ต่างชาติมองทรมานสัตว์ ภาพช้างไทยคว้ารางวัลช่างภาพสัตว์ป่าแห่งปี #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/665562

วันที่ 14 ต.ค. 2564 เวลา 18:30 น.ต่างชาติมองทรมานสัตว์ ภาพช้างไทยคว้ารางวัลช่างภาพสัตว์ป่าแห่งปีช่างภาพออสเตรเลียถ่ายช้างไทย คว้ารางวัลชนะเลิศภาพถ่ายวารสารศาสตร์ ในการประกวดช่างภาพสัตว์ป่าแห่งปี 2021

การประกวดช่างภาพสัตว์ป่าแห่งปี (Wildlife Photographer of the Year) ประจำปี 2021 ซึ่งจัดขึ้นโดยพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ทางธรรมชาติแห่งลอนดอน (London’s Natural History Museum) ประเทศอังกฤษ มีภาพช้างจากประเทศไทยคว้ารางวัลมาด้วย โดยเจ้าของภาพคือ Adam Oswell จากออสเตรเลีย

อย่างไรก็ตาม ภาพถ่ายดังกล่าวซึ่งมีชื่อว่า “Elephant in the room” คว้ารางวัลชนะเลิศในหมวดหมู่ภาพถ่ายวารสารศาสตร์ (photojournalism) เป็นภาพนักท่องเที่ยวที่กำลังชมการแสดงช้างว่ายน้ำในสวนสัตว์ประเทศไทย ซึ่งช่างภาพมองว่าเหตุการณ์ในภาพเป็นการทรมานสัตว์

ตามรายงานของ The Guardian ระบุว่าช่างภาพและองค์กรที่เกี่ยวข้องกับสวัสดิภาพของช้างกล่าวว่าการจัดแสดงเช่นนี้เป็นการส่งเสริมพฤติกรรมที่ผิดธรรมชาติ และแสดงความเห็นว่าในประเทศไทยขณะนี้มีช้างที่อยู่ในกรงมากกว่าช้างที่อยู่ในป่าเสียอีก

ยิ่งไปกว่านั้นการแพร่ระบาดของโควิด-19 ซึ่งส่งผลกระทบต่อการท่องเที่ยว ทำให้มีช้างตกงานจำนวนมาก ส่งผลให้เกิดการตั้งคำถามถึงการดูแลสวัสดิภาพของสัตว์

ขณะเดียวกันองค์การสวนสัตว์แห่งประเทศไทยชี้แจงว่าได้มีการดูแลสวัสดิภาพของสัตว์ตามหลักมาตรฐานสากล ไม่ว่าจะเป็นด้านโภชนาการ สุขภาพ สิ่งแวดล้อม พฤติกรรม และจิตใจ รวมถึงมีการประเมินด้านสวัสดิภาพสัตว์เป็นประจำ

พร้อมระบุว่า “การจับช้างมาใส่ตู้” เป็นความเข้าใจที่ไม่ถูกต้อง เพราะสวนสัตว์จัดพื้นที่กว้างขวางเพียงพอให้สัตว์ได้ใช้ชีวิตตามธรรมชาติ โดยมีควาญช้างคอยดูแลไม่ให้สัตว์เกิดความเครียด และการลงเป็นน้ำเป็นธรรมชาติของช้าง

ภาพโดย Adam Oswell/2021 Wildlife Photographer of the Year

พิษโควิด! เด็กญี่ปุ่นฆ่าตัวตายสูงสุดในรอบกว่า 40 ปี #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/665557

วันที่ 14 ต.ค. 2564 เวลา 17:00 น.พิษโควิด! เด็กญี่ปุ่นฆ่าตัวตายสูงสุดในรอบกว่า 40 ปีสุดสลด โควิด-19 ทำนักเรียนญี่ปุ่นฆ่าตัวตายมากเป็นประวัติการณ์นับตั้งแต่ปี 1974

รอยเตอร์สอ้างรายงานของสื่อท้องถิ่นญี่ปุ่นระบุว่า กระทรวงศึกษาธิการญี่ปุ่นเผยผลสำรวจพบว่าในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ซึ่งส่งผลให้ต้องมีการปิดโรงเรียนนั้น มีเด็กญี่ปุ่นตั้งแต่ระดับประถมศึกษาไปจนถึงมัธยมศึกษาตอนปลายฆ่าตัวตายไปแล้ว 415 คน

รายงานระบุว่าตัวเลขดังกล่าวเพิ่มขึ้นจากปีที่แล้วเกือบ 100 คน และเป็นตัวเลขที่มากที่สุดนับตั้งแต่ปี 1974

ทั้งนี้ ญี่ปุ่นมีสถิติการฆ่าตัวตายมากที่สุดในกลุ่มประเทศ G7 มาเป็นเวลานาน และได้พยายามแก้ไขปัญหาดังกล่าวมาโดยตลอด ซึ่งส่งผลให้อัตราการฆ่าตัวตายลดลงประมาณ 40% ในช่วง 15 ปีที่ผ่านมา และลดลงอย่างต่อเนื่องมาเป็นเวลา 10 ปี นับตั้งแต่ปี 2009

ทว่า การแพร่ระบาดของโควิด-19 ส่งผลให้อัตราการฆ่าตัวตายในญี่ปุ่นเพิ่มขึ้นอีกครั้ง โดยช่วงเดือนก.ค. ถึงเดือนต.ค. ปีที่แล้ว อัตราการปลิดชีวิตตัวเองของชาวญี่ปุ่นเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มผู้หญิงซึ่งเพิ่มขึ้น 37% หรือเกือบ 5 เท่าของผู้ชาย

เนื่องจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่ยืดเยื้อส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมที่แรงงานส่วนใหญ่เป็นผู้หญิง ฃผู้หญิงที่เป็นแม่ที่ทำงานนนอกบ้านมีภาระเพิ่มขึ้น และเกิดความรุนแรงในครอบครัวเพิ่มขึ้น

นอกจากนี้ การศึกษายังพบอีกว่าอัตราการฆ่าตัวตายของเด็กเพิ่มขึ้น 49% ในช่วงที่โควิด-19 ระบาดระลอกที่สองในญี่ปุ่น ซึ่งเป็นช่วงเวลาเดียวกับที่รัฐบาลสั่งปิดโรงเรียนทั่วประเทศ

โดยกระทรวงศึกษาธิการเผยว่ามีเด็กนักเรียนมากกว่า 196,127 คนที่ขาดเรียนเป็นเวลาอย่างน้อย 30 วัน ซึ่งเจ้าหน้าที่ระบุว่าการที่สภาพแวดล้อมในบ้านและโรงเรียนเปลี่ยนแปลงไป อันเนื่องมาจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ส่งผลกระทบต่อพฤติกรรมของเด็กเป็นอย่างยิ่ง

AFP PHOTO / Behrouz MEHRI

หุ้นอสังหาจีนกอดคอร่วง Evergrande เบี้ยวจ่ายดอกเบี้ยรอบ 3 #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/665552

วันที่ 14 ต.ค. 2564 เวลา 16:00 น.หุ้นอสังหาจีนกอดคอร่วง Evergrande เบี้ยวจ่ายดอกเบี้ยรอบ 3ตลาดอสังหาริมทรัพย์จีนระส่ำ บริษัทส่อผิดนัดชำระหนี้หลายราย

สำนักข่าวรอยเตอร์สรายงานว่าหุ้นของบริษัทอสังหาริมทรัพย์ของจีนร่วงลงในวันนี้ (14 ต.ค.) เนื่องจากความกังวลของบรรดานักลงทุนเกี่ยวกับวิกฤตหนี้ของบริษัทอสังหาริมทรัพย์ยักษ์ใหญ่ของจีนอย่าง Evergrande ซึ่งส่งผลกระทบต่อความน่าเชื่อถือของภาคธุรกิจอสังหาริมทรัพย์

โดยเมื่อวันที่ 11 ต.ค. ที่ผ่านมา บริษัท Evergrande ซึ่งมีหนี้สินกว่า 3 แสนล้านเหรียญสหรัฐ ผิดนัดชำระดอกเบี้ยสำหรับพันธบัตรสกุลเงินดอลลาร์ ซึ่งนับเป็นการผิดนัดชำระดอกเบี้ยครั้งที่ 3 ในรอบ 1 เดือน

บลูมเบิร์กระบุว่าในช่วงบ่ายวันนี้ดัชนีย่อยของ CSI 300 ติดตามหุ้นของบริษัทอสังหาริมทรัพย์ร่วงลง 3.9% ในขณะที่ดัชนีในวงกว้างซื้อขายต่ำกว่า 0.5%

นอกจากนี้ ยังมีบริษัทอสังหาริมทรัพย์อื่นๆ ของจีนที่เริ่มถูกจับตามองว่าจะเกิดปัญหาผิดนัดชำระหนี้เช่นกัน อาทิ บริษัท Modern Land ซึ่งขอเลื่อนการชำระหนี้พันธบัตร 250 ล้านเหรียญสหรัฐที่จะถึงกำหนดวันที่ 25 ต.ค.นี้ ไปเป็นสิ้นเดือน ม.ค.ปีหน้า เนื่องจากบริษัทกำลังปรับปรุงการจัดการสภาพคล่อง

รวมไปถึงบริษัท Fantasia ที่ผิดนัดชำระหนี้พันธบัตรจำนวน 205.7 ล้านเหรียญสหรัฐเมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา และบริษัท Sinic Holdings ซึ่งแจ้งต่อตลาดฮ่องกงว่าอาจไม่สามารถชำระหนี้พันธบัตรจำนวน 250 ล้านเหรียญสหรัฐที่กำลังจะครบกำหนดในวันที่ 18 ต.ค. ที่จะถึงนี้

Photo by Hector RETAMAL / AFP

พลังซอฟต์พาวเวอร์! Squid Game ของจริงเกิดขึ้นแล้วที่ UAE #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/665536

วันที่ 14 ต.ค. 2564 เวลา 14:30 น.พลังซอฟต์พาวเวอร์! Squid Game ของจริงเกิดขึ้นแล้วที่ UAEตอกย้ำอิทธิพลซอฟต์พาวเวอร์ ศูนย์วัฒนธรรมเกาหลีใต้ประจำกรุงอาบูดาบีจัดแข่ง Squid Game ในชีวิตจริง

หลังจากที่ซีรีส์ยอดฮิตจากเกาหลีใต้อย่าง Squid Game ได้รับเสียงตอบรับเป็นอย่างดีจากทั่วโลก ศูนย์วัฒนธรรมเกาหลีใต้ประจำกรุงอาบูดาบี สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ก็ได้จัดงานแข่งขันเกมจากซีรีส์ดังกล่าวขึ้นจริงๆ เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา แต่แน่นอนว่าเกมนี้ไม่มีบทลงโทษรุนแรงและไม่มีเงินรางวัลเหมือนในซีรีส์แต่อย่างใด

งานดังกล่าวจัดขึ้นภายใต้ชื่อว่า KCC Squid Game Event ซึ่งมีการจำลองด่านต่างๆ ที่ปรากฏอยู่ในซีรีส์ให้ผู้เข้าแข่งขันได้เล่นกันจริงๆ และเพิ่มความสมจริงด้วยชุดดยูนิฟอร์มสีเขียวสำหรับผู้เล่น และสีชมพูสำหรับผู้คุมเกม

หลังจากที่มีการเปิดรับสมัครผ่านทางออนไลน์ก็ได้รับความสนใจจากผู้ชมมากมาย โดยทีมงานได้คัดเลือกผู้เข้าแข่งขันมาร่วมเล่นเกมทั้งสิ้น 30 คนจากผู้ลงทะเบียนมากกว่า 300 คน

โดยผู้เข้าแข่งขันร่วมเล่นเกมทั้งหมด 5 เกม ได้แก่ ไฟเขียวไฟแดง, ทัลโกนา, เหยียบกระจก, ลูกแก้ว และทักจี โดยมีการปรับเปลี่ยนอุปกรณ์ที่ใช้ในเกมเล็กน้อยเพื่อความปลอดภัยเป็นสำคัญ

นัม ชาง วู ผู้อำนวยการศูนย์วัฒนธรรมเกาหลีใต้ว่ากิจกรรมดังกล่าวจัดขึ้นท่ามกลางความนิยมของซีรีส์ Squid Game จากทั่วโลก เพื่อให้ผู้ชมในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ได้สัมผัสประสบการณ์จริงและเรียนรู้วัฒนธรรมเกาหลีใต้ผ่านการเล่นเกม

ที่มา: Arab NewsInsider

ภาพ: REUTERS/Vidhyaa Chandramohan

โอกาสสุดท้าย! อนามัยโลกตั้งทีมสืบหาต้นตอโควิด-19 #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/665524

วันที่ 14 ต.ค. 2564 เวลา 12:15 น.โอกาสสุดท้าย! อนามัยโลกตั้งทีมสืบหาต้นตอโควิด-19องค์การอนามัยโลกตั้งทีมใหม่ ชี้อาจเป็นโอกาสสุดท้ายในการสิบหาต้นตอโควิด-19

รอยเตอร์สรายงานว่าองค์การอนามัยโลก (WHO) ตั้งคณะที่ปรึกษาด้านเชื้อโรคอันตรายเพื่อสืบหาต้นตอของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ SARS-CoV-2 พร้อมชี้ว่าอาจเป็นโอกาสสุดท้ายในการระบุต้นกำเนิดของไวรัสดังกล่าวอันเป็นต้นกำเนิดของโรคโควิด-19

คณะที่ปรึกษาภายใต้ชื่อ Scientific Advisory Group on the Origins of Novel Pathogens (SAGO) ประกอบด้วยผู้เชี่ยวชาญทั้งสิ้น 26 คน ซึ่งรวมถึงทีมผู้เชี่ยวชาญที่ลงพื้นที่สืบหาต้นตอโควิด-19 ในเมืองอู่ฮั่น ประเทศจีนเมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา

โดยคณะที่ปรึกษาได้มีการเรียกร้องให้ทางการจีนเปิดเผยข้อมูลของผู้ป่วยรายแรกที่ตรวจพบในเมืองอู่ฮั่นเมื่อเดือนธ.ค. 2019 และให้ความร่วมมือกับองค์การอนามัยโลกในการสืบหาต้นตอของไวรัสในครั้งนี้

ขณะที่จีนปฏิเสธสมมติฐานที่ว่าไวรัสอาจรั่วไหลออกมาจากห้องปฏิบัติการในประเทศจีน และกล่าวว่าไม่มีความจำเป็นที่คณะผู้เชี่ยวชาญจะต้องลงพื้นที่ตรวจสอบในประเทศจีนอีกต่อไป

โดยเฉิน ซู เอกอัครราชทูตจีนประจำสหประชาชาติกล่าวว่า ถึงเวลาที่ทีมผู้เชี่ยวชาญจะต้องไปตรวจสอบที่อื่นแล้ว เนื่องจากจีนให้ความร่วมมือในการตรวจสอบในประเทศแล้วถึง 2 ครั้ง พร้อมชี้ว่าการตรวจสอบต้นตอของไวรัสควรอยู่บนพื้นฐานของวิทยาศาสตร์ ไม่ใช่หน่วยงานข่าวกรอง

ทั้งนี้ ช่วงต้นปีที่ผ่านมาองค์การอนามัยโลกได้ส่งทีมผู้เชี่ยวชาญไปตรวจสอบในอู่ฮั่นมาแล้ว โดยผลการศึกษาครั้งนั้นระบุว่าาสมมติฐานที่ว่าไวรัสอาจรั่วไหลมาจากห้องปฏิบัติการในอู่ฮั่นนั้นไม่น่าเป็นไปได้อย่างยิ่ง และชี้ว่าเชื้อไวรัสอาจแพร่จากค้างคาวไปยังสัตว์อีกชนิดหนึ่งก่อนที่จะแพร่ระบาดในมนุษย์

อย่างไรก็ตาม เทดรอส อัดฮานอม เกเบรเยซุส ผู้อำนวยการใหญ่ขององค์การอนามัยโลกเรียกร้องให้มีการตรวจสอบเพิ่มเติมเนื่องจากข้อมูลที่มีอยู่ยังไม่เพียงพอ

ด้านไมค์ ไรอัน ผู้เชี่ยวชาญฉุกเฉินขององค์การอนามัยโลกกล่าวว่าการจัดตั้งคณะที่ปรึกษาครั้งนี้อาจเป็นโอกาสสุดท้ายในการสืบหาต้นตอของโควิด-19

Photo by World Health Organization / AFP

เดนมาร์กเดินหน้าทดลองยารักษาโควิดแบบสูดดม #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/665518

วันที่ 14 ต.ค. 2564 เวลา 10:50 น.เดนมาร์กเดินหน้าทดลองยารักษาโควิดแบบสูดดมเดนมาร์กไฟเขียวทดลองรักษาโควิด-19 ‘แบบสูดดม’ ในมนุษย์ สู้กับเชื้อในทางเดินหายใจ

สำนักข่าวซินหัวรายงานแถลงการณ์จากโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยโคเปนเฮเกน (Rigshospitalet) หนึ่งในโรงพยาบาลขนาดใหญ่ที่สุดของเดนมาร์ก เมื่อวันจันทร์ (11 ต.ค.) เผยว่าการรักษาผู้ป่วยโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ (โควิด-19) แบบสูดดมรูปแบบใหม่ ได้รับการอนุมัติให้ทดลองทางคลินิกในมนุษย์แล้ว

การรักษาดังกล่าวพัฒนาโดยคณะนักวิจัยชาวเดนมาร์ก มีพื้นฐานมาจากแนวคิดของโธมัส บยานชอลต์ ศาสตราจารย์ประจำภาควิชาจุลชีววิทยาคลินิกของโรงพยาบาลฯ

บยานชอลต์แถลงข่าวว่าการรักษาข้างต้นคือ “การสูดดมสารละลายกรดอ่อนที่เข้าไปช่วยระบบภูมิคุ้มกันต่อสู้กับการติดเชื้อในทางเดินหายใจอันมีต้นตอจากแบคทีเรียหรือไวรัส” โดยในขั้นต้นจะมุ่งรักษากลุ่มผู้ป่วยโรคโควิด-19 ที่เข้ารักษาตัวในโรงพยาบาล และหวังว่าจะสามารถ “พลิกโฉมการรักษาโรคติดเชื้อทางเดินหายใจประเภทอื่นด้วย”

“มันน่าจะสามารถต่อสู้กับการติดเชื้อประเภทอื่นได้ด้วย เช่น ปอดบวม ไข้หวัดใหญ่ และวัณโรค ซึ่งทั้งสามล้วนเป็นโรคที่คร่าชีวิตผู้คนนับล้านทั่วโลกทุกปี” บยานชอลต์กล่าว

สิทธิบัตรเทคโนโลยีที่ใช้ในการรักษานี้ถือครองโดยซอฟต์อ็อกซ์ โซลูชันส์ (SoftOx Solutions) บริษัทนอร์เวย์ ซึ่งร่วมมือในการวิจัยดังกล่าวหลังจากเคยรับหน้าที่เป็นผู้จัดสรรสารละลายทนต่อกรดสำหรับรักษาบาดแผลในการศึกษาก่อนหน้า

บยานชอลต์ระบุว่า “แนวคิดการรักษาผู้ป่วยโรคโควิด-19 แบบสูดดมนี้มาจากการวิจัยความสามารถต่อสู้กับการติดเชื้อในบาดแผลของสารละลายกรดก่อนหน้านี้ของเรา มันคือแนวคิดเดียวกันที่ผ่านการขัดเกลาและปรับเปลี่ยนเป็นการรักษาด้วยวิธีสูดดมสำหรับต่อสู้กับการติดเชื้อในทางเดินหายใจ”

ทั้งนี้ สถาบันเซรุ่มแห่งเดนมาร์ก (SSI) รายงานการตรวจพบผู้ป่วยโรคโควิด-19 เพิ่ม 564 ราย และผู้ป่วยเสียชีวิต 3 ราย ในช่วง 24 ชั่วโมง ทำให้มีผู้ป่วยสะสม 364,464 ราย และผู้ป่วยเสียชีวิต 2,671 ราย โดยปัจจุบันเดนมาร์กมีประชากรได้รับวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 หนึ่งโดส จำนวน 4,462,629 คน หรือร้อยละ 76.1 และสัดส่วนผู้รับวัคซีนครบโดสอยู่ที่ร้อยละ 74.8

Photo by Alberto PIZZOLI / AFP

รักเร้นลับของเนห์รูกับเอ็ดวินา ภรรยาอุปราชแห่งอินเดีย #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/665459

วันที่ 13 ต.ค. 2564 เวลา 19:00 น.รักเร้นลับของเนห์รูกับเอ็ดวินา ภรรยาอุปราชแห่งอินเดียความรักลับๆ ของนักต่อสู้เพื่อเอกราชอินเดีย และภรรยาอุปราชคนสุดท้ายแห่งบริติชอินเดีย

เรื่องราวความรักสามเส้าระหว่างลอร์ด เมานต์แบตเทน อุปราชคนสุดท้ายแห่งบริติชอินเดีย, ภริยาของเขา และนายกรัฐมนตรีคนแรกของอินเดีย

ความรักเร้นลับของชวาหะร์ลาล เนห์รู นายกรัฐมนตรีคนแรกของอินเดีย และเอ็ดวินา เมานต์แบตเทน ภริยาของลอร์ดหลุยส์ หรือ ดิ๊กกี้ เมานต์แบตเทน อุปราชคนสุดท้ายแห่งบริติชอินเดีย เกิดขึ้นภายหลังจากสงครามโลกครั้งที่ 2 เอ็ดวินาได้เดินทางไปยังอินเดียกับสามีซึ่งทำให้เธอได้พบกับเนห์รู

เอ็ดวินาเดินทางไปยังอินเดียร่วมกับลอร์ด เมานต์แบตเทนเพื่อพยายามฟื้นฟูอาณานิคมของอังกฤษในช่วงหลังสงคราม

ภายหลังในปี 1947 มีการแบ่งบริติชอินเดียออกเป็นอินเดียและปากีสถาน ซึ่งลอร์ด เมานต์แบตเทนมีส่วนสำคัญในการคืนเอกราชให้อินเดียแยกตัวออกจากอังกฤษ และได้รับมอบหมายให้ทำภารกิจกำหนดเส้นแบ่งประเทศ

และความสัมพันธ์แบบลับๆ ของเนห์รูกับเอ็ดวินานั่นเองที่ทำให้ภารกิจแบ่งแผ่นดินบริติชอินเดียออกเป็นอินเดียและปากีสถานสำเร็จไปได้ในที่สุด

บางสื่อระบุว่าลอร์ดหลุยส์ ทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้เรื่องความใกล้ชิดของทั้งคู่ หรือบางทีอาจสนับสนุนด้วยซ้ำ เพื่อที่เขาจะได้รับรู้ถึงความรู้สึกนึกคิดของชาวอินเดีย ที่ภริยาของเขาไปได้เข้าไปคลุกคลีอยู่ด้วย

ทว่า ภายหลังจากนั้นก็เกิดสงครามกลางเมือง ประชาชนทั้งสองฝ่ายไม่พอใจกับเส้นแบ่งประเทศ ตลอดจนสงครามศาสนา ซึ่งส่งผลให้มีผู้คนบาดเจ็บล้มตายและผู้พลัดถิ่นหลายล้านคน

ขณะที่เอ็ดวินา ผู้เป็นภริยาของลอร์ดหลุยส์ก็ตระเวนเยี่ยมประชาชนแทบทุกหนทุกแห่ง โดยมีเนห์รูคอยอยู่เคียงข้าง

อย่างไรก็ตาม ความสัมพันธ์ของลอร์ด เมานต์แบตเทนและเอ็ดวินาก็ไม่ใช่ว่าจะรักเดียวใจเดียวมาตั้งแต่ไหนแต่ไร โดยลอร์ดหลุยส์เองเคยกล่าวไว้ว่า “เอ็ดวินาและฉันใช้เวลาทั้งชีวิตแต่งงานของเราไปกับเตียงของคนอื่น”

หลังจากนั้น แม้ว่าอังกฤษจะถอนตัวออกมาและสิ้นสุดการเป็นเจ้าอาณานิคมของอินเดียแล้ว แต่ความสัมพันธ์ระหว่างเนห์รูและเอ็ดวินายังคงดำเนินต่อมาเรื่อยๆ

ทั้งสองยังนัดพบกันบ้าง และเขียนจดหมายถึงกันอยู่เสมอ แม้ว่าในปี 1916 เนห์รูแต่งงานกับนางกมลา คาอุล และมีลูกสาวหนึ่งคนคืออินทิรา ซึ่งต่อมาคือนายกรัฐมนตรีหญิงแกร่งแห่งอินเดีย

จนกระทั่งปี 1960 เอ็ดวินาในวัย 59 ปีเสียชีวิตด้วยอาการหัวใจวาย โดยเธอไม่มีทรัพย์สินใดติดตัวเลยนอกจากกองจดหมายจากเนห์รู ที่ทั้งคู่ส่งถึงกันมาตลอด 13 ปี

ภายหลังมีการเปิดเผยไดอารี่ของลอร์ด เมานต์แบตเทนและเอ็ดวินา ซึ่งชี้ให้เห็นว่าความสัมพันธ์ระหว่างเอ็ดวินาและเนห์รูนั้นเป็นเรื่องจริง

ที่มา: DailymailFirstpostOpindia

จีนเตรียมตรวจตัวอย่างเลือดคนอู่ฮั่นหาต้นตอโควิด #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/665500

วันที่ 13 ต.ค. 2564 เวลา 17:38 น.จีนเตรียมตรวจตัวอย่างเลือดคนอู่ฮั่นหาต้นตอโควิดความเคลื่อนไหวนี้เกิดขึ้นท่ามกลางคำถามเกี่ยวกับความโปร่งใสในการเปิดเผยต้นตอ Covid-19 ของจีน

สำนักข่าว CNN รายงานโดยอ้างเจ้าหน้าที่จีนว่า ทางการจีนเตรียมตรวจตัวอย่างเลือดที่เก็บมาจากชาวเมืองอู่ฮั่นซึ่งพบการระบาดของ Covid-19 ครั้งแรกในจีน เพื่อสืบหาต้นตอของการระบาด

เมื่อเดือน ก.พ.ที่ผ่านมา คณะตรวจหาต้นตอ Covid-19 ขององค์การอนามัยโลก (WHO) ระบุว่า ตัวอย่างเลือดราว 200,000 ตัวอย่าง รวมทั้งตัวอย่างที่เก็บในช่วงปลายปี 2019 อาจเป็นแหล่งข้อมูลสำคัญที่จะช่วยระบุเวลาและสถานที่ที่เชื้อไวรัสข้ามจากสัตว์มาสู่มนุษย์ครั้งแรก

ตัวอย่างเลือดดังกล่าวซึ่งถูกเก็บไว้ในศูนย์เลือดอูฮั่นและคาดว่าจะครอบคลุมตลอดปี 2019 เป็นแหล่งของตัวอย่างจากเนื้อเยื่อที่ได้จากประชากรจำนวนมากในเมืองอู่ฮั่นที่คาดว่าเป็นที่ที่เชื้อโคโรนาไวรัส SARS-CoV-2 ติดสู่มนุษย์เป็นครั้งแรก

เจ้าหน้าที่จากคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติของจีนเผยว่า ทางการจีนจะเดินหน้าตรวจสอบตัวอย่างเลือดทันทีที่กำหนดเวลาการเก็บเลือดของศูนย์เลือดซึ่งกำหนดไว้ 2 ปีหมดลง โดยขณะนี้กำลังเตรียมการทดสอบ

ในเวลาต่อมาวงการนักวิชาการและผู้เชี่ยวชาญหลายคนแสดงความคิดเห็นต่อความเคลื่อนไหวของจีน อาทิ หวงเหยียนจง นักวิชาการอาวุโสด้านสาธารณสุขจาก สภาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ (CFR) เผยว่า การตรวจตัวอย่างเลือดของจีนจะช่วยให้เรามีตัวอย่างที่เก็บแบบเรียลไทม์ที่สุดที่จะช่วยให้เข้าใจระยะเวลาของการระบาด

เมารีน มิลเลอร์ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ด้านระบาดวิทยาจากมหาวิทยาลัยโคลัมเบียขอให้จีนอนุญาตให้ผู้เชี่ยวชาญจากต่างประเทศเฝ้าสังเกตการณ์การตรวจตัวอย่างเลือด “หากจีนไม่ให้ผู้เชี่ยวชาญเข้าสังเกตการณ์จะไม่มีใครเชื่อผลลัพธ์ที่จีนรายงาน”

วิลเลียม ชาฟฟ์เนอร์ จากมหาวิทยาลัยแวนเดอร์บิลต์แนะนำว่า ให้นำตัวอย่างเลือดดังกล่าวไปยังเมืองเจนีวา หรือประเทศหรือเมืองอื่นที่เป็นกลาง เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้เชี่ยวชาญจาก WHO เข้าร่วมตรวจสอบด้วย

ชาฟฟ์เนอร์เผยอีกว่า ปัญหาที่เป็นไปได้ 2 ประการเกี่ยวกับตัวอย่างเลือดคือ ความสมบูรณ์ของตัวอย่างเลือดซึ่งต้องมั่นใจว่าไม่ได้เพิ่งเก็บเมื่อเร็วๆ นี้

และปัญหาที่ว่าตัวอย่างเลือดดังกล่าวเป็นตัวแทนของประชาชนกลุ่มไหน ซึ่งผู้เชี่ยวชาญคาดว่าตัวอย่างเลือดเหล่านี้ส่วนใหญ่น่าจะมาจากประชาชนที่ร่างกายแข็งแรง ดังนั้นจึงเป็นตัวแทนของเคสที่ติดเชื้อแบบไม่แสดงอาการ

Photo by STR / AFP

Louis Vuitton เซอร์ไพรส์ กระเป๋าหรูยังขายดีในยุคโควิด #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/665495

วันที่ 13 ต.ค. 2564 เวลา 16:30 น.Louis Vuitton เซอร์ไพรส์ กระเป๋าหรูยังขายดีในยุคโควิดยอดขายกระเป๋าหรูของ Louis Vuitton พุ่งกระฉูดในไตรมาสที่ 3 หลังตลาดฟื้นตัว

เครือบริษัท LVMH เจ้าของแบรนด์หรูอย่าง Louis Vuitton เผยว่า ยอดขายสินค้าประเภทแฟชั่นและเครื่องหนังรวมทั้งกระเป๋า พุ่งกระฉุดในช่วงไตรมาสที่ 3 แม้ว่ารายได้โดยรวมจากฝั่งเอเชียและสหรัฐจะลดลงจากช่วงครึ่งแรกของปี

แถลงการณ์ของ LVMH ระบุว่า ความนิยมของแบรนด์ดังในเครืออย่าง Louis Vuitton และ Dior ช่วยดันให้ยอดขายของสินค้าแฟชั่นและเครื่องหนังรวมทั้งกระเป๋าซึ่งมียอดขายเกือบครึ่งหนึ่งของยอดขายทั้งหมดของเครือ LVMH เพิ่มขึ้นถึง 24%

รายได้ของธุรกิจนี้ ณ สิ้นสุดไตรมาสอยู่ที่ 38% เหนือระดับก่อน Covid-19 ระบาดในปี 2019 ซึ่งเป็นอัตราเดียวกับครึ่งปีแรก

อุตสาหกรรมสินค้าหรูสามารถฟื้นตัวกลับมาได้อย่างแข็งแกร่งจากวิกฤตโรคระบาด แม้ว่าการเดินทางท่องเที่ยวในต่างประเทศซึ่งเป็นตัวขับเคลื่อนสำคัญในช่วงก่อนเกิดโรคระบาดยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่

ฌอง-ฌาคส์ กิโอนี ประธานเจ้าหน้าที่การเงินของ LVMH เผยว่า การเติบโตของรายได้ในเอเชียเผชิญกับแรงกดดันในเดือน ส.ค. เนื่องจากบางประเทศกลับมาบังคับใช้มาตรการสกัดการแพร่ระบาดของ Covid-19 แต่พฤติกรรมของผู้บริโภคในจีนไม่เปลี่ยนแปลง

การประกาศนโยบาย “ความรุ่งเรืองร่วมกัน” และการกระจายความมั่งคั่งของประธานาธิบดีสีจิ้นผิงของจีนเมื่อเดือน ส.ค.ที่ผ่านมาสร้างความกังวลใจให้นักลงทุนว่าปักกิ่งจะส่งเสริมมาตรการที่มุ่งลดช่องว่างระหว่างคนรวยกับคนจน และลดการบริโภคสินค้าหรูหราในตลาดสินค้าไฮเอนด์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก

แต่กิโอนีเผยว่า “เราไม่เห็นเหตุผลว่านี่ (นโยบาย) จะส่งผลกระทบกับชนชั้นกลางระดับบนที่เป็นฐานลูกค้ากลุ่มใหญ่ของเรา”

ยอดขายของ LVMH แสดงให้เห็นการฟื้นตัวของตลาดยุโรปในช่วงไตรมาสที่ 3 เนื่องจากการเที่ยวในท้องถิ่นกลับมาในช่วงฤดูร้อน แม้จะไม่มีนักท่องเที่ยวกระเป๋าหนักจากเอเชียเดินทางไปช็อปปิ้งก็ตาม

ขณะที่รายได้ในสหรัฐในไตรมาสที่ 3 นี้ เติบโต 28% เมื่อเทียบกับช่วงครึ่งแรกของปีเติบโต 60% ส่วนในเอเชียซึ่งไม่รวมญี่ปุ่นเติบโต 12% เมื่อเทียบกับช่วงครึ่งแรกของปีเติบโตถึง 70%

ส่วนยอดขายโดยรวมของ LVMH เพิ่มขึ้น 20% เป็น 17,900 ล้านเหรียญสหรัฐในไตรมาสที่ 3 ซึ่งสิ้นสุดในเดือน ก.ย.

REUTERS/Gonzalo Fuentes/File Photo

ลามถึงสมาร์ทโฟน! Apple ลดการผลิต iPhone 13 หลังขาดแคลนชิป #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/665485

วันที่ 13 ต.ค. 2564 เวลา 13:32 น.ลามถึงสมาร์ทโฟน! Apple ลดการผลิต iPhone 13 หลังขาดแคลนชิป ปัญหาชิปขาดแคลนลามถึงวงการสมาร์ทโฟน หุ้น Apple ร่วงหลังปรับลดเป้าการผลิต iPhone 13 เพราะชิปไม่พอ

สำนักข่าว Bloomberg รายงานโดยอ้างแหล่งข่าวที่ทราบเรื่องดังกล่าวว่า Apple ปรับลดเป้าการผลิต iPhone 13 เนื่องจากขาดแคลนชิป เดิมที Apple คาดว่าจะผลิต iPhone 13 ได้ 90 ล้านเครื่องในไตรมาสสุดท้ายของปี 2021 แต่ขณะนี้ต้องปรับลดตัวเลขลงราว 10 ล้านเครื่อง เหลือผลิตได้ราว 80 ล้านเครื่อง

ข่าวดังกล่าวส่งผลให้หุ้นของ Apple ร่วง 1.2% ในช่วงการซื้อขายนอกเวลาทำการ เช่นเดียวกับบริษัทซัพพลายเออร์หลายเจ้าที่ผลิตชิปป้อน Apple อาทิ Broadcom Inc. และ Texas Instruments จากสหรัฐ ร่วง 1% เนื่องจากผลิตชิปให้ Apple ไม่ทันตามกำหนด

Japan Display Inc. ซึ่งรายได้เกินครึ่งมาจาก Apple ร่วง 5.6% มากที่สุดในรอบ 2 เดือน ส่วนหุ้นของ LG Innotek Co. ของเกาหลีใต้ร่วงหนักถึง 6.2%.

ปัญหาขาดแคลนชิปจากวิกฤตซัพพลายเชนสะดุดอันเนื่องมาจากการระบาดของ Covid-19 และการขาดแคลนพลังงานทั่วโลกส่งผลกระทบต่อหลายอุตสาหกรรม อาทิ รถยนต์ เกมคอนโซล และล่าสุดลามมาถึงวงการสมาร์ทโฟน

เดือน ก.ค.ที่ผ่านมา ทิม คุก ซีอีโอ Apple เตือนนักลงทุนว่าการขาดแคลนชิปจะกระทบกับยอดขายของ iPhone และ iPad

ปัญหาขาดแคลนชิปของ Apple ยิ่งหนักขึ้นเมื่อ ASE Technology Holding ผู้ประกอบเซมิคอนดักเตอร์รายใหญ่ที่สุดของโลกที่รายได้ 1 ใน 3 ของบริษัทมาจาก Apple หยุดการผลิตที่โรงงานในจีนเมื่อเดือนที่แล้วหลังจากรัฐบาลจีนสั่งจำกัดการใช้พลังงานเนื่องจากจีนกำลังขาดแคลนพลังงานอย่างหนัก

REUTERS/Carlos Garcia Rawlins