เตือนไวรัสกำลังจะแซงวัคซีน เดลตาแพร่เร็วจนน่ากลัว #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/657124

วันที่ 04 ก.ค. 2564 เวลา 11:15 น.

องค์การอนามัยโลกเตือนประเทศรวยรีบกระจายวัคซีนพื่อป้องกันไม่ให้สายพันธุ์อันตรายได้เปรียบ

เตโวโดรส อัดฮาโนม เกอเบรออีเยอซุส (Dr Tedros Adhanom Ghebreyesus) ผู้อำนวยการใหญ่องค์การอนามัยโลกเตือนว่าประเทศร่ำรวยแบ่งปันวัคซีนกับประเทศที่มีรายได้น้อยช้าเกินไปที่จะป้องกันการแพร่กระจายของสายพันธุ์เดลตา จนทำให้เกิดความเสี่ยงต่อชีวิตผู้คนหลายล้านคน

ผู้อำนวยการใหญ่องค์การอนามัยโลกกล่าวว่า การแบ่งปันวัคซีนมีสัดส่วนที่น้อยมากเทียบได้กับ “เพียงหยดเดียวเท่านั้น ซึ่งถูกแซงหน้าโดยสายพันธุ์ต่างๆ” หลังจากที่ปรากฏว่ามีสายพันธุ์เดลตามีอยู่ในอย่างน้อยใน 98 ประเทศแล้ว

เกอเบรออีเยอซุสกล่าวว่าผู้นำโลกต้องมั่นใจว่าอย่างน้อย 10% ของผู้คนในทุกประเทศควรได้รับการฉีดวัคซีนภายในสิ้นเดือนกันยายน เพื่อที่จะปกป้องผู้คนที่อ่อนแอและเจ้าหน้าที่สาธารณสุข

“สายพันธุ์แปรเดลตาเป็นอันตรายและมีวิวัฒนาการและกลายพันธุ์อย่างต่อเนื่องซึ่งต้องมีการประเมินอย่างต่อเนื่องและการปรับเปลี่ยนอย่างรอบคอบในการตอบสนองต่อสาธารณสุข เดลตาตรวจพบในอย่างน้อย 98 ประเทศ และกำลังแพร่กระจายอย่างรวดเร็วทั้งในประเทศที่มีวัคซีนครอบคลุมต่ำและสูง”

เกอเบรออีเยอซุสแนะให้ประชาคมโลกต้องแบ่งปันอุปกรณ์ป้องกัน ออกซิเจน การตรวจเชื้อ การรักษา และวัคซีนอย่างเท่าเทียมกัน และเร่งรัดว่าภายในเดือนกรกฎาคมปีหน้า ประชาชน 70% ในทุกประเทศควรได้รับการฉีดวัคซีน เพราะมันเป็นวิธีที่ดีที่สุดในการชะลอการแพร่ระบาด การช่วยชีวิต และขับเคลื่อนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกอย่างแท้จริง “และในขณะเดียวกันก็จะป้องกันไม่ให้สายพันธุ์อันตรายอื่นๆ ได้เปรียบ”

เดวิด บาวเออร์ (David Bauer) หัวหน้ากลุ่มของ RNA Virus Replication Laboratory ที่ Francis Crick Institute กล่าวกับ The Guardian ว่า ในแง่ไวรัสวิทยา มันชัดเจนมากว่าสายพันธุ์เดลต้าจะแทนที่สายพันธุ์อื่น ๆ ทั้งหมดที่มีอยู่ในปัจจุบัน มันใช้เวลาประมาณแปดสัปดาห์ในการแทนที่อัลฟาในสหราชอาณาจักร และกำลังจะแทนที่เบตาในแอฟริกาใต้ และกำลังมีแนวโน้มแบบทวีคูณที่คล้ายคลึงกันในสหรัฐ

Photo by Diego Ramos / AFP

ผู้เชี่ยวชาญเตือนคนไม่รับวัคซีนเสี่ยงเป็นแหล่งเพาะเชื้อพันธุ์ใหม่ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/657123

วันที่ 04 ก.ค. 2564 เวลา 08:56 น.

ความน่ากลัวของเชื้อกลายพันธุ์ที่แพร่กระจายไปทั่วโลก เริ่มสร้างความกังวลแม้แต่ประเทศที่มีการฉีควัคซีนมากอย่างสหรัฐ

สำนักข่าว CNN ทำการสัมภาษณ์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคติดเชื้อซึ่งกล่าวว่า คนที่ไม่ได้รับวัคซีนทำให้ตัวเองมีความเสี่ยงที่จะติดเชื้อและหากคนๆ นั้นติดเชื้อยังจะทำให้คนอื่นๆ เสี่ยงไปด้วย เนื่องจากแหล่งที่มาของสายพันธุ์ใหม่อยู่ในร่างกายของผู้ติดเชื้อ

ดร.วิลเลียม ชาฟฟ์เนอร์ ศาสตราจารย์ในแผนกโรคติดเชื้อที่ศูนย์การแพทย์มหาวิทยาลัยแวนเดอร์บิลต์ กล่าวกับ CNN ว่า คนที่ไม่ได้รับวัคซีนเป็นโรงงานเพาะเชื้อสายพันธุ์ใหม่ ยิ่งมีคนไม่ได้รับวัคซีนมากเท่าไร ก็ยิ่งมีโอกาสที่ไวรัสจะทวีคูณมากขึ้นเท่านั้น

ขณะที่ แอนดรูว์ พีคอซ นักจุลชีววิทยาและนักภูมิคุ้มกันวิทยาที่คณะสาธารณสุขศาสตร์แห่งมหาวิทยาลัยจอห์น ฮอปกินส์กล่าวกับ CNN ว่า ในขณะที่การกลายพันธุ์เกิดขึ้นในไวรัส มันจะวิวัฒนาการจนมีความสามารถในการแพร่กระจายในหมู่ประชากรได้ง่ายขึ้น ทุกครั้งที่ไวรัสเปลี่ยนแปลงมันจะทำให้ไวรัสมีแพลตฟอร์มที่แตกต่างกันเพื่อเพิ่มการกลายพันธุ์ และตอนนี้เรามีไวรัสที่แพร่กระจายอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

คำเตือนนี้สอดคล้องกับองค์การอนามัยโลกกล่าวเมื่อเดือนที่แล้วว่า “ยิ่งเราปล่อยให้ไวรัสแพร่ระบาดมากเท่าไร ไวรัสก็ยิ่งมีโอกาสเปลี่ยนแปลงมากขึ้นเท่านั้น”

Photo by JAVIER TORRES / AFP

อังกฤษทุ่มแทงม้าเปิดประเทศ ไม่สนเดลตาระบาดหนัก #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/657107

วันที่ 03 ก.ค. 2564 เวลา 17:30 น.

อังกฤษทุ่มแทงม้าเปิดประเทศ ไม่สนเดลตาระบาดหนักโลกกำลังจับตามองอังกฤษ หลังจากเตรียมแผนเดินหน้าเปิดประเทศในขณะที่เชื้อสายพันธุ์เดลตาทำให้ตัวเลขผู้ติดเชื้อพุ่งขึ้นอีกครั้ง

จากนี้อีกราว 1 สัปดาห์แฟนฟุตบอลกว่า 60,000 คนจะไปรวมตัวกันที่สนามเวมบ์ลีย์ในกรุงลอนดอนเพื่อชมฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป และนายกรัฐมนตรี บอริส จอห์นสัน ก็เตรียมจะยกเลิกมาตรการล็อกดาวน์สกัด Covid-19 ที่ยังเหลืออยู่ในวันที่ 19 ก.ค.นี้ ซึ่งเป็นวันที่ชาวอังกฤษเรียกว่า “วันเสรีภาพ”

ทั้งหมดที่กล่าวมาข้างต้นจะเกิดขึ้นในประเทศที่ตัวเลขผู้ติดเชื้อของวันที่ 2 ก.ค. อยู่ที่ 27,125 คน เพิ่มขึ้นจากสัปดาห์ก่อนถึง 52%

The New York Times ระบุว่า การตัดสินใจเปิดประเทศของอังกฤษแม้ตัวเลขผู้ติดเชื้อยังสูงถือเป็นความเคลื่อนไหวที่กล้าหาญมาก และจะได้รับการจับตามองอย่างใกล้ชิดจากสหรัฐและทั่วสหภาพยุโรป (EU) ว่า ประเทศที่ประชากรวัยผู้ใหญ่ที่ได้รับการฉีดวัคซีนเป็นส่วนใหญ่สามารถเรียนรู้ที่จะอยู่กับ coronavirus ได้หรือไม่? 

“โลกกำลังจับตาดูอังกฤษเพื่อดูว่าการอยู่กับ Covid-19 ในประเทศที่ฉีดวัคซีนมากจะเป็นอย่างไร” เทวี ศรีธาร์ หัวหน้าโครงการสาธารณสุขของมหาวิทยาลัยเอดินบะระเผย “ในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้าเราจะรู้ว่าพวกเขาพนันถูกหรือไม่ หรือสุดท้ายแล้วเราจะมีคนเข้าโรงพยาบาลเยอะมากอีกรอบหนึ่ง” 

ศรีธาร์แสดงให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงทัศนคติในอังกฤษแบบหน้ามือเป็นหลังมือ จากประเทศที่ล็อกดาวน์ยาวนานที่สุดในกลุ่มประเทศร่ำรวย (467 วัน นับจนถึงวันที่ 3 ก.ค.) สู่ประเทศที่ฉีดวัคซีนได้เร็วที่สุด และกำลังจะเปิดประเทศในเร็วๆ นี้ 

ศรีธาร์บอกว่ามาตรการล็อกดาวน์เหล่านี้มีความจำเป็น เพราะอังกฤษไม่เคยห้ามการเดินทางระหว่างประเทศ ซึ่งเป็นต้นเหตุของการแพร่ระบาดของเชื้อกลายพันธุ์สายพันธุ์เดลตา ซึ่งหมายความว่ามีความเสี่ยงอยู่ตลอดเวลาที่โรงพยาบาลจะท่วมท้นไปด้วยผู้ป่วย 

ตอนนี้ชาวอังกฤษวัยผู้ใหญ่ได้รับวัคซีนครบทั้งสองโดสแล้วถึง 62% นักวิทยาศาสตร์เผยว่านี่คือช่วงเวลาแห่งการทดสอบความยืดหยุ่นของวัคซีนในสังคมที่กลับมาเปิดอีกครั้ง หากสัญญาณที่มีแนวโน้มดียังคงอยู่ อังกฤษอาจบรรลุเป้าหมายที่ต้องการคือ การสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ด้วยการฉีดวัคซีนไม่ใช่ด้วยการปล่อยให้ประชาชนติดเชื้อ

ประสบการณ์ของอังกฤษสะท้อนแนวทางของออสเตรเลีย ซึ่งสั่งปิดพรมแดนเพื่อสกัด Covid-19 ให้ตัวเลผู้ติดเชื้อเป็น 0 แต่ออสเตรเลียฉีดวัคซีนให้ประชากรน้อย และเมื่อสายพันธุ์เดลตาระบาดในประเทศ ออสเตรเลียก็พบข้อเสียของการปิดประเทศและยังต้องกลับไปล็อกดาวน์อีกครั้ง

ขณะที่อังกฤษพบผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้น แต่ตัวเลขผู้ที่ต้องเข้ารักษาในโรงพยาบาลหรือผู้เสียชีวิตมีเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ในจุดนี้นักวิทยาศาสตร์ชี้ว่าการระดมฉีดวัคซีนในวงกว้าง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มประชากรในกลุ่มเสี่ยง ช่วยป้องกันไม่ให้มีการติดเชื้อหรือการป่วยหนัก

ด้วยเหตุนี้ผู้นำอังกฤษจึงกล้าเดินหน้าเปิดประเทศในวันที่ 19 ก.ค.นี้ หลังจากที่เลื่อนมาแล้วครั้งหนึ่งเพราะความกังวลเรื่องสายพันธุ์เดลตา และยังแย้มว่าชาวอังกฤษที่ฉีดวัคซีนครบโดสแล้วอาจได้เดินทางเที่ยวในยุโรปในช่วงฤดูร้อนโดยไม่ต้องมีข้อจำกัดมากมาย

อย่างไรก็ดี ใช่ว่าทุกอย่างจะราบรื่น เพราะการเดินทางท่องเที่ยวของชาวอังกฤษจะต้องขึ้นอยู่กับว่าประเทศปลายทางนั้นๆ พร้อมจะเปิดรับชาวอังกฤษหรือไม่ และจนถึงตอนนี้หลายประเทศยังปิดประตู่ใส่อังกฤษ อาทิ อิตาลีและเยอรมนีที่กำหนดให้คนที่เกินทางมาจากอังกฤากักตัว สหรัฐห้ามคนที่ถือพาสปอร์ตอังกฤษเข้า

ขณะที่การเจรจาเปิดการท่องเที่ยวระหว่างกันระหว่างอังกฤษกับสหรัฐก็ชะงัก และอังกฤษยังมีมาตรการยุ่งยากสำหรับผู้ที่เดินทางมาจากต่างประเทศ รวมทั้งสหรัฐ

สตีเวน ฟรอยด์แมนน์ ประธานสถาบันการเดินทางและการท่องเที่ยวเผยว่า “เรามีความเสี่ยงกับพวกเขามากกว่าที่พวกเขามีความเสี่ยงกับเรา มันค่อนข้างประหลาดที่เรามีข้อจำกัดการเดินทางเข้าประเทศ”

บททดสอบของอังกฤษในการกลับไปสู่การใช้ชีวิตตามปกติมาพร้อมกับการแข่งขันฟุตบอลยูโร

ขณะนี้ทางการอังกฤษยังไม่อนุญาตให้แฟนกีฬาเข้าชมเต็มความจุของสนามเวมบ์ลีย์ที่เป็นเจ้าภาพในนัดที่อังกฤษดวลกับเยอรมนีและอีกหลายๆ นัด โดยกำหนดให้เข้าสนามได้เพียง 22,000 คนจากความจุ 90,000 คน หรือ 2 ใน 3 ของความจุ

ขณะที่องค์การอนามัยโลก (WHO) เตือนว่า แฟนฟุตบอลที่รวมตัวจำนวนมาก ไม่ว่าในสนามแข่ง ผับบาร์ หรือพื้นที่แฟนโซน จะทำให้สายพันธุ์เดลตาระบาดไปทั่วยุโรป

ส่วนเจ้าหน้าที่สาธารณสุขของสกอตแลนด์เผยว่า มีคนเกือบ 2,000 คนมีผลตรวจ Covid-19 เป็นบวกหลังรวมตัวกันเพื่อชมเกมต่างๆ โดยในจำนวนนี้ 2 ใน 3 เดินทางเข้ากรุงลอนดอนเมื่อวันที่ 18 มิ.ย.เพื่อชมเกมที่สกอตแลนด์แตะกับอังกฤษ

อย่างไรก็ดี เจ้าหน้าที่ของอังกฤษยืนยันว่าจะรักษามาตรการป้องกัน Covid-19 ที่สนามเวมบ์ลีย์อย่างเข้มงวด โดยผู้เข้าชมต้องมีผลตรวจ Covid-19 เป็นลบ หรือฉีดวัคซีนครบโดสแล้ว โดยต้องฉีดเข็มที่ 2 แล้วอย่างน้อย 14 วันก่อนเข้าชมเกม

Photo by TOBY MELVILLE / POOL / AFP

นักลงทุนคาดปลายปีนี้ Bitcoin จะร่วงต่ำกว่า 30,000 ดอลลาร์ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/657097

วันที่ 03 ก.ค. 2564 เวลา 16:30 น.

นักลงทุนคาดปลายปีนี้ Bitcoin จะร่วงต่ำกว่า 30,000 ดอลลาร์ Bitcoin ยังผันผวน นักลงทุนเกือบ 50% คาดปลายปีนี้จะร่วงต่ำกว่า 30,000 เหรียญสหรัฐ

สถานีโทรทัศน์ CNBC สำรวจความคิดเห็นผู้จัดการพอร์ตการลงทุนและผู้เชี่ยวชาญด้านยุทธศาสตร์การลงทุนกลุ่มหนึ่งด้วยคำถามว่า “สิ้นปีนี้ Bitcoin จะเป็นไปในทิศทางไหน”

ผลการสำรวจพบว่า 44% ของนักลงทุนมองว่า Bitcoin จะร่วงลงไปต่ำกว่า 30,000 เหรียญสหรัฐ ส่วนที่เหลืออีก 56% นั้น 25% คาดว่าจะขึ้นไปแตะที่ 45,000 เหรียญสหรัฐ อีก 25% มองว่า Bitcoin จะวิ่งไปถึง 55,000 เหรียญสหรัฐ และส่วนน้อยที่ 6% อาจพลิกกลับไปอยู่ที่ 60,000 เหรียญสหรัฐ ซึ่งใกล้เคียงกับระดับออลไทม์ไฮเมื่อเดือน เม.ย.ที่ผ่านมาที่ 65,000 เหรียญสหรัฐ

อย่างไรก็ดี การสำรวจครั้งนี้เป็นเพียงความคิดเห็นของนักลงทุนส่วนน้อยเท่านั้น

มูลค่าของ Bitcoin ที่ร่วงลงไปอยู่ที่ 29,000 เหรียญสหรัฐสั่นสะเทือนความเชื่อมั่นของนักลงทุนไม่น้อย ทว่านักลงทุนมือเก๋าส่วนใหญ่ส่งสัญญาณว่าใกล้ถึงเวลาที่ราคาจะพุ่งขึ้นแล้ว และนับตั้งแต่ Bitcoin ดีดกลับขึ้นมาที่ 32,000 เหรียญสหรัฐ บรรดาเทรดเดอร์ก็มีความหวังว่า Bitcoin จะกลับไปสู่จุดออลไทม์ไฮได้อีกครั้ง

Photo by JACK GUEZ / AFP

จีนอู้ฟู่จากการส่งออกอุปกรณ์การแพทย์เกี่ยวกับโควิด #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/657089

วันที่ 03 ก.ค. 2564 เวลา 14:30 น.

จีนอู้ฟู่จากการส่งออกอุปกรณ์การแพทย์เกี่ยวกับโควิด การส่งออกอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่เกี่ยวข้องกับ Covid-19 พุ่งขึ้นเกือบ 3 เท่าในปี 2020 คิดเป็นมูลค่า 105,000 ล้านเหรียญสหรัฐ

องค์กรการค้าโลก (WTO) เผยว่า การส่งออกอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่เกี่ยวข้องกับ Covid-19 อาทิ หน้ากากอนามัย เครื่องช่วยหายใจ แอลกอฮอล์ล้างมือ เครื่องสแกนอัลตราโซนิก ของจีนในปี 2020 เพิ่มขึ้นเกือบ 3 เท่าของปีก่อนหน้า หรือมีมูลค่าถึง 105,000 ล้านเหรียญสหรัฐ

การส่งออกที่เพิ่มขึ้นส่งผลให้จีนขยับขึ้นมาเป็นผู้ส่งออกอันดับต้นๆ ของโลกในปี 2020 ทั้งยังพบว่าในช่วง 5 เดือนแรกของปี 2020 มีบริษัทใหม่ในจีนจดทะเบียนผลิตหรือซื้อขายหน้ากากอนามัย 70,802 บริษัท เพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้า 1,256%

ขณะที่บรรดาบริษัทที่ผลิตสินค้าอื่นที่ไม่เกี่ยวข้องกับ Covid-19 อย่างลูกกอล์ฟ บุหรี่ไฟฟ้า ชิ้นส่วนรถยนต์ พากันเปลี่ยนมาผลิตหน้ากากอนามัย ด้วยเหตุผลว่าสามารถทำกำไรได้ดีและเร็วภายในไม่กี่สัปดาห์ เนื่องจากมีความต้องการสูง

หากมองภาพรวมทั่วโลกมูลค่าสินค้าทางการแพทย์ของปี 2020 สูงถึง 2.3 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ เนื่องจากทั้งโลกต้องรับมือกับการแพร่ระบาดของ Covid-19 คิดเป็นสัดส่วนการเติบโต 16% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า สวนทางกับการค้าทั่วโลกที่หดตัว 7.6% ในปีเดียวกัน

ขณะที่สหรัฐนำเข้าสินค้าทางการแพทย์ที่เกี่ยวกับ Covid-19 มากที่สุด ตามด้วยเยอรมนี ซึ่งทั้งสองประเทศนี้สั่งสินค้าส่วนใหญ่จากจีน

AFP PHOTO / WANG ZHAO

วัคซีน Covaxin ของภารัตอินเดียป้องกันเดลตาได้ 65.2% #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/657085

วันที่ 03 ก.ค. 2564 เวลา 12:30 น.

วัคซีน Covaxin ของภารัตอินเดียป้องกันเดลตาได้ 65.2% ภารัตอินเดียเผยวัคซีน Covaxin ป้องกัน Covid-19 ได้ 77.8% กันเดลตาได้ 65.2%

บริษัท ภารัต ไบโอเทค (Bharat Biotech) ของอินเดียเผยผลการทดลองวัคซีน Covaxin ทางคลินิกระยะที่ 3 พบว่ามีประสิทธิภาพป้องกันการติดเชื้อแบบแสดงอาการ 77.8% ป้องกันอาการรุนแรงได้ 93.4% และป้องกันเชื้อกลายพันธุ์สายพันธุ์เดลตาซึ่งพบครั้งแรกในอินเดียได้ 65.2%

การเผยผลการทดลองระยะที่ 3 นี้มีขึ้นหลังจากบริษัท Ocugen ซึ่งพัฒนา Covaxin ร่วมกับภารัตสำหรับตลาดในสหรัฐ เตรียมยื่นเอกสารให้ทางการสหรัฐอนุมัติ

การทดลองทางคลินิกระยะที่ 3 ของ Covaxin ทำในผู้ป่วย Covid-19 แบบแสดงอาการ 130 คนอายุระหว่าง 18-98 ปีในพื้นที่ 25 จุดทั่วอินเดีย โดย 12% มีอาการข้างเคียงทั่วไปหลังได้รับวัคซีน และไม่ถึง 0.5% ที่มีอาการไม่พึงประสงค์รุนแรง โดยภารัตสรุปว่าอัตราการเกิดอาการไม่พึงประสงค์โดยรวมจาก Covaxin น้อยกว่าวัคซีนป้องกัน Covid-19 อื่นๆ

วัคซีน Covaxin ได้รับอนุญาตให้ใช้ในกรณีฉุกเฉินใน 16 ประเทศ อาทิ บราซิล อินเดีย ฟิลิปปินส์ อิหร่าน เม็กซิโก และขณะนี้อยู่ระหว่างหารือกับองค์การอนามัยโลกเพื่อขอขึ้นทะเบียนรับรอง

REUTERS/Adnan Abidi/File Photo

ดาวเทียมแฉจีนซุ่มสร้างไซโลเก็บขีปนาวุธนิวเคลียร์กว่า 100 แห่ง #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/657079

วันที่ 03 ก.ค. 2564 เวลา 10:30 น.

ดาวเทียมแฉจีนซุ่มสร้างไซโลเก็บขีปนาวุธนิวเคลียร์กว่า 100 แห่งจีนกำลังสร้างไซโลเก็บขีปนาวุธข้ามทวีปในทะเลทรายในเขตมณฑลกานซูกว่า 100 แห่ง

สำนักข่าว The Washington Post รายงานว่า ภาพถ่ายทางดาวเทียมของบริษัทดาวเทียมเพื่อการพาณิชย์ Planet Labs Inc. เผยให้เห็นว่าทางการจีนกำลังก่อสร้างไซโลเก็บขีปนาวุธข้ามทวีป 119 แห่งในทะเลทรายใกล้กับพื้นที่ทางตะวันตกเฉียงเหนือของเมืองอี้เหมินในมณฑลกานซู

นักวิจัยจากศูนย์เพื่อการศึกษาด้านการป้องกันการสะสมอาวุธนิวเคลียร์เจมส์มาร์ตินในแคลิฟอร์เนียซึ่งศึกษาภาพถ่ายดาวเทียมดังกล่าวระบุว่า ไซโลเก็บขีปนาวุธข้ามทวีปทั้ง 119 แห่งมีรูปร่างหน้าตาเหมือนกันและยังเหมือนกับฐานยิงขีปนาวุธของจีนที่มีอยู่ก่อนแล้ว

จากภาพถ่ายดาวเทียมของ Planet Labs Inc. ไซโลที่กำลังก่อสร้างถูกแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มใหญ่ๆ ครอบคลุมพื้นที่ทะเลทรายฝั่งตะวันตกและตะวันตกเฉียงใต้ของเมืองอี้เหมิน โดยแต่ละที่ห่างจากกันราว 3.2 กิโลเมตร และไซต์ก่อสร้างส่วนใหญ่จะถูกคลุมด้วยสิ่งของลักษณะใหญ่คล้ายโดม

ส่วนภาพถ่ายไซต์ก่อสร้างที่ไม่ได้ถูกปกคลุมจะเห็นคนงานก่อสร้างกำลังขุดหลุมวงกลมบนพื้นทะเลทราย และยังมีไซต์ก่อสร้างที่คาดว่าจะเป็นศูนย์ควบคุม

เจฟฟรี ลูอิส นักวิจัยเผยกับ The Washington Post ว่า การก่อสร้างดังกล่าวบ่งชี้ว่าจีนกำลังพยายามยกระดับความสามารถในการป้องปรามนิวเคลียร์ของตัวเอง และหากนับรวมไซโลเก็บขีปนาวุธที่กำลังก่อสร้างทั่วประเทศจีนอาจมีถึง 145 แห่ง

ลูอิสยังคาดว่าจีนสร้างไซโลเหล่านี้สำหรับเก็บขีปนาวุธข้ามทวีป DF-41 ที่จีนพัฒนาขึ้นเอง ซึ่งสามารถบรรจุหัวรบนิวเคลียร์ได้หลายหัว มีพิสัยการยิง 12,000-15,000 กิโลเมตร ซึ่งไกลพอจะโจมตีแผ่นดินใหญ่ของสหรัฐได้

ทั้งนี้ คาดว่าจีนมีอาวุธนิวเคลียร์ราว 250-350 หัวรบ ซึ่งค่อนข้างน้อยเมื่อเทียบกับของสหรัฐและรัสเซีย แต่การสร้างไซโลเพิ่มอาจบ่งบอกว่าจีนอาจมีหัวรบเพิ่มขึ้นอีก

เกาหลีใต้งดฉีด AZ ให้คนอายุไม่ถึง 50 ปีหากฉีดแล้วให้ Pfizer เป็นเข็ม 2 #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/657055

วันที่ 02 ก.ค. 2564 เวลา 19:00 น.

เกาหลีใต้งดฉีด AZ ให้คนอายุไม่ถึง 50 ปีหากฉีดแล้วให้ Pfizer เป็นเข็ม 2เกาหลีใต้แก้ไขข้อจำกัดด้านอายุสำหรับผู้ที่ได้รับวัคซีน AstraZeneca จาก 30 ปีขึ้นไปเป็น 50 ปีขึ้นไป

สำนักข่าวเกาหลีใต้รายงานเมื่อวันที่ 1 ก.ค. ว่าหน่วยงานด้านสาธารณสุขของประเทศประกาศแก้ไข้ข้อจำกัดในการฉีดวัคซีนต้านโควิด-19 ของ AstraZeneca จากเดิมที่กำหนดว่าไม่ฉีดให้ผู้ที่อายุต่ำกว่า 30 ปี ล่าสุดขยับขึ้นมาเป็นไม่ฉีดให้ผู้ที่อายุต่ำกว่า 50 ปี เนื่องจากความกังวลในความเสี่ยงของอาการลิ่มเลือดอุดตันหลังได้รับการรฉีดวัคซีน

สำหรับผู้ที่มีอายุต่ำกว่า 50 ปีซึ่งได้รับวัคซีนของ AstraZeneca เข็มแรกไปแล้วจะได้รับวัคซีนของ Pfizer เป็นเข็มที่ 2 ซึ่งมีประมาณ 1.6 ล้านคน

ทั้งนี้ เกาหลีใต้มีรายงานผู้เกิดอาการลิ่มเลือดอุดตัน 2 รายในกลุ่มผู้ที่ได้รับวัคซีน AstraZeneca เข็มแรกโดยทั้ง 2 รายเป็นชายอายุประมาณ 30 ปี ซึ่งรายหนึ่งมีอาการทรงตัวขณะกำลังรักษาตัว ขณะที่อีกรายเสียชีวิตไปเมื่อวันที่ 16 มิ.ย.

อย่างไรก็ตามเกาหลีใต้คาดว่าการเปลี่ยนแปลงข้อจำกัดด้านอายุจะไม่ส่งผลกระทบต่อโครงการฉีดวัคซีนเนื่องจากวัคซีน AstraZeneca ที่สั่งซื้อมาจำนวน 20 ล้านโดสใกล้หมดแล้ว โดยตั้งแต่เดือนนี้เป็นต้นไปเกาหลีใต้จะใช้วัคซีน Pfizer เป็นหลัก

สำหรับวัคซีน Johnson & Johnson ซึ่งมีข้อกังวลด้านอาการลิ่มเลือดอุดตันเช่นกันนั้น เกาหลีใต้ได้จำกัดอายุผู้รับวัคซีนไว้ที่ 30 ปีขึ้นไป แม้ว่าจะยังไม่มีรายงานการเกิดอาการไม่พึงประสงค์ดังกล่าวในผู้ที่ได้รับวัคซีนไปแล้ว 1 ล้านคน

Photo by Chung Sung-Jun / POOL / AFP

2 มหาเศรษฐีเปิดศึกชิงตำแหน่งเดินทางสู่อวกาศคนแรก #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/657053

วันที่ 02 ก.ค. 2564 เวลา 18:00 น.

2 มหาเศรษฐีเปิดศึกชิงตำแหน่งเดินทางสู่อวกาศคนแรกริชาร์ด แบรนสัน ตัดหน้า เจฟฟ์ เบโซส แค่ 9 วัน เตรียมเดินทางสู่อวกาศ 11 ก.ค.นี้

ริชาร์ด แบรนสัน มหาเศรษฐีผู้ก่อตั้งบริษัทด้านอวกาศและการบิน Virgin Galactic เตรียมเดินทางไปยังขอบอวกาศด้วยยาน VSS Unity ในการบินทดสอบในวันที่ 11 ก.ค.นี้

Virgin Galactic ระบุว่า หากเที่ยวบินของยานอวกาศ VSS Unity ประสบความสำเร็จก็จะเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญของการแข่งขันท่องเที่ยวอวกาศเชิงพาณิชย์ของเอกชน และยังมีความหมายว่า แบรนสันเดินทางออกไปไกลกว่าชั้นบรรยากาศของโลกก่อนหน้า เจฟฟ์ เบโซส มหาเศรษฐีผู้ก่อตั้ง Amazon และบริษัท Blue Origin ซึ่งขับเคี่ยวกันมากับ Virgin Galactic ซึ่งมีกำหนดเดินทางไปในอวกาศวันที่ 20 ก.ค.นี้

ในเวลาต่อมาแบรนสันทวีตว่า “ผมเป็นคนช่างฝันมาตลอด แม่ผมสอนไม่ให้ยอมแพ้และสอนให้ไปให้ถึงดวงดาว วันที่ 11 ก.ค. ถึงเวลาเปลี่ยนความฝันนั้นให้เป็นจริงบนการเดินทางสู่อวกาศครั้งต่อไปของ Virgin Galactic”

เที่ยวบินของแบรนสันในวันที่ 11 นี้ จะเป็นเที่ยวบินทดสอบของ VSS Unity เป็นระยะเวลา 20 วินาที และเป็นเที่ยวบินที่ 4 ที่มีมนุษย์เดินทางไปด้วย แต่เป็นเที่ยวแรกมีลูกเรือเต็มพิกัด ซึ่งประกอบด้วยนักบิน 2 คนและผู้เชี่ยวชาญอีก 4 คน รวมถึงแบรนสันด้วย

Virgin Galactic มีกำหนดจะบินทดสอบอีก 2 ครั้ง ก่อนที่จะเริ่มเปิดบริการเชิงพาณิชย์ในปี 2022

การประกาศของแบรนสันมีขึ้นไม่กี่ชั่วโมงหลังจากเบโซสประกาศว่า วอลลี ฟังค์ ผู้บุกเบิกด้านการบิน จะเดินทางสู่อวกาศไปกับยาน New Shepard ร่วมกับตัวเขา มาร์ค เบโซส น้องชาย และผู้ชนะการประมูลตั๋วเดินทางไปกับ New Shepard มูลค่า 28 ล้านเหรียญสหรัฐ

ทั้ง Virgin Galactic และ Blue Origin ต่างขับเคี่ยวกันในธุรกิจท่องเที่ยวอวกาศโดยทั้งสองบริษัทเสนอแพ็คเกจทัวร์อวกาศเหนือชั้นบรรยากาศเพื่อสัมผัสภาวะไร้น้ำหนักและชมวิวน่าตื่นตาไม่กี่นาทีก่อนจะกลับสู่พื้นโลก

ขณะนี้ยังไม่มีบริษัทไหนเปิดเผยตัวเลขค่าใช้จ่ายในการท่องอวกาศ แต่คาดว่าจะสนนราคา 250,000-500,000 เหรียญสหรัฐ ถึงอย่างนั้นก็มีคนสนใจวางเงินมัดจำเพื่อเดินทางไปกับ Virgin Galactic กว่า 600 คน ส่งผลให้หุ้นบริษัทพุ่งขึ้นถึง 25%

Photos by MANDEL NGAN and Don EMMERT / AFP

อีลอน มัสก์ ชมเศรษฐกิจจีนน่าทึ่งขณะที่เทสลาเริ่มสะดุดในจีน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/657052

วันที่ 02 ก.ค. 2564 เวลา 17:00 น.

อีลอน มัสก์ ชมเศรษฐกิจจีนน่าทึ่งขณะที่เทสลาเริ่มสะดุดในจีนอีลอน มัสก์ เอ่ยปากชมจีนเนื่องในวันครบรอบ 100 ปีการก่อตั้งพรรคคอมมิวนิสต์

เมื่อวันที่ 1 ก.ค. ที่ผ่านมาเนื่องในโอกาสวันครบรอบ 100 ปีการก่อตั้งพรรคคอมมิวนิสต์จีน อีลอน มัสก์ (Elon Musk) ได้ตอบกลับทวีตของสำนักข่าวซินหัวของจีนที่อ้างถึงแคมเปญแก้จนของประธานาธิบดีสี จิ้นผิงระบุว่า “ความเจริญรุ่งเรืองทางเศรษฐกิจของจีนนั้นช่างน่าทึ่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งโครงสร้างพื้นฐาน ผมขอแนะนำให้ทุกคนไปเยี่ยมชมและมองเห็นด้วยตาของคุณเอง”

นอกจากนี้ยังได้โพสต์ข้อความเดียวกันลงบนเวย์ปั๋ว แพลตฟอร์มออนไลน์ยอดนิยมของจีนซึ่งบัญชีของอีลอน มัสก์มีผู้ติดตามเกือบ 1.8 ล้านคน ท่ามกลางความคิดเห็นกว่า 500 รายการบนโพสต์ดังกล่าวของเขา บ้างก็แซวว่า “อีลอน มัสก์ เป็นอดีตสมาชิกพรรคคอมมิวนิสต์จีน” หรือ “อีลอน มัสก์ อาจเป็น แจ็ค หม่า คนต่อไปของจีน”

ท่ามกลางความคิดเห็นจำนวนมากชาวเน็ตบางคนสนับสนุนคำพูดของมัสก์ ขณะที่อีกส่วนหนึ่งชี้ไปที่ประเด็นสิทธิมนุษยชนในประเทศจีน

ในเดือนมี.ค. ที่ผ่านมามัสก์ยังได้ให้สัมภาษณ์ต่อสถานีโทรทัศน์ CCTV ของจีนโดยกล่าวยกย่องรัฐบาลจีนและระบุว่า “จีนจะกลายเป็นประเทศที่มีขนาดเศรษฐกิจที่ใหญ่ที่สุดในโลก” ซึ่งขณะนี้ตำแหน่งนั้นกำลังเป็นของสหรัฐ

เกาเฉิน นักวิเคราะห์จากเซี่ยงไฮ้มองว่าประเทศจีนเป็นหนึ่งในตลาดที่สำคัญที่สุดสำหรับบริษัทเทสลา (Tesla) ซึ่งก่อนหน้านี้เทสลาถูกรัฐบาลจีนสั่งให้เรียกคืนรถยนต์มากกว่า 285,000 คันในประเทศจีน เนื่องจากข้อกังวลด้านความปลอดภัย นอกจากนี้ยังถูกเพ่งเล็งถึงการสอดแนมจากกล้องที่ติดอยู่ในรถยนต์ และมีเสียงร้องเรียนจากผู้ใช้ชาวจีนส่วนหนึ่งด้วยส่งผลให้ยอดขายเทสลาในจีนเริ่มลดลง

Photo by Brendan Smialowski / AFP