมัยของ ร.อ.ธรรมนัส ก็ไม่ได้มีนโยบายให้ฝ่ายการเมือง เข้าไปก้าวก่ายการทำงานของฝ่ายข้าราชการประจำ ในเรื่องนี้จะต้องมีการตรวจสอบ ว่าเป็นการกระทำที่ถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่” นายเอกภาพ กล่าว

รมว.เกษตรฯร่วม การประชุมคู่ขนาน พัฒนาสุขภาพดิน สร้างอนาคตยั่งยืน

รมว.เกษตรฯร่วม  การประชุมคู่ขนาน  พัฒนาสุขภาพดิน  สร้างอนาคตยั่งยืน

รมว.เกษตรฯร่วม การประชุมคู่ขนาน พัฒนาสุขภาพดิน สร้างอนาคตยั่งยืน

วันจันทร์ ที่ 30 ธันวาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รมว.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวภายหลังเข้าร่วมพิธีเปิดการประชุมคู่ขนาน United Nations decade on Soil Health ซึ่งจัดขึ้นในงาน International Soil and Water Forum ที่โรงแรมอนันตรา สยาม ว่าการประชุมดังกล่าวเน้นย้ำความสำคัญของการจัดตั้งทศวรรษแห่งสุขภาพดินภายใต้องค์การสหประชาชาติ (United Nations decade on Soil Health) เพื่อสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับสุขภาพดินต่อความมั่นคงทางด้านอาหารและโภชนาการ การอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพ การบรรลุเป้าหมายความยั่งยืน และพัฒนาสุขภาพดินให้เป็นแนวทางการพัฒนาสู่ความยั่งยืน

“ได้เรียกร้องประเทศสมาชิกร่วมปรับปรุงสุขภาพดินเพื่อความมั่นคงทางอาหารและการพัฒนาอย่างยั่งยืน ซึ่งการประชุมคู่ขนาน United Nations decade on Soil Health เป็นเวทีสำหรับผู้บริหารระดับประเทศ นักวิชาการ และเกษตรกรได้นำเสนอแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นในการกำหนดทิศทางระบบการจัดการสุขภาพดินเพื่อสร้างอนาคตที่ดีและดำเนินงานเพื่อบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน” รมว.เกษตร กล่าว

ศ.ดร.นฤมลกล่าวต่อว่า กลุ่มผู้แทนเกษตรกรจากประเทศต่างๆ ได้แลกเปลี่ยนแนวทางที่เป็นเลิศในการจัดการดินและนำเสนอความคิดและความคาดหวังให้แก่ผู้นำประเทศ รับทราบถึงมุมมองในการปรับปรุงสุขภาพดิน การประชุมคู่ขนานครั้งนี้เปิดโอกาสให้ทุกภาคส่วนได้หารือในการขับเคลื่อนความร่วมมือในการจัดการดินเพื่อการเกษตรกรรม เพื่อนำไปสู่อนาคตที่มั่นคง ยั่งยืน และปราศจากความหิวโหย

‘อธิบดีกรมพัฒนาที่ดิน’ร่วมพิธีเปิดงานกิจกรรมการมอบโฉนดที่ดินเพื่อการเกษตร ส่งความสุขปีใหม่มอบให้เกษตรกรฯ

'อธิบดีกรมพัฒนาที่ดิน'ร่วมพิธีเปิดงานกิจกรรมการมอบโฉนดที่ดินเพื่อการเกษตร ส่งความสุขปีใหม่มอบให้เกษตรกรฯ

‘อธิบดีกรมพัฒนาที่ดิน’ร่วมพิธีเปิดงานกิจกรรมการมอบโฉนดที่ดินเพื่อการเกษตร ส่งความสุขปีใหม่มอบให้เกษตรกรฯ

วันอาทิตย์ ที่ 29 ธันวาคม พ.ศ. 2567, 20.52 น.

อธิบดีกรมพัฒนาที่ดิน ร่วมพิธีเปิดงานกิจกรรมการมอบโฉนดที่ดินเพื่อการเกษตร ส่งความสุขปีใหม่มอบให้เกษตรกรฯ ในงานมหกรรมการเกษตรและท่องเที่ยวถนนสายดอกไม้งามริมกว๊านพะเยา

วันอาทิตย์ที่ 29 ธันวาคม พ.ศ.2567 เวลา 10.00 น. ดร.ทวีศักดิ์ ธนเดโชพล อธิบดีกรมพัฒนาที่ดิน ร่วมพิธีเปิดงานกิจกรรมการมอบโฉนดที่ดินเพื่อการเกษตร ส่งความสุขปีใหม่มอบให้เกษตรกรในเขตปฏิรูปที่ดิน ประจำปี พ.ศ. 2568 และมอบปัจจัยการผลิตให้แก่เกษตรกร ณ เวทีกลาง Zone 6 ภายในงานมหกรรมการเกษตรและท่องเที่ยวถนนสายดอกไม้งามริมกว๊านพะเยา จังหวัดพะเยา โดยมี นายอัครา พรหมเผ่า รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธาน ซึ่งกิจกรรมภายในงานรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์และผู้บริหารหน่วยงานในสังกัดได้มอบป้ายโครงการบริหารจัดการน้ำทั้งบนดินและใต้ดินในพื้นที่ภัยแล้งเพื่อเพิ่มศักยภาพการผลิตของเกษตรกร ของกรมพัฒนาที่ดิน ให้เกษตรกร จำนวน 5 ราย มอบป้ายรับรองร้านอาหาร Q Restaurant Premium ของสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ ให้แก่ร้านเฮียอู๊ด ข้าวต้มโต้รุ่ง มอบพันธุ์ปลาจากกรมประมงให้เกษตรกร จำนวน 5 ราย มอบกล้าพันธุ์ทุเรียนจันทบุรี ของกรมวิชาการเกษตร จำนวน 5 ราย มอบออมสินโครงการส่งความสุข ส่งเสริมการออม ของกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ จำนวน 100 ใบ และมอบโฉนดที่ดินเพื่อการเกษตร จากสำนักงานปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม จำนวน 100 ราย

ทั้งนี้ ขอเชิญประชาชนและผู้สนใจเที่ยวงานมหกรรมการเกษตรและท่องเที่ยวถนนสายดอกไม้งามริมกว๊านพะเยา ตั้งแต่ วันนี้ – 5 มกราคม 2568 นี้ @กว๊านพะเยา

– 006

‘รมช.อัครา’จัดใหญ่! นำเทคโนโลยีลดต้นทุนการผลิตข้าวสู่ชาวพะเยา

'รมช.อัครา'จัดใหญ่! นำเทคโนโลยีลดต้นทุนการผลิตข้าวสู่ชาวพะเยา

‘รมช.อัครา’จัดใหญ่! นำเทคโนโลยีลดต้นทุนการผลิตข้าวสู่ชาวพะเยา

วันอาทิตย์ ที่ 29 ธันวาคม พ.ศ. 2567, 20.02 น.

“รมช.อัครา”จัดใหญ่! นำเทคโนโลยีลดต้นทุนการผลิตข้าวสู่ชาวพะเยา พร้อมปรับแปลงข้าวศูนย์ข้าวชุมชนตำบลสันป่าม่วงกว่า 78 ไร่ ปลูกข้าวสรรพสี ออกแบบด้วยลายไดโนเสาร์และนกยูงคอเขียวไทย เร่งยกระดับรายได้เกษตรกร

เมื่อวันที่ 27 ธันวาคม 2567 นายอัครา พรหมเผ่า รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยภายหลังเป็นประธานเปิดงานการถ่ายทอดเทคโนโลยีเพื่อลดต้นทุนการผลิต ภายใต้โครงการเสริมสร้างศักยภาพการผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวของศูนย์ข้าวชุมชน โดยมี นางสาวภัทราภรณ์ โสเจยยะ รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายณัฏฐกิตติ์ ของทิพย์ อธิบดีกรมการข้าว ผู้บริหารหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เจ้าหน้าที่ส่วนจังหวัด และเกษตรกร เข้าร่วม ณ บริเวณศูนย์ข้าวชุมชน ตำบลสันป่าม่วง อำเภอสันป่าตอง จังหวัดพะเยา ว่า การถ่ายทอดเทคโนโลยีเพื่อลดต้นทุนการผลิตข้าวในวันนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมให้เกษตรกรและศูนย์ข้าวชุมชนได้รับการถ่ายทอดเทคโนโลยีลดต้นทุนการผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวคุณภาพ จนสามารถยกระดับการบริหารจัดการข้าวให้เพิ่มผลผลิตคุณภาพดี ซึ่งกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยกรมการข้าว ร่วมกับ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ดำเนินการปลูกข้าวสรรพสีบนพื้นที่ตำบลสันป่าม่วง จำนวน 78 ไร่ ผ่านการใช้เทคโนโลยีเป็นเกษตรประณีตช่วยให้ประหยัดเมล็ดพันธุ์ข้าว และเป็นวงจรเกษตรอินทรีย์ ซึ่งผลผลิตจะเป็นสินค้าเกษตรมูลค่าสูง สามารถนำเมล็ดข้าวจำหน่ายได้ราคาถึง 50 บาทต่อ กก. และสามารถนำใบข้าวสรรพสีไปสกัดสารโปรตีน สารต้านอนุมูลอิสระ และแร่ธาตุอื่นๆ นำไปผลิตอาหารแห่งอนาคต (Future Food) ซึ่งสามารถสร้างความมั่นคงทางอาหาร และยกระดับรายได้เกษตรกรได้อย่างยั่งยืน

รมช.อัครา กล่าวต่อไปว่า แปลงข้าวสรรพสีจะออกแบบเป็นรูปไดโนเสาร์และนกยูงคอเขียวไทย ซึ่งเป็นสัตว์ประจำจังหวัดพะเยา โดยการปลูกข้าวด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรมนี้ นอกจากจะช่วยให้เกษตรกรมีรายได้และคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นแล้ว ยังช่วยให้เกิดการท่องเที่ยวเชิงเกษตรที่ช่วยให้ประชาชนในพื้นที่มีอาชีพเพิ่มอีกด้วย ทั้งนี้ คาดว่านาข้าวสรรพสีจะพร้อมให้ชมความสวยงามในช่วงกลางเดือนมกราคม 2568 เป็นต้นไป

นอกจากนี้ รมช.อัครา ขอเชิญชวนพี่น้องเกษตรกรและนักท่องเที่ยวเข้าเยี่ยมชมงานมหกรรมการเกษตรและท่องเที่ยวถนนสายดอกไม้งาม ริมกว๊านพะเยา ประจำปี 2568 ซึ่งมีกิจกรรมนิทรรศการจากหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรฯ การจำหน่ายสินค้าเกษตร สินค้าพื้นเมือง และการแสดงดนตรี จัดขึ้นระหว่างวันที่ 27 ธันวาคม 2567 – 5 มกราคม 2568 ณ กว๊านพะเยา จังหวัดพะเยา อีกด้วย

– 006

‘นฤมล’นำทีม’ก.เกษตรฯ’ เปิดงานถนนสายดอกไม้งามริมกว๊านพะเยา

'นฤมล'นำทีม'ก.เกษตรฯ' เปิดงานถนนสายดอกไม้งามริมกว๊านพะเยา

‘นฤมล’นำทีม’ก.เกษตรฯ’ เปิดงานถนนสายดอกไม้งามริมกว๊านพะเยา

วันอาทิตย์ ที่ 29 ธันวาคม พ.ศ. 2567, 20.01 น.

“นฤมล”นำทีม”ก.เกษตรฯ” เปิดงานถนนสายดอกไม้งามริมกว๊านพะเยา ระหว่างวันที่ 27 ธ.ค.67 – 5 ม.ค.68 พร้อมชวน ปชช.มาร่วมเคานต์ดาวน์ข้ามปีไปด้วยกัน

เมื่อวันที่ 29 ธันวาคม 2567 นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รมว.เกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานพิธีเปิดงานมหกรรมการเกษตรและท่องเที่ยวถนนสายดอกไม้งามริมกว๊านพะเยา ประจำปี 2567 ที่จัดขึ้นระหว่างวันที่ 27 ธันวาคม 2567 – 5 มกราคม 2568 บริเวณถนนชายกว๊าน หน้าศาลหมื่นปี (ลานข่วงวัฒนธรรม) บริเวณสามแยกถนนประสาท และสวนสมเด็จย่า 90 พรรษา โดยมี นายอิทธิ ศิริลัทธยากร รมช.เกษตรและสหกรณ์ นายอัครา พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ นายประยูร อินสกุล ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และผู้บริหารทุกหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เข้าร่วม ณ จังหวัดพะเยา เพื่อเผยแพร่ความรู้ในการส่งเสริมการเกษตรให้ครบห่วงโซ่คุณค่า (Value Chain) ตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ พร้อมจัดกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ และสร้างช่องทางการตลาดให้ผู้ประกอบการสินค้าเกษตรตามนโยบายตลาดนำ นวัตกรรมเสริม เพิ่มรายได้ และขยายผลการจัดมหกรรมดังกล่าวไปสู่จังหวัดภาคเหนืออื่นๆ เพิ่มมากขึ้น

นางนฤมล กล่าวว่า ได้มอบนโยบายให้หน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นำผลการจัดงานจากปีก่อน มาปรับปรุงให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น และพัฒนารูปแบบกิจกรรมให้ดีกว่าเดิม โดยมุ่งเน้นการจัดกิจกรรมพื้นฟูและช่วยเหลือเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยในภาคเหนือให้ได้รับผลประโยชน์อย่างสูงสุด

ในส่วนการจัดนิทรรศการของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้ดำเนินการตามนโยบายตลาดนำ นวัตกรรมเสริม เพิ่มรายได้ ของรัฐบาล และเกี่ยวข้องกับการรับมือ การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศตามที่ทั่วโลกกำลังให้ความสนใจ ควบคู่ไปกับความปลอดภัยทางอาหาร เพื่อส่งเสริมกิจกรรม นิทรรศการ และการจำหน่ายสินค้าในพื้นที่ไปพร้อมกัน

ทั้งนี้ กระทรวงเกษตรฯ ขอเชิญชวนพี่น้องประชาชนมาชมความสวยงามของถนนสายดอกไม้ริมกว๊านพะเยา ในช่วงวันหยุดยาวเทศกาลปีใหม่ และร่วมเคานต์ดาวน์ข้ามปีไปพร้อมกัน

– 006

‘เลขาธิการ ส.ป.ก.’ติดตาม’รมช.กษ.’ลงพื้นที่ตรวจราชการจังหวัดพะเยา-มอบโฉนดเพื่อการเกษตร

'เลขาธิการ ส.ป.ก.'ติดตาม'รมช.กษ.'ลงพื้นที่ตรวจราชการจังหวัดพะเยา-มอบโฉนดเพื่อการเกษตร

‘เลขาธิการ ส.ป.ก.’ติดตาม’รมช.กษ.’ลงพื้นที่ตรวจราชการจังหวัดพะเยา-มอบโฉนดเพื่อการเกษตร

วันอาทิตย์ ที่ 29 ธันวาคม พ.ศ. 2567, 17.53 น.

วันอาทิตย์ที่ 29 ธันวาคม 2567 เวลา 11.00 น. นายเศรษฐเกียรติ กระจ่างวงษ์ เลขาธิการสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) ติดตามคณะ นายอัครา พรหมเผ่า รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ (รมช.กษ.) ลงพื้นที่ตรวจราชการในจังหวัดพะเยา พร้อมด้วย นายสุรชัย ยุทธชนะ นายวัฒนา มังธิสาร นายปรีชา ลิ้มถวิล รองเลขาธิการ ส.ป.ก. นายกฤษณะ ดีปาละ นายคมกฤษ แป้นโพธ์กลาง ผู้ตรวจราชการกรม นายเกียรติยศ ทรงสง่า ผู้อำนวยการสำนักจัดการปฏิรูปที่ดิน ปฏิรูปที่ดินจังหวัด และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง

ในการนี้ รมช.กษ.ได้กล่าวพบปะเกษตรกร และเป็นประธานการมอบโฉนดเพื่อการเกษตรแก่เกษตรกรในเขตปฏิรูปที่ดินจำนวน 100 ราย ณ เวที บริเวณการจัดนิทรรศการสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมในงาน “มหกรรมการเกษตรและท่องเที่ยวถนนสายดอกไม้งามริมกว๊านพะเยา จังหวัดพะเยา” ณ บริเวณอนุสาวรีย์พ่อขุนงำเมือง ริมกว๊านพะเยา จังหวัดพะเยา

– 006

เลขาธิการ มกอช. เข้ารับมอบรางวัลรัฐบาลดิจิทัล ประจำปี 2567

เลขาธิการ มกอช. เข้ารับมอบรางวัลรัฐบาลดิจิทัล ประจำปี 2567

เลขาธิการ มกอช. เข้ารับมอบรางวัลรัฐบาลดิจิทัล ประจำปี 2567

วันศุกร์ ที่ 27 ธันวาคม พ.ศ. 2567, 17.30 น.

27 ธันวาคม 2567 นายสัตวแพทย์ชัยวัฒน์ โยธคล เลขาธิการสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.) เข้ารับมอบรางวัลรัฐบาลดิจิทัล ประจำปี 2567 “DG Award 2024” ในด้าน “หน่วยงานคุณภาพด้านการใช้ธรรมาภิบาลข้อมูลภาครัฐ (Data Governance)” โดยมีนายประเสริฐ จันทรรวงทอง รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานในงานประกาศรางวัลรัฐบาลดิจิทัล ประจำปี 2567 ณ ตึกสันติไมตรี (หลังนอก) ทำเนียบรัฐบาล ทั้งนี้ รางวัลรัฐบาลดิจิตอล ประจำปี 2567 (Digital Government Awards 2024) มอบให้แก่หน่วยงานภาครัฐที่มีการปรับเปลี่ยนองค์กรสู่การเป็นรัฐบาลดิจิตอลในระดับสูง เพื่อเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับส่วนราชการและหน่วยงานของรัฐต่อไป

-(016)

กรมพัฒนาที่ดิน คว้ารางวัลรัฐบาลดิจิทัล ประจำปี 2567

กรมพัฒนาที่ดิน คว้ารางวัลรัฐบาลดิจิทัล ประจำปี 2567

กรมพัฒนาที่ดิน คว้ารางวัลรัฐบาลดิจิทัล ประจำปี 2567

วันศุกร์ ที่ 27 ธันวาคม พ.ศ. 2567, 17.13 น.

กรมพัฒนาที่ดิน คว้ารางวัลรัฐบาลดิจิทัล ประจำปี 2567 DG Awards 2024 “รางวัลหน่วยงานคุณภาพด้านการใช้ธรรมาภิบาลข้อมูลภาครัฐ”

27 ธันวาคม พ.ศ. 2567 เวลา 10.00 น. ดร.ทวีศักดิ์ ธนเดโชพล อธิบดีกรมพัฒนาที่ดิน เข้าร่วมงานมอบรางวัลรัฐบาลดิจิทัล ประจำปี 2567 “DG Awards 2024” และเข้ารับรางวัลในโอกาสที่ กรมพัฒนาที่ดิน ได้รับรางวัล “หน่วยงานคุณภาพด้านการใช้ธรรมาภิบาลข้อมูลภาครัฐ (Data Governance)” ของสำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน) หรือ DGA ให้แก่หน่วยงานภาครัฐที่มีการยกระดับองค์กรสู่การเป็นรัฐบาลดิจิทัล เพื่อเป็นผลสะท้อนการพัฒนาและเปลี่ยนแปลงความสำเร็จของหน่วยงานรัฐทั่วประเทศ โดยมี นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เป็นประธานในพิธี ณ ตึกสันติไมตรี (หลังนอก) ทำเนียบรัฐบาล

-(016)

‘นฤมล’ถกผอ.สถาบันวิจัยฯ ร่วมงานวิจัยข้าว-พัฒนาบุคลากร

‘นฤมล’ถกผอ.สถาบันวิจัยฯ  ร่วมงานวิจัยข้าว-พัฒนาบุคลากร

‘นฤมล’ถกผอ.สถาบันวิจัยฯ ร่วมงานวิจัยข้าว-พัฒนาบุคลากร

วันศุกร์ ที่ 27 ธันวาคม พ.ศ. 2567, 08.23 น.

ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รมว.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวภายหลังหารือร่วมกับ ดร.อีวอน มาเรีย พินโต ผอ.สถาบันวิจัยข้าวระหว่างประเทศ โดยมีนายถาวร ทันใจ รองปลัดกระทรวงเกษตรฯ ดร.ชิษณุชา บุดดาบุญ รองอธิบดีกรมการข้าว และผู้เกี่ยวข้อง เข้าร่วม ว่ากระทรวงเกษตรฯ ร่วมเป็นสมาชิกสถาบันวิจัยข้าวระหว่างประเทศ (International Rice Research Institute: IRRI) ตั้งแต่ปีเริ่มก่อตั้งในปี พ.ศ.2503 และดำเนินความร่วมมือร่วมกันมาเป็นเวลากว่า 50 ปีและได้มีบันทึกความเข้าใจ (MOU) ว่าด้วยความร่วมมือด้านการเกษตร ระหว่างไทย-IRRI เมื่อปี พ.ศ.2540

“ประเทศไทยได้มีส่วนในการการร่วมวางแผน กำหนดนโยบายต่างๆ และองค์ความรู้จากสถาบัน IRRI และหุ้นส่วนความร่วมมืออื่นๆ ในการต่อยอดงานวิจัยและพัฒนาข้าวของประเทศไทย และสามารถนำไปถ่ายทอดสู่ชาวนา เจ้าหน้าที่ภาครัฐและภาคเอกชน ทำให้เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของข้าวไทย เป็นการสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจทั้งโดยตรงจาก การส่งออกข้าว รวมทั้งทำให้นักวิชาการไทยมีโอกาสได้เผยแพร่ผลงานวิจัยด้านข้าวให้เป็นที่รู้จักและได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติ” ศ.ดร.นฤมล กล่าว

ศ.ดร.นฤมล เน้นย้ำการประสานความร่วมมือกับ IRRI อย่างต่อเนื่อง และให้ความสำคัญกับการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาใช้เพิ่มประสิทธิภาพการผลิตข้าวและลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการปลูกข้าว โดยปัจจุบันการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของภาคเกษตร 57 ล้านตันฯ มาจากการปลูกข้าวมากที่สุด 29 ล้านตันฯ คิดเป็นร้อยละ 51 เพื่อสนับสนุนเป้าหมายของประเทศไทยในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกภายใต้ NDC ร้อยละ 40 ภายในปี ค.ศ. 2030 และการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ในปี ค.ศ. 2050 รวมถึงการสนับสนุนการจัดทำเอกสารความตกลงประเทศเจ้าบ้าน (Host Country Agreement: HCA) ระหว่างไทย – IRRI ซึ่งสถานะปัจจุบันอยู่ระหว่างการจัดเตรียมเอกสารเพื่อเสนอให้คณะรัฐมนตรีพิจารณา

นอกจากนี้ สำหรับความร่วมมือระหว่างไทย-IRRI ได้ร่วมมือกันในด้านการวิจัยและพัฒนาบุคลากร โดยหารือกันในการจัดตั้งศูนย์ฝึกอบรมในระดับภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จ.สุพรรณบุรี สำหรับประเด็นการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate change) IRRI ได้มีการจัดทำโครงการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกตลอดห่วงโซ่อุปทาน เพื่อลดผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ รวมถึงการวิจัยปรับปรุงพันธุ์ข้าวที่มีความยืดหยุ่นต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศ

ในโอกาสนี้ ได้เรียนเชิญ รมว.เกษตรฯ เข้าร่วมงานเฉลิมฉลองดังกล่าว ที่สำนักงานใหญ่สถาบันวิจัยข้าวระหว่างประเทศ เมืองลอสบันยอส (Los Banos) จังหวัดลากูนา (Laguna) ประเทศฟิลิปปินส์ ซึ่ง IRRI ได้กำหนดจัดงานครบรอบ 65 ปี ของการก่อตั้ง IRRI ในปี 2568 และได้เชิญผู้นำประเทศต่างๆ เข้าร่วมด้วย