Bitcoin ร่วงลงต่ำกว่า $30,000 ครั้งแรกในรอบเดือน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/658462

วันที่ 20 ก.ค. 2564 เวลา 11:32 น.

Bitcoin ร่วงลงต่ำกว่า $30,000 ครั้งแรกในรอบเดือนอาการของคริปโตยักษ์ใหญ่ยังไม่สู้ดี ตอนนี้หล่นลงมาหนักในรอบเดือน

มูลค่าของ Bitcoin ลดลงต่ำกว่า 30,000 ดอลลาร์ นับเป็นการอ่อนค่าลงมากที่สุดนับตั้งแต่วันที่ 22 มิถุนายน Bloomberg รายงานว่า Bitcoin อ่อนค่า 2.7% ส่วนข้อมูลของ CoinDesk ระบุว่าลดลงเกือบ 6% ในขณะที่ ether ลดลง 8% และ XRP ลดลงเกือบ 10% 

ตามข้อมูล CoinMarketCap ตลาดคริปโตสูญเสียไปถึงประมาณ 90,000 ล้านดอลลาร์หมดภายใน 24 ชั่วโมง ณ เวลา 23:34 น. ตามเวลาภาคตะวันออกของสหรัฐ

การลดลงของ Bitcoin เกิดขึ้นหลังจากการเทขายครั้งใหญ่ในตลาดหุ้นทั่วโลกในวันจันทร์ ดัชนี Dow Jones Industrial Average มีการซื้อขายที่แย่ที่สุดนับตั้งแต่เดือนตุลาคมปีที่แล้ว

นักวิเคราะห์หลายคนมองว่าตอนนี้ Bitcoin กำลังอยู่ในช่วงขาลง และกังวลว่าหากลงไปต่ำกว่าแรงหนุนเชิงจิตวิทยาอาจสูญเสียมากกว่านี้

Photo by Ozan KOSE / AFP

กระแสต้านวัคซีนที่ฝรั่งเศสลามหนักถึงขั้นบุกทำลายศูนย์ฉีด #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/658459

วันที่ 20 ก.ค. 2564 เวลา 11:29 น.

กระแสต้านวัคซีนที่ฝรั่งเศสลามหนักถึงขั้นบุกทำลายศูนย์ฉีดชาวฝรั่งเศสไม่พอใจรัฐบาลบังคับฉีดวัคซีน รวมตัวประท้วง บุกทำลายศูนย์ฉีดวัคซีน เปรียบตัวเองเหมือนเป็นชาวยิวที่ถูกนาซีฆ่าล้างเผ่าพันธุ์

มาตรการบังคับให้บุคลากรทางการแพทย์ทุกคนต้องฉีดวัคซีนป้องกัน Covid-19 และข้อกำหนดให้แสดงใบรับรองการฉีดวัคซีน หรือมีผลตรวจ Covid-19 เป็นลบ หรือเพิ่งหายจากโรค สำหรับประชาชนทั่วไปก่อนเข้าใช้บริการในร้านอาหาร หรือสถานที่สาธารณะต่างๆ ที่มีผลบังคับใช้เมื่อวันพุธ (14 ก.ค.) สร้างความไม่พอใจให้ชาวฝรั่งเศสจำนวนหนึ่ง

นอกจากจะมีการรวมตัวประท้วงมาตรการดังกล่าวกว่า 100,000 คนทั่วประเทศเมื่อวันเสาร์ (17 ก.ค.) ยังมีรายงานว่าศูนย์ฉีดวัคซีนอย่างน้อย 2 แห่งทางตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศถูกคนที่ไม่พอใจทำลายเมื่อช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา

โดยศูนย์ฉีดแห่งหนึ่งใกล้กับเมืองเกรอน็อบล์ถูกทำลายและใช้สายฉีดน้ำดับเพลิงฉีดใส่จนน้ำท่วม ถัดมาเพียง 1 วัน ศูนย์ฉีดใกล้กับเมืองบิอาร์ริตซ์ถูกจุดไฟเผา และบริเวณใกล้เคียงกันยังมีการพ่นสีกราฟฟิติโดยใช้สัญลักษณ์ที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ที่นาซีบุกยึดฝรั่งเศสในอดีต

ฝ่ายที่ไม่เห็นด้วยมองว่ามาตรการคุมเข้มของประธานาธิบดร เอ็มมานูเอล มาครง ละเมิดเสรีภาพ

โจเซฟ สวาร์ช ชายวัย 94 ปีที่รอดชีวิตจากการถูกนาซีฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ที่ไม่พอใจมาตรการดังกล่าวเปรียบเทียบตัวเองที่ถูกบังคับฉีดวัคซีนเป็นชาวยิวที่ถูกนาซีเยอรมนีฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2

ผู้ประท้วงบางคนยังสวมดาวเหลืองซึ่งเป็นสัญลักษณ์ที่นาซีบังคับใช้ชาวยิวสวม บางคนถือป้ายที่เกี่ยวข้องกับค่ายกักกันตัวเอาช์วิตซ์และการแบ่งแยกสีผิวในแอฟริกาใต้ โดยผู้ประท้วงอ้างว่ารัฐบาลฝรั่งเศสปฏิบัติกับพวกเขาอย่างไม่เป็นธรรมด้วยมาตรการสกัดการแพร่ระบาดของ Covid-19

ขณะที่อีกฝ่ายหนึ่ง อาทิ เสิร์จ กลาสเฟลด์ นักประวัติศาสตร์และอดีตนักล่านาซีมองว่า ดาวเหลืองเป็นสัญลักษณ์ของความตายที่แยกชาวยิวออกจากสังคมแล้วนำไปฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ ขณะที่การฉีดวัคซีนเป็นการช่วยชีวิต ดังนั้นการนำทั้งสองอย่างนี้มาเปรียบเทียบกันเป็นเรื่องน่ารังเกียจ

อย่างไรก็ดี ชาวฝรั่งเศสอีกนับแสนคนพากันลงทะเบียนรับการฉีดวัคซีนหลังจากมาครงออกคำสั่งเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว

ขณะที่เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ทีมนักวิทยาศาสตร์เตือนว่าฝรั่งเศสจะเผชิญกับการระบาดระลอกที่ 4 ภายในไม่กี่เดือนข้างหน้า ทว่า ชาวฝรั่งเศสได้รับวัคซีนเข็มแรกแล้วเพียง 50% และไม่ถึง 40% ที่ได้รับครบโดสแล้ว

Photo by Sebastien SALOM-GOMIS / AFP

เวียดนามรับถ่ายทอดเทคโนโลยีวัคซีนจากรัสเซีย-สหรัฐ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/658455

วันที่ 20 ก.ค. 2564 เวลา 10:40 น.

เวียดนามรับถ่ายทอดเทคโนโลยีวัคซีนจากรัสเซีย-สหรัฐ เวียดนามหวังเป็นฮับการผลิตวัคซีน mRNA จากสหรัฐ และเตรียมรับเทคโนโลยีผลิตวัคซีนรัสเซีย

รอยเตอร์สรายงานว่ารัฐบาลเวียดนามแถลงบรรลุข้อตกลงเกี่ยวกับการถ่ายโอนเทคโนโลยีสำหรับผลิตวัคซีนต้านโควิด-19 ของรัสเซียและสหรัฐ ด้วยความพยายามที่จะเพิ่มขีดความสามารถด้านวัคซีนของประเทศ โดยไม่ได้ให้รายละเอียดว่าเป็นวัคซีนตัวใด

ขณะที่สื่อท้องถิ่นรายงานว่ากระทรวงสาธารณสุขของเวียดนามกำลังเจรจากับรัสเซียเพื่อผลิตวัคซีน Sputnik V และองค์การอนามัยโลก (WHO) กล่าวเมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมาว่ากำลังทบทวนข้อเสนอของผู้ผลิตในเวียดนามเพื่อให้เป็นศูนย์กลางการผลิตวัคซีนโควิด-19 ชนิด mRNA

นอกจากนี้รายงานยังระบุว่าเวียดนามจะได้รับวัคซีนจาก Pfizer อีกจำนวน 20 ล้านโดส ส่งผลให้เวียดนามจะมีวัคซีนดังกล่าวรวมเป็น 51 ล้านโดส และจะได้รับวัคซีน Moderna ผ่านโครงการ COVAX

จนถึงขณะนี้เวียดนามได้รับวัคซีนแล้วประมาณ 10.6 ล้านโดส โดยได้บรรลุข้อตกลงสั่งซื้อวัคซีนทั้งหมด 105 ล้านโดส และอยู่ในระหว่างการเจรจาอีก 70 ล้านโดสซึ่งคาดว่าจะได้รับภายในปีนี้หรือต้นปีหน้า

สำหรับวัคซีน NanoCovax ที่พัฒนาเองในประเทศนั้นกระทรวงสาธารณสุขเวียดนามคาดว่าจะได้ใช้ภายในสิ้นปีนี้

โดยขณะนี้เวียดนามกำลังเผชิญกับการแพร่ระบาดระลอกที่หนักที่สุด โดยมีจำนวนผู้ติดเชื้อรายวันเพิ่มขึ้นเป็นประวัติการณ์ ซึ่งเพิ่มแรงกดดันต่อรัฐบาลในการเร่งฉีดวัคซีน ซึ่งได้ฉีดไปแล้วประมาณ 4.3 ล้านโดส โดยมีประชากรได้รับวัคซีนครบโดสแล้วอยู่ที่ประมาณ 310,000 คน จากประชากรทั้งหมด 98 ล้านคน

Photo by Patrick T. FALLON / AFP

เกาหลีเหนือเตือนคนรุ่นใหม่ห้ามใช้คำศัพท์จากเกาหลีใต้ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/658425

วันที่ 19 ก.ค. 2564 เวลา 19:00 น.

เกาหลีเหนือเตือนคนรุ่นใหม่ห้ามใช้คำศัพท์จากเกาหลีใต้รัฐบาลเกาหลีเหนือเตือนเยาวชนไม่ให้ใช้ศัพท์แสลงและวัฒนธรรมอื่นๆ จากเกาหลีใต้

รัฐบาลเกาหลีเหนือออกประกาศผ่านหนังสือพิมพ์โรดอง ซินมุน ของรัฐบาลเพื่อเตือนเยาวชนถึงการใช้คำศัพท์แสลง รวมถึงการแต่งกาย แฟชั่น สื่อบันเทิง การแสดงความรักในที่สาธารณะ และวัฒนธรรมอื่นๆ จากเกาหลีใต้ และเน้นย้ำให้ประชาชนใช้ภาษาที่ถูกต้องตามมาตรฐานของเกาหลีเหนือเพื่อป้องกันการแทรกซึมทางวัฒนธรรม

ส่วนหนึ่งของบทความในหนังสือพิมพ์ระบุว่า “การแทรกซึมทางอุดมการณ์และวัฒนธรรมภายใต้ป้ายโฆษณาสีสันสดใสของชนชั้นนายทุนนั้นอันตรายยิ่งกว่าศัตรูที่ติดอาวุธปืน แทนที่จะเลียนแบบเกาหลีใต้ เยาวชนเกาหลีเหนือควรใช้ภาษาของตนที่เหนือชั้นกว่า”

โดยในบรรดาคำศัพท์ที่ห้ามใช้อย่างเป็นทางการคือคำว่า oppa (อปปา) ซึ่งหมายถึงพี่ชาย โดยชาวเกาหลีใต้มักใช้เรียกคู่รักหรือแฟนหนุ่ม อย่างไรก็ตามแม้ว่าเกาหลีเหนือและเกาหลีใต้จะใช้ภาษาเดียวกันแต่ภาษาถิ่นนั้นมีความแตกต่างกันอย่างชัดเจน

สำนักข่าวต่างประเทศระบุว่านี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่รัฐบาลเกาหลีเหนือออกคำเตือนเกี่ยวกับการรับวัฒนธรรมจากเกาหลีใต้ รวมถึงดนตรีเคป๊อป ละครโทรทัศน์ การแต่งกาย หรือแม้กระทั่งท่าเต้น ซึ่งคิม จอง-อึน ผู้นำเกาหลีเหนือกล่าวว่าเคป๊อปเป็นมะเร็งร้ายที่จะคร่าชีวิตเยาวชนเกาหลีเหนือ

โดยในเดือนธันวาคมที่ผ่านมาได้มีการออกกฎหมายเพื่อป้องกันการแทรกซึมทางวัฒนธรรม ซึ่งมีโทษตั้งแต่จำคุกไปจนถึงประหารชีวิต

Photo by STR / KCNA VIA KNS / AFP

เปิดตัว Medigen วัคซีนฝีมือไต้หวัน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/658407

วันที่ 19 ก.ค. 2564 เวลา 17:37 น.

เปิดตัว Medigen วัคซีนฝีมือไต้หวันไต้หวันอนุมัติวัคซีน MVC-COV1901 จากบริษัท Medigen วัคซีน protein subunit ที่ผลิตเองแม้ยังไม่ได้ทดลองเฟส 3

วันนี้ (19 ก.ค.) ไต้หวันอนุมัติ MVC-COV1901 วัคซีนต้านโควิด-19 ที่พัฒนาโดยบริษัท Medigen Vaccine Biologics จากไต้หวัน โดยได้รับความร่วมมือจาก Dynavax Technologies และสถาบันสุขภาพแห่งชาติจากสหรัฐอเมริกา

ข้อมูลเบื้องต้นของวัคซีน

MVC-COV1901 หรือที่เรียกว่า Medigen ตามชื่อบริษัทผู้พัฒนาเป็นวัคซีนที่ผลิตโดยใช้โปรตีนส่วนหนึ่งของเชื้อ หรือที่เรียกว่าวัคซีนประเภท Protein subunit ซึ่งจะเห็นได้ว่าวัคซีนตัวใหม่ๆ นิยมใช้เทคโนโลยีในการผลิตนี้มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็น Novavax จากสหรัฐ, Corbevax จากอินเดีย, Abdala จากคิวบา, Zhifei จากจีน และอื่นๆ

วัคซีนดังกล่าวได้รับการอนุมัติจากอย. ไต้หวันเพื่อใช้ในกรณีฉุกเฉินหลังจากเสร็จสิ้นการทดลองระยะที่ 2 อย่างปลอดภัย โดยอนุมัติใช้สำหรับผู้ที่มีอายุ 20 ปีขึ้นไป ในปริมาณ 2 โดส เว้นระยะเวลาห่างกัน 28 วัน

เมื่อไหร่จะได้ใช้

Charles Chen ซีอีโอของ Medigen คาดว่าบริษัทจะสามารถผลิตวัคซีนได้ 10 ล้านโดสภายในสิ้นปีนี้ แต่บางส่วนอาจเริ่มส่งมอบได้ภายในเดือนส.ค. นี้ ขึ้นอยู่กับการอนุมัติจากคณะกรรมการที่ปรึกษาด้านการสร้างภูมิคุ้มกัน (ACIP)

ส่วนเรื่องราคานั้นยังไม่เป็นที่แน่ชัด แต่เนื่องจากความต้องการวัคซีนทั่วโลกมีปริมาณมหาศาล ดังนั้น อุปสรรคสำคัญที่ Medigen ต้องเผชิญคือการขาดแคลนวัตถุดิบในการผลิตวัคซีน และราคาวัตถุดิบพุ่งสูงขึ้น ซึ่งจะส่งผลให้ต้นทุนของบริษัทสูงขึ้นเช่นกัน

การทดลองและประสิทธิภาพ

ปัจจุบัน Medigen ยังไม่เสร็จสิ้นการทดลองระยะสุดท้ายและยังไม่มีข้อมูลด้านประสิทธิภาพของวัคซีน แต่กระทรวงสาธารณสุขของไต้หวันกล่าวว่าการศึกษาจนถึงขณะนี้ชี้ว่าแอนติบอดีที่สร้างขึ้นจากการฉีดวัคซีนดังกล่าวสูงกว่าเกณฑ์ที่กำหนดไว้ และไม่ด้อยไปกว่าวัคซีนของ AstraZeneca

ทั้งนี้ วัคซีน Medigen เพิ่งเสร็จสิ้นการทดลองระยะที่ 2 ในไต้หวันและเวียดนาม โดยกระทรวงสาธารณสุขไต้หวันกล่าวว่าไม่มีข้อกังวลด้านความปลอดภัยในระหว่างการทดลอง

ข้อมูลการทดลองชี้ว่าไม่มีอาสาสมัครคนใดเกิดอาการข้างเคียงรุนแรงหลังได้รับวัคซีน โดยอาการทั่วไปที่พบ ได้แก่ ไข้ขึ้น อ่อนเพลีย ปวดหัว ท้องเสีย คลื่นไส้ ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ และปวดบริเวณที่ฉีดวัคซีน

ไต้หวันด่วนอนุมัติ?

การพัฒนาวัคซีนของตนเองเป็นเป้าหมายหลักของรัฐบาลไต้หวัน แม้ว่าจะได้รับวัคซีนจาก Moderna และ AstraZeneca รวมกว่า 20 ล้านโดส ตลอดจนได้รับการจัดสรรวัคซีนผ่านโครงการ COVAX และการบริจาคจากญี่ปุ่นและสหรัฐเกือบ 6 ล้านโดส

โดยรัฐบาลไต้หวันลงนามในข้อตกลงสั่งซื้อวัคซีนกับบริษัท Medigen และ UBI Pharma อีกหนึ่งบริษัทผลิตวัคซีนสัญชาติไต้หวันในเดือนพ.ค. ที่ผ่านมา รวมเป็นจำนวน 20 ล้านโดส

ทั้งนี้ ไต้หวันได้สามารถฉีดวัคซีนได้เพิ่มขึ้นอย่างมากในเดือนที่แล้ว โดยปัจจุบันประมาณ 20% ของประชากร 23.5 ล้านคนในไต้หวันได้รับวัคซีนเรียบร้อยแล้ว และตอนนี้สามารถควบคุมการแพร่ระบาดของโรคได้แล้วหลังผู้ติดเชื้อพุ่งสูงในเดือนพ.ค.

Photo by Sam Yeh / AFP

อังกฤษประกาศวันแห่งเสรีภาพปลดล็อกคุมโควิด แต่ติดเชื้อกลับพุ่ง #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/658382

วันที่ 19 ก.ค. 2564 เวลา 15:05 น.

อังกฤษประกาศวันแห่งเสรีภาพปลดล็อกคุมโควิด แต่ติดเชื้อกลับพุ่งคิดถูกไหม? อังกฤษคลายล็อกดาวน์แม้ติดเชื้อหลายหมื่นต่อวัน ผู้เชี่ยวชาญเตือนอาจแตะหลักแสนต่อวัน

วันที่ 19 ก.ค. รัฐบาลอังกฤษประกาศคลายล็อกดาวน์และมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดของโควิด-19 โดยเรียกว่าวันแห่งเสรีภาพ (Freedom day) แม้ว่ายอดผู้ติดเชื้อยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องแตะที่กว่า 40,000 รายต่อวัน ขณะที่ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่าการผ่อนคลายมาตรการครั้งนี้อาจส่งผลให้มีผู้ติดเชื้อรายใหม่ถึง 200,000 รายต่อวัน

การผ่อนคลายมาตรการดังกล่าวจะส่งผลให้ประชาชนสามารถพบปะกันได้โดยไม่จำกัดจำนวน สามารถกลับไปทำงานที่ทำงานได้ตามปกติ ยกเลิกมาตรการเว้นระยะห่างทางสังคมและการบังคับสวมหน้ากากอนามัย ตลอดจนสถานบันเทิงและโรงภาพยนตร์สามารถกลับมาเปิดให้บริการ

รวมถึงประชาชนสามารถเดินทางไปยังประเทศในกลุ่มสีเหลือง (amber list) ซึ่งมีประเทศไทยรวมอยู่ด้วย และเดินทางกลับประเทศได้โดยไม่ต้องกักตัวหากฉีดวัคซีนครบโดสแล้ว

แม้ว่าจะเสี่ยงต่อการมีผู้ติดเชื้อมากขึ้น แต่การวิจัยโดยสาธารณสุขอังกฤษและมหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ชี้ว่าการเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลและอาการเจ็บป่วยรุนแรงรวมถึงการเสียชีวิตจากโควิด-19 ในอังกฤษนั้นลดลงอยู่ในระดับต่ำกว่าช่วงพีคก่อนหน้านี้ เนื่องจากการฉีดวัคซีนที่ดำเนินการอย่างรวดเร็วและครอบคลุม

โดยขณะนี้มีประชาชนที่อายุ 18 ปีขึ้นไปเกือบ 50 ล้านคนหรือคิดเป็น 88% ของวัยผู้ใหญ่ทั้งหมดได้รับวัคซีนอย่างน้อย 1 โดส ขณะที่กว่า 35 ล้านคนหรือ 68% ได้รับวัคซีนครบโดสแล้ว ซึ่งรัฐบาลตั้งเป้าให้ผู้ใหญ่ทุกคนได้รับวัคซีนครบโดส 100% ภายในเดือนก.ย.

ด้านนายกรัฐมนตรีบอริส จอห์นสัน กล่าวว่านับเป็นความสำเร็จที่อังกฤษสามารถฉีดวัคซีนได้ในจำนวนนี้ภายในระยะเวลาเพียง 8 เดือน และการผ่อนคลายมาตรการควบคุมโรคครั้งนี้แม้อาจทำให้ผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นในช่วงฤดูร้อน แต่ตนเชื่อว่าดีกว่าผ่อนคลายในช่วงฤดูหนาวหรือช่วงอื่นๆ

พร้อมเน้นย้ำให้ประชาชนระมัดระวังและป้องกันตัวเอง รวมถึงการสวมหน้ากากอนามัยในบางสถานการณ์แม้ว่าจะไม่มีข้อบังคับทางกฎหมายก็ตาม

แต่อย่างไรก็ตามผู้เชี่ยวชาญบางคนเตือนว่าการผ่อนคลายข้อจำกัดครั้งใหญ่ไม่ควรดำเนินต่อไปท่ามกลางผู้ติดเชื้อรายใหม่ที่เพิ่มขึ้นจำนวนมากเนื่องจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 สายพันธุ์เดลตาที่ทั่วโลกกังวลอยู่ในขณะนี้

ดร.ชานด์ นาคปอล ประธานสมาคมการแพทย์แห่งอังกฤษ กล่าวก่อนหน้านี้ว่า “มันเป็นการขาดความรับผิดชอบและเป็นอันตรายที่รัฐบาลตัดสินใจที่จะเดินหน้าแผนยกเลิกมาตรการควบคุมโควิด-19”

ด้านโจนาธาน แอชเวิร์ธ โฆษกด้านสาธารณสุขของพรรคฝ่ายค้านกล่าวว่าการยกเลิกข้อกำหนดเรื่องหน้ากากอนามัยและคำแนะนำให้ทำงานจากที่บ้านนั้นเป็นความ “ประมาทเลินเล่อ” และเตือนถึง “วันแห่งความโกลาหล” ในเครือข่ายคมนาคมขนส่ง เนื่องจากผู้คนกลับไปทำงานหลังจากห่างไปหลายเดือน

“นายกรัฐมนตรีเน้นย้ำถึงความสำคัญของแนวทางการป้องกันโรคและเตือนให้ระมัดระวังซ้ำแล้วซ้ำเล่า แต่ในความเป็นจริงรัฐบาลกำลังยกเลิกกฎระเบียบทั้งหมดในคราวเดียวซึ่งอาจส่งผลร้ายแรงตามมา”

อย่างไรก็ตามรัฐบาลยืนยันว่าวัคซีนที่ใช้อยู่มีประสิทธิภาพสูงในการป้องกันการรักษาตัวในโรงพยาบาลจากโควิด-19 สายพันธุ์เดลตา ทั้งนี้ การฉีด Pfizer แสดงประสิทธิภาพในการป้องกันโรค 96% และ AstraZeneca 92% เมื่อฉีดวัคซีนครบโดส

Photo by Tolga Akmen / AFP

Elon Musk ดัน Dogecoin ราคาพุ่งอีกแล้ว #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/658375

วันที่ 19 ก.ค. 2564 เวลา 13:29 น.

Elon Musk ดัน Dogecoin ราคาพุ่งอีกแล้วขณะที่คริปโตใหญ่ๆ กำลังซบเซาเหมือนหมีจำศีล แต่เหรียญหมากำลังกลับมาอยู่ในความสนใจอีกครั้ง

Dogecoin ที่เคยแรงอยู่พักหนึ่งจนกระทั่งมูลค่าลดลงประมาณ 75% จากจุดสูงสุดในเดือนเมษายน ตอนนี้ไต่ขึ้นจากระดับต่ำสุดที่ต่ำกว่า 17 เซนต์หลังจากอีลอน มัสก์ (Elon Musk) ทวีตถึงมันอีกครั้ง

มัสก์มักจะเอ่ยถึง Dogecoin แบบเป็นนัยๆ และบางครั้งดูเหมือนจะเป็นการเปรยทีเล่นทีจริง แต่ตลาดมักจะถือว่าจริงจังจนทำให้ราคามันแรงอยู่พักหนึ่งเพราะทวีตของมัสก์ ล่าสุดมัสก์ทวยีตว่า “Lil X is hodling his Doge like a champ. Literally never said the word “sell” even once!” (Lil X กำลังอุ้ม Doge ของเขาเหมือนแชมป์ จริงๆ แล้วไม่เคยพูดคำว่า “ขาย” แม้แต่ครั้งเดียว!”

Lil X อาจจะหมายถึงชื่อแรปเปอร์ชาวอเมริกัน แต่มัสก์น่าจะหมายถึง X Æ A-12 ซึ่งเป็นชื่อของลูกชายเขา และก่อนหน้านี้มัสก์ยังซื้อ Dogecoin ให้ลุกชายของเขาด้วย และตัวเขาเองก็ยังถือไว้จำนวนหนึ่งแต่ไม่ทราบว่าเทาาไร

เป็นที่น่าจับตาว่าการที่มัสก์ออกมาพูดถึง Dogecoin แบบรัวๆ อีกครั้งในช่วงไม่กี่วันนี้ อาจเป็นการปลุกกระแสตลาด Dogecoin ขึ้นมาอีกครั้งหรือไม่? ซึ่งจนถึงตอนนี้ Dogecoin มีมูลค่าเพิ่มขึ้นเกือบ 6,000% เริ่มจากช่วงเวลาเดียวกันนี้ของปีที่แล้ว

แม้จะซบเซาไปช่วงหนึ่งแต่ล่าสุด มีรายงานว่าปริมาณการซื้อขาย Dogecoin เพิ่มขึ้น 1,250% ในไตรมาสที่สองของปีจากข้อมูลตัวเลขที่รวบรวมโดย Coinbase และรายงานโดยเว็บไซต์ Business Insider

ปริมาณการซื้อขายเฉลี่ยของ Dogecoin พุ่งสูงถึง 995 ล้านดอลลาร์ต่อวันในช่วงเดือนเมษายนถึงมิถุนายน จากเพียง 74 ล้านดอลลาร์ต่อวันในไตรมาสแรก เนื่องจากบริษัทแลกเปลี่ยนเช่น Coinbase, eToro และ Gemini ได้เพิ่ม Dogecoin เข้าไปในบริการเพราะความสนใจที่คึกคักในหมุ่นักลงทุน

Photo by Christophe Gateau / dpa / AFP

กลัวกระแสลบ Toyota ถอดโฆษณาโตเกียวโอลิมปิก #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/658367

วันที่ 19 ก.ค. 2564 เวลา 12:20 น.

กลัวกระแสลบ Toyota ถอดโฆษณาโตเกียวโอลิมปิกรวมถึงซีอีโอของ Toyota ผู้สนับสนุนการแข่งขันกีฬาโอลิมปิก “โตเกียว 2020” จะไม่เข้าร่วมพิธีเปิด

Reuters อ้างรายงานของหนังสือพิมพ์ Yomiuri ของญี่ปุ่นว่าบริษัท Toyota Motor Corp. ผู้สนับสนุนการแข่งขันโอลิมปิกฤดูร้อน 2020 หรือ โตเกียว 2020 แถลงในวันนี้ (19 ก.ค.) ว่าจะไม่ออกอากาศโฆษณาใดๆ ในญี่ปุ่นที่เกี่ยวข้องกับการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกที่โตเกียว

โดยอ้างคำพูดของผู้บริหารบริษัทว่า “การแข่งขันกีฬาโอลิมปิกกำลังกลายเป็นงานที่ไม่ได้รับความสนใจจากสาธารณชน” และคาดว่าอากิโอะ โทโยดะ ซีอีโอของ Toyota และบุคลากรคนอื่นๆ จะไม่เข้าร่วมพิธีเปิดที่จะจัดขึ้นในวันศุกร์นี้ (23 ก.ค.)

สืบเนื่องจากการจัดการแข่งขันกีฬาในครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางการแพร่ระบาดของโควิด-19 โดยเฉพาะในโตเกียวที่พบผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้น ขณะที่ชาวญี่ปุ่นจำนวนมากไม่สนับสนุนให้จัดการแข่งขันในสถานการณ์เช่นนี้

ด้านสำนักข่าว Nikkei รายงานว่ามาสะ ทากายะ โฆษกโตเกียว 2020 กล่าวว่าการจัดการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกในปีนี้เผชิญกับสถานการณ์ที่ท้าทาย แต่พันธมิตรและผู้สนับสนุนยังคงสนับสนุนงานโตเกียว 2020 อยู่เสมอ และแน่นอนว่าในสถานการณ์นี้มีความรู้สึกของสาธารณชนผสมอยู่ด้วย ซึ่งขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของแต่ละบริษัทว่าพวกเขาจะถ่ายทอดข้อความขององค์กรไปยังสาธารณชนอย่างไร

ขณะที่ Kyodo News ระบุว่าการตัดสินใจของ Toyota ในครั้งนี้อาจสะท้อนถึงความพยายามของผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่ในการป้องกันภาพลักษณ์ของแบรนด์ไม่ให้เสียหายในขณะที่การแข่งขันกีฬาโอลิมปิกยังคงดำเนินต่อไป แม้จะมีการต่อต้านอย่างรุนแรงจากสาธารณชน และความกังวลว่าจะเกิดการแพร่ระบาดของโควิด-19

ทั้งนี้ เมื่อสัปดาห์ก่อนโตเกียวรายงานผู้ติดเชื้อโควิด-19 รายใหม่มากที่สุดขับตั้งแต่เดือนม.ค. ขณะที่ยอดผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และพบการแพร่ระบาดที่โรงแรมแห่งหนึ่งในโตเกียวซึ่งเป็นที่พักของนักกีฬาโอลิมปิกและเจ้าหน้าที่จากบราซิล ท่ามกลางความกังวลว่าการจัดการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกในครั้งนี้จะเป็น “ซูเปอร์สเปรดเดอร์” เนื่องจากนักกีฬาและตัวแทนกว่า 15,000 รายจากกว่า 200 ประเทศทั่วโลกจะมารวมตัวกัน ในขณะที่่ญี่ปุ่นอยู่ในการประกาศภาวะฉุกเฉินสถานการณ์โควิด-19

นอกจากนี้เมื่อเดือนมิ.ย. ที่ผ่านมาแพทย์ประจำสนามและอาสาสมัครราว 10,000 คนจากทั้งหมด 80,000 คนแจ้งความประสงค์ถอนตัวออกจากการช่วยงานโดยส่วนใหญ่กังวลถึงการแพร่ระบาดของโรค รวมถึงยังมีอาสาสมัครส่วนหนึ่งที่ถอนตัวไปก่อนหน้านั้นเนื่องจากประท้วงคำพูดเหยียดเพศของโยชิ โมริ อดีตประธานคณะกรรมการโตเกียว 2020 และอีกส่วนหนึ่งที่ถอนตัวหลังการแข่งขันถูกเลื่อนออกมา 1 ปี

จากการสำรวจทางโทรศัพท์ที่ดำเนินการโดย Asahi Shimbuna ในญี่ปุ่นเมื่อกลางเดือนพ.ค. พบว่า 43% ของผู้ตอบแบบสอบถามมองว่าควรยกเลิกการจัดการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกในครั้งนี้ และ 40% มองว่าโอลิมปิดควรเลื่อนออกไปอีกครั้ง

Photo by Philip FONG / AFP

แค่ครึ่งเดือน โควิดคร่าแพทย์อินโดกว่า 100 ศพ แม้ฉีดวัคซีน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/658354

วันที่ 19 ก.ค. 2564 เวลา 11:00 น.

แค่ครึ่งเดือน โควิดคร่าแพทย์อินโดกว่า 100 ศพ แม้ฉีดวัคซีนแพทย์อินโดนีเซียเสียชีวิตจากโควิด-19 รวมกว่า 500 ราย แม้เกือบทั้งหมดได้รับวัคซีนแล้ว กระตุ้นรัฐฉีด Moderna เป็นเข็ม 3 ให้แพทย์ที่เคยฉีด Sinovac

สำนักข่าวรอยเตอร์สรายงานว่าการเสียชีวิตด้วยโรคโควิด-19 ของแพทย์ในอินโดเซียเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในช่วงครึ่งแรกของเดือนกรกฎาคม อันเนื่องมาจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 สายพันธุ์เดลตาที่ทำให้การติดเชื้อเพิ่มขึ้นทั่วประเทศ

เจ้าหน้าที่จากสมาคมแพทย์ของอินโดนีเซีย (IDI) แถลงว่าในช่วงวันที่ 1 ถึง 17 กรกฎาคมมีแพทย์ในอินโดนีเซียเสียชีวิตด้วยโรคโควิด-19 รวม 114 ราย ซึ่งเป็นจำนวนที่มากที่สุดในช่วงระยะเวลาเท่ากันของทุกเดือนที่ผ่านมา

ส่งผลให้มีแพทย์เสียชึวิตไปแล้ว 545 รายนับตั้งแต่เริ่มเผชิญกับวิกฤตโรคระบาดครั้งนี้ แม้จะอัตราการฉีดวัคซีนถึง 95% ในกลุ่มบุคลากรทางการแพทย์และเจ้าหน้าที่สาธารณสุข

จึงกระตุ้นให้รัฐบาลตัดสินใจใช้วัคซีนต้านโควิด-19 ชนิด mRNA ของ Moderna เพื่อเป็นเข็มที่ 3 หรือบูสเตอร์สำหรับกระตุ้นภูมิคุ้มกันให้แก่บุคลากรทางการแพทย์ที่เคยได้รับวัคซีน Sinovac

ทั้งนี้ เนื่องจากการแพร่ระบาดของสายพันธุ์เดลตาที่มีความรุนแรงมากขึ้นส่งผลให้อินโดนีเซียพบผู้ป่วยรายใหม่ทะลุ 50,000 รายในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมาซึ่งเป็นจำนวนที่มากที่สุดในโลก ขณะที่ผู้เสียชีวิตรายวันสูงเป็นอันดับ 2 ของโลกรองจากบราซิล

เมื่อวันที่ 18 ก.ค. ที่ผ่านมาอินโดนีเซียรายงานผู้ป่วยรายใหม่อยู่ที่ 44,721 รายและผู้เสียชีวิต 1,093 ราย ขณะที่ผู้เชี่ยวชาญเรียกอินโดนีเซียว่าเป็นศูนย์กลางการระบาดแห่งใหม่

มเหสา ปาราณาดิปา (Mahesa Paranadipa) เจ้าหน้าที่อาวุโสของ IDI กังวลว่าระบบการแพทย์อาจไม่สามารถรับมือกับการแพร่ระบาดครั้งนี้ได้ และอาจเกิดการล่มสลายของระบบสาธารณสุข นอกจากนี้ยังมีความเป็นไปได้ว่าตัวเลขดังกล่าวที่เราเห็นเป็นเพียงตัวเลขที่ได้รับรายงาน หมายความว่าอาจยังมีผู้ป่วยและผู้เสียชีวิตมากกว่านี้

Photo by Timur Matahari / AFP

เมียนมาเจอศึกสองด้าน กำลังกลายเป็น ‘รัฐซูเปอร์สเปรดเดอร์’ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/658351

วันที่ 19 ก.ค. 2564 เวลา 10:35 น.

เมียนมาเจอศึกสองด้าน กำลังกลายเป็น 'รัฐซูเปอร์สเปรดเดอร์'ในขณะที่การต่อต้านเผด็จการยังดำนเนิต่อไป สถานการณ์โควิดเมียนมาเลวร้ายลงทุกที เจาะเรื่องราวจิตอาสาผู้รับขนย้ายศพเหยื่อโควิดในเมียนมาโดยสำนักข่าว AFP

ขณะที่โรงพยาบาลในเมียนมาที่บริหารโดยรัฐบาลเผด็จการไม่มีเจ้าหน้าที่ทางการแพทย์ที่สนับสนุนประชาธิปไตยมาทำงานอีก ส่วนผู้ป่วยโรคโคโรนาไวรัสก็เพิ่มสูงขึ้นทั่วประเทศ อาสาสมัครจึงต้องออกไปตามบ้านเพื่อเคลื่อนย้ายร่างผู้เสียชีวิตในบ้านของพวกเขาซึ่งตกเป็นเหยื่อของโควิด-19 ที่เพิ่มจพนวนขึ้นอย่างรวดเร็ว

ทุกเช้า โทรศัพท์ของ ตัน ตัน ซอ ดังขึ้นพร้อมกับคำขอจากสมาชิกในครอบครัวของผู้เสียชีวิตในนครย่างกุ้ง เมืองหลวงทางเศรษฐกิจของเมียนมา

เธอเขียนชื่อ ที่อยู่ และเบอร์ติดต่อของผู้เสียชีวิตในบัญชีแยกประเภท และส่งทีมไปที่บ้านของพวกเขา

“เรากำลังให้บริการโดยไม่หยุดพัก” เธอบอกกับเ AFP ณ สำนักงานอันคึกคักของกลุ่มอาสาสมัครของเธอ

ทุกวัน “ทีมผมเก็บศพได้ 30-40 ศพ…ฉันคิดว่าทีมอื่นก็คงเหมือนเรา”

“บางครั้ง มีศพอยู่ 2 ศพในบ้านหลังเดียว”

โรงพยาบาลทั่วประเทศไม่มีทั้งแพทย์และผู้ป่วย เนื่องจากการนัดหยุดงานระยะยาวเพื่อต้านต่อระบอบการปกครองของทหารที่ยึดอำนาจในเดือนกุมภาพันธ์

ความโกรธแค้นต่อการรัฐประหารในวงกว้าง และความกลัวที่จะถูกมองว่าร่วมมือกับรัฐบาล ยังทำให้หลายคนไม่กล้าไปใช้บริการโรงพยาบาลที่ดำเนินการโดยกองทัพ ทำให้อาสาสมัครต้องจัดหาออกซิเจนอันมีค่าและนำคนตายไปเผาศพ

ซาน อู ซึ่งเริ่มทำงานเป็นอาสาสมัครขับรถเมื่อเกิดการระบาดครั้งแรกในเมียนมาเมื่อปีที่แล้ว กล่าวว่า เวลาทำงานปกติตอนนี้อย่างน้อยนานถึง 13 ชั่วโมง

“เราเคยส่งผู้ป่วยไปโรงพยาบาล” เขากล่าวกับ AFP “เราถามคนไข้ว่า ‘คุณต้องการไปโรงพยาบาลไหน’

“แต่ตอนนี้มันต่างออกไป เมื่อเราได้รับสายเรียกเข้า เราต้องถามว่า ‘สุสานไหน’”

เจ้าหน้าที่รายงานผู้ป่วยเกือบ 5,500 รายในวันเสาร์ เพิ่มขึ้นจากประมาณ 50 รายต่อวันในช่วงต้นเดือนพฤษภาคม แต่นักวิเคราะห์กล่าวว่ายอดผู้เสียชีวิตจริงน่าจะสูงกว่ามาก

ที่บ้านของเหยื่อรายหนึ่ง ซาน อูและทีมจับศพไว้บนเปลหาม คลุมด้วยผ้าห่ม แล้วเดินขึ้นบันไดไม้แคบๆ ลงไปที่ถนน

พวกเขานำเปลหามไปที่รถตู้ในขณะที่อาสาสมัครอีกคนหนึ่งตีฆ้องที่ใช้ในพิธีศพตามประเพณีพุทธศาสนาในเมียนมา

เมื่อพวกเขามาถึงเมรุเผาศพจี ซู มีรถพยาบาลอย่างน้อยแปดคันที่จอดอยู่ข้างนอกแล้ว

หน้ากระจกหน้ารถยนต์คันหนึ่งมีคำว่า “Dead Body Carrier” ติดเอาไว้

– ‘มีแต่ข่าวร้าย’ –

เจ้าหน้าที่ทางการแพทย์ซึ่งอยู่แนวหน้าในการรับมือโควิด-19 ของเมียนมาก่อนการรัฐประหารตกเป็นของทงการเผด็จการ หลังจากพวกเขากลายเป็นผู้นำการประท้วงต่อต้านรัฐบาลเผด็จการทหารในช่วงแรก

เจ้าหน้าที่สาธารณสุขระดับสูง รวมทั้งหัวหน้าโครงการฉีดวัคซีนของเมียนมาถูกควบคุมตัว และอีกหลายร้อยคนต้องไปเคลื่อนไหวใต้ดินเพื่อหลีกเลี่ยงการจับกุม

เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว สภาบริหารรัฐ (State Administration Council) ซึ่งเป็นคำที่รัฐบาลทหารใช้เรียกตัวเองว่า เรียกร้องให้แพทย์และพยาบาลอาสาเข้าร่วมโครงการต้านโควิด-19 โดยยอมรับว่ากำลังเผชิญกับ “ความยากลำบาก” ในการควบคุมการแพร่ระบาด

สื่อของรัฐรายงานเมื่อวันเสาร์ว่า ทางการกำลังเร่งจัดหาอุปกรณ์ออกซิเจนจากเพื่อนบ้านคือไทยและจีน

ผู้รายงานพิเศษด้านสิทธิมนุษยชนของสหประชาชาติในเมียนมาเตือนเมื่อสัปดาห์ที่แล้วว่าประเทศกำลังเสี่ยงที่จะ “กลายเป็นรัฐซูเปอร์สเปรดเดอร์ของโควิด-19”

ตัน ตัน โซ กล่าวว่าทีมของเธอสองคนมีผลตรวจเป็นบวกตั้งแต่เกิดการระบาดครั้งล่าสุด และมีผู้เสียชีวิตหนึ่งราย

“ทุกสิ่งที่ฉันได้ยินมีแต่ข่าวร้าย” เธอบอก

ชายคนหนึ่งที่ก่อนหน้านี้ได้รับความช่วยเหลือจากทีมงานของเธอช่วย ยกหูโทรหาพี่ชายของเขาที่สุสานจี ซูซึ่งกำลังปรกอบพิธีเผาศพแม่ของพเขา แต่ตอนนี้เขาขอให้พี่ช่วยรอรถพยาบาลที่กำลังพาพ่อของพวกเขาซึ่งเพิ่งเสียชีวิตไปที่สุสานอีกศพหนึ่ง

“ผมอยากให้พ่อแม่เจอหน้ากันเป็นครั้งสุดท้าย” เขาสะอื้นในโทรศัพท์

สำหรับ ตัน ตัน โซ ฉากดังกล่าวเกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า

“บางครั้งฉันไม่รับโทรศัพท์และไม่อยากรับสาย” เธอบอก

“ไม่ใช่เพราะฉันไม่อยากทำหน้าที่ของฉัน… แต่เป็นเพราะฉันเจ็บปวดมาก”

สกู๊ปข่าวจาก AFP เรื่อง ‘Dead body carrier’: Covid surge overwhelms Myanmar burial volunteers

ภาพชุดจิตอาสาขนศพ

Photo by Ye Aung THU / AFP
Photo by Ye Aung THU / AFP
Photo by Ye Aung THU / AFP
Photo by Ye Aung THU / AFP

ภาพชุดการรอคอยออกซิเจน

Photo by STR / AFP
Photo by STR / AFP
Photo by STR / AFP
Photo by STR / AFP