เมียนมาอ่วม โควิดเล่นงานหนักออกซิเจนขาดแคลน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/657773

วันที่ 12 ก.ค. 2564 เวลา 12:33 น.

โควิด-19 ระบาดหนักในเมียนมา ประชาชนแห่เข้าคิวยาวเหยียดรอซื้อออกซิเจน

สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ในเมียนมาขณะนี้มีจำนวนผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยนับตั้งแต่วันที่ 1 ถึง 11 ก.ค. กระทรวงสาธารณสุขเมียนมาเมียนมารายงานผู้ติดเชื้อในประเทศ 35,000 ราย และผู้เสียชีวิตจากโควิด-19 กว่า 500 ราย

ส่งผลให้หลายเมืองรวมถึงย่างกุ้งเกิดปัญหาขาดแคลนออกซิเจนสำหรับใช้กับเครื่องช่วยหายใจ ขณะที่รัฐบาลสั่งให้โรงงานผลิตอกซิเจนเพิ่มกำลังการผลิต และยกเลิกการเก็บภาษีและข้อกำหนดอื่นๆ ในการนำเข้าเครื่องผลิตออกซิเจน

The Irrawaddy ของเมียนมารายงานว่าเกือบ 90% ของพื้นที่ในเมียนมาได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ระลอก 3 โดย 296 จาก 330 เมืองทั่วประเทศรายงานผู้ติดเชื้อรายใหม่ตั้งแต่เดือนพ.ค.

พล.อ. อาวุโส มิน อ่อง หล่ายยอมรับว่าการแพร่ระบาดในเมียนมาขณะนี้ร้ายแรงและรวดเร็วกว่าการแพร่ระบาดระลอกแรกและระลอก 2 ที่ผ่านมา

พร้อมเสริมว่ารัฐบาลได้ตกลงสั่งซื้อวัคซีน 5 ล้านโดสจากจีน และจัดเตรียมให้อุตสาหกรรมยาของเมียนมาผลิตวัคซีนโดยได้รับการสนับสนุนด้านเทคโนโลยีการผลิตจากรัสเซีย

ขณะที่พลจัตวา ซอ มิน ตุน โฆษกรัฐบาลทหารเมียนมาแถลงว่าการฉีดวัคซีนจะขยายไปถึงผู้ที่มีอายุต่ำกว่า 18 ปี และเมียนมามีข้อตกลงกับรัสเซียสำหรับการผลิตวัคซีน 5 ล้านโดสต่อปี

โดยกระทรวงสาธารณสุขระบุเมื่อกลางเดือนมิ.ย.ว่ามีการตรวจพบโควิด-19 3 สายพันธุ์ในเมียนมาทั้งสายพันธุ์อัลฟา แคปปา รวมถึงสายพันธุ์เดลตาที่พบครั้งแรกในประเทศอินเดียด้วย ขณะที่โรงเรียนทุกแห่งรวมทั้งโรงเรียนเอกชนและโรงเรียนสงฆ์จะต้องปิดจนถึงวันที่ 23 ก.ค.

เมื่อวันที่ 9 ก.ค. ที่ผ่านมากระทรวงสาธารณสุขเผยจำนวนผู้เสียชีวิตจากโควิด-19 อยู่ที่ 64 รายซึ่งเป็นจำนวนที่มากที่สุด ขณะที่จำนวนผู้ติดเชื้ออยู่ที่ 4,320 รายจากการตรวจหาเชื้อทั้งหมด 15,747 ตัวอย่าง

นอกจากนี้เมื่อวันที่ 10 ก.ค. มีรายงานว่าแรงงานชาวเมียนมาประมาณ 1,180 รายในแม่สอด จังหวัดตาก ติดโควิด-19 และกำลังต้องการความช่วยเหลือทั้งด้านอาหารและการรักษาพยาบาล

ทั้งนี้ ปัจจุบันเมียนมามีผู้ติดเชื้อโควิด-19 ในประเทศรวมทั้งสิ้นกว่า 189,000 รายและเสียชีวิตเกือบ 4,000 ราย

Photo by Ye Aung THU / AFP

คลิป: ‘ครั้งหนึ่งในชีวิต’ มหาเศรษฐีแบรนสันบรรลุความฝันสู่อวกาศ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/657766

วันที่ 12 ก.ค. 2564 เวลา 12:03 น.

เปิดศักราชใหม่ของการเดินทางอวกาศ เมื่อริชาร์ด แบรนสันท่องโลกนอกชั้นบรรยากาศได้สำเร็จ

ริชาร์ด แบรนสัน มหาเศรษฐีชาวอังกฤษ บินสู่อวกาศในวันอาทิตย์ด้วยยานเวอร์จิน กาแลกติก ซึ่งเป็นการเดินทางที่เขาบอกว่าเป็น “ประสบการณ์ครั้งหนึ่งในชีวิต” และเขาหวังว่าจะเปิดยุคของการท่องเที่ยวอวกาศที่อาจจะคึกคักต่อไปในอนาคต

“ผมฝันถึงช่วงเวลานี้ตั้งแต่ผมยังเป็นเด็ก แต่จริงๆ แล้ว ไม่มีอะไรสามารถเตรียมคุณให้พร้อมสำหรับการมองโลกจากอวกาศได้” แบรนสันกล่าวพร้อมยิ้มระหว่างพิธีหลังการบินซึ่งเขาและเพื่อนร่วมทีมได้รับปีกนักบินอวกาศก่อนจะเปิดแชมเปญเพื่อเฉลิมฉลอง

แบรนสัน ผู้โดยสารสามคนและนักบินสองคน (พนักงานเวอร์จินทั้งหมด) ขึ้นยานไปสู่ชั้นบรรยากาศที่ถือว่าเป็นเขตอวกาศแล้วตามที่สหรัฐรับรอง โดยไปถึงระดับความสูง 53.5 ไมล์ (86 กิโลเมตร) และประสบภาวะไร้น้ำหนักกินเวลาไม่กี่นาทีบนยาน VSS Unity

จากนั้นเครื่องบินอวกาศก็ลดปีกลงและร่อนลงสู่พื้นเมื่อเวลาประมาณ 9.40 น. ตามเวลาท้องถิ่นสหรัฐเขต Mountain Time ประมาณหนึ่งชั่วโมงหลังจากที่ VSS Unity บินขึ้นไปโดยช่วงแรกยานขึ้่นทะยานฟ้าโดยติดตั้งไว้ที่ท้องของเครื่องบินขนส่งขนาดใหญ่ ซึ่งขึ้นไป 10 ไมล์ (15 กิโลเมตร) ) ก่อนจะปล่อยยาน VSS Unity ออกมา

VSS Unity ขับเคลื่อนด้วยจรวดทำความเร็วสูงสุดที่ Mach 3 ขณะทะยานสู่อวกาศ

“ขอแสดงความยินดีกับทีมที่ยอดเยี่ยมของเราที่ Virgin Galactic เป็นเวลา 17 ปีของการทำงานหนักเพื่อพาพวกเรามาไกลขนาดนี้” แบรนสันกล่าวระหว่างการถ่ายทอดสดโดยที่สัญญาณไม่ต่อเนื่องขณะที่ VSS Unity ลงมา แต่คาดว่าจะมีการเผยแพร่ภาพวิดีโอบนเครื่องบินเพิ่มเติมในภายหลัง

อีลอน มัสก์ หัวหน้า SpaceX กล่าวแสดงความยินดีว่า “ยินดีด้วย เที่ยวบินที่สวยงาม!”

NASA ยังแสดงความยินดีกับทีมด้วย โดยเรียกเที่ยวบินนี้ว่า “งดงามจริงๆ”

Photo by Patrick T. FALLON / AFP

ยุโรปกระจายวัคซีนตามเป้า พอฉีดผู้ใหญ่ได้ถึง 70% #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/657759

วันที่ 12 ก.ค. 2564 เวลา 11:03 น.

ยุโรปบรรลุเป้ามีวัคซีนพอสำหรับผู้ใหญ่ 70% แต่หลายประเทศยังระบาดหนักเพราะสายพันธุ์เดลตา

เออร์ซูลา ฟอน เดอร์ เลเยน ประธานคณะกรรมาธิการยุโรปกล่าวในแถลงการณ์ว่าจะมีการกระจายวัคซีนต้านโควิด-19 ประมาณ 500 ล้านโดสไปยัง 27 ประเทศสมาชิกสหภาพยุโรปในวันที่ 11 ก.ค. ตามเวลาท้องถิ่น ส่งผลให้ยุโรปจะมีวัคซีนเพียงพอสำหรับประชากรวัยผู้ใหญ่อย่างน้อย 70%

ฟอน เดอร์ เลเยน ระบุว่าแม้ว่าโควิด-19 จะยังไม่หมดไปแต่ยุโรปจะผ่านพ้นวิกฤตนี้ไปด้วยกัน ซึ่งประเทศสมาชิกต้องมุ่งมั่นในการเพิ่มอัตราการฉีดวัคซีนพวกเขาจึงจะปลอดภัย

ตามรายงานของศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแห่งยุโรปพบว่า 63.8% ของประชากรในกลุ่มอายุ 18 ปีขึ้นไปในยุโรปได้รับวัคซีนอย่างน้อย 1 โดส โดย 44.1% ได้รับวัคซีนครบโดสแล้ว

ปัจจุบันยุโรปได้กระจายวัคซีน 330 ล้านโดสซึ่งมาจาก Pfizer, 100 ล้านโดสจาก AstraZeneca, 50 ล้านโดสจาก Moderna และ 20 ล้านโดสจาก Johnson & Johnson ไปยังประเทศสมาชิกซึ่งมีประชากรวัยผู้ใหญ่รวมกันราว 366 ล้านคน

ในเดือนมี.ค. ที่ผ่านมา เธียร์รี เบรตัน กรรมาธิการฝ่ายตลาดภายในของคณะกรรมาธิการยุโรปเคยกล่าวว่ายุโรปอาจสามารถสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ได้ภายในเดือนก.ค. เนื่องจากจะมีการจัดส่งวัคซีนปริมาณมาก

แต่เมื่อต้นเดือนที่ผ่านมาฮันส์ คลูจ ผู้อำนวยการองค์การอนามัยโลกประจำภูมิภาคยุโรปชี้ว่ายุโรปกำลังจะเผชิญกับการแพร่ระบาดระลอกใหม่โดยสายพันธุ์เดลตาจะเป็นสายพันธุ์หลัก

คลูจระบุว่าจำนวนผู้ติดเชื้อในยุโรปลดลงเป็นเวลา 10 สัปดาห์ติดต่อกัน แต่มันจบลงแล้วโดยในช่วงปลายเดือนมิ.ย. มีผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้น 10% เนื่องจากการผ่อนคลายมาตรการมาตรการควบคุมโรค

อย่างไรก็ตามแม้ว่ายุโรปจะประสบความสำเร็จในการกระจายวัคซีนได้ตามเป้าแต่ประเทศสมาชิกหลายประเทศต้องยกระดับมาตรการควบคุมและป้องกันโรคในขณะนี้เนื่องจากมีจำนวนผู้ป่วยรายใหม่เพิ่มขึ้น

โดยระบุว่ามีสาเหตุมาจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 สายพันธุ์เดลตาที่พบครั้งแรกในประเทศอินเดียซึ่งแพ่ระบาดอย่างรวดเร็วไปกว่า 100 ประเทศทั่วโลก

ซึ่งเป็นไปตามการคาดการณ์ของคณะกรรมาธิการยุโรปที่เคยออกมาเตือนก่อนหน้านี้ว่าเชื้อไวรัสสายพันธุ์เดลตาจะเข้ามามีบทบาทสำคัญในยุโรปช่วงฤดูร้อนนี้โดยอ้างการประมาณการจากหน่วยงานป้องกันโรคของยุโรป

Photo by François WALSCHAERTS / POOL / AFP

จีนเผยภาพดาวอังคารชุดใหม่ฝีมือ ‘จู้หรง’ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/657717

วันที่ 11 ก.ค. 2564 เวลา 20:33 น.

จู้หรง ยานสำรวจพื้นผิวดาวอังคารของจีน เดินทางบนพื้นผิวดาวเคราะห์แดงคิดเป็นระยะทางมากกว่า 300 เมตร พร้อมจัดส่งภาพถ่ายชุดใหม่เกี่ยวกับหิน ทราย และฝุ่นบนดาวอังคารกลับสู่โลก

ปักกิ่ง, 10 ก.ค. (ซินหัว) — ศูนย์สำรวจดวงจันทร์และโครงการอวกาศ สังกัดองค์การบริหารอวกาศแห่งชาติจีน เปิดเผยว่าจู้หรงทำงานบนพื้นผิวดาวอังคารนาน 54 วันดาวอังคาร และเดินทางมากกว่า 300 เมตร เมื่อนับถึงวันพฤหัสบดี (8 ก.ค.)

อนึ่ง หนึ่งวันบนดาวอังคารมีระยะเวลานานกว่าหนึ่งวันบนโลกราว 40 นาที

(แฟ้มภาพซินหัว : ภาพถ่ายคุณลักษณะพื้นผิวของก้อนหินบนดาวอังคารและร่องรอยการเดินทางของจู้หรง ยานสำรวจพื้นผิวดาวอังคารลำแรกของจีน ภาพจากองค์การบริหารอวกาศแห่งชาติจีน)

จู้หรงเดินทางสู่ทิศใต้อย่างต่อเนื่องเพื่อดำเนินการตรวจสอบและสำรวจด้วยกล้องบันทึกภาพทางภูมิศาสตร์ เรดาร์ตรวจใต้พื้นผิว เครื่องมือวัดทางอุตุนิยมวิทยา และเครื่องตรวจจับสนามแม่เหล็กบนพื้นผิว นับตั้งแต่ลงจอดบนดาวอังคาร

เครื่องตรวจจับองค์ประกอบบนพื้นผิวและกล้องบันทึกภาพมัลติสเปกตรัมจะทำการตรวจจับแบบเฉพาะจุด หากพบเจอลักษณะพื้นผิวที่มีความโดดเด่นอย่างก้อนหินและเนินทราย

ภาพถ่ายก้อนหินบนดาวอังคารสองภาพเผยให้เห็นคุณลักษณะพื้นผิวของก้อนหินที่บางส่วนถูกปกคลุมด้วยฝุ่น และร่องรอยการเดินทางของจู้หรง

(แฟ้มภาพซินหัว : ภาพถ่ายพื้นผิวก้อนหินบนดาวอังคารที่บางส่วนถูกปกคลุมด้วยฝุ่น ภาพจากองค์การบริหารอวกาศแห่งชาติจีน)

วันที่ 26 มิ.ย. นับเป็นวันที่ 42 บนดาวอังคารของจู้หรง ซึ่งเดินทางถึงพื้นที่เนินทราย โดยกล้องบันทึกภาพทางภูมิศาสตร์ถ่ายภาพเนินทรายแดงที่อยู่ไกลราว 6 เมตร ภาพหนึ่งเผยให้เห็นก้อนหินหลายขนาดกระจายทั่วเนินทราย

วันที่ 4 ก.ค. นับเป็นวันที่ 50 บนดาวอังคารของจู้หรง ซึ่งเดินทางไปยังด้านใต้ของเนินทรายแดงที่มีความกว้าง 8 เมตร ความยาวราว 40 เมตร และความสูง 0.6 เมตร

(แฟ้มภาพซินหัว : ภาพถ่ายเนินทรายบนดาวอังคาร ซึ่งมีความกว้าง 8 เมตร ความยาวราว 40 เมตร และความสูง 0.6 เมตร วันที่ 4 ก.ค. 2021 ภาพจากองค์การบริหารอวกาศแห่งชาติจีน)

ภาพถ่ายภาพหนึ่งเผยให้เห็นกลุ่มก้อนหินหลายรูปทรง รวมถึงส่วนห่อหุ้มด้านหลังและร่มชะลอความเร็วของยานลงจอด โดยจู้หรงบันทึกภาพนี้ขณะอยู่ห่างจากจุดลงจอดราว 210 เมตร และจากจุดที่ตั้งของส่วนห่อหุ้มและร่มดังกล่าวราว 130 เมตร

ทั้งนี้ ภารกิจเทียนเวิ่น-1 ของจีน ประกอบด้วยยานโคจร ยานลงจอด และยานสำรวจพื้นผิว เริ่มปฏิบัติการเมื่อวันที่ 23 ก.ค. 2020

(แฟ้มภาพซินหัว : ภาพถ่ายกลุ่มก้อนหินหลายรูปทรง (ซ้าย) ส่วนห่อหุ้มด้านหลังและร่มชะลอความเร็วของยานลงจอด (มุมขวาบน) ภาพจากองค์การบริหารอวกาศแห่งชาติจีน)

ยานลงจอดบรรทุกยานสำรวจพื้นผิวลงจอดบริเวณด้านใต้ของยูโทเปีย พลานิเทีย ที่ราบขนาดมหึมาในขั้วเหนือของดาวอังคาร เมื่อวันที่ 15 พ.ค. 2021

(แฟ้มภาพซินหัว : ภาพถ่ายเนินทรายแดงบนดาวอังคาร วันที่ 26 มิ.ย. 2021 ภาพจากองค์การบริหารอวกาศแห่งชาติจีน)

จู้หรง วิ่งลงจากแพลตฟอร์มลงจอดสู่พื้นผิวดาวอังคารเมื่อวันที่ 22 พ.ค. เริ่มต้นการสำรวจดาวเคราะห์แดง และทำให้จีนเป็นประเทศที่ 2 ต่อจากสหรัฐฯ ที่สามารถนำยานอวกาศลงจอดและควบคุมยานสำรวจพื้นผิวบนดาวอังคาร

เนื้อหาและภาพด้วยความร่วมมือกับสำนักข่าวซินหัว

จีนพบ ‘เครื่องเขิน’ อายุ 8,200 ปี เก่าแก่สุดในประเทศ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/657716

วันที่ 11 ก.ค. 2564 เวลา 19:26 น.

เมื่อไม่นานนี้ คณะนักโบราณคดีในมณฑลเจ้อเจียงทางตะวันออกของจีน กำหนดอายุของเครื่องเขิน (lacquerware) จำนวน 2 ชิ้น ว่ามีความเก่าแก่มากกว่า 8,000 ปี ทำให้เป็นโบราณวัตถุที่มีความเก่าแก่มากที่สุดเท่าที่เคยค้นพบในจีน

หางโจว, 10 ก.ค. (ซินหัว) — เครื่องเขินดังกล่าวถูกขุดพบจากซากจิ่งโถวซาน เมืองอวี้เหยา สังกัดเมืองหนิงโปของเจ้อเจียง โดยซากจิ่งโถวซานถือเป็นซากเนินเปลือกหอยที่เก่าแก่ที่สุดและถูกฝังอยู่ลึกที่สุดในพื้นที่ชายฝั่งทะเลของจีน มีประวัติศาสตร์ยาวนาน 7,800-8,300 ปี

รายงานระบุว่ามีการค้นพบโบราณวัตถุอันประณีตงดงามจำนวนมาก นับตั้งแต่เริ่มการขุดสำรวจซากจิ่งโถวซานในเดือนกันยายน 2019 โดยช่วงครึ่งแรกของปี 2020 มีการค้นพบเครื่องไม้ 2 ชิ้น แต่ละชิ้นถูกเคลือบผิวเป็นชั้น

ต่อมาคณะนักวิทยาศาสตร์ใช้เทคนิคอินฟราเรด สเปกโทรสโคป เทคนิคไพโรไลติก แมส สเปกโทรเมทรี และเทคนิคทดสอบทางวิทยาภูมิคุ้มกันที่เกี่ยวพันกับเอนไซม์ ตรวจสอบเครื่องไม้ดังกล่าวจนยืนยันได้ว่าเป็นเครื่องเขิน

ขณะเดียวกันผลการทดสอบคาร์บอน-14 พบว่าเครื่องเขินทั้งสองชิ้นมีอายุราว 8,200 ปี

ซุนกั๋วผิง หัวหน้าทีมนักโบราณคดีประจำซากจิ่งโถวซาน กล่าวว่าการค้นพบใหม่นี้ช่วยขยับขยายขอบเขตประวัติศาสตร์เครื่องเขินจีนเป็นราว 8,300 ปี

“เครื่องเขินชิ้นหนึ่งอาจเป็นซากเรือแจวหรือชิ้นส่วนเครื่องดนตรี ส่วนเครื่องเขินอีกชิ้นอาจใช้สำหรับงานถักทอผ้า” ซุนกล่าว พร้อมเสริมว่าโบราณวัตถุนี้มีลักษณะของการใช้งานจริงและใช้ในพิธีการ สะท้อนความวิจิตรบรรจงในชีวิตมนุาย์ยุคโบราณ

เนื้อและภาพด้วยความร่วมมือกับสำนักข่าวซินหัว

นักวิทย์พบญาติ 14 คนของเลโอนาร์โด ดา วินชี #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/657715

วันที่ 11 ก.ค. 2564 เวลา 18:22 น.

นักวิทยาศาสตร์ได้ติดตามพบบุคคลที่คาดว่าเป็น 14 ญาติที่ยังมีชีวิตอยู่ของเลโอนาร์โด ดา วินชี (Leonardo Da Vinci)

สำนักข่าว CBC ของแคนาดารายงานว่า นักวิจัยที่มีโครงการติดตามดีเอ็นเอ (DNA) ของเลโอนาร์โด ดา วินชี ของมหาวิทยาลัย Rockefeller ในนิวยอร์กได้ศึกษาเอกสารที่มีอายุมากกว่า 620 ปี เพื่อติดตามเชื้อสายชายของศิลปินเอกของโลกและเชื่อว่าพวกเขาได้พบญาติที่ยังมีชีวิตอยู่ของเขา 14 คน

เลโอนาร์โด ดา วินชีเกิดในเมืองวินชี (จึงมีนามสกุลต่อท้ายว่า ดา วินชี แปลว่ามาจากเมืองวินชี) ในเมืองแคว้นทัสกัน ของอิตาลีในปี ค.ศ. 1452 เขาเสียชีวิตในเมืออองบัวส์ ในประเทศฝรั่งเศส ในปี ค.ศ. 1519 โดยที่ไม่มีลูกหลานของตัวเอง

แต่เขามีพี่น้องต่างมารดาบิดาประมาณ 22 คนโดย 17 คนจากฝั่งบิดาของเขา

ในการศึกษานี้ นักวิจัยได้เน้นไปที่เชื้อสายฝ่ายชายของดา วินชี หรือเจาะจงกว่านั้นคือ ผู้ที่มีโครโมโซม Y ร่วมกันของศิลปินเอกผู้นี้ ซึ่งโครโมโซมดังกล่าวสามารถคงอยู่โดยไม่เปลี่ยนแปลงไปได้ถึง 25 รุ่น

คณะผู้วิจัยได้สืบเสาะลำดับวงศ์ตระกูลของดาวินชีจำนวน 5 กิ่งก้านลำดับเชื้อสายจากบิดาของเขา คือ เซร์ปิเอโร และพี่น้องต่างมารดาคนหนึ่งชื่อโดเมนิโก โดยใช้เอกสารต่างๆ เช่น บันทึกพิธีรับเข้าเป็นคริสต์ศาสนิกชน บันทึกของโบสถ์ และพินัยกรรม โดยรวมแล้ว ครอบคลุม 21 รุ่นจาก 4 กิ่งก้านของแผนภูมิลำดับครอบครัว

ขั้นตอนต่อไปคือการทดสอบดีเอ็นของคน 14 คนและเปรียบเทียบโครโมโซม Y กับโครโมโซมของบรรพบุรุษในสุสานโบราณและสมัยใหม่

เจสส์ ออซูเบล (Jesse Ausubel) หัวหน้าโครงการกล่าว ญาติพี่น้องที่สืบเสื้อสายเดียวกับดา วินชีมีช่วงอายุตั้งแต่ 1 ขวบ ถึง 85 ปี มีอาสชีพที่หลากหลายรวมถึงชาวนา พนักงานออฟฟิศ ช่างทำเบาะ คนขายกระเบื้อง นักบิน และศิลปิน และส่วนใหญ่ รู้สึกปลาบปลื้มเมื่อพวกเขาได้เรียนรู้วงศ์ตระกูลของพวกเขามีส่วนเกีย่วข้องกับศิลปินอัจฉริยะ

“หนึ่งในคนที่คาดว่าน่าจะเป็นลูกหลาน คือนักบินที่ชอบบินเครื่องบิน แน่นอนว่าเลโอนาร์โดมีชื่อเสียงในเรื่องความหลงใหลในการบินและความเป็นไปได้ในการบินของมนุษย์ อีกคนคือศิลปินทัศนศิลป์ จิตรกร และแน่นอนว่าการมีความเชื่อมโยงกันกับเลโอนาร์โดในฐานะศิลปินนั้นเป็นเรื่องน่าตื่นเต้น” ออซูเบลบอกระหว่างร่วมรายการ As It Happens

AFP PHOTO / MARCO BERTORELLO

อิสราเอลฉีด Pfizer เข็มสามให้กลุ่มเสี่ยงสู้เดลตา #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/657713

วันที่ 11 ก.ค. 2564 เวลา 17:03 น.

บูสเตอร์สำหรับผู้ใหญ่ที่มีระบบภูมิคุ้มกันบกพร่อง แต่อิสราเอลยังคงชั่งน้ำหนักเข็มสามสำหรับประชาชนทั่วไป ทั้งนี้อิสรเาอลเป็นประเทศมีการฉีดวัคซีนชั้นนำของโลกอย่าง Pfizer แต่สายพันธุ์ทำให้เกิดการติดเชื้อเพิ่มขึ้น

สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า อิสราเอลจะเริ่มฉีดวัคซีนของ Pfizer ให้กับผู้ใหญ่ที่มีระบบภูมิคุ้มกันอ่อนแอ แต่ก็ยังชั่งน้ำหนักว่าควรฉีดรอบที่ 3 ให้กับสาธารณชนทั่วไปหรือไม่

การแพร่กระจายอย่างรวดเร็วของสายพันธุ์เดลตาทำให้เกิดการติดเชื้อใหม่เพิ่มขึ้นในเดือนที่ผ่านมาจากตัวเลขหลักเดียวเป็นประมาณ 450 ต่อวัน

รัฐมนตรีสาธารณสุข นิตซาน โฮโรวิตซ์ (Nitzan Horowitz) กล่าวว่าคำสั่งฉีดเข็มสามมีผลทันที โดยผู้ใหญ่ที่มีระบบภูมิคุ้มกันบกพร่องซึ่งได้รับวัคซีนไฟเซอร์ 2 โดจะได้รับการฉีดกระตุ้นเข็มที่ 3 และกำลังตัดสินใจว่าควรกระจายเข็มที่ 3 ในวงกว้างหรือม่

Pfizer และหุ้นส่วน BioNTech SE ซึ่งเป็นซัพพลายเออร์หลักในโครงการวัคซีนของอิสราเอลอกล่าวเมื่อวันพฤหัสบดีว่าพวกเขาจะขอให้หน่วยงานกำกับดูแลของสหรัฐและยุโรปเพื่ออนุญาตให้ฉีดวัคซีนเข็มที่ 3 หรือบูสเตอร์ภายในไม่กี่สัปดาห์ต่อจากนี้

ทั้งสองบริษัทอ้างว่ามีความเสี่ยงในการติดเชื้อเพิ่มขึ้นหากต้องรอออนุญาตฉีดครั้งที่ 3 เป็นเวลา 6 เดือน

ทั้งนี้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์จากนักวิทยาศาสตร์และเจ้าหน้าที่บางคนว่าบริษัทไม่ได้เปิดเผยข้อมูลที่แสดงถึงความเสี่ยงดังกล่าว แต่กล่าวว่าข้อมูลดังกล่าวจะเผยแพร่สู่สาธารณะในไม่ช้า

“เรากำลังตรวจสอบปัญหานี้ และยังไม่มีคำตอบสุดท้าย” โฮโรวิตซ์กล่าวในรายการวิทยุสาธารณะ Kan เกี่ยวกับการฉีดเข็มที่ 36 สำหรับประชากรทั่วไปในอิสราเอล

“ไม่ว่าในกรณีใดก็ตาม ตอนนี้เรากำลังดำเนินการฉีดครั้งที่ 3 แก่ผู้ที่เป็นโรคภูมิคุ้มกันบกพร่อง … คนเหล่านี้ก็ตัวอย่างเช่นกลุ่มที่ได้รับการปลูกถ่ายอวัยวะหรือมีอาการป่วยซึ่งทำให้ภูมิคุ้มกันลดลง”

ข้อมูลของกระทรวงสาธารณสุขระบุว่า ประมาณครึ่งหนึ่งของผู้ป่วย 46 รายที่เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลในอิสราเอลที่มีอาการรุนแรงในปัจจุบันได้รับการฉีดวัคซีนแล้ว นัชมาน อัช (Nachman Ash) ผู้ประสานงานการตอบสนองต่อการระบาดใหญ่ของโคโรนาไวรัสของอิสราเอลกล่าวเมื่อวันพุธว่าส่วนใหญ่มาจากกลุ่มเสี่ยงที่อายุเกิน 60 ปีและมีปัญหาสุขภาพมาก่อน

โฮโรวิตซ์กล่าวว่ากระทรวงสาธารณสุขจะแก้ปัญหาการขาดแคลนวัคซีน Pfizer โดยใช้วัคซีน Moderna Inc ที่มีอยู่แล้วสำหรับการฉีดวัคซีน 2 ครั้งในหมู่ประชากรผู้ใหญ่ทั่วไป

อิสราเอลได้จัดการฉีด Pfizer เกือบทั้งหมดให้กับประมาณ 60% ของประชากร 9.3 ล้านคน แต่วัคซีนจำนวน 700,000 โดสที่จะหมดอายุในปลายเดือนกรกฎาคมได้ถูกส่งไปยังเกาหลีใต้ เนื่องจากอัตราการฉีดในอิสราเอลเชื่องช้าลงจนเก็บวัคซีนเอาไว้ไม่ได้

ภายใต้ข้อตกลงแลกเปลี่ยน เกาหลีใต้ลจะคืนวัคซีน Pfizer จำนวนเท่าเดิมเมื่อได้รับสินค้าจาก Pfizer ในเดือนกันยายนและตุลาคม

“เรามีวัคซีน Moderna และผู้ใหญ่ที่ต้องการฉีดวัคซีนสามารถเข้ารับได้ตั้งแต่เช้าวันนี้หรือพรุ่งนี้โดยรับวัคซีน Moderna” โฮโรวิตซ์กล่าว

“สำหรับเยาวชน เรากำลังฉีดวัคซีน Pfizer ให้พวกเขา และเรากำลังพยายามดำเนินเร่งให้ Pfizer ส่งมอบ” เขากล่าว

อิสราเอลหวังว่าการส่งมอบก่อนหน้านี้จะช่วยให้เยาวชนได้รับการฉีดวัคซีนก่อนเริ่มปีการศึกษาในเดือนกันยายน

ภายใต้ข้อบังคับของกระทรวงสาธารณสุข เยาวชนชาวอิสราเอลสามารถรับวัคซีน Pfizer ได้ แต่ยังไม่สามารถรับวัคซีนจาก Moderna

Photo by JACK GUEZ / AFP

วิถีนักสู้เผด็จการ ภาพชีวิตนักรบประชาชนกะเรนนี #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/657705

วันที่ 11 ก.ค. 2564 เวลา 15:46 น.

ภาพความเป็นไปในค่ายของกองกำลัง KPDF หนึ่งในกองกำลังประชาชนที่ผุดขึ้นทั่วเมียนมาเพื่อจับอาวุธต่อต้านเผด็จการทหาร

ภาพชุดนี้ถ่ายเมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม 2021 แสดงให้เห็นสมาชิกของกองกำลังป้องกันประชาชนชาวกะเหรี่ยง (KPDF) ใช้ชีวิตและฝึกการรบที่ค่ายของพวกเขาใกล้เมืองเดมอโซ ในรัฐกะยา ในค่ายของพวกเขาที่ซ่อนตัวอยู่ในป่าทึบของรัฐกะยาของเมียนมาใกล้ชายแดนไทย

กองกำลัง KPDF อาสาสมัครต่อต้านเผด็จการชาวเมียนมาเหล่านี้ฝึกยิงอาวุธที่ทำเอง ทำการฝึกความแข็งแกร่งทางกายภาพ และเล่นกีตาร์ระหว่างพักผ่อนไปพลางๆ จากการปะทะกับกองทัพเมียนมาเป็นครั้งคราวในพื้นที่แถบเมืองดังกล่าว

กองกำลังป้องกันประชาชนชาวกะเหรี่ยง (KPDF) เปิดตัวเมื่อวันที่ 7 พฤษภาคมหลังจากแชร์คำแถลงบน Facebook โดย KPDF จะสร้างหน่วยงานของกองกำลังขึ้นในทุกเมืองในรัฐกะยา

แต่การตั้งกลุ่มกองกำลังประชาชนแบบนี้อาจมีความยุ่งยากในภายหลัง เพราะรัฐของเมียนมาตามชายแดนไทยมีกองกำลังติดอาวุธมากมาย เฉพาะในกลุ่มกระเรี่ยงและกะเรนนีมีก็มีหลายกลุ่มทั้งที่ผนึกกำลังกันเพือ่รบกับเผด็จการเมียนมาและต่อสู้กันเอง

ก่อนหน้านี้ คู ดาเนียล เลขาธิการที่สองของพรรคก้าวหน้าแห่งชาติกะเหรี่ยง (KNPP) กล่าวว่า KNPP ไม่ได้ต่อต้านกองกำลังพลเรือนใหม่ แต่ก็ยังเร็วเกินไปที่จะบอกว่าความสัมพันธ์ระหว่าง 2 กลุ่มจะเป็นอย่างไร

“ใครจะเป็นผู้นำและจัดการพวกเขา? ใครจะเป็นผู้กำหนดเป้าหมายในอนาคตของพวกเขา? พวกเขาต้องการรัฐบาลและความเป็นผู้นำที่แข็งแกร่ง” เขากล่าวกับสื่อท้องถิ่น Kantarawaddy Times ซึ่งสะท้อนว่ากองกำลังติดอาวุธที่จัดตั้งอยู่แล้วอาจต้องการจะชี้นำทิศทางของกองประชาชนที่เพิ่งตั้งขึ้นมา

ขณะที่ตัวแทนสภาที่ปรึกษาแห่งรัฐกะเหรี่ยง (KSCC) บอกกับ Kantarawaddy Times ว่า “ไม่ใช่เรื่องง่าย” ในการจัดตั้งกองกำลังใหม่ โดยเตือนว่าหาก “โครงสร้างและนโยบาย” ไม่ “เป็นระบบ” จะไม่สามารถ “เปิดปฏิบัติการทางยุทธศาสตร์ (ทางทหาร) ได้”

ภาพโดย STR / AFP

เดลตาแผลงฤทธิ์ไปทั่ว G20กลัวเศรษฐกิจโลกฟื้นไม่ไหว #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/657700

วันที่ 11 ก.ค. 2564 เวลา 14:15 น.

G20 กังวลว่าเดลต้าคุกคามต่อการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ ขณะที่หน่วยงานอื่นๆ ยังหวังในแง่ดี

ขณะที่ระบบสาธารณสุขของประเทศต่างๆ เตรียมพร้อมรับความเสียหายที่เกิดจากสายพันธุ์เดลตาที่แพร่กระจายอย่างรวดเร็ว บรรดารัฐมนตรีคลัง G20 เตือนเมื่อวันเสาร์ว่า มันอาจจะชะลอการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกได้เช่นกัน

“การฟื้นตัวนั้นมีลักษณะที่แตกต่างกันอย่างมากทั้งในระดับระหว่างต่างประเทศและในประเทศนั้นๆ” และ “ยังคงมีความเสี่ยงด้านลบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการแพร่กระจายของไวรัสโควิด-19 สายพันธุ์ใหม่”รัฐมนตรีคลัง G20กล่าวในแถลงการณ์สุดท้ายของการประชุม

รัฐมนตรีคลัง G20 ยังเตือนถึงอันตรายของ “ขั้นตอนการฉีดวัคซีนที่แตกต่างกัน” ทั่วโลก

ความกังวลหลักคือสายพันธุ์เดลตา ซึ่งปรากฏตัวครั้งแรกในอินเดียและกำลังแพร่กระจายอย่างรวดเร็ว ทำให้เกิดการระบาดในเอเชียและแอฟริกา และผลักดันตัวเลขผู้ป่วยในยุโรปและสหรัฐ

“เรามีการคาดการณ์ทางเศรษฐกิจที่ดีมากสำหรับประเทศ G20 ทั้งหมด” บรูโน เลอ แมร์ รัฐมนตรีเศรษฐกิจฝรั่งเศสกล่าว แต่เขาเตือนว่า “สิ่งเดียวที่สามารถคุกคามการฟื้นตัวของเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งและรวดเร็วคือความแปรปรวน และคลื่นลูกใหม่ของการแพร่ระบาด “เราต้องปรับปรุงการฉีดวัคซีนทุกที่ในโลก”

ริชิ ซูนัก แห่งสหราชอาณาจักรยังเชื่อมั่นมากกว่า โดยบอก ในการให้สัมภาษณ์กับ AFP ว่าสหราชอาณาจักรได้แสดงให้เห็นว่า “วัคซีนมีประสิทธิภาพในการป้องกันการรักษาในโรงพยาบาลและการเสียชีวิต แม้กระทั่งกับสายพันธุ์เดลต้า”

“ผมคิดว่านั่นทำให้เรามีความมั่นใจที่จะก้าวไปข้างหน้าอย่างช้าๆ และปลอดภัยในการเปิดเศรษฐกิจและประเทศต่างๆ ของเราอีกครั้ง” เขากล่าว

อย่างไรก็ตาม หลายประเทศ ตั้งแต่สเปนจนถึงไทยหวนกลับมาใช้มาตรการข้อจำกัดต่อต้านโควิดอีกครั้ง

ทุกสายตาในฝรั่งเศสต่างจับจ้องไปที่สุนทรพจน์ของประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครง ในวันจันทร์นี้ โดยเขาจะกำหนดขั้นตอนต่อไปหลังจากจำนวนผู้ป่วยเพิ่มขึ้น ในขณะที่อาร์เจนตินาได้ขยายมาตรการของตนเองไปจนถึงต้นเดือนสิงหาคม

ความกังวลที่เพิ่มขึ้นเกี่ยวกับตัวแปรเดลต้านั้นมาจากการผ่อนคลายข้อจำกัดในหลายประเทศ ซึ่งได้สูดอากาศบริสุทธิ์ที่จำเป็นมากไปยังประเทศเศรษฐกิจหลักหลายแห่ง

G20 เรียกร้องให้เร่งรณรงค์ฉีดวัคซีนทั่วโลก โดยให้คำมั่นที่จะดำเนินการมากขึ้นเพื่อช่วยให้ประเทศกำลังพัฒนา

อันโตนิโอ กูเตอร์เรส เลขาธิการสหประชาชาติระบุว่า แม้ 70% ของประชากรทั้งหมดได้รับการฉีดวัคซีนในประเทศที่พัฒนาแล้ว แต่ตัวเลขดังกล่าวยังน้อยกว่า 1.0% ในประเทศที่มีรายได้ต่ำ

ตลาดหุ้นที่ตกลงในสัปดาห์นี้ก็เพราะตื่นตระหนกเช่นกัน จากรายงานจากการประชุมล่าสุดของธนาคารกลางสหรัฐ พบว่ามีการถกเถียงเรื่องใช้มาตรการทางการเงินที่เข้มงวดขึ้นแม้ว่าจะมีวิกฤตการระบาเที่ดำเนินอยู่และส่งผลกระทบต่อการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจก็ตาม

นอกจากนี้ยังมีสัญญาณว่าการฟื้นตัวในจีนกำลังจะหมดแรงลง อย่างไรก็ตาม การคาดการณ์จากสถาบันใหญ่ๆ ยังมองในแง่ดี

คณะกรรมาธิการยุโรปในสัปดาห์นี้ได้เพิ่มความคาดหวังการเติบโตของยุโรปในปี 2021 โดยกล่าวว่าขณะนี้คาดการณ์ว่าจะขยายตัวขึ้น 4.8% เมื่อเทียบกับ 4.3% ก่อนหน้านี้

คณะกรรมาธิการยุโรปหวังพึ่งพาการยกเลิกมาตรการควบคุมโรคอย่างต่อเนื่องเพื่อกระตุ้นการเติบโต และหวังกับโครงการวัคซีนเพื่อจำกัดผลกระทบของคลื่นการระบาดอีกระลอกที่อาจมีต่อเศรษฐกิจ

กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) มีมุมมองที่ดีเช่นเดียวกัน โดยคาดว่า เศรษฐกิจสหรัฐอาจเติบโต “เร็วที่สุด” ในรอบ 25 ปี

รัฐมนตรีคลังของกลุ่ม G20 แสดงท่าทีระมัดระวังมากกว่า แต่เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมาก็ยังให้คำมั่นที่จะ “ดำเนินการฟื้นฟูอย่างต่อเนื่อง หลีกเลี่ยงการถอนมาตรการสนับสนุน (ทางการเงินและเศรษฐกิจ) ก่อนเวลาอันควร”

Photo by Orlando SIERRA / AFP

สหรัฐกำลังถูกเดลตาบุกเข้าตี บางรัฐเริ่มด่านแตก #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/657695

วันที่ 11 ก.ค. 2564 เวลา 12:21 น.

เดลตากำลังทำให้การระบาดทวีความรุนแรงขึ้นมาอีกในสหรัฐ บวกกับการฉีดวัคซีนที่ชะลอตัวลง

สรุปสถานการณ์การระบาดในสหรัฐหลังพบว่าเดลตาเริ่มที่จะกลายเป็นภัยคุกคามครั้งใหม่ แม้วาจะมีการฉีดวัคซีนในวงกว้าง แต่อัตราการฉีดเริ่มลดลงในระยะหลัง ผู้ติดเชื้อรายใหม่เกือบทั้งหมด คือ 99.7% อยู่ในกลุ่มคนที่ไม่ได้รับการฉีดวัคซีน

1. ข้อมูลของมหาวิทยาลัย Johns Hopkins แสดงให้เห็นว่าใน 24 รัฐพบว่ามีผู้ป่วยโควิด-19 เพิ่มขึ้นอย่างน้อย 10% ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ขณะที่สำนักข่าว CNN รายงานว่าผู้เชี่ยวชาญเร่งให้ฉีดัวคซีนเร็วขึ้น เพราะการระบาดเริ่มไล่ตามอัตราการฉีดมากระชั้นชิดขึ้นเรื่อยๆ

2. ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแห่งสหรัฐ (CDC) คาดการณ์ว่าสายพันธุ์เดลตาซึ่งถูกระบุครั้งแรกในอินเดียคิดเป็น 51.7% ของการติดเชื้อโควิด-19 ใหม่ทั้งหมดในประเทศสหรัฐในช่วงสองสัปดาห์จนถึงวันเสาร์ที่ 10 กรกฎาคมที่ผ่านมา

3. มิสซูรีและอาร์คันซอเป็นรัฐที่มีอัตราผู้ป่วยรายสัปดาห์ต่อหัวสูงสุด ในช่วง 7 วันที่ผ่านมา มิสซูรีมีผู้ป่วย 142.1 รายต่อประชากร 100,000 คน และอาร์คันซอมี 139.8 ราย ตามข้อมูลของ CDC

4. รัฐแคนซัสรายงานจำนวนผู้ป่วยรายใหม่มากที่สุดในรอบ 3 เดือนอยู่ทีเฉลี่ยวันละ 275 รายจากข้อมูลของสำนักข่าว AP โดยสายพันธุ์เดลตากำลังกลายมาเป็นความกังวลมากขึ้นเรื่อยๆ

5. จำนวนผู้ป่วยรายใหม่ต่อหัวมากที่สุดในรัฐแคนซัสในช่วงสองสัปดาห์อยู่ในเขตที่มีพรมแดนติดกับรัฐมิสซูรีซึ่งมีผู้ป่วยรายใหม่เพิ่มขึ้นเมื่อเร็วๆ นี้เนื่องจากสายพันธุ์เดลต้า

6. เมืองอินดิเพนเดนซ์ รัฐมิสซูรีออกคำแนะนำด้านสาธารณสุขเมื่อวันศุกร์ที่ 9 กรฎาคม โดยระบุว่ามีผู้ป่วยและอัตราการรักษาในโรงพยาบาลพิ่มขึ้นทั่วเขตนครแคนซัสซิตีและรัฐมิสซูรีเนื่องจากสายพันธุ์เดลต้า

7. ทั้งแคนซัสและมิสซูรีต่างก็มีอัตราการฉีดวัคซีนอย่างเชื่องช้าเพราะมีกลางการต่อต้านของของประชาชนต่อการฉีดวัคซีน ทั้งนี้ จากตัวเลขเมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม น้อยกว่าครึ่งหนึ่งของประชากรสหรัฐหรือ 47.7% ได้รับการฉีดวัคซีนครบถ้วน

8. ในรัฐแคลิฟอร์เนีย เจ้าหน้าที่ลอสแองเจลีสเคาน์ตี้กล่าวว่าพบผู้ป่วยรายใหม่เพิ่มขึ้น 165% ช่วงสัปดาห์นี้ และแคลิฟอร์เนียจะกำหนดให้ต้องสวมหน้ากากที่โรงเรียนเมื่อห้องเรียนเปิดช่วงภาคการศึกษาฤดูใบไม้ร่วงนี้ แม้ว่า  จะระบุว่าครูและนักเรียนที่ได้รับวัคซีนไม่จำเป็นต้องสวมหน้ากากภายในอาคารเรียนก็ตาม

9. ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่สาธารณสุขของรัฐมิสซิสซิปปีเผยว่าจำนวนผู้เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลเพิ่มขึ้น “เล็กน้อย” ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผลมาจากการติดเชื้อสายพันธุ์เดลตา

10. รัฐแอริโซนารายงานการเพิ่มขึ้นของผู้ป่วยรายวันที่มากที่สุดในรอบ 2 เดือน โดยมีผู้ป่วยรายใหม่มากถึง 921 รายเสียชีวิต 6 รายในวันศุกร์ พร้อมย้ำว่า “การฉีดวัคซีนปกป้องคุณ คนที่คุณรัก และชุมชนของคุณ วัคซีนมีความปลอดภัย มีประสิทธิภาพ บริการฟรี และหาได้ทั่วไป”

11. สำนักข่าว CBS รายงานว่า สรุปแล้วมีการติดเชื้อเพิ่มขึ้นใน 26 รัฐ อัตราการรักษาในโรงพยาบาลเพิ่มขึ้นใน 17 รัฐ ในจำนวนนี้จำนวนที่เพิ่มขึ้น 27% ในฟลอริดาเกือบมทั้งหมดเป็นกลุ่มที่ไม่ได้รับการฉีดวัคซีน

Photo by Ed JONES / AFP