ไบเดนประกาศพร้อมปกป้องไต้หวันจากจีน #SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่ง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/666191

วันที่ 22 ต.ค. 2564 เวลา 14:07 น.ไบเดนประกาศพร้อมปกป้องไต้หวันจากจีนไบเดนย้ำสหรัฐจะปกป้องไต้หวันหากถูกจีนโจมตี

ประธานาธิบดี โจ ไบเดน เผยระหว่างร่วมรายการสดของสำนักข่าว CNN ว่า สหรัฐพร้อมจะปกป้องไต้หวันจากการโจมตีของจีน ซึ่งเป็นความเห็นที่ค่อนข้างชัดเจนผิดกับท่าทีก่อนหน้านี้ของสหรัฐที่ดำเนินนโยบาย strategic ambiguity หรือความคลุมเครือทางยุทธศาสตร์ คือการไม่แสดงเจตนารมย์จะปกป้องไต้หวันอย่างโจ่งแจ้ง แต่ก็ยังให้การสนับสนุนที่เพียงพอเพื่อป้องปรามการรุกรานจากจีน อาทิ การจัดหาอาวุธยุทโธปกรณ์

เมื่อถูกถามว่าจะให้คำมั่นว่าจะปกป้องไต้หวันได้หรือไม่ ไบเดนตอบว่า “ได้” และยังบอกว่า “ผมไม่ต้องการทำสงครามเย็นกับจีน ผมแค่ต้องการให้จีนเข้าใจว่าเราจะไม่ยอมถอย เราจะไม่เปลี่ยนใจ”

และเมื่อถูกรุกต่อว่าสหรัฐจะปกป้องไต้หวันหรือไม่หากถูกจีนโจมตี ไบเดนตอบว่า “แน่นอน เรามีพันธกิจที่จะทำอย่างนั้น”

ไบเดนยังกล่าวถึงพัฒนาการด้านเทคโนโลยีทางการทหารของจีนว่า ไม่ต้องวิตกกังวลเกี่ยวกับศักยภาพทางการทหารของสหรัฐ เพราะจีน รัสเซีย และโลกต่างทราบดีว่าสหรัฐมีกองทัพที่แข็งแกร่งที่สุดในโลก สิ่งที่น่ากังวลคือบางประเทศจะเข้าร่วมกิจกรรมที่อาจทำให้ตกอยู่ในตำแหน่งที่อาจทำผิดพลาดร้ายแรงหรือไม่

ในเวลาต่อมาโฆษกทำเนียบขาวยืนยันว่า ไบเดนไม่ได้ประกาศการเปลี่ยนแปลงนโยบายและไม่มีการเปลี่ยนแปลงนโยบายของสหรัฐต่อไต้หวัน “เราจะรักษาคำมั่นสัญญาภายใต้กฎหมาย เราจะสนับสนุนการป้องกันตนเองของไต้หวันต่อไป และจะเดินหน้าคัดค้านการเปลี่ยนแปลงสถานะที่ดำเนินการโดยฝ่ายเดียวต่อไป” โดยอ้างถึงกฎหมายความสัมพันธ์ไต้หวันที่เกี่ยวกับความสัมพันธ์ที่ไม่เป็นทางการระหว่างสหรัฐกับไต้หวัน

ด้านจ้าวลี่เจียน โฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีนโต้กลับว่า ไต้หวันคือไต้หวันของจีน สหรัฐไม่มีสิทธิ์แสดงความเห็นที่ไร้ความรับผิดชอบเช่นนี้

Photo by Nicholas Kamm / AFP

นายกฯอังกฤษยันไม่ยกระดับคุมโควิด แม้ติดเชื้อพุ่งทะลุ 5 หมื่นต่อวัน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/666181

วันที่ 22 ต.ค. 2564 เวลา 13:00 น.นายกฯอังกฤษยันไม่ยกระดับคุมโควิด แม้ติดเชื้อพุ่งทะลุ 5 หมื่นต่อวันนายกรัฐมนตรีบอริส จอห์นสัน ยืนยันไม่เปลี่ยนแผนควบคุมโควิด แม้ผู้ติดเชื้อพุ่งแต่ไม่เกินความคาดหมาย

เมื่อวันที่ 21 ต.ค. ทีผ่านมากระทรวงสาธารณสุขอังกฤษรายงานผู้ติดเชื้อรายใหม่อยู่ที่ 52,009 ราย ซึ่งเป็นจำนวนที่สูงที่สุดนับตั้งแต่เดือนก.ค. ขณะที่ผู้ติดเชื้อรายวันเฉลี่ยของสัปดาห์นี้สูงกว่าสัปดาห์ก่อนหน้าประมาณ 16% ขณะที่มีการเรียกร้องให้รัฐบาลปรับแผนเพื่อรับมือกับการแพร่ระบาด

อย่างไรก็ตาม นายกรัฐมนตรีบอริส จอห์นสัน ยืนกรานว่ารัฐบาลไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนแผนเพื่อควบคุมโควิด-19 เนื่องจากตัวเลขผู้ติดเชื้อไม่ได้เพิ่มขึ้นเกินความคาดหมาย และสถานการณ์ขณะนี้ดีกว่าช่วงเวลาเดียวกันในปีที่แล้วเป็นอย่างมาก

พร้อมยืนยันว่ารัฐบาลกำลังจับตาสถานการ์อย่างใกล้ชิดด้วยความระมัดระวัง

ซาจิด จาวิด รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า ขณะนี้จะไม่มีการบังคับใช้มาตรการหรือข้อจำกัดเพิ่มเติมเพื่อควบคุมการแพร่ระบาดของโควิด-19 แต่เรียกร้องให้ประชาชนป้องกันตัวด้วยการสวมหน้ากากอนามัยในสถานที่ที่มีผู้คนพลุกพล่าน

รัฐบาลอังกฤษกล่าวว่าวัคซีนเป็นกำแพงสำคัญในการป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัส แต่ขณะนี้อัตราการฉีดวัคซีนบูสเตอร์ของประชาชนชะลอตัวลงอย่างมาก

ขณะที่นายกรัฐมนตรียืนยันว่าอังกฤษไม่ได้ขาดแคลนวัคซีนและยังมีวัคซีนเหลืออีกจำนวนมากทั้ง Pfizer และ AstraZeneca พร้อมเรียกร้องให้ประชาชนเข้ารับการฉีดวัคซีนบูสเตอร์ เพราะเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดที่ทุกคนสามารถทำได้ในขณะนี้

ทั้งนี้ ในเดือนก.ค. ที่ผ่านมา รัฐบาลอังกฤษประกาศคลายล็อกดาวน์และมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดของโควิด-19 โดยเรียกว่าวันแห่งเสรีภาพ (Freedom day) แม้ว่ายอดผู้ติดเชื้อยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องแตะที่กว่า 40,000 รายต่อวัน

ขณะที่ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่าการผ่อนคลายมาตรการครั้งนี้อาจส่งผลให้มีผู้ติดเชื้อรายใหม่ถึง 200,000 รายต่อวัน

AFP PHOTO / Jessica Taylor /UK Parliament

นาทีสุดท้าย! Evergrande จ่ายหนี้พันธบัตรรอดผิดนัดชำระหนี้ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/666176

วันที่ 22 ต.ค. 2564 เวลา 12:30 น.นาทีสุดท้าย! Evergrande จ่ายหนี้พันธบัตรรอดผิดนัดชำระหนี้Evergrande จ่ายหนี้ดอกเบี้ยพันธบัตรในนาทีสุดท้ายก่อนที่ระยะเวลาผ่อนผันจะสิ้นสุดลงในวันพรุ่งนี้

สำนักข่าว Bloomberg รายงานโดยอ้างผู้ที่มีความรู้ในเรื่องนี้ว่า Evergrande เตรียมจ่ายดอกเบี้ยพันธบัตรสกุลเงินดอลลาร์ 83.5 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยผู้ถือพันธบัตรจะได้รับเงินดังกล่าวก่อนวันเสาร์นี้ (23 ต.ค.) ซึ่งเป็นวันสุดท้ายของระยะเวลาผ่อนผัน 30 วัน ส่งผลให้ Evergrande รอดจากการผิดนัดชำระหนี้ก้อนดังกล่าว

ข่าวนี้ส่งผลให้หุ้นของ Evergrande ในตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกงพุ่งขึ้น 5% หลังเปิดการซื้อขาย

การคาดการณ์เกี่ยวกับการผิดนัดชำระหนี้ของ Evergrande วนเวียนอยู่หลายเดือน ส่งผลสะเทือนไปยังบริษัทอสังหาริมทรัพย์ที่มีปัญหาภาพคล่องอื่นๆ และทำลายความเชื่อมั่นของตลาดอสังหาริมทรัพย์จีนซึ่งเป็นภาคส่วนสำคัญต่อเศรษฐกิจของประเทศ

Bloomberg ระบุว่า ความเคลื่อนไหวล่าสุดบ่งชี้ว่า Evergrande อาจให้ความสำคัญกับการชำระหนี้พันธบัตรสกุลเงินดอลลาร์มากกว่าที่คาดไว้ก่อนหน้า ในขณะที่ Evergrande ยังพยายามระดมเงินมาชำระหนี้กับธนาคาร ซัพพลายเออร์ และผู้ถือพันธบัตรในประเทศ

อู๋ฉง กรรมการบริหาร BOC International Holdings เผยว่า “การชำระหนี้ดูเหมือนเป็นความพยายามเลื่อนปัญหาออกไปเรื่อยๆ เนื่องจากสภาพคล่องตึงตัว อย่างไรก็ดีการชำระดอกเบี้ยพันธบัตรสกุลเงินดอลลาร์ถือเป็นเรื่องดีและช่วยซื้อเวลาให้ Evergrande ได้ขายทรัพย์สิน และปูทางไปสู่การปรับโครงสร้างด้วยความราบรื่น”

ทั้งนี้ Evergrande มีกำหนดชำระดอกเบี้ยพันธบัตรสกุลเงินดอลลาร์ 4 ฉบับในปีนี้ และปีหน้าจะมีพันธบัตรที่ครบกำหนดไถ่ถอนมูลค่าราว 7,400 ล้านเหรียญสหรัฐ

Photo by Hector RETAMAL / AFP

ที่แรกของโลก! รถไฟฟ้ากรุงมอสโกจ่ายเงินด้วยใบหน้า #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/666173

วันที่ 22 ต.ค. 2564 เวลา 11:45 น.ที่แรกของโลก! รถไฟฟ้ากรุงมอสโกจ่ายเงินด้วยใบหน้ารถไฟฟ้าใต้ดินกรุงมอสโกติดตั้งระบบชำระเงินด้วยเทคโนโลยีจดจำใบหน้ากว่า 200 สถานี

เว็บไซต์ The Moscow Times รายงานว่ารถไฟฟ้าใต้ตินในกรุงมอสโก เมืองหลวงของรัสเซีย เปิดตัวระบบชำระค่าโดยสารที่ใช้เทคโนโลยีจดจำใบหน้าเป็นที่แรกของโลก

โดยระบบนี้ถูกเรียกว่า “Face Pay” ซึ่งได้รับการติดตั้งไว้ที่ทางเข้าสถานีรถไฟฟ้าใต้ตินในมอสโกแล้วมากกว่า 240 สถานี เพื่ออำนวยความสะดวกของผู้โดยสารให้สามารถชำระเงินได้โดยไม่จำเป็นต้องพกเงินสด บัตร หรือโทรศัพท์มือถือ เพียงแค่มองไปที่กล้องที่ติดตั้งไว้ตรงประตูทางเข้าเท่านั้น

Maxim Liksutov รองนายกเทศมนตรีกรุงมอสโกซึ่งรับผิดชอบด้านการขนส่ง กล่าวว่า ระบบนี้จะช่วยลดการสัมผัสของผู้โดยสารรถไฟฟ้าใต้ดิน ท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ในรัสเซียซึ่งมีผู้ติดเชื้อและผู้เสียชีวิตรายวันที่สร้างสถิติใหม่ ประกอบกับอัตราการฉีดวัคซีนที่ค่อนข้างต่ำ

โดยขณะนี้ รัสเซียรายงานผู้ป่วยโควิด-19 รายวันทะลุ 3 หมื่นคน ขณะที่ผู้ติดเชื้อสะสมอยู่ที่กว่า 7.97 ล้านคน และผู้เสียชีวิตกว่า 2 แสนคน

ทั้งนี้ ผู้โดยสารจะต้องลงทะเบียนใบหน้า บัตรธนาคาร และบัตรโดยสาร ผ่านแอปพลิเคชันก่อนเพื่อใช้งานระบบ Face Pay โดยข้อมูลส่วนตัวของผู้ใช้จะถูกเก็บไว้อย่างปลอดภัย

รองนายกเทศมนตรีคาดการณ์ว่าภายใน 3 ปีข้างหน้าจะมีผู้โดยสารที่ชำระค่าโดยสารรถไฟฟ้าใต้ดินผ่านระบบ Face Pay มากถึง 15%

พร้อมกล่าวว่ามอสโกเป็นเมืองแรกของโลกที่ใช้งานระบบดังกล่าว ซึ่งเหนือกว่าการชำระเงินรูปแบบอื่นๆ ทั้งในแง่ของคุณภาพและความสะดวกในการใช้งาน อย่างไรก็ตามประชาชนบางส่วนมีความกังวลเกี่ยวกับความเป็นส่วนตัว

Photo by Natalia KOLESNIKOVA / AFP

จีนยังไม่รอด! เจอโควิดระบาดรอบใหม่ในหลายมณฑล #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/666170

วันที่ 22 ต.ค. 2564 เวลา 10:55 น.จีนยังไม่รอด! เจอโควิดระบาดรอบใหม่ในหลายมณฑลจีนเร่งตรวจเชิงรุก ยกเลิกเที่ยวบิน ปิดโรงเรียนในหลายพื้นที่หลัง Covid-19 ระบาดรอบใหม่

ทางการจีนสั่งยกเลิกเที่ยวบินในประเทศหลายร้อยเที่ยว รวมทั้งปิดโรงเรียน และเร่งตรวจคัดกรองเชิงรุกในประชาชนหลายพื้นที่ เพื่อควบคุมการแพร่ระบาดของ Covid-19 รอบใหม่ที่เชื่อมโยงกับกลุ่มนักท่องเที่ยวที่เดินทางไปหลายมณฑล

จีนพบผู้ติดเชื้อในประเทศ 5 วันติดต่อกัน โดยส่วนใหญ่อยู่ในพื้นที่ทางตอนเหนือและตะวันตกเฉียงเหนือของประเทศ และอีก 1 เคสในกรุงปักกิ่ง

การระบาดรอบล่าสุดเชื่อมโยงกับสองสามีภรรยาสูงอายุคู่หนึ่งที่อยู่ในกลุ่มนักท่องเที่ยวที่เริ่มเดินทางในเซี่ยงไฮ้ก่อนจะบินไปยังมณฑลซีอานของมณฑลส่านซี มณฑลกานซู่ และเขตปกครองตนเองมองโกเลียใน โดยเกือบครึ่งของผู้ติดเชื้อรายใหม่ 26 รายที่พบเมื่อวันจันทร์และอังคารที่ผ่านมาล้วนเป็นผู้สัมผัสใกล้ชิดกับสองสามีภรรยาคู่นี้

อย่างไรก็ดี ยังไม่ชัดเจนว่าสามีภรรยาสูงวัยคู่นี้ติดเชื้อจากไหนและเป็นต้นตอของการระบาดรอบใหม่หรือไม่

หลังจากประวัติการเดินทางของสามีภรรยาคู่นี้เปิดเผย ทางการท้องถิ่นหลายแห่งสั่งตรวจคัดกรองเชิงรุกครั้งใหญ่ รวมทั้งขอให้ผู้ที่เคยเดินทางไปสถานที่เดียวกับที่ผู้ติดเชื้อเคยเดินทางไปไปรายงานตัวกับเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นและเข้ารับการตรวจหาเชื้อโดยเร็ว

ทางการเมืองเจียอวี้กวนทางตะวันตกเฉียงเหนือของมณฑลกานซู่ถึงกับสั่งตรวจหาเชื้อทั่วทั้งเมืองเป็นรอบที่ 2 หลังจากรอบแรกไม่พบผลบวก หลังมีรายงานว่าผู้ติดเชื้อรอบล่าสุดบางคนเพิ่งเดินทางเข้ามา

เช่นเดียวกับพื้นที่เสี่ยงอื่นๆ ที่นอกจากจะสั่งตรวจเชิงรุกแล้วยังสั่งปิดสถานที่ท่องเที่ยว โรงเรียน สถานบันเทิงหลายแห่ง รวมทั้งยังสั่งล็อกดาวน์ในบางพื้นที่ รวมทั้งในเมืองหลานโจวทางตะวันตกเฉียงเหนือซึ่งมีประชากรราว 4 ล้านคนที่สั่งห้ามประชาชนเดินทางออกนอกพื้นที่โดยไม่จำเป็น

ขณะที่สนามบินในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบยกเลิกเที่ยวบินหลายร้อยเที่ยว โดย 2 สนามบินหลักในเมืองซีอานและหลานโจวต้องยกเลิกเที่ยวบินราว 60%

Photo by AFP

Squid’s Victory รายการใหม่จากจีนถูกวิจารณ์หนักลอก Squid Game #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/666135

วันที่ 21 ต.ค. 2564 เวลา 18:30 น.Squid's Victory รายการใหม่จากจีนถูกวิจารณ์หนักลอก Squid Gameเหมือนตรงไหนเอาปากกามาวง! Youku สตริมมิงยักษ์ใหญ่ของจีนเปิดตัวรายการใหม่ ชาวเน็ตคุ้นๆ เหมือนเคยเห็นที่ไหนมาก่อน

หลังจากที่ซีรีส์เรื่อง Squid Game จากเกาหลีใต้ซึ่งออกอากาศทาง Netflix ประสบความสำเร็จและและได้รับความนิยมจากทั่วโลก สร้างรายได้ให้แก่ Netflix บริษัทสตรีมมิงไปเกือบ 900 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือกว่า 30,000 ล้านบาท หลังเข้าฉายมาได้ 1 เดือน

ทั้งนักแสดง ผู้กำกับ ตัวละคร และเกมต่างๆ ในซีรีส์ถูกพูดถึงอย่างกว้างขวาง จนถึงขนาดที่ว่าเครื่องแต่งกาย และขนมทัลโกนา (dalgona) อย่างที่ปรากฏอยู่ในซีรีส์ถูกวางขายในต่างประเทศด้วย

รวมถึงประเทศจีนซึ่งไม่ได้มีการเปิดตัวซีรีส์อย่างเป็นทางการ เนื่องจาก Netflix ไม่มีให้บริการในประเทศ ถึงกระนั้นซีรีส์เรื่อง Squid Game ก็ยังได้รับความนิยมจากชาวจีนจำนวนมาก โดยพวกเขาชมผ่านสตรีมมิงเถื่อน หรือโดยการดาวน์โหลดทอร์เรนต์ รวมถึงบรรดาร้านขนมเบเกอรี่ในจีนยังออกเมนู “ทัลโกนา” ด้วย

นอกจากนี้มีรายงานจากแหล่งข่าวมากมายว่าจีนจะเปิดตัวรายการวาไรตี้ใหม่ชื่อ “Squid’s Victory” ประมาณปี 2022 ผ่านทาง Youku สตรีมมิงยักษ์ใหญ่ของจีน ซึ่งมีฐานสมาชิกประมาณ 90 ถึง 100 ล้านคน และเป็นหนึ่งในแพลตฟอร์มสตรีมมิงที่ได้รับความนิยมมากที่สุดของจีน

ทว่า หลังจากที่โปสเตอร์ของ Squid’s Victory ถูกเปิดเผยออกมาครั้งแรกนั้นก็เกิดกระแสในเชิงลบเป็นอย่างมาก ทั้งจากผู้ชมชาวจีนและเกาหลีใต้ ซึ่งถูกมองว่าทั้งชื่อรายการ โปสเตอร์ และพล็อตที่มีผู้เข้าแข่งขันมาร่วมเล่นเกมเด็กนั้น มันช่างคุ้นเสียเหลือเกิน

Youku ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักจากบรรดาชาวเน็ตบน Weibo แพลตฟอร์มออนไลน์ของจีน จนแฮชแท็ก #Youku’s show ‘Victory’ is the ‘Squid Games’ (#รายการ Victory ของ Youku คือ Squid Game) ติดเทรนด์ในไม่ช้าแต่ก็ถูกลบในภายหลัง

ถึงกระนั้น ก็ยังมีแฮชแท็กอื่นๆ ขึ้นมาแทน เช่น #Netflix responds to Youku’s Victory of Squid และ #Youku apologized เพื่อเรียกร้องให้ Youku ออกมาขอโทษ และให้ Netflix ดำเนินการขั้นเด็ดขาดต่อ Youku ซึ่งแฮชแท็กเหล่านี้ถูกกล่าวถึงหลายล้านครั้งภายในเวลาไม่กี่ชั่วโมง

ด้าน Netflix กล่าวว่ายังไม่ได้หารือเรื่องลิขสิทธิ์กับ Youku

ต่อมา Youku ได้ออกมาขอโทษพร้อมชี้แจงว่าโปสเตอร์ที่เห็นเป็นเพียงฉบับร่างเท่านั้น และมีการเปิดตัวโปสเตอร์ใหม่ที่แตกต่างไปจากเดิมอย่างเห็นได้ชัด พร้อมชื่อรายการใหม่ว่า “Game’s Victory”

อย่างไรก็ตาม ดูเหมือนว่าบรรดาชาวเน็ตบนโลกออนไลน์ยังคงไม่พอใจกับคำชี้แจงครั้งนี้ โดยผู้ใช้ Weibo รายหนึ่งกล่าวว่า “เป็นคำแก้ตัวที่ฟังไม่ขึ้น เห็นได้ชัดว่าพวกเขากำลังลอกเลียนแบบ Squid Game เพราะมันได้รับความนิยม”

ชาวจีนหลายคนรู้สึกละอายที่ผู้ผลิตจีนออกรายการที่คล้ายคลึงกับของเกาหลีใต้อีกแล้ว โดยก่อนหน้านี้รายการประกวดร้องเพลงแร็พยอดนิยม The Rap Of China ถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่าเลียนแบบรายการ Show Me The Money ของเกาหลีใต้

ทั้งนี้ จีนและเกาหลีใต้ถกเถียงกันเกี่ยวกับวัฒนธรรมมาหลายครั้งในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา โดยในปีที่แล้วจีนถูกกล่าวหาว่าขโมยวัฒนธรรมเกาหลีโดยอ้างว่าเป็นผู้นำอุตสาหกรรมกิมจิ นอกจากนี้ยังเคยถกเถียงกันหลังจากที่จีนกล่าวว่าชุดประจำชาติของเกาหลีใต้มีต้นกำเนิดมาจากจีน

ที่มา: BBCGlobal TimesKoreaboo

พบซากปูน้ำจืดโบราณอายุ 100 ล้านปีในก้อนอำพันจากเมียนมา #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/666129

วันที่ 21 ต.ค. 2564 เวลา 17:31 น.พบซากปูน้ำจืดโบราณอายุ 100 ล้านปีในก้อนอำพันจากเมียนมานักวิจัยเผยการค้นพบครั้งสำคัญ ซากปูโบราณอายุ 100 ล้านปีในก้อนอำพันที่พบในเมียนมา

ทีมนักวิทยาศาสตร์ที่นำโดยบุคลากรจากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดและมหาวิทยาลัยธรณีศาสตร์จีนเผยการค้นพบซากปูโบราณในก้อนอำพัน หรือยางไม้อายุราว 100 ล้านปีที่พบในเหมืองทางตอนเหนือของเมียนมาเมื่อปี 2015

ทีมนักวิทยาศาสตร์ระบุว่า ซากปูโบราณดังกล่าวเป็นปูน้ำจืดที่เชื่อว่าอาศัยอยู่ในยุคครีเทเชียสร่วมกับไดโนเสาร์เมื่อประมาณ 100 ล้านปีก่อน นับเป็นปูที่มีรูปลักษณ์เหมือนปูยุคใหม่ที่มีอายุมากที่สุดเท่าที่เคยพบมา และเป็นครั้งแรกที่พบปูอยู่ร่วมยุคกับไดโนเสาร์

ฮาเวียร์ ลูเก นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดเผยว่า ซากปูโบราณขนาด 55 มิลลิเมตรคือฟอสซิลที่สมบูรณ์ที่สุดเท่าทีมีการค้นพบมา โดยการทำไมโครซีทีสแกนทำให้เห็นเนื้อเยื่อที่ละเอียดอ่อนชัดเจน อาทิ หนวด ขา ส่วนของปากที่เห็นเส้นขนชัดเจน ตา และนมปู

การวิเคราะห์พบว่าปูโบราณในก้อนอำพันตัวนี้ไม่มีเนื้อเยื่อปอด มีเพียงนมปูที่วิวัฒนาการมาอย่างดี บ่งบอกว่าปูชนิดนี้ไม่ได้อาศัยอยู่บนบก 100%

นักวิจัยตั้งสมมติฐานว่า ปูตัวนี้อยู่ในวัยเด็กและศัยอยู่ในน้ำจืดหรืออาจเป็นปูครึ่งบกครึ่งน้ำ โดยมันอาจอพยพขึ้นจากน้ำขึ้นบนบกเหมือนกับปูแดงบนเกาะคริสต์มาสของออสเตรเลีย ที่แม่ปูซึ่งอาศัยอยู่บนบกลงไปวางไข่ในน้ำก่อนจะกลับขึ้นมาบนบก

ฟอสซิลปูชิ้นนี้มีชื่อว่า Cretapsara athanata ซึ่งมาจากคำว่า Cretaceous (ยุคครีเทเชียส) รวมกับคำว่า Apsara (เทพีอัปสราที่เคลื่อนไหวในน้ำตามความเชื่อของผู้คนแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้) ส่วนคำว่า athanatos เป็นภาษากรีก หมายถึงความเป็นอมตะ เปรียบกับชีวิตที่ถูกเก็บรักษาในก้อนอำพัน

ปัจจุบันอำพันก้อนนี้ถูกเก็บรักษาไว้ที่พิพิธภัณฑ์อำพันหลงอิ้นของจีน

งานวิจัยชิ้นนี้เผยแพร่ในวารสาร Science Advances เมื่อวันที่ 20 ต.ค.ที่ผ่านมา

ภาพ: Xiao Jia (Longyin Amber Museum)

หลักฐานยืนยันชาวไวกิ้งเหยียบทวีปอเมริกาก่อนโคลัมบัส #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/666116

วันที่ 21 ต.ค. 2564 เวลา 16:24 น.หลักฐานยืนยันชาวไวกิ้งเหยียบทวีปอเมริกาก่อนโคลัมบัสพบหลักฐานใหม่ยืนยันว่าชาวไวกิ้งเดินทางเยือนทวีปอเมริกาเมื่อ 1,000 ปีที่แล้วก่อน คริสโตเฟอร์ โคลัมบัส

งานวิจัยซึ่งตีพิมพ์ในวารสาร Nature พบหลักฐานที่ยืนยันว่าชาวไวกิ้งแล่นเรือยาวที่สร้างจากไม้ซุงข้ามมหาสมุทรแอตแลนติกไปเยือนทวีปอเมริกาแล้วตั้งถิ่นฐานอยู่ในแคนาดาตั้งแต่ 1,000 ปีก่อน ก่อนที่ คริสโตเฟอร์ โคลัมบัส จะค้นพบทวีปอเมริกาถึง 471 ปี

ทีมนักโบราณคดีและผู้เชี่ยวชาญด้านการคำนวณอายุวัตถุโบราณทำการศึกษาเศษไม้จากสิ่งก่อสร้างของชาวไวกิ้งซึ่งปัจจุบันคืออุทยานประวัติศาสตร์แลนโซเมโดส์ (L’Anse aux Meadows) ทางตอนเหนือของเกาะนิวฟาวด์แลนด์ของแคนาดาด้วยเทคนิคใหม่ เนื่องจากการตรวจหาคาร์บอนเพื่อคำนวณอายุวัตถุแบบเก่าไม่สามารถระบุเวลาที่แน่ชัด

ทีมวิจัยใช้เทคนิคใหม่ซึ่งใช้การเกิดพายุสุริยะครั้งใหญ่เป็นจุดอ้างอิงกับตัวอย่างเศษไม้ 3 ชิ้นทำให้พบว่า สิ่งก่อสร้างโบราณของชาวไวกิ้งทำขึ้นในปี 1021 หรือเมื่อ 1,000 ปีที่แล้ว

เทคนิคกำหนดอายุโบราณวัตถุใหม่ที่ว่านี้อ้างอิงจากข้อเท็จจริงที่ว่าพายุสุริยะจะทิ้งร่องรอยของคลื่นกัมมันตรังสีของธาตุคาร์บอนที่เฉพาะเจาะจงในวงปีการเจริญเติบโตของต้นไม้ ซึ่งเป็นที่รู้กันว่าพายุสุริยะครั้งใหญ่ที่มีการระเบิดและแผ่รังสีคอสมิกพลังงานสูงจากดวงอาทิตย์กิดขึ้นเมื่อปี 992

เศษไม้ 3 ชิ้นที่นำมาตรวจสอบซึ่งนำมาจากต้นไม้ที่แตกต่างกัน 3 ต้น มีวงปีการเติบโต 29 วงเกิดขึ้นหลังจากวงปีที่เป็นสัญลักษณ์การเกิดพายุสุริยะ ซึ่งหมายความว่าต้นไม้ทั้ง 3 ต้นถูกตัดในปี 1021 ไมเคิล ดี นักวิทยาศาสตร์ธรณีวิทยาจาก University of Groningen ของเนเธอร์แลนด์ซึ่งเป็นหนึ่งในทีมวิจัยเผยว่า คนพื้นเมืองเดิมไม่ได้เป็นคนตัดต้นไม้ เนื่องจากมีหลักฐานว่าเป็นการใช้ใบมีดโลหะซึ่งคนพื้นเมืองยังไม่มีใช้

อย่างไรก็ดี แม้ว่ายังไม่ชัดเจนว่าชาวไวกิ้งเดินทางมาเหยียบทวีปอเมริกากี่ครั้ง หรือพวกเขาตั้งถิ่นฐานอยู่นานกี่ปี แต่หลักฐานปัจจุบันบ่งชี้ว่าชาวไวกิ้งตั้งถิ่นฐานอยู่ไม่กี่ปี

นอกจากนี้ ยังมีหลักฐานจาก L’Anse aux Meadows แสดงว่าชาวไวกิ้งเดินทางสำรวจพื้นที่ทางใต้ของเกาะนิวฟาวด์แลนด์ด้วยในขณะที่พวกเขาอยู่ในทวีปอเมริกา

สิ่งก่อสร้างของชาวไวกิ้งใน L’Anse aux Meadows คล้ายคลึงกับสิ่งก่อสร้างที่ไอซ์แลนด์และกรีนแลนด์ซึ่งเป็นที่ที่ชาวไวกิ้งเดินทางไปเยือนก่อนจะเดินทางมาถึง L’Anse aux Meadows

ตัวอย่างเศษไม้จากชุมชนโบราณของชาวไวกิ้งที่ L’Anse aux Meadows บนเกาะนิวฟาวด์แลนด์ของแคนาดา Petra Doeve/Handout via REUTERS

ผู้นำบราซิลส่อโดนฟ้องฐานทำคนตายเพราะโควิดกว่าครึ่งล้าน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/666114

วันที่ 21 ต.ค. 2564 เวลา 15:15 น.ผู้นำบราซิลส่อโดนฟ้องฐานทำคนตายเพราะโควิดกว่าครึ่งล้านคณะกรรมาธิการของวุฒิสภาบราซิลเสนอตั้งข้อหาประธานาธิบดี ‘ก่ออาชญากรรมต่อมนุษยชาติ’ หลังยอดตายโควิดทะลุ 6 แสน

คณะกรรมาธิการของวุฒิสภาบราซิลซึ่งรับผิดชอบในการไต่สวนความบกพร่องของรัฐบาลในการจัดการกับการแพร่ระบาดของโควิด-19 เผยแพร่รายงานความยาว 1,200 หน้า โดยเสนอให้ดำเนินคดีทางอาญากับประธานาธิบดีฌาอีร์ โบลโซนารู ใน 9 ข้อหา สืบเนื่องจากการบริหารจัดการโควิด-19 ที่ล้มเหลว

ซึ่งรวมถึงข้อหาก่ออาชญากรรมร้ายแรงต่อมนุษยชาติ ซึ่งเป็นข้อหาที่หนักที่สุด เนื่องจากรัฐบาลไม่สามารถจัดการกับการแพร่ะบาดของโควิด-19 เป็นเหตุให้มีประชาชนเสียชีวิตกว่า 600,000 คน

จากการไต่สวนมาเป็นเวลา 6 เดือนโดยมีคำให้การจากคณะรัฐมนตรี, เจ้าหน้าที่รัฐบาล, ผู้ประกอบการ, ผู้บริหารโรงพยาบาล ตลอดจนครอบครัวของผู้เสียชีวิตจากโควิด-19

นอกจากประธานาธิบดีโบลโซนารูแล้ว รายงานยังเสนอให้ตั้งข้อหากับบุตรชายทั้ง 3 คนของเขา และเจ้าหน้าที่รัฐบาลทั้งในอดีตและปัจจุบันรวมทั้งสิ้น 69 คน

ข้อเสนอดังกล่าวต้องได้รับการรับรองในที่ประชุมของคณะกรรมาธิการของวุฒิสภา ก่อนที่จะเสนอให้ที่ประชุมของสภาคองเกรสบราซิลลงมติ

อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์มองว่ามีความเป็นไปได้ที่ประธานาธิบดีโบลโซนารูจะใช้สิทธิ์ยับยั้ง (veto) และมองว่าเขาไม่น่าจะถูกดำเนินคดีอาญาเนื่องจากเป็นผู้แต่งตั้งอัยการสูงสุดด้วยตนเอง อีกทั้งมีเสียงสนับสนุนจำนวนมากในสภา

ขณะที่ โบลโซนารูปฏิเสธข้อกล่าวหาในรายงานดังกล่าว โดยยืนยันว่าตนและรัฐบาลไม่ได้กระทำความผิดใดๆ

ทั้งนี้ บราซิลมีรายงานผู้ป่วยโควิด-19 กว่า 21 ล้านคน และผู้เสียชีวิตมากกว่า 600,000 คน ซึ่งสูงเป็นอันดับ 2 ของโลก โดยมีผู้ติดเชื้อรายใหม่วันละกว่า 1 หมื่นคน ส่งผลให้คะแนนนิยมของโบลโซนารูลดน้อยลงไปเรื่อยๆ ขณะที่การเลือกตั้งเริ่มใกล้เข้ามาแล้ว

Photo by EVARISTO SA / AFP

เตือนอีก 20 ปีธารน้ำแข็งในแอฟริกาจะละลายหมด น้ำท่วมจะทวีความรุนแรง #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/666096

วันที่ 21 ต.ค. 2564 เวลา 13:45 น.เตือนอีก 20 ปีธารน้ำแข็งในแอฟริกาจะละลายหมด น้ำท่วมจะทวีความรุนแรงภูเขาน้ำแข็ง 3 แห่งสุดท้ายในแอฟริกาอาจละลายหายไปภายใน 2 ทศวรรษ ผู้คนนับพันล้านต้องเผชิญกับภัยพิบัติที่รุนแรงยิ่งขึ้น

องค์การอุตุนิยมวิทยาโลก (WMO) หน่วยงานด้านสภาพอากาศของสหประชาชาติ (UN) เตือนว่าปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศขณะนี้กำลังจะทำให้ภูเขาน้ำแข็ง 3 แห่งสุดท้ายในแอฟริกาละลายหายไปภายใน 20 ปีข้างหน้า

รายงานจาก WMO ชี้ว่าการหดตัวอย่างรวดเร็วของธารน้ำแข็งแห่งสุดท้ายที่เหลืออยู่ในแอฟริกาตะวันออก ซึ่งคาดว่าจะละลายหายไปในอนาคตอันใกล้นี้ เป็นสัญญาณของภัยคุกคามจากการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศของโลกที่ไม่อาจย้อนกลับได้

นอกจากนี้ยังคาดว่าภายในปี 2030 จะมีผู้คนมากถึง 118 ล้านคนต้องเผชิญกับน้ำท่วม ภัยแล้ง หรืออุณหภูมิที่ร้อนระอุมากยิ่งขึ้น และอาจทำให้เศรษฐกิจของทวีปหดตัวลงถึง 3% ตลอดจนเผชิญกับความยากไร้หากไม่มีมาตรการรับมือที่เพียงพอ

รายงานได้กล่าวถึงสถานการณ์ด้านภูมิอากาศในแอฟริกา โดยระบุว่าในปีที่แล้วแอฟริกาเผชิญกับอุณหภูมิที่ร้อนขึ้นอย่างต่อเนื่อง ระดับน้ำทะเลสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ตลอดจนภัยพิบัติทางสภาพอากาศ อาทิ น้ำท่วม และภัยแล้ง เพิ่มความถี่และทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ

โดบในปีที่แล้วนอกเหนือจากความแห้งแล้งที่ทวีความรุนแรงขึ้นในทวีปที่ต้องพึ่งพาการเกษตรอย่างหนักแล้ว ยังมีน้ำท่วมอย่างกว้างขวางในแอฟริกาตะวันออกและแอฟริกาตะวันตก นอกจากนี้ในปี 2020 มีผู้คนประมาณ 1,200 ล้านคนต้องพลัดถิ่นเนื่องจากพายุและน้ำท่วม

ขณะที่ชาติต่างๆ ในแอฟริกามีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกรวมกันไม่ถึง 4% ของก๊าซเรือนกระจกทั่วโลก แต่ประชากรกว่าพันล้านคนต้องเผชิญกับวิกฤตน้ำท่วม ภัยแล้ง ที่รุนแรงและยาวนานขึ้น รวมถึงอุณหภูมิที่ร้อนขึ้นอย่างต่อเนื่อง

เดวิด บีสลีย์ หัวหน้าโครงการอาหารโลกของสหประชาชาติ กล่าวว่า ทวีปแอปริกาคือพื้นที่ที่ไม่ได้มีส่วนทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของโลก แต่ตอนนี้พวกเขาเป็นพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบอย่างหนักที่สุด

Photo by Matthieu RONDEL / AFP