‘รองอธิบดีฝนหลวงฯ’เป็นปธ.พิธีปิดการประชุมเชิงปฏิบัติการด้านการดัดแปรสภาพอากาศระดับภูมิภาคอาเซียน ประจำปี 2567

https://www.naewna.com/local/836923

'รองอธิบดีฝนหลวงฯ'เป็นปธ.พิธีปิดการประชุมเชิงปฏิบัติการด้านการดัดแปรสภาพอากาศระดับภูมิภาคอาเซียน ประจำปี 2567

‘รองอธิบดีฝนหลวงฯ’เป็นปธ.พิธีปิดการประชุมเชิงปฏิบัติการด้านการดัดแปรสภาพอากาศระดับภูมิภาคอาเซียน ประจำปี 2567

วันอังคาร ที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2567, 17.51 น.

รองอธิบดีฝนหลวงฯ เป็นประธานในพิธีปิดการประชุมเชิงปฏิบัติการด้านการดัดแปรสภาพอากาศระดับภูมิภาคอาเซียน ประจำปี 2567 (ASEAN Regional Seminar on Weather Modification 2024) ที่จัดขึ้นระหว่างวันที่ 18 – 22 ตุลาคม 2567

เมื่อวันที่ 21 ตุลาคม 2567 เวลา 19.00 น.นายราเชน ศิลปะรายะ รองอธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตรด้านปฏิบัติการ เป็นประธานในพิธีปิดการประชุมเชิงปฏิบัติการด้านการดัดแปรสภาพอากาศระดับภูมิภาคอาเซียน ประจำปี 2567 (ASEAN Regional Seminar on Weather Modification 2024) ณ โรงแรมดีวารี พัทยา พร้อมกล่าวขอบคุณผู้แทนหน่วยงานจากกลุ่มประเทศอาเซียน ได้แก่ กัมพูชา อินโดนีเซีย มาเลเซีย และฟิลิปปินส์ ประเทศในภูมิภาคเอเชีย ได้แก่ จีน เกาหลีใต้ มองโกเลีย ศรีลังกา และประเทศในภูมิภาคตะวันออกกลาง ได้แก่ จอร์แดน และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ที่เดินทางมาเข้าร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ประสบการณ์ และความเชี่ยวชาญ อันเป็นการพัฒนาศักยภาพบุคลากรด้านการดัดแปรสภาพอากาศของกรมฝนหลวงและการบินเกษตร และสมาชิกศูนย์การดัดแปรสภาพอากาศอาเซียนให้มีความรู้ และเกิดทักษะที่เกี่ยวข้องอย่างหลากหลาย จนสามารถร่วมดำเนินโครงการความร่วมมือให้บรรลุวัตถุประสงค์ในการจัดการความท้าทายด้านสิ่งแวดล้อมต่อไป และส่งเสริมความร่วมมือด้านการพัฒนา วิจัยและปฏิบัติการด้านการดัดแปรสภาพอากาศ อันเป็นการพัฒนาเครือข่ายความร่วมมือภายในและระหว่างประเทศสมาชิก ซึ่งนำไปสู่การเพิ่มขีดความสามารถในการสร้างเทคโนโลยีที่เหมาะสมกับบริบทของประเทศ และสามารถนำมาปรับใช้กับเทคนิคของแต่ละประเทศได้อย่างเหมาะสม และร่วมกันกำหนดกลยุทธ์ในการสร้างความเข้มแข็งการดำเนินงานภายใต้ศูนย์การดัดแปรสภาพอากาศอาเซียน โดยจัดทำแผนปฏิบัติงานร่วมด้านการดัดแปรสภาพอากาศ อันเป็นเครื่องมือและกลไกสำหรับการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ และบรรเทามลภาวะทางอากาศในระดับภูมิภาคเพื่อให้เกิดผลสัมฤทธิ์ต่อไป

นอกจากนี้ ในวันนี้ (22 ต.ค.67) ได้มีการนำคณะเดินทางฯ ไปยังสถานีเรดาห์ฝนหลวงสัตหีบ จ.ชลบุรี เพื่อ แบ่งปันและถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านการเทคโนโลยีการตรวจสภาพอากาศ หลังจากนั้นคณะทำงานจะเดินทางกลับยัง กรุงเทพมหานคร อันเป็นการเสร็จสิ้นการประชุมฯ ในครั้งนี้ สำหรับการประชุมเชิงปฏิบัติการด้านการดัดแปรสภาพอากาศระดับภูมิภาคอาเซียนในปี 2568 ประเทศอินโดนิเซีย ได้รับเกียรติเป็นเจ้าภาพในการจัดงาน ซึ่งจะมีการจัดงาน ณ บาหลี ประเทศอินโดนิเซียต่อไป

– 006

บรรเทาน้ำท่วม!!! ‘กรมชลประทาน’เร่งผลักดันน้ำใน’แม่น้ำท่าจีน’

https://www.naewna.com/local/836863

บรรเทาน้ำท่วม!!! 'กรมชลประทาน'เร่งผลักดันน้ำใน'แม่น้ำท่าจีน'

บรรเทาน้ำท่วม!!! ‘กรมชลประทาน’เร่งผลักดันน้ำใน’แม่น้ำท่าจีน’

วันอังคาร ที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2567, 15.25 น.

โครงการชลประทานนครปฐม สำนักงานชลประทานที่ 13 ร่วมกับ สำนักเครื่องจักรกล กรมชลประทาน ติดตั้งเครื่องผลักดันน้ำในแม่น้ำท่าจีน บริเวณสะพานรวมเมฆ ต.นครชัยศรี อ.นครชัยศรี จ.นครปฐม จำนวน 6 เครื่อง เพื่อช่วยให้การระบายน้ำเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ลดผลกระทบปัญหาน้ำท่วมขัง ทั้งนี้ ปัจจุบันมีการติดตั้งเครื่องผลักดันน้ำในเขตจังหวัดนครปฐม แล้วทั้งสิ้น 38 เครื่อง เร่งระบายน้ำด้านปลายน้ำในแม่น้ำท่าจีน ออกสู่อ่าวไทยให้เร็วที่สุด

– 006

เช็ค 3 วันล่วงหน้า!!! คาดการณ์ระดับน้ำ’เจ้าพระยาตอนล่าง’

https://www.naewna.com/local/836841

เช็ค 3 วันล่วงหน้า!!! คาดการณ์ระดับน้ำ'เจ้าพระยาตอนล่าง'

เช็ค 3 วันล่วงหน้า!!! คาดการณ์ระดับน้ำ’เจ้าพระยาตอนล่าง’

วันอังคาร ที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2567, 14.28 น.

คาดการณ์ระดับน้ำแม่น้ำเจ้าพระยาตอนล่าง 3 วันล่วงหน้า (22-24 ต.ค.67) ข้อมูล ณ วันที่ 22 ตุลาคม 2567

น้ำทะเลหนุนสูง วันนี้ – 24 ตุลาคม 2567 พื้นที่เสี่ยงจังหวัดสมุทรปราการ กรุงเทพมหานคร นนทบุรี ปทุมธานี สมุทรสาคร นครปฐม และสมุทรสงคราม ขอให้เฝ้าระวังน้ำเอ่อล้นตลิ่งในพื้นที่ลุ่มต่ำนอกแนวคันกั้นน้ำ

ฉก.พญานาคราชลุยยึด สุกร860กก.ที่มุกดาหาร

https://www.naewna.com/local/836710

ฉก.พญานาคราชลุยยึด  สุกร860กก.ที่มุกดาหาร

ฉก.พญานาคราชลุยยึด สุกร860กก.ที่มุกดาหาร

วันอังคาร ที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

พ.อ.รวิรักษ์ สัตตบุศย์ ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจพญานาคราช กล่าวว่า นายณรงค์ รัตนตรัยวงศ์ หัวหน้าด่านกักกันสัตว์มุกดาหาร ได้นำกำลังปฏิบัติการปราบปรามการลักลอบนำเข้า-ส่งออก รวมถึงการซุกซ่อนสินค้าเกษตรเถื่อนตามแนวชายแดนแม่น้ำโขง จ.มุกดาหาร โดยภายหลังได้รับแจ้งจากสายข่าว ว่ามีการลักลอบขนย้ายซากสุกร ผ่านเส้นทางบ้านป่าหวาย ต.บางทรายใหญ่ อ.เมือง จ.มุกดาหารจึงเฝ้าติดตาม

จากการซุ่มติดตาม ได้ตรวจพบรถกระบะ ยี่ห้อโตโยต้า วีโก้ สีบรอนซ์ทอง ทะเบียน บม 5088 ศรีสะเกษ ลักลอบบรรทุกซากสุกร (หนังสุกร) 43 กล่อง น้ำหนัก 860 กิโลกรัม ซึ่งผู้ต้องหาได้ทิ้งรถพร้อมของกลางดังกล่าว แล้ววิ่งหนีเข้าป่า ก่อนจะอาศัยความมืดหลบหนีการจับกุมไปได้ ส่วนการตรวจสอบของกลาง พบแหล่งที่มาของซากสุกร มาจากต่างประเทศ และไม่มีผู้ใดแสดงตนเป็นเจ้าของ ซึ่งเข้าข่ายความผิดตามมาตรา 22, 31 และ มาตรา 34 พ.ร.บ.โรคระบาดสัตว์ พ.ศ. 2558 และมาตรา 242 พ.ร.บ. ศุลกากร 2560 จึงได้อายัดซากสุกรเพื่อตรวจสอบและเข้าร้องทุกข์กล่าวโทษ ลงบันทึกประจำวัน ไว้ที่ สภ.เมืองมุกดาหาร เพื่อดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป

‘นฤมล’ร่วมงานมหกรรมการเกษตร

https://www.naewna.com/local/836709

‘นฤมล’ร่วมงานมหกรรมการเกษตร

‘นฤมล’ร่วมงานมหกรรมการเกษตร

วันอังคาร ที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รมว.เกษตรและสหกรณ์ เปิดงานมหกรรมการเกษตร Farm Expo 2024จัดขึ้นภายใต้ธีม Revolutionising Farm Business และร่วมแสดงวิสัยทัศน์ โดยมีผู้บริหารกระทรวงเกษตรฯ และภาคเอกชน เข้าร่วม ที่ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา กทม.เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจด้านการเกษตรให้เติบโต พร้อมกันอย่างยั่งยืนจากความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชน ภายในงานได้รวบรวมเทคโนโลยีและนวัตกรรมการเกษตร สินค้าและบริการจากภาคเกษตรมาจัดแสดงกว่า 14 โซน มีกิจกรรมที่น่าสนใจ ได้แก่ 1.ตู้คีบทุเรียนใหญ่ที่สุดในโลก 2.ตรวจดินฟรี ดินดี ปลูกอะไรก็งอกงาม 3.น้อยหน้าอิสราเอล ลูกละกิโล จองคิวยาวข้ามปี และ 4.อัปสกิลเรียนบินโดรนฟรีกับสถาบันการบินพลเรือน เป็นต้น

รมว.เกษตรฯ กล่าวว่า รู้สึกยินดีและเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้ร่วมเปิดมหกรรมการเกษตรหวังว่ากิจกรรมนี้จะช่วยผลักดันให้เกิดการจับคู่ทางธุรกิจและทางวิจัย เพื่อเพิ่มศักยภาพและขีดความสามารถให้เกษตรกรไทยมีรายได้และคุณภาพชีวิตที่ดี ขับเคลื่อนเศรษฐกิจให้เติบโตต่อเนื่องอย่างยั่งยืน พร้อมผลักดันให้ GDP ภาคเกษตร เติบโตตามนโยบายตลาดนำ นวัตกรรมเสริม เพิ่มรายได้ของรัฐบาล รวมถึงส่งเสริมให้เกษตรกรสร้างแบรนด์สินค้าและใช้นวัตกรรมให้เกิดสินค้าเกษตรมูลค่าสูง เพื่อสร้างรายได้เพิ่มขึ้น

นอกจากนี้ การยางแห่งประเทศไทย (กยท.) ได้เตรียมแผนทำเกษตรยั่งยืนตามแนวโน้มการจัดการปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมของทั่วโลก ด้วยการนำร่องทดลองปลูกต้นยาง เพื่อเข้าร่วมตลาดคาร์บอนเครดิต 100,000 ไร่ อีกทั้งเตรียมแผนส่งออกยางพาราที่เข้าหลักเกณฑ์ EUDeforestation Regulation (EUDR) 3.5 ล้านตัน ซึ่งหากทำการรุกตลาดอียูได้ก่อนประเทศผู้ส่งออกยางรายอื่น ประเทศไทยจะสามารถเป็นผู้กำหนดราคายางระดับโลกได้ ทั้งนี้ ต้องอาศัยความร่วมมือหลายภาคส่วนทั้งภาครัฐและเอกชน ในการผลักดันการทำงานให้สำเร็จ และร่วมกันช่วยให้เกษตรกรไทยเติบโตอย่างยั่งยืน

‘อภัย’ถกความก้าวหน้า ลดต้นทุนผลิตอาหารสัตว์-ปุ๋ย

https://www.naewna.com/local/836712

‘อภัย’ถกความก้าวหน้า ลดต้นทุนผลิตอาหารสัตว์-ปุ๋ย

‘อภัย’ถกความก้าวหน้า ลดต้นทุนผลิตอาหารสัตว์-ปุ๋ย

วันอังคาร ที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

นายอภัย สุทธิสังข์ รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานการประชุมติดตามความก้าวหน้าผลการดำเนินงานการลดต้นทุนการผลิตอาหารสัตว์ อาหารสัตว์น้ำ การผลิตปุ๋ยอินทรีย์ และการเพิ่มพื้นที่ปลูกปาล์มน้ำมัน โดยมีนายกฤต อุตตมะเวทิน ผู้ตรวจราชการกระทรวงเกษตรฯ นายเทอดศักดิ์ รัญจวน เกษตรและสหกรณ์จังหวัดนราธิวาส ส่วนราชการในสังกัดกรมปศุสัตว์ กรมประมง กรมส่งเสริมการเกษตร กรมวิชาการเกษตร กรมพัฒนาที่ดิน และกรมส่งเสริมสหกรณ์ เข้าร่วม ที่สำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัดนราธิวาส ศาลากลางจังหวัดนราธิวาส (แห่งที่ 2)

ทั้งนี้ ที่ประชุมมีประเด็นข้อหารือ 4 ประเด็นหลัก ดังนี้ 1.การลดต้นทุนการผลิตอาหารสัตว์และสัตว์น้ำ ซึ่งเหตุผลที่ต้องลดต้นทุนเนื่องจากอาหารเม็ดในปัจจุบันมีราคาสูง จึงต้องการให้มีการลดต้นทุนการผลิต ราคาต่ำกว่าราคาท้องตลาด โดยการผลิตอาหารสัตว์ ควรหากลุ่มตัวอย่าง อาจเป็นกลุ่มวิสาหกิจชุมชน จึงมอบหมายให้เกษตรจังหวัดร่วมกับเกษตรอำเภอ กำกับดูแล เพื่อเป็นตันแบบให้กับกลุ่มอื่นๆ ต่อไป นอกจากนี้ เกษตรและสหกรณ์จังหวัดได้ร่วมกับปศุสัตว์จังหวัด ศูนย์วิจัยอาหารสัตว์ จัดทำสูตรอาหารสัตว์ที่ชัดเจนและดำเนินการผลิต และมอบประมงจังหวัดจดทะเบียน หากลุ่มผู้เลี้ยงปลานำอาหารปลาที่ผลิตไปทดลองใช้เป็นกลุ่มต้นแบบ ซึ่งสิ่งสำคัญคือการมีแผนธุรกิจสินค้าเกษตร

2.การผลิตปุ๋ยอินทรีย์ธาตุอาหารสูง จะมีการพัฒนาสูตรปุ๋ย ตามค่าตรวจของดิน เน้นการลดต้นทุน และคุณภาพสูง โดยให้พัฒนาที่ดินจังหวัดร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดำเนินการจัดทำปุ๋ยอินทรีย์ต้นแบบ 3.การเพิ่มพื้นที่ปลูกปาล์มน้ำมัน มีเป้าหมายเพิ่มพื้นที่ 100,000 ไร่ ในพื้นที่ จ.นราธิวาส โดยขอให้จังหวัดจัดหาพื้นที่ที่เหมาะสมรองรับการปลูกปาล์มน้ำมัน ใช้ตลาดนำ โรงงานจะรับซื้อผลผลิต RSPO มุ่งสู่ความยั่งยืน และให้ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรส่งเสริมต้นพันธุ์ปาล์มน้ำมันที่เหมาะสมกับพื้นที่ จ.นราธิวาสให้เพียงพอต่อความต้องการของเกษตรกร ได้แก่ พันธุ์ปาล์มน้ำมันลูกผสม สุราษฏร์ธานี 1 และพันธุ์ปาล์มน้ำมันลูกผสม สุราษฏร์ธานี 2 มอบการยางแห่งประเทศไทย ตรวจสอบข้อมูลปรับเปลี่ยนจากยางพาราเป็นปาล์มน้ำมันเพื่อให้ได้พื้นที่ตามเป้าหมาย มอบสถานีพัฒนาที่ดินกำหนดเงื่อนไขการเข้าร่วมขุดคูยกร่อง เพื่อสนับสนุนการขุดคูให้แก่เกษตรกร ให้ตั้งเป็นวิสาหกิจชุมชนผู้ปลูกปาล์มน้ำมัน เพื่อเป็นแปลงต้นแบบในการส่งเสริมการผลิตปาล์มน้ำมันอย่างยั่งยืนตามมาตรฐาน RSPO

4.การจ้างอาสาสมัครเกษตรและสหกรณ์ระดับตำบล ส่งเสริมและผลักดันให้มีการจ้างอาสาสมัครเกษตรหมู่บ้าน และให้เกษตรและสหกรณ์จังหวัด ดำเนินการออกแบบแบบรายงานผลให้ครบทั้งด้านพืช ประมง และปศุสัตว์ และนำร่องในพื้นที่ตากใบโมเดล อ.ตากใบ จ.นราธิวาส

รองปลัดฯประชุม การปรับปรุงระบบ ตรวจสอบแม่นยำ พื้นที่เกิดภัยพิบัติ

https://www.naewna.com/local/836717

รองปลัดฯประชุม  การปรับปรุงระบบ  ตรวจสอบแม่นยำ  พื้นที่เกิดภัยพิบัติ

รองปลัดฯประชุม การปรับปรุงระบบ ตรวจสอบแม่นยำ พื้นที่เกิดภัยพิบัติ

วันอังคาร ที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

น.ส.ภัทราภรณ์ โสเจยยะ รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ประชุมคณะทำงานปรับปรุงกระบวนการเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการช่วยเหลือเกษตรกรผู้ประสบภัยธรรมชาติ ด้วยวิธีการทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ครั้งที่ 1/2567 โดยมีผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วม อาทิ สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร กรมส่งเสริมการเกษตร สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) (GISTDA) ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เป็นต้น เพื่อพิจารณาแลกเปลี่ยนแนวทาง วิธีการในการนำวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้ในกระบวนการสำรวจตรวจสอบ และยืนยันความเสียหายจากภัยพิบัติธรรมชาติ เพิ่มประสิทธิภาพการประกันภัยพืชผล

ทั้งนี้ ที่ประชุมมีมติเห็นชอบให้ใช้รูปแบบระบบปฏิบัติการและแนวทางตามที่GISTDA ได้ทำการศึกษาเบื้องต้นร่วมกับหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรฯ ในการพิจารณารูปแบบการประเมินความเสียหายจากน้ำท่วม เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการช่วยเหลือเกษตรกรให้สูงขึ้น และมอบหมายให้หน่วยงานส่งผู้แทนที่มีความเชี่ยวชาญทำงานร่วมกับ GISTDA เพื่อสนับสนุนข้อมูลเชิงพื้นที่ และข้อมูลที่เกี่ยวข้อง นำไปศึกษาทดลอง ความเป็นไปได้ในทางปฏิบัติ โดยจะเริ่มดำเนินงานในพื้นที่นำร่องภาคกลาง พื้นที่ปลูกข้าวนาปีและผลไม้เศรษฐกิจมูลค่าสูง เพื่อตรวจสอบความแม่นยำในการยืนยันความเสียหายจากภัยพิบัติ เพื่อก่อให้เกิดความเป็นธรรมทั้งภาครัฐ เอกชน และเกษตรกร และจะเสนอต่อคณะทำงานในครั้งต่อไป

กรมฝนหลวงฯประชุมเตรียมการจัดนิทรรศการ เนื่องในวันพระบิดาแห่งฝนหลวง ประจำปี 2567

https://www.naewna.com/local/836735

กรมฝนหลวงฯประชุมเตรียมการจัดนิทรรศการ เนื่องในวันพระบิดาแห่งฝนหลวง ประจำปี 2567

กรมฝนหลวงฯประชุมเตรียมการจัดนิทรรศการ เนื่องในวันพระบิดาแห่งฝนหลวง ประจำปี 2567

วันจันทร์ ที่ 21 ตุลาคม พ.ศ. 2567, 19.39 น.

เมื่อวันที่ 21 ตุลาคม 2567 ณ ห้องประชุมเทวกุล ชั้น 6 กรมฝนหลวงและการบินเกษตร นายภักดี จันทร์เกษ ผู้อำนวยการกองปฏิบัติการฝนหลวง เป็นประธานการประชุมการเตรียมการจัดนิทรรศการเนื่องในวันพระบิดาแห่งฝนหลวง ประจำปี 2567 โดยมีผู้แทนหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และหน่วยงานร่วมบูรณาการที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุม เพื่อเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราชบรมนาถบพิตร และพิจารณาส่งรายละเอียดข้อมูลการจัดนิทรรศการ การนำเสนอสินค้าหรือผลิตภัณฑ์มาจำหน่าย และกิจกรรมสาธิต

– 006

เช็คที่นี่!!! คาดการณ์ระดับน้ำแม่น้ำเจ้าพระยาตอนล่าง 3 วันล่วงหน้า

https://www.naewna.com/local/836707

เช็คที่นี่!!! คาดการณ์ระดับน้ำแม่น้ำเจ้าพระยาตอนล่าง 3 วันล่วงหน้า

เช็คที่นี่!!! คาดการณ์ระดับน้ำแม่น้ำเจ้าพระยาตอนล่าง 3 วันล่วงหน้า

วันจันทร์ ที่ 21 ตุลาคม พ.ศ. 2567, 18.57 น.

คาดการณ์ระดับน้ำแม่น้ำเจ้าพระยาตอนล่าง 3 วันล่วงหน้า (21 – 23 ต.ค.67) ข้อมูล ณ วันที่ 21 ตุลาคม 2567

น้ำทะเลหนุนสูง วันนี้ – 24 ตุลาคม 2567 พื้นที่เสี่ยง จังหวัดสมุทรปราการ กรุงเทพมหานคร นนทบุรี ปทุมธานี สมุทรสาคร นครปฐม และสมุทรสงคราม ขอให้เฝ้าระวังน้ำเอ่อล้นตลิ่งในพื้นที่ลุ่มต่ำนอกแนวคันกั้นน้ำ

ชป.เตรียมรับมือฝนหนักภาคใต้-ภาคเหนือฝนน้อยเร่งเก็บกักไว้ใช้แล้งหน้า

https://www.naewna.com/local/836621

ชป.เตรียมรับมือฝนหนักภาคใต้-ภาคเหนือฝนน้อยเร่งเก็บกักไว้ใช้แล้งหน้า

ชป.เตรียมรับมือฝนหนักภาคใต้-ภาคเหนือฝนน้อยเร่งเก็บกักไว้ใช้แล้งหน้า

วันจันทร์ ที่ 21 ตุลาคม พ.ศ. 2567, 15.11 น.

วันนี้ (21 ต.ค.67) ที่ห้องประชุมศูนย์ปฏิบัติการน้ำอัจฉริยะ (swoc) อาคาร 99 ปี หม่อมหลวงชูชาติ กำกู กรมชลประทาน ถนนสามเสน นายปกรณ์ สุตสุนทร ผู้เชี่ยวชาญด้านที่ปรึกษาอุทกวิทยา กรมชลประทาน เป็นประธานการประชุมคณะอนุกรรมการติดตามและวิเคราะห์แนวโน้มสถานการณ์น้ำ ผ่านระบบบ Video Conference ไปยังสำนักงานชลประทานที่ 1-17 และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อติดตามและวิเคราะห์สถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำ แหล่งน้ำ และและแม่น้ำสายหลักต่างๆ สำหรับเป็นข้อมูลในการบริหารจัดการน้ำให้สอดคล้องและเหมาะสมในแต่ละพื้นที่

สำหรับสถานการณ์น้ำปัจจุบัน (21 ต.ค.67) อ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่และขนาดกลางทั่วประเทศ มีปริมาณน้ำรวมกันทั้งสิ้นประมาณ 62,301 ล้าน ลบ.ม. (82% ของความจุอ่างฯ รวมกัน) ยังสามารถรองรับน้ำได้รวมกันอีกกว่า 14,060 ล้าน ลบ.ม.เฉพาะลุ่มน้ำเจ้าพระยา 4 เขื่อนหลัก (เขื่อนภูมิพล เขื่อนสิริกิติ์ เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน และเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์) มีปริมาณน้ำรวมกันประมาณ 21,020 ล้าน ลบ.ม. (85% ของความจุอ่างฯ รวมกัน) ยังสามารถรองรับน้ำได้รวมกันอีกกว่า 3,851 ล้าน ลบ.ม.

ด้านสถานการณ์น้ำในแม่น้ำสายหลักต่างๆ ส่วนใหญ่มีแนวโน้มลด อาทิ แม่น้ำปิงที่จังหวัดเชียงใหม่ สถานการณ์น้ำได้กลับเข้าสู่ภาวะปกติแล้ว ยังคงเหลือพื้นที่น้ำท่วมขังบริเวณพื้นที่ลุ่มต่ำในเขตอำเภอเมืองลำปาง กรมชลประทาน ได้ร่วมบูรณาการกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ติดตั้งเครื่องสูบน้ำ เร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่ลุ่มต่ำลงลำน้ำวังอย่างต่อเนื่อง หากไม่มีฝนตกเพิ่มในพื้นที่คาดว่าสถานการณ์จะกลับเข้าสู่ภาวะปกติในเร็ววัน ส่วนสถานการณ์น้ำในเขตพื้นที่ อ.บ้านไร่ จ.อุทัยธานี หลังเกิดฝนตกหนักเมื่อวันที่ 19 ต.ค.67 ที่ผ่านมา ส่งผลให้เกิดน้ำป่าไหลหลากเข้าท่วมพื้นที่ชุมชน กรมชลประทาน ได้นำเครื่องสูบน้ำ รถฉีดน้ำ รถแบ๊คโฮ ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าช่วยเหลือพื้นที่ประสบภัยอย่างเร่งด่วน ปัจจุบันสถานการณ์น้ำเริ่มคลี่คลาย โดยปริมาณหลากจะไหลลงสู่อ่างเก็บน้ำกระเสียว จ.สุพรรณบุรี ซึ่งปัจจุบันยังมีพื้นที่รองรับน้ำได้อย่างเพียงพอ

ทั้งนี้ กรมอุตุนิยมวิทยา ได้คาดการณ์ว่า ภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ปริมาณฝนจะเริ่มลดลง จึงได้กำชับไปยังโครงการชลประทานในพื้นที่ดังกล่าว วางแผนการบริหารจัดการน้ำให้สอดคล้องกับสถานการณ์ควบคู่ไปกับกับการเก็บกักน้ำในช่วงปลายฤดูฝนนี้ให้ได้มากที่สุด

สำหรับพื้นที่ภาคใต้ จะมีปริมาณฝนเพิ่มมากขึ้น จึงต้องเฝ้าระวังติดตามสภาพอากาศและสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด เตรียมพร้อมเจ้าหน้าที่ เครื่องจักร เครื่องมือ เข้าประจำจุดเสี่ยง ตลอดจนตรวจสอบอาคารชลประทานให้ใช้งานได้อย่างเต็มศักยภาพ รวมทั้งกำจัดสิ่งกีดขวางทางน้ำอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้การระบายน้ำเป็นไปโดยสะดวก สามารถลดผลกระทบที่จะเกิดกับประชาชนให้ได้มากที่สุด ตามข้อสั่งการของ ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

– 006