พ่อมดการเงิน จอร์จ โซรอส เริ่มเทรด Bitcoin แล้ว #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/656948

วันที่ 01 ก.ค. 2564 เวลา 15:00 น.

พ่อมดการเงิน จอร์จ โซรอส เริ่มเทรด Bitcoin แล้ว  แหล่งข่าววงในเผย กองทุนการลงทุนของ จอร์จ โซรอส กำลังเทรด Bitcoin  

เว็บไซต์ข่าวด้านการเงิน TheStreet รายงานโดยอ้างแหล่งข่าววงใน 2 ว่า กองทุนด้านการลงทุน Soros Fund Management ของพ่อมดการเงิน จอร์จ โซรอส กำลังเทรด Bitcoin ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการสำรวจสินทรัพย์ดิจิทัลในวงกว้างของกองทุน 

แหล่งข่าวเผยว่า เมื่อเร็วๆ นี้ ดอว์น ฟิตซ์แพทริก หัวหน้าสายงานการลงทุนของ Soros Fund Management ได้อนุมัติเป็นการภายในให้เทรด Bitcoin และอาจรวมถึงสกุลเงินดิจิทัลอื่นๆ ด้วย  

นอกจากนี้ยังเผยอีกว่า ฟิตซ์แพทริกและทีมงานทำการสำรวจสกุลเงินดิจิทัลมาระยะหนึ่งแล้ว และการลงทุนครั้งล่าสุดนี้เป็นมากกว่าการทดสอบทรัพย์สินดิจิทัลแน่นอน 

ฟิตซ์แพทริกยังเคยเจรจาเข้าซื้อหุ้นส่วนตัวจากบริษัทบล็อกเชนชั้นนำ ทว่าไม่มีการเปิดเผยชื่อบริษัทดังกล่าว

และก่อนหน้านี้ Cointelegraph รายงานว่า กองทุน Soros Fund Management เป็นหนึ่งในบริษัทหลายแห่งที่อยู่เบื้องหลังการระดมทุนมูลค่า 200 ล้านเหรียญสหรัฐของ New York Digital Investment Group หรือ NYDIG

อย่างไรก็ดี ยังไม่มีรายละเอียดว่า Soros Fund Management ตั้งใจจะซื้อขาย Bitcoin อย่างไร แต่ก็ไม่ควรมองว่าเป็นช่วงขาขึ้นของสินทรัพย์ดิจิทัล เนื่องจากโซรอสขึ้นชื่อจากการชอร์ตค่าเงินปอนด์ของอังกฤษในปี 1992 และทำลายธนาคารแห่งชาติอังกฤษจนเสียหาย

AFP PHOTO / LAKRUWAN WANNIARACHCHI

เกาหลีใต้เล็งเพิ่มเงินเยียวยามูลค่ากว่า 9 หมื่นล้านบาท #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/656935

วันที่ 01 ก.ค. 2564 เวลา 13:30 น.

เกาหลีใต้เล็งเพิ่มเงินเยียวยามูลค่ากว่า 9 หมื่นล้านบาทรัฐบาลเกาหลีใต้เสนอเพิ่มเงินเยียวยาผู้ค้ารายย่อย-กลุ่มผู้มีรายได้ต่ำ ตลอดจนเพิ่มเงินช่วยเหลือภาคส่วนอื่นๆ

สำนักข่าวท้องถิ่นเกาหลีใต้รายงานว่ารัฐบาลเกาหลีใต้เสนอแผนการจัดสรรงบประมาณเพิ่มเติม 33 ล้านล้านวอนหรือประมาณ 93,000 ล้านบาทเพื่อเยียวยาประชาชนที่มีรายได้ต่ำและผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 โดยมีแผนจะเสนอต่อรัฐสภาในวันพรุ่งนี้ (2 ก.ค.)

ภายใต้แผนดังกล่าวจะมีการแจกเงินสดรวมมูลค่า 10.4 ล้านล้านวอนสำหรับกลุ่มบุคคลที่มีรายได้ต่ำสุด 80% คิดเป็นประมาณ 18 ล้านครัวเรือนจากทั้งหมด 23 ล้านครัวเรือน ซึ่งนั่นจะหมายความว่ากล่มผู้ที่มีรายได้ต่ำที่สุดจะได้รับเงินเยียวยาคนละ 250,000 วอน

นอกจากนี้รัฐบาลจะจัดสรรงบประมาณเพิ่มเติมสำหรับแจกจ่ายให้ประชาชนที่มีรายได้น้อยจำนวน 2.96 ล้านคนคนละ 100,000 วอน

ตลอดจนจัดสรรงบประมาณ 3.9 ล้านล้านวอนเพื่อสนับสนุนผู้ประกอบการรายย่อยและผู้ประกอบอาชีพอิสระที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 โดยเจ้าของธุรกิจขนาดเล็กจำนวน 1.13 ล้านคนอาจได้รับเงินเยียวยาสูงสุด 9 ล้านวอนขึ้นอยู่กับผลกระทบต่อยอดขายของธุรกิจนั้นๆ

รัฐบาลเกาหลีใต้ยังระบุว่าจะจัดสรรงบประมาณ 1.1 ล้านวอนเพื่อสนับสนุนโครงการคืนเงินสำหรับการใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ และมีแผนจะจัดสรรงบประมาณ 2.6 ล้านวอนเพื่อสนับสนุนประชาชนหนุ่มสาวในการหางาน และเสริมสร้างเครือข่ายความปลอดภัยทางสังคม

นอกจากนี้จะจัดสรรงบประมาณ 4.4 ล้านล้านวอนสำหรับควบคุมการแพร่ระบาดของโรค ซึ่งรวมถึงการซื้อวัคซีนต้านโควิด-19 และการดำเนินการฉีดวัคซีนให้แก่ประชาชนด้วย ส่วนที่เหลืออีก 12.6 ล้านล้านวอนจะถูกนำไปใช้ในการฟื้นฟูเศรษฐกิจในภูมิภาคและสนับสนุนการเงินของรัฐบาลท้องถิ่นในแต่ละจังหวัด

ทั้งนี้ กระทรวงเศรษฐกิจและการคลังเกาหลีใต้ระบุว่าการจัดสรรงบประมาณพิเศษครั้งนี้เป็นโครงการที่ 5 ที่จัดขึ้นเพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการรายย่อยและกลุ่มเปราะบาง ซึ่งรัฐบาลพยายามเสริมสร้างบทบาททางการคลังเพื่อสนับสนุนการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจอย่างเต็มรูปแบบ

ซึ่งแผนการจัดสรรงบประมาณครั้งล่าสุดนี้นับเป็นครั้งที่ 2 ของปีนี้สำหรับใช้เป็นเงินทุนในแพ็คเกจเยียวยาโควิด-19 โดยเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมารัฐบาลเกาหลีใต้ได้จัดสรรงบประมาณ 14.9 ล้านล้านวอนเพื่อเยียวยาประชาชน และในเดือนพฤษภาคม 2020 ช่วงเริ่มแรกของการแพร่ระบาดรัฐบาลออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจมูลค่ารวม 14.3 ล้านล้านวอนเพื่อเยียวยาประชาชนทุกครัวเรือน

Photo by Jung Yeon-je / AFP

สีจิ้นผิงประกาศกร้าวจีนจะไม่ยอมถูกรังแก #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/656928

วันที่ 01 ก.ค. 2564 เวลา 12:30 น.

สีจิ้นผิงประกาศกร้าวจีนจะไม่ยอมถูกรังแกสีจิ้นผิงประกาศชัดเจนจีนจะไม่ยอมถูกใครบุลลี่ในวันครบรอบ 100 ปีก่อตั้งพรรคคอมมิวนิสต์

ประธานาธิบดี สีจิ้นผิง ของจีน กล่าวสุนทรพจน์ที่จัตุรัสเทียนอันเหมินในกรุงปักกิ่งในโอกาสครบรอบ 100 ปีการก่อตั้งพรรคคอมมิวนิสต์จีนว่า “คนจีนไม่เคยรังแก กดขี่ หรือข่มเหงชนชาติอื่น ทั้งในอดีต ตอนนี้ และในอนาคต”

“ขณะเดียวกันคนจีนจะไม่ยอมให้ต่างชาติรังแก กดขี่ หรือข่มเหงพวกเรา” สีจิ้นผิงกล่าว “ใครก็ตามที่ทำให้เกิดความหลงผิดในการทำเช่นนั้นจะต้องหัวแตกและหลั่งเลือดลงบนกำแพงเหล็กที่สร้างจากเลือดเนื้อของคนจีน 1,400 ล้านคน”

คำเตือนที่ดุเดือดของสีจิ้นผิงเรียกเสียงโห่ร้องและปรบมือกึกก้องจากผู้เข้าร่วมฟังที่จัตุรัสเทียนอันเหมินนับหมื่นคน

สีจิ้นผิงกล่าวอีกว่า มีเพียงพรรคคอมมิวนิสต์เท่านั้นที่ทำให้จีนผงาดได้ และการปกครองที่ต่อเนื่องของพรรคคอมมิวนิสต์มีความสำคัญต่อการสร้างหลักประกันว่าจีนจะอยู่บนเส้นทางสู่การเป็นมหาอำนาจโลกที่มั่งคั่งและก้าวหน้า

นอกจากนี้ ยังเอ่ยถึงไต้หวันที่จีนถือว่าเป็นดินแดนของตัวเองว่า จีนคือพลังแห่งสันติภาพในโลกและต้องการการรวมตัวกันอย่างสันติกับไต้หวัน “อย่าประมาทความมุ่งมั่น เจตจำนงอันแน่วแน่ และความสามารถอันทรงพลังของคนจีนในการปกป้องอธิปไตยของชาติและบูรณภาพแห่งดินแดน”

Photo by NOEL CELIS / AFP

คาดท่องเที่ยวโลกซบเซาจนถึง 2023 ถ้าไม่เร่งฉีดวัคซีน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/656915

วันที่ 01 ก.ค. 2564 เวลา 11:45 น.

คาดท่องเที่ยวโลกซบเซาจนถึง 2023 ถ้าไม่เร่งฉีดวัคซีนอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวบางแห่งฟื้นตัวได้ บางแห่งอาจต้องรอจนปี 2023 ผลพวงความเหลื่อมล้ำในการกระจายวัคซีน

รอยเตอร์สรายงานว่าองค์การท่องเที่ยวโลกของสหประชาชาติ (UNWTO) ร่วมกับองค์การการประชุมสหประชาชาติว่าด้วยการค้าและการพัฒนา (UNCTAD) เปิดเผยเมื่อวันที่ 30 มิ.ย.ว่าการท่องเที่ยวในปีนี้คาดว่าจะยังซบเซาและไม่น่าจะฟื้นตัวมาอยู่ในระดับก่อนเกิดโรคระบาดได้จนกว่าจะถึงปี 2023 เว้นแต่ในชาติตะวันตกบางแห่ง

รายงานเปิดเผยว่าท่ามกลางวิกฤตการแพร่ระบาดของโควิด-19 ในปี 2020 ส่งผลให้อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวสูญเสียรายได้ถึง 2.4 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ อันเนื่องมาจากจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ลดลงถึง 73%

ขณะที่ปี 2021 คาดการณ์ว่าจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติจะลดลงระหว่าง 63% ถึง 75% จากระดับก่อนเกิดการแพร่ระบาดของโควิด-19 ซึ่งส่งผลให้เกิดการสูญเสียระหว่าง 1.7 ล้านล้านเหรียญสหรัฐถึง 2.4 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ

ราล์ฟ ปีเตอร์ส จาก UNCTAD ระบุว่าสถานการณ์ในปีนี้ไม่ได้มีแนวโน้มเป็นไปในทิศทางที่ดีขึ้นมากนัก เนื่องจากการเดินทางท่องเที่ยวยังคงซบเซา แต่คาดว่าอาจฟื้นตัวขึ้นในระดับหนึ่งในช่วงครึ่งหลังของปี อย่างน้อยในอเมริกาเหนือและยุโรป

แซนดรา คาร์เฟา จาก UNWTO ชี้ว่าอัตราการฟื้นตัวจะหลากหลายมากซึ่งแตกต่างกันไปตามแต่ละประเทศและแต่ละภูมิภาค โดยยกตัวอย่างเอเชียแปซิฟิกซึ่งเป็นภูมิภาคที่มีการปิดพรมแดนมากที่สุดในโลกขณะนี้

ทั้งนี้ กุญแจสำคัญที่จะช่วยฟื้นฟูความเชื่อมั่นในการท่องเที่ยวต่างประเทศคือการฉีดวัคซีน โดยเฉพาะอย่างยิ่งรัฐที่เป็นเกาะเล็กๆ ที่ต้องพึ่งพารายได้จากการท่องเที่ยวเป็นรายได้หลักควรเร่งฉีดวัคซีน

เทดรอส แอดฮานอม เกเบรเยซุส ผู้อำนวยการใหญ่องค์การอนามัยโลก (WHO) ชี้ว่าการฟื้นตัวที่แตกต่างเกิดจากความไม่เท่าเทียมในการกระจายวัคซีน โดยบุรุนดี เอริเทรีย เฮติ เกาหลีเหนือ และแทนซาเนีย เป็นประเทศที่ยังไม่ได้เริ่มฉีดวัคซีนให้แก่ประชาชนเลย

Photo by Daniel SLIM / AFP

เมียนมาปล่อยนักโทษกว่า 2,000 คน-ยกเลิกข้อหาคนดัง #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/656913

วันที่ 01 ก.ค. 2564 เวลา 10:55 น.

เมียนมาปล่อยนักโทษกว่า 2,000 คน-ยกเลิกข้อหาคนดังรัฐบาลทหารปล่อยตัวนักโทษในเรือนจำทั่วประเทศกว่า 2,000 คน ยกเลิกข้อหาคนดัง 24 คน

สำนักข่าว Reuters รายงานว่า รัฐบาลทหารเมียนมาปล่อยตัวนักโทษ 2,296 คนในเรือนจำทั่วประเทศเมื่อวานนี้ (30 มิ.ย.) โดยในจำนวนนี้ราว 700 คนมาจากเรือนจำอินเส่งในกรุงย่างกุ้ง นักโทษที่ได้รับการปล่อยตัวรวมทั้งนักข่าวและชาวเมียนมาที่ถูกรัฐบาลทหารจับกุมตัวในข้อหายุยงปลุกปั่นและเข้าร่วมการประท้วง

จอมินตุน โฆษกกองทัพเผยกับ The Irrawaddy ว่า “มีคนได้รับการปล่อยตัวทั้งหมด 2,296 คน พวกเขาเข้าร่วมการประท้วงแต่ไม่ใช่แกนนำ พวกเขาไม่ได้ใช้ความรุนแรง”

ฝ่ายตรงข้ามรัฐบาลทหารหลายคนถูกจับกุมตัว บางคนถูกตัดสินในข้อหาแสดงความคิดเห็นที่อาจสร้างความหวาดกลัวหรือเผยแพร่ข่าวปลอมซึ่งมีโทษจำคุกสูงสุด 3 ปี โดยอองซานซูจีกำลังถูกพิจารณาคดีในข้อหาคล้ายกันนี้และยังถูกควบคุมตัวอยู่

คลิปที่เผยแพร่ในโซเชียลมีเดียเผยให้เห็นผู้ต้องขังซึ่งส่วนใหญ่เป็นเยาวชนพากันเดินลงมาจากรถบัสจากเรือนจำอินเส่งด้วยรอยยิ้ม พร้อมทั้งโบกไม้โบกมือให้กับสมาชิกในครอบครัวที่มารอรับ

ก่อนหน้านี้ 1 วัน สถานีโทรทัศน์ Myawaddy ซึ่งเป็นกระบอกเสียงของกองทัพรายงานว่า ทางการเมียนมายกเลิกข้อหาคนดัง 24 คนที่อยู่ในรายชื่อบุคคลที่ทางการต้องการตัวในข้อหายุยงปลุกปั่นให้ผู้อื่นออกมาประท้วง รวมทั้งการทำอารยขัดขืนต่อต้านการยึดอำนาจของผู้นำรัฐประหาร โดยให้เหตุผลว่าคนดังเหล่านี้เข้าร่วมประท้วงเพราะปัจจัยภายนอก

บรรดาคนดังราว 120 คนได้แก่ ไป่ตะคน นักแสดงและนายแบบที่มีชื่อเสียงทั้งในเมียนมาและไทยที่ถูกจับกุมเมื่อเดือน เม.ย., ลินลิน นักร้อง และ เอนดรา จอ ซิน นักแสดงหญิงที่ยอมมอบตัวในภายหลัง

อย่างไรก็ดี ซาไล ซา อุค ลิง จากองค์กรสิทธิมนุษยชนชินมองว่า การปล่อยตัวนักโทษครั้งนี้ไม่มีความหมายและทำไปเพื่อสร้างความพอใจให้นานาชาติ และเผยอีกว่าทุกวันนี้ยังมีคนถูกจับทั่วประเทศ

Photo by – / AFP

สิงคโปร์แหวกแนว เลิกล็อกดาวน์ เลิกนับเคส เตรียมเปิดเศรษฐกิจ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/656863

วันที่ 30 มิ.ย. 2564 เวลา 18:30 น.

สิงคโปร์แหวกแนว เลิกล็อกดาวน์ เลิกนับเคส เตรียมเปิดเศรษฐกิจ สิงคโปร์เปลี่ยนแผนรับมือ Covid-19 จากที่คุมสุดเข้ม หันมาป้องกันไวรัสระบาด ระดมฉีดวัคซีนเลิก เลิกนับตัวเลขคนติดเชื้อ เตรียมกลับไปใช้ชีวิตปกติ

ในขณะที่ประเทศแถบเอเชียแปซิฟิกอื่นๆ ต้องกลับมาใช้มาตรการคุมเข้ม Covid-19 กันอีกครั้ง เพื่อสกัดการแพร่กระจายของเชื้อสายพันธุ์เดลตาตัวร้าย แต่สิงคโปร์กลับสวนทางด้วยการเตรียมแผนเปิดประเทศเพื่อกลับไปใช้ชีวิตตามปกติ   

ก่อนหน้านี้สิงโปร์เป็นหนึ่งในประเทศที่ใช้มาตรการสกัด Covid-19 เข้มงวดที่สุดประเทศหนึ่ง ไม่ว่าจะเป็นห้ามรับประทานอาหารในร้านอาหาร และให้พนักงานทำงานจากบ้าน ห้ามรวมกลุ่มกันเกิน 2 คนจากเดิมกำหนดไว้ที่ 5 คน ปิดยิม

ไปจนถึงห้ามบุคคลที่ไม่ใช่ผู้โดยสารเข้าไปในอาคารโดยสารของสนามบิน และปิดห้างสรรพสินค้าในบริเวณใกล้เคียงเพื่อทำการตรวจหาเชื้อพนักงานราว 9,000 คนหลังพบผู้ติดเชื้อที่สนามบินเมื่อเดือน พ.ค.

เรียกว่าทำทุกวิธีเพื่อให้ตัวเลขผู้ติดเชื้อเป็น 0 ให้ได้เหมือนที่หลายประเทศพยายามทำอยู่

ทว่าวันนี้ โรดแม็พการรับมือ Covid-19 ของสิงคโปร์ที่เสนอโดยกระทรวงสาธารณสุข กระทรวงการคลัง และกระทรวงพาณิชย์พลิกจากหน้ามือเป็นหลังมือ โดยหลังจากนี้จะยกเลิกมาตรการล็อกดาวน์ ยกเลิกการติดตามผู้สัมผัสใกล้ชิดกับผู้ป่วย เปิดรับนักท่องเที่ยวเข้าประเทศโดยไม่ต้องกักตัว อนุญาตให้รวมตัวกันกลุ่มใหญ่ หรือแม้กระทั่งยกเลิกการนับจำนวนผู้ติดเชื้อรายวัน

แม้ว่าโมเดลคุมตัวเลขผู้ติดเชื้อให้เป็น 0 จะช่วยให้ตัวเลขผู้ติดเชื้อของสิงคโปร์ไม่สูงนักก่อนหน้านี้ แต่ตอนนี้สิงคโปร์มองว่าโมเดลนี้แทบจะเป็นไปไม่ได้แล้ว เนื่องจากการแพร่ระบาดของเชื้อกลายพันธุ์สายพันธุ์ใหม่ อีกทั้งวิธีนี้ยังไม่ยั่งยืนในระยะยาว และยังเสี่ยงที่สิงคโปร์ในฐานะฮับด้านการค้าขายจะตามไม่ทันเมืองศูนย์กลางด้านการเงินอื่นที่เริ่มเปิดประเทศแล้วอย่างฮ่องกง นิวยอร์ก

ดังนั้นสิงคโปร์จึงเปลี่ยนแนวทางมาอยู่ร่วมกับ Covid-19 แทน โดย Gan Kim Yong รัฐมนตรีกระทรวงพาณิชย์, Lawrence Wong รัฐมนตรีกระทรวงการคลัง และ Ong Ye Kung รัฐมนตรีกระทรวงสาธารณสุขสิงคโปร์ระบุในบทความพิเศษของ The Straits Times ว่า “ข่าวร้ายคือ Covid-19 อาจไม่หายไป ข่าวดีคือเราใช้ชีวิตตามปกติกับมันได้”

จะทำอะไรบ้าง

ตามโรดแม็พใหม่ซึ่งตั้งอยู่บนสมมติฐานว่า Covid-19 จะอยู่อีกหลายปี สิงคโปร์จะหันมาให้ความสำคัญกับ

  • การป้องกันไม่ให้เชื้อแพร่กระจาย
  • ระดมฉีดวัคซีนให้ประชาชน
  • เริ่มกระบวนการที่จะนำมาสู่การกลับไปใช้ชีวิตตามปกติ  
  • เปลี่ยนมารายงานเฉพาะตัวเลขผู้ติดเชื้อที่มีอาการรุนแรงหรือต้องเข้า ICU แทน
  • ให้ผู้ติดเชื้อรักษาตัวอยู่ที่บ้าน เพื่อไม่ให้ระบบสาธารณสุขท่วมท้นเกินไป
  • ตรวจหา Covid-19 เฉพาะเหตุการณ์สำคัญ อาทิ อีเว้นต์ใหญ่ ผู้ที่เดินทางกลับจากต่างประเทศ แทนการตรวจหาเชื้อและกักตัวผู้สัมผัสใกล้ชิดผู้ป่วย โดยอาจใช้วิธีตรวจด้วยลมหายใจซึ่งทราบผลภายใน 1-2 นาที แทนการตรวจแบบ PCR tests ที่ต้องรอผลนาน
  • ขอความร่วมมือประชาชนมีความรับผิดชอบต่อสังคม เช่น รักษาสุขอนามัย หลีกเลี่ยงที่ที่คนเยอะหากไม่สบาย
  • วางแผนวัคซีนล่วงหน้าหลายๆ ปี เนื่องจากในอนาคตอาจต้องฉีดวัคซีนกระตุ้น

สำหรับการระดมฉีดวัคซีนนั้น นอกจากจะเปิดให้ผู้ที่ไม่ใช่พลเมืองสิงคโปร์ลงทะเบียนฉีดวัคซีนแล้ว ทางการยังลดระยะเวลาการฉีดวัควีนระหว่างเข็มแรกกับเข็มสองจาก 6-8 สัปดาห์ เหลือ 4 สัปดาห์

ทั้งนี้ จนถึงวันที่ 29 มิ.ย. ชาวสิงคโปร์กว่า 57% ได้รับวัคซีนแล้วอย่างน้อย 1 เข็ม ขณะที่ 36.8% ได้รับครบทั้งสองเข็มแล้ว

Photo by Roslan RAHMAN / AFP

ลาวพบสายพันธุ์เดลตาครั้งแรกเป็นแรงงานกลับจากไทย #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/656871

วันที่ 30 มิ.ย. 2564 เวลา 17:30 น.

ลาวพบสายพันธุ์เดลตาครั้งแรกเป็นแรงงานกลับจากไทยลาวยืนยันพบโควิด-19 สายพันธุ์เดลตาครั้งแรกซึ่งเป็นแรงงานที่เดินทางกลับจากไทย

สำนักข่าวท้องถิ่นลาวรายงานเมื่อวันที่ 30 เม.ย. รัฐบาลลาวยืนยันพบผู้ป่วยโควิด-19 สายพันธุ์เดลตาในประเทศครั้งแรก โดยเป็นแรงงาน 3 รายซึ่งเดินทางกลับมาจากประเทศไทยเข้าสู่แขวงจำปาสัก

พร้อมเผยตัวเลขผู้ติดเชื้อรายใหม่ในประเทศวันนี้อยู่ที่ 20 ราย ซึ่งในจำนวนนี้มี 16 รายที่เดินทางเข้ามาจากต่างประเทศ โดยพบในแขวงคำม่วน 1 ราย แขวงสะหวันนะเขต 9 ราย และแขวงจำปาสัก 6 ราย

ขณะที่อีก 4 รายเป็นผู้ป่วยในประเทศ ส่งผลให้ยอดผู้ติดเชื้อสะสมในประเทศอยู่ที่ 2,121 ราย รักษาหายแล้ว 1,981 ราย ซึ่งขณะนี้มีประชาชน 3,695 รายกำลังกักตัวอยู่ในสถานกักตัว 51 แห่งทั่วประเทศ

พร้อมเตือนประชาชนทุกคนระมัดระวังตัวเป็นสองเท่าเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด-19 โดยเฉพาะอย่างยิ่งสายพันธุ์เดลตาซึ่งทราบกันดีว่าสามารถแพร่ระบาดได้อย่างรวดเร็วและเป็นอันตรายกว่าสายพันธุ์อื่นๆ

AFP PHOTO / HOANG DINH NAM

Worldcoin เตรียมแจกคริปโตแลกกับการสแกนม่านตา #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/656861

วันที่ 30 มิ.ย. 2564 เวลา 17:00 น.

Worldcoin เตรียมแจกคริปโตแลกกับการสแกนม่านตาสตาร์ทอัพที่ตั้งใจจะมอบเหรียญดิจิทัลให้แก่ทุกคนเพียงแค่สแกนม่านตา

บลูมเบิร์กรายงานว่า Sam Altman วัย 36 ปีเผยถึงโครงการใหม่จาก Worldcoin บริษัทสตาร์ทอัพในซานฟรานซิสโกของเขาซึ่งกำลังวางแผนที่จะมอบเหรียญดิจิทัลให้แก่ทุกคนบนโลกฟรี แต่ต้องแลกมากับการสแกนม่านตาเพื่อยืนยันตัวตน

โครงการนี้ได้รับความสนใจจากบรรดานักลงทุนอย่างมาก โดยสามารถระดมทุนจากนักลงทุนไปได้ถึง 25 ล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งหนึ่งในนั้นคือ Andreessen Horowitz หุ้นส่วน Coinbase, Reid Hoffman ผู้ก่อตั้ง LinkedIn และ Day One Ventures

Altman เผยว่าเขาเกิดปิ๊งไอเดียนี้มาตั้งแต่ปี 2019 ด้วยความตั้งใจที่อยากจะใช้สกุลเงินดิจิทัลเป็นตัวช่วยกระจายรายได้ให้แก่ทุกคนอย่างเท่าเทียม โดยได้รับแรงบันดาลใจจากทฤษฎีเศรษฐศาสตร์สมัยใหม่ที่เรียกว่ารายได้พื้นฐานสากล (UBI)

Altman เล่าว่าเขาสนใจในเรื่องต่างๆ อย่างเช่น รายได้ขั้นพื้นฐานสากล การกระจายความมั่งคั่งทั่วโลก และระบบที่สามารถแจกจ่ายเงินให้ทุกคนโดยหลีกเลี่ยงการจัดสรรเงินจากรัฐบาล โดยตั้งคำถามว่า “มีวิธีที่จะใช้เทคโนโลยีเพื่อทำสิ่งนั้นในระดับโลกได้หรือไม่”

และวันนี้เขากำลังพยายามทำมัน

โครงการใหม่จาก Worldcoin บริษัทสตาร์ทอัพของเขาเกิดขึ้นภายใต้แนวคิด “สกุลเงินดิจิทัลที่จะเปิดตัวโดยการแบ่งปันให้ทุกคนบนโลก” โดยมีเป้าหมายที่จะช่วยผลักดันเศรษฐกิจในการเปลี่ยนผ่านไปสู่สกุลเงินดิจิทัล

โดยใช้อุปกรณ์ฮาร์ดแวร์เฉพาะสำหรับสแกนม่านตาเพื่อยืนยันตัวตนของผู้รับเงินและป้องกันไม่ให้เกิดความพยายามลงทะเบียนซ้ำหลายครั้ง

อย่างไรก็ตามบริษัทตระหนักถึงความเป็นส่วนตัวโดยยืนยันว่ายืนยันว่ากระบวนการนี้จะดำเนินการโดยโปร่งใสที่สุดและจะไม่มีการจัดเก็บหรือเผยแพร่ข้อมูลอย่างแน่นอน

บลูมเบิร์กระบุว่าอุปกรณ์ดังกล่าวทรงกลมสีเงินขนาดประมาณลูกบาสเก็ตบอลที่สามารถพกพาได้ ซึ่งใช้ในการสแกนม่านตาของผู้รับเงิน โดยขณะนี้ Worldcoin ได้เริ่มทดสอบอุปกรณ์ดังกล่าวในบางเมืองแล้ว

ทั้งนี้ สกุลเงิน Worldcoin นั้นยังไม่พร้อมสำหรับการแจกจ่าย ดังนั้นขณะนี้บริษัทจึงเสนอเหรียญดิจิทัลสกุลอื่นๆ ให้แก่อาสาสมัคร ซึ่งส่วนใหญ่เป็น Bitcoin เพื่อแลกกับการสแกนม่านตาและให้ข้อเสนอแนะเกี่ยวกับกระบวนการ

ตอนนี้บริษัทได้พัฒนาอุปกรณ์ต้นแบบออกมาไม่ถึง 20 เครื่องโดยมีราคาประมาณ 5,000 เหรียญสหรัฐ แต่เมื่อผ่านการพัฒนาปรับปรุงกระบวนการเสร็จสิ้นแล้วราคาจะลดลงอีก

รู้จักเจ้าของบริษัท

Sam Altman เป็นผู้ประกอบการ นักลงทุน โปรแกรมเมอร์ และบล็อกเกอร์ชาวอเมริกัน โดยเขามีชื่อเสียงด้านเทคโนโลยีมานานหลายปี

เริ่มต้นจากการเป็นผู้ก่อตั้ง Loopt โซเชียลเน็ตเวิร์กซึ่งให้บริการสำหรับผู้ใช้สมาร์ทโฟนตั้งแต่เขาอายุได้เพียง 19 ปีเท่านั้น ก่อนที่จะมาเป็นประธานบริษัท Y Combinator โครงการบ่มเพาะสตาร์ทอัพ (Accelerator) ชื่อดังที่ปั้นสตาร์ทอัพด้านเทคโนโลยีระดับโลกอย่าง Airbnb Inc., Dropbox Inc. และ Stripe Inc.

ในปี 2015 Altman ยังเคยจับมือกับ Elon Musk เปิดตัวบริษัทวิจัยด้านปัญญาประดิษฐ์ OpenAI ซึ่งได้รับเงินลงทุน 1 พันล้านเหรียญสหรัฐจาก 1 พันล้านเหรียญสหรัฐจาก Microsoft ในปี 2019

ก่อนที่จะมาก่อตั้ง Worldcoin ร่วมกับ Alexander Blania อดีตนักศึกษาฟิสิกส์จากสถาบันเทคโนโลยีแห่งแคลิฟอร์เนีย และ Max Novendstern อดีตพนักงานของบริษัทการลงทุน Bridgewater

AFP PHOTO / JACK GUEZ

อิสราเอลประกาศขายต่อวัคซีน Pfizer เกือบ 1 ล้านโดส #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/656839

วันที่ 30 มิ.ย. 2564 เวลา 15:00 น.

อิสราเอลประกาศขายต่อวัคซีน Pfizer เกือบ 1 ล้านโดสอิสราเอลอาจต้องทำลายวัคซีน Pfizer ที่จะหมดอายุสิ้นเดือนหน้าเกือบ 1 ล้านโดสทิ้งหากหาผู้รับซื้อต่อไม่ได้

เว็บไซต์ The Times of Israel รายงานว่า กระทรวงสาธารณสุขของอิสราเอลอาจต้องทำลายวัคซีน Pfizer/BioNTech อย่างน้อย 800,000 โดสที่กำลังจะหมดอายุปลายเดือน ก.ค.นี้ หากไม่สามารถหาผู้ซื้อได้ทันภายใน 2 สัปดาห์ข้างหน้า

สถานีโทรทัศน์ Kan รายงานว่า อิสราเอลมีวัคซีนที่กำลังจะหมดอายุราว 1.4 ล้านโดส แต่คาดว่าจะนำวัคซีน 600,000 โดสมาฉีดให้กับประชาชนอายุ 12-15 ปีจำนวน 300,000 คนให้ทันก่อนหมดอายุ โดยวัคซีนที่กำลังจะหมดอายุนี้มีมูลค่านับร้อยล้านเหรียญสหรัฐ

มีรายงานว่าอิสราเอลเจรจากับหลายประเทศเพื่อขายวัคซีนหรือแลกเปลี่ยนกับวัคซีนที่ประเทศนั้นๆ จะได้รับในภายหลัง โดยให้ส่งมาให้อิสราเอลแทน ขณะที่สำนักข่าว Haaretz รายงานว่า มี 3 ประเทศติดต่อขอซื้อวัคซีนดังกล่าวจากอิสราเอลเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว

ทั้งนี้ จากข้อมูลของกระทรวงสาธารณสุขอิสราเอล ชาวอิสราเอลกว่า 5.5 ล้านคนได้รับวัคซีนแล้วอย่างน้อย 1 โดส

และแม้ว่าจะมีวัคซีนกว่า 1 ล้านโดสที่กำลังจะหมดอายุ แต่อดีตนายกรัฐมนตรี เบนจามิน เนทันยาฮู ตัดสินใจสั่งซื้อวัคซีน Pfizer เพิ่มอีก 18 ล้านโดสสำร้องไว้ในกรณีที่ต้องฉีดวัคซีนกระตุ้นเข็มที่ 3

Photo by JUSTIN TALLIS / AFP

หุ้น Moderna ออลไทม์ไฮหลังผลทดลองชี้ป้องกันเดลตา #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/656821

วันที่ 30 มิ.ย. 2564 เวลา 14:00 น.

หุ้น Moderna ออลไทม์ไฮหลังผลทดลองชี้ป้องกันเดลตาหุ้น Moderna ปิดทำนิวไฮรับข่าวดีวัคซีนสามารถป้องกันโควิด-19 กลายพันธุ์

หลังจากที่ Moderna (โมเดอร์นา) ผู้ผลิตวัคซีนต้านโควิด-19 กล่าวว่าการทดลองในห้องปฏิบัติการแสดงให้เห็นว่าวัคซีนสามารถยับยั้งโควิด-19 สายพันธุ์กลายพันธุ์ได้ ไม่ว่าจะเป็นสายพันธุ์เบตาที่พบครั้งแรกในแอฟริกาใต้ สายพันธุ์อีตาที่พบครั้งแรกในไนจีเรีย รวมถึงสายพันธุ์เดลตาที่พบครั้งแรกในประเทศอินเดียซึ่งกำลังแพร่ระบาดไปยัง 92 ประเทศทั่วโลกอย่างรวดเร็ว

หลังจากที่ Moderna ออกมาประกาศผลการทดลองครั้งนี้ส่งผลให้หุ้นปรับตัวขึ้นถึง 5.17% ปิดที่ระดับ 234.46 เหรียญสหรัฐในการซื้อขายที่ตลาดหุ้นนิวยอร์กเมื่อคืนที่ผ่านมา ซึ่งเป็นระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์

สเตฟาน บ็องเซล ซีอีโอกล่าวว่าบริษัทจะยังคงมุ่งมั่นที่จะศึกษาไวรัสกลายพันธุ์สายพันธุ์ใหม่อยู่เสมอ และข้อมูลในครั้งนี้เป็นการตอกย้ำความเชื่อมั่นถึงประสิทธิภาพของวัคซีนจาก Moderna ในการป้องกันไวรัสกลายพันธุ์

ทั้งนี้ การทดลองข้างตนวิเคราห์จากเลือดของกลุ่มตัวอย่าง 8 คนหลังได้รับวัคซีนเข็มที่ 2 ไปแล้ว 1 สัปดาห์ ซึ่งพบว่ามีแนวโน้มที่ดีของวัคซีนในการกระตุ้นการสร้างภูมิคุ้มกันต้านโควิด-19 ทุกสายพันธุ์ แต่อย่างไรก็ตามประสิทธิภาพในการใช้ในสถานการณ์จริงเมื่อเจอกับไวรัสสายพันธุ์ต่างๆ อาจมีการเปลี่ยนแปลง

โดยผลการทดลองเผยว่าวัคซีนสามารถป้องกันสายพันธุ์เดลตาที่ทั่วโลกกำลังกังวลได้ในระดับที่น่าพอใจซึ่งประสิทธิภาพอาจลดลงจากสายพันธุ์ดั้งเดิมเพียงเล็กน้อย

การประกาศของ Moderna ครั้งนี้เกิดขึ้นเพียงไม่กี่วันหลังจากที่องค์การอนามัยโลก (WHO) เน้นย้ำว่าแม้จะฉีดวัคซีนครบแล้วก็ห้ามการ์ดตก ควรสวมหน้ากากอนามัย เว้นระยะห่าง และปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโรคอย่างเคร่งครัด เนื่องจากสายพันธุ์เดลตาแพร่ระบาดอย่างรวดเร็วไปทั่วโลก

ก่อนหน้านี้ทีมวิจัยจากมหาวิทยาลัยมหาวิทยาลัยวอชิงตันของสหรัฐพบหลักฐานว่าภูมิคุ้มกันจากวัคซีนของ Moderna และ Pfizer มีความแข็งแกร่งและอาจคงอยู่ได้นานหลายปี

Photo by NORBERTO DUARTE / AFP