‘ไชยา’ทำฝนหลวง ลดปัญหาฝุ่นควัน เพิ่มน้ำต้นทุนเขื่อน จังหวัดภาคเหนือ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/799632

วันพฤหัสบดี ที่ 18 เมษายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

นายไชยา พรหมา รมช.เกษตรและสหกรณ์ สั่งการให้หน่วยปฏิบัติการฝนหลวง จ.แพร่ และหน่วยปฏิบัติการฝนหลวง จ.เชียงใหม่ ขึ้นบินปฏิบัติการทำฝนในภารกิจบรรเทาหมอกควันและสถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM10 และ PM2.5) พื้นที่ จ.พะเยา แพร่ น่าน และภารกิจเติมน้ำต้นทุนให้เขื่อนสิริกิติ์ จ.อุตรดิตถ์ ทำให้พื้นที่ จ.แพร่ และพะเยา และจังหวัดใกล้เคียงมีฝนตกในหลายพื้นที่ทำให้ค่า PM2.5 ลดลง

นายไชยากล่าวว่า ตามทฤษฎี “ศาสตร์พระราชา” ของในหลวงร.9 ที่มอบให้กับกรมฝนหลวงและการบินเกษตร ในการช่วยเหลือพี่น้องประชาชน โดยใช้เทคนิคในการตัดแปลงสภาพอากาศ เพื่อลดปัญหาหมอกควันและฝุ่นละออง และภารกิจเติมน้ำในเขื่อน ช่วยเหลือพื้นที่แห้งแล้งให้กับเกษตรกร

ทั้งนี้ หน่วยปฏิบัติการฝนหลวง จ.แพร่ วางแผนบินปฏิบัติการฝนหลวงต่อเนื่อง เพื่อทำภารกิจบรรเทาหมอกควันและสถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM10 และ PM2.5) บริเวณพื้นที่ จ.พะเยา และน่าน โดยเครื่องบิน CASA จำนวน 1 ลำ ใช้ สารสูตร 6 จำนวน 1,000 กก. บนความสูง 8,000 ฟุตบริเวณ อ.เชียงม่วน จ.พะเยาซึ่งหลังจากขึ้นปฏิบัติการทำให้เช้าวันนี้มีฝนตก ที่บริเวณ อ.ดอกคำใต้ และอีกหลายพื้นที่ใน จ.พะเยา ทำให้ท้องฟ้ามืดครึ้ม อากาศเย็นสบาย ค่าฝุ่นละอองลดลง ซึ่งถือว่าปฏิบัติการฝนหลวงได้ผลเป็นที่น่าพอใจตามทฤษฏี “ศาสตร์พระราชา”

สวก.เปิดตัว Chef Robot ยกระดับอุตสาหกรรมอาหารไทย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/799633

วันพฤหัสบดี ที่ 18 เมษายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

ดร.วิชาญ อิงศรีสว่าง ผอ.สำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร องค์การมหาชน (สวก.) กล่าวว่า ได้ให้ความสำคัญกับการยกระดับสินค้าเกษตรและเป็นผู้ให้บริการทางการเกษตรครบวงจร (Agricultural Service Provider) ตามนโยบายของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จึงสนับสนุนทุนวิจัยให้กับ รศ.ดร.เชาวลิต มิตรสันติสุข และคณะวิจัยจากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ดำเนินโครงการระบบหุ่นยนต์ อัตโนมัติสำหรับปรุงอาหารและตรวจวัดกลิ่นรสอาหารด้วยเครือข่ายตัวรับรู้อัจฉริยะและปัญญาประดิษฐ์เพื่อยกระดับมาตรฐานอุตสาหกรรมอาหารไทย ด้วยการสร้างหุ่นยนต์ต้นแบบพ่อครัว ที่สามารถปรุงอาหารด้วยเครือข่ายตัวรับรู้อัจฉริยะต่อยอดเข้ากับเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ โดยการผสานเทคโนโลยีการจดจำรูปแบบ(Pattern recognition) ที่สามารถควบคุมการผลิตการทำซ้ำต่อเนื่องคุณภาพคงที่ และจดจำเทคโนโลยีวัสดุตรวจจับ(Sensors) และจมูกอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic noses) ประสิทธิภาพสูงซึ่งตอบสนองต่อกลิ่นรสอาหาร รสเปรี้ยว รสหวาน รสเค็ม รสอูมามิ และความเผ็ดตามสูตรมาตรฐานและสามารถปรับแต่งรสชาติอาหารตามต้องการและการเรียนรู้ด้วยตนเองจากข้อมูล (Machinelearning) มาประยุกต์ใช้เข้าด้วยกัน และคัดเลือกเมนูอาหารไทยที่ครองใจคนทั่วโลกอย่าง “ต้มยำกุ้ง” มาเป็นเมนูนำร่องในการดำเนินโครงการ

ทั้งนี้ ตั้งเป้าต่อยอดใช้ประโยชน์กับกลุ่มเป้าหมาย 2 กลุ่มหลัก ได้แก่ 1.กลุ่มผู้ประกอบการอุตสาหกรรมอาหาร/เกษตรกร สามารถช่วยลดต้นทุนด้านการผลิต ทั้งในเรื่องของแรงงานคน โดยเฉพาะพ่อครัวที่ต้องใช้ทักษะและความคิดสร้างสรรค์ในการปรุงอาหารให้ได้สูตรออกมาอร่อยถูกใจผู้บริโภค และลูกมือที่มีความรับผิดชอบต่องาน ซึ่งแน่นอนว่ายิ่งความต้องการบริโภคอาหารมากเท่าไรผู้ประกอบการยิ่งต้องสรรหาบุคลากรเข้ามาทำงานเพื่อเพิ่มกำลังการผลิตให้ทันต่อความต้องการ รวมไปถึงการควบคุมคุณภาพอาหารให้คงที่ทั้งปริมาณและรสชาติ เนื่องจากมนุษย์มีความเหนื่อยล้า หากต้องทำงานต่อเนื่อง และ 2.กลุ่มโรงพยาบาล นักโภชนาการ/ผู้รักสุขภาพที่ต้องควบคุมโภชนาการด้านอาหาร สามารถงานช่วยคุมปริมาณแคลอรีให้สอดคล้องกับสุขภาพผู้ป่วย การปรับวิธีการกินเป็นปัจจัยสำคัญต่อสุขภาพ และได้รับผลการรักษาอย่างสูงสุด การจัดอาหารให้เหมาะสมกับโรคตามหลักโภชนบำบัด มีจุดมุ่งหมายที่สำคัญ คือ ช่วยรักษาหรือบรรเทาอาการของโรค เพิ่มโอกาสรอดชีวิต ลดเวลานอนโรงพยาบาล รวมทั้งป้องกันการเกิดภาวะทุพพลภาพ (Malnutrition) ที่อาจเกิดขึ้นได้ในระหว่างที่ได้รับการรักษาโรค

รมว.เกษตรฯพัฒนาชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/799634

วันพฤหัสบดี ที่ 18 เมษายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมว.เกษตรและสหกรณ์ ร่วมงานมหกรรมวัฒนธรรมสานส้มพันธ์อิ้วเมียนโลก ที่เทศบาลเมืองพะเยา โดยกระทรวงวัฒนธรรม ร่วมกับมูลนิธิอิ้วเมียนไทย และหน่วยงานในระดับจังหวัด และเครือข่ายทางวัฒนธรรม ร่วมกันจัดขึ้นเพื่อยกระดับไปสู่ระดับชาติและนานาชาติ ร่วมกันสืบสาน รักษา ต่อยอดวัฒนธรรมกลุ่มชาติพันธุ์อิ้วเมียน และเผยแพร่องค์ความรู้เกี่ยวกับวัฒนธรรมวิถีชีวิตที่มีคุณค่าและมูลค่า สามารถนำไปต่อยอดการท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมและเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก สร้างรายได้หมุนเวียนในพื้นที่ รวมทั้งประชาสัมพันธ์ส่งเสริมการท่องเที่ยวของ จ.พะเยา และประเทศไทย

สำหรับมหกรรมวัฒนธรรมสานสัมพันธ์อิ้วเมียนโลก เป็น 1 ใน 6 เทศกาลประเพณีที่กระทรวงวัฒนธรรม ประกาศยกระดับสู่ระดับชาติและนานาชาติ เป็นการขับเคลื่อนสังคมและเศรษฐกิจด้วยวัฒนธรรม รวมทั้งผลักดัน “Soft Power”ความเป็นไทย เพิ่มมูลค่าเศรษฐกิจสร้างสรรค์ สร้างรายได้และภาพลักษณ์ที่ดีให้แก่ประเทศ โดยเฉพาะอุตสาหกรรมวัฒนธรรมสร้างสรรค์ที่มีศักยภาพ 5F โดยขับเคลื่อนงานเทศกาลประเพณีสู่ระดับโลก

ในส่วนของกระทรวงเกษตรฯ มีสถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง (องค์การมหาชน) หรือ สวพส. ที่เป็นหน่วยงานในการสนับสนุนงานโครงการหลวงและขยายผลงานโครงการหลวงในการพัฒนาเศรษฐกิจสังคมและสิ่งแวดล้อมบนที่สูงของประเทศไทยให้เกิดผลสัมฤทธิ์อย่างยั่งยืน ซึ่ง รมว.เกษตรฯ ได้ให้ความสำคัญและมอบหมายให้ขับเคลื่อนในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของพี่น้องชาติพันธุ์ มุ่งส่งเสริมอาชีพภาคการเกษตร ให้มีความยั่งยืน โดยบูรณาการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้สามารถนำจุดเด่นของชาติพันธุ์มาขยายผลเป็น Soft power ควบคู่กับการส่งเสริมคุณภาพชีวิตต่อไป

‘ธรรมนัส’ยุติปมพิพาท พื้นที่ทับซ้อนส.ป.ก.-อุทยานฯ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/799635

วันพฤหัสบดี ที่ 18 เมษายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมว.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า จากกรณีมีประเด็นข้อพิพาทระหว่าง เจ้าหน้าที่สำนักงานปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) จ.นครราชสีมา และ
เจ้าหน้าที่กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช ในพื้นที่ ต.หมูสี อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา เป็นประเด็นเกี่ยวกับพื้นที่ทับซ้อน ทำให้เกิดปัญหาของผู้ปฏิบัติงานทั้งสองหน่วยงานนั้น ตนได้ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง ซึ่งมีการประชุมร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องพร้อมกับส่วนราชการที่เกี่ยวข้องใน จ.นครราชสีมา และมีข้อสรุปเบื้องต้นให้หน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องใน จ.นครราชสีมา ยุติข้อพิพาท และจะมีการแต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงและหาข้อสรุป โดยนายภูมิธรรม เวชยชัยรองนายกรัฐมนตรี และ รมว.พาณิชย์ ในฐานะที่กำกับดูแลคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ เป็นประธานฯ

“ได้ประสานงานกับนายสุทิน คลังแสง รมว.กลาโหม ตลอดจนผู้บัญชาการทหารสูงสุด และเจ้ากรมแผนที่ทหาร ซึ่งมีหน้าที่รับผิดชอบโดยตรงเกี่ยวกับการแก้ปัญหาพื้นที่ทับซ้อน เดินหน้าโครงการวันแมป โดยกระทรวงกลาโหม ขอเป็นเจ้าภาพในการตรวจสอบข้อพิพาทระหว่างสองหน่วยงาน และตนรับทราบว่า ทางเจ้ากรมแผนที่ทหาร เตรียมจะลงพื้นที่พร้อมกับเจ้าหน้าที่ทั้งสองหน่วยงานคือ ส.ป.ก.และกรมอุทยานฯ ซึ่ง รมว.กลาโหม กับผม ได้มีบันทึกข้อตกลงในการแก้ปัญหาพื้นที่ข้อพิพาทดังกล่าว”รมว.เกษตรฯ กล่าว

ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ เจ้ากรมแผนที่ทหารและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ลงพื้นที่ข้อพิพาทเพื่อแก้ปัญหา และเมื่อได้ข้อสรุปก็จะนำประเด็นมาหาข้อยุติต่อไป

กรมฝนหลวงฯปฏิบัติการ เติมน้ำต้นทุนอ่าง-แก้ปัญหาไฟป่า

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/799442

วันพุธ ที่ 17 เมษายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมว.เกษตรและสหกรณ์ เปิดปฏิบัติการฝนหลวง ประจำปี 2567 โดยมีนายสุพิศ พิทักษ์ธรรม อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร ผู้บริหารกระทรวงเกษตรฯ เข้าร่วม ที่โรงเก็บเครื่องบิน 7 สนามบินนครสวรรค์ อ.เมือง จ.นครสวรรค์ มีการตรวจแถวชุดปฏิบัติการฝนหลวง 9 ชุด และทำพิธีปล่อยคาราวานเครื่องบินฝนหลวงออกประจำการแต่ละหน่วยทั่วประเทศ

ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า จากสถานการณ์ผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงด้านสภาพภูมิอากาศในประเทศไทยต่อภาคการเกษตรในปัจจุบัน รวมทั้งปัญหาหมอกควันและไฟป่า ปัญหาการเกิดพายุลูกเห็บในพื้นที่ภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM2.5) ที่มีค่าเกินเกณฑ์มาตรฐานที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชน ปัญหาการขาดแคลนน้ำในการอุปโภค-บริโภคและการเกษตร กรมฝนหลวงฯ ได้จัดทำแผนปฏิบัติการฝนหลวง ประจำปี 2567 จัดตั้งหน่วยปฏิบัติการฝนหลวง 10 หน่วยปฏิบัติการทั่วประเทศ โดยน้อมนำศาสตร์ตำราฝนหลวงพระราชทานของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร มาเป็นแนวทางในการดำเนินการป้องกันและบรรเทาช่วยเหลือความเดือดร้อนของประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาภัยพิบัติดังกล่าว

สำหรับในปี 2567 กรมฝนหลวงฯ มีแผนปฏิบัติการฝนหลวงช่วยเหลือพื้นที่การเกษตรที่ประสบภัยแล้งและสร้างความชุ่มชื้นให้กับป่าไม้ การเติมน้ำต้นทุนให้กับอ่างเก็บน้ำและเขื่อนต่างๆ ของประเทศ ป้องกันการเกิดไฟป่าและบรรเทาปัญหาหมอกควัน ยับยั้งการเกิดพายุลูกเห็บ รวมทั้งสถานการณ์ปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM2.5) ที่เกินเกณฑ์มาตรฐาน โดยกรมฝนหลวงฯ มีแผนในการจัดตั้งหน่วยปฏิบัติการฝนหลวงครอบคลุมพื้นที่ทั่วประเทศทั้ง 77 จังหวัด รวมทั้งสิ้น 16 หน่วย โดยตั้งหน่วยปฏิบัติการฝนหลวงประจำ 5 ภูมิภาค 7 ศูนย์ และได้ปรับแผนในการจัดตั้งหน่วยปฏิบัติการฝนหลวงในเดือนมีนาคมและเมษายน 2567 จำนวน 7 หน่วย โดยใช้อากาศยานรวมทั้งสิ้น 30 ลำ ได้แก่ อากาศยานของกรมฝนหลวงฯ 24 ลำ อากาศยานที่ได้รับการสนับสนุนจากกองทัพอากาศ 6 ลำ

นอกจากนี้ ได้จัดตั้งฐานเติมสารฝนหลวง 4 แห่ง ที่ จ.พิษณุโลก นครสวรรค์ ขอนแก่น และระยอง อีกทั้งตั้งแต่วันที่ 24 ธันวาคม 2566 กรมฝนหลวงฯ ได้จัดตั้งหน่วยปฏิบัติการฝนหลวง จ.ระยอง และประจวบคีรีขันธ์ ช่วยเหลือพื้นที่ภาคกลางภาคตะวันออก และภาคใต้ตอนบน ในการเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับพื้นที่ป่าไม้เพื่อบรรเทาป้องกันการเกิดไฟป่า ปัญหาหมอกควันและฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 และเติมน้ำต้นทุนให้กับอ่างเก็บน้ำ ในส่วนพื้นที่ภาคเหนือ ได้จัดตั้งหน่วยปฏิบัติการฝนหลวง จ.เชียงใหม่ ตั้งแต่วันที่ 8 มกราคม 2567 ช่วยเหลือบรรเทาปัญหาหมอกควัน ไฟป่า และฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 บริเวณพื้นที่ภาคเหนือ ภายใต้การบูรณาการร่วมกันระหว่าง จ.เชียงใหม่ และยังคงติดตามสถานการณ์สภาพอากาศอย่างต่อเนื่องเพื่อนำไปวางแผนในการปฏิบัติการฝนหลวง

‘อภัย’ประธานการประชุม ยกระดับMR.สินค้าเกษตร

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/799445

วันพุธ ที่ 17 เมษายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

นายอภัย สุทธิสังข์ รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการขับเคลื่อนภารกิจ ยกระดับ MR. สินค้าเกษตรครั้งที่ 1/2567 ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในสังกัดกระทรวงเกษตรฯ ที่ห้องประชุม 2 ชั้น 3 อาคารนวัตกรรม สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร และผ่านระบบ Zoom Meeting โดยมีเรื่องที่สำคัญในที่ประชุม ดังนี้ 1.ร่างคำสั่งมอบหมายผู้รับผิดชอบรายสินค้า (MR. สินค้าเกษตร) และหน้าที่ความรับผิดชอบ และร่างคำสั่งแต่งตั้งคณะทำงานภายใต้ MR. สินค้าเกษตร

2.ร่างคำสั่งมอบหมายผู้รับผิดชอบรายสินค้า (MR. สินค้าเกษตร) ภาคเอกชน และ 3.แนวทางการขับเคลื่อนภารกิจ MR. สินค้าเกษตร

ทั้งนี้ ที่ประชุมเห็นชอบให้ MR. สินค้าเกษตร ส่งรายงานประจำเดือนทุกวันที่ 15 เพื่อให้ฝ่ายเลขานุการฯ รวบรวมเสนอต่อคณะคณะกรรมการฯผู้บริหาร และ รมว.เกษตรฯ ต่อไป

ที่ปรึกษาฯลงพื้นที่ ติดตามการบริหาร อ่างเก็บน้ำห้วยแก้ว ใช้อุปโภค-บริโภค

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/799440

วันพุธ ที่ 17 เมษายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

นายบุญสิงห์ วรินทร์รักษ์ ที่ปรึกษา รมว.เกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่ติดตามการดำเนินงานการบริหารจัดน้ำในพื้นที่อ่างเก็บน้ำห้วยแก้ว อ.รัตนบุรี จ.สุรินทร์ พร้อมด้วยนายวุฒิพงศ์ เนียมหอม ผู้ตรวจราชการกระทรวงเกษตรฯ ที่อ่างเก็บน้ำห้วยแก้วบ้านสร้างบก ต.รัตนบุรี อ.รัตนบุรี จ.สุรินทร์ โดยมีนางชนมณี บุตรวงษ์ ผู้ประสานงาน รมว.เกษตรฯ จ.สุรินทร์ นายทินกร เสงี่ยมศักดิ์ หัวหน้าฝ่ายส่งน้ำและบำรุงรักษาที่ 5 โครงการชลประทานสุรินทร์ และส่วนราชการในสังกัดกระทรวงเกษตรฯ ต้อนรับ

ทั้งนี้ อ่างเก็บน้ำห้วยแก้ว ก่อสร้างขึ้นเมื่อปี 2508 สร้างขึ้นกั้นลำห้วยแก้ว ปัจจุบันได้ใช้เพื่อการอุปโภค-บริโภค (บริการน้ำประปา) และการเกษตร ปลูกข้าวใช้ประโยชน์ในการเกษตร และเป็นสถานที่ท่องเที่ยวพักผ่อนหย่อนใจของประชาชนในพื้นที่ น้ำต้นทุนใช้เป็นแหล่งผลิตน้ำประปาสำหรับให้บริการในพื้นที่ อ.รัตนบุรี อ.สนม และ อ.โนนนารายณ์ มีพื้นที่รับน้ำฝน 62.50 ตารางกิโลเมตร ความจุ ที่ระดับเก็บกัก 4.92 ล้านลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) ความจุของอ่างฯ ที่ระดับน้ำสูงสุด 5.7 ล้าน ลบ.ม.ปริมาณน้ำไหลลงอ่างฯ เฉลี่ย 12.3 ล้าน ลบ.ม.ต่อปี ทั้งนี้ ปริมาณน้ำปัจจุบัน 2.4 ล้าน ลบ.ม. (ความจุ 49.62%)

สำหรับปัญหาที่พบในปัจจุบันพื้นที่ดังกล่าวอยู่ในเขตชลประทานราษฎรประสบปัญหาขาดแคลนน้ำอุปโภค-บริโภค จึงต้องรีบดำเนินการขุดลอกอ่างเก็บน้ำเพื่อให้น้ำสามารถไหลเข้าสู่อ่างเก็บน้ำห้วยแก้วได้สะดวก และกักเก็บน้ำได้ในปริมาณมากขึ้นเพื่อแก้ปัญหาภัยแล้ง

‘ธรรมนัส’สั่งส.ป.ก.ตรวจสอบที่ดินฯ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/799444

วันพุธ ที่ 17 เมษายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมว.เกษตรและสหกรณ์ ลงนามคำสั่งด่วน ถึงเลขาธิการสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก) เรื่อง นโยบายการดำเนินการบริเวณเขตพื้นที่กันชน (Buffer Zone) กับเขตปฏิรูปที่ดิน เพื่อให้เป็นไปตามกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้อง ในการบริหารจัดการพื้นที่เขตปฏิรูปที่ดิน เหมาะสมตามหลักนิติศาสตร์ รัฐศาสตร์ และบริบทความจริงของสังคมในปัจจุบันที่เปลี่ยนแปลงไป

ทั้งนี้ รมว.เกษตรฯ ได้มอบนโยบายและขอให้ ส.ป.ก.ดำเนินการตามหน้าที่อำนาจโดยเคร่งครัด ดังนี้ 1.ตรวจสอบการจัดที่ดินในเขตปฏิรูปที่ดินบริเวณพื้นที่ตามแนวเขตปฏิรูปที่ดินที่ติดต่อกับเขตอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่และพื้นที่ต่อเนื่อง ว่าเป็นการจัดที่ดินโดยผิดกฎหมายหรือไม่ หรือจัดที่ดินให้แก่เกษตรกรโดยมิชอบด้วยกฎหมาย หรือยังมีที่ดินที่ยังไม่ได้ดำเนินการจัดให้แก่เกษตรกรแต่อย่างใด 2.จัดทำพื้นที่กันชน (Buffer Zone) ระหว่างพื้นที่ ส.ป.ก.พื้นที่อุทยานแห่งชาติ และพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ โดยกันพื้นที่ดังกล่าวให้จัดทำเป็นป่าในเขตปฏิรูปที่ดิน

3.ตรวจสอบการจัดที่ดินในเขตปฏิรูปที่ดินบริเวณรอยต่อกับพื้นที่ในความรับผิดชอบของกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช กรมป่าไม้ หรือหน่วยงานที่รับผิดชอบที่ดินของรัฐอื่นๆ ว่ามีกรณีจัดที่ดินโดยผิดกฎหมายหรือไม่ หรือจัดที่ดินให้แก่เกษตรกรโดยมิชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ หรือยังมีที่ดินที่ยังไม่ได้ดำเนินการจัดให้แก่เกษตรกรแต่อย่างใด หากพบว่าการจัดที่ดินดังกล่าวไม่ชอบด้วยกฎหมาย ให้ดำเนินการตามกฎหมายหรือระเบียบที่เกี่ยวข้องให้ถูกต้องโดยเคร่งครัด และ 4.เตรียมการสำรวจพื้นที่ที่ยังไม่ได้รับการจัดสรร หรือที่ดินว่างเปล่ารองรับเกษตรกรกลุ่มเปราะบางหรือกลุ่มผู้ด้อยโอกาสที่ไม่มีที่ดินทำกิน โดยให้จัดสรรที่ดินให้กับกลุ่มเหล่านี้ตามระเบียบ ส.ป.ก.ต่อไป โดยให้ยึดถือตามคำสั่งอย่างเคร่งครัด

ผู้เลี้ยงหมูรายย่อย เผยหมูกระทบแล้งหนัก เสียหายสูงแนวโน้มราคาเป็นไปตามกลไกตลาด

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/799478

ผู้เลี้ยงหมูรายย่อย เผยหมูกระทบแล้งหนัก เสียหายสูงแนวโน้มราคาเป็นไปตามกลไกตลาด

ผู้เลี้ยงหมูรายย่อย เผยหมูกระทบแล้งหนัก เสียหายสูงแนวโน้มราคาเป็นไปตามกลไกตลาด

วันอังคาร ที่ 16 เมษายน พ.ศ. 2567, 20.13 น.

ผู้เลี้ยงสุกรรายย่อย ชี้ฤดูร้อน-ภาวะแล้ง ส่งผลกระทบต่อสุขภาพสัตว์ เกษตรกรตัดสินใจเข้าเลี้ยงสุกรลดลง เพื่อลดความเสี่ยงจากอัตราเสียหาย คาดปริมาณหมูออกสู่ตลาดน้อยลง ทิศทางราคามีแนวโน้มปรับขึ้นตามกลไกตลาด

16 เม.ย.67 นายสินธุ ปัญญาศักดิ์ สมาชิกสหกรณ์ผู้เลี้ยงสุกรเชียงใหม่-ลำพูน อ.เมือง จ.ลำพูน เปิดเผยว่า ขณะนี้สภาพอากาศที่ร้อนมาก และมีแนวโน้มที่อุณหภูมิจะสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้ผู้เลี้ยงสุกรส่วนใหญ่ไม่มั่นใจในการนำสุกรเข้าเลี้ยง จึงลดความเสี่ยงด้วยการลดปริมาณสุกรเข้าเลี้ยง โดยเลี้ยงให้บางลง  เพื่อป้องกันปัญหาอากาศร้อน ที่กระทบตัวสัตว์ทำให้เครียดง่าย กินอาหารน้อยลง ส่งผลให้การเติบโตช้า ขณะเดียวกัน สัตว์อ่อนแอและเจ็บป่วยง่ายกว่าปกติ และการติดเชื้อโรคเกิดขึ้นง่าย เนื่องจากภูมิคุ้มกันลดต่ำลง

นอกจากนี้ เกษตรกรยังประสบปัญหาขาดแคลนน้ำจากภาวะแล้ง ปริมาณน้ำไม่เพียงพอในการเลี้ยงสุกร และคุณภาพน้ำไม่สะอาด เสี่ยงกระทบสุขภาพสุกร มีโอกาสเกิดโรคท้องร่วง ผู้เลี้ยงต้องให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพสัตว์เป็นพิเศษ ส่งผลให้มีค่าใช้จ่ายสูงขึ้นจากการจัดเตรียมน้ำให้เพียงพอและการปรับปรุงคุณภาพน้ำก่อนนำไปใช้ ขณะเดียวกัน โรคท้องร่วงติดต่อในสุกร หรือโรค PED ที่พบมากในช่วงฤดูกาลนี้ ยังเป็นอีกปัญหาที่สร้างความเสียหายค่อนข้างมาก

“ปัจจุบันผู้เลี้ยงสุกรรายย่อยทั่วประเทศ เหลือเพียง 50,000 กว่าราย จากที่เคยมีถึงกว่า 200,000 ราย จากปัญหาโรคในสุกรในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ซ้ำยังได้รับผลกระทบจากราคาสุกรตกต่ำ จากกรณีหมูเถื่อนที่แอบลักลอบนำเข้ามาดัมพ์ตลาดในประเทศ ที่ยังคงเป็นปัญหาเรื้อรังอยู่ในขณะนี้ เมื่อมีปัญหาร้อนแล้งและโรคสุกรเข้ามาสมทบ ทำให้การสูญเสียในฟาร์มสูงถึง 30-40% ผลผลิตสุกรมีปริมาณลดลง และยังต้องมีภาระในการซื้อน้ำใช้อีก จึงต้องแบกรับต้นทุนสูงขึ้น สวนทางการราคาขายสุกรหน้าฟาร์ม จนเกษตรกรหลายรายมีความคิดที่จะหยุดเลี้ยงเพื่อรอดูสถานการณ์ ซึ่งจะกระทบกับปริมาณสุกรที่ออกสู่ตลาดอย่างแน่นอน” นายสินธุ กล่าว

และว่าการที่ผู้เลี้ยงสุกรเลี้ยงแบบไม่เต็มประสิทธิภาพ จากการลดจำนวนการเลี้ยง ทำให้ปริมาณสุกรขุนลดลง  จะส่งผลให้ราคาอาจปรับสูงขึ้นบ้างจากเหตุผลข้างต้น  ซึ่งการปล่อยราคาให้เป็นไปตามกลไกตลาด ถือเป็นแรงจูงใจสำคัญของผู้เลี้ยง เพื่อให้ยังคงยืนหยัดเลี้ยงสุกรต่อไป และมั่นใจว่าจะสามารถขายสุกรได้ในราคาตามอุปสงค์อุปทานที่แท้จริง ไม่ต้องเผชิญภาวะขาดทุนสะสมดังเช่นที่ผ่านมา

‘ไชยา’ลุยตรวจหนองบัวลำภู ช่วยบรรเทาปัญหาเกษตรกร

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/799302

วันอังคาร ที่ 16 เมษายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

นายไชยา พรหมา รมช.เกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่ตรวจราชการ ที่โรงเรียนบ้านหนองลุมพุก ต.หนองเรือ อ.โนนสัง จ.หนองบัวลำภู โดยมีหัวหน้าส่วนราชการในสังกัดกระทรวงเกษตรฯ ปลัดจังหวัดหนองบัวลำภู นายอำเภอโนนสัง ผู้นำส่วนท้องถิ่น และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ต้อนรับ สำหรับการลงพื้นที่ในครั้งนี้เป็นการติดตามความคืบหน้าการให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ประสบปัญหาความเดือดร้อนจากวาตภัยและปัญหาความเป็นอยู่ของเกษตรกรในพื้นที่ จ.หนองบัวลำภู และมอบถุงยังชีพให้แก่ผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุวาตภัยในพื้นที่ ต.หนองเรือ รวม 12 หมู่บ้าน 187 หลัง วัด 1 แห่ง ถนน 1 แห่งโรงเรียน 1 แห่ง ระบบไฟฟ้า ศาลาประชาคม 1 แห่งและ ต.โคกม่วง 69 ครัวเรือน ยุ้งข้าว 1 แห่งถนน 1 แห่ง อ.โนนสัง จ.หนองบัวลำภู รวม 200 ชุด

นอกจากนี้ หน่วยงานของกระทรวงเกษตรฯ ในพื้นที่ จ.หนองบัวลำภู ได้นำศูนย์บริการเกษตรพิรุณราช มาออกหน่วยให้บริการในพื้นที่ด้วย