เอาอยู่! แบงก์ชาติจีนยันสามารถควบคุมวิกฤตหนี้ Evergrande #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/665775

วันที่ 18 ต.ค. 2564 เวลา 10:36 น.เอาอยู่! แบงก์ชาติจีนยันสามารถควบคุมวิกฤตหนี้ Evergrandeธนาคารกลางจีนยืนยันว่าสามารถควบคุมวิกฤตหนี้ของ Evergrande และกำลังจับตาดูอย่างใกล้ชิดเพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจ

สืบเนื่องจากวิกฤตสภาพคล่องของบริษัท Evergrande ยักษ์ใหญ่ด้านอสังหาริมทรัพย์ของจีนซึ่งเผชิญกับปัญหาหนี้กว่า 3 แสนล้านเหรียญสหรัฐ และมีความเสี่ยงที่จะผิดนัดชำระหนี้ ส่งผลให้หลายฝ่ายกังวลว่าอาจส่งผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจของจีน

วานนี้ (17 ต.ค.) อี้ กัง ผู้ว่าการธนาคารประชาชนจีน (PBOC) กล่าวว่า เศรษฐกิจของจีนกำลังเผชิญกับความท้าทายอย่างเช่นความเสี่ยงในการผิดนัดชำระหนี้ของบริษัทบางแห่ง ซึ่งทางการกำลังจับตาดูอย่างใกล้ชิดเพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจ

พร้อมยืนยันว่าความเสี่ยงดังกล่าวสามารถควบคุมได้และคาดว่าไม่น่าจะส่งผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจของประเทศ

เช่นเดียวกับเจ้าหน้าที่ PBOC อีกคนหนึ่งซึ่งยืนยันว่า ธนาคารกลางจีนสามารถควบคุมผลกระทบจากปัญหาหนี้ของบริษัท Evergrande ได้ และความเสี่ยงที่มีต่อสถาบันการเงินแต่ละแห่งก็ไม่มากนัก

ส่งผลให้ในวันนี้ (18 ต.ค.) หุ้นของบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์จีนเริ่มปรับตัวขึ้น หลังจากที่บรรดานักลงทุนคลายความกังวล และเศรษฐกิจของประเทศก็กำลังไปได้ดี

หลังจากที่ร่วงระนาวเมื่อช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาเนื่องจากความกังวลของบรรดานักลงทุนเกี่ยวกับวิกฤตหนี้ของบริษัท ซึ่งไม่ได้มีเพียงแต่ Evergrande เท่านั้น

แต่ยังมีบริษัทอสังหาริมทรัพย์รายอื่นๆ ของจีนที่เริ่มถูกจับตามองว่าจะเกิดปัญหาผิดนัดชำระหนี้เช่นกัน อาทิ บริษัท Modern Land ซึ่งขอเลื่อนการชำระหนี้พันธบัตร 250 ล้านเหรียญสหรัฐที่จะถึงกำหนดวันที่ 25 ต.ค.นี้ ไปเป็นสิ้นเดือน ม.ค.ปีหน้า เนื่องจากบริษัทกำลังปรับปรุงการจัดการสภาพคล่อง

Photo by Hector RETAMAL / AFP

ดีไซน์ที่คาดไม่ถึง โคมกั้นโควิดบนโต๊ะดินเนอร์ของ Hoshinoya #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/665743

วันที่ 17 ต.ค. 2564 เวลา 17:41 น.ดีไซน์ที่คาดไม่ถึง โคมกั้นโควิดบนโต๊ะดินเนอร์ของ Hoshinoyaนิวนอร์มอลที่ไม่นอร์มอล ดีไซน์นี้ออกมาแบบเพื่อตอบรับกับยุคแห่งการระบาดใหญ่และยอมรับกับการใช้ชีวิตตามปกติหลังการเปิดเมืองของญี่ปุ่น

โรงแรม Hoshinoya ในเขตโอเตะมะจิ รุงโตเกียว เปิดบริการที่ไม่เหมือนใครด้วยดินเนอร์ในธีม Tokyo Lantern Dinner นำเสนอโคมไฟโปร่งแสงที่ทำจากไวนิลสำหรับแขกที่มารับประทานอาหาร เพื่อสัมผัสประสบการณ์อาหารค่ำแบบกลุ่มโดยไม่ต้องสวมหน้ากากในช่วงการระบาดของโควิด-19

ดินเนอร์ธีมนี้เพิ่งให้บริการเมื่อวันที่ 13 ตุลาคม แทนที่แขกจะต้องถอดแล้วใส่ ใส่แล้วถอดหน้ากากระหว่างการรับประทานอาหารค่ำ ทุกคนจะมีฉากกั้นเฉพาะตัวที่ไม่ใช่พาร์ทิชั่น แต่เป็นโคมไฟโปร่งใสรูปทรงแบบญี่ปุ่น ซึ่งเข้ากับบรรยากาศของ Hoshinoya ที่เป็นเรียวกังหรือโรงแรมแบบดั้งเดิมของญี่ปุ่นที่มีบริการแบบโมเดิร์น

โคมนี้จะช่วยสร้างพื้นี่ปลอดภัยให้แขกแตละคนจากการใกล้ชิดกันเกินไปในช่วงที่การระบาดยังไม่สงบ แต่ก็ทำให้ทุกคนรู้สึกไม่ห่างเหินกันเกินไป ที่ด้านบนของโคมแต่ละดวงจะมีดวงไฟที่มีแสงที่นุ่มนวลและอบอุ่น ทำให้บรรยากาศและใบหน้าของแขกแต่ละคนดูสดใสขึ้น

โคมนี้ผลิตโดยร้านขายโคมเก่าแก่ Kojima Shoten ในเกียวโตที่ดำเนินกิจการมาตั้งแต่สมัยเอโดะ แต่ก็มีดีไซน์ที่ทันสมัยเช่นกัน โคมแต่ละโคมมีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 75 ซม. และสูง 102 ซม. ทำให้มีพื้นที่เหลือเพียงพอที่จะเพลิดเพลินกับมื้ออาหารและขยับเนื้อขยับตัวได้อย่างไม่รู้สึกอึดอัด

Hoshinoya ยังคำนึงถึงความอุ่นใจของแขก โดยจำกัดพื้นที่รับประทานอาหารไว้ที่ 40 ตร.ม. และทำการถ่ายเทอากาศบริสุทธิ์เข้ามาในห้อง 5.5 ครั้งต่อชั่วโมง ซึ่งมากกว่าพื้นที่สาธารณะทั่วไปในโตเกียวประมาณ 11 เท่า

ดินเนอร์เซ็ตนี้มีสนนราคา 30,000 เยน (8,793 บาท) ต่อกลุ่ม และ 21,780 เยน (6,383 บาท) ต่อคน สำหรับเซ็ตเมนูที่เรียกว่า Nippon Cuisine ~ Fermentation ~ ซึ่งดึงเอาจุดเด่นของอาหารหมักของญี่ปุ่นมาปรุงโดยเชฟมืออาชีพ แต่แน่นอนว่า จุดเด่นไม่ได้อยู่ที่อาหาร แต่มันอยู่ที่ดีไซน์ที่ไม่เหมือนใครของโต๊ะอาการชุดนี้

ภาพและข้อมูลจาก Hoshinoya

มณฑลหูหนานพบสุสานยุคฮั่นตะวันออก-ยุคสามก๊ก #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/665731

วันที่ 17 ต.ค. 2564 เวลา 15:34 น.มณฑลหูหนานพบสุสานยุคฮั่นตะวันออก-ยุคสามก๊กเก่าแก่ 1,900 ปี หูหนานพบ 4 สุสาน-เครื่องประดับสตรี ยุคฮั่นตะวันออก-สามก๊ก

ฉางซา, 17 ต.ค. (ซินหัว) — สถาบันโบราณวัตถุทางวัฒนธรรมและโบราณคดีแห่งมณฑลหูหนานกล่าวเมื่อวันเสาร์ (16 ต.ค.) ว่านักโบราณคดีจีนค้นพบวัตถุโบราณจำนวนหนึ่งจากสุสาน 4 แห่ง ที่มีอายุเก่าแก่กว่า 1,900 ปี ในอำเภอกุ้ยหยางของมณฑลหูหนานทางตอนกลางของประเทศ

วัตถุที่ขุดพบในสุานเหล่านี้ประกอบด้วย เครื่องปั้นดินเผา เครื่องเหล็ก เครื่องแก้ว เครื่องเงิน และเครื่องทองสัมฤทธิ์รวม 81 ชิ้น

เมื่อพิจารณาจากข้อความจารึกที่พบในสุสานแห่งหนึ่งกอปรกับลักษณะเฉพาะของวัตถุที่ขุดพบ นักโบราณคดีเชื่อว่าสุสานดังกล่าวมีอายุระหว่างยุคราชวงศ์ฮั่นตะวันออกตอนกลาง (ปี 25-220) จนถึงยุคสามก๊ก (ปี 220-280) ซึ่งมีความเก่าแก่ประมาณ 1,700-1,900 ปี

เฉินปิน นักโบราณคดีจากสถาบันฯ กล่าวว่าเครื่องประดับต่างๆ อาทิ จี้ เครื่องแก้ว และต่างหูเงินที่พบในสุสาน 2 แห่ง บ่งชี้ว่าเจ้าของสุสานผู้ล่วงลับน่าจะเป็นสตรี พร้อมชี้ว่าการค้นพบครั้งนี้มีความสำคัญยิ่งต่อการศึกษาประเพณีการฝังศพ เศรษฐกิจ วัฒนธรรม และพัฒนาการทางสังคม ในพื้นที่ทางตอนใต้ของมณฑลหูหนาน ในสมัยราชวงศ์ฮั่นตะวันออกจนถึงสมัยสามก๊ก

เนื้อหาข่าวด้วยความร่วมมือกับสำนักข่าวซินหัว

ทั้งนี้ ในสมัยสามก๊กพื้นที่ของมณฑลหูหนานอยู่ในเขตของเกงจิ๋วหรือจิงโจว แต่พื้นที่ส่วนใหญ่ของเกงจิ๋วปัจจุบันอยู่ในเขตของหูเป่ยมากกว่า แต่เดิมนั้นเกงจิ๋วอยุ่ในความปกครองของเล่าเปียว แต่ต่อมาถูกแย่งชิงและแบ่งกันระหว่างแคว้นวุ่ยและแคว้นง่อ พื้นที่ของแคว้นวุ่ยปกครองตอนเหนือของแม่น้ำแยงซีเกียง 

ส่วนแคว้นง่อได้ดินแดนตอนล่างแม่น้ำแยงซีเกียง และเมืองสำคัญ เช่น กังแฮ กังเหลง และเมืองสำคัญที่อยู่ในมณฑลหูหนานคือเมืองเตียงสา หรือฉางซา ในสมัยสามก๊กเมืองเตียงสาปกครองโดยฮันเหียนรับใช้เล่าเปียวเจ้าแคว้นเกงจิ๋ว ต่อมาถูดเล่าปี่พิชิตลงได้ 

เอเลี่ยนหรือไม่? สิ่งลึกลับส่งสัญญาณมาจากใจกลางของกาแล็กซี #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/665726

วันที่ 17 ต.ค. 2564 เวลา 14:15 น.เอเลี่ยนหรือไม่? สิ่งลึกลับส่งสัญญาณมาจากใจกลางของกาแล็กซีมันไม่เหมือนกับวัตถุทางดาราศาสตร์ที่เคยพบมาก่อน ปลุกกระแสคาดการณ์เรื่องสิ่งมีชีวิตนอกโลกขึ้นมาอีกครั้ง

นักวิทยาศาสตร์ที่ชื่อ Ziteng Wang (หวาง จื่อเถิง) ที่มหาวิทยาลัยซิดนีย์ในออสเตรเลียเป็นผู้ค้นพบคลื่นวิทยุลึกลับเป็นครั้งแรก ส่งมาจากทิศทางของใจกลางของกาแล็กซี หรือดาราจักร โดยไม่ทราบว่าอะไรหรือใครที่ส่งมันออกมา แต่พบว่าสัญญาณของมันเปิดปิดแบบสุ่มโดยไม่เป็นระบบ จากการรายงานของ New Scientist

สัญญาณวิทยุแปลกๆ นี้ถูกตั้งชื่อว่า “วัตถุของแอนดี” (Andy’s object) ตามชื่อของ Ziteng Wang ซึ่งเขาใช้อีกชื่อว่า Andy โดย Wang หรือ Andy กับเพื่อนร่วมงานค้นพบการสัญญาณ 6 ครั้งในปี 2020 โดยใช้กล้องโทรทรรศน์วิทยุ Australian Square Kilometer Array Pathfinder พวกเขาได้ทำการสังเกตการณ์เพิ่มเติมด้วยกล้องโทรทรรศน์วิทยุ MeerKAT ในแอฟริกาใต้

นักวิจัยพบว่าสัญญาณนั้นส่งแสงออกมาบางครั้งนานถึง 2 – 3 สัปดาห์ แต่ส่วนใหญ่มักจะมืด ในที่สุดเมื่อมันสว่างขึ้นอีกครั้งในเดือนกุมภาพันธ์ปีนี้ หลายเดือนหลังจากการตรวจจับครั้งแรก ก็พบสัญยาณวิทยุส่งออกมา แต่ไม่สามารถเทียบเคียงกับปรากฏการณ์หรือดวงดาวที่มนุษย์รู้จักมาก่อน

การที่มันไม่สามารตรวจพบหรือมองเห็นได้ด้วยความยาวคลื่นอื่นๆ จึงไม่น่าที่จะเป็นดาวฤกษ์ปกติและดาวสนามแม่เหล็กซึ่งเป็นดาวนิวตรอนที่มีสนามแม่เหล็กอันทรงพลัง แต่มันน่าจะเป็นสนามแม่เหล็กแบบใด แบบหนึ่งซึ่งทรงพลังมาก แต่ก็ต้องย้ำอีกครั้งว่า มันไม่เหมือนวัตถุทางดาราศาสตร์ใดๆ เลยเท่าที่เคยพบมา

มันยังมีพฤติกรรมที่แกลมาก คือจะค่อยๆเลือนหายไป แล้วกลับมาปรากฏอีกครั้ง แต่ทารา เมอร์ฟีย์ (Tara Murphy) ศาสตราจารย์แห่งสถาบันดาราศาสตร์และฟิสิกส์แห่งซิดนีย์เชื่อว่า “ไม่ใช่มนุษย์ต่างดาว” เธอบอกกับสำนักข่าว ABC ของออสเตรเลีย “เราไม่รู้ว่ามันคืออะไร แต่เรารู้ว่ามันมาจากธรรมชาติ วัตถุทางดาราศาสตร์บางอย่าง”

อย่างไรก็ตาม เมอร์ฟียังกล่าวอีกว่ามันเป็นวัตถุที่เกิดขึ้นได้ยากและไม่สอดคล้องกับโมเดลทางดาราศาสตร์ใดๆ ที่มีอยู่

ในเวลาไล่เลี่ยกัน มีการเผยแพร่บทความที่ตีพิมพ์เมื่อวันที่ 11 ตุลาคมใน Nature Astronomy นักวิจัยกล่าวว่าพวกเขาได้ค้นพบสัญญาณวิทยุจากดาวแคระแดงที่อยู่ห่างไกล 19 ดวงหรือดาวแคระ M ซึ่งดาวแคระ M เป็นดาวฤกษ์ที่มีขนาดเล็กกว่าดวงอาทิตย์ของเรา และเป็นที่ทราบกันดีว่ามีความแรงของสนามแม่เหล็กประมาณพันเท่าของสนามแม่เหล็กของดวงอาทิตย์ของเรา

ทีมงานวิจัยตั้งข้อสังเกตว่าสัญญาณวิทยุอาจมาจากปฏิสัมพันธ์ระหว่างดาวแคระ M กับดาวเคราะห์รอบข้างที่ยังตรวจหาไม่พบ ดร.โจเซฟ คอลลิงแฮม หัวหน้าผู้เขียนการค้นพบนี้ กล่าวว่า ทีมวิจัยมั่นใจว่าสัญญาณเหล่านี้มาจากการเชื่อมต่อทางแม่เหล็กของดาวฤกษ์และดาวเคราะห์โคจรที่มองไม่เห็น ซึ่งคล้ายกับปฏิสัมพันธ์ระหว่างดาวพฤหัสบดีกับดวงจันทร์ของไอโอ

การคาดการณ์ว่ามันน่าจะมีดาวเคราะห์ที่อยู่ระหว่างดาวแคระ M และการมีอยู่ของดาวเคราะห์ ทำให้บางคนตั้งข้อสงสัยถึงสิ่งมีชีวิตอื่นนอกโลก

ภาพประกอบ – ภาพจากหอดูดาวท้องฟ้าซีกใต้แห่งยุโรป (ESO) ซึ่งถ่ายจากกล้องโทรทรรศน์อวกาศฮับเบิล เผยให้เห็นรายละเอียดของกาแล็กซี NGC 1433 ที่ตั้งอยู่ใกล้กับกาแล็กซีของเรา ในภาพจะเห็นโครงสร้างของกลุ่มดาวรูปก้นหอย และลักษณะการโคจรของวัตถุท้องฟ้าที่ไม่เคยปรากฏให้เห็นมาก่อน

จีนทดสอบขีปนาวุธนิวเคลียร์ความเร็วเหนือเสียงรับมือสหรัฐ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/665713

วันที่ 17 ต.ค. 2564 เวลา 11:17 น.จีนทดสอบขีปนาวุธนิวเคลียร์ความเร็วเหนือเสียงรับมือสหรัฐจีนทดสอบความสามารถด้านอวกาศครั้งใหม่ด้วยยานติดตั้งกับขีปนาวุธที่มีความเร็วเหนือเสียง จากการรายงานของ Financial Times รายงานเมื่อวันเสาร์

รายงานอ้างแหล่งข่าวจากหลายแหล่งที่คุ้นเคยกับการทดสอบ ระบุว่าในเดือนสิงหาคม ทางการจีนได้ปล่อยขีปนาวุธหัวรบนิวเคลียร์ที่สามารถโคจรรอบโลกด้วยวงโคจรต่ำก่อนจะร่อนลงสู่เป้าหมาย แต่แหล่งข่าว 3 แห่งกล่าวว่าขีปนาวุธดังกล่าวพลาดเป้าไปมากกว่า 20 ไมล์ (32 กิโลเมตร)

แหล่งข่าวของ FT ระบุว่า ยานพาหนะร่อนเร็วแบบไฮเปอร์โซนิก (Boost-glide) ถูกติดตั้งเข้ากับจรวดลองมาร์ช ซึ่งปกติการปล่อยจรวดของจีนจะมีการประกาศต่อสาธารณะ แต่การทดสอบในเดือนสิงหาคมจะปกปิดไว้

รายงานเสริมว่าความคืบหน้าของจีนเกี่ยวกับอาวุธที่มีความเร็วเหนือเสียง “ทำให้ข่าวกรองของสหรัฐไม่ได้ระแคะระคายมาก่อนเลย”

นอกจากจีนแล้ว สหรัฐอเมริกา รัสเซีย และอีกอย่างน้อยห้าประเทศกำลังพัฒนาเทคโนโลยีไฮเปอร์โซนิก

ขีปนาวุธที่มีความเร็วเหนือเสียงสามารถบินด้วยความเร็วเสียงมากกว่าห้าเท่า และเหมือนกันบขีปนาวุธแบบดั้งเดิมที่สามารถติดตั้งและยิงอาวุธนิวเคลียร์ไปยังเป้าหมายได้ แน่นอนว่าที่ไม่เหมือนกันคือด้วยความเร็วในการโจมตีที่เร็วขึ้นแบบเทียบไม่ติด

ขีปนาวุธนำวิถีแบเดิมจะทะยานในระดับสูงสู่อวกาศในแนวโค้งเพื่อไปให้ถึงเป้าหมาย ในขณะที่ขีปนาวุธที่มีความเร็วเหนือเสียงจะบินไปตามวิถีที่ต่ำในชั้นบรรยากาศ ซึ่งจะเข้าถึงเป้าหมายได้เร็วกว่า

สิ่งสำคัญที่สุดคือ ขีปนาวุธความเร็วเหนือเสียงสามารถควบคุมทิศทงการเคลื่อนที่ ทำให้ติดตามและป้องกันได้ยากขึ้น มันบังคบได้เหมือนกับขีปนาวุธร่อนหรือ Cruise missile อันเป็น ขีปนาวุธนำวิถีใช้กับเป้าหมายบนพื้นและเป็นขีปนาวุธพิสัยใกล้ที่ช้ากว่ามาก และมักจะเดินทางต่ำกกว่าความเร็วเสียง แต่ศักยภาพในการโจมตีของขีปนาวุธความเร็วเหนือเสียงย่อมต่างกับขีปนาวุธร่อนที่ช้ากว่ามาก

ในขณะที่ประเทศอย่างสหรัฐได้พัฒนาระบบที่ออกแบบมาเพื่อป้องกันขีปนาวุธร่อนและขีปนาวุธทิ้งตัว (Ballistic missile) ความสามารถในการติดตามและทำลายขีปนาวุธที่มีความเร็วเหนือเสียงยังคงน่ากังขาวาสหรัฐสามารถทำได้หรือไม่

ตามรายงานล่าสุดโดยสำนักงานวิจัยสภาคองเกรสของสหรัฐ (CRS) จีนได้พัฒนาเทคโนโลยีอย่างจริงจัง เพื่อป้องกันการโจมตีจากโนโลยีที่มีความเร็วเหนือเสียงและเทคโนโลยีอื่นๆ ของสหรัฐ เป็นสิ่งสำคัญ

การทดสอบดังกล่าวมีขึ้นในขณะที่ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐ กับจีนเพิ่มขึ้น และทางการจีนได้เพิ่มกิจกรรมทางทหารใกล้ไต้หวัน

ภาพประกอบ – จรวดขนส่งลองมาร์ช-2เอฟ ซึ่งบรรทุกยานอวกาศเซินโจว-13 พร้อมลูกเรือกลุ่มที่ 2 ซึ่งเป็นนักบินอวกาศ 3 คนไปยังสถานีอวกาศแห่งใหม่ของจีน ทะยานจากศูนย์ปล่อยดาวเทียมจิ่วฉวนในทะเลทรายโกบี ทางตะวันตกเฉียงเหนือของจีนในช่วงต้นวันที่ 16 ตุลาคม 2021 ซึ่งคาดว่าจะเป็นภารกิจในสถานีอวกาศยาวที่สุดในประเทศ เป็นความสำเร็จล่าสุดในการขับเคลื่อนจีนให้กลายเป็นมหาอำนาจอวกาศ (ภาพโดย STR / AFP) / China OUT

มาแล้ว! รถไฟหัวกระสุนเพื่อ ‘ทางรถไฟจีน-ลาว’ วิ่งทะยานถึงเวียงจันทน์ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/665707

วันที่ 17 ต.ค. 2564 เวลา 10:05 น.มาแล้ว! รถไฟหัวกระสุนเพื่อ ‘ทางรถไฟจีน-ลาว’ วิ่งทะยานถึงเวียงจันทน์รถไฟหัวกระสุน “ล้านช้าง” เดินทางถึงชายแดนบ่อเต็นทางตอนเหนือของลาว หลังจากวิ่งผ่านเส้นพรมแดนจีน-ลาวภายในอุโมงค์มิตรภาพ วันที่ 15 ต.ค. 2021

เวียงจันทน์, 16 ต.ค. (ซินหัว) — รถไฟหัวกระสุน “มาตรฐานจีน” ที่ถูกออกแบบโดยมีรถไฟหัวกระสุนฟู่ซิงเป็นรากฐาน สำหรับทางรถไฟจีน-ลาว เดินทางถึงสถานีเวียงจันทน์ของทางรถไฟจีน-ลาว ซึ่งเพิ่งก่อสร้างใหม่ในนครหลวงเวียงจันทน์ของลาว เมื่อวันเสาร์ (16 ต.ค.) ที่ผ่านมา

รถไฟหัวกระสุนถูกส่งมอบอย่างเป็นทางการแก่บริษัท ทางรถไฟลาว-จีน จำกัด ซึ่งเป็นกิจการร่วมค้าในเวียงจันทน์ที่รับผิดชอบการก่อสร้างและการดำเนินงานทางรถไฟสายนี้ ณ พิธีส่งมอบที่สถานีฯ โดยมีเจียงไจ้ตง เอกอัครราชทูตจีนประจำลาว และเวียงสะหวัน สีพันดอน รัฐมนตรีกระทรวงโยธาธิการและขนส่งลาว เข้าร่วม

ขบวนรถไฟหัวกระสุนชื่อ “ล้านช้าง” ที่ผลิตโดยซีอาร์อาร์ซี คอร์เปอเรชัน (CRRC Corporation) ของจีน จะถูกใช้งานในการวิ่งเที่ยวทดสอบในอนาคตอันใกล้ โดยล้านช้างหรือหลานชางเป็นชื่อของตอนบนของแม่น้ำโขงในจีน ถือเป็นสัญลักษณ์สายสัมพันธ์เพื่อนบ้าน มิตรสหาย และหุ้นส่วนที่ดีระหว่างจีน-ลาว

การรถไฟแห่งประเทศจีนได้สั่งการกลุ่มบริษัทออกแบบและผลิตปรับตัวเข้ากับสภาพการคมนาคมขนส่งข้ามพรมแดนอย่างแข็งขัน ตอบสนองความต้องการของผู้ใช้งานอย่างเต็มกำลัง และดำเนินการปรับปรุงพัฒนาตามความจำเป็น สำหรับการผลิตรถไฟหัวกระสุนล้านช้าง ซึ่งเป็นรถรางไฟฟ้า (EMU)

เทคโนโลยีอันก้าวหน้าช่วยให้รถไฟหัวกระสุนล้านช้างปลอดภัย สะดวกสบาย และเชื่อถือได้ มาพร้อมศักยภาพการบรรทุกผู้โดยสารขนาดใหญ่ที่มีต้นทุนการดำเนินงานต่ำ และประสิทธิภาพหลักในการทำงานที่สอดคล้องกับข้อกำหนดการดำเนินงานทางรถไฟจีน-ลาวอย่างสมบูรณ์

รถไฟหัวกระสุนล้านช้างถูกลงสีธงชาติลาวอันได้แก่ สีแดง สีน้ำเงิน และสีขาว ส่วนการออกแบบภายในผสมผสานองค์ประกอบจีนดั้งเดิมและวัฒนธรรมลาว ส่องสะท้อนวิสัยทัศน์การมีชีวิตที่ดียิ่งขึ้นของประชาชนชาวลาวและมิตรภาพระหว่างประชาชนสองประเทศ

การรถไฟฯ ระบุว่ารถไฟหัวกระสุนล้านช้างมีความเร็วสูงสุด 160 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ประกอบด้วย 9 ตู้ ซึ่งครอบคลุมตู้หัวรถจักร ตู้เสบียง ตู้โดยสารชั้นหนึ่ง และตู้โดยสารชั้นสอง (6 ตู้) โดยมีเก้าอี้โดยสารรวมกันทั้งหมด 720 ที่นั่ง

ตู้โดยสารติดเครื่องปรับอากาศอันกว้างขวางมาพร้อมเก้าอี้ที่นั่งสะดวกสบาย ซึ่งถูกติดตั้งปลั๊กไฟตามมาตรฐานจีนและลาว ตู้เสบียงถูกติดตั้งอุปกรณ์ต่างๆ เพื่อตอบสนองความต้องการอาหารและการพักผ่อนของผู้โดยสาร ส่วนหน้าจอ การประกาศเสียงตามสาย และป้ายบริการ มีทั้งภาษาจีน ภาษาลาว และภาษาอังกฤษ

ขณะที่ตู้โดยสารลำดับที่ 4 ของขบวนรถไฟมีพื้นที่ราบเรียบไร้สิ่งกีดขวางอันจะเป็นอุปสรรคต่อผู้โดยสารที่พิการ โดยมีการติดตั้งเก้าอี้ที่นั่งพิเศษ ราวจับ ห้องน้ำ ปุ่มแจ้งขอความช่วยเหลือฉุกเฉิน และป้ายนำทางภาษาเบรลล์ที่ช่วยอำนวยความสะดวกแก่การเดินทาง

ทั้งนี้ ทางรถไฟจีน-ลาว เป็นโครงการเชื่อมต่อระหว่างแผนริเริ่มหนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง (BRI) ที่นำเสนอโดยจีน และยุทธศาสตร์ของลาวที่มุ่งมั่นเปลี่ยนแปลงตนเองจากประเทศที่ไม่มีทางออกสู่ทะเลเป็นศูนย์กลางการเชื่อมต่อทางบก

การก่อสร้างทางรถไฟโดยสารและขนส่งสินค้าที่ขับเคลื่อนด้วยระบบไฟฟ้าได้ประยุกต์ใช้มาตรฐานการบริหารจัดการและเทคนิคของจีนอย่างเต็มที่ โดยการก่อสร้างทางรถไฟจีน-ลาวเริ่มต้นเมื่อเดือนธันวาคม 2016 และมีกำหนดเสร็จสิ้นพร้อมเปิดบริการในเดือนธันวาคม 2021

เนื้อหาข่าวและภาพด้วยความร่วมมือกับสำนักข่าวซินหัว

ไม่ร่วมสังฆกรรม! อาเซียนไม่เชิญมินอ่องหล่ายเข้าประชุม #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/665689

วันที่ 16 ต.ค. 2564 เวลา 18:00 น.ไม่ร่วมสังฆกรรม! อาเซียนไม่เชิญมินอ่องหล่ายเข้าประชุมถือเป็นความเคลื่อนไหวครั้งประวัติศาสตร์ของชาติอาเซียนที่ยึดหลักไม่แทรกแซงกิจการภายในของประเทศสมาชิก

กระทรวงการต่างประเทศบรูไนในฐานะประธานอาเซียนออกแถลงการณ์ว่า ประเทศสมาชิกอาเซียนเห็นพ้องต้องกันว่าจะไม่เชิญ มินอ่องหล่าย ผู้นำรัฐประหารเมียนมาเข้าร่วมประชุมสุดยอดอาเซียนซึ่งจะจัดขึ้นวันที่ 26-28 ต.ค.นี้ เนื่องจากรัฐบาลทหารไม่มีความคืบหน้าในการนำความสงบกลับมาสู่ประเทศ รวมทั้งการยุติการใช้ความรุนแรงตามที่ตกลงไว้กับอาเซียนเมื่อเดือน เม.ย.ที่ผ่านมา

แถลงการณ์ระบุอีกว่า อาเซียนไม่สามารถบรรลุฉันทามติในการอนุญาตให้รัฐบาลทหารและรัฐบาลแห่งชาติเมียนมา หรือรัฐบาลเงาซึ่งประกอบด้วยสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่ถูกรัฐบาลทหารปลด เข้าร่วมประชุมสุดยอดอาเซียนที่กำลังจะเกิดขึ้น

ทว่าเพื่อเป็นการเปิดพื้นที่ให้เมียนมาได้ฟื้นฟูกิจการภายในของตัวเอง รัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศของประเทศสมาชิกอาเซียนซึ่งประชุมฉุกเฉินหารือกรณีดังกล่าวเมื่อวันศุกร์ (15 ต.ค.) ลงความเห็นว่าจะเชิญตัวแทนที่ไม่เกี่ยวข้องกับการเมืองของเมียนมาเข้าร่วมประชุมแทน

อย่างไรก็ดี ยังไม่ชัดเจนว่าตัวแทนจากเมียนมาจะเป็นใครและจะใช้เกณฑ์ใดกำหนดว่าบุคคลนั้นจะเป็นกลางทางการเมืองอย่างแท้จริง และการตัดสินใจอาจซับซ้อนขึ้นหากรัฐบาลทหารและรัฐบาลแห่งชาติต่างเสนอชื่อคนของตัวเอง

ถือเป็นความเคลื่อนไหวที่เกิดขึ้นไม่บ่อยนักสำหรับอาเซียนที่ยึดหลักการไม่แทรกแซงกิจการภายในของประเทศสมาชิก

มุสตาฟา อิซซุดดิน นักวิเคราะห์จาก Solaris Strategies Singapore เผยว่า การตัดสินใจของอาเซียนเป็นมาตรการชั่วคราวทางการเมืองสำหรับอาเซียนเพื่อบรรเทาเสียงวิพากษ์วิจารณ์จากนานาชาติ รวมทั้งเป็นการยืนยันว่าอาเซียนยังมีบทบาทในกิจการของภูมิภาค

Photo by Alexander Zemlianichenko / POOL / AFP

ที่ปรึกษา ก.ต่างประเทศสหรัฐเตรียมเยือนไทยหารือเรื่องเมียนมา #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/665687

วันที่ 16 ต.ค. 2564 เวลา 16:28 น.ที่ปรึกษา ก.ต่างประเทศสหรัฐเตรียมเยือนไทยหารือเรื่องเมียนมากระทรวงการต่างประเทศสหรัฐเตรียมส่งที่ปรึกษาเยือนอาเซียนรวมทั้งไทยเพื่อหารือปัญหาเมียนมา

สำนักข่าว Kyodo รายงานว่า ทางการสหรัฐเตรียมส่งคณะผู้แทนซึ่งประกอบด้วยเจ้าหน้าที่จากกระทรวงการต่างประเทศ เจ้าหน้าที่องค์กรการพัฒนาระหว่างประเทศ และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องมายังประเทศไทย สิงคโปร์ และอินโดนีเซียในสัปดาห์หน้า โดยเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามแก้ไขวิกฤตในเมียนมาหลังเหตุรัฐประหารโดยกองทัพเมื่อเดือน ก.พ.ที่ผ่านมา

เจ้าหน้าที่ระดับสูงจากกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐเผยว่า คณะผู้แทนนำโดย เดเร็ค ชอลเลต์ ที่ปรึกษากระทรวงการต่างประเทศสหรัฐ ซึ่งทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาด้านนโยบายให้กับ แอนโทนี บลิงเคน รัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศ จะแวะที่ญี่ปุ่นระหว่างเดินทางกลับสหรัฐเพื่อหารือกรณีเมียนมาและความท้าทายที่เกี่ยวข้องกับภูมิภาคอินโด-แปซิฟิก

หมายข่าวของกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐระบุว่า ระหว่างการเดินทางเยือนประเทศอาเซียนตั้งแต่วันอาทิตย์ (17 ต.ค.) จนถึงวันศุกร์หน้า เจ้าหน้าที่สหรัฐจะขยายความร่วมมือกับพันธมิตรและหุ้นส่วนของสหรัฐ รวมทั้งเสริมสร้างบทบาทที่อาเซียนมีต่อเสถียรภาพของภูมิภาค

ส่วนสถานการณ์ในเมียนมานั้น คณะผู้แทนของสหรัฐจะตอกย้ำความมุ่งมั่นของสหรัฐที่มีต่อผู้คนเมียนมาและเน้นย้ำว่าประชาคมโลก รวมทั้งประเทศเพื่อนบ้าน มีความรับผิดชอบเร่งด่วนในการกดดันให้กองทัพเมียนมายุติการใช้ความรุนแรง ปล่อยตัวนักโทษการเมือง และฟื้นฟูเมียนมาให้กลับสู่เส้นทางประชาธิปไตย

สำหรับการเยือนประเทศไทย ที่ปรึกษากระทรวงการต่างประเทศสหรัฐและทีมงานจะหารือความร่วมมือด้านความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมแก่เมียนมา

แผนการเดินทางของคณะผู้แทนสหรัฐเกิดขึ้นหลังจากรัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศอาเซียนตัดสินใจว่าจะไม่เชิญนายพล มินอ่องหล่าย ผู้นำรัฐประหารของเมียนมาเข้าร่วมประชุมอาเซียนในเดือนนี้

เจ้าหน้าที่ระดับสูงจากกระทรวงการต่างประเทศของสหรัฐรายหนึ่งเผยว่า “เหมาะสมอย่างยิ่ง และอันที่จริงมีความชอบธรรมโดยสมบูรณ์ที่อาเซียนจะลดบทบาทการมีส่วนร่วมของเมียนมาในการประชุมที่กำลังจะเกิดขึ้น เนื่องจากจนถึงขณะนี้รัฐบาลทหารเมียนมายังไม่เต็มใจร่วมมือกับอาเซียนในการแก้ปัญหาในเมียนมา”

REUTERS/Leah Millis 

หมายเหตุ ภาพประกอบคือ ดอน ปรมัตถ์วินัย รัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศของไทยเข้าพบ แอนโทนี บลิงเคน รัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐ ที่กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐในกรุงวอชิงตันดี.ซี. เมื่อวันที่ 27 ก.ย.ที่ผ่านมา 

สหรัฐยอมรับนักท่องเที่ยวที่ฉีดวัคซีนโควิดสูตรไขว้ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/665678

วันที่ 16 ต.ค. 2564 เวลา 14:40 น.สหรัฐยอมรับนักท่องเที่ยวที่ฉีดวัคซีนโควิดสูตรไขว้แม้ว่าในสหรัฐเองจะยังไม่รับรองวัคซีนสูตรไขว้ แต่นักท่องเที่ยวที่ฉีดสูตรไขว้สามารถเดินทางเข้าสหรัฐได้

สำนักข่าว Reuters รายงานว่า ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคสหรัฐ (CDC) ระบุว่า “แม้ว่าขณะนี้ CDC ยังไม่แนะนำให้ใช้วัคซีนต่างชนิดกันหรือวัคซีนสูตรไขว้ในขั้นต้น แต่เรารับทราบว่ากรณีดังกล่าวเป็นเรื่องปกติในหลายประเทศ ดังนั้นจึงให้การยอมรับวัคซีนสูตรดังกล่าว”

CDC ระบุว่า นักท่องเที่ยวต่างชาติที่ฉีดวัคซีนสูตรไขว้ 2 เข็มด้วยวัคซีนทุกชนิดที่ได้รับการรับรองจากองค์การอาหารและยาสหรัฐ (FDA) หรือจากองค์การอนามัยโลกจะถือว่าได้รับวัคซีนครบโดสแล้ว

ขณะที่ทำเนียบขาวระบุว่า ระเบียบการฉีดวัคซีนล่าสุดสำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้าสหรัฐทั้งทางเครื่องบินและการข้ามพรมแดนจะเริ่มตั้งแต่วันที่ 8 พ.ย.

ปัจจุบัน องค์การอนามัยโลกขึ้นทะเบียนเพื่อการใช้งานฉุกเฉินวัคซีนป้องกัน Covid-19 7 ยี่ห้อ ได้แก่ Moderna, Pfizer-BioNTech, Johnson&Johnson, AstraZeneca, Covishield (วัคซีนของ AstraZeneca ที่ผลิตโดยสถาบันเซรุ่มของอินเดีย), Sinopharm และ Sinovac

ส่วนองค์การอาหารและยาสหรัฐรับรองเฉพาะวัคซีนที่ผลิตในสหรัฐคือ Moderna, Pfizer-BioNTech และ Johnson&Johnson

REUTERS/Dado Ruvic//File Photo

พบนักเรียนอังกฤษเล่นเลียนแบบซีรีส์ Squid Game #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/665667

วันที่ 16 ต.ค. 2564 เวลา 12:02 น.พบนักเรียนอังกฤษเล่นเลียนแบบซีรีส์ Squid Gameพบเด็กนักเรียนอังกฤษอายุน้อยสุด 6 ขวบเล่นเลียนแบบซีรีส์เกาหลี Squid Game ในโรงเรียน

โรงเรียนหลายแห่งในประเทศอังกฤษเตือนให้ผู้ปกครองตรวจสอบการตั้งค่าการเข้าถึงอุปกรณ์หลังจากมีรายงานว่าเด็กนักเรียนหลายคนได้ชมซีรีส์ Squid Game (สคิวดเกม เล่นลุ้นตาย) ของ Netflix เช่นเดียวกับครูหลายคนที่เตือนว่า เด็กนักเรียนอายุน้อยสุด 6 ขวบชวนกันเล่นเลียนแบบซีรีส์เรื่องดังกล่าวในสนามเด็กเล่นของโรงเรียน

ครูใหญ่ของโรงเรียนแห่งหนึ่งเผยกับสำนักข่าว BBC ว่า ซีรีส์ Squid Game ที่ได้รับการจัดเรตติงว่าเหมาะสำหรับผู้ชมอายุ 15 ปีขึ้นไป “ไม่เหมาะสมอย่างยิ่ง” กับเด็กๆ วัยประถมศึกษา

แกเร็ธ นิโคลส์ ครูจากโรงเรียนประถม Sir Francis Hill primary ในเมืองลินคอล์นเผยว่า “เด็กนักเรียนกลุ่มหนึ่งในโรงเรียน อายุราว 6 ขวบคุยกันเรื่องซีรีส์นี้และชวนกันเล่นเลียนแบบฉากบางฉาก”

นิโคลส์เผยอีกว่า ครูประชำขั้นได้แจ้งไปยังผู้ปกครองทันทีและแนะนำให้ผู้ปกครองตรวจสอบการตั้งค่าอุปกรณ์ เนื่องจากนักเรียนอาจเข้าถึงและดูซีรีส์เรื่องดังกล่าวโดยที่ผู้ปกครองไม่ทราบ

เช่นเดียวกับโรงเรียนประถม Welton Primary School ในอีสต์ยอร์กเชอร์ที่บอกว่า ทางโรงเรียนทราบว่านักเรียนอายุ 7-11 ขวบได้ดูซีรีส์ของเกาหลีใต้และส่งนำแนะนำไปยังผู้ปกครองแล้ว

ซีรีส์เรื่อง Squid Game ที่ฮิตถล่มทลายไปทั่วโลกมีเนื้อเรื่องเกี่ยวกับการเข้าแข่งเกมที่ดัดแปลงมาจากเกมเด็กเล่นของเกาหลีใต้ของคนที่มีปัญหาทางการเงินโดยหวังจะคว้าเงินรางวัล โดยที่คนที่แพ้เกมจะต้องสังเวยชีวิต

ทว่านิโคลส์เผยว่า “แม้ว่าบางเกมจะเป็นการนำเกมเด็กเล่นดั้งเดิมมาดัดแปลง แต่ผลลัพธ์ที่รุนแรงจากการแพ้เกมไม่เหมาะกับผู้ชมอายุน้อย…ผมแนะนำให้ผู้ปกครองทุกคนตรวจสอบและเฝ้าดูสิ่งที่เด็กๆ ดูอยู่ที่บ้าน เพื่อให้พวกเขาปลอดภัยจากเนื้อหาแบบนี้”

Photo by Giuseppe CACACE / AFP