การสู้รบในเมียนมาทำพลเมืองพลัดถิ่นแล้วกว่า 2 แสนชีวิต #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/656463

วันที่ 25 มิ.ย. 2564 เวลา 19:00 น.

การสู้รบในเมียนมาทำพลเมืองพลัดถิ่นแล้วกว่า 2 แสนชีวิตสหประชาชาติเผยสถานการณ์ความรุนแรงในเมียนมาส่งผลให้มีประชาชนอพยพแล้วกว่า 2 แสนราย

สถานการณ์การเมืองในประเทศเมียนมาตึงเครียดนับตั้งแต่การรัฐประหารวันที่ 1 กุมภาพันธ์ ซึ่งส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตจากการปราบปรามประชาชนผู้ต่อต้านรัฐประหารโดยกองกำลังเมียนมาไปแล้วอย่างน้อย 877 ราย และมีผู้ถูกจับกุมอีกหลายพันราย

ล่าสุด สำนักงานเพื่อการประสานงานด้านมนุษยธรรมแห่งสหประชาชาติ (OCHA) เผยว่าพลเมืองประมาณ 230,000 รายในเมียนมาต้องอพยพย้ายถิ่นฐาน เพื่อหลีกหนีจากความรุนแรงและการสู้รบในประเทศขณะนี้

นอกจากนี้ OCHA ระบุว่าผู้พลัดถิ่นและชุมชนในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบกำลังต้องการความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน ไม่ว่าจะเป็นอาหาร ที่พักพิง ของใช้พื้นฐาน การเข้าถึงบริการสาธารณสุข น้ำและสุขาภิบาล ตลอดจนการคุ้มครองต่างๆ รวมถึงการดูแลทางด้านจิตใจ

รายงานระบุว่ามีผู้พลัดถิ่นถึง 177,000 รายในรัฐกะเหรี่ยงซึ่งมีพรมแดนติดกับประเทศไทย โดยในจำนวนนี้มีมากถึง 103,000 คนที่อพยพเมื่อเดือนที่ผ่านมา

นอกจากนี้ยังมีอีกกว่า 20,000 รายที่อพยพหลบหนีกระจัดกระจายไปยังศูนย์อพยพอย่างน้อย 100 แห่ง หลังเกิดการสู้รบระหว่างกองทัพเมียนมาและกองทัพประชาชนในรัฐชินซึ่งมีพรมแดนติดกับอินเดีย

ขณะที่ผู้อพยพหลายพันคนหลบหนีการสู้รบทางตอนเหนือของรัฐคะฉิ่นและรัฐฉาน ซึ่งเป็นพื้นที่ที่กองกำลังติดอาวุธชนกลุ่มน้อยปักหลักต่อสู้กับกองทัพมานานแล้ว

ทั้งนี้ หน่วยงานของสหประชาชาติชี้ว่าไม่ได้นิ่งนอนใจและกำลังดำเนินการเพื่อบรรเทาทุกข์พวกเขา แต่ถูกขัดขวางจากการปะทะกันด้วยอาวุธ ความรุนแรง และความไม่มั่นคงภายในประเทศ

สหภาพแห่งชาติกะเหรี่ยง (KNU) ซึ่งเป็นหนึ่งในกลุ่มติดอาวุธเก่าแก่ของเมียนมาแสดงความกังวลถึงการเสียชีวิตของประชาชนจำนวนมาก รวมถึงการใช้ความรุนแรงเกินกว่าเหตุของกองทัพเมียนมาที่ทวีความรุนแรงไปทั่วประเทศ

อย่างไรก็ตาม KNU ออกแถลงการณ์ยืนยันว่าจะยืนหยัดต่อสู้กับรัฐบาลทหารต่อไป และให้คำมั่นว่าจะคุ้มครองประชาชนมือเปล่าอย่างสุดความสามารถ

ขณะที่สำนักข่าวต่างประเทศระบุว่าความพยายามในการเจรจาของอาเซียน ตลอดจนมติของสหประชาชาติที่เรียกร้องให้กองทัพเมียนมายุติการใช้ความรุนแรงนั้นไม่ประสบผลสำเร็จ โดยรัฐบาลทหารเมียนมายืนยันที่จะยึดตามแผนฟื้นฟูความสงบเรียบร้อยของตนต่อไป และจะจัดการเลือกตั้งใหม่ในอีก 2 ปี

โดยการก่อรัฐประหารซึ่งนำโดยพลเอก อาวุโส มิน อ่อง หล่าย ผู้บัญชาการทหารสูงสุดของเมียนมานั้นส่งผลให้เกิดการลุกฮือของประชาชนที่ออกมาเดินขบวนประท้วง และการปราบปรามของกองทัพเมียนมาซึ่งนำไปสู่ความรุนแรงทั่วประเทศ

จนล่าสุดเกิดการก่อตัวของกองทัพประชาชนพร้อมด้วยอาวุธครบมือเพื่อสู้รบกับทหารเมียนมา ซึ่งพวกเขายังเผยว่านี่อาจนำมาซึ่งสงครามในอีกไม่ช้า

Photo by STR / AFP

ชี้วัคซีนจีนประสิทธิภาพลดเมื่อเจอสายพันธุ์เดลต้า #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/656462

วันที่ 25 มิ.ย. 2564 เวลา 18:00 น.

ชี้วัคซีนจีนประสิทธิภาพลดเมื่อเจอสายพันธุ์เดลต้านักวิจัยแดนมังกรเผยแอนติบอดีจากวัคซีนจีน 2 ตัวประสิทธิภาพลดลงเมื่อเจอเชื้อสายพันธุ์เดลต้า

เฝิงจื่อเจี้ยน นักวิจัยและอดีตรองประธานศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคของจีนให้สัมภาษณ์กับสถานีวิทยุโทรทัศน์กลางแห่งประเทศจีน (CCTV) ว่า แอนติบอดีที่เกิดจากการฉีดวัคซีนป้องกัน Covid-19 2 ตัวของจีน มีประสิทธิภาพลดลงในการป้องกันเชื้อสายพันธุ์เดลต้าที่พบครั้งแรกในอินเดียเมื่อเทียบกับสายพันธุ์อื่น ทว่ายังสามารถป้องกันได้

อย่างไรก็ดี เฝิงจื่อเจี้ยนไม่ได้เผยรายละเอียดเพิ่มเติมนอกเหนือจากนี้ และไม่ได้บอกชื่อวัคซีนทั้ง 2 ตัวที่เอ่ยถึง เพียงแต่บอกว่าเป็นวัคซีนชนิดเชื้อตาย (inactivated vaccine)

ปัจจุบันมีวัคซีนที่ผลิตในจีน 5 ตัวจาก 7 ตัวที่ใช้ในโครงการปูพรมฉีดวัคซีนที่เป็นวัคซีนชนิดเชื้อตาย รวมทั้ง Sinovac และ Sinopharm

ทั้งนี้ สัปดาห์ที่แล้วองค์การอนามัยโลก (WHO) ประกาศว่า Covid-19 สายพันธุ์เดลต้ากำลังเป็นสายพันธุ์หลักที่ระบาดไปทั่วโลก

Photo by STR / AFP

Abdala วัคซีนเนื้อหอมจากคิวบา ประสิทธิภาพติดท็อป 5 #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/656453

วันที่ 25 มิ.ย. 2564 เวลา 17:00 น.

Abdala วัคซีนเนื้อหอมจากคิวบา ประสิทธิภาพติดท็อป 5รู้จัก Abdala วัคซีนชนิด 3 เข็มจากคิวบา ประสิทธิภาพสูง 92.28%

Abdala (อับดาลา) เป็นหนึ่งในวัคซีนต้านโควิด-19 น้องใหม่ที่กำลังมาแรงในขณะนี้ หลังจากการประกาศผลการทดลองระยะสุดท้ายพบว่ามีประสิทธิภาพในการต่อต้านโควิด-19 ได้สูงถึง 92.28% ท่ามกลางความสนใจจากนานาชาติที่ติดต่อขอซื้อวัคซีนดังกล่าว

รู้จัก Abdala

• Abdala (อับดาลา) หรือ CIGB-66 วัคซีนต้านโควิด-19 ชนิดฉีด 3 เข็มที่ผลิตโดยศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพจากประเทศคิวบา ซึ่งคาดว่าจะได้รับการอนุมัติจากหน่วยงานกำกับดูแลเร็วๆ นี้

• Abdala เป็นวัคซีนที่ผลิตโดยใช้โปรตีนส่วนหนึ่งของเชื้อ (Protein subunit vaccine) เช่นเดียวกับวัคซีน Novavax จากสหรัฐ และ Corbevax จากอินเดีย

• ขณะนี้ Abdala เป็น 1 ใน 2 วัคซีนต้านโควิด-19 ของคิวบาที่กำลังอยู่ในการทดลองระยะที่ 3 โดยวัคซีนอีกตัวหนึ่งคือ Soberana 2 จากวัคซีนทั้งหมด 5 ตัวที่คิวบากำลังทำการทดลอง

ประสิทธิภาพของวัคซีน

• เมื่อวันที่ 22 มิถุนายน คิวบาประกาศผลการทดลองวัคซีนเบื้องต้นโดยศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งคิวบา พบว่าวัคซีนเมื่อฉีดครบ 3 เข็มห่างกัน 2 สัปดาห์มีอัตราประสิทธิภาพในการป้องกันโควิด-19 สูงถึง 92.28%

• การวัดอัตราประสิทธิภาพนี้รวมทั้งโควิด-19 สายพันธุ์ดั้งเดิมและสายพันธุ์กลายพันธุ์อย่างอัลฟ่า เบต้า และแกมม่า

• นับว่าเป็นอัตราประสิทธิภาพที่สูงเป็นอันดับต้นๆ ในตลาดวัคซีนขณะนี้ โดยก่อนหน้านี้ Novavax เผยอัตราประสิทธิภาพจากการทดลองอยู่ที่ 96% ตามมาด้วย Pfizer 95% Moderna 94% และ Sputnik V 91.6%

การทดลองทางคลินิก

• Abdala เริ่มทดลองระยะที่ 1 และ 2 ในเดือนกรกฎาคม 2020

• และการทดลองระยะที่ 3 ได้รับการลงทะเบียนเมื่อวันที่ 18 มีนาคมปีนี้ โดยอาสาสมัครผู้เข้าร่วมการทดลองจำนวน 48,000 คน ซึ่งได้รับวัคซีนเข็มแรกระหว่างวันที่22 มีนาคมถึง 4 เมษายน ตามด้วยเข็มที่ 2 ตั้งแต่วันที่ 5 เมษายน และเข็มสุดท้ายวันที่ 19 เมษายนถึง 1 พฤษภาคม

• โดยล่าสุดเผยปรสิทธิภาพจากการทดลองขั้นสุดท้ายอยู่ที่ 92.28% และมีความสามารถป้องกันโควิด-19 สายพันธุ์กลายพันธุ์

นานาชาติให้ความสนใจ

• ขณะนี้มีหลายประเทศที่แสดงความสนใจสั่งซื้อวัคซีนจากคิวบาไม่ว่าจะเป็นเม็กซิโก เวเนซุเอลา เวียดนาม อาร์เจนตินา และจาเมกา

• นอกจากนี้เวเนซุอาลากล่าวว่าจะผลิตวัคซีน Abdala ในประเทศโดยบริษัท Espromed Bio ของรัฐบาลแต่ยังไม่ได้เริ่มการผลิตเนื่องจากต้องมีการจัดเตรียมก่อน

• โดยในเดือนเมษายนนิโกลัส มาดูโร ประธานาธิบดีเวเนซุเอลาระบุว่าภายในช่วงสิงหาคมถึงกันยายนคาดว่าเวเนซุเอลาจะสามารถผลิตวัคซีนดังกล่าวได้ 2 ล้านโดสต่อเดือน

• ด้านกระทรวงสาธารณสุขเวียดนามประกาศในเดือนนี้ว่ากำลังดำเนินการเจรจากับคิวบาเพื่อรับเทคโนโลยีการผลิตวัคซีน Abdala มาผลิตในเวียดนาม โดยสถาบันวัคซีนและชีวการแพทย์ (IVAC) ได้รับการเสนอชื่อให้เป็นศูนย์กลางในการรับการถ่ายทอดเทคโนโลยี

Photo by YAMIL LAGE / AFP

นักขุด Bitcoin จีนย้ายหนีรัฐบาลไปคาซักสถาน-เทกซัส #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/656450

วันที่ 25 มิ.ย. 2564 เวลา 15:30 น.

นักขุด Bitcoin จีนย้ายหนีรัฐบาลไปคาซักสถาน-เทกซัส การปราบปรามเหมือง Bitcoin อย่างหนักของรัฐบาลจีนทำให้นักขุดพากันย้ายไปต่างประเทศ   

สำนักข่าว Reuters รายงานว่า การปราบปรามเหมืองขุด Bitcoin อย่างหนักของทางการจีนส่งผลให้อุตสาหกรรม Bitcoin ในจีนซึ่งผลิตเหรียญ Bitcoin ได้ราวครึ่งหนึ่งของเหรียญที่มีอยู่ทั้งโลกชะงัก เนื่องจากบรรดานักขุดพากันทิ้งอุปกรณ์หรือเตรียมย้ายหนีไปที่รัฐเทกซัสของสหรัฐหรือคาซัคสถานแทน 

ไมค์ หวง เจ้าของเหมือง Bitcoin ในมณฑลเสฉวนของจีนเผยว่า “ชาวเหมืองหลายคนยอมเลิกกิจการตามคำสั่งของทางการ อุปกรณ์ทำเหมืองถูกขายไม่ต่างจากเศษเหล็ก” 

หลิวหงเฟยเผยว่า “ถ้ารัฐบาลไม่อนุญาตให้ทำเหมืองผมก็คงต้องหยุด คุณไม่งัดข้อกับพรรคคอมมิวนิสต์จีนหรอก ใช่มั้ยล่ะ”  

ทางการจีนประกาศจะปราบปรามการซื้อขายและทำเหมือง Bitcoin เมื่อช่วงปลายเดือน พ.ค.ที่ผ่านมา เพื่อขจัดความเสี่ยงทางการเงิน เพราะมองว่าสกุลเงินดิจิทัลเข้ามาขัดขวางความสงบเรียบร้อยของเศรษฐกิจ ทั้งยังเป็นช่องทางให้เกิดธุรกรรมผิดกฎหมายและการฟอกเงิน และทำลายสิ่งแวดล้อม เนื่องจากการทำเหมือง Bitcoin ต้องใช้พลังงานไฟฟ้ามหาศาล

ในวลาต่อมาศูนย์กลางการทำเหมือง Bitcoin อย่างเขตปกครองตนเองมองโกเลียใน ซินเจียง มณฑลยูนนาน และเสฉวน ก็เริ่มออกมาตรการถอนรากถอนโคนเหมือง

ด้าน อดัม เจมส์ บรรณาธิการอาวุโสของ OKEx Insights มองว่า คำสั่งห้ามทำเหมือง Bitcoin ของจีนอาจทำให้เหมือง 90% ของทั้งประเทศต้องปิดตัวลง

นิชานต์ ชาร์มา ผู้ก่อตั้ง BlocksBridge Consulting บริษัทที่ปรึกษาด้าน Bitcoin เผยว่า นักขุดเหมืองส่วนใหญ่ในจีนพากันปิดเครื่องและขายอุปกรณ์ ด้วยเหตุนี้ทุกเหมืองที่อยู่นอกจีนจึงได้ประโยชน์เต็มๆ

ส่วน วินส์ตัน หม่า จากมหาวิทยาลัยกฎหมาย NYU เผยว่า “นี่คือจุดจบของยุคเหมืองคริปโตในจีน”

ราคาของเครื่องมือทำเหมือง Bitcoin ในจีนลดฮวบหลังจากรัฐบาลสั่งห้ามทำเหมือง โดยราคาของเครื่องมือทำเหมือง Bitcoin ในจีนลดฮวบหลังจากรัฐบาลสั่งห้ามทำเหมือง เดือน เม.ย. และ พ.ค.ที่ผ่านมา อุปกรณ์ทำเหมือง 1 เครื่องราคาราว 4,000 หยวน แต่ตอนนี้เหลือเพียงเครื่องละ 700-800 หยวน

อย่างไรก็ดี นักขุดเหมืองบางคนยังหวังว่าทางการจีนจะผ่อนคลายข้อห้ามดังกล่าว

Photo by PHILIPPE LOPEZ / AFP

ไทยไม่ติดอันดับเมืองคุณภาพชีวิตดีที่สุดในโลก #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/656432

วันที่ 25 มิ.ย. 2564 เวลา 14:00 น.

ไทยไม่ติดอันดับเมืองคุณภาพชีวิตดีที่สุดในโลกกรุงโคเปนเฮเกนของเดนมาร์กคว้าที่ 1 เมืองที่ประชากรมีคุณภาพชีวิตดีประจำปีนี้

นิตยสาร Monocle เผยผลการสำรวจและจัดอันดับเมืองที่ประชากรมีคุณภาพชีวิตดีที่สุดในโลกประจำปี 2021 โดยกรุงโคเปนเฮเกนของเดนมาร์กคว้าอันดับ 1 เป็นครั้งที่ 4 นับตั้งแต่เริ่มสำรวจครั้งแรกเมื่อปี 2007 แต่ไทยไม่ติดอันดับ

ขณะที่เมืองซูริกของสวิตเซอร์แลนด์ กรุงเฮลซิงกิของฟินแลนด์ กรุงสตอกโฮล์มของสวีเดน และกรุงโตเกียวของญี่ปุ่น อยู่ในท็อป 5 ของการจัดอันดับตามลำดับ

เมืองอื่นๆ ที่อยู่ในลิสต์ของปีนี้ ได้แก่ เวียนนา โอ๊คแลนด์ ไทเป ซิดนีย์ โซล อัมสเตอร์ดัม เกียวโต ลอสแองเจลิส

แอนดรูว์ ทัก บรรณาธิการของ Monocle เผยว่า โคเปนเฮเกนเป็นหนึ่งในเมืองที่ผู้บริหารมีความมุ่งมั่นในการสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับประชาชนทุกคน รวมทั้งการสร้างสิ่งแวดล้อมที่สะอาด แลโคเปนเฮเกนกำลังได้รับผลตอบแทนหลังจากลงทุนในชุมชนเมืองมานานหลายปี

การจัดอันดับของปีนี้ให้ความสำคัญกับการวัดว่าในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมาเมืองใดฟื้นตัวได้รวดเร็ว ปกป้องเศรษฐกิจ ปกป้องวัฒนธรรม ไปจนถึงมีนโยบายที่อยู่อาศัยที่ดี และโครงการสนับสนุนผู้ประกอบการ

นอกจากนี้ยังใช้เกณฑ์มาตรฐานอย่างความปลอดภัย โครงสร้างฟื้นฐาน และความง่ายในการเริ่มธุรกิจในการพิจารณาด้วย

Photo by Mads Claus Rasmussen / Ritzau Scanpix / AFP

ญี่ปุ่นยันสัปดาห์หน้าเริ่มมอบวัคซีนให้ไทยและอาเซียน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/656428

วันที่ 25 มิ.ย. 2564 เวลา 12:30 น.

ญี่ปุ่นยันสัปดาห์หน้าเริ่มมอบวัคซีนให้ไทยและอาเซียนญี่ปุ่นเตรียมส่งมอบวัคซีนแอสตราเซเนกาให้ชาติอาเซียนเริ่มสัปดาห์หน้าเป็นต้นไป

สำนักข่าวเกียวโดของญี่ปุ่นรายงานว่าโทชิมิทสึ โมเทกิ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศญี่ปุ่น เปิดเผยเมื่อวันที่ 25 มิ.ย. ว่าญี่ปุ่นจะส่งมอบวัคซีนต้านโควิด-19 ของแอสตราเซเนกาให้แก่ไทย อินโดนีเซีย มาเลเซีย และฟิลิปปินส์ ชาติละ 1 ล้านโดสโดยจะเริ่มส่งมอบตั้งแต่สัปดาห์หน้าเป็นต้นไป

รวมถึงจะส่งมอบวัคซีนดังกล่าวให้ไต้หวันและเวียดนามเพิ่มอีกแห่งละ 1 ล้านโดส นอกเหนือจากจำนวน 1.24 ล้านโดสและ 1 ล้านโดสที่ประกาศจะส่งมอบให้แก่ไต้หวันและเวียดนามเมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา

โมเทกิ กล่าวเสริมว่านอกจากประเทศข้างต้นแล้วญี่ปุ่นตั้งใจจะส่งมอบวัคซีนรวมทั้งสิ้น 11 ล้านโดสให้แก่ประเทศต่างๆ ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เอเชียตะวันตกเฉียงใต้ และหมู่เกาะแปซิฟืกตั้งแต่ช่วงกลางเดือนกรกฎาคมเป็นต้นไปผ่านโครงการแบ่งปันวัคซีนโคแวกซ์

สำนักข่าวเกียวโดยระบุว่าขณะนี้ญี่ปุ่นมีวัคซีนแอสตราเซเนกาเพียงพอสำหรับประชากร 60 ล้านคน ซึ่งได้ผ่านการอนุมัติให้ใช้ได้เมื่อเดือนที่แล้ว แต่ยังไม่ได้ใช้วัคซีนดังกล่าวฉีดให้แก่ประชาชนในทันทีเนื่องจากมีรายงานการเกิดภาวะลิ่มเลือดอุดตันในต่างประเทศ

ก่อนหน้านี้โมเทกิเคยกล่าวว่ารัฐบาลจะจัดสรรวัคซีนต้านโควิด-19 ให้แก่ 5 ประเทศสมาชิกสมาคมอาเซียนรวมถึงประเทศไทยเนื่องจากเป็นประเทศที่มีความสำคัญทางภูมิศาสตร์ โดยได้ส่งมอบวัคซีนให้แก่เวียดนามเป็นชาติแรก จากนั้นจะแจกจ่ายวัคซีนไปยังอินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ มาเลเซีย และไทย ในช่วงเดือนกรกฎาคมเป็นต้นไป

Photo by ISSEI KATO / POOL / AFP

คุมไม่อยู่! ชิลีเล็งฉีด Sinovac เข็ม 3 เพิ่มประสิทธิภาพวัคซีน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/656419

วันที่ 25 มิ.ย. 2564 เวลา 11:30 น.

คุมไม่อยู่! ชิลีเล็งฉีด Sinovac เข็ม 3 เพิ่มประสิทธิภาพวัคซีนชิลีเตรียมศึกษาฉีดวัคซีนเข็มที่ 3 หลังคุมโควิด-19 ไม่อยู่แม้ฉีดวัคซีนไปกว่าครึ่งประเทศแล้ว

สำนักข่าวรอยเตอร์สรายงานว่าชิลีกำลังศึกษาความเป็นไปได้ในการฉีดวัคซีนเข็มที่ 3 เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการป้องกันโควิด-19 ขณะที่ประเทศกำลังพยายามรับมือกับการแพร่ระบาดระลอกใหม่ซึ่งมีผู้ติดเชื้อวันละหลายพันคนแม้ว่าจะฉีดวัคซีนไปกว่าครึ่งหนึ่งของประชากรทั้งหมดแล้วก็ตาม

จนถึงตอนนี้กว่า 78% ของประชากรเป้าหมายในชิลีได้รับวัคซีนเข็มแรกแล้ว และกว่า 61% ได้รับการฉีดวัคซีนครบ 2 เข็ม ท่ามกลางคำถามจากหลายฝ่ายว่าวัคซีนซิโนแวคมีประสิทธิภาพในการยับยั้งการแพร่ระบาดได้ดีเพียงใดเมื่อใช้จริง

เนื่องจากชิลีใช้วัคซีนต้านโควิด-19 ของซิโนแวคเป็นหลัก ซึ่งขณะนี้ฉีดไปแล้วกว่า 16.8 ล้านโดส ส่วนที่เหลือเป็นวัคซีนของไฟเซอร์ 3.9 ล้านโดส ควบคู่ไปกับวัคซีนของแอสตราเซเนกาและแคนซิโนอีกเล็กน้อย

โดยประธานาธิบดีเซบาสเตียน พิเนรา ระบุว่าผู้เชี่ยวชาญด้านสาธารณสุขกำลังตรวจสอบอย่างถี่ถ้วนเพื่อพิจารณาว่าถึงความจำเป็นในการฉีดวัคซีนเข็มที่ 3 ก่อนที่จะขยายกรอบการฉีดวัคซีนไปยังกลุ่มวัยรุ่นต่อไป

รวมถึงขณะนี้กำลังมีการตรวจสอบว่าภูมิคุ้มกันที่ได้จากวัคซีนซิโนแวคจะอยู่ได้นานเพียงใด โดยจะมีการรายงานอีกครั้งในเดือนถัดไป

ทั้งนี้ ชิลีเป็นหนึ่งในประเทศที่เข้าร่วมการทดสอบประสิทธิภาพของวัคซีนซิโนแวค โดยเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมาผลการทดสอบประสิทธิภาพของวัคซีนเมื่อฉีดครบ 2 เข็มชี้ว่าสามารถป้องกันการติดเชื้อตามอาการ 67% ป้องกันการป่วยหนักเข้าโรงพยาบาล 85% และป้องกันการเสียชีวิตจากโควิด-19 อยู่ที่ 80%

เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมามีรายงานว่าแพทย์และบุคลากรทางการแพทย์ในอินโดนีเซียรวมมากกว่า 350 รายติดโควิด-19 แม้จะได้รับวัคซีนแล้ว ซึ่งส่วนใหญ่ได้รับการฉีดวัคซีนของซิโนแวค ส่งผลให้เกิดความกังวลต่อประสิทธิภาพของวัคซีนในการยับยั้งโควิด-19 ที่แพร่ระบาดมากขึ้นโดยเฉพาะสายพันธุ์เดลตา

Photo by Martin BERNETTI / AFP

เจออีก! แคนาดาพบหลุมศพเด็กพื้นเมือง 751 หลุมในโรงเรียนเก่า #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/656418

วันที่ 25 มิ.ย. 2564 เวลา 11:00 น.

เจออีก! แคนาดาพบหลุมศพเด็กพื้นเมือง 751 หลุมในโรงเรียนเก่าพบหลุมศพนิรนามอีก 751 หลุมใกล้กับโรงเรียนประจำสำหรับเด็กพื้นเมืองในแคนาดาหลังเพิ่งพบ 215 หลุมเร็วๆ นี้

แค็ดมัส เดลอร์ม ผู้นำกลุ่มชาวพื้นเมืองในแคนาดาเผยว่า พบหลุมศพนิรนาม 751 หลุมในพื้นที่ใกล้กับบริเวณที่เป็นที่ตั้งของโรงเรียนประจำคาทอลิกสำหรับเด็กพื้นเมืองเก่าในรัฐซัสแคตเชวันทางตะวันตกของแคนาดา

ผู้นำกลุ่มชาวพื้นเมืองเผยอีกว่า ไม่ใช่การฝังหมู่ แต่เป็นหลุมศพที่ไม่มีป้ายหลุมศพ โดยตั้งข้อสังเกตว่าตัวแทนของโบสถ์คาทอลิกรื้อป้ายหลุมศพเหล่านี้ออก เนื่องจากต้องการปกปิดตัวเลขที่แท้จริงของเด็กพื้นเมืองที่เสียชีวิต

การพบหลุมศพเด็กพื้นเมืองครั้งนี้เป็นครั้งที่สองในรอบ 1 เดือนที่ผ่านมา หลังจากพบหลุมศพเด็กพื้นเมือง 215 หลุมในโรงเรียนสำหรับชนพื้นเมืองที่รัฐบริติชโคลัมเบียจนสร้างความตกตะลึงมาแล้วครั้งหนึ่ง

การพบหลุมศพครั้งนี้ยังเผยให้เห็นถึงประวัติศาสตร์ด้านมืดอีกบทหนึ่งของแคนาดา จนเกิดเสียงเรียกร้องให้สมเด็จพระสันตะปาปาฟรังซิสและคริสตจักรขอโทษต่อการใช้ความรุนแรงในโรงเรียนที่นักเรียนชาวพื้นเมืองถูกบีบบังคับให้ปรับตัวให้กลมกลืนกับวัฒนธรรมของแคนาดา

หลังจากนี้จะตรวจสอบแต่ละหลุมอีกครั้งเพื่อหาจำนวนของเหยื่อที่ถูกฝังที่แน่นนอนอีกครั้ง

กลุ่มชนพื้นเมืองแคนาดาเริ่มใช้เราดาร์ค้นหาหลุมศพเมื่อวันที่ 2 มิ.ย. หลังจากมีการขุดพบหลุมศพเด็กพื้นเมือง 215 หลุมในรัฐบริติชโคลัมเบีย

ทั้งนี้ระหว่างปี 1863-1998 มีเด็กชาวพื้นเมืองกว่า 150,000 คนถูกบังคับให้เข้าโรงเรียนประจำคาทอลิกสำหรับเด็กพื้นเมืองที่มีเกือบ 140 แห่งทั่วประเทศ โดยเด็กๆ เหล่านี้ไม่ได้รับอนุญาตให้พูดภาษาพื้นเมือง ทั้งยังถูกทำร้ายร่างกาย ล่วงละเมิดทางเพศ ต้องใช้ชีวิตในสภาพแวดล้อมที่สกปรก

จากการสอบสวนของทางการคาดว่ามีเด็กกว่า 4,000 คนเสียชีวิตในโรงเรียนเหล่านี้

ด้านนายกรัฐมนตรี จัสติน ทรูโด เผยว่าการพบหลุมศพทั้งที่รัฐบริติชโคลัมเบียและซัสแคตเชวันเป็นเครื่องเตือนใจที่น่าละอายเกี่ยวกับการเหยียดเชื้อชาติอย่างเป็นระบบ การเลือกปฏิบัติ และความอยุติธรรมที่ชนเผ่าพื้นเมืองต้องเผชิญ และยังคงเผชิญหน้าอยู่ในประเทศนี้

Photo by Cole Burston / AFP

เอเชียที่แรกที่มีการระบาดและอาจเป็นที่สุดท้ายที่ควบคุมได้ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/656394

วันที่ 24 มิ.ย. 2564 เวลา 19:00 น.

เอเชียที่แรกที่มีการระบาดและอาจเป็นที่สุดท้ายที่ควบคุมได้เอเชียซึ่งเป็นภูมิภาคแรกที่มีการแพร่ระบาดของโควิด-19 อาจเป็นภูมิภาคที่หายช้ากว่าที่อื่น หากอัตรการฉีดวัคซีนยังต่ำ

CNBC รายงานโดยอ้างคำพูดของทอดด์ แฮนค็อก ประธาน Collinson Group บริษัทผู้ให้บริการด้านท่องเที่ยวและการเดินทางในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ระบุว่าเอเชียเป็นภูมิภาคแรกที่มีการแพร่ระบาดของโควิด-19 ตามที่มีการยืนยันอย่างเป็นทางการ แต่อาจเป็นภูมิภาคสุดท้ายที่จะรอดพ้นจากการแพร่ระบาดครั้งนี้

แฮนค็อก เสริมว่า “น่าเสียดายที่เอเชียเป็นภูมิภาคแรกที่มีการแพร่ระบาดครั้งใหญ่ และเราคาดการณ์ว่าน่าจะเป็นภูมิภาคสุดท้ายที่รอดพ้นจากการแพร่ระบาด โดยประเมินจากอัตราการฉีดวัคซีน”

ตามข้อมูลที่เปิดเผยโดย Our World in Data ระบุว่ามีประชากรเอเชียเพียง 22.26% ที่ได้รับวัคซีนต้านโควิด-19 อย่างน้อย 1 โดส ซึ่งค่อนข้างต่ำหากเปรียบเทียบกับชาติตะวันตกอย่างสหรัฐและสหราชอาณาจักรตัวเลขดังกล่าวอยู่ที่ 53.03% และ 63.56% ตามลำดับ

แฮนค็อกระบุว่าชาวอเมริกัน อังกฤษ และประเทศอื่นๆ ในยุโรปจำนวนมากเริ่มกลับมาเดินทางท่องเที่ยวได้อีกครั้ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งประเทศที่สามารถฟื้นตัวจากโรคระบาดได้ดีอย่างสหรัฐ รัสเซีย และจีนมีการเดินทางในประเทศเพิ่มขึ้นในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา ขณะเดียวกันประเทศเหล่านั้นก็มีการฉีดวัคซีนในอัตราที่เพิ่มขึ้นด้วย

อัตราการฉีดวัคซีนต่ำ

อลิเซีย การ์เซีย-เอร์เรโร หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกจาก Natixis มองว่าการฉีดวัคซีนในเอเชียได้รับผลกระทบจากข้อจำกัดด้านปริมาณของวัคซีนและความลังเลใจในการรับวัคซีนของประชากรในเอเชีย

เธอมองว่าการกระจายวัคซีนทั่วโลกนั้นไม่ยุติธรรมอย่างยิ่งและเอเชียกำลังประสบปัญหาดังกล่าว โดยเฉพาะอย่างยิ่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

ในเดือนเมษายนองค์การอนามัยโลก (WHO) กล่าวว่ามากกว่า 87% ของวัคซีนทั่วโลกถูกส่งไปยังประเทศที่ร่ำรวย ขณะที่ประเทศที่มีรายได้น้อยได้รับวัคซีนไม่ถึง 1%

ยิ่งไปกว่านั้นการ์เซีย-เอร์เรโรชี้ว่ามีความไม่สบายใจอย่างมากเกี่ยวกับการเข้ารับการฉีดวัคซีนของประชากรเอเชีย ซึ่งไม่เกิดขึ้นในยุโรปหรือภูมิภาคอื่นๆ หรือเกิดขึ้นน้อยกว่าเอเชีย

รายงานของ Natixis ซึ่งเผยแพร่เมื่อเดือนพฤษภาคมระบุว่านอกจากความไม่มั่นใจในวัคซีนที่พัฒนาขึ้นใหม่แล้ว มาตรการกักตัวที่มีประสิทธิภาพก็เป็นหนึ่งปัจจัยที่ทำให้การฉีดวัคซีนมีความเร่งด่วนน้อยลง

บางภูมิภาคในเอเชียที่มีมาตรการควบคุมโรคอย่างเข้มงวด รวมถึงไต้หวันและเวียดนามประสบความสำเร็จอย่างมากในการควบคุมการแพร่ระบาดของไวรัส แต่หลังจากนั้นก็ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดระลอกใหม่อีกครั้ง

กลยุทธ์จูงใจหรือบังคับ

รายงานระบุว่าบางพื้นที่ในเอเชียได้เสนอสิ่งจูงใจเพื่อกระตุ้นให้มีการฉีดวัคซีนมากขึ้น อย่างเช่นฮ่องกงมีการจับสลากผู้โชคดีที่ได้ฉีดวัคซีนแล้ว โดยรางวัลสูงสุดเป็นอพาร์ตเมนต์มูลค่า 10.8 ล้านดอลลาร์ฮ่องกงหรือกว่า 40 ล้านบาท

รวมถึงในอินเดีย IndiGo ซึ่งเป็นสายการบินรายใหญ่ที่สุดของประเทศมอบส่วนลด 10% ให้แก่ลูกค้าที่ได้รับวัคซีนอย่างน้อย 1 เข็ม

ขณะที่ประธานาธิบดีโรดริโด ดูเตอร์เต ของฟิลิปปินส์ขู่จำคุกประชาชนที่ไม่เข้ารับการฉีดวัคซีนหลังพบว่าประชาชนจำนวนมากปฏิเสธที่จะฉีดวัคซีน ขัดแย้งกับคำแนะนำของเจ้าหน้าที่สาธารณสุขของประเทศที่กล่าวว่าการเข้ารับการฉีดวัคซีนเป็นความสมัครใจ

Photo by STR / AFP

นักลงทุนดังชี้ Bitcoin ไม่มีค่า Blockchain ไม่มีประโยชน์ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/656393

วันที่ 24 มิ.ย. 2564 เวลา 18:00 น.

นักลงทุนดังชี้ Bitcoin ไม่มีค่า Blockchain ไม่มีประโยชน์นักลงทุนชื่อดังเจ้าของหนังสือ Black Swan ชี้ Bitcoin ไม่มีค่า และ blockchain เทคโนโลยีเบื้องหลัง Bitcoin ไม่มีประโยชน์

นัสซิม ตาเล็บ นักลงทุนชื่อดังและเจ้าของหนังสือ Black Swan ที่โด่งดังไปทั่วโลก วิจารณ์ Bitcoin ว่าเป็นสิ่งที่แทบจะไม่มีค่า และเอ่ยถึง blockchain เทคโนโลยีที่อยู่เบื้องหลัง Bitcoin ว่า ไม่มีหลักฐานว่าเป็นเทคโนโลยีที่มีประโยชน์

ตาเล็บเขียนบทความระบุถึงข้อเสียของ Bitcoin ไว้ถึง 4 ข้อ ความยาว 6 หน้ากระดาษ เรื่อง Bitcoin, Currencies, and Bubbles แจกจ่ายให้ผู้ติดตามของตัวเองในทวิตเตอร์กว่า 743,000 คน โดยมีเนื้อหาโดยสรุปดังนี้

1.Bitcoin ไม่ใช่สกุลเงิน

ตาเล็บบอกว่า Bitcoin ไม่สามารถพิสูจน์ตัวเองได้ว่าเป็นสกุลเงินที่ไร้ตัวกลาง หรือจริงๆ แล้ว Bitcoin ยังเป็นสกุลเงินไม่ได้ด้วยซ้ำ แต่เพราะ Bitcoin มีมูลค่าที่สูงเกินจริงจนสร้างกำไรได้มากเพียงพอที่จะทำให้ผู้คนละเลยที่จะพิจารณาประโยชน์จริงๆ ของ Bitcoin

2.Bitcoin เป็นเครื่องรักษามูลค่าไม่ได้

ตาเล็บวิจารณ์ว่า Bitcoin ไม่สามารถเป็นเครื่องรักษามูลค่า (store of value) ทั้งในระยะสั้นและระยะยาว โดยเปรียบเทียบกับทองซึ่งเป็นเครื่องรักษามูลค่าได้ดีว่า ทองและโลหะมีค่าอย่างอื่นไม่มีค่าใช้จ่ายในการดูแลรักษา ไม่เสื่อมค่าลงตามกาลเวลา แต่คริปโตเคอร์เรนซีต้องการการใส่ใจ คือต้องเทรดเข้าเทรดออกตลอดเวลา

3.Bitcoin ไม่ใช่สินทรัพย์ป้องกันความเสี่ยง

ตาเล็บยกตัวอย่างเหตุการณ์เมื่อเดือน มี.ค.ปีที่แล้วที่เกิดความแตกตื่นในตลาดจนเกิดการเทขายครั้งใหญ่ ผลก็คือ Bitcoin ร่วงหนักกว่าตลาดหุ้น

4.Bitcoin ไม่ได้สามารถปกปิดตัวตนได้ 100%

ตาเล็บบอกว่า Bitcoin ไม่ใช่ที่หลบภัยสำหรับนักลงทุน เพราะไม่ได้ให้การปกปิดตัวตนอย่างแท้จริงและไม่ใช้ธุรกรรมที่ตามรอยไม่ได้อีกต่อไป โดยยกตัวอย่างการโจมตีทางไซเบอร์บริษัทท่อส่งน้ำมัน Colonial Pipeline ที่ต้องจ่ายค่าไถ่หลายล้านเหรียญสหรัฐเป็น Bitcoin แต่ไม่นานรัฐบาลสหรัฐก็สามารถตามรอยและกู้คืนเงินกลับมาได้ส่วนหนึ่ง

Photo by JACK GUEZ / AFP