‘สมาคมวิทยาการวัชพืช’ แนะวิธีแก้ปัญหาวัชพืชดื้อยาในนาข้าว

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/806299

‘สมาคมวิทยาการวัชพืช’ แนะวิธีแก้ปัญหาวัชพืชดื้อยาในนาข้าว

‘สมาคมวิทยาการวัชพืช’ แนะวิธีแก้ปัญหาวัชพืชดื้อยาในนาข้าว

วันพฤหัสบดี ที่ 23 พฤษภาคม พ.ศ. 2567, 15.00 น.

เมื่อวันที่ 23 พ.ค. 2567 เฟซบุ๊กแฟนเพจ “สมาคมวิทยาการวัชพืชแห่งประเทศไทย. ซึ่งเป็นองค์กรที่ให้ความรู้ด้านการใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืชอย่างปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ เผยแพร่คำแนะนำแก้ไขปัญหา “วัชพืชดื้อยา” เนื้อหาดังนี้

สลับกลุ่มกลไกออกฤทธิ์..แก้ปัญหาหญ้าดื้อยาได้‼

วิธีแก้ไขปัญหายาดื้อยาในนาข้าวเบื้องต้น ให้ลองดูใน โปสเตอร์ด้านล่างนะคะ ว่าเรามีวัชพืช ชนิดไหนที่ดื้อยาในนาข้าวดูจากรูปได้เลย

ตัวอย่างเช่น ถ้ามีปัญหาหญ้าดอกขาว จะใช้สัญลักษณ์หมายเลข 1 จากนั้น เลื่อนลงไปดูว่าหมายเลข 1 อยู่ในยากลุ่มไหน ตัวไหนบ้าง ถ้าเดิมเราเคยใช้ยากลุ่ม A แล้วหญ้าเริ่มดื้อ ให้เปลี่ยนไปใช้กลุ่มอื่นที่มี สัญลักษณ์หมายเลข 1 ปรากฎอยู่ เช่นกลุ่ม C , กลุ่ม E หรือ กลุ่ม K 

กรณียาคู่ผสมที่มีกลุ่ม A ด้วย เช่น กลุ่ม A/B ถึงจะมีสัญลักษณ์หมายเลข 1 อยู่..ก็ห้ามใช้ เพราะหญ้าของเราดื้อยาในกลุ่ม A

สิ่งสำคัญที่สุดคือ ไม่ควรใช้ยาในกลุ่มเดียวกันต่อเนื่อง มากกว่า 5 ครั้ง พอมีโอกาสสูงที่วัชพืช ดื้อยาจะเกิดขึ้น ในแปลงนาของเรา


ขอบคุณเรื่องจาก
https://www.facebook.com/photo/?fbid=758175169823879&set=a.556667909974607

กรมชลฯเร่งรัด กำจัดผักตบชวา ตั้งเครื่องสูบน้ำ เพิ่มการระบาย

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/806201

วันพฤหัสบดี ที่ 23 พฤษภาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

นายชูชาติ รักจิตร อธิบดีกรมชลประทาน กล่าวว่า ได้เร่งกำจัดผักตบชวาและสิ่งกีดขวางทางน้ำ ตัดการแพร่ขยายพันธุ์ของวัชพืช เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำ โดยติดตั้งเครื่องสูบน้ำและกำจัดวัชพืชสิ่งกีดขวางทางน้ำในพื้นที่ลุ่มน้ำต่างๆ มุ่งรักษาคุณภาพน้ำ เพิ่มประสิทธิภาพการส่งน้ำและระบายน้ำ ได้แก่ 1.โครงการชลประทานอุบลราชธานี ติดตั้งเครื่องสูบน้ำ 2 เครื่อง บริเวณ ต.นาคาย อ.ตาลสุม จ.อุบลราชธานี 2.โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษารังสิตเหนือ ติดตั้งเครื่องสูบน้ำเคลื่อนที่ 1 เครื่อง บริเวณปากคลองระบายน้ำที่ 3 ต.คลองสาม อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี 3.โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาระโนด-กระแสสินธุ์ ติดตั้งเครื่องสูบน้ำ 1 เครื่อง บริเวณหมู่ 3 ต.พังยาง อ.ระโนด และบริเวณหมู่ 1 ต.ม่วงงาม อ.สิงหนคร จ.สงขลา 4.โครงการชลประทานสตูล ติดตั้งเครื่องสูบน้ำ 1 เครื่องบริเวณหมู่ 13 ต.ละงู อ.ละงู จ.สตูล

กำจัดผักตบ ได้แก่ 1.โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาหนองหวาย บริเวณท้ายฝายหนองหวาย ต.น้ำพอง อ.น้ำพอง จ.ขอนแก่น 2.โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาพลเทพ บริเวณคลองส่งน้ำ 1 ซ้าย-3 ซ้ายระหาน ต.นางลือ อ.เมือง จ.ชัยนาท 3.โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาพระยาบรรลือ บริเวณคลองญี่ปุ่นใต้ ต.บางภาษี อ.บางเลน จ.นครปฐม 4.โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาเจ้าเจ็ด-บางยี่หน บริเวณประตูระบายน้ำปากคลองสาลี ต.องครักษ์ อ.บางปลาม้า จ.สุพรรณบุรี พร้อมกับเน้นย้ำให้ทุกโครงการชลประทาน บูรณาการกับหน่วยงานต่างๆ ในการช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนให้กับประชาชน

กรมตรวจบัญชีฯมุ่งพัฒนาคุณภาพนร.

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/806199

วันพฤหัสบดี ที่ 23 พฤษภาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

น.ส.อัญมณี ถิรสุทธิ์ อธิบดีกรมตรวจบัญชี สหกรณ์ กล่าวว่า ได้ขับเคลื่อนโครงการตามพระราชดำริสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี 3 โครงการ ประกอบด้วย 1.โครงการพัฒนาเด็กและเยาวชนฯ โดยส่งเสริมกิจกรรมสหกรณ์ โครงการเกษตรเพื่ออาหารกลางวัน โดยวางระบบบัญชีและให้ความรู้ด้านการบัญชีแก่ครูและนักเรียน ใช้โรงเรียนเป็นฐานในการพัฒนาคน พัฒนาการเกษตร สิ่งแวดล้อม และวัฒนธรรม แบบองค์รวม สอดแทรกการจัดทำบัญชี ไว้ในกิจกรรมที่เกี่ยวข้อง เพื่อฝึกให้เด็กและเยาวชนมีความรู้ด้านการบัญชี พร้อมปลูกฝังให้รักการจดบันทึกบัญชี สามารถนำความรู้ที่ได้รับไปปรับใช้ในชีวิตประจำวัน มีเป้าหมาย รวม 527 โรงเรียน ใน 51 จังหวัด

2.โครงการพัฒนากลุ่มอาชีพประชาชนฯ ส่งเสริมความรู้ ความเข้าใจในการจัดทำบัญชีให้แก่กรรมการและผู้ทำบัญชีให้สามารถบริหารจัดการธุรกิจได้อย่างเหมาะสมกับแต่ละกลุ่มอาชีพ สมาชิกมีรายได้เพิ่มขึ้น โดยมอบหมายให้สำนักงานตรวจบัญชีสหกรณ์ในพื้นที่ ศึกษาข้อมูลและประสานงาน
กลุ่มอาชีพ เพื่อจัดทำแผนงานและโครงการ คัดสรรคนทำหน้าที่สอนแนะและติดตามผลการจัดทำบัญชีของกรรมการและผู้ทำบัญชี มีเป้าหมาย คือกรรมการและผู้ทำบัญชี 174 ราย (กลุ่มดำเนินธุรกิจ 87 กลุ่ม และกลุ่มไม่ดำเนินธุรกิจ 43 กลุ่ม)

3.โครงการส่งเสริมเศรษฐกิจพอเพียงในชุมชนฯ แนะนำการจัดทำบัญชีให้แก่กลุ่มเศรษฐกิจพอเพียงฯเพื่อส่งเสริมให้กรรมการและผู้ทำบัญชีนำข้อมูลทางบัญชีไปใช้ในการบริหารจัดการให้กลุ่มมีความเข้มแข็ง สมาชิกมีรายได้เพิ่มขึ้น พึ่งพาตนเองได้ มีความรู้ความสามารถในการสร้างความก้าวหน้าให้แก่ตนเอง มีเป้าหมาย คือกลุ่มเศรษฐกิจพอเพียงฯ ประกอบด้วย กรรมการและผู้ทำบัญชี 108 ราย (กลุ่มดำเนินธุรกิจ 54 กลุ่ม และกลุ่มไม่ดำเนินธุรกิจ61 กลุ่ม)

มกอช.เตือนผู้ส่งออกลำไย มาเลเซียยกระดับคุมการนำเข้า

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/806202

มกอช.เตือนผู้ส่งออกลำไย  มาเลเซียยกระดับคุมการนำเข้า

มกอช.เตือนผู้ส่งออกลำไย มาเลเซียยกระดับคุมการนำเข้า

วันพฤหัสบดี ที่ 23 พฤษภาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

แจ้งเตือน : นายพิศาล พงศาพิชณ์ เลขาธิการสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.) ออกตรวจผลลำไยสด โดยแจ้งเตือนเกษตรกรว่าประเทศมาเลเซีย ได้ประกาศมาตรการใหม่ในการนำเข้าผลลำไยสดจากไทย หลังจากพบมีสารตกค้างเกินค่ามาตรฐาน จึงต้องเร่งแก้ปัญหาเพื่อการส่งออกไปยังมาเลเซีย

นายพิศาล พงศาพิชณ์ เลขาธิการสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.) กล่าวว่า ในปี 2566 กระทรวงสาธารณสุขมาเลเซีย ตรวจพบสารตกค้างในผลลำไยสดนำเข้าจากไทยเกินค่ามาตรฐานบ่อยครั้ง โดยมีการส่งลำไยกว่า 9,089 ตัน คิดเป็นมูลค่ากว่า 270 ล้านบาท ทำให้มาเลเซียประกาศใช้มาตรการใหม่ กำหนดให้ผู้ส่งออกที่เคยถูกตรวจพบว่ามีสารตกค้างเกินค่ามาตรฐาน หรือเรียกว่าอยู่ในรายชื่อเฝ้าระวัง (Watch List) จะต้องมีเอกสารรับรองผลการตรวจวิเคราะห์ หรือ COA ที่แสดงว่ามีสารซัลเฟอร์ไดออกไซด์ และ Carbendazim ตกค้างไม่เกินค่ามาตรฐานของมาเลเซีย ประกอบการนำเข้าสินค้าทุกลอต หากไม่มีเอกสารดังกล่าว สินค้าจะถูกอายัดที่ด่านนำเข้าเพื่อรอผลการตรวจ หากไม่พบสารตกค้างเกินค่ามาตรฐาน จึงจะอนุญาตให้นำเข้าได้ โดยจะเริ่มมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2567 เป็นต้นไป

สำหรับผู้ส่งออกที่ไม่ได้อยู่ใน Watch List ยังคงส่งออกผลลำไยสดได้ตามปกติ โดยไม่ต้องแนบเอกสาร COA แต่จะถูกสุ่มตรวจตามแผนการตรวจประจำปีของมาเลเซีย โดยหากตรวจพบสารซัลเฟอร์ไดออกไซด์ และ Carbendazim เกินค่ามาตรฐาน จะถูกบรรจุใน Watch List และการส่งออกลอตต่อไปจะต้องมีเอกสาร COA ประกอบเช่นเดียวกัน

ด้าน น.ส.ปรียานุช ทิพยะวัฒน์ รองเลขาธิการ มกอช.ให้ข้อมูลว่า การส่งออกผลลำไยสดที่ผ่านการรมก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์ จะต้องปฏิบัติตามมาตรฐานบังคับ เรื่อง หลักปฏิบัติที่ดีสำหรับกระบวนการรมผลไม้สดด้วยก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์ (มกษ. 1004-2557) ซึ่งกำหนดให้ลำไยสดที่ผ่านการรมก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์ต้องมาจากโรงรมที่ได้รับใบอนุญาต และผ่านการรับรองมาตรฐาน ในส่วนของผู้ส่งออกจะต้องขอใบอนุญาต และแจ้งการส่งออกมายัง มกอช.ทุกลอต โดยสถิติที่ผ่านมา พบว่าผู้ส่งออกที่ปฏิบัติตามมาตรฐานบังคับ ยังไม่เคยถูกตรวจพบซัลเฟอร์ไดออกไซด์ตกค้างเกินค่ามาตรฐานของมาเลเซียมาก่อน มีเพียงผู้ส่งออกที่ไม่ปฏิบัติตามเท่านั้นที่พบปัญหา ซึ่งเป็นข้อได้เปรียบของผู้ส่งออกที่ปฏิบัติตามมาตรฐาน

อย่างไรก็ตาม อนาคตหากมีการตรวจพบสารเคมีตกค้างเกินค่ามาตรฐานในผลลำไยสดที่นำเข้าจากไทยในปริมาณและความถี่ที่สูงขึ้น มาเลเซีย อาจพิจารณายกระดับมาตรการควบคุมการนำเข้าให้เข้มงวดขึ้นอีก เช่น กำหนดให้ผู้ส่งออกทุกรายต้องมีเอกสาร COA ประกอบการส่งออกทุกลอต ไปจนถึงระงับการนำเข้าผลลำไยสดจากไทย ดังนั้นผู้ส่งออกควรเพิ่มความระมัดระวังในการคัดเลือกสินค้าที่มีคุณภาพและได้มาตรฐาน โดยเลือกผลลำไยสดที่ผ่านการรมซัลเฟอร์ไดออกไซด์จากโรงรมที่ได้รับใบอนุญาตและผ่านการรับรองตามมาตรฐาน มกษ. 1004-2557 และควรเป็นผลลำไยสดจากแปลงที่ได้รับการรับรอง GAP พืช ตาม มกษ. 9001 เพื่อลดความเสี่ยงในการตกค้างของสารเคมีทางการเกษตร

‘บุญสิงห์’ร่วมวงถกคกก. วางแนวทางบริหารน้ำ

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/806200

วันพฤหัสบดี ที่ 23 พฤษภาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

นายบุญสิงห์ วรินทร์รักษ์ ที่ปรึกษา รมว.เกษตรและสหกรณ์ พร้อมด้วย ผศ.สิตางศุ์ พิลัยหล้า คณะที่ปรึกษา รมว.เกษตรฯ เข้าร่วมประชุม
คณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ ครั้งที่ 1/2567 ตาม พ.ร.บ.ทรัพยากรน้ำ พ.ศ.2561 เพื่อร่วมกันกำหนดแนวทางการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำของประเทศให้ดำเนินไปอย่างเป็นระบบ โดยมีนายสมศักดิ์ เทพสุทิน รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ที่ทำเนียบรัฐบาล

ทั้งนี้ ที่ประชุมเห็นชอบ (ร่าง) นโยบายการบริหารทรัพยากรน้ำของ กนช.โดยให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งรัดขับเคลื่อนแผนงานโครงการภายใต้แผนแม่บทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ 20 ปี (ปรับปรุงครั้งที่ 1 พ.ศ.2566-2580) ให้ครอบคลุมนโยบายและเสนอต่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) อีกทั้งเห็นชอบต่อ (ร่าง) มาตรการรองรับฤดูแล้งปี 2567 พร้อมกับมอบหมายหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งรัดจัดทำแผนปฏิบัติการมาตรการรองรับฤดูแล้งปี 2567 โดยให้มีการรายงานผลการดำเนินการให้ สทนช.ทราบอย่างต่อเนื่องจนกว่าจะสิ้นสุดฤดูแล้ง

‘ธรรมนัส’เชื่อมโยงศพก.กับแปลงใหญ่

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/806018

วันพุธ ที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมว.เกษตรและสหกรณ์ ประชุมเชื่อมโยงการดำเนินงานคณะกรรมการเครือข่ายศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร (ศพก.) และแปลงใหญ่ ระดับประเทศ ครั้งที่ 2/2567 โดยกรมส่งเสริมการเกษตร ได้กำหนดแนวทางการดำเนินงานของ ศพก.และแปลงใหญ่ ครอบคลุม “9 นโยบายหลัก” ของ รมว.เกษตรฯ ด้านการเป็นจุดประสานงานกลางระหว่างภาคประชาชนเกษตรกร และภาครัฐ การประชาสัมพันธ์แจ้งข้อมูลข่าวสารและเตือนภัยให้แก่เกษตรกรทราบ อย่างทันสถานการณ์ ช่วยสอดส่องดูแลการลักลอบนำเข้าสินค้าเกษตรและปัจจัยการผลิตที่ผิดกฎหมายเพื่อประสานเจ้าหน้าที่ดำเนินการทางกฎหมาย อีกทั้งสนับสนุนความรู้และเทคโนโลยีที่เหมาะสมในการผลิตสินค้าและบริการท้องถิ่น รวมถึงผลักดันสินค้าเกษตรและบริการมูลค่าสูง 1 ท้องถิ่น 1 สินค้าเกษตรมูลค่าสูง พร้อมทั้งส่งเสริมกลุ่มเกษตรกรเข้าสู่ระบบการประกันภัยพืชผลทางการเกษตร เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงทางการประกอบกิจกรรมทางการเกษตร และการเป็นผู้ให้บริการทางการเกษตรแบบครบวงจรที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม (Go Green) ด้วย BCG หรือ Carbon Credit

ทั้งนี้ รมว.เกษตรฯ ได้มอบนโยบายและแนวทางการดำเนินงานของ ศพก.และแปลงใหญ่ ในการความสำคัญกับการวางแผนแนวทางการทำเกษตรกรรมที่ตรงกับความต้องการของตลาด รวมถึงการหาตลาดหรือช่องทางสำหรับการกระจายสินค้าเกษตรใหม่ๆ มุ่งหวังตอบโจทย์การเพิ่มรายได้เกษตรกร 3 เท่าใน 4 ปี อีกทั้งมอบหมายหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในการส่งเสริมการสร้างเอกลักษณ์สินค้าเกษตรท้องถิ่นเพื่อเป็นการเพิ่มมูลค่าและโอกาสทางการค้ามากขึ้น

เกษตรฯจับมือยุโรป ร่วมแก้ปัญหาด้านประมง

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/806022

วันพุธ ที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมว.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวภายหลังหารือกับ นายเดวิด เดลี เอกอัครราชทูตสหภาพยุโรป ประจำประเทศไทย ว่าฝ่ายสหภาพยุโรป สนับสนุนให้ประชาชนทั้งสองประเทศ สามารถเข้าถึงสินค้าเกษตรที่มีคุณภาพและมาตรฐาน ครอบคลุมทุกมิติทั้งด้านพืช ประมง และปศุสัตว์ รวมทั้งสถานะความคืบหน้าการเจรจา FTA ไทย-สหภาพยุโรป โดยเฉพาะข้อบทเกี่ยวกับการเกษตร

สำหรับการหารือครั้งนี้ ในประเด็นของความร่วมมือด้านประมง ได้สร้างความมั่นใจให้กับฝ่ายสหภาพยุโรป ว่าประเทศไทยยังคงให้ความสำคัญต่อหลักการต่อต้านการทำประมง IUU และตระหนักถึงความสำคัญของการสื่อสารทุกระดับครอบคลุมทั้งนโยบายและเชิงเทคนิค เสริมสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องตรงกันเกี่ยวกับแนวทางบริหารภาคการประมงอย่างยั่งยืน รวมทั้งดำเนินงานร่วมกันที่จะเสริมสร้างความร่วมมือด้านพืชและปศุสัตว์ผ่านการประชุมอย่างไม่เป็นทางการระหว่างหน่วยงานรับผิดชอบหลักและคณะผู้แทนสหภาพยุโรปประจำประเทศไทย เพื่อติดตามสถานะสินค้าระหว่างกันเป็นระยะ

นอกจากนี้ ทั้งสองฝ่ายได้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการเจรจาความตกลงการค้าเสรี (Free Trade Agreement : FTA) ระหว่างไทย-สหภาพยุโรป เพื่อลดอุปสรรคและอำนวยความสะดวกทางการค้า ซึ่งจะเป็นการเสริมสร้างรายได้ให้แก่เกษตรกรโดยตรง อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันประชาคมโลก รวมถึงสหภาพยุโรปให้ความสำคัญกับประเด็นด้านความยั่งยืน ซึ่งกระทรวงเกษตรฯ ในฐานะหน่วยงานหลักที่ดูแลความเป็นอยู่ของเกษตรกร จึงต้องเร่งให้ความรู้แก่เกษตรกรถึงการดำเนินกิจกรรมด้านการเกษตรที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม สภาพภูมิอากาศ และระบบนิเวศ เสริมสร้างศักยภาพของเกษตรกรในการแข่งขันกับตลาดโลก

ปลัดฯนำร่องตรวจ ดูปริมาณน้ำนมโค จุดแรกพื้นที่ลพบุรี สางปัญหาทั้งระบบ

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/806015

วันพุธ ที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

นายประยูร อินสกุล ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวภายหลังตรวจเยี่ยมคณะทำงานตรวจสอบปริมาณน้ำนมทั้งระบบ ระดับจังหวัด ในพื้นที่ อ.พัฒนานิคม จ.ลพบุรี ว่าตามที่ได้มีการแต่งตั้งคณะกรรมการและคณะทำงานตรวจสอบปริมาณน้ำนมโคทั้งระบบ มีวัตถุประสงค์เพื่อตรวจสอบยืนยันข้อมูลปริมาณน้ำนมโคที่แท้จริง ซึ่งนำมาใช้เป็นข้อมูลในการบริหารจัดการนมทั้งระบบให้มีความถูกต้องตรงตามปริมาณน้ำนมโคที่มีอยู่จริง และเป็นที่ยอมรับของผู้ที่เกี่ยวข้องทุกภาคส่วน โดยการลงพื้นที่ครั้งนี้ ได้ตรวจเยี่ยมการดำเนินงานและให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน รวมทั้งเป็นโอกาสอันดีในการพบปะเกษตรกรรายย่อยรวมทั้งภาคเอกชน ซึ่ง จ.ลพบุรี ถือเป็นพื้นที่ที่มีเกษตรกรประกอบอาชีพเลี้ยงโคนม มากเป็นอันดับ 4 ของประเทศ รวม 2,050 ราย ครอบคลุมพื้นที่ 9 อำเภอ มีศูนย์รวบรวมน้ำนมดิบ 12 แห่ง โดยจุดแรกได้ตรวจเยี่ยมการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ในการสำรวจปริมาณน้ำนมโคที่ศูนย์รวบรวมน้ำนมโค 2 แห่ง ได้แก่ 1.สหกรณ์โคนมไทย-เดนมาร์ค พัฒนานิคมจำกัด และ 2.บริษัท ราชาแดรี่ จำกัด

นอกจากนี้ นายประยูร ได้เดินทางไปเยี่ยมฟาร์มเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมรายย่อย บริเวณใกล้เคียง 2 แห่ง และบริษัท พญาเย็น แดรี่ จำกัด (สาขา 1) ซึ่งเป็นฟาร์มเลี้ยงโคนมขนาดใหญ่ มีโครีดนมมากกว่า 100 ตัว เพื่อรับฟังข้อเสนอแนะจากเกษตรกรในพื้นที่ และจะได้นำข้อมูลที่เป็นประโยชน์ไปใช้ประกอบการบริหารจัดการและการดำเนินงานเกี่ยวกับนมทั้งระบบต่อไป

รองปลัดฯหารือมาตรการ ป้องกันการทุจริตใช้ที่ดินของรัฐ

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/806017

วันพุธ ที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

นายเศรษฐเกียรติ กระจ่างวงษ์ รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ร่วมประชุมหารือ “ประเด็นการดำเนินการและขับเคลื่อนมาตรการป้องกันการทุจริตเกี่ยวกับการใช้ประโยชน์ที่ดินของรัฐโดยมิชอบ กรณีปัญหาการบุกรุกและใช้ประโยชน์ในที่ดินป่าไม้” มีผลการประชุม อาทิ 1.ที่ประชุมรับทราบ ที่มาและข้อเสนอแนะตามมาตรการป้องกันการทุจริตเกี่ยวกับการใช้ประโยชน์ในที่ดินของรัฐโดยมิชอบ กรณีปัญหาการบุกรุกและการใช้ประโยชน์ในที่ดินป่าไม้ (สำนักมาตรการเชิงรุกและนวัตกรรม, สำนักงาน ป.ป.ช.) ซึ่งการปรับปรุงแนวเขตที่ดินของรัฐ ได้แก่ การสนับสนุนและเร่งรัดการดำเนินการปรับปรุงแผนที่แนวเขตที่ดินของรัฐแบบบูรณาการ มาตราส่วน 1:4,000 (One Map) กำหนดแผนงาน กรอบระยะเวลา ประกาศใช้บริเวณไม่มีปัญหา และเร่งรัดดำเนินการในพื้นที่เศรษฐกิจ การชี้แจงทำความเข้าใจกับประชาชนและทุกภาคส่วนที่อาจได้รับผลกระทบ การพิจารณาแนวทางแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับการดำเนินคดีกับผู้บุกรุกที่ดินของรัฐ และการพิจารณาช่วยเหลือเยียวยา การเปิดเผยข้อมูล One Map ที่ผ่านการรับรองแล้วในระบบอินเตอร์เนตหรือแอปพลิเคชั่น ซึ่งผลการพิจารณา หน่วยงานส่วนใหญ่เห็นด้วยกับหลักการตามมาตรการของคณะกรรมการ ป.ป.ช. และมีข้อสังเกตต่อข้อเสนอแนะข้อที่ให้เร่งรัดดำเนินการในพื้นที่เศรษฐกิจคณะอนุกรรมการปรับปรุงแผนแนวเขตที่ดินของรัฐฯ ไม่ได้กำหนดหลักเกณฑ์การดำเนินงานในลักษณะนี้ไว้แต่อย่างใดและเห็นว่าสอดคล้องกับ (ร่าง) นโยบายและแผนการบริหารจัดการที่ดินและทรัพยากรดินของประเทศ (พ.ศ.2566-2580) ในประเด็นนโยบายด้านที่ 1 ซึ่งได้กำหนดเป้าหมายการปรับปรุงแผนที่แนวเขตที่ดินของรัฐ มาตราส่วน 1:4,000 (One Map) ให้แล้วเสร็จในระยะ 5 ปี (พ.ศ.2566-2570)

2. ที่ประชุมรับทราบการดำเนินการปรับปรุงแผนที่แนวเขตที่ดินของรัฐแบบบูรณาการ มาตราส่วน 1:4,000 (One Map) (ขอความอนุเคราะห์ข้อมูลจากสำนักงานคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ และหน่วยที่เกี่ยวข้อง) ได้แก่ ขั้นตอนการดำเนินงาน ผลการดำเนินการและการแก้ไขปัญหาต่อประชาชนที่ได้รับผลกระทบ ความคืบหน้าการดำเนินงานของหน่วยงานของรัฐใน 3 กลุ่มจังหวัด ที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบ การจัดทำระบบฐานข้อมูลแนวเขตที่ดินของรัฐและการเปิดเผยข้อมูล ปัญหาและอุปสรรคในการดำเนินการ/ข้อเสนอแนะ และ 3.ที่ประชุมรับทราบการดำเนินการรวบรวมและพิจารณาวิธีการทางด้านเทคนิค ในการกำหนดที่เขา ภูเขาและพื้นที่ลาดชันเกิน 35 เปอร์เซ็นต์ ให้สอดคล้องกับมติ ครม.กลุ่มภูมิสารสนเทศ สำนักเทคโนโลยีสารสนเทศ และสำนักงาน ป.ป.ช.เป็นต้น

เริ่มแล้ว!! งานจันทบุรีเกษตรแฟร์ 2567 จัดเต็ม’รสชาติแห่งความสุข’ตลอด 7 วันเต็ม 20-26 พ.ค.นี้

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/805944

เริ่มแล้ว!! งานจันทบุรีเกษตรแฟร์ 2567 จัดเต็ม'รสชาติแห่งความสุข'ตลอด 7 วันเต็ม 20-26 พ.ค.นี้

เริ่มแล้ว!! งานจันทบุรีเกษตรแฟร์ 2567 จัดเต็ม’รสชาติแห่งความสุข’ตลอด 7 วันเต็ม 20-26 พ.ค.นี้

วันอังคาร ที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2567, 15.43 น.

เริ่มแล้ว!! งานจันทบุรีเกษตรแฟร์ 2567 จัดเต็ม’รสชาติแห่งความสุข’ผลไม้พรีเมี่ยม สินค้าทางการเกษตร อาหารเลิศรสกว่า 150 ร้าน ตลอด 7 วันเต็ม 20-26 พ.ค.นี้  อีกก้าวสู่การเป็นมหานครแห่งผลไม้เมืองร้อน

ช่วงค่ำวันที่ 20 พ.ค.2567  ที่ลานข้างองค์การบริหารส่วน จ.จันทบุรี  นายธวัชชัย นามสมุทร รอง ผวจ.จันทบุรี เป็นประธานเปิดงาน จันทบุรีเกษตรแฟร์ 2567 ภายใต้บรรยากาศ “Fruitival & Food รสชาติแห่งความสุข”  โดยมีนายยิ่งยศ พันธุ์เอี่ยม  เกษตรและสหกรณ์จังหวัด / นายปัญญา ประดิษสาร เกษตรจังหวัด ร่วมเปิดงานอย่างเป็นทางการ ท่ามกลางส่วนราชการ / หน่วยงานพันธมิตรภาครัฐ และ เอกชน รวมถึงประชาชนทั่วไปร่วมเป็นสักขีพยาน

โดยบรรยากาศภายในงาน จันทบุรีเกษตรแฟร์ ถือเป็นงานเกษตรครั้งยิ่งใหญ่ของภาคตะวันออก ซึ่งปีนี้ จัดใหญ่แบบครบครัน จัดเต็ม 7 วัน 7 คืน ระหว่างวันที่ 20-26พฤษภาคม 2567 ที่สำคัญภายในงานมีนิทรรศการที่รวบรวมอัตลักษณ์ของผลไม้เมืองจันท์ มีการนำสินค้าแปรรูปจากผลไม้มาจัดแสดง รวมถึงมีนิทรรศการด้านเทคโนโลยี นวัตกรรมทางการเกษตรด้วย ซึ่งหากเกษตกรได้มาเที่ยวชมงาน  ก็จะได้รับองค์ความรู้ในการนำไปพัฒนาต่อยอดกิจการตนเองให้เกิดความยั่งยืน ขณะที่ นักท่องเที่ยวทั่วไป ก็จะได้พบกับนิทรรศการ ด้านการท่องเที่ยวเชิงเกษตรของจังหวัด นิทรรศการภาพถ่ายแหล่งท่องเที่ยวขึ้นชื่ออีกด้วย

ขณะเดียวกัน ใครเป็นสายชิม สายช้อป ก็พลาดไม่ได้ เพราะในงานได้รวบรวมสินค้าทางการเกษตรมากมาย โดยเฉพาะผลไม้พรีเมี่ยม ของกินขึ้นชื่อ อาหารเด็ด มี ผลิตภัณฑ์ OTOP รวมทั้ง อัญมณีและเครื่องประดับสวยงาม นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมการเสวนาองค์ความรู้ด้านเกษตร มีการสาธิตทำอาหารอัตลักษณ์ของจันทบุรี และทุกวันก็จะมีการแสดงมินิคอนเสิ์รตจากศิลปินชั้นนำ ทั้ง เต๋า ภูศิล์ป , Fellow Fellow , นัน อนันต์, ตรี ชัยรงค์, ลำเพลิน วงศกร, เบล วริศรา, อาม ชุติมา , มิกซ์ มิเตอร์, และ ไรอัล กาจบัณฑิต พร้อมทั้งยังมีการแสดงทางวัฒนธรรมร่วมสมัย จบครบทุกมิติของรสชาติแห่งความสุขเลยทีเดียว

ซึ่งสามารถเข้าร่วมเที่ยวงานจันทบุรีเกษตรแฟร์ 2567 เริ่มวันที่ 20-26 พฤษภาคม 2567  ตั้งแต่เวลา 14.00น-21.00น  สามารถเข้าชมงานฟรี และมีสิทธิ์ลุ้นรับรางวัลของที่ระลึกมากมาย  สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทาง Facebook ของสำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัดจันทบุรี