ยอดติดเชื้อเวียดนามทุบสถิติ สั่งฮานอยล็อคดาวน์ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/658328

วันที่ 18 ก.ค. 2564 เวลา 20:37 น.

ยอดติดเชื้อเวียดนามทุบสถิติ สั่งฮานอยล็อคดาวน์เวียดนามด่านแตกไปอีกประเทศ เมื่อยอดผู้ติดเชื้อโควิด-19 รายวันของเวียดนามทะลุ 5,926 ราย

สำนักข่าวรอยเตอร์เผยเวียดนามรายงานสถิติใหม่ยอดผู้ป่วยโควิด-19 รายวันอีกครั้งในวันอาทิตย์โดยมีผู้ป่วย 5,926 ราย จากการประกาศของกระทรวงสาธารณสุข ในขณะที่เวียดนามต่อสู้กับการระบาดครั้งเลวร้ายที่สุด

โดยตอนนี้เวียดนามรายงานผู้ป่วยรวม 53,830 ราย เสียชีวิต 254 ราย

ล่าสุด กรุงฮานอย เมืองหลวงของเวียดนามจะใช้มาตรการเว้นระยะห่างทางสังคมที่เข้มงวดขึ้นตั้งแต่วันจันทร์นี้ เนื่องจากเมืองนี้ประสบปัญหาผู้ติดเชื้อโคโรนาไวรัสเพิ่มขึ้น เจ้าหน้าที่กล่าวในแถลงการณ์เมื่อวันอาทิตย์

ทางการสั่งให้บริการที่ไม่จำเป็นทั้งหมดต้องถูกระงับจนกว่าจะมีประกาศเพิ่มเติม บริการขนส่งผู้โดยสารสาธารณะไปและกลับจากจังหวัดที่ได้รับผลกระทบจะถูกระงับด้วย ส่วนประชาชนควรอยู่บ้านและออกไปเมื่อจำเป็นเท่านั้น

นอกจากนี้ รัฐบาลกล่าวเมื่อวันเสาร์ว่ารัฐบาลเวียดนามจะกำหนดข้อจำกัดในการเคลื่อนย้ายใน 16 จังหวัดทางใต้เป็นเวลาสองสัปดาห์ตั้งแต่วันจันทร์ เนื่องจากประเทศกำลังเผชิญกับการระบาดของที่เลวร้ายที่สุด

ที่ผ่านมา เวียดนามสามารถรักษาจำนวนผู้ป่วยได้ค่อนข้างต่ำเนื่องจากการตรวจเชื้อจำนวนมากตามเป้าหมายและการติดตามผู้ติดต่อที่เข้มงวด การควบคุมชายแดน และมาตรการกักกัน แต่การติดเชื้อกลุ่มใหม่ในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมาทำให้เกิดความกังวลในหมู่เจ้าหน้าที่สาธารณสุข

ทั้งนี้ เวียดนามมีอัตราการฉัดวัคซีนที่ค่อนข้างต่ำประเทศหนึ่งในกลุ่มอาเซียน 0.29% ฉีดบางส่วน 3.7% ซึ่งถือต่ำที่สุดในภูมิภาค

Photo by Nhac NGUYEN / AFP

สิงคโปร์กลับมาสาหัสอีก ติดเชื้อหนักสุดในรอบเกือบ 1 ปี #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/658317

วันที่ 18 ก.ค. 2564 เวลา 17:23 น.

สิงคโปร์กลับมาสาหัสอีก ติดเชื้อหนักสุดในรอบเกือบ 1 ปี สิงคโปร์รายงานผู้ป่วยโควิด-19 ในพื้นที่รายใหม่ 88 ราย สูงสุดในรอบ 11 เดือน

สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า กระทรวงสาธารณสุขของสิงคโปร์รายงานผู้ป่วยโควิด-19 ที่แพร่ระบาดในพื้นที่ใหม่จำนวน 88 รายในวันอาทิตย์ซึ่งเป็นจำนวนผู้เสียชีวิตรายวันสูงสุดนับตั้งแต่เดือนสิงหาคมปีที่แล้วหรือในรอบ 11 เดือนโดยสาเหตุมาจากกลุ่มผู้ติดเชื้อที่เพิ่มขึ้นซึ่งเชื่อมโยงกับบาร์คาราโอเกะและท่าเรือประมง

“นี่คือความถดถอยครั้งสำคัญในการเดินทางสู่การฟื้นฟูของเรา และผมเข้าใจว่าชาวสิงคโปร์หลายคนจะต้องผิดหวัง และพวกเราก็เช่นกัน เราต้องตอบสนองต่อคลัสเตอร์ที่เกิดขึ้นใหม่อย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งเพื่อปกป้องผู้ที่ยังไม่ได้รับการฉีดวัคซีนอย่างสมบูรณ์” กัน คิม หยง รัฐมนตรีกระทรวงการค้าและอุตสาหกรรมกล่าวเมื่อ 2 วันก่อน

ก่อนหน้านี้เมื่อวันศุกร์ กระทรวงสาธารณสุขของสิงคโปร์กล่าวว่า จะกระชับมาตรการควบคุมการระบาดและเว้นระยะทางสังคมรวมถึงการอนุญาตให้เพียง 2 คนรับประทานอาหารในร้านอาหาร ตั้งแต่สัปดาห์หน้าเป็นต้นไป เพื่อต่อสู้กับการเพิ่มขึ้นล่าสุดของผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19

ทั้งนี้ สิงคโปร์มีอัตราการฉีดวัคซีนค่อนข้างสูงคือฉีด 1 เข็ม 74% และ 2 เข็ม 44% (รัฐบาลบริการฉีดวัคซีน Pfizer-BioNTech และ Moderna เป็นส่วนใหญ่และ CoronaVac ของ Sinovac เป็นทางเลือกของเอกชน) และคลายมาตรการจำกัดไปแล้วในระดับหนึ่ง ทั้งยังมีการเจรจาเพื่อจะทำฟองสบู่การเดินทางกับบางประเทศ/เขตปกครอง แต่ทุกอย่างต้องมาสะดุดลงอีกครั้งเมื่อเกิดคลัสเตอร์ที่ระบาดรวดเร็วอย่างไม่คาดฝัน

Photo by Roslan RAHMAN / AFP

บอลลูนหัวคนชวนขนหัวลุกโผล่โตเกียว #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/658303

วันที่ 18 ก.ค. 2564 เวลา 15:25 น.

บอลลูนหัวคนชวนขนหัวลุกโผล่โตเกียวภาพที่น่าตกตะลึงนี้เป็นส่วนหนึ่งของงานศิลปะที่แปลกประหลาด แต่มีจุดประสงค์เพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้ผู้คน

บอลลูนลมร้อนมีขนาดประมาณ 7 เจ็ดชั้น ที่สร้างขึ้นโดยกลุ่มศิลปะญี่ปุ่น “mé” ลอยอยู่เหนือสวนสาธารณะโยโยงิ ในกรุงโตเกียวเมื่อวันที่ 16 กรกฎาคม 2021 ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโครงการที่เรียกว่า “มาซายูเมะ” (Masayume) คำภาษาญี่ปุ่นแปลว่า “ความฝันที่กลายเป็นความจริง”

สำนักข่าว NHK รายงานว่า ผู้คนที่เดินผ่านไปมาต่างตกใจเมื่อเห็นหน้ามนุษย์ยักษ์และหลายคนก็ถ่ายรูปโพสต์ในโซเชียลมีเดีย

ศิลปินเลือกนางแบบเป็นแบบใบหน้าจากผู้คนกว่า 1,000 คนที่สมัครทางออนไลน์และด้วยวิธีอื่นๆ อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีการเปิดเผยอายุ เพศ และสัญชาติของนางแบบ

โคจิน ฮารุกะ สมาชิกของกลุ่มศิลปะสมัยใหม่ “mé” กล่าวว่ามันเหมือนกับปาฏิหาริย์ที่ทีมงานสามารถนำเสนอผลงานได้ในช่วงที่มีการระบาดใหญ่ เธอบอกว่าเธอหวังว่างานนี้จะช่วยกระตุ้นจินตนาการของผู้คน และผู้ที่มองเห็นจะรู้สึกว่าทุกสิ่งเป็นไปได้

(ภาพโดย STR / JIJI PRESS / AFP)

อิสราเอลพบ Pfizer ประสิทธิภาพลดลงมากเมื่อเจอเดลตา #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/658301

วันที่ 18 ก.ค. 2564 เวลา 14:10 น.

อิสราเอลพบ Pfizer ประสิทธิภาพลดลงมากเมื่อเจอเดลตาการติดเชื้อยังเพิ่มขึ้นอีกครั้งและดัชนีบ่งชี้ยังระบุว่าการระบาดก็กลับมาอีก รัฐบาลกำลังพิจารณาเข็มสาม

เจ้าหน้าที่ของอิสราเอลเตือนว่าวัคซีน Pfizer มีประสิทธิภาพ “ด้อยลงอย่างอย่างมาก” กับไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่สายพันธุ์เดลตา ซึ่งพบครั้งแรกในอินเดีย และประสิทธิภาพที่ลดลงนี้ยังลดลงมากว่าที่ทางการอิสราเอลคาดการณ์เอาไว้ด้วย

“เราไม่รู้แน่ชัดว่าวัคซีนช่วยได้มากน้อยเพียงใด แต่ก็น้อยกว่ามาก” นายกรัฐมนตรีนาฟตาลี เบนเน็ตต์ (Naftali Bennett) ของอิสราเอลกล่าว จากการรายงานของ The Jerusalem Post

อย่างไรก็ตามการฉีดวัคซีน Pfizer ยังคงป้องกันไม่ให้ผู้ฉีดวัคซีนในอิสราเอลป่วยหนัก โดยที่ประชากรกว่า 60% ได้รับการฉีดมีเพียง 1.6% ที่ป่วยหนัก เทียบกับผู้ป่วยหนัก 4% ที่ยังไม่ได้รับวัคซีน

เมื่อวันศุกร์ที่ 16 กกรกฎาคม จำนวนผู้ป่วยโควิด-19 ในอิสราเอลสูงสุดในรอบเกือบ 4 เดือน ที่ 1,118 คนตามรายงานของกระทรวงสาธารณสุขเมื่อคืนวันเสาร์ อัตราการแพร่พันธุ์ (R) หรือจำนวนผู้ป่วยที่ติดเชื้ออยู่ที่ 1.37 ซึ่งหมายความว่าโควิด-19 กำลังแพร่กระจายอีกครั้งในอิสราเอล

ปัจจุยที่อาจทำให้สถานการณ์แย่งลงคือ มีประชากรอิสราเอลเพียงประมาณ 4,000 คนเท่านั้นที่ได้รับการฉีดวัคซีนเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ซึ่งไม่เพียงพอที่จะช่วยให้อิสราเอลกลับสู่ภูมิคุ้มกันหมู่ รัฐบาลยังกล่าวอีกว่า จะประเมินความจำเป็นในการฉีดวัคซีนครั้งที่สาม อย่างน้อยก็สำหรับผู้สูงอายุ

Photo by GIL COHEN-MAGEN / AFP

เปิดเนื้อหาจดหมายลับอนุทินดีลวัคซีน AstraZeneca #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/658288

วันที่ 18 ก.ค. 2564 เวลา 12:15 น.

เปิดเนื้อหาจดหมายลับอนุทินดีลวัคซีน AstraZeneca สำนักข่าวอิศราเปิดเผยจดหมายการติดต่อระหว่างบริษัท AstraZeneca กับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขของไทย

ในจดหมายที่บริษัท AstraZeneca ส่งมาถึงนายอนุทิน ชาญวีรกูล ลงวันที่ 25 มิถุนายน 2021 ซึ่งเปิดเผยโดยสำนักข่าวอิศรามีเนื้อหาดังนี้

ผมเขียนมาเพื่อแสดงความขอบคุณสำหรับการสนับสนุนและคำแนะนำของคุณในการสร้างความมั่นใจในการเข้าถึงวัคซีนโควิด-19 ของ Astrazeneca ในวงกว้างและเท่าเทียมกัน

ผมรู้สึกเป็นเกียรติที่ได้รายงานความคืบหน้าอย่างมากเกี่ยวกับวัตถุประสงค์ที่เราได้กำหนดไว้ร่วมกันเมื่อเราลงนามในหนังสือแสดงเจตจำนง (LOI) ร่วมกับพันธมิตรของเราคือ SCG และ Siam Bioscience เมื่อวันที่ 12 ตุลาคม 2020

(1) เพื่อสร้างการเข้าถึงวัคซีนในวงกว้าง เป็นธรรม และเป็นสากล เราได้ประสบความสำเร็จในการจัดตั้งกำลังการผลิตวัคซีนของ Siam Bioscience ตามกำหนดและได้รับการรับรองจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาของไทย

(2) เพื่อปกป้องการสาธารณสุขของไทย เราได้ทำข้อตกลงสำหรับการใช้งานในประเทศไทยโดยไม่มีผลกำไรในช่วงการระบาดใหญ่ และเริ่มส่งมอบครั้งแรกในเดือนกุมภาพันธ์ การฉีดวัคซีนมีอัตราเร่งอย่างมากจากการส่งมอบวัคซีนที่ผลิตในประเทศไทย

ผมหวังว่าคุณจะเห็นด้วยว่าการเปิดตัวห่วงโซ่อุปทานอย่างเป็นทางการในวันที่ 2 มิถุนายน 2021 และการฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 ครั้งแรกที่ผลิตในประเทศไทยไม่นานหลังจากนั้นเป็นหมุดหมายสำคัญ ซึ่งคงเป็นไปไม่ได้หากปราศจากความมุ่งมั่นและความเป็นผู้นำของคุณ

ขระที่วัคซีนนับล้านโดสส่งถึงผู้คนทั่วประเทศไทย เรากำลังเร่งเตรียมการเพื่อส่งออกวัคซีนไปยังประเทศต่างๆ ทั่วภูมิภาคอย่างรวดเร็ว รัฐบาลของประเทศเหล่านี้ได้ใช้ความอดทนอย่างมากในขณะที่หุ้นส่วน LOI ทำงานเพื่อจัดตั้งห่วงโซ่อุปทานนี้ แต่เห็นได้ชัดว่ามีความกังวลที่จะให้การส่งมอบเริ่มขึ้นเสียที

โดยรวมแล้ว Astrazeneca ได้อุทิศหนึ่งในสามของอุปทานทั้งหมดให้กับประเทศไทย หรือ ในทุก ๆ 3 ล้านโดสที่ผลิตในประเทศไทย กระทรวงสาธารณสุขจะได้รับ 1 ล้านโดส ส่วนที่เหลืออีกสองในสามจะถูกจัดสรรสำหรับการฉีดวัคซีนให้กับประชาชนในประเทศอื่นๆ การจัดสรรนี้เป็นไปตามพันธกิจร่วมของเราในการเข้าถึงอย่างเท่าเทียมกัน และอิงจากส่วนแบ่งการสั่งซื้อ 61 ล้านคำสั่งของประเทศไทยจากปริมาณสัญญาทั้งหมด 175 ล้านโดส ภาพรวมที่สมบูรณ์ของคำสั่งซื้อที่จะให้บริการจากห่วงโซ่อุปทานนี้มีรายละเอียดดังนี้

(รายละเอียดการส่งมอบดูได้ที่สำนักข่าวอิศรา)

จากความสามารถที่ดีที่สุดของเราในการคาดการณ์อุปทานรายเดือนในขณะที่ห่วงโซ่อุปทานยังใหม่มาก เราเชื่อว่าในอัตราเฉลี่ยรายเดือนที่มีการผลิตอย่างต่อเนื่อง กระทรวงสาธารณสุขของประเทศไทย จะได้รับปริมาณยาประมาณ 5-6 ล้านโดส ขึ้นอยู่กับผลผลิตของวัคซีน

ผมหวังว่าคุณจะพอใจที่ปริมาณนี้เกือบสองเท่าของปริมาณที่เราพูดคุยกันระหว่างการประชุมของเราในวันที่ 7 กันยายน 2020 เมื่อทีมของคุณประมาณว่าระบบการรักษาพยาบาลของประเทศไทยต้องการวัคซีนประมาณ 3 ล้านโดสต่อเดือน ในขณะนั้น เรายังได้อธิบายโอกาสที่รัฐบาลไทยในการจัดหาวัคซีนเพิ่มเติมโดยไม่หวังผลกำไรผ่าน COVAX Facility ซึ่งประกอบกับข้อตกลงการซื้อโดยตรง ถือเป็นกลยุทธ์ในการจัดหาวัคซีนโควิด-19 ของ AstrazZeneca

ด้วยจิตวิญญาณของความร่วมมืออย่างเปิดเผยกับคุณและรัฐบาลของคุณ ผมได้แนะนำให้ทีมของผมเตรียมภาพรวมรายเดือนของอุปทานและวิธีการจัดสรรสำหรับใช้ภายในประเทศและส่งออก ภาพรวมแรกจะครอบคลุมเดือนมิถุนายนและจะนำเสนอในต้นเดือนหน้า

ขอขอบคุณอีกครั้งสำหรับการสนับสนุนและความมุ่งมั่นของคุณ ผมมั่นใจว่าเราจะร่วมกันเปลี่ยนแปลงสุขภาพและความเจริญรุ่งเรืองของผู้คนในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ต่อไป หากคุณต้องการข้อมูลเพิ่มเติม โปรดอย่าลังเลที่จะติดต่อทีมงานของผมหรือผม

ขอแสดงความนับถือ ลงชื่อ (Sjoerd Hubben)Vice President Global Corporate Affairs

จดหมายอีกฉบับของนายอนุทิน ชาญวีรกูล ส่งไปถึง Sjoerd Hubben เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2021  ซึ่งเปิดเผยโดยสำนักข่าวอิศรา มีเนื้อหาต่อไปนี้  

ด่วนที่สุด

เรื่อง: การเข้าถึงวัคซีoโควิด-19 ของ AstraZeneca ในประเทศไทยอย่างทันท่วงที

โดยอ้างอิงถึงจดหมายของคุณลงวันที่ 25 มิถุนายน 2021 เกี่ยวกับการจัดหาวัคซีนโควิด-19 ของ AstraZeneca ในวงกว้างและเท่าเทียมกัน ผมขอชื่นชมบทบาทของ AstraZeneca และความมุ่งมั่นในการผลิตวัคซีนตามนโยบาย “ไม่แสวงหากำไร ไม่ขาดทุน” (“no profit no loss”) รวมถึงการถ่ายทอดเทคโนโลยีที่ประสบความสำเร็จไปยังผู้ผลิตในท้องถิ่นในประเทศไทย การทำงานร่วมกันอย่างสร้างสรรค์และประสบความสำเร็จในหมู่พวกเราได้พิสูจน์แล้วว่าเป็นผลลัพธ์แบบได้กับได้ด้วยกันทุกฝ่าย (win-win) ความร่วมมือของเราจะคงอยู่ตราบที่รัฐบาลไทยและAstraZeneca บรรลุผลประโยชน์ร่วมกัน

ประเทศไทยกำลังเผชิญกับจำนวนผู้ติดเชื้อโควิด-19 ที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว เราต้องการวัคซีนเพิ่มเติมเพื่อแก้ไขสถานการณ์และรองรับเป้าหมายการฉีดวัคซีนระดับชาติใหม่ ซึ่งนายกรัฐมนตรีของเราให้คำมั่นว่าจะให้ประชาชนได้รับวัคซีนอย่างน้อย 10 ล้านโดสต่อเดือน ในเรื่องนี้ เราคาดหวังว่าจะได้รับวัคซีนมากกว่าหนึ่งในสามของอุปทานจาก และAstraZeneca ตามที่ระบุในจดหมายของคุณหรืออย่างน้อย 10 ล้านโดสต่อเดือนสำหรับการใช้ในประเทศของเรา ดังนั้นจึงจำเป็นต้องมีการอภิปรายที่สร้างสรรค์และจริงจังมากขึ้นเกี่ยวกับเรื่องนี้อย่างเร่งด่วน

ฉันได้มอบหมายให้ผู้บริหารและผู้เชี่ยวชาญกลุ่มเล็กๆ นำโดย นายแพทย์โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค และ นพ.นคร เปรมศรี ผู้อำนวยการสถาบันวัคซีนแห่งชาติ ซึ่งเป็นผู้จัดการโครงการและคู่กฎหมายของคุณ เพื่อหารือเรื่องนี้กับคุณหรือตัวแทนที่ได้รับมอบหมายของคุณสำหรับการบรรลุข้อเสนอแบบ win-win กับเป้าหมายที่ต้องการของการกระจายวัคซีน ผมต้องการให้การอภิปรายเชิงสร้างสรรค์ของเราจะนำเราไปสู่ข้อตกลงร่วมกัน การจัดสรรวัคซีนสำหรับใช้ภายในประเทศเพื่อปกป้องสุขภาพของคนไทย

อีกครั้งที่ผมขอขอบคุณที่ Astrazeneca ตั้งใจดีที่จะร่วมมือกันตรงเวลาเพื่อเข้าถึงวัคซีน AstraZeneca ในประเทศไทย เรารอการติดต่อจากคุณและหวังว่าเราจะบรรลุทางออกที่เป็นมิตรด้วยเจตนาแะลความตั้งใจที่ดี

ขอแสดงความนับถือ ลงชื่อ (นายอนุทิน ชาญวีรกูล) รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข

ประเทศที่ฉีดวัคซีนมากยังเอาไม่อยู่ สั่งใส่หน้ากากอีกรอบ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/658279

วันที่ 18 ก.ค. 2564 เวลา 10:28 น.

ประเทศที่ฉีดวัคซีนมากยังเอาไม่อยู่ สั่งใส่หน้ากากอีกรอบ ตั้งแต่เกาหลีใต้จนถึงสหรัฐ ออสเตรเลียถึงยุโรป ประเทศที่ฉีดวัคซีนมากและผ่านระลอกที่แล้วมาได้ตอนนี้เริ่มระส่ำอีกครั้ง

1. สองรัฐที่ใหญ่ที่สุดของออสเตรเลียเมื่อวันอาทิตย์รายงานว่าจำนวนผู้ติดเชื้อโควิด-19 Cรายใหม่ลดลงแต่ลดแค่เล็กน้อย ทำให้ทางการกล่าวว่าอาจต้องใช้เวลาหลายวันกว่าที่จะคลายมาตรการล็อกดาวน์อันเข้มงวด เพราะมาตรการที่ใช้ยังไม่ได้แสดงให้เห็นความคืบหน้าในการควบคุมการแพร่กระจายของสายพันธุ์เดลตา

2. เมืองที่มีประชากรมากที่สุดของประเทศ คือซิดนีย์และรัฐวิกตอเรียทั้งหมด ซึ่งรวมแล้วเกือบมีประชากรครึ่งหนึ่งของประชากร 25 ล้านคนของประเทศ อยู่ภายใต้คำสั่งให้อยู่บ้าน หลังจากการระบาดของไวรัสที่มีการติดเชื้อรุนแรงเริ่มขึ้นเมื่อเดือนที่แล้ว

3. ทั้งนี้ มีเพียง 10% ของประชากร 25 ล้านคนในออสเตรเลียที่ได้รับการฉีดวัคซีนครบถ้วน เป็นเพียงเศษเสี้ยวของอัตราในสหรัฐอเมริกาและสหราชอาณาจักร แต่ล่าสุดสถานการณ์ของสหรัฐอเมริกาและสหราชอาณาจักรก็เริ่มที่จะย่ำแย่เช่นกันเพราะสายพันธุ์เดลตา

4. รัฐนิวยอร์กรายงานผู้ป่วยรายใหม่มากกว่า 1,000 รายเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่กลางเดือนพฤษภาคม และสมาชิกสภาเมืองนิวยอร์กเรียกร้องให้มีการบังคับใช้หน้ากากในที่สาธารณะในร่ม

5. ก่อนหน้านี้ทางการลอสแองเจลิส รัฐแคลิฟอร์เนียมีคำสั่งให้สวมหน้ากากอีกครั้งเพราะการระบาดที่ทวีความรุนแรงขึ้นอีก ต่อมา เจ้าหน้าที่ในพื้นที่นครซานฟรานซิสโกแนะนำให้ประชาชนสวมหน้ากากอีกครั้งในที่สาธารณะโดยไม่คำนึงว่าจะฉีดวัคซีนมาแล้วหรือไม่ เพราะการระบาดของเดลตาเริ่มหนักขึ้น

6. แถลงการณ์ของพื้นเบย์แอเรีย ระบุว่า “จากเคสโควิด-19 ที่เพิ่มขึ้นในพื้นที่และเพิ่มการไหลเวียนของสายพันธุ์เดลต้าที่แพร่เชื้อได้สูง เขตอาลาเมดา, คอนทรา คอสตรา, มาริน, ซานฟรานซิสโก, ซานมาเทโอ, ซานตาคลารา, โซโนมาและเมืองเบิร์กลีย์แนะนำว่าทุกคนโดยไม่คำนึงว่าจะฉีดวัคซีนแล้วหรือไม่ ให้สวมหน้ากากในที่สาธารณะเพื่อเป็นมาตรการป้องกันเพิ่มเติมสำหรับผู้ที่ได้รับวัคซีนครบสมบูรณ์ และเพื่อให้แน่ใจว่าผู้ที่ไม่ได้รับวัคซีนทุกคนสวมหน้ากากในสภาพแวดล้อมเหล่านั้น”

7. ล่าสุดคือ บรรดาลูกค้าคาสิโนในลาสเวกัสถูกขอให้สวมหน้ากากอีกครั้งเมื่อวันศุกร์โดยหน่วยงานสาธารณสุขของรัฐเนวาดาแนะนำให้สวมหน้ากากในที่สาธารณะในร่ม โดยไม่คำนึงว่าจะฉีดวัคซีนมาแล้วหรือไม่ เนื่องจากการติดเชื้อรายใหม่ที่เกิดจากเดลตาเพิ่มสูงขึ้น

8. เมื่อวันเสาร์ ยอดผู้ป่วยรายวันในสหราชอาณาจักรทะลุ 50,000 รายครั้งแรกนับตั้งแต่มกราคม และก่อนหน้านี้ หัวหน้าเจ้าหน้าที่ทางการแพทย์ของอังกฤษเตือนว่าการเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลอาจมีจำนวนมากจนกลายเป็น “ตัวเลขที่น่ากลัว” เพราะสหราชอาณาจักรยังไม่พ้นเงื้อมมือของโควิด-19 และจากข้อมูลสำนักงานสถิติแห่งชาติชี้ว่าผู้ติดเชื้อโควิดเพิ่มขึ้นอีกครั้งในหลายพื้นที่ของสหราชอาณาจักร 

9. ซาจิด จาวิด (Sajid Javid) รัฐมนตรีสาธารณสุขคนใหม่ของสหราชอาณาจักร กล่าวในวิดีโอสั้น ๆ บน Twitter เมื่อวันเสาร์ว่าเขามีผลตรวจเป็นบวก เพียงสองวันก่อนที่รัฐบาลสหราชอาณาจักรจะยกเลิกข้อจำกัดที่เกี่ยวข้องกับไวรัสเกือบทั้งหมดของประเทศ

10. นักเดินทางที่เดินทางมาสหราชอาณาจักรจากฝรั่งเศสจะต้องถูกกักตัวเป็นเวลา 10 วัน โดยไม่คำนึงว่ามีได้ฉีดวัคซีนแล้วหรือไม่ เพื่อพยายามไม่ให้เชื้อสายพันธุ์เบตาเข้ามายังสหราชอาณาจักรเพราะพบว่ามีการระบาดของเชื้อนี้ในฝรั่งเศส ขณะที่ฝรั่งเศสยังกระชับนโยบายชายแดนของตนเช่นกัน

11. นักวิทยาศาสตร์กังวลว่าสายพันธุ์เบต้า ซึ่งพบครั้งแรกในแอฟริกาใต้ อาจดื้อต่อวัคซีนโควิดได้มากกว่า โดยเฉพาะอย่างยิ่งวัคซีน AstraZeneca ที่พัฒนาโดยสหราชอาณาจักร ตอนนี้ ข้อมูลล่าสุดระบุว่าพบเบตาเล็กน้อยในสหราชอาณาจักร แต่คิดเป็นประมาณ 11% ของตัวอย่างทดสอบที่เป็นบวกในฝรั่งเศส ในทั้งสองประเทศ เดลต้าแพร่หลายมากขึ้น

12. ฝรั่งเศสกล่าวเมื่อวันเสาร์ว่า ต้องการให้ผู้ที่ไม่ได้รับการฉีดวัคซีนครบถ้วนและเดินทางมาจากประเทศในยุโรปบางประเทศต้องแสดงการทดสอบโควิดที่เป็นลบภายใน 24 ชั่วโมงก่อนหน้าที่จะเข้าประเทศ ประเทศที่เข้าข่ายคือ ผู้ที่เดินทางมาจากสหราชอาณาจักร สเปน โปรตุเกส ไซปรัส กรีซ และเนเธอร์แลนด์จะต้องปฏิบัติตามกฎใหม่ มีผลบังคับใช้วันที่ 18 กรกฎาคม

13. ถ้อยแถลงของทางการฝรั่งเศสระบุว่า มาตรการนี้มีขึ้นเพราะ “วัคซีนมีประสิทธิภาพในการต่อต้านไวรัสโดยเฉพาะอย่างยิ่งสายพันธุ์เดลตา” ตามกฎของฝรั่งเศส ผู้ที่ฉีดวัคซีน Pfizer/BioNTech, Moderna, AstraZeneca หรือ Johnson & Johson ไม่จำเป็นต้องแสดงการตรวจเชื้อ

14. นายกรัฐมนตรีของเกาหลีใต้กล่าวว่าอาจจำเป็นต้องมีการจำกัดการชุมนุมส่วนตัวมากขึ้น เช่น การกำหนดเคิร์ฟิวในเขตมหานครกรุงโซล เนื่องจากทางการรายงานผู้ป่วยใหม่ 1,536 รายจนหน่วยงานแพทย์เริ่มเต็ม และทำให้มีเสียงเรียกร้องให้ผู้ป่วยได้รับอนุญาตให้รับการดูแลที่บ้าน

Photo by Orlando SIERRA / AFP

สิงคโปร์จะบริจาควัคซีนโควิดผ่านโครงการ COVAX #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/658259

วันที่ 17 ก.ค. 2564 เวลา 17:30 น.

สิงคโปร์จะบริจาควัคซีนโควิดผ่านโครงการ COVAXสิงคโปร์เล็งจะบริจาควัคซีน Covid-19 ผ่านโครงการ COVAX

สำนักข่าว Bloomberg รายงานว่า สิงคโปร์จะบริจาควัคซีนป้องกัน Covid-19 ส่วนเกินของประเทศผ่านโครงการ COVAX ที่จัดหาวัคซีนสำหรับประเทศรายได้ปานกลางและรายได้ต่ำ ขณะที่นายกรัฐมนตรี ลีเซียนลุง ขอให้ประเทศอื่นที่ฉีดวัคซีนครอบคลุมประชากรจำนวนมากแล้วช่วยกันบริจาคด้วย

อย่างไรก็ดี ลีเซียนลุงไม่ได้ระบุรายละเอียดว่าจะเริ่มบริจาคเมื่อใดและจำนวนใด

นอกจากนี้ ระหว่างการประชุมออนไลน์กับผู้นำประเทศกลุ่มความร่วมมือทางเศรษฐกิจเอเชีย-แปซิฟิก (APEC) ลีเซียนลุงยังขอให้ร่วมมือกันเพื่อตรียมพร้อมสำหรับการระบาดครั้งใหญ่ครั้งต่อไปด้วย

“Covid-19 จะไม่ใช่ครั้งสุดท้าย หรือโรคระบาดที่ร้ายแรงที่สุดที่โลกจะต้องเผชิญ” ผู้นำสิงคโปร์กล่าว “เราต้องการกลไกการกำกับดูแลและการเงินระดับโลกที่คล่องตัวมากขึ้น เพื่อให้สามารถอุดช่องว่างในความมั่นคงด้านสุขภาพของโลกได้อย่างรวดเร็ว”

AFP PHOTO/ MOHD FYROL

Xiaomi แซง Apple เป็นเบอร์ 2 ผู้ผลิตสมาร์ทโฟนรายใหญ่ของโลกครั้งแรก #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/658252

วันที่ 17 ก.ค. 2564 เวลา 15:30 น.

Xiaomi แซง Apple เป็นเบอร์ 2 ผู้ผลิตสมาร์ทโฟนรายใหญ่ของโลกครั้งแรกในที่สุดค่ายมือถือเจ้าใหญ่ของจีนอย่าง Xiaomi ก็โค่นแชมป์เก่าอย่าง Apple เป็นผู้ผลิตสมาร์ทโฟนรายใหญ่อันดับ 2 ของโลกได้สำเร็จ

สำนักข่าว Reuters รายงานว่า ในไตรมาสที่ 2 บริษัท Xiaomi ผู้ผลิตสมาร์ทโฟนจากจีนสามารถแซงหน้ายักษ์ใหญ่ในวงการอย่าง Apple ขึ้นเป็นเบอร์ 2 ผู้ผลิตสมาร์ทโฟนรายใหญ่ของโลกได้เป็นครั้งแรก

จากข้อมูลของ Canalys บริษัทวิจัยตลาด Xiaomi มีส่วนแบ่งการจัดส่งสมาร์ทโฟนทั่วโลกอยู่ที่ 17% เพิ่มขึ้น 3% จากไตรมาสก่อนหน้า ขณะที่อันดับ 1 เป็นของ Samsung มีส่วนแบ่ง 19% และค่าย Apple ถูกเบียดลงไปอยู่อันดับ 3 ที่ 14%

ส่วนการจัดส่งสมาร์ทโฟนทั่วโลกในไตรมาสที่ 2 นี้เติบโต 12%

เบ็น สแตนตัน ผู้จัดการฝ่ายวิจัยของ Canalys เผยว่า จุดขายของ Xiaomi คือราคาที่ถูกกว่า โดยราคาเฉลี่ยของ Xiaomi ถูกกว่า 40% เมื่อเทียบกับ Samsung และถูกกว่า 75% เมื่อเทียบกับ Apple

การขยายตลาดไปยังต่างประเทศคือตัวขับเคลื่อนการเติบโตของ Xiaomi โดยการส่งสมาร์ทโฟนไปยังละตินอเมริกาเพิ่มขึ้นกว่า 300%, ทั่วแอฟริกาเพิ่มขึ้น 150% และยุโรปตะวันตกเพิ่มขึ้น 50%

ขณะที่ในตลาดประเทศจีนนั้น Xiaomi ต้องแข่งกับผู้ผลิตร่วมชาติอย่าง Oppo และ Vivo เพื่อแย่งชิงตำแหน่งผู้ผลิตสมาร์ทโฟนรายใหญ่ที่สุดของจีนในช่วงครึ่งปีแรก ซึ่งแต่ละค่ายมีส่วนแบ่งการตลาดเท่าๆ กัน

Photo by Sajjad HUSSAIN / AFP

เยอรมนีเจอน้ำท่วมครั้งใหญ่ในรอบหลายศตวรรษดับเกินร้อย #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/658242

วันที่ 17 ก.ค. 2564 เวลา 13:10 น.

เยอรมนีเจอน้ำท่วมครั้งใหญ่ในรอบหลายศตวรรษดับเกินร้อยตอนกลางของยุโรปเจอน้ำท่วมครั้งใหญ่ในรอบหลายปี เยอรมนีกระทบหนักสุด ดับแล้วเกินร้อย สูญหายอีกนับพัน

ฝนตกหนักเมื่อช่วงกลางสัปดาห์ที่ผ่านมาส่งผลให้ตอนกลางของยุโรปเผชิญกับน้ำท่วมครั้งรุนแรงที่สุดในรอบหลายศตวรรษ โดยเยอรมนีได้รับผลกระทบหนักที่สุด โดยเฉพาะอย่างยิ่งในรัฐนอร์ทไรน์เวสต์ฟาเลียและรัฐไรน์ลันด์-พฟัลซ์ทางตะวันตก ที่มีปริมาณฝนถึง 150 ลิตรต่อตารางเมตรในช่วง 24 ชั่วโมง ส่งผลให้แม่น้ำที่เคยสงบนิ่งเซาะตลิ่งเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชน

กระทรวงมหาดไทยเยอรมนีรายงานว่าตัวเลขผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นเป็นอย่างน้อย 103 ราย บาดเจ็บอีกจำนวนหนึ่ง และยังสูญหายอีกมากกว่า 1,000 ราย โดยส่วนหนึ่งเป็นเพราะสัญญาณโทรศัพท์ใช้การไม่ได้ หลังจากบ้านเรือนถูกน้ำพัดพังทลาย ถนนและสะพานถูกตัดขายเสียหายอย่างหนัก

อุทกภัยครั้งนี้เป็นหนึ่งในครั้งที่รุนแรงที่สุดของเยอรมนีในรอบหลายศตวรรษ ประชาชนบางส่วนต้องปีนขึ้นไปบนหลังคาหรือต้นไม้หลังจากบ้านถูกน้ำทะลักเข้าท่วมหรือพังทลาย

แม้ว่าบางพื้นที่ระดับน้ำจะลดลงแล้ว แต่สถานการณ์ยังตึงเครียด เนื่องจากมีคำเตือนว่าเขื่อนหลักของประเทศเสี่ยงจะแตก ขณะที่กรมอุตุนิยมวิทยารายงานว่าจะมีฝนตกหนักอีกครั้งตั้งแต่วันที่ 26 ก.ค.นี้จนถึงต้นเดือน ส.ค.

ขณะที่เบลเยียมได้รับความเสียหายรองจากเยอรมนี มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 20 ราย สูญหายอีกราว 20 ราย ส่วนลักเซมเบิร์ก นายกรัฐมนตรี ซาวีเยร์ เบตแตล ประกาศภาวะภัยพิบัติทางธรรมชาติ และเผยว่าลักเซมเบิร์กไม่เคยพบน้ำท่วมสูงระดับนี้ในรอบ 100 ปีที่ผ่านมา

Photo by SEBASTIEN BOZON / AFP

อินโดฯ อ่วม ติดเชื้อรายวันแซงบราซิลเป็นประเทศระบาดหนักสุดในโลก #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/658230

วันที่ 17 ก.ค. 2564 เวลา 10:41 น.

อินโดฯ อ่วม ติดเชื้อรายวันแซงบราซิลเป็นประเทศระบาดหนักสุดในโลกสถานการณ์การแพร่ระบาดในอินโดนีเซียแซงหน้าบราซิล ขึ้นแท่นเป็นประเทศที่ระบาดหนักที่สุดในโลก

สำนักข่าว Bloomberg รายงานว่า ตัวเลขผู้ติดเชื้อรายวันของอินโดนีเซียทุบสิถิติไปอยู่ที่ 56,757 รายเมื่อวันพฤหัสบดี (15 ก.ค.) ส่งผลให้อินโดนีเซียแซงหน้าบราซิลขึ้นเป็นประเทศที่มีการระบาดหนักที่สุดในโลก ท่ามกลางเชื้อสายพันธุ์เดลตาที่ระบาดไปทั่วประเทศ

ตัวเลขผู้ติดเชื้อรายวันของอินโดนีเซียพุ่งเกิน 40,000 รายต่อวันเป็นวันที่ 4 ติดต่อกัน เพิ่มขึ้นอย่างน่าตกใจจากวันละไม่ถึง 10,000 คนเมื่อ 1 เดือนก่อน

ตัวเลขล่าสุดนี้เกิดขึ้นไม่กี่วันหลังจากอินโดนีเซียเพิ่งจะแซงหน้าอินเดียที่เคยมีตัวเลขผู้ติดเชื้อสูงสุดเกิน 400,000 รายต่อวันในช่วงเดือน พ.ค. ขณะที่ตอนนี้ตัวเลขผู้ติดเชื้อของบราซิลลดลงเหลือน้อยกว่า 53,000 รายต่อวัน

ตัวเลขผู้ติดเชื้อรวมของอินโดนีเซียอยู่ที่กว่า 2.7 ล้านราย และเสียชีวิตอีก 70,192 ราย ขณะที่สหรัฐยังแย่สุดในภาพรวมคือ ติดเชื้อรวมเกือบ 34 ล้านราย และเสียชีวิตอีกกว่า 608,000 ราย

วิกฤตในอินโดนีเซียเน้นย้ำให้เห็นว่าการเข้าไม่ถึงวัคซีนส่งผลกระทบต่อประเทศกำลังพัฒนาอย่างไรในขณะที่ประเทศอื่นๆ เปิดประเทศและเริ่มกลับไปใช้ชีวิตตามปกติ

จากข้อมูลของ Bloomberg Vaccine Tracker อินโดนีเซียฉีดวัคซีนครอบคลุมประชากรเพียง 11% ของประชากรทั้งหมดราว 270 ล้านคนเท่านั้น เมื่อเทียบกับสหภาพยุโรปที่ 48% และสหรัฐที่ 53%

เปอร์เซ็นต์ที่ต่ำนี้หมายความว่า ตัวเลขผู้ติดเชื้อที่เพิ่มขึ้นจะตามมาติดๆ ด้วยตัวเลขผู้เสียชีวิตที่เพิ่มขึ้นเช่นกัน ขณะที่ในประเทศพัฒนาแล้วนั้นการระดมฉีดวัคซีนในวงกว้างทำให้ตัวเลขผู้ติดเชื้อและเสียชีวิตลดลงอย่างเห็นได้ชัด

นอกจากนี้ Bloomberg ระบุอีกว่า สัปดาห์นี้จนถึงวันพุธการเสียชีวิตในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เพิ่มขึ้นถึง 39% ซึ่งเร็วกว่าพื้นที่อื่นๆ ทั่วโลก และจะยังเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

Photo by ADITYA AJI / AFP