ชาวฮ่องกงเดือด นิโคล คิดแมน เข้าเกาะโดยไม่ต้องกักตัว #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/661078

วันที่ 20 ส.ค. 2564 เวลา 12:09 น.

ชาวฮ่องกงเดือด นิโคล คิดแมน เข้าเกาะโดยไม่ต้องกักตัวชาวฮ่องกงไม่พอใจหลังนักแสดงฮอลลีวูดชื่อดังได้รับการยกเว้นจากทางการฮ่องกงไม่ต้องกักตัว

นิโคล คิดแมน นักแสดงฮอลลีวูดชาวออสเตรเลียกลายเป็นคนดังคนล่าสุดที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักหลังจากได้รับการยกเว้นไม่ต้องกักตัวตามมาตรการสกัด Covid-19 ของทางการฮ่องกง ระหว่างเดินทางไปถ่ายทำซีรีส์ของแอมะซอน

คิดแมนเดินทางด้วยเครื่องบินส่วนตัวจากออสเตรเลียถึงฮ่องกงเมื่อวันที่ 12 ส.ค.ที่ผ่านมา หลังจากนั้น 2 วันมีภาพเธอออกมาเดินช็อปปิ้งและถ่ายทำภาพยนตร์เกี่ยวกับการใช้ชีวิตอันหรูหราสุขสบายของชาวต่างชาติที่อาศัยอยู่ในฮ่องกงของแอมะซอนโดยไม่ต้องกักตัว

ขณะนี้ทางการฮ่องกงใช้มาตรการกักตัวในโรงแรมเป็นเวลา 21 วัน ขณะที่พลเมืองฮ่องกงที่อาศัยอยู่ในประเทศที่มีความเสี่ยงสูง อาทิ สหราชอาณาจักร สหรัฐ และสเปน จะได้รับอนุญาติให้เข้าเกาะก็ต่อเมื่อฉีดวัคซีนแล้วและยังต้องกักตัว 3 สัปดาห์ ส่วนออสเตรเลียประเทศต้นทางของคิดแมนถูกจัดอยู่ในประเทศความเสี่ยงปานกลาง ซึ่งต้องฉีดวัคซีนและกักตัวอยางน้อย 7 วัน

การปรากฏตัวในที่สาธารณะของนักแสดงชื่อดัง 2 วันหลังจากเดินทางมาถึงจึงสร้างความไม่พอใจให้กับชาวฮ่องกง

ภายหลังกระทรวงพาณิชย์และการพัฒนาเศรษฐกิจฮ่องกงออกแถลงการณ์ชี้แจงกรณีทีมชาวต่างชาติที่เดินทางมาถ่ายทำซีรีส์และการกักตัวว่า คิดแมนและทีมงานได้รับการยกเว้นไม่ต้องกักตัวเป็นกรณีพิเศษเพื่ออำนวยความสะดวกในการทำงาน

คำชี้แจงดังกล่าวยิ่งเป็นเชื้อไฟให้ชาวฮ่องกงโกรธมากขึ้น คอมเม้นต์ในทวิตเตอร์และเวยปั๋วจึงเต็มไปด้วยเสียงติติง อาทิ ผู้ใช้รายหนึ่งบอกว่า “กระทรวงไหนอนุญาตเนี่ย?” อีกคนหนึ่งบอกว่า “ใครให้สิทธิ์เธอได้รับการยกเว้น” และอีกหลายๆ คนบอกว่า พวกเขาไม่สามารถกลับไปเยี่ยมครอบครัวมาตั้งหลายเดือนเพราะมาตรการของทางการ

เจ้าของบัญชีทวิตเตอร์ @WhovianBooknerd ทวีตว่า “คนฮ่องกงกลับมาไม่ได้ถ้ายังไม่ฉีดวัคซีน (และแม้จะกักตัว 2-3 สัปดาห์ก็ตาม) แต่ นิโคล คิดแมน เข้ามาได้แบบนี้เหรอ? น่าเกลียดอ่ะ!” อีกคนหนึ่งถามในเวยปั๋วว่า “ทำไมชาวต่างชาติมีอภิสิทธ์อ่ะ”

ขณะที่ อลิซาเบธ เค่อ ส.ส.ฝ่ายหนุนจีนเผยว่า ได้รับการร้องเรียนกรณีนี้จำนวนมาก และตัวเธอเองยังเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่สาธารณสุขอธิบายเรื่องนี้

Photo by VALERIE MACON / AFP

แฉตอลิบานเร่งไล่ล่าชาวอัฟกันที่เคยช่วยกองกำลังต่างชาติ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/661073

วันที่ 20 ส.ค. 2564 เวลา 11:20 น.

แฉตอลิบานเร่งไล่ล่าชาวอัฟกันที่เคยช่วยกองกำลังต่างชาติเอกสารจากสหประชาชาติเผยกลุ่มตอลิบานกำลังล่าตัวชาวอัฟกันที่เคยทำงานให้สหรัฐและกองกำลังต่างชาติ

สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานโดยอ้างถึงเอกสารลับจากองค์การสหประชาชาติ (UN) ซึ่งระบุว่ากลุ่มกองกำลังติดอาวุธตอลิบานกำลังเร่งค้นหาชาวอัฟกันที่เคยทำงานให้กับกองทัพสหรัฐและนาโต ตลอดจนประเทศพันธมิตรอื่นๆ

แม้ว่าก่อนหน้านี้พวกเขาจะให้คำมั่นว่าจะนิรโทษกรรมและไม่มีการแก้แค้นฝ่ายตรงข้าม ตลอดจนคุ้มครองสิทธิของประชาชนภายใต้กรอบกฎหมายอิสาม

เอกสารดังกล่าวซึ่งลงวันที่ 18 ส.ค. ถูกเขียนโดยศูนย์วิเคราะห์สถานการณ์โลก RHIPTO ในนอร์เวย์ซึ่งเป็นองค์กรที่ให้ข้อมูลแก่สหประชาชาติ

เอเอฟพีระบุว่าข้อมูลในเอกสารดังกล่าวมีรายชื่อของบุคคลที่ต้องการจับกุม ซึ่งส่วนใหญ่เป็นบุคคลที่มีบทบาทสำคัญในหน่วยงานทหาร ตำรวจ และหน่วยข่าวกรองของอัฟกานิสถาน

โดยกลุ่มตอลิบานได้ดำเนินการตรวจค้นบ้านของบุคคลที่พวกเขาต้องการจับกุมและสมาชิกในครอบครัว

คริสเตียน เนลเลอแมนน์ ผู้อำนวยการ RHIPTO ระบุว่ามีหลายคนที่กำลังตกเป็นเป้าหมายของกลุ่มตอลิบาน และหากพวกเขาไม่ยอมมอบตัว กลุ่มตอลิบานจะดำเนินคดีและลงโทษครอบครัวของพวกเขาแทน

พร้อมเสริมว่าผู้ที่เคยทำงานให้กับกองกำลังสหรัฐ นาโต และประเทศพันธมิตรอื่นๆ รวมทั้งสมาชิกในครอบครัวของพวกเขากำลังตกอยู่ในอันตราย และพวกเขาอาจถูกทรมานหรือประหารชีวิต

เอกสารยังระบุอีกว่ากลุ่มตอลิบานกำลังขยายรายชื่อเป้าหมาย และแสวงหาบุคคลที่จะสามารถแจ้งข่าวสารและเบาะแสแก่พวกเขาได้

โดยเมื่อวันที่ 16 ส.ค. กลุ่มตอลิบานมีการส่งจดหมายไปยังบุคคลที่ทำงานเกี่ยวกับการต่อต้านการก่อการร้ายในอัฟกานิสถาน เพื่อขอให้พวกเขาให้ข้อมูลเกี่ยวกับการทำงานและความสัมพันธ์กับชาวอเมริกันและอังกฤษ

ข้อความส่วนหนึ่งในจดหมายระบุว่า “หากคุณไม่รายงานต่อคณะกรรมาธิการ สมาชิกในครอบครัวของคุณจะถูกจับกุมแทน และคุณต้องรับผิดชอบในเรื่องนี้ คุณและสมาชิกในครอบครัวของคุณจะได้รับการปฏิบัติตามกรอบกฎหมายชะรีอะฮ์”

นอกจากนี้กลุ่มตอลิบานยังได้มีการตั้งจุดตรวจบนเส้นทางที่มุ่งหน้าไปยังสนามบินในกรุงคาบูล และจุดตรวจอีกหลายแห่งในเมืองใหญ่รวมถึงคาบูลและจาลาลาบัด

RHIPTO ยังเตือนว่ากลุ่มตอลิบานอาจกำหนดเป้าหมายหรือจับกุมชาวตะวันตกและบุคลากรต่างชาติอื่นๆ ที่ยังหลงเหลืออยู่ในอัฟกานิสถานหากพวกเขาวิพากษ์วิจารณ์กลุ่มตอลิบาน

ด้านสหประชาชาติยังไม่แสดงความคิดเห็นต่อเอกสารดังกล่าว

Photo by AREF KARIMI / AFP

ถึงคิวเศรษฐี! สีจิ้นผิงเล็งกระจายความมั่งคั่งไม่ให้รวยกระจุก #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/661045

วันที่ 19 ส.ค. 2564 เวลา 19:00 น.

ถึงคิวเศรษฐี! สีจิ้นผิงเล็งกระจายความมั่งคั่งไม่ให้รวยกระจุกผู้นำจีนชูนโยบาย “มั่งคั่งร่วมกัน” สั่งกระจายความมั่งคั่งจากคนรวยสู่คนจน ชี้ถึงเวลาที่คนรวยต้องตอบแทนสังคม

สำนักข่าว Xinhua รายงานว่า ประธานาธิบดี สีจิ้นผิง เผยระหว่างการประชุมคณะกรรมการเศรษฐกิจและการเงินของพรรคคอมมิวนิสต์จีนว่า รัฐบาลต้องสร้างระบบเพื่อกระจายความมั่งคั่งจากคนร่ำรวยในประเทศเพื่อสร้างความเสมอภาคในสังคม

สีกล่าวว่ารัฐบาลจำเป็นต้องควบคุมรายได้ที่สูงเกินไปอย่างสมเหตุสมผล และกระตุ้นให้ผู้ที่มีรายได้สูงและบริษัทต่างๆ ให้ตอบแทนสังคมมากขึ้น

อย่างไรก็ดี Xinhua ไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดว่าสีจิ้นผิงจะบรรลุเป้าหมายนี้อย่างไร เพียงแต่ระบุว่ารัฐบาลอาจนำระบบภาษีหรือวิธีอื่นมาใช้เพื่อกระจายรายได้และความมั่งคั่ง

นอกจากนี้ สีจิ้นผิงเผยอีกว่า จีนต้องสร้างความมั่งคั่งร่วมกัน (common prosperity) ที่ความมั่งคั่งจะกระจายไปสู่ชาวจีนทุกคน เพื่อให้พรรคคอมมิวนิสต์รักษาอำนาจไว้ได้ และเปลี่ยนจีนไปสู่ประเทศที่พัฒนาแล้วอย่างสมบูรณ์ ร่ำรวย และทรงอำนาจภายในปี 2049 ซึ่งตรงกับปีครบรอบ 100 ปีสาธารณรัฐประชาชนจีน

“ความมั่งคั่งร่วมกันคือความมั่งคั่งของทุกคน ไม่ใช่ความมั่งคั่งของคนเพียงไม่กี่คน” สีจิ้นผิงกล่าว

นักวิเคราะห์เชื่อว่าการประกาศนโยบายดังกล่าวของสีจิ้นผิง ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากปัญหาความไม่เท่าเทียมทางรายได้ของจีนที่ถ่างกว้างขึ้นในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา โดยกลุ่มประชากรที่ร่ำรวยที่สุด 20% มีรายได้มากกว่ากลุ่มคนยากจน 20% สูงถึงกว่า 10 เท่า

กลุ่มตอลิบานไล่เคาะประตูบ้าน ตามชาวอัฟกันกลับไปทำงาน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/661040

วันที่ 19 ส.ค. 2564 เวลา 18:30 น.

กลุ่มตอลิบานไล่เคาะประตูบ้าน ตามชาวอัฟกันกลับไปทำงานชาวอัฟกันเผยกลุ่มตอลิบานไล่เคาะประตูบ้านเรียกประชาชนกลับไปทำงาน ไม่เว้นผู้หญิง

ผู้พบเห็นเหตุการณ์เผยต่อสำนักข่าวรอยเตอร์ว่ากลุ่มตอลิบานไล่เคาะประตูบ้านประชาชนทั่วอัฟกานิสถานเพื่อเรียกร้องให้ประชาชนที่กำลังอยู่ในความหวาดกลัวกลับไปทำงานตามปกติ

รายงานระบุว่ากลุ่มตอลิบานกำลังพยายามฟื้นฟูเศรษฐกิจของประเทศที่กำลังวิกฤตอันเนื่องมาจากการใช้จ่ายในท้องถิ่นที่ลดลง ค่าเงินที่ร่วงลง จากการถอนกำลังของทหารต่างชาติ และการขาดสกุลเงินดอลลาร์

ภายหลังจากการแถลงการณ์ครั้งแรกของกลุ่มตอลิบานเมื่อวันที่ 17 ส.ค. ซึ่งประกาศนิรโทษกรรมทั่วอัฟกานิสถาน และระบุว่าประชาชนทุกคนสามารถกลับไปทำงานและใช้ชีวิตได้ตามปกติ รวมถึงประชาชนผู้หญิงด้วย

ตลอดจนกลุ่มตอลิบานจะสร้างความสัมพันธ์อันดีกับนานาชาติเพื่อให้เศรษฐกิจของประเทศฟื้นตัวและรอดพ้นจากวิกฤตครั้งนี้ไปได้

วาสิมา ชาวอัฟกันวัย 38 ปีเผยว่าสมาชิกตอลิบาน 3 คนพร้อมด้วยอาวุธปืนเดินทางมาที่บ้านของเธอในเมืองเฮรัต ทางตะวันตกของอัฟกานิสถาน เพื่อสอบถามรายละเอียดเกี่ยวกับงานและเงินเดือนของเธอ พร้อมบอกให้เธอกลับไปทำงานตามปกติ

อย่างไรก็ตามวาสิมามองว่าแม้กลุ่มตอลิบานจะอนุญาตให้ผู้หญิงทำงานได้แต่เธอรู้สึกว่าโอกาสต่างๆ ของเธอจะลดลง

เช่นเดียวกับชาวบ้านอีกหลายสิบคนในหลายเมืองซึ่งกล่าวกับรอยเตอร์สว่ากลุ่มตอลิบานมาที่บ้านของพวกเขาโดยไม่ได้มีการแจ้งล่วงหน้าเพื่อบอกให้พวกเขากลับไปทำงาน ขณะที่บางคนรู้สึกว่าการกระทำดังกล่าวเป็นการข่มขู่ให้พวกเขาเกรงกลัวต่อผู้นำคนใหม่

ด้านโฆษกกลุ่มตอลิบานยังไม่ออกมาแสดงความคิดเห็นต่อประเด็นดังกล่าว

ทั้งนี้ ภายหลังจากการยึดอำนาจของกลุ่มตอลิบานส่งผลให้ธุรกิจจำนวนมากในกรุงคาบูลปิดตัวลง รวมถึงพื้นที่ส่วนใหญ่ของเมืองถูกทิ้งร้าง โดยการจราจรเพียงแห่งเดียวของเมืองอยู่ที่สนามบินเนื่องจากประชาชนจำนวนมากพยายามลี้ภัยออกนอกประเทศ

Photo by Ahmad SAHEL ARMAN / AFP

วิจัยอังกฤษชี้ฉีดวัคซีนครบแล้วรับเชื้อเดลตาได้เท่าคนยังไม่ฉีด #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/661034

วันที่ 19 ส.ค. 2564 เวลา 17:30 น.

วิจัยอังกฤษชี้ฉีดวัคซีนครบแล้วรับเชื้อเดลตาได้เท่าคนยังไม่ฉีดภูมิคุ้มกันหมู่เป็นไปได้ยาก วิจัยชี้ฉีดวัคซีนก็ยังติด ‘เดลตา’ แต่ลดเสี่ยงป่วยหนัก

The Guardian เผยงานวิจัยใหม่ที่นำโดยศาสตราจารย์ซาราห์ วอล์คเกอร์ จากมหาวิทยาลัยอ็อกซ์ฟอร์ดซึ่งชี้ว่าโควิด-19 สายพันธุ์เดลตาลดทอนประสิทธิภาพในการป้องกันการติดเชื้อของวัคซีน

โดยผู้ที่ได้รับวัคซีนครบโดสแล้วยังสามารถติดเชื้อสายพันธุ์เดลตาได้ และมีแนวโน้มที่จะมีปริมาณไวรัสในตัวเท่ากับผู้ติดเชื้อที่ยังไม่ได้ฉีดวัคซีน ซึ่งสอดคล้องกับการวิเคราะห์ของศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคสหรัฐ (CDC) ที่เผยแพร่เมื่อเดือนที่แล้ว บ่งชี้ว่าการสร้างภูมิคุ้มกันหมู่นั้นยังไม่สามารถเป็นไปได้ในเร็ววันนี้

ทั้งนี้ ทีมวิจัยได้ทำการวิเคราะห์ประสิทธิภาพของวัคซีน Pfizer-BioNTech และ AstraZeneca โดยเก็บตัวอย่างจากลำคอและจมูกราว 2.58 ล้านตัวอย่างจากชาวอังกฤษวัยผู้ใหญ่หลังได้รับวัคซีนเข็มที่ 2 ไปแล้ว 90 วัน

อย่างไรก็ตามมีหลักฐานจำนวนมากที่บ่งชี้ว่าวัคซีนสามารถป้องกันอาการป่วยหนักเข้าโรงพยาบาลและการเสียชีวิตด้วยโรคโควิด-19 แต่การศึกษาล่าสุดนี้แสดงให้เห็นว่าวัคซีนไม่ทำให้ความเสี่ยงในการติดเชื้อสายพันธุ์เดลตาลดลงแม้ว่าจะฉีดครบโดสแล้วก็ตาม

เนื่องจากโควิด-19 สายพันธุ์เดลตาสามารถแพร่เชื้อได้มากกว่าสายพันธุ์อื่นๆ แม้ในผู้ที่ได้รับวัคซีนครบโดสแล้ว

ศาสตราจารย์ซาราห์ วอล์คเกอร์ระบุว่านัยของการแพร่เชื้อนั้นยังไม่ชัดเจน กล่าวคือผู้ติดเชื้อที่ได้รับวัคซีนครบโดสแล้วอาจมีปริมาณไวรัสระดับสูงในระยะเวลาอันสั้นก็เป็นได้

แต่อย่างไรก็ตามมันแสดงให้เห็นว่าการบรรลุเป้าหมายภูมิคุ้มกันหมู่นั้นเป็นสิ่งที่ท้าทายอย่างยิ่ง และการที่ผู้ที่ได้รับวัคซีนครบโดสแล้วสามารถติดเชื้อและมีปริมาณไวรัสระดับสูงทำให้เกิดความกังวลว่าผู้ที่ยังไม่ได้รับวัคซีนจะมีความเสี่ยงสูงขึ้น และอาจไม่ได้รับการป้องกันจากภูมิคุ้มกันหมู่อย่างที่เราคาดหวังไว้

ขณะที่ทางการอังกฤษเตรียมฉีดวัคซีนเข็มที่ 3 ให้แก่ประชาชนตั้งแต่เดือนหน้าเป็นต้นไป ท่ามกลางจำนวนผู้ติดเชื้อ การรักษาในโรงพยาบาล และการเสียชีวิตด้วยโรคโควิด-19 ในสหราชอาณาจักรเพิ่มสูงขึ้น

โดยในรอบ 1 สัปดาห์จนถึงวันที่ 18 ส.ค. มีผู้ป่วยโควิด-19 ในสหราชอาณาจักร 211,238 คนซึ่งเพิ่มขึ้น 7.6% เมื่อเทียบกับสัปดาห์ก่อนหน้า ขณะที่จำนวนผู้ป่วยหนักเข้าโรงพยาบาลระหว่างวันที่ 8 ส.ค. ถึงวันที่ 14 ส.ค. เพิ่มขึ้น 4.3% เมื่อเทียบกับสัปดาห์ก่อนหน้า

ส่งผลให้มีผู้ติดเชื้อสะสมทั่วประเทศอยู่ที่ 5.55 ล้านคนและผู้เสียชีวิต 1.15 แสนคน ขณะที่ประชาชนได้รับวัคซีนไปแล้ว 85 ล้านโดส โดย 88% ของประชากรวัยผู้ใหญ่ได้รับวัคซีนแล้วอย่างน้อย 1 โดส ขณะที่ 72% ได้รับวัคซีนครบโดสแล้ว

Photo by William WEST / AFP

หุ้น Alibaba ร่วงหนักเป็นประวัติการณ์หลังจีนขยายวงเช็กบิล #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/661020

วันที่ 19 ส.ค. 2564 เวลา 16:30 น.

หุ้น Alibaba ร่วงหนักเป็นประวัติการณ์หลังจีนขยายวงเช็กบิลหุ้นอาลีบาบาในตลาดฮ่องกงร่วงทุบสถิติหลังรัฐบาลจีนจะเข้ามาคุมอุตสาหกรรมสตรีมมิ่ง

สำนักข่าว Bloomberg รายงานว่า วันนี้ (19 ส.ค.) หุ้นของบริษัท Alibaba Group Holding ในตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกงร่วง 5.4% ลงไปสู่มูลค่าต่ำที่สุดเป็นประวัติการณ์ เนื่องจากนักลงทุนแห่เทขายหลังจากทางการจีนจะเข้ามาควบคุมอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับบริษัทเพิ่มเติมอีก

มูลค่าหุ้นที่ลดลงเกิดขึ้นหลังจากทางการจีนเผยว่ากำลังพิจารณาข้อเสนอให้เข้ามากำกับดูแลสิทธิ์ของพนักงานขับรถที่ทำงานให้บริษัทอีคอมเมิร์ซ และจะยกระดับการกำกับดูแลอุตสาหกรรมไลฟ์สตรีมมิ่ง

ความรู้สึกของนักลงทุนต่อหุ้นของบริษัทโฆษณายักษ์ใหญ่ของจีนไม่ค่อยดี หลังจากผู้บริหารของ Tencent Holdings เผยว่า รัฐบาลจีนอาจเปลี่ยนกฎเกณฑ์เกี่ยวกับการใช้ดาตาในการยิงโฆษณาของบริษัทต่างๆ

การไล่จัดระเบียบธุรกิจเทคโนโลยีของรัฐบาลจีนส่งผลให้มูลค่าหุ้นจีนในตลาดทั่วโลกหายไปราว 1 ล้านล้านเหรียญสหรัฐเมื่อเดือนที่แล้ว หลังจากขยายวงจากการผูกขาดทางการค้าและธุรกิจอีคอมเมิร์ซไปสู่โรงเรียนกวดวิชา ความปลอดภัยด้านข้อมูลส่วนตัว และเนื้อหาที่เผยแพร่ออนไลน์

ขณะที่ปีนี้หุ้นของ Alibaba ในตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกงร่วงถึง 30% ส่วนในดัชนีฮั่งเส็งลดลง 7% และหุ้นของ Alibaba ที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ของสหรัฐที่เริ่มซื้อขายตั้งแต่ปี 2014 ร่วงลงราว 26%

Photo by Philippe LOPEZ / AFP

รัสเซียอาจเตรียมทดสอบขีปนาวุธพลังงานนิวเคลียร์ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/660999

วันที่ 19 ส.ค. 2564 เวลา 15:30 น.

รัสเซียอาจเตรียมทดสอบขีปนาวุธพลังงานนิวเคลียร์ภาพถ่ายทางดาวเทียมชี้รัสเซียอาจกำลังเตรียมทดสอบขีปนาวุธพลังนิวเคลียร์ Skyfall

สำนักข่าว CNN รายงานว่า ภาพถ่ายดาวเทียมของบริษัทภาพถ่ายดาวเทียมเพื่อการพาณิชย์ Capella Space เผยให้เห็นว่ารัสเซียอาจกำลังเตรียมการทดสอบขีปนาวุธร่อนพลังนิวเคลียร์ Skyfall ซึ่งเป็นอาวุธที่ถูกออกแบบมาเพื่อหลบเลี่ยงระบบป้องกันขีปนาวุธของสหรัฐ

ผู้เชี่ยวชาญของศูนย์วิจัยนานาชาติเพื่อศึกษาการไม่แพร่ขยายอาวุธนิวเคลียร์มิดเดิลแบร์รีที่วิเคราะห์ภาพถ่ายดาวเทียมที่ถ่ายไว้เมื่อวันที่ 16 ส.ค.เผยกับ CNN ว่า ภาพดังกล่าวบ่งชี้ชัดเจนว่ารัสเซียกำลังเตรียมการทดสอบขีปนาวุธร่อนพลังงานนิวเคลียร์ที่ฐานยิงแห่งหนึ่งใกล้กับอาร์กติกเซอร์เคิล

ด้านแหล่งข่าวที่ได้รับการบรีฟเกี่ยวกับเรื่องนี้เผยว่า เจ้าหน้าที่สหรัฐทราบว่ารัสเซียอาจกำลังเตรียมการทดสอบขีปนาวุธ Burevestnik

เจฟฟรีย์ ลูอิส ผู้เชี่ยวชาญด้านอาวุธจากสถาบันมิดเดิลแบร์รีเผยว่า โดยหลักการแล้วการใช้เครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์จะช่วยให้ขีปนาวุธร่อนไม่มีขีดจำกัดเรื่องระยะทางในการบินใต้และรอบๆ เรดาร์ของระบบป้องกันขีปนาวุธของสหรัฐ

ลูอิสเผยอีกว่า ยังมีคำถามอยู่ว่าระบบขีปนาวุธนี้จะสำเร็จหรือไม่ และจะก่ออันตรายกับสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของมนุษย์หรือไม่ ซึ่งความเสี่ยงนี้ทำให้ผู้เชี่ยวชาญพากันเรียกขีปนาวุธนี้ว่า “เชอร์โนบิลบินได้” โดยยกตัวอย่างว่าเมื่อเดือน ส.ค. 2019 ความพยายามในการกู้ขีปนาวุธที่ตกในทะเลขาวทำให้เกิดการระเบิดจนคร่าชีวิตเจ้าหน้าที่เทคนิคของรัสเซีย 5 คน

ในขณะนั้นลูอิสบอกกับ CNN ว่า ภาพถ่ายทางดาวเทียมบ่งชี้ว่าอุบัติเหตุนั้นอาจเกี่ยวข้องกับการพัฒนาขีปนาวุธร่อนพลังนิวเคลียร์

รัสเซียเคยทดสอบขีปนาวุธร่อนพลังนิวเคลียร์อย่างน้อย 1 ครั้งจากฐานยิงที่เดียวกันใกล้กับอาร์กติกเซอร์เคิลเมื่อเดือน พ.ย. 2017 และมีรายงานว่ามอสโกยังทดสอบอีกหลายครั้งหลังจากนั้น แม้ว่าจะไม่มีครั้งไหนสำเร็จก็ตาม

ลูอิสเผยอีกว่า ในช่วงไม่กี่เดือนนี้นักวิจัยต่างจับตาดูฐานปล่อยดังกล่าว และภาพถ่ายทางดาวเทียมของบริษัท Planet ในช่วงฤดูร้อนแสดงให้เห็นว่ามีเรือขนสินค้าหลายลำเข้าออกบริเวณดังกล่าว และยังมีกองเสบียงสิ่งของต่างๆ อยู่ในพื้นที่ด้วย

เมื่อเร็วๆ นี้ รัสเซียยังแจ้งเตือนชาวประมงเกี่ยวกับปฏิบัติการที่เป็นอันตรายที่จะมีขึ้นระหว่างวันที่ 15-20 ส.ค. ใกล้กับฐานทดสอบ Burevestnik ใกล้กับเขตปันโคโวบนเกาะโนวายาเซมลยา

ลูอิสเผยว่า ภาพถ่ายความละเอียดสูงที่ถ่ายเมื่อวันที่ 16 ส.ค. แสดงให้เห็นว่าบุคลากรของรัสเซียติดตั้งที่กำบังขนาดใหญ่เพื่อปกป้องขีปนาวุธ ที่กำบังนี้ถูกรื้อถอนแล้ว เผยให้เห็นวัตถุขนาดใหญ่ที่ฐานปล่อยซึ่งอาจจะเป็นเครื่องยิงขีปนาวุธ SSC-X-9 Skyfall

นอกจากนี้ ยังมีวัตถุหลายชิ้นอยู่ใกล้กับฐานยิงซึ่งน่าจะเป็นยานพาหนะและตู้คอนเทนเนอร์ โดยที่สิ่งของทั้งหมดนี้ยังไม่ปรากฏในภาพถ่ายครั้งล่าสุดเมื่อเดือน มิ.ย.

ภาพถ่ายดาวเทียมของ Capella Space เมื่อวันที่ 16 ส.ค.
ภาพถ่ายของ Planet เมื่อวันที่ 15 มิ.ย.

สิงคโปร์เอาอยู่! เริ่มกลับเข้าทำงาน พลเมือง 76% ฉีดวัคซีนครบแล้ว #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/661002

วันที่ 19 ส.ค. 2564 เวลา 14:00 น.

สิงคโปร์เอาอยู่! เริ่มกลับเข้าทำงาน พลเมือง 76% ฉีดวัคซีนครบแล้วสิงคโปร์ผ่อนคลายมาตรการคุมโควิด-19 หลังผู้ติดเชื้อลดลงต่อเนื่อง

แชนเนล นิวส์เอเชีย (CNA) รายงานว่าพนักงานในสิงคโปร์สามารถกลับไปทำงานที่บริษัทได้อีกครั้งตั้งแต่วันที่ 19 ส.ค. เป็นต้นไป ขณะที่สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 มีแนวโน้มที่ดีขึ้น

โดยข้อกำหนดดังกล่าวอนุญาตให้พนักงานกลับเข้าทำงานได้ร้อยละ 50 ของพนักงานทั้งหมด ขณะที่บางบริษัทจัดสรรให้มีการผสมผสานทั้งการทำงานที่บ้านและที่ทำงาน เช่นการกำหนดให้พนักงานเข้าบริษัท 2 หรือ 3 วันต่อสัปดาห์ หรือบางบริษัทให้พนักงานเลือกได้ว่าจะทำงานที่บ้านหรือที่ทำงาน

ทั้งนี้ สิงคโปร์ได้มีการผ่อยคลายข้อจำกัดและมาตรการควบคุมโรคต่างๆ ตั้งแต่เดือนก.ย. ปีที่แล้วรวมถึงการอนุญาตให้พนักงานสามารถทำงานที่บริษัทได้ แต่เมื่อมีการแพร่ระบาดระลอกใหม่ส่งผลให้รัฐบาลบังคับใช้นโยบายทำงานที่บ้านอีกครั้งตั้งแต่เดือนพ.ค. ที่ผ่านมา

แต่เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดในประเทศมีแนวโน้มที่ดีขึ้น โดยพบผู้ติดเชื้อรายใหม่ลดลงอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ต้นเดือนที่ผ่านมา ประกอบกับอัตราการฉีดวัคซีนที่สูงโดยขณะนี้มีประชาชนได้รับวัคซีนครบโดสแล้ว 76% จากประชากรทั้งหมดกว่า 5 ล้านคน ทางการสิงคโปร์จึงได้มีการผ่อนคลายข้อจำกัดอีกครั้ง

โดยในวันที่ 18 ส.ค. สิงคโปร์พบผู้ติดเชื้อรายใหม่เพียง 53 คนเท่านั้น หลังจากการแพร่ระบาดระลอกล่าสุดในช่วงเดือนก.ค. ที่ผ่านมาซึ่งส่งผลให้มีผู้ติดเชื้อรายใหม่วันละกว่า 100 คน

ทั้งนี้ สิงคโปร์มีผู้ติดเชื้อสะสมอยู่ที่ 66,334 คนและผู้เสียชีวิตจากโควิด-19 จำนวน 46 คน

Photo by Roslan RAHMAN / AFP

ตอลิบานเปิดฉากยิงผู้ประท้วง-ผู้หญิง ตายอย่างน้อย 3 ศพ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/660984

วันที่ 19 ส.ค. 2564 เวลา 13:00 น.

ตอลิบานเปิดฉากยิงผู้ประท้วง-ผู้หญิง ตายอย่างน้อย 3 ศพกลุ่มตอลิบานปราบผู้ประท้วง เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 3 ศพ บาดเจ็บอีกกว่า 10 คน

สำนักข่าวรอยเตอร์สรายงานเมื่อช่วงค่ำวันที่ 18 ส.ค. ที่ผ่านมากลุ่มตอลิบานเข้าปราบปรามผู้ประท้วงในเมืองจาลาลาบัด ทางตะวันออกของอัฟกานิสถานซึ่งห่างจากกรุงคาบูลราว 150 กม. ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 3 คนและผู้บาดเจ็บอีกจำนวนมาก

ผู้พบเห็นเหตุการณ์เผยว่ากลุ่มผู้ประท้วงต่อต้านกลุ่มตอลิบานพยายามนำธงชาติอัฟกานิสถานไปติดที่จัตุรัสในเมืองจาลาลาบัดแทนที่ธงตอลิบาน ส่งผลให้เกิดการปะทะก่อนที่กลุ่มตอลิบานจะเริ่มเปิดฉากยิง

ขณะที่อดีตเจ้าหน้าที่ตำรวจรายหนึ่งระบุว่ามีผู้บาดเจ็บราว 13 คน

กลุ่มติดอาวุธตอลิบานรายหนึ่งกล่าวกับรอยเตอร์สว่า “ผู้ก่อปัญหาบางคนต้องการสร้างปัญหาให้เรา พวกเรากำลังใช้ประโยชน์จากนโยบายที่ผ่อนปรนของพวกเรา”

โดยก่อนหน้านี้กลุ่มตอลิบานประกาศว่าจะนิรโทษกรรมทั่วประเทศและไม่มีการแก้แค้นผู้เห็นต่าง ตลอดจนคุ้มครองสิทธิของประชาชนทุกคนภายใต้กรอบกฎหมายอิสลาม และยืนยันว่าจะถ่ายโอนอำนาจอย่างสันติ

ด้านโฆษกตอลิบานยังไม่ออกมาแสดงความคิดเห็นใดๆ ต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

ขณะที่นิวยอร์กโพสต์รายงานว่ากลุ่มติดอาวุธตอลิบานยิงผู้หญิงชาวอัฟกันรายหนึ่งที่ไม่สวมบุรเกาะอ์ (burqa) หรือผ้าคลุมยาวที่ใช้ปกปิดใบหน้าและร่างกายตามธรรมเนียมอิสลาม จนผู้หญิงคนดังกล่าวเสียชีวิตซึ่งเป็นวันเดียวกับที่กลุ่มตอลิบานประกาศว่าจะคุ้มครองสิทธิสตรีภายใต้กรอบกฎหมายอิสลาม

นอกจากนี้มีรายงานว่าภายหลังจากการยึดอำนาจของกลุ่มตอลิบานส่งผลให้ชาวอัฟกันจำนวนมากต้องการลี้ภัยไปยังต่างประเทศ แต่กลุ่มติดอาวุธตอลิบานจำนวนหนึ่งขัดขวางไม่ให้ประชาชนเข้าไปยังท่าอากาศยานนานาชาติกรุงคาบูล ตลอดจนมีการยิงปืนขึ้นฟ้าเพื่อสลายฝูงชนที่ออกันอยู่บริเวณภายนอกสนามบิน

Photo by Pajhwok / AFP

พบประสิทธิภาพสู้เดลตาลดลงหลังฉีดเข็ม 2 แล้ว 3 เดือน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/660982

วันที่ 19 ส.ค. 2564 เวลา 12:30 น.

พบประสิทธิภาพสู้เดลตาลดลงหลังฉีดเข็ม 2 แล้ว 3 เดือน ออกซ์ฟอร์ดพบประสิทธิภาพกันติดเชื้อเดลตาของวัคซีน AstraZeneca และ Pfizer-BioNTech ลดลงหลังฉีดเข็ม 2 แล้ว 3 เดือน 

ผลการวิจัยของมหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ดพบว่า ประสิทธิภาพในการป้องกันการติดเชื้อต่อ Covid-19 สายพันธุ์เดลตาของวัคซีนของ AstraZeneca และ Pfizer-BioNTech ลดลงหลังจากฉีดเข็มที่ 2 ไปแล้ว 3 เดือน และยังพบว่าผู้ที่ติดเชื้อสายพันธุ์เดลตาหลังได้รับวัคซีนดังกล่าวครบ 2 โดสแล้วอาจแพร่เชื้อให้ผู้อื่นได้มากกว่าสายพันธุ์อื่นๆ   

จากการเก็บตัวอย่างจากลำคอและจมูก (swab) กว่า 3 ล้านครั้งทั่วอังกฤษ ทีมวิจัยพบว่า หลังจากฉีดเข็ม 2 ไปแล้ว 90 วัน ประสิทธิภาพในการป้องกันการติดเชื้อของวัคซีนของ Pfizer-BioNTech ลดลงเหลือ 75% และของ AstraZeneca ลดลงเหลือ 61% จากเดิม 85% และ 68% ตามลำดับหลังจากฉีดเข็มที่ 2 ไปแล้ว 2 สัปดาห์

ประสิทธิภาพที่ลดลงพบได้ในกลุ่มอายุตั้งแต่ 35 ปีขึ้นไปมากกว่ากลุ่มที่อายุน้อยกว่า

“วัคซีนทั้งสองยี่ห้อ เมื่อฉีด 2 เข็ม ยังปกป้องสายพันธุ์เดลตาได้ดีมาก เมื่อเริ่มจากประสิทธิภาพสูงมากๆ ก็ย่อมอยู่ได้นานกว่า” ซาราห์ วอล์กเกอร์ ศาสตราจารย์ด้านเวชสถิติของมหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ดและหัวหน้าทีมวิจัยเผย

การวิจัยยังพบอีกว่า ผู้ที่ติดเชื้อหลังจากได้รับวัคซีนครบโดสแล้วมีแนวโน้มจะมีปริมาณไวรัสในตัวเท่ากับผู้ติดเชื้อที่ยังไม่ได้ฉีดวัคซีน ซึ่งสอดคล้องกับการวิเคราะห์ของศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคสหรัฐ (CDC)

ผลการวิจัยชิ้นนี้ยังออกมาไล่เลี่ยกับที่รัฐบาลสหรัฐเตรียมฉีดวัคซีนเข็มที่ 3 หรือ booster shot ให้ชาวอเมริกันในเดือนหน้าท่ามกลางการระบาดของสายพันธุ์เดลตา

ก่อนหน้านี้ Pfizer เผยว่า ประสิทธิภาพของวัคซีนลดลงเมื่อเวลาผ่านไป และเดือนที่แล้ว AstraZeneca เผยว่า ยังศึกษาอยู่ว่าวัคซีนจะป้องกันได้นานเท่าใด และต้องฉีดเข็มที่ 3 เพื่อกระตุ้มภูมิคุ้มกันหรือไม่

งานวิจัยของออกซ์ฟอร์ดชิ้นนี้ตอกย้ำความกังวลของนักวิทยาศาสตร์ว่าสายพันธุ์เดลตาซึ่งพบครั้งแรกในอินเดียจะทำให้ผู้ที่ฉีดวัคซีนครบโดสแล้วติดเชื้อได้มากกว่าสายพันธุ์อื่นๆ ที่ระบาดก่อนหน้านี้

ทั้งนี้ ทีมวิจัยของออกซ์ฟอร์ดวิเคราะห์ตัวอย่างจากลำคอและจมูกราว 2.58 ล้านตัวอย่างที่สุ่มเก็บจากชาวอังกฤษวัยผู้ใหญ่ระหว่างวันที่ 1 ธ.ค. 2020-16 พ.ค. 2021 จำนวน 380,000 ตัวอย่าง และผลการตรวจ 810,000 ชิ้นจากอาสาสมัคร 360,000 คน ระหว่างวันที่ 17 พ.ค.-1 ส.ค. เพื่อให้ครอบคลุมทั้งช่วงก่อนและหลังเดลตาระบาดในอังกฤษ