กลิ่นทุเรียนทำชาวออสซี่แตกตื่นคิดว่าก๊าซรั่ว #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/665662

วันที่ 16 ต.ค. 2564 เวลา 10:40 น.กลิ่นทุเรียนทำชาวออสซี่แตกตื่นคิดว่าก๊าซรั่วกลิ่นทุเรียนทำพิษชาวออสซี่เข้าใจผิดคิดว่าเป็นกลิ่นก๊าซรั่วกลางห้างดังในเมืองหลวง

เจ้าหน้าที่ดับเพลิงของกรุงแคนเบอร์ราได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่ามีก๊าซรั่วที่ร้านค้าแห่งหนึ่งในห้างสรรพสินค้าย่านดิกสันของกรุงแคนเบอร์รา หลังจากนั้นได้แจ้งให้ประชาชนออกห่างจากบริเวณดังกล่าวและเข้าไปในพื้นที่เพื่อหาแหล่งที่มาของกลิ่นก๊าซ

ผ่านไปราว 1 ชั่วโมงเจ้าของห้องเช่าที่อยู่บนร้านค้าต่างๆ ได้แจ้งเบาะแสว่าพบที่มาของกลิ่นก๊าซ แต่กลับกลายเป็นว่าไม่ใช่ก๊าซรั่วตามที่เข้าใจกัน แต่เป็นกลิ่นทุเรียนที่ฟุ้งกระจายไปทั่ว

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาเหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องกับทุเรียนเกิดขึ้นหลายครั้งในออสเตรเลีย อาทิ เมื่อปี 2019 มหาวิทยาลัยแคนเบอร์ราต้องสั่งอพยพผู้คนออกจากห้องสมุดเนื่องจากสงสัยว่ามีก๊าซรั่ว แต่สุดท้ายกลิ่นก๊าซนี้กลับเป็นกลิ่นทุเรียนที่พบอยู่ใกล้กับช่องระบายอากาศบนชั้นสองของห้องสมุด

หรือในปี 2018 เจ้าหน้าที่และนักศึกษาราว 600 คนของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีเมลเบิร์นต้องอพยพออกจากอาคารระหว่างที่เจ้าหน้าที่ดับเพลิงและผู้เชี่ยวชาญพิเศษค้นหาต้นตอกลิ่นก๊าซรั่วในตัวอาคาร และเหตุการณ์จบลงแบบเดิมคือเป็นกลิ่นของทุเรียน

AFP PHOTO / Romeo GACAD

รู้จัก ‘ธนาคารอากิยะ’ ขายบ้าน 0 เยนแถมเงินต่อเติม #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/665638

วันที่ 15 ต.ค. 2564 เวลา 19:00 น.รู้จัก 'ธนาคารอากิยะ' ขายบ้าน 0 เยนแถมเงินต่อเติม‘ธนาคารอากิยะ’ ตัวช่วยแก้ปัญหาบ้านร้างล้นเมืองในญี่ปุ่น

บ้านร้าง (อากิยะ) กลายเป็นประเด็นร้อนในญี่ปุ่นในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา เนื่องจากในญี่ปุ่นมีบ้านถูกทิ้งร้างจำนวนมากกว่า 8 ล้านหลัง ซึ่งผลการสำรวจช่วงต้นปีที่ผ่านมาพบว่าในบ้านทุกๆ 8 หลังจะมีบ้านร้างอยู่ 1 หลัง บางองค์กรยังคาดการณ์ว่าภายในปี 2033 มากกว่า 30% ของบ้านทั้งหมดในญี่ปุ่นอาจถูกทิ้งร้าง

นอกจากนี้ การสำรวจที่อยู่อาศัยและที่ดินของญี่ปุ่นซึ่งดำเนินการทุกๆ 5 ปีพบว่าในปี 2018 มีบ้านถูกทิ้งร้างอยู่ที่ 8.48 ล้านหลังหรือ 1 ใน 7 ของประเทศซึ่งเป็นสถิติที่สูงที่สุดเท่าที่เคยปรากฏ และเพิ่มขึ้น 3.2% เมื่อเทียบกับปี 2013

หากถามว่าทำไมบ้านเหล่านั้นจึงไม่มีคนสนใจซื้อต่อหรือย้ายเข้ามาอยู่ก็เนื่องจากบรรยากาศที่วังเวง ไม่น่าอยู่ เสี่ยงต่ออันตราย อีกทั้งบ้านส่วนใหญ่ทำจากไม้จึงมีความเสี่ยงที่จะพังถล่มได้ง่ายเมื่อปล่อยทิ้งไว้เป็นเวลานานโดยไม่บำรุงรักษา

ธนาคารอากิยะ

จึงเกิดโครงการ “ธนาคารอากิยะ” (Akiya banks) เพื่อขายบ้านร้างเหล่านั้นในราคาหลักหมื่นบาท หรือแม้กระทั่งแจกฟรี พร้อมได้รับเงินสนุนจากรัฐบาลในการปรับปรุงซ่อมแซมบ้านอีกด้วย เพื่อให้ปัญหาบ้านร้างล้นเมืองหมดไป

ซึ่งได้รับความนิยมอย่างมากในหมู่ชาวต่างชาติที่ต้องการย้ายมาใช้ชีวิตแบบสโลว์ไลฟ์ในญี่ปุ่น หรือคนญี่ปุ่นที่สนใจบ้านหลังที่สอง

โดยส่วนใหญ่หลังจากที่ซื้อไปแล้วพวกเขาต้องปรับปรุงซ่อมแซมบางส่วน เนื่องจากสภาพบ้านที่ถูกทิ้งร้าง โดยเฉพาะอย่างยิ่งห้องน้ำและห้องครัวอาจต้องได้รับการปรับปรุงทั้งหมด

อย่างไรก็ตาม ในบางครั้งรัฐบาลจะมีเงินอุดหนุนสำหรับการปรับปรุงซ่อมแซมบ้านให้ผู้ซื้อด้วย โดยมีเงื่อนไขแตกต่างกันไปตามรัฐบาลแต่ละท้องถิ่น

ช่วยลดจำนวนบ้านร้าง

โฆษกสำนักงานเทศบาลเมืองโอคุทามะกล่าวกับนิคเคอิว่า “โครงการนี้ไม่เพียงแต่จะช่วยเจ้าของเก่าในเรื่องของการจ่ายภาษีและนำอาคารสถานที่ไปใช้ให้เกิดประโยชน์เท่านั้น แต่ยังเป็นการลดจำนวนอาคารร้างที่อาจถล่มหรือก่อให้เกิดความเสี่ยงต่างๆ ในอนาคต”

โดยโครงการธนาคารอากิยะสามารถลดจำนวนบ้านร้างลงไปได้จริง อย่างเช่นในเมืองงมิคาสะทางตอนเหนือของฮอกไกโดระบุว่ามีจำนวนบ้านร้างลดลง 11% หลังจากที่รัฐบาลท้องถิ่นออกเงินสนับสนุนในการซื้อบ้านและดูแลบุตรหลาน

เช่นเดียวกับเมืองไดเซ็นซึ่งพบว่าจำนวนอสังหาริมทรัพย์ที่ไม่มีเจ้าของลดลง 7.9% เมื่อรัฐบาลท้องถิ่นเสนอเงินช่วยเหลือจำนวน 2 ล้านเยน (570,000 บาท) สำหรับการปรับปรุงบ้าน

ไม่ได้มีแค่บ้าน

ธนาคารอากิยะไม่ได้มีขายเพียงแค่บ้านเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงอสังหาริมทรัพย์อื่นๆ อย่างเช่นชายคนนี้ที่อาศัยอยู่ในโรงเรียนร้างบนภูเขามา 7 ปีแล้ว ก็ได้มาจากโครงการธนาคารอากิยะเช่นกัน และสามารถใช้โรงเรียนร้างเก่าๆ มาสร้างประโยชน์ได้มากมาย

หาได้ที่ไหน?

แม้ว่าจะไม่มีเว็บไซต์กลางของธนาคารอากิยะทั้งหมดในญี่ปุ่น แต่รัฐบาลท้องถิ่นหลายแห่งโดยเฉพาะอย่างยิ่งเมืองในชนบทได้สร้างเว็บไซต์ธนาคารอากิยะของเมืองตนเอง อย่างเช่น ธนาคารอากิยะสำหรับเมืองอุเอดะ จังหวัดนากาโนะ หรือธนาคารอากิยะของเมืองมินะมิโบโซ จังหวัดชิบะ

นอกจากนี้ยังมีเว็บไซต์และบล็อกที่รวบรวมรายการลิงก์ไปยังธนาคารอากิยะของแต่ละเมืองอย่างละเอียด หรือสามารถสอบถามรายละเอียดเกี่ยวกับอากิยะได้ที่ศาลากลางประจำเมืองนั้นๆ โดยตรง

ที่มา: rethinktokyo

ภาพ: Yasuyoshi CHIBA / AFP

ดีลล่ม! รัฐวิสาหกิจจีนถอนตัวซื้อตึกสำนักงานใหญ่ Evergrande #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/665635

วันที่ 15 ต.ค. 2564 เวลา 18:10 น.ดีลล่ม! รัฐวิสาหกิจจีนถอนตัวซื้อตึกสำนักงานใหญ่ Evergrandeดีลซื้อขายอาคารสำนักงานใหญ่ของ Evergrande ล่มหลังรัฐวิสาหกิจจีนถอนตัวส่อเงินไม่พอจ่ายหนี้

สำนักข่าว Reuters รายงานโดยอ้างแหล่งข่าวว่า Yuexiu Property รัฐวิสาหกิจด้านอสังหาริมทรัพย์ของจีนถอนตัวจากสัญญาซื้อขายอาคารสำนักงานใหญ่ของ Evergrande บริษัทอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่ของจีนที่กำลังมีปัญหาการเงิน ในฮ่องกงมูลค่า 1,700 ล้านเหรียญสหรัฐ เนื่องจากกังวลเรื่องสถานการณ์การเงินของ Evergrande

การล้มดีลครั้งนี้ถือเป็นความล้มเหลวครั้งล่าสุดของ Evergrande ที่กำลังพยายามขายทรัพย์สินเพื่อนำเงินมาชำระหนี้ที่มีอยู่มากกว่า 300,000 ล้านเหรียญสหรัฐ โดย Evergrande ผิดนัดชำระดอกเบี้ยพันธบัตรต่างประเทศมาแล้ว 3 ครั้ง

แหล่งข่าว 2 รายเผยกับ Reuters ว่า Yuexiu Property เกือบจะปิดดีลซื้ออาคารสำนักงานใหญ่ 26 ชั่นในย่านหว่านไจ๋ของฮ่องกงของ Evergrande ตั้งแต่เดือน ส.ค.ที่ผ่านมา แต่คณะกรรมการบริษัทคัดค้านเนื่องจากกังวลว่าปัญหาหนี้ที่ยังไม่คลี่คลายของ Evergrande จะทำให้ธุรกรรมการซื้อขายซับซ้อนขึ้น

แหล่งข่าวเผยอีกว่า Yuexiu Property ได้รับคำแนะนำจากรัฐบาลท้องถิ่นในเมืองกว่างโจวซึ่งเป็นที่ตั้งของ Evergrande ให้ชะลอการซื้อขายดังกล่าวเมื่อปลายเดือน ส.ค.ที่ผ่านมา

ขณะที่แหล่งข่าวอีกรายหนึ่งซึ่งทราบเรื่องดังกล่าวดีเผยว่า ดีลซื้อขายถูกระงับเมื่อปลายเดือน ส.ค. เนื่องจากรัฐบาลกว่างโจวต้องการพิจารณาสถานการณ์ทางการเงินของ Evergrande โดยรวมก่อนเพื่อทำความเข้าใจการใช้จ่ายเงินที่จะได้จากการซื้อขายอาคารสำนักงานใหญ่

ทั้งนี้ Evergrande ซื้ออาคารสำนักงานใหญ่ในฮ่องกงซึ่งมีพื้นที่ 345,000 ตารางฟุตจาก Chinese Estates Holdings พันธมิตรในฮ่องกงในราคา 1,610 ล้านเหรียญสหรัฐเมื่อปี 2015 ซึ่งทำสถิติเป็นราคาต่อตารางฟุตที่สูงที่สุดในขณะนั้นของฮ่องกง

นอกจากนี้แหล่งข่าว 2 รายยังเผยอีกว่า Evergrande อยู่ระหว่างการเจรจาขั้นสุดท้ายที่จะขายหุ้น 51% ใน Evergrande Property Services แก่บริษัท Hopson Development ซึ่งอาจมีมูลค่าราว 20,000 ล้านเหรียญฮ่องกง

Photo by Hector RETAMAL / AFP

ทนไม่ไหว! พนักงานบริษัทเทคจีนแฉถูกใช้งานหนักหามรุ่งหามค่ำ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/665631

วันที่ 15 ต.ค. 2564 เวลา 17:32 น.ทนไม่ไหว! พนักงานบริษัทเทคจีนแฉถูกใช้งานหนักหามรุ่งหามค่ำวัฒนธรรมการทำงานหามรุ่งหามค่ำ 6 วันต่อสัปดาห์ ‘996’ ของจีนไม่เคยหายไปแม้รัฐบาลเข้ามาคุมเข้ม

South China Morning Post รายงานว่า กลุ่มนักศึกษาที่เพิ่งจบการศึกษา 4 คนผุดโปรเจกต์ออนไลน์ชวนพนักงานบริษัทในจีนโดยเฉพาะอย่างยิ่งคนที่ทำงานในบริษัทเทคโนโลยีเข้ามาแชร์ประสบการณ์การทำงานแบบหามรุ่งหามค่ำตามวัฒนธรรม 996 คือทำงานตั้งแต่ 09.00-21.00 น. เป็นเวลา 6 วันต่อสัปดาห์

นักศึกษาจบใหม่ทั้ง 4 คนสร้างโปรแกรมสเปรดชีทที่ชื่อว่า WorkingTime ขึ้นมาเพื่อให้พนักงานบริษัทแชร์ข้อมูลเกี่ยวกับการทำงานของตัวเอง อาทิ ตำแหน่งงาน สถานที่ทำงาน เวลาเริ่มและเลิกงาน เวลาพักกลางวัน และจำนวนวันทำงานต่อสัปดาห์

ปรากฏว่าโปรเจกต์นี้กลายเป็นไวรัลในโลกออนไลน์ จนถึงวันพุธ (13 ต.ค.) มีคนเข้ามาแชร์ข้อมูลกว่า 3,500 คน รวมทั้งพนักงานจากบริษัทเทคโนโลยีชื่อดังอย่าง Alibaba, Tencent, ByteDance และ Meituan และจนถึงวันอังคาร (12 ต.ค.) มีคนคลิกเข้าไปดูกว่า 10 ล้านครั้ง

ผู้ก่อตั้งโปรเจกต์นี้ทั้ง 4 คนซึ่งได้รับข้อเสนอชักชวนให้ร่วมงานจากบริษัทเทคโนโลยีชื่อดังระบุไว้ในเว็บไซต์ถาม-ตอบ Zhihu (จือฮู) ของจีนว่า พวกเขาต้องการให้ข้อมูลเกี่ยวกับวัฒนธรรมการทำงานของวงการเทคโนโลยีที่โปร่งใสกับคนที่กำลังมองหางาน

“การทำงานล่วงเวลายังเป็นที่นิยมในบริษัทในจีนโดยเฉพาะในบริษัทอินเทอร์เน็ตโดยที่ทางการไม่ได้เข้ามาควบคุม พวกเราหวังว่าจะมีส่วนในการคว่ำบาตร 996 และส่งเสริม 955”

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา วัฒนธรรมการทำงานแบบ 996 ของจีนถูกวิพากษ์วิจารณ์หลายครั้ง อาทิ ในปี 2019 ผู้ใช้อินเทอร์เน็ตรายหนึ่งประท้วงใน GitHub โดยบอกว่าใครก็ตามที่ทำงานแบบ 996 เสี่ยงจะมีจุดจบอยู่ที่ห้องไอซียู ซึ่งได้รับความสนใจเป็นวงกว้างจากชาวโซเชียล

ต่อมาการเสียชีวิตของพนักงานหญิงวัย 22 ปีของบริษัทอีคอมเมิร์ซ Pinduoduo ระหว่างกำลังเดินกลับบ้านพร้อมกับเพื่อนร่วมงานหลังทำงานจนเลยเที่ยงคืนเมื่อเดือน ม.ค.ที่ผ่านมา ทำให้ประเด็นการทำงานหามรุ่งหามค่ำแทบไม่มีวันหยุดเป็นที่ถกเถียงอีกครั้ง

REUTERS/Jason Lee/File Photo

สหรัฐไฟเขียวขายบุหรี่ไฟฟ้าครั้งแรก ชี้ผลดีมากกว่าผลเสีย #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/665627

วันที่ 15 ต.ค. 2564 เวลา 16:30 น.สหรัฐไฟเขียวขายบุหรี่ไฟฟ้าครั้งแรก ชี้ผลดีมากกว่าผลเสียองค์การอาหารและยาสหรัฐอนุญาตจำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้าครั้งแรกในอเมริกา

BBC รายงานว่าองค์การอาหารและยาสหรัฐ (FDA) อนุญาตให้จำหน่ายผลิตภัณฑ์บุหรี่ไฟฟ้า 3 รายการของ RJ Reynolds ภายใต้แบรนด์ Vuse หลังจากที่พิจารณาแล้วว่ามีประโยชน์ต่อผู้ที่ต้องการเลิกบุหรี่ มากกว่าความเสี่ยงที่จะทำให้ติดยาเสพติด

โดยผลิตภัณฑ์ที่ได้รับอนุญาตให้ทำการตลาดนั้นเป็นรสยาสูบ ซึ่งแตกต่างจากรสหวานที่เป็นที่นิยมในกลุ่มคนหนุ่มสาว แต่ไม่อนุมัติบุหรี่ไฟฟ้าที่รสชาติปรุงแต่ง

FDA กล่าวว่า มีโอกาสน้อยที่คนหนุ่มสาวที่สูบบุหรี่ไฟฟ้ารสชาติยาสูบ จะหันไปใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีความเสี่ยงสูงกว่า อย่างเช่น บุหรี่จุดไฟ และคนหนุ่มสาวส่วนใหญ่ที่สูบบุหรี่ไฟฟ้าจะเริ่มด้วยรสชาติต่างๆ อาทิ รสผลไม้ ลูกอม หรือมินต์

อย่างไรก็ตาม บุหรี่ไฟฟ้ารสยาสูบที่ได้รับการอนุมัติต้องปฏิบัติตามข้อจำกัดว่าด้วยโฆษณาทางโทรทัศพ์หรือสื่อดิจิทัล

ทั้งนี้ ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมามีบุหรี่ไฟฟ้าจำหน่ายอย่างแพร่หลายในสหรัฐ โดยผู้ใช้ที่เป็นเยาวชนคนหนุ่มสาวเพิ่มขึ้น ซึ่งสร้างความกังวลเป็นอย่างมาก FDA จึงต้องตรวจสอบอย่างเข้มงวด และพิจารณาถึงข้อดี ข้อเสีย ก่อนที่จะอนุมัติให้ผู้ผลิตจำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้า

ซึ่งผู้ผลิตหลายรายที่ยื่นเอกสารขออนุมัติขึ้นทะเบียนผลิตภัณฑ์บุหรี่ไฟฟ้า และภายหลังจากการรอคอย 1 ปี FDA จึงได้ออกประกาศการอนุมัติครั้งนี้

นอกจากนี้ยังมีบุหรี่ไฟฟ้าอีกแบรนด์คือ Juul ซึ่งกำลังอยู่ระหว่างการรอคำตัดสินของ FDA

อย่างไรก็ตาม สมาคมปอดอเมริกัน (American Lung Association) ซึ่งรณรงค์ต่อต้านการสูบบุหรี่แสดงความผิดหวังต่อการตัดสินใจของ FDA ที่อนุญาตให้จำหน่ายผลิตภัณฑ์ทั้ง 3 รายการของ Vuse รวมถึงยังมีผลิตภัณฑ์ที่มีนิโคตินเกือบ 5% อยู่ในท้องตลาด

ขณะที่ RJ Reynolds กล่าวว่าการตัดสินใจครั้งนี้แสดงให้เห็นว่าผลิตภัณฑ์บุหรี่ไฟฟ้ามีความเหมาะสมสำหรับการปกป้องสาธารณสุข

AP Photo/Aaron Favila

Bitcoin จ่อแตะ 60,000 เหรียญรับข่าวดีสหรัฐอาจไฟเขียวตั้งกองทุน ETF #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/665622

วันที่ 15 ต.ค. 2564 เวลา 15:20 น.Bitcoin จ่อแตะ 60,000 เหรียญรับข่าวดีสหรัฐอาจไฟเขียวตั้งกองทุน ETFBitcoin ใกล้แตะ 60,000 เหรียญสหรัฐหลังมีข่าวว่า ก.ล.ต.สหรัฐอาจไฟเขียวให้จัดตั้งกองทุน ETF ซื้อขาย Bitcoin ล่วงหน้า

สำนักข่าว Reuters รายงานว่า Bitcoin ทะยานขึ้นไปใกล้แตะระดับ 60,000 เหรียญสหรัฐ หลังจากนักลงทุนเริ่มเชื่อมั่นว่าคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ของสหรัฐจะอนุญาตให้จัดตั้งกองทุน ETF หรือกองทุนรวมดัชนี เพื่อทำการซื้อขาย Bitcoin ในตลาดล่วงหน้า

เมื่อเวลา 12.20 น.ของวันนี้ตามเวลาประเทศไทย Bitcoin เพิ่มขึ้นเกือบ 4% ไปอยู่ที่ 59,664 เหรียญสหรัฐ ซึ่งสูงที่สุดนับตั้งแต่ช่วงกลางเดือน เม.ย.ที่ผ่านมา ขยับเข้าไปใกล้จุดสูงสุดที่เคยทำไว้เมื่อเดือน เม.ย.ที่ 64,895 เหรียญสหรัฐ

ก่อนหน้านี้สำนักข่าว Bloomberg รายงานโดยอ้างบุคคลที่ทราบเรื่องดังกล่าวว่า มีแนวโน้มว่าคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ของสหรัฐจะอนุญาตให้จัดตั้งกองทุน ETF เพื่อทำการซื้อขาย Bitcoin ในตลาดล่วงหน้า

ด้าน เบน เชสลิน หัวหน้าฝ่ายวิจัยและยุทธศาสตร์บริษัทให้บริการแลกเปลี่ยนสกุลเงินดิจิทัล AAX ในเอเชียเผยว่า ในไตรมาสที่ 4 จะมีความคืบหน้าเกี่ยวกับกองทุน ETF ซื้อขาย Bitcoin ในสหรัฐ

เชสลินยังบอกอีกว่า ราคาที่พุ่งขึ้นยังมีแรงกระตุ้นจากทวีตของศูนย์การเรียนรู้ของนักลงทุนของ ก.ล.ต.ที่บอกว่า “ควรตรวจสอบให้แน่ใจว่าได้ชั่งน้ำหนักความเสี่ยงและผลประโยชน์ที่อาจเกิดขึ้นอย่างรอบคอบก่อนลงทุนในกองทุนที่ทำสัญญาซื้อขาย Bitcoin ล่วงหน้า”

ทั้งนี้ เมื่อเร็วๆ นี้ผู้บริหารกองทุนหลายเจ้าพากันยื่นเรื่องต่อ ก.ล.ต.สหรัฐเพื่อขอจดทะเบียนจัดตั้งกองทุน ETF Bitcoin ในสหรัฐ หลังจากที่แคนาดาและยุโรปอนุมัติไปก่อนหน้าแล้ว

REUTERS/Dado Ruvic/Illustration/File Photo

อีกไม่นานเท็กซัสจะมี Bitcoin วางขายตามร้านขายของชำ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/665610

วันที่ 15 ต.ค. 2564 เวลา 13:45 น.อีกไม่นานเท็กซัสจะมี Bitcoin วางขายตามร้านขายของชำผู้ว่าฯ เผยเท็กซัสจะเป็นผู้นำด้านคริปโตเคอร์เรนซี เข้าถึงได้ตามร้านขายของชำทุกแห่ง

เกร็ก แอ็บบอท (Greg Abbott) ผู้ว่าการรัฐเท็กซัสเป็นอีกคนหนึ่งที่ให้การสนับสนุนคริปโตเคอร์เรนซีรวมถึง Bitcoin เป็นอย่างดี โดยเมื่อไม่นานมานี้ได้มีการโพสต์ข้อความผ่านทาง Twitter ว่า “เท็กซัสจะเป็นผู้นำด้านคริปโต และคริปโตเคอร์เรนซีกำลังจะเข้ามาถึงร้านขายของชำในรัฐเท็กซัส”

โดยอ้างถึงการที่บริษัทร้านขายของชำ H-E-B มีไอเดียที่จะติดตั้งตู้ ATM คริปโตในร้านขายของชำหลายสิบสาขาเมื่อช่วงเดือนมิ.ย. ที่ผ่านมา ซึ่งอีกไม่นานคริปโตอาจถูกวางขายตามร้านขายของชำทุกหนทุกแห่งในรัฐเท็กซัส

แอ็บบอทให้การสนับสนุนคริปโตเคอร์เรนซีอย่างเต็มที่มาโดยตลอดโดยไม่มีข้อกำจัดใดๆ รวมถึงในการประชุม Blockchain Summit แอ็บบอทยังได้พบปะกับสภาผู้อยู่เบื้องหลังงานนี้ถึง 2 ครั้งแล้ว

เมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมาร่างกฎหมาย Texas House Bills 1576 และ 4474 มีผลบังคับใช้อย่างเป็นทางการ หลังจากที่แอ็บบอทลงนามไปในเดือนมิถุนายน

โดยกฎหมายดังกล่าวเป็นกฎหมายสำคัญเกี่ยวกับการจัดการด้านคริปโตเคอร์เรนซี รวมถึงจัดตั้งคณะทำงานเฉพาะเกี่ยวกับอุตสาหกรรมคริปโต กล่าวคือ รัฐเท็กซัสกำลังดำเนินการอย่างเต็มที่เพื่อให้บริษัทและผู้ประกอบการด้านคริปโตมีกฎหมายที่จะวางกรอบการทำงานสำหรับอุตสาหกรรมคริปโตที่กำลังก้าวไปข้างหน้า

ทั้งนี้ เท็กซัสมีขนาดเศรษฐกิจที่ใหญ่เป็นอันดับต้นๆ ของโลก หลายฝ่ายจึงจับตามองว่ามีความเป็นไปได้อย่างยิ่งที่อุตสาหกรรมคริปโตจะเติบโตในเท็กซัส

ที่มา: ForbesSan Francisco Tribe

ภาพ: Justin Sullivan/Getty Images/AFP

ผิดคาด! บาหลีเปิดเกาะรับ นทท.แต่กลับไม่มีไฟลต์จาก ตปท. #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/665606

วันที่ 15 ต.ค. 2564 เวลา 12:45 น.ผิดคาด! บาหลีเปิดเกาะรับ นทท.แต่กลับไม่มีไฟลต์จาก ตปท.บาหลีเปิดเกาะรับนักท่องเที่ยวต่างชาติครั้งแรกในรอบเกือบ 2 ปีแต่กลับไม่มีเที่ยวบินจากต่างประเทศสักเที่ยว

เมื่อวันพฤหัสบดี (14 ต.ค.) ทางการบาหลีเปิดเกาะรับนักท่องเที่ยวต่างชาติจากบางประเทศเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปิดเกาะสกัดการระบาดของ Covid-19 เมื่อเดือน มี.ค.2020 แต่ในวันดังกล่าวกลับไม่มีเที่ยวบินต่างชาติลงจอดที่สนามบินนานาชาติงูระห์ไรสักเที่ยว

สนามบินนานาชาติงูระห์ไรเปิดรับนักท่องเที่ยวที่ฉีดวัคซีนแล้วจาก 19 ประเทศ ได้แก่ ซาอุดีอาระเบีย สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ นิวซีแลนด์ คูเวต บาห์เรน การ์ตา จีน ญี่ปุ่น อินเดีย เกาหลีใต้ ลิกเตนสไตน์ อิตาลี ฝรั่งเศส โปรตุเกส สเปน สวีเดน โปแลนด์ ฮังการี และนอร์เวย์ ให้บินตรงมายังเกาะได้เลย โดยนักท่องเที่ยวต้องกักตัวในโรงแรม 5 วัน

นอกจากนี้ ทางสนามบินยังยกเว้นค่าธรรมเนียมในการขึ้น-ลงสนามบินให้ทุกสายการบินจนถึงสิ้นปีนี้เพื่อดึงดูดให้สายการบินต่างๆ กลับมาให้บริการเส้นทางสู่บาหลี

เตาฟาน ยูดิสติรา โฆษกสนามบินนานาชาติงูระห์ไรเผยว่า “เราพร้อมแล้วและยินดีต้อนรับเที่ยวบินจากต่างประเทศ แต่จนถึงตอนนี้ก็ยังไม่มีเลย”

อย่างไรก็ดี บาหลียังไม่เปิดรับนักท่องเที่ยวจากออสเตรเลียซึ่งเดินทางเข้าบาหลีถึง 1 ใน 5 ของนักท่องเที่ยวทั้งหมดของปี 2019

ทั้งนี้ กว่าครึ่งหนึ่งของจีดีพีของอินโดนีเซียต้องพึ่งพาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว จีดีพีของอินโดนีเซียลดลงกว่า 40% จากเดือน มี.ค.ปีที่แล้ว โดยปีนี้มีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้าบาหลีเพียง 43 คนจาก 3.6 ล้านคนในช่วงเดียวกันของปี 2019

บาหลีฉีดวัคซีนป้องกัน Covid-19 ให้ประชาชนครบโดสแล้ว 65% และกว่า 77% ได้รับอย่างน้อย 1 โดส มากเป็นอันดับสองรองจากกรุงจาการ์ตา

Antara Foto/Fikri Yusuf/via REUTERS

รัสเซลล์ โคว์ ดาราฮอลลีวูดชื่อดังบินถ่ายหนังที่กรุงเทพฯ เอ่ยชมภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/665599

วันที่ 15 ต.ค. 2564 เวลา 11:45 น.รัสเซลล์ โคว์ ดาราฮอลลีวูดชื่อดังบินถ่ายหนังที่กรุงเทพฯ เอ่ยชมภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์นักแสดงฮอลลีวูดชื่อดังเผยภาพแหล่งท่องเที่ยวสำคัญทั้งในภูเก็ตและกรุงเทพฯ ระหว่างบินมาถ่ายทำภาพยนตร์ที่ไทย

บัญชีทวิตเตอร์ @russellcrowe ของ รัสเซลล์ โครว์ นักแสดงฮอลลีวูดชื่อดัง อัพเดทชีวิตระหว่างเดินทางมาถ่ายทำภาพยนตร์เรื่อง The Greatest Beer Run Ever พร้อมกับทีมงานที่ประเทศไทย โดยนักแสดงคนดังได้เดินทางผ่านจังหวัดภูเก็ตและกักตัวเฝ้าระวัง Covid-19 เป็นเวลา 14 วันก่อนจะเดินทางต่อมาที่กรุงเทพฯ

โครว์โพสต์ภาพท้องฟ้าสีแสดเหนือท้องทะเลยามเย็นจากที่แห่งหนึ่งเมื่อวันที่ 18 ก.ย.ที่ผ่านมาพร้อมกับข้อความว่า “กักตัวอีกครั้ง” ซึ่งมีแฟนคลับเข้ามาคอมเม้นต์สอบถามถึงสถานที่ที่นักแสดงวัย 57 ปีอยู่มากมาย โดยคนหนึ่งถามว่า “สวยมาก ซิดนีย์หรือประเทศอื่น” ซึ่งโครว์เข้ามาตอบว่า “ประเทศอื่น”

ระหว่างกักตัวอยู่ที่ภูเก็ตโครว์ได้ถ่ายภาพสถานที่ต่างๆ ของจังหวัดโพสต์ลงทวิตเตอร์อีกหลายภาพ รวมทั้งพระพุทธมิ่งมงคลเอกนาคคีรี ที่วัดพระใหญ่ ต.กะรน อ.เมือง จ.ภูเก็ต เมื่อวันที่ 27 ก.ย.พร้อมแคปชั่นว่า “กักตัววันที่ 10”

ต่อมาวันที่ 9 ต.ค. โครว์โพสต์ภาพทีมงานกำลังถ่ายทำภาพยนตร์ในกรุงเทพฯ รวมทั้งที่สะพานภูมิพลในจังหวัดสมุทรปราการ

และในวันที่ 11  ต.ค. เจ้าตัวยังโพสต์ข้อความยาวเหยียดว่า “ออสเตรเลียกำลังจะเปิดรับนักท่องเที่ยวต่างชาติเร็วๆ นี้ ตอนนี้ผมทำงานอยู่ประเทศไทย ถ่ายภาพยนตร์ รู้สึกแปลกๆ หลังขึ้นเครื่องบินครั้งแรกในรอบ 2 ปี แปลกแต่มันยอดเยี่ยมมาก”

“ขอผมเล่าเรื่องเมืองไทยให้คุณฟังหน่อยนะ จุดหมายปลายทางโปรดของหลายๆ คน แต่ไม่ใช่ที่ที่ผมเคยไปเยือน นอกจาก 6 ที่หรือมากกว่าช่วงที่อยู่ในสนามบิน รัฐบาลไทยมีสิ่งที่เจ๋งมากที่เรียกว่า Sandbox Quarantine (การกักตัวในแซนด์บ็อกซ์) ถ้าคุณฉีดวัคซีนครบแล้วคุณสามารถบินมาภูเก็ตและเดินทางทั่วเกาะได้อย่างเสรี เรามีงานที่ต้องทำเลยไม่ค่อยได้ไปไหนมาก แต่ก็ยังได้ไปชมพระพุทธรูปขนาดใหญ่และน้ำตก 1 หรือ 2 แห่ง

อากาศเดือน ก.ย.ค่อนข้างชื้น แต่อุ่นมาก พอแดดออกแล้วสวยมาก คนไทยเป็นมิตรและให้การต้อนรับดีมาก และแน่นอนว่าอาหารอร่อยมาก ดังนั้นถ้าคุณถูกล็อกดาวน์แล้วเกิดอยากออกเดินทางท่องเที่ยวขึ้นมาละก็แสดงว่าเรามีนัดกันแล้วล่ะ มาภูเก็ตกันเลย ผมมั่นใจเลยว่าจังหวัดอื่นๆ ที่เหลือของไทยจะมีที่สวยๆ อีกมากมาย แต่ตอนนี้ผมเดาว่า Sandbox Quarantine สำหรับคนที่ฉีดวัคซีนครบแล้วมีเฉพาะที่ภูเก็ตเท่านั้น”

จนกระทั่งวันที่ 14 ต.ค.โครว์ได้โพสต์ภาพสายไฟระโยงระยางพร้อมกับบอกว่าตัวเองอยู่ที่กรุงเทพฯ เรียบร้อยแล้ว ตามด้วยโพสต์ที่สองที่เจ้าตัวเดินทางไปท่องเที่ยวในกรุงเทพฯ รวมทั้งวัดกัลยาณมิตร ซึ่งมีแฟนคลับเข้ามาคอมเม้นต์กันมากมาย

วัคซีน Sputnik Light เข็มเดียวต้านเชื้อเดลตาได้ 70% #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/665593

วันที่ 15 ต.ค. 2564 เวลา 11:00 น.วัคซีน Sputnik Light เข็มเดียวต้านเชื้อเดลตาได้ 70%รัสเซียเผยวัคซีนชนิดฉีดเข็มเดียว Sputnik Light มีประสิทธิภาพในการต้านเชื้อเดลตา 70% หลังฉีดไปแล้ว 3 เดือน

รอยเตอร์สรายงานผลการทดสอบประสิทธิภาพเบื้องต้นพบว่า Sputnik Light วัคซีนโควิด-19 ชนิดฉีดเข็มเดียวของรัสเซียมีประสิทธิภาพในการต้านโควิด-19 สายพันธุ์เดลตาอยู่ที่ 70% หลังได้รับวัคซีนไปแล้ว 3 เดือน และมีแนวโน้มที่รัสเซียจะใช้เป็นวัคซีนหลักของประเทศ

โดยกองทุนความมั่งคั่งของรัสเซีย (RDIF) ผู้เจรจาจัดจำหน่ายวัคซีนดังกล่าวอ้างถึงข้อมูลจากสถาบันกามาเลยาผู้ผลิตวัคซีน ซึ่งได้เผยแพร่ผ่านทางเว็บไซต์ทางการแพทย์ medRxiv ระบุว่า การทดสอบประสิทธิภาพของวัคซีนได้ทำการวิเคราะห์ข้อมูลจากกลุ่มตัวอย่าง 28,000 ที่ได้รับวัคซีน Sputnik Light และกลุ่มควบคุมซึ่งยังไม่ได้ฉีดวัคซีนจำนวน 5.6 ล้านคน

ซึ่งพบว่าวัคซีน Sputnik Light มีประสิทธิภาพในการต้านเชื้อสายพันธุ์เดลตาอยู่ที่ 70% หลังฉีดไปแล้ว 3 เดือน สำหรับการใช้ Sputnik Light เป็นวัคซีนกระตุ้นให้ผู้ที่เคยฉีดวัคซีนชนิดอื่นครบโดสแล้วพบว่า มีประสิทธิภาพต่อเชื้อเดลตาอยู่ที่ 83% และสามารถป้องกันอาการป่วยรุนแรงได้มากกว่า 94%

ทั้งนี้ รัสเซียกำลังเผชิญกับผู้ติดเชื้อในประเทศที่เพิ่มสูงขึ้นและความลังเลใจของประชาชนในการเข้ารับการฉีดวัคซีน ขณะที่ทางการกำลังพยายามลงแข่งขันในตลาดวัคซีนของตะวันตกที่พัฒนาโดย Pfizer, Moderna และ AstraZeneca

โดย RDIF คาดว่าจะสามารถผลิตวัคซีน Sputnik V และ Sputnik Light ให้เพียงพอสำหรับประชากร 700 ล้านคนภายในปีนี้ โดยต้องการส่วนแบ่งไม่เกิน 20% ถึง 25% ของตลาดโลก และไม่ต้องการผูกขาดตลาด

RDIF หวังว่าวัคซีนดังกล่าวจะได้รับอนุมัติจากองค์การยาแห่งสหภาพยุโรป(EMA) และองค์การอนามัยโลก (WHO) ภายในสิ้นปีนี้หลังจากที่ล่าช้ามานานหลายเดือน

Photo by REUTERS/Tatyana Makeyeva/File Photo