แฮ็กเกอร์ Anonymous ขู่เล่นงาน Elon Musk ฐานทวีตป่วน Bitcoin #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/654848

วันที่ 07 มิ.ย. 2564 เวลา 10:31 น.

แฮ็กเกอร์ Anonymous ขู่เล่นงาน Elon Musk ฐานทวีตป่วน Bitcoinกลุ่มแฮ็กเกอร์นานาชาติ Anonymous กล่าวว่าพวกเขาวางแผนที่จะเล็งเป้าหมายโจมตี Elon Musk ฐานทำให้มูลค่าของคริปโตดิ่งลงเพราะทวีตของเขา

ในวิดีโอที่อ้างตัวว่าเป็นกลุ่ม Anonymous แฮ็กเกอร์ที่มีชื่อเสียงระดับโลกกล่าวหาอีลอน มัสก์ซึ่งเป็นซีอีโอของของ Tesla ว่ามีอำนาจเหนือตลาดสกุลเงินดิจิทัล/คริปโตเคอร์เรนซี่มากเกินไปจนทางกลุ่มชักจะทนไม่ไหวแล้ว

เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 3 มิถุนายน มัสก์ทวีตที่คลุมเครือซึ่งทำให้หลายคนในวงการคริปโตตีความว่าเป็นมหาเศรษฐีผู้นี้อาจจะคิดเลิกรากับ Bitcoin และในทวีตยังมีโลโก้ Bitcoin และอีโมจิอกหัก ยิ่งทำให้คนคิดว่าจากที่มัสก์เคยเชียร์คริปโต เขาอาจจะหันหลังในมัน

แต่การทำแบบนี้ทำให้กลุ่ม Anonymous หมดความอดทนกับมัสก์ พวกเขาออกคลิปแถลงการณ์ว่า ‘นักลงทุนรายย่อยหลายล้านคนต่างหวังพึ่งผลกำไรจากคริปโตเพื่อปรับปรุงชีวิตของพวกเขา นี่คือสิ่งที่คุณจะไม่มีวันเข้าใจเพราะคุณเกิดมาในความมั่งคั่งที่ถูกขโมยไปจากเหมืองมรกตที่ขุดโดยแรงงานที่มีการแบ่งแยกสีผิวในแอฟริกาใต้ และไม่รู้ว่าการต่อสู้กันของคนทำงานส่วนใหญ่ในโลกเป็นอย่างไร”

“แน่นอนว่าพวกเขาแบกรับเสี่ยงกับตัวเองเมื่อลงทุน และทุกคนก็รู้ว่าต้องเตรียมพร้อมสำหรับความผันผวนของสกุลเงินดิจิทัล แต่ทวีตของคุณในสัปดาห์นี้แสดงให้เห็นถึงการเพิกเฉยอย่างชัดเจนต่อคนหาเช้ากินค่ำ”

“ในขณะความฝันของคนที่ขยันขันแข็งต้องระเหยไปเพราะการแสดงออกถึงอารมณ์โกรธเคืองในที่สาธารณะของคุณ คุณยังคงเยาะเย้ยพวกเขาด้วยการทวีตมัมมาจากคฤหาสน์หนึ่งล้านดอลลาร์ของคุณต่อไป”

Anonymous ยังลากมัสก์มาขึงพืดด้วยการตำหนิว่าเขาเป็นคนไม่จริงใจ “ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา คุณมีความสุขกับชื่อเสียงที่โด่งดังที่สุดเหนือคนอื่นๆ ในชนชั้นมหาเศรษฐี เพราะคุณฉวยโอกาสกับความปรารถนาของพวกเราหลายคนที่อยากจะใช้ชีวิตในโลกที่มีรถยนต์ไฟฟ้าและการสำรวจอวกาศ แต่เมื่อเร็ว ๆ นี้คุณภาพลักษณ์สาธารณะที่คุณสร้างขึ้นอย่างพิถีพิถัน กำลังถูกเปิดเผย และผู้คนเริ่มมองว่าคุณว่าไม่ได้เป็นอะไรมากไปกว่าเศรษฐีผู้หลงตัวเองที่หมดหวังที่จะได้รับความสนใจ”

“ดูเหมือนว่าภารกิจของคุณในการกอบกู้โลกมีรากฐานมาจากปมความรู้ว่ตัวเองเหนือกว่าคนอื่นและอาการหลงตัวเองว่าเป็นฮีโร่กอบกู้โลก มากกว่าความกังวลที่แท้จริงสำหรับมนุษยชาติ สิ่งนี้ชัดเจนสำหรับพนักงานของคุณมาเป็นเวลานานแล้วซึ่งต้องเผชิญเงื่อนไขที่ยากจะทนได้ภายใต้คำสั่งของคุณมาหลายปีแล้ว”

“ยังเป็นที่ชัดเจนสำหรับเด็กเล็กที่ทำงานในเหมืองลิเธียมในต่างประเทศของคุณซึ่งกำลังทำลายสภาพแวดล้อมในท้องถิ่นเช่นกัน คุณเปิดเผยเกี่ยวกับความเต็มใจที่จะก่อรัฐประหารเพื่อตั้งรัฐบาฃเผด็จการในสถานที่ที่มีการขุดวัตถุดืบที่เป็นพิษของคุณ คุณได้สวมมงกุฎตัวเองเป็น ‘จักรพรรดิแห่งดาวอังคาร’ ก่อนกำหนด ซึ่งเป็นสถานที่ที่คุณจะส่งคนไปตาย”

“คุณอาจคิดว่าคุณเป็นคนที่ฉลาดที่สุดกว่ามใครๆ แต่ตอนนี้คุณได้พบกับคู่ชกของคุณแล้ว เราคือ Anonymous ! พวกเราคือกลุ่มนักรบ รอพวกเจอกับเราได้เลย”

Photo by Christophe Gateau / dpa / AFP

“ธัมมะโลกะ” พระฝรั่งรุ่นแรกของโลกผู้ต่อสู้เพื่อชาวพุทธพม่า #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/654819

วันที่ 06 มิ.ย. 2564 เวลา 20:32 น.

"ธัมมะโลกะ" พระฝรั่งรุ่นแรกของโลกผู้ต่อสู้เพื่อชาวพุทธพม่า ท่านเป็นผู้ก่อตั้ง “พุทธสมาคมแห่งสยาม” และเดินทางไปทั่วเอเชียเพื่อคัดค้านการเผยแพร่ศาสนาคริสต์ของ “นายฝรั่ง” ที่ล่าอาณานิคมในเอเชีย

ท่านธัมมะโลกะ (Dhammaloka) ชาวไอริช คาดว่าเป็นชาวตะวันตกคนแรกในยุคสมัยใหม่ที่บวชเป็นพระภิกษุในพุทธศาสนา (เท่าที่หลักฐานพอจะยืนยันได้) ท่านเกิดที่กรุงดับลิน ต่อมาเดินทางไปเป็นกรรมกรทั่วสหรัฐอเมริกา จากนั้นขึ้นเรือไปญี่ปุ่น แล้วต่อเรือมายังพม่าก่อนที่อังกฤษจะผนวกพม่าเป็นอาณานิคมเต็มรูปแบบหลังสงครามอังกฤษ-พม่าครั้งที่ 3

ที่พม่าท่านทำงานเป็นเสมียนห้างทำไม้ ต่อมาสนใจพุทธศาสนา จึงอุปสมบทที่ย่างกุ้งเมื่อก่อนปี 2442 ได้ฉายาว่า “ธัมมะโลกะ” ด้วยความที่ท่านต่อต้านศาสนาคริสต์ เป็นพวกนักคิดเสรี (Freethinker) หรือพวกไม่เชื่อในพระเจ้า (Atheist) เมื่อพบศาสนาพุทธแล้วท่านก็โจมตีศาสนาคริสต์อย่างหนัก ไม่เฉพาะแต่หลักคำสอน แต่รวมถึงการที่อังกฤษผูกศาสนาเข้ากับการล่าอาณานิคม ท่านโจมตีมิชชันนารีว่ามือหนึ่งถือคัมภีร์มือหนึ่งถือปืน

ท่านออกเดินทางตักเตือนคนพม่าให้ระวังฝรั่งพวกหมอสอนศาสนา และท่านยังเผชิญหน้ากับเจ้าหน้าที่ตำรวจชาวอังกฤษ-อินเดียนนอกหน้าที่จะสวมรองเท้าเข้าไปยังพระเจดีย์ชเวดากองในกรุงย่างกุ้งในปี 2445ซึ่งเป็นประเด็นที่ถกเถียงกันในพม่าเนื่องจากชาวพุทธในพม่าจะไม่สวมรองเท้าในบริเวณเจดีย์แต่ฝรั่งก็ไม่ยอมถอดรองเท้าเหมือนกัน ทำให้คนพม่าเจ้าของแผ่นดินกับ “นายฝรั่ง” ต้องทะเลาะกันเนืองๆ (และเป็นชวนของขบวนการต่อต้านนักล่าอาณานิคมด้วย)

เรื่องที่เกิดขึ้นนี้คู่กรณีของท่านเป็นชาวอินเดีย ชาวอินเดียถูกนายฝรั่งจ้างมาทำงานรักษาความสงบในพม่าคนอินเดียก็เหมือนคนเอเชียอื่นๆ ที่ชอบเดินเท้าเปล่าและเมื่อเข้าไปไหว้พระเจ้าในศาสนสถานก็ถอดรองเท้า แต่นอกเวลางานตำรวจแขกเยี่ยมชมเจดีย์พม่ากลับใส่รองเท้าบู๊ต ซึ่งถือเป็นดูหมิ่นเหยียดหยามอย่างร้ายแรง ทำให้ท่านธัมมะโลกะต้องเผชิญหน้ากับคนเหล่านี้เพื่อรักษาเกียรติของชาวพุทธพม่า

ปรากฎว่าเจ้าหน้าที่ของอังกฤษพยายามตั้งข้อหายุยงปลุกระดมให้กับกับท่านธัมมะโลกะและขอให้เจ้าหน้าที่ที่ดูแลพระเจดีย์ไม่ให้ท่านเข้าไปในเขตพระเจดีย์ แต่พวกอังกฤษทำไม่สำเร็จ ทำให้ชื่อเสียงของท่านเป็นที่รู้จักมากขึ้น

นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ท่านทะเลาะกับฝรั่งและคนอินเดียที่รับใช้ฝรั่ง ในหนังสือ A Vagabond journey around the world ของ Harry Alverson Franck (ปี 1910) เล่าเหตุการณ์ที่ชวนหัวครั้งหนึ่งว่า

“… ยามบ่ายคล้อย ชาวฮินดู (ในสมัยนั้นหมายถึงชาวอินเดียไม่ได้หมายถึงผู้นับถือศาสนาฮินดู) ตัวจิ๋วซึ่งมีหน้าตาอ่อนโยนและเหมือนเด็กๆ ปรากฏตัวขึ้นบนเรือ และเดินโซเซเข้าออกตามตรอกซอกซอยด้วยขาไม้ที่งุ่มง่าม ลงมาแจกจ่ายแผ่นพับที่เขาถืออยู่ใต้ซอกแขนข้างหนึ่ง ชุดของเขาบ่งบอกว่าเขาเป็นมิชชันนารีคริสเตียนพื้นเมือง ทันใดนั้น สายตาของเขาจับจ้องไปที่ธัมมะโลกะและเขาก็นิ่งงันไปโดยอ้าปากค้าง

“นายเป็นอะไรหรือซาฮิบ” เขาพึมพำด้วยน้ำเสียงสงสัย (ซาฮิบเป็นคำเรียกอย่างสุภาพอาจแปลว่าสหาย, คุณ หรือนายท่านก็ได้)

“อย่างที่โยมเห็น” ชาวไอริชตอบ “อาตมาเป็นนักบวชในศาสนาพุทธ”

“ตะ.. แต่ว่านายมาจากประเทศอะไร?”

“อาตมามาจากไอร์แลนด์”

บนใบหน้าของชนพื้นเมืองแสดงอาการกลืนไม่เข้าคายไม่ออก ราวกับเกิดความสงสัยครั้งใหญ่ครอบงำจิตใจว่ามิชชันนารีที่เป็นหนี้บุญคุณช่วยเขาเปลี่ยนศาสนาได้หลอกลวงเขาเสียแล้ว ประหนึ่งรู้สึกจุกอกแน่นในหัวใจของเขา

“ไอร์แลนด์?” เขาร้องอย่างสั่นเครือว่า “ถ้าอย่างนั้นนายก็ไม่ใช่ชาวพุทธ! ชาวไอริชเป็นคริสเตียน ซาฮิบทุกคนเป็นคริสเตียน” และเขาเหลือบมองอย่างประหม่าไปที่ชาวพม่าที่กำลังยิ้มๆ มองมาที่เรา

“โถ่ นั่นมันที่พวกคริสเตียนจอมปลอมหลอกโยมแล้ว” ชาวไอริชแย้งขึ้น “นั่นที่โยมได้มาน่ะหรือ?”

แขกอินเดียพลิกเอกสารหลายๆ แผ่น เป็นบทต่างๆ ของคัมภีร์ไบเบิลพิมพ์ในภาษาอังกฤษและภาษาฮินดูสถาน (หมายถึงภาษาอูรดู/ฮินดี)

“บ๊ะ!” ธัมมะโลกะเอ่ยขึ้น “นี่ก็แย่พอแล้วที่เห็นคริสเตียนคนขาว แต่คนที่กินน้ำลายซาฮิบมิชชั่นนารีที่เอายัดใส่ให้ นี่มันน่าขยะแขยง ในเมื่อศรัทธาที่แท้จริงอยู่ไกลไม่ถึงวันก็พบแล้ว โยมควรจะลายแก่ใจ”

“ศาสนานี้ดีทีเดียวนา” คนเข้ารีตพึมพำ

“งั้นก็พิสูจน์สิ” ชาวไอริชเถียง

ชาวฮินดูยอมรับการท้าทายนี้ และในครึ่งชั่วโมงต่อมา เราได้เห็นปรากฏการณ์ใหม่ที่นายฝรั่งปกป้องความเชื่อของตะวันออกอย่างแข็งขันต่อคนพื้นเมืองผู้นับถือศาสนาตะวันตก น่าเสียดายที่ขาไม้ของเขาไม่เหมาะกับนักบวชผู้รอบรู้ เขาเริ่มต้นด้วยการพูดซ้ำซากเหมือนนกแก้วนกขุนทองถึงคำสอนของคริสเตียนและเมื่อพูดบทของเขาแล้วยืนทำอะไรไม่ถูกต่อหน้าปฏิปักษ์ของเขา แม้แต่เด็กนักเรียนคงจะนำเสนอข้อโต้แจ้งได้อย่างน่าเชื่อถือมากกว่านี้เสียอีก ชาวไอริชผู้รู้พระคัมภีร์ด้วยหัวใจ ยกคำอ้างอย่างแจ่มชัดตั้งแต่บทปฐมกาลถึงวิวรณ์ อ้างจากพระคัมภีร์อย่างไม่ติดขัดเพื่อสนับสนุนข้อโต้แย้งของเขา และเมื่อชาวฮินดูตั้งคำถามเกี่ยวกับข้อความหนึ่ง เขาก็จะหยิบแผ่นพับขึ้นมาเล่มหนึ่งแล้วพลิกไปโดยไม่ลังเลแม้แต่น้อยถึงหน้าที่ข้อความถูกระบุไว้

เมื่ออีรุงตุงนังกับตัวบทคัมภีร์และความไม่รู้ของเขาเอง ในไม่ช้าชาวพื้นเมืองก็กลายเป็นตัวตลกในสายตาชาวพม่าที่มามุงดูกัน เขาพยายามที่จะถอนตัวจากการโต้เถียงโดยอ้างว่าเขาไม่ได้พูดภาษาอังกฤษ (เป็นภาษาแม่) ธัมมะโลกะจึงพูดกับเขาด้วยภาษาฮินดูสถาน เขาแสร้งทำเป็นลืมภาษาแม่และฉวยเอาแผ่นพับที่อยู่ในมือของพระไปอย่างเด็กๆ เมื่อวิธีการอื่นๆ ล้มเหลว เขาก็กลับไปใช้อุบายสุดท้ายของชาวฮินดู และเริ่มร้องไห้ ท่ามกลางเสียงหัวเราะ เขากำแผ่นพับที่ชาวไอริชยื่นออกมาให้เขา และน้ำตาก็ไหลอาบแก้ม เดินกะโผลกกะเผลกไป ไม่มองซ้ายมองขวาสบตาใครจนกระทั่งเขาหายตัวไปในหมู่บ้านชายเลน … ” (จาก A Vagabond journey around the world หน้า 365 – 366 )

เรื่องเล่านี้จากประสบการณ์ของ แสดงให้เห็นถึงความรู้เรื่องคัมภีร์ไบเบิลของพระธัมมะโลกะและรู้ที่จะโต้แย้งข้อสงสัยอย่างไร แต่ก็สะท้อนถึงท่าทีที่แข็งกร้าวของท่านต่อศาสนาคริสต์ด้วย

แนวคิดของท่านออกจะรุนแรงแต่ชาวพุทธพม่าศรัทธามาก โดยเฉพาะกลุ่มต่อต้านเจ้าอาณานิคมรักใครท่านอย่างยิ่ง ด้วยท่าทีเช่นนี้ทำให้ท่านธัมมะโลกะถูกดำเนินคดีหลายครั้ง แต่ท่านกลับเคลื่อนไหวหนักขึ้น เดินสายไปทั่วเอเชียทั้งในอาณานิคมบริติชมาลายา ลังกา จีน ญี่ปุ่น และออสเตรเลียที่ท่านแกล้งตายแล้วหนีมาอยู่ที่สยาม

ท่านมาที่สยามหลายรอบ มีข้อมูลว่าท่านจำพรรษาที่วัดบ้านทวาย ซึ่งน่าจะเป็นวัดดอนทวาย (วัดบรมสถล) บ้านทวาย ซึ่งเป็นที่ตั้งถิ่นฐานของชาวทวายที่อพยพมาจากพม่า ในช่วงที่ธัมมะโลกะมาสยาม แถบบ้านทวายยังคงรักษาอัตลักษณ์คนทวายเอาไว้ และที่ท่านเลือกมาอยู่ที่บ้านทวายอาจเกี่ยวข้องกับการใช้ภาษาพม่า และเหตุที่ท่านบวชที่วัดทวาย ในเมืองย่างกุ้งมาก่อน

ที่บางกอกท่านตั้งโรงเรียนสอนภาษาอังกฤษให้คนเชื้อชาติต่างๆ (แถบบ้านทวายมีทั้งคนทวาย คนไทยใหญ่ คนลาว ยะวา-มลายู คนไทย คนจีน) ท่านก่อตั้งพุทธสมาคมแห่งสยาม (Siam Buddhist Society) เสนอตั้งสภาพุทธศาสนิกชนนานาชาติ ตั้งสำนักสงฆ์สำหรับชาวพุทธต่างชาติที่มาสยาม และตั้งพุทธสมาคมแนวคิดเสรีแห่งสยาม (Siam Buddhist Freethought Association) หลังจากนั้นเรื่องของท่านเงียบไป

ไม่มีใครทราบว่าท่านมรณภาพที่ไหน แต่คาดว่าน่าจะที่วัดบ้านทวาย

โดย กรกิจ ดิษฐาน

เรียบเรียงและเพิ่มเติมจากบทความเรื่อง “ท่านธัมมะโลกะ (Dhammaloka)” 

รัสเซียเลิกเก็บเงินดอลลาร์ ให้กองทุนแห่งชาติหยุดถือทั้งหมด #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

วันที่ 06 มิ.ย. 2564 เวลา 17:29 น.

รัสเซียเลิกเก็บเงินดอลลาร์ ให้กองทุนแห่งชาติหยุดถือทั้งหมดกระบวนการ De-dollarization ของรัสเซียยงคงเดินหน้าไม่หยุด โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงที่สหรัฐคว่ำบาตรอีกฝ่าย

สำนักข่าว RT ของรัสเซียรายงานว่า อันตน ซิลูอานอฟ (Anton Siluanov) รัฐมนตรีกระทรวงการคลังของประเทศรัสเซียประกาศเมื่อวันพฤหัสบดีว่า กองทุนความมั่งคั่งแห่งชาติของรัสเซียจะหันมาซื้อทองคำและขายสกุลเงินสหรัฐจำนวน 40,000 ล้านดอลลาร์ออกจากพอร์ตการลงทุนทั้งหมด

กองทุนความมั่งคั่งแห่งชาติ หรือ Sovereign Wealth Funds (SWFs) เป็นกองทุนเพื่อการลงทุนของรัฐที่ลงทุนในอสังหาริมทรัพย์และสินทรัพย์ทางการเงิน เช่น หุ้น พันธบัตร อสังหาริมทรัพย์ โลหะมีค่า หรือในการลงทุนทางเลือก เช่น กองทุนไพรเวทอิควิตี้หรือกองทุนเฮดจ์ฟันด์ สำหรับ SWFs ของรัสเซียคือ Russian National Wealth Fund มีสินทรัพย์มูลค่าประมาณ 176,640 ล้านดอลลาร์

ซิลูอานอฟกล่าวว่ากองทุนความมั่งคั่งแห่งชาติจะลดส่วนแบ่งของดอลลาร์เป็นศูนย์ภายในเดือนหน้า ในการพูดคุยระหว่างการประชุม St. Petersburg International Economic Forum (เป็นงานอีเวนต์ทางธุรกิจประจำปีของรัสเซียสำหรับภาคเศรษฐกิจซึ่งจัดขึ้นที่เซนต์ปีเตอร์สเบิร์กตั้งแต่ปี 1997) เขากล่าวว่ากระบวนการนี้จะ “เร็วพอ” และจะสะท้อนการเคลื่อนไหวที่คล้ายกันโดยธนาคารกลางของประเทศเพื่อลดสินทรัพย์ที่ถืออยู่ในสกุลเงินอเมริกัน

ภายใต้แผนดังกล่าว สัดส่วนของดอลลาร์ในกองทุนจะลดลงจาก 35% เป็น 0% ในขณะที่สินทรัพย์ที่ถือในสกุลเงินยูโรและหยวนจีนจะเพิ่มขึ้นเป็น 40% และ 30% ตามลำดับ ส่วนแบ่งของปอนด์อังกฤษจะลดลงครึ่งหนึ่งจาก 10% เป็น 5% ในขณะที่สินทรัพย์เพื่อการลงทุนจะเป็นการหันมาซื้อทองคำเป็นครั้งแรก โดย 20% ของสินทรัพย์ของกองทุนความมั่งคั่งแห่งชาติของรัสเซียจะนำมาเก็งกำไรกับทองคำ

ดมิทรี เปสคอฟ (Dmitry Peskov) โฆษกของเครมลินกล่าวในภายหลังเมื่อวันพฤหัสบดีสนับสนุนการตัดสินใจดังกล่าว โดยกล่าวว่า “กระบวนการลดการพึ่งพาเงินดอลลาร์ (De-dollarization) มีความต่อเนื่อง อันที่จริงแล้วตอนนี้มองเห็นได้ด้วยตาเปล่า” เขาเสริมว่าการสลัดตัวจากพึ่งพาทางการเงินของสหรัฐ “ไม่เพียงเกิดขึ้นในประเทศของเรา (รัสเซีย) เท่านั้น แต่ยังเกิดขึ้นในหลายประเทศทั่วโลก ซึ่งเริ่มประสบกับความกังวลเกี่ยวกับความน่าเชื่อถือของสกุลเงินหลักในทุนสำรอง”

Photo by TONY KARUMBA / AFP

โดรนออกล่าสังหารมนุษย์ด้วยตัวมันเองโดยไม่ได้รับคำสั่ง #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/654809

วันที่ 06 มิ.ย. 2564 เวลา 15:51 น.

โดรนออกล่าสังหารมนุษย์ด้วยตัวมันเองโดยไม่ได้รับคำสั่ง นี่ไม่ใช่พล็อตเรื่องจากภาพยนต์ แต่เป็นเรื่องจริงเมื่อปัญญาประดิษฐ์สั่งการอาวุธสังหารให้ออกไล่ล่าเอง

นิตยสาร New Scientist รายงานว่าได้รับข้อมูลจากรายงานของสหประชาชาติ (UN) เรื่องโดรนติดอาวุธที่ “ตามล่าเป้าหมายของมนุษย์” โดยไม่ได้รับคำสั่ง ซึ่งน่าจะเป็นครั้งแรกที่โดรนทำนอกเนหือคำสั่งของมนุษย์ด้วยการไล่ล่าเพื่อสังหารมนุษย์ด้วยตัวมันเอง

ในเหตุการณ์เมื่อเดือนมีนาคม 2020 โดรน Kargu-2 โจมตีบุคคลหนึ่งโดยอัตโนมัติระหว่างความขัดแย้งระหว่างกองกำลังของรัฐบาลลิเบียและกลุ่มทหารนำโดยคาลิฟา ฮาฟตาร์ กองทัพแห่งชาติลิเบีย

Kargu-2 สร้างขึ้นในตุรกี ซึ่งเป็นโดรนโจมตีที่หวังผลถึงชีวิตออกแบบมาสำหรับการทำสงครามแบบอสมมาตรและการปฏิบัติการต่อต้านการก่อการร้าย Kargu-2 ยังเป็นโดรนที่บินได้ซึ่งใช้อัลกอริธึมการเรียนรู้ด้วยเครื่องและการประมวลผลภาพแบบเรียลไทม์เพื่อติดตามและมีส่วนร่วมกับเป้าหมายโดยอัตโนมัติ

โดรน Kargu-2 ตัวนี้มุ่งเป้าไปที่ทหารคนหนึ่งของ ฮาฟตาร์ขณะที่เขาพยายามจะล่าถอย ตามรายงานของหนังสือพิมพ์ Daily Star และ New York Post รายงานว่าในเวลานั้นโดรนกำลังทำงานในโหมดอิสระที่ “มีประสิทธิภาพสูง” ซึ่งไม่จำเป็นต้องมีคนควบคุม”

รายงานจากคณะผู้เชี่ยวชาญของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติในลิเบียกล่าวว่า “ระบบอาวุธสังหารอัตโนมัติร้ายแรงได้รับการตั้งโปรแกรมให้โจมตีเป้าหมายโดยไม่ต้องมีการเชื่อมต่อข้อมูลระหว่างผู้ปฏิบัติงานกับอาวุธ อันที่จริงแล้วคือความสามารถในการ ‘ยิง ลืม และค้นหา’ (fire, forget and find) อย่างแท้จริง”

ทั้งนี้ Fire-and-forget เป็นขีปนาวุธประเภทหนึ่งที่ไม่ต้องการคำสั่งเพิ่มเติมหลังจากการยิง เช่น การส่องสว่างของเป้าหมายหรือการนำทางด้วยวิทยุ และสามารถยิงถูกเป้าหมายโดยที่เครื่องยิงจรวดไม่อยู่ในแนวสายตาของเป้าหมาย

แซค คัลเลนบอร์น (Zak Kallenborn) ที่ปรึกษาด้านความมั่นคงแห่งชาติที่เชี่ยวชาญด้านระบบไร้คนขับและโดรน ได้ยืนยันในรายงานนี้ว่า นี่อาจเป็นครั้งแรกที่โดรนโจมตีมนุษย์โดยไม่ได้รับคำแนะนำให้ทำเช่นนั้น

คัลเลนบอร์นมีความกังวลเกี่ยวกับอนาคตของโดรนที่ทำงานอัตโนมัติ โดยประเด็นคำถามว่า “ระบบรู้จำวัตถุ (ของโดรน) มีความเปราะบางแค่ไหน?” และ “มันระบุเป้าหมายผิดบ่อยแค่ไหน?”

คัลเลนบอร์นระบุในบทความที่เขียนให้กับ Bulletin of the Atomic Scientists โดยเขาเรียกปฏิบัติการของ Kargu-2 ว่าเป็น “โฉมหน้าใหม่ในอาวุธอัตโนมัติ ซึ่งเป็นโฉมหน้าที่ใช้ต่อสู้และฆ่ามนุษย์โดยอาศัยปัญญาประดิษฐ์”

ยังไม่ได้รับการยืนยันว่ามีทหารคนใดถูกสังหารในการโจมตีนี้หรือไม่ แม้ว่าผู้เชี่ยวชาญของสหประชาชาติจะพูดเป็นนัยก็ตามว่าอาจมีผู้เสียชีวิต ตามรายงานของคณะกรรมการ การสู้รบส่งผลให้ “มีผู้บาดเจ็บล้มตายเป็นจำนวนมาก” โดยสังเกตว่ากองกำลังของ ฮาฟตาร์แทบไม่มีการป้องกันการโจมตีทางอากาศจากระยะไกล

ภาพจาก STM

จีนไล่ต้อน Bitcoin ไม่หยุด ราคาร่วงหลัง Weibo ปิดบัญชีคริปโต #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

วันที่ 06 มิ.ย. 2564 เวลา 14:02 น.

จีนไล่ต้อน Bitcoin ไม่หยุด ราคาร่วงหลัง Weibo ปิดบัญชีคริปโต หลังจากรับบาลจีนเอาจริงกับการขุดคริปโต ตอนนี้ภาคเอกชนรับลูกจริงๆ จังๆ นำโดยโซเชียลเน็ตเวิร์กยอดนิยม

สำนักข่าว Bloomberg รายงานว่า Bitcoin ยังคงลดลงอย่างต่อเนื่องในวันเสาร์แม้ว่าจะมีข่าวดีจากการที่ประเทศเอลวัลวาดอร์ประกาศจะให้ Bitcoin เป็นตัวกลางชำระเงินตามกฎหมายได้ และยังมีขาวจาก Square Inc. ด้วยแต่ก็ไม่สามารถบรรเทาความกังวลของนักลงทุนเกี่ยวกับความเสี่ยงด้านกฎระเบียบของจีนได้

Bitcoin เหรียญดิจิทัลที่ใหญ่ที่สุดในโลกราคาตกลงไปอยู่ที่ประมาณ 35,220 ดอลลาร์ ณ เวลา 18:31 น. ในวันเสาร์ตามเวลานิวยอร์ก ลดลง 5.3% ใน 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา การเคลื่อนไหวดังกล่าวขยายแนวโน้มขาลงเป็นวันที่สองหลังจากทวีตที่คลุมเครือจากอีลอน มัสก์ (Elon Musk) ที่บ่งชี้ว่าเขาอาจจะสลัดตัวจากคริปโตเคอเรนซี

ข่าวร้ายที่สาหัสที่สุดคือการที่เวยปั๋ว (Weibo) บริการโซเชียลมีเดียของจีน ดูเหมือนจะบล็อกบัญชีผู้มีอิทธิพลในวงการคิรปโตบางบัญชีในวันเสาร์ โดยอ้างถึงการละเมิดกฎหมายและกฎของชุมชน Weibo ในขณะที่ Weibo ได้ปราบปรามบัญชีที่เกี่ยวข้องกับคริปโตหลายบัญชีในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ข่าวดังกล่าวเป็นข่าวร้ายล่าสุดจากจีนหลังจาทางการจีนสั่งกวาดล้างการขุดคริปโตในประเทศจนทำให้ราคาของคิรปโตโดยเฉพาะ Bitcoin ดิ่งลงยาว

ในขณะเดียวกันนายิบ บูเกเล (Nayib Bukele) ประธานาธิบดีของประเทศเอลซัลวาดอร์กล่าวว่าเขาวางแผนที่จะเสนอกฎหมายที่จะทำให้ Bitcoin เป็นการชำระเงินอย่างถูกกฎหมายในประเทศเป็นครั้งแรกในโลก ตามข้อความวิดีโอที่เขามีให้กับการประชุม Bitcoin 2021 ในไมอามี

ในขณะที่ Square Inc. กล่าวเมื่อวันเสาร์ว่าจะลงทุน 5 ล้านดอลลาร์เพื่อสร้างโรงงานขุด Bitcoin ที่ใช้พลังงานแสงอาทิตย์ที่ไซต์ Blockstream Mining ในสหรัฐอเมริกาผ่านการเป็นพันธมิตรกับผู้ให้บริการเทคโนโลยีบล็อคเชน

แต่ข่าวดีเหล่านี้ถูกรบกวนด้วยข่าวร้ายจาก Weibo และยังมีทวีของมัสก์ที่ในวันเสาร์ เขาทวีตว่า “สินค้าและบริการคือเศรษฐกิจที่แท้จริง เงินทุกรูปแบบเป็นเพียงการบัญชี” ซึ่งทำให้ผู้คนถกเถียงกันว่ามัสก์อาจบอกใบ้ว่าเขากำลังแยกตัวจากคริปโตหรือไม่ เพราะคริปโตถูกโจมตีว่าไม่สะท้อนความเคลื่อนไหวที่แท้จริงของเศรษฐกิจ

Bitcoin กำลังดิ้นรนเพื่อฝ่าเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ 20 วัน ซึ่งมันไม่สามารถทำได้ในวันพฤหัสบดีและวันศุกร์ มัยยังกำลังประสบกับความยากลำบากในการทะลวงระดับราคา 40,000 ดอลลาร์ หาก Bitcoin ทะลุระดับนั้น มันอาจจะทดสอบค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ 200 วันที่ประมาณ 41,500 ดอลลาร์ ซึ่งนักวิเคราะห์หลายคนมองว่าถ้าทำได้ก็จะเป็นตัวเร่งปฏิกิริยาตลาดกระทิง

อย่างไรก็ตาม เนื่องจาก Bitcoin ยังคงผันผวนอยู่ในช่วงแคบ การทดสอบระดับ 30,000 ดอลลาร์ซ้ำก็อาจเกิดขึ้นได้ จนกว่าจะมีตัวเร่งปฏิกิริยาเชิงบวกมากขึ้น

Photo by INA FASSBENDER / AFP

ประเทศแรกในโลกดัน Bitcoin เป็นการชำระเงินถูกกฎหมาย #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/654790

วันที่ 06 มิ.ย. 2564 เวลา 12:14 น.

ประเทศแรกในโลกดัน Bitcoin เป็นการชำระเงินถูกกฎหมายเอซัลวาดอร์กำลังจะสร้างประวัติศาสตร์ด้วยการเป็นประเทศแรกของโลกที่มอบสถานะที่ถูกต้องตามกฎหมายให้กับ Bitcoin ในฐานะตัวการชำระเงิน

สำนักข่าว Reuters รายงานจากรุงซานซัลวาดอร์เมื่อวันที่ 5 มิถุนายนว่าประธานาธิบดีนายิบ บูเกเล (Nayib Bukele) ของเอลซัลวาดอร์จะเสนอร่างกฎหมายนไปยังรัฐสภาในสัปดาห์หน้าเพื่อใผลักดันสถานะของ Bitcoin ให้เป็นการชำระเงินที่ถูกต้องตามกฎหมายในประเทศ โดยอ้างว่ามีศักยภาพที่จะช่วยชาวซัลวาดอร์ที่อาศัยอยู่ในต่างประเทศส่งเงินกลับบ้าน

“ในระยะสั้น สิ่งนี้ (Bitcoin) จะสร้างงานและช่วยให้คนหลายพันคนสามารถเข้าถึงบริการทางการเงินได้” บูเกเลกล่าวในวิดีโอที่แสดงในการประชุม Bitcoin 2021 ในไมอามี ประทศสหรัฐ

หากร่างกฎหมายนี้ผ่าน เอลซัลวาดอร์กลางจะกลายเป็นประเทศแรกในโลกที่ยอมรับ Bitcoin อย่างถูกกฎหมาย

ขณะที่ Strike ซึ่งเป็นแอพชำระเงินมือถือที่เปิดตัวในเอลซัลวาดอร์ในเดือนมีนาคม กล่าวในแถลงการณ์ว่ายินดีกับกฎหมายและกำลังทำงานร่วมกับประเทศเพื่อทำให้การใช้เทคโนโลยี Bitcoin ประสบความสำเร็จ

“นี่คือการตัดสินใจเพื่อ Bitcoin ที่ได้ยินกันทั่วโลก” แจ็ค มอลเลอร์ส (Jack Mallers) ผู้ก่อตั้งและซีอีโอของ Strike ผู้แนะนำวิดีโอของเบเกเลกล่าวในการประชุมที่ไมอามี

มอลเลอร์สกล่าวว่า “การนำสกุลเงินดิจิทัลมาใช้ในการชำระเงินอย่างถูกกฎหมายทำให้เอลซัลวาดอร์มีเครือข่ายการชำระเงินแบบเปิดที่ปลอดภัย มีประสิทธิภาพ และครอบคลุมทั่วโลกมากที่สุดในโลก”

บุเกเลยังกล่าวผ่าน Twitter เพื่อเรียกร้องให้ส่งเสริมการรวมเอาคริปโตมาอยู่ในระบบการเงิน และบอกว่ามันเป็น “ความจำเป็นทางจริยธรรม” เช่นเดียวกับเส้นทางสู่การเติบโตทางเศรษฐกิจของเอลซัลวาดอร์โดยให้การเข้าถึงสินเชื่อ, การออม, การลงทุน และการทำธุรกรรมที่ปลอดภัย

ในเรื่องของการโอนเงิน บูเกลเกล่าวว่าขณะนี้ “เงินก้อนใหญ่จำนวน 6,000 ล้านดอลลาร์นั้นหายไปให้กับตัวกลาง โดยการใช้ Bitcoin จะทำให้จำนวนเงินที่ครอบครัวที่มีรายได้ต่ำมากกว่าหนึ่งล้านครอบครัวได้รับมา (จากเงินที่แรงงานส่งมาจากต่างแดน) จะเพิ่มขึ้นเป็น 1,000 ล้านดอลลาร์ทุกปี “

เขาชี้ให้เห็นว่า 70% ของประชากรเอลซัลวาดอร์ไม่มีบัญชีธนาคารและทำงานในเศรษฐกิจนอกระบบ

“สิ่งนี้จะช่วยปรับปรุงชีวิตและอนาคตของคนนับล้าน” บูเกเลกล่าว

Photo by MARVIN RECINOS / AFP

เอเชียต้องการออกซิเจนด่วน ไทยสูงสุดอันดับ 5 ของโลก #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/654787

วันที่ 06 มิ.ย. 2564 เวลา 11:07 น.

เอเชียต้องการออกซิเจนด่วน ไทยสูงสุดอันดับ 5 ของโลกเปิดสถิติเดือนพฤษภาคม การระบาดที่หนักหน่วงในเอเชียทำให้ประเทศแถบนี้มีความต้องการออกซิเจนเพิ่มขึ้นสูงมาก และไทยก็เป็นหนึ่งในประเทศที่ต้องการมากที่สุด

ตามรายงานของสำนักวารสารศาสตร์เชิงสืบสวน (The Bureau of Investigative Journalism) เมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม ความต้องการออกซิเจนในอินเดียเพิ่มขึ้นกว่าเท่าตัวระหว่างเดือนเมษายนถึงพฤษภาคม 2021 ประเทศอื่นๆ ก็เริ่มแซงหน้าของอินเดียขึ้นมาเฉพาะเนปาลและศรีลังกา ซึ่งประสบกับการระบาดที่เลวร้ายที่สุดเมื่อเทียบต่อหัวประชากรในปีนี้

เนปาลมีความต้องการออกซิเจนเพิ่มขึ้นถึง 795% แต่ประเทศที่มีความต้องการออกซิเจนมากเป็นอันดับสองรองจากเนปาลคือเวียดนามที่เพิ่มขึ้น 149% อันดับที่สามคือศรีลังกาเพิ่มขึ้น 447% ทั้งสามประเทศนี้กำลังประสบกับการระบาดที่น่ากังวลมาก

อันดับที่สี่คืออัฟกานิสถานเพิ่มขึ้น 154% ตามมาด้วยไทย 149% กัมพูชา 127% อินเดีย 118% และมาเลเซีย 99% นี่คือตัวเลขจนถึงปลายเดือนพฤษภาคม

รายงานระบุว่า ณ เดือนพฤษภาคมมี 19 ประเทศทั่วโลก รวมถึงอาร์เจนตินา, โคลอมเบีย, อิหร่าน, เนปาล, ฟิลิปปินส์, มาเลเซีย, ไทย, ปากีสถาน, คอสตาริกา และแอฟริกาใต้ ที่มีต้องการออกซิเจนมากกว่า 50,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวันเพื่อรักษาผู้ป่วยโควิด-19 ความต้องการดังกล่าวเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วระหว่างกลางเดือนมีนาคมถึงกลางเดือนพฤษภาคม ในเกือบทุกประเทศเหล่านี้ ณ ช่วงเวลาดังกล่าวมีคนน้อยกว่า 1 ใน 10 คนของประชากรของประเทสเหล่านี้ที่ได้รับวัคซีน

เว็บไซต์ Statista ที่นำข้อมูลจากรายงานข้างต้นมารายงานในรูปกราฟฟิกระบุว่า เวียดนามซึ่งไม่พบการระบาดใหญ่แต่ยังมีความต้องการเพิ่มขึ้นกระทั่งแซงหน้าความต้องการออกซิเจนของศรีลังกา ส่วนไทยและกัมพูชายังพบการระบาดครั้งใหม่ ซึ่งทำให้ความต้องการออกซิเจนเพิ่มขึ้น มาเลเซียซึ่งกลายเป็นการระบาดครั้งใหญ่ที่สุดในเอเชียเมื่อเทียบจำนวนผู้ป่วยรายใหม่ต่อหัวเมื่อปลายเดือนพฤษภาคม ความต้องการออกซิเจนเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าตั้งแต่เดือนเมษายน และคาดว่าตัวเลขจะยิ่งน่าหดหู่ยิ่งขึ้นในเดือนมิถุนายน

ทั้งนี้ ข้อมูลจาก Gasworld Business Intelligence ระบุว่า ออกซิเจนทางการแพทย์คิดเป็น 1% ของการผลิตออกซิเจนเหลวทั่วโลก ส่วนที่เหลือถูกใช้โดยอุตสาหกรรมหลากหลายประเภท รวมถึงการทำเหมือง, ปิโตรเคมี, วิชาการการบิน, เคมีอุตสาหกรรม และการบำบัดน้ำ หลายประเทศรวมทั้งอินเดียและปากีสถาน เรียกร้องให้บริษัทก๊าซเปลี่ยนเส้นทางออกซิเจนจากลูกค้าอุตสาหกรรมไปยังโรงพยาบาล

ปูตินเล็งเปิดรัสเซียรับนักท่องเที่ยวทัวร์ฉีดวัคซีน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/654760

วันที่ 05 มิ.ย. 2564 เวลา 18:30 น.

ปูตินเล็งเปิดรัสเซียรับนักท่องเที่ยวทัวร์ฉีดวัคซีน ผู้นำรัสเซียสั่งเจ้าหน้าที่เตรียมพร้อมเปิดรัสเซียรับนักท่องเที่ยวที่เข้าไปฉีดวัคซีน Covid-19  

ประธานาธิบดี วลาดิมีร์ ปูติน ของรัสเซียเผยในงานประชุมเศรษฐกิจนานาชาติ (SPIEF) ที่นครเซนต์ปีเตอร์สเบิร์กว่า มีนักท่องเที่ยวต่างชาติ โดยเฉพาะนักธุรกิจและเจ้าของบริษัทต่างๆ เดินทางเข้ามาท่องเที่ยวรัสเซียจำนวนมากเพื่อรับวัคซีนต้าน Covid-19

ปูตินจึงขอให้รัฐบาลศึกษากรณีนี้อย่างจริงจังภายในสิ้นเดือนนี้ เพื่อกำหนดกฎเกณฑ์และเงื่อนไขสำหรับนักท่องเที่ยวที่จะเดินทางเข้ารัสเซียเพื่อฉีดวัคซีนแบบมีค่าใช้จ่าย โดยขณะนี้ยังไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติม

ด้าน คิริลล์ ดมิทรีเยฟ ผู้อำนวยการกองทุนความมั่งคั่งแห่งชาติรัสเซีย (RDIF) ซึ่งสนับสนุนงบประมาณในการพัฒนาวัคซีน Sputnik V เผยในงานเดียวกันว่า รัสเซียพร้อมเปิดประเทศรับทัวร์ฉีดวัคซีนตั้งแต่เดือน ก.ค.เป็นต้นไป

ทั้งนี้ ปัจจุบันวัคซีน Sputnik V ถูกใช้ใน 66 ประเทศทั่วโลก และอยู่ระหว่างการพิจารณาอนุมัติจากองค์การอนามัยโลก (WHO) และองค์การยาของสหภาพยุโรป (EMA)

Photo by Dmitry LOVETSKY / POOL / AFP

ทุบสถิติ! ที่จอดรถฮ่องกงช่องเดียวราคาทะลุ 40 ล้านบาท #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/654751

วันที่ 05 มิ.ย. 2564 เวลา 17:00 น.

ทุบสถิติ! ที่จอดรถฮ่องกงช่องเดียวราคาทะลุ 40 ล้านบาทตลาดอสังหาริมทรัพย์ฮ่องกงทำราคาทุบสถิติอีกครั้ง โดยที่จอดรถในย่านหรูสนนราคาสูงถึงกว่า 40 ล้านบาท

สำนักข่าว Bloomberg รายงานว่า ที่จอดรถของโครงการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์สุดหรู Mount Nicholson ของบริษัท Wharf Holdings และ Nan Fung Group ในย่าน The Peak ซึ่งเป็นภูเขาที่สูงที่สุดของเกาะฮ่องกงและสามารถเห็นวิวเมือง ถูกขายไปด้วยราคาทุบสถิติ 10.2 ล้านเหรียญฮ่องกง หรือ 40,929,264 บาท

ที่จอดรถดังกล่าวมีพื้นที่ 12.5 ตารางเมตร ตามขนาดของพื้นที่จอดรถยนต์มาตรฐาน 1 ช่อง

ราคาล่าสุดนี้ทำลายสถิติเก่าเมื่อปี 2019 ที่พื้นที่จอดรถยนต์ในอาคารสำนักงานถูกขายในราคา 7.6 ล้านเหรียญฮ่องกง หรือ 30,496,314 บาท

ขณะที่ก่อนหน้านี้ บ้าน 1 หลังในย่านเดียวกันมีราคาค่าเช่าทุบสถิติอยู่ที่เดือนละ 1.6 ล้านเหรียญฮ่องกง หรือ 6,419,966 บาทในเดือน พ.ค.ที่ผ่านมา ส่วนราคาของที่อยู่อาศัยในโครงการ The Peak มีราคาอยู่ที่ 400-600 ล้านเหรียญฮ่องกง หรือประมาณ 1,605-2,407 ล้านบาท

ทั้งนี้ ฮ่องกงมีพื้นที่น้อยดังนั้นที่ดินสำหรับที่อยู่อาศัยหรือที่จอดรถจึงมีราคามหาศาล และศูนย์กลางทางการเงินแห่งนี้มักจะติดอันดับเมืองที่ค่าครองชีพสูงที่สุดในการอยู่อาศัย

Photo by Anthony WALLACE / AFP

มินอ่องหล่ายลั่นจะเลือกตั้งต่อเมื่อบ้านเมืองสงบ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/654754

วันที่ 05 มิ.ย. 2564 เวลา 15:00 น.

มินอ่องหล่ายลั่นจะเลือกตั้งต่อเมื่อบ้านเมืองสงบผู้นำรัฐประหารเมียนมาเผยเมียนมาจะจัดการเลือกตั้งเมื่อสถานการณ์สงบ

ทางการเมียนมาออกแถลงการณ์ว่า อีริวาน ยูซอฟ รัฐมนตรีช่วยกระทรวงการต่างประเทศบรูไน และ ลิ้มจ็อกฮอย เลขาธิการอาเซียน เข้าหารือกับ มินอ่องหล่าย ผู้นำรัฐประหารเมียนมา ที่ทำเนียบในกรุงเนย์ปยีดอว์ 

มินอ่องหล่ายเผยกับคณะผู้แทนของอาเซียนว่า เมียนมาจะจัดการเลือกตั้งเมื่อสถานการณ์ในประเทศกลับสู่ภาวะปกติ โดยไม่ได้ระบุรายละเอียดเพิ่มเติม 

ก่อนหน้านี้ ผู้นำรัฐบาลเมียนมาเคยประกาศว่าจะจัดการเลือกตั้งใหม่ภายใน 2 ปีหลังจากทำรัฐประหาร 

ขณะที่รัฐบาลเงาซึ่งส่วนใหญ่เป็นนักการเมืองจากพรรคสันนิบาตแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตย (NLD) ของอองซานซูจีขอให้คณะผู้แทนของอาเซียนทั้งสองเข้าหารือกับตัวแทนจากฝั่งตัวเองด้วย ซึ่งขณะนี้ยังไม่แน่ชัดว่าตัวแทนอาเซียนทั้งสองมีกำหนดการเข้าพบกับรัฐบาลเงาหรือไม่

ทั้งนี้ การประชุมผู้นำอาเซียนเมื่อเดือน เม.ย.ที่ผ่านมา เพื่อหาทางออกปัญหาเมียนมาบรรลุฉันท่มติ 5 ข้อเรียกร้องให้เมียนมายุติการใช้ความรุนแรงทันทีและเปิดโอกาสให้ทูตพิเศษของอาเซียนเยือนเมียนมา แต่ภายหลังมินอ่องหล่ายเผยว่า เมียนมายังไม่พร้อมปฏิบัติตามมติอาเซียน

Photo by – / Myanmar Radio and Television / AFP