ทั้งที่ถูกแฉไม่รู้กี่ครั้ง สหรัฐก็ยังไม่หยุดสอดแนมพันธมิตร #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/654541

วันที่ 02 มิ.ย. 2564 เวลา 20:23 น

ทั้งที่ถูกแฉไม่รู้กี่ครั้ง สหรัฐก็ยังไม่หยุดสอดแนมพันธมิตรแม้จะเคยถูก เอ็ดเวิร์ด สโนว์เดน แฉว่าสอดแนมพันธมิตร แต่สหรัฐก็ไม่เคยยอมรับตรงๆ และไม่เคยหยุดจนกระทั่งถูกเปิดโปงอีกครั้ง

ในเดือนสิงหาคม 2013 เอ็ดเวิร์ด สโนว์เดนให้ข้อมูลกับ The Guardian ว่าสำนักงานความมั่นคงแห่งชาติสหรัฐ (NSA) มีโครงการหนึ่งที่ชื่อ XKeyscore เป็นโปรแกรมขนาดใหญ่ที่ดูดข้อมูลอีเมล กิจกรรมโซเชียลมีเดีย และประวัติการท่องเว็บทั้งหมด ข้อมูลจะถูกวิเคราะห์, กรอง ละจัดเก็บไว้ในเซิร์ฟเวอร์ทั่วโลก โดยมีเซิร์ฟเวอร์มากกว่า 700 เซิร์ฟเวอร์ใน 150 ไซต์โดยประมาณซึ่งเป็น “ความลับสุดยอด”

หนึ่งในเซิร์ฟเวอร์นั้นตั้งอยู่ในประเทศไทย 

ต่อมาในเดือนมกราคม 2014 (หรือไม่กี่เดือนก่อนรัฐประหารในไทย) Der Spiegel รายงานว่า NSA สามารถเจาะข้อมูลการสื่อสารตามเคเบิลใยแก้วนำแสงจำนวนมากที่มีต้นกำเนิดใกล้เมืองมาร์เซย์ทางตอนใต้ของฝรั่งเศส และเชื่อมโยงยุโรปกับแอฟริกาเหนือและประเทศในอ่าวเปอร์เซีย ต่อเนื่องผ่านปากีสถานและอินเดียไปยังมาเลเซียและไทย เครือข่ายนี้เรียกว่า  Sea-Me-We 4  และสหรัฐล้วงข้อมูลลับสุดยอดเอามาได้ 

Der Spiegel อ้างเอกสารของ NSA ที่บอกว่า “ในอนาคตจะมีการดำเนินการเพิ่มเติมเพื่อรวบรวมข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับสิ่งนี้ (ระบบ Sea-Me-We 4 ) และระบบเคเบิลอื่นๆ”

ต่อมาในเดือนมิถุนายน WikiLeaks รายงานว่า NSA สอแนมโทรศัพท์ติดต่อที่เกี่ยวข้องกับนายกรัฐมนตรีเยอรมนี อังเกลา แมร์เคิล และที่ปรึกษาที่ใกล้ชิดที่สุดของเธอมาหลายปีแล้ว และ NSA ยังตั้งเป้าหมาย 125 หมายเลขโทรศัพท์ของเจ้าหน้าที่ระดับสูงของเยอรมนีเพื่อการเฝ้าจับตาระยะยาว

กรณีนี้และกรณีสโนว์เดนทำให้สหรัฐหน้าแหกแบบจังๆ เพราะถูกจับได้ว่าล้วงตับ “มหามิตร” แต่มหามิตรก็แค่ทวงถามถึงความจริงไม่ได้กดดันเหมือนจะขอแยกวง ทำให้สหรัฐยังทำเป็นเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นได้ จนกระทั่งมาถึงปีนี้สหรัฐก็โดนจับได้อีกครั้ง

ข้อสงสัยเรื่องการสอดแนมประเทศอื่นของสหรัฐได้รับความสนใจอีกครั้งหลังจาก Danmarks Radio สถานีวิทยุของเดนมาร์ก ตีแผ่ว่า NSA ใช้ประโยชน์จากความร่วมมือด้านข่าวกรองกับสำนักข่าวกรองกลาโหมเดนมาร์ก (FE) ดักฟังโทรศัพท์ของผู้นำประเทศพันธมิตรในยุโรปใน “ปฏิบัติการดันแฮมเมอร์” (Operation Dunhammer)

ครั้งนี้สหรัฐลอบดักฟังข้อมูลจากเคเบิลอินเทอร์เน็ตใต้น้ำของเดนมาร์กระหว่างปี 2012-2014 เพื่อสอดแนมนักการเมืองระดับสูงในเยอรมนี สวีเดน นอร์เวย์ และฝรั่งเศส รวมทั้งของนายกรัฐมนตรี อังเกลา แมร์เคิล ของเยอรมนี แฟรงก์-วอลเตอร์ สไตน์ไมเออร์ รัฐมนตรีต่างประเทศของเยอรมนีในเวลานั้น และเพียร์ สไตน์บรูก ผู้นำฝ่ายค้านเยอรมนีขณะนั้น

แม้จะมีชื่อของสองประเทศเข้ามาเกี่ยวข้องคือ สหรัฐกับเดนมาร์ก แต่ขณะนี้ยังไม่มีความชัดเจนว่าเวลานั้นเดนมาร์กรู้ตัวหรือไม่ว่าสหรัฐกำลังใช้สายเคเบิลใต้น้ำของเดนมาร์กในการลอบสอดแนมเพื่อนบ้านของเดนมาร์ก ทัวร์จึงไปลงที่สหรัฐเต็มๆ

หลังทราบเรื่องผู้นำยุโรปประสานเสียงกันเรียกร้องให้สหรัฐชี้แจงกรณีนี้ ไล่ตั้งแต่ประธานาธิบดี เอ็มมานูเอล มาครง ของฝรั่งเศส อังเกลา แมร์เคิล ผู้นำเยอรมนีที่ถูกดักฟังโดยตรง ทรีเน บรัมเซิน รัฐมนตรีกลาโหมเดนมาร์ก และอาร์นา ซูลแบร์ก นายกรัฐมนตรีนอร์เวย์ ที่พูดเป็นเสียงเดียวกันว่า การสอดแนมพันธมิตรที่มีความใกล้ชิดกันเป็นเรื่องที่ยอมรับไม่ได้และไม่ควรเกิดขึ้น

การสอดแนมของสหรัฐครั้งนี้เหมือนเป็นการย้ำแผลเดิมของยุโรปจึงไม่แปลกที่หลายประเทศจะออกมาแสดงจุดยืนร่วมกันอย่างแข็งขัน

เมื่อปี 2013 เอ็ดเวิร์ด สโนว์เดน อดีตเจ้าหน้าที่ NSA แฉข้อมูลช็อกโลกและสะเทือนความสัมพันธ์ระหว่างประเทศระหว่างสหรัฐกับเยอรมนี เปิดโปงการลอบสอดแนมอย่างมโหฬารของสหรัฐภายหลังเหตุวินาศกรรม 11 ก.ย. 2011 ว่ารัฐบาลสหรัฐกำลังสอดแนมพลเมืองของตนเอง และลอบดักฟังอย่างกว้างขวางทั่วโลกรวมถึงโทรศัพท์มือถือแมร์เคิล

ในเวลานั้นทำเนียบขาวไม่ได้ปฏิเสธอย่างตรงไปตรงมา โดย เจย์ คาร์นีย์ โฆษกทำเนียบขาวเพียงแต่บอกว่า โทรศัพท์ของแมร์เคิลไม่ได้กำลังถูกดักฟังอยู่ในขณะนั้น และจะไม่เกิดเรื่องเช่นนั้นในอนาคต

แต่ยังไม่พอคลายความสงสัย เนื่องจากสหรัฐไม่พูดให้ชัดเจนว่าไม่เคยทำในอดีตที่ผ่านมา

และก่อนที่สโนว์เดนจะนำหลักฐานมาเปิดเผย เจ้าหน้าที่หน่วยข่าวกรองของสหรัฐยังยืนกรานต่อสาธารณชนว่า NSA ไม่เคยล่วงรู้ว่ามีการเก็บข้อมูลจากบันทึกโทรศัพท์ส่วนตัว

แต่หากปฏิบัติการดันแฮมเมอร์ได้รับการยืนยันจะเป็นหลักฐานฟ้องได้อย่างดีว่า สหรัฐยังเดินหน้าสอดแนมพันธมิตรต่อไปทั้งระหว่างและหลังถูกสโนว์เดนเปิดโปง

และล่าสุดนี้สโนว์เดนกลับมาเคลื่อนไหวในเรื่องนี้อีกครั้งโดยกล่าวหาว่า ประธานาธิบดี โจ ไบเดน “มีส่วนร่วมในเรื่องอื้อฉาวนี้ตั้งแต่แรก” โดยในช่วงที่มีรายงานว่าเกิดการสอดแนมขึ้นในสมัยโอบามา ไบเดนดำรงตำแหน่งรองประธานาธิบดีสหรัฐ

สโนว์เดนยังทวีตเรียกร้องให้ “มีการเปิดเผยต่อสาธารณะอย่างเต็มที่ ไม่ใช่จากทางเดนมาร์กเท่านั้น แต่ยังรวมถึงพันธมิตรระดับสูงของเดนมาร์กด้วย”

แต่จนถึงตอนนี้ก็ยังไม่มีความเคลื่อนไหวจากสหรัฐ

วีรกรรมสอดแนมของสหรัฐยังไม่หมดเท่านั้น NSA ยังมีโครงการสอดแนมที่เรียกว่า MYSTIC ที่เริ่มปฏิบัติการเก็บข้อมูลบันทึกในโทรศัพท์ในหลายประเทศ อาทิ เม็กซิโก ฟิลิปปินส์ เคนยา บาฮามาส มาตั้งแต่ปี 2009

กว่าชาวโลกจะรู้ว่ามีโครงการนี้อยู่ ก็ต้องรอจนถึงปี 2014 เมื่อสำนักข่าว Washington Post นำเรื่องนี้มาเปิดโปงโดยอาศัยข้อมูลจากเอกสารลับที่สโนว์เดนนำออกมาเผยแพร่

โธมัส เวกเนอร์ ฟริส ผู้เชี่ยวชาญด้านข่าวกรองจาก University of Southern Denmark บอกกับ AFP ว่า การแฉครั้งล่าสุดนี้เป็น “จิ๊กซอว์ชิ้นใหม่” และ “มันคือเรื่องฉาวทำนองเดียวกันกับที่เยอรมนีเคยช่วยสหรัฐสอดแนมเมื่อไม่กี่ปีก่อน”

แสดงว่าทุกประเทศต่างก็เคยหรืออาจกำลังสอดแนมซึ่งกันและกัน เพราะไม่มีใครต้องการเพลี่ยงพล้ำในเรื่องข่าวกรองซึ่งเกี่ยวข้องกับความมั่นคงของชาติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสหรัฐที่มีบทบาทระหว่างประเทศมาก ก็ย่อมต้องมีขีดความสามารถด้านข่าวกรองสูง

Photo by MANDEL NGAN / AFP

สีจิ้นผิงสั่งปรับภาพลักษณ์จีนให้น่าเชื่อถือ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/654567

วันที่ 02 มิ.ย. 2564 เวลา 18:10 น

สีจิ้นผิงสั่งปรับภาพลักษณ์จีนให้น่าเชื่อถือผู้นำจีนสั่งเจ้าหน้าที่ช่วยกันปรับภาพลักษณ์ประเทศให้ดูน่าเชื่อถือและเป็นมิตร

สำนักข่าว Xinhua News รายงานว่า ประธานาธิบดี สีจิ้นผิง ของจีนเผยกับเจ้าหน้าที่ระดับสูงของพรรคคอมมิวนิสต์ว่า จีนต้องปรับภาพลักษณ์ของประเทศให้ดูน่าเชื่อถือ เป็นมิตร และน่าเคารพนับถือ รวมทั้งต้องผูกมิตรอย่างกว้างขวาง และขยายวงมิตรกับประเทศที่เข้าใจและเป็นมิตรกับจีนอย่างต่อเนื่อง

จีนต้อง “ระมัดระวังโทนเสียงที่ใช้ในการสื่อสารกับโลก” และต้อง “เปิดใจและมั่นใจ ขณะเดียวกันก็ต้องอ่อนน้อมถ่อมตัวด้วย” สีจิ้นผิงกล่าว

Bloomberg ระบุว่า คำพูดดังกล่าวชี้ให้เห็นว่าสีจิ้นผิงอาจทบทวนยุทธศาสตร์ในการสื่อสารในเวทีโลก ในขณะที่ประธานาธิบดี โจ ไบเดน กำลังฟื้นฟูความสัมพันธ์ของสหรัฐที่เปราะบางจากนโยบายอเมริกาต้องมาก่อนของอดีตประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์

ช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาจีนมักจะตอบโต้ประเทศที่จีนมองว่าละเมิดผลประโยชน์หลักของจีนด้วยมาตรการทางการค้าและการประท้วงทางการทูต ซึ่งเป็นวิธีที่หลายฝ่ายวิพากษ์วิจารณ์ว่าเป็นการทูตแบบนักรบหมาป่า (Wolf Warrior diplomacy) ที่ตอบโต้กลับอย่างดุเดือด ทำให้จีนเสียพันธมิตรอย่างสหภาพยุโรปและฟิลิปปินส์

หวังอี้เหวย อดีตนักการทูตจีนและผู้อำนวยการสถาบันกิจการต่างประเทศแห่งมหาวิทยาลัยเหรินหมินเผยว่า จีนใช้การทูตแบบดุเดือดเพื่อตอบโต้ตะวันตกที่มองว่าจีนเป็นภัยคุกคาม แต่กลับทำให้เกิดความไม่พอใจทั้งในและนอกประเทศ อีกทั้งภาพลักษณ์ของจีนในสายตาตะวันตกก็แย่ลงนับตั้งแต่ Covid-19 ระบาด และจีนต้องให้ความสำคัญกับเรื่องนี้

อย่างไรก็ดี หลังจากนี้ต้องจับตาดูว่าแนวทางใหม่นี้จะส่งผลกระทบกับนโยบายของจีนต่อประเทศที่ขัดแย้งกันอย่างสหรัฐ ออสเตรเลีย สหภาพยุโรปอย่างไรบ้าง

ทั้งนี้ ผลการสำรวจโดยศูนย์วิจัย Pew เมื่อปลายปีที่แล้วพบว่า 14 ประเทศในยุโรป อเมริกาเหนือ และเอเชียตะวันออกมองจีนในแง่ลบ

AFP PHOTO/MARK RALSTON

ญี่ปุ่นแจกบ้านแถมเงินขจัดปัญหาบ้านร้างล้นเมือง #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/654554

วันที่ 02 มิ.ย. 2564 เวลา 17:00 น

ญี่ปุ่นแจกบ้านแถมเงินขจัดปัญหาบ้านร้างล้นเมืองเมื่อบ้านร้างล้นเมืองส่งผลให้ญี่ปุ่นต้องงัดโปรโมชั่นลดแลกแจกแถม

มีบ้านถูกทิ้งร้าง (อากิยะ) กว่า 8 ล้านหลังในญี่ปุ่น ซึ่งรัฐบาลกำลังใช้วิธีต่างๆ เพื่อจูงใจให้ประชาชนมาจับจองบ้านเหล่านั้น ไม่ว่าจะเป็นข้อเสนอบ้านราคาแสนถูก เงินสนับสนุนจากรัฐบาลในการปรับปรุงซ่อมแซมบ้าน หรือแม้กระทั่งการแจกบ้านฟรี เป็นต้น

โดยการสำรวจที่อยู่อาศัยและที่ดินของญี่ปุ่นซึ่งดำเนินการทุกๆ 5 ปีพบว่าในปี 2018 มีบ้านถูกทิ้งร้างอยู่ที่ 8.48 ล้านหลังหรือ 1 ใน 7 ของประเทศซึ่งเป็นสถิติที่สูงที่สุดเท่าที่เคยปรากฏ และเพิ่มขึ้น 3.2% เมื่อเทียบกับปี 2013

การสำรวจในช่วงต้นปียังพบว่าในบ้านทุก 8 หลังจะมีบ้านร้าง 1 หลังซึ่งมันสร้างบรรยากาศวังเวงและไม่น่าอยู่เอาเสียเลยต่อคนในชุมชน ไม่เพียงเท่านั้นแต่บ้านเหล่านั้นส่วนใหญ่เป็นบ้านไม้จึงมีความเสี่ยงที่จะพังถล่มได้ง่ายเมื่อปล่อยทิ้งไว้เป็นเวลานานโดยไม่บำรุงรักษา

โดยเฉพาะอย่างยิ่งในจังหวัดวาคายามะ โทคุชิมะ คาโงชิมะ และโคจิ ซึ่งทั้งหมดนี้มีอัตราบ้านร้างมากกว่า 18% ซึ่งบ้านเหล่านั้นถูกทิ้งร้างเมื่อเจ้าของบ้านคนเก่าเสียชีวิตหรือย้ายออกไป

ทั้งนี้ การผลักดันให้ฟื้นฟูพื้นที่ชนบทของญี่ปุ่นเป็นส่วนสำคัญของแผนเศรษฐกิจและสังคมของนายกรัฐมนตรีโยชิฮิเดะ ซุกะ ซึ่งได้เคยให้คำมั่นว่าจะกระตุ้นเศรษฐกิจในชนบทตลอดจนส่งเสริมการท่องเที่ยวและสนับสนุนการปฏิรูปการเกษตร

รัฐบาลจึงพยายามทำให้มีผู้สนใจจับจองและเข้าถึงบ้านร้างเหล่านั้นมากขึ้นโดยเทศบาลบางเมืองอย่างโทจิงิและนากาโนะมีการพัฒนาเว็บไซต์ “ธนาคารอากิยะ” เพื่อแสดงรายการบ้านร้าง และบางหลังขายในราคาเพียง 50,000 เยนหรือ 14,000 บาทเท่านั้น หรือมีการให้เงินสนับสนุนในการปรับปรุงซ่อมแซมบ้านด้วย

ยิ่งไปกว่านั้นเมืองโอคุทามะทางตะวันตกของโตเกียวมีการแจกตึกร้างที่ไม่มีเจ้าของไปเลยฟรีๆ โดยเจ้าของใหม่บางคนก็นำไปสร้างสรรค์ต่อยอดเป็นสถานที่เวิร์คช็อปหรือร้านอาหาร

โฆษกสำนักงานเทศบาลเมืองโอคุทามะกล่าวกับนิคเคอิว่า “โครงการนี้ไม่เพียงแต่จะช่วยเจ้าของเก่าในเรื่องของการจ่ายภาษีและนำอาคารสถานที่ไปใช้ให้เกิดประโยชน์เท่านั้น แต่ยังเป็นการลดจำนวนอาคารร้างที่อาจถล่มหรือก่อให้เกิดความเสี่ยงต่างๆ ในอนาคต”

รัฐบาลท้องถิ่นบางแห่งพบว่าข้อเสนอเงินสดเป็นวิธีหนึ่งที่ดีที่สุดในการจูงใจ โดยเมืองมิคาสะทางตอนเหนือของฮอกไกโดระบุว่ามีจำนวนบ้านร้างลดลง 11% หลังจากที่รัฐบาลท้องถิ่นออกเงินสนับสนุนในการซื้อบ้านและดูแลบุตรหลาน

เช่นเดียวกับเมืองไดเซ็นซึ่งพบว่าจำนวนอสังหาริมทรัพย์ที่ไม่มีเจ้าของลดลง 7.9% เมื่อรัฐบาลท้องถิ่นเสนอเงินช่วยเหลือจำนวน 2 ล้านเยน (570,000 บาท) สำหรับการปรับปรุงบ้าน

ทั้งนี้ ปัญหาบ้านถูกทิ้งร้างไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะที่ญี่ปุ่น แต่ข้อมูลจาก Business Insider ระบุว่าเมืองต่างๆ ในสหรัฐก็มีการเสนอเงินร่วมหมื่นดอลลาร์หรือในบางกรณีอาจมีที่ดินฟรีเพื่อให้ผู้คนรีบมาจับจอง

เช่นเดียวกับหมู่บ้านทางตอนใต้ของ Cinquefrondi ในอิตาลีซึ่งประกาศขายบ้านในราคา 1 ยูโร (ไม่ถึง 40 บาท) เพื่อเพิ่มประชากรในเมือง หรืออย่างเมือง Locana ทางตอนเหนือของอิตาลีก็ยื่นข้อเสนอแบบเดียวกัน แต่เพิ่มแรงจูงใจสำหรับผู้ที่มีที่ทำงานอยู่ไกลและมีลูกด้วยเงินอีก 9,000 ยูโร (กว่า 340,000 บาท) เพื่อย้ายไปเป็นเจ้าของบ้านร้างเหล่านั้น

Photo by Philip FONG / AFP

Coinbase จับมือ Apple Pay-Google Pay ใช้จ่ายด้วยบัตรคริปโต #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/654533

วันที่ 02 มิ.ย. 2564 เวลา 16:00 น

Coinbase จับมือ Apple Pay-Google Pay ใช้จ่ายด้วยบัตรคริปโตจุดเปลี่ยนการชำระเงินของโลกเมื่อ Apple Pay-Google Pay จับมือ Coinbase ให้ผู้ใช้ชำระเงินด้วยบัตรเดบิตคริปโต

การจับจ่ายใช้สอยด้วยเงินดิจิทัลใกล้ความจรริงขึ้นไปอีกเมื่อบริษัทแลกเปลี่ยนคริปโตเคอเรนซี่ Coinbase ร่วมมือกับ 2 บริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ Apple และ Google เพื่อให้ผู้ใช้สามารถใช้เงินดิจิทัลซึ่งผูกกับบัตรเดบิตของ Coinbase เพื่อชำระสินค้าและบริการแทนเงินสดผ่านแพลตฟอร์มชำระเงินของทั้ง Apple Pay และ Google Pay

Coinbase อธิบายว่าบัตรดังกล่าวเป็นบัตรเดบิตวีซ่าซึ่งไม่มีค่าธรรมเนียมในการสมัครซึ่งผู้ใช้สามารถเพิ่ม Coinbase Card ได้ทั้งในแอปพลิเคชัน Google Pay หรือ Apple Wallet เพื่อชำระเงินได้ทันที นอกจากนี้ยังมีโปรโมชันพิเศษสำหรับผู้ใช้ที่ใช้บัตร Coinbase ในการชำระเงินด้วยคริปโตด้วย

นอกจากนี้ยังมีบริการแลกหรียญคริปโตในบัตรเป็นเงินสด (ดอลลาร์สหรัฐ) ได้ทุกวันตลอด 24 ชั่วโมง โดยผู้ใช้สามารถใช้บัตรเดบิตดังกล่าวถอนเป็นเงินสดจากตู้ ATM

นี่อาจเป็นจุดเริ่มต้นหนึ่งของการเปลี่ยนแปลงวิธีการชำระเงินทั่วโลกและนับว่าเป็นสิ่งที่น่าสนใจโดยเฉพาะอย่างยิ่งต่อนักลงทุนคริปโต ขณะที่ตอนนี้มีผู้คนหลายล้านคนทั่วโลกที่ใช้บริการ Apple Pay และ Google Pay ในชีวิตประจำวัน

เช่นเดียวกับ Paypal ผู้ให้บริการชำระเงินยักษ์ใหญ่ซึ่งเคยออกมาประกาศก่อนหน้านี้ว่ากำลังดำเนินการเพื่อให้ผู้ใช้สามารถชำระเงินด้วยสกุลเงินดิจิทัล

อย่างไรก็ตามก่อนหน้านี้หลายฝ่ายยังคาดว่าทั้ง Apple และ Google เองก็กำลังพัฒนาโครงการด้านสกุลเงินดิจิทัลอยู่เช่นกัน โดยการร่วมมือกับ Coinbase ครั้งนี้ก็แสดงให้เห็นว่าทั้ง 2 บริษัทมีความสนใจในคริปโตเคอเรนซี่

Photo by Chris DELMAS / AFP

พนักงานฮ่องกงไม่ฉีดวัคซีน อดรับโบนัส-ขึ้นเงินเดือน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/654540

วันที่ 02 มิ.ย. 2564 เวลา 15:18 น

พนักงานฮ่องกงไม่ฉีดวัคซีน อดรับโบนัส-ขึ้นเงินเดือนสปอร์ตคลับแห่งหนึ่งในฮ่องกงบอกพนักงานให้เลือกระหว่างฉีดวัคซีนหรือไม่รับโบนัส

สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่าสปอร์ตคลับส่วนตัวของฮ่องกงแห่งหนึ่งได้สั่งให้พนักงานทุกคนรับการฉีดวัคซีนโควิด-19 ภายในสิ้นเดือนมิถุนายนหรือไม่เช่นนั้นจะไม่ได้รับโบนัสในอนาคต รวมถึงการการเลื่อนตำแหน่ง และการขึ้นเงินเดือน

คำขอนี้เป็นตัวอย่างหนึ่งของแรงกดดันที่เพิ่มขึ้นต่อประชาชนในฮ่องกงให้มารับการฉีดวัคซีน ไม่กี่วันหลังจากที่รัฐบาลของเมืองเปิดตัวแคมเปญในวงกว้างเพื่อจูงใจให้ประชากร 7.5 ล้านคนได้รับการฉีดวัคซีน

ฮ่องกงซึ่งเป็ยนเขตบริหารพิเศษของจีนเริ่มโครงการฉีดวัคซีนโควิด-19 ในเดือนกุมภาพันธ์ แต่มีประชากรเพียง 14% เท่านั้นที่ได้รับการฉีดวัคซีนครบถ้วน

ในบันทึกภายของสโมสรฟุตบอลฮ่องกง (Hong Kong Football Club) มาร์ค พาวลีย์ ผู้จัดการทั่วไปกล่าวว่าพนักงานที่ฉีดวัคซีนแต่ละครั้งภายในสิ้นเดือนมิถุนายนจะได้รับ 2,000 ดอลลาร์ฮ่องกง (258 ดอลลาร์) และวันหยุด ใครที่ไม่ยอมฉีดวัคซีนจะถูกปฏิเสธการขึ้นเงินเดือนและโบนัสในอนาคต

ฮ่องกงควบคุมไวรัสได้เป็นส่วนใหญ่โดยมีผู้ติดเชื้อประมาณ 11,800 รายและเสียชีวิต 210 ราย แต่ประชาชนส่วนใหญ่เลือกที่จะชะลอการฉีดวัคซีน

โฆษณาเต็มหน้าของรัฐบาลในหนังสือพิมพ์รายใหญ่เมื่อวันพุธ ได้แนะนำให้ประชาชนได้รับการฉีดวัคซีน “โดยเร็ว” และเนเนย้ำว่าจะมีการให้รางวัลสำหรับคนที่ฉีดวัคซีนเช่นวันลาพิเศษ, สิทธิพิเศษในการรับประทานอาหาร และรางวัลอื่นๆ

เมื่อวันอังคารหน่วยงานกำกับดูแลด้านการเงินของฮ่องกงบอกกับธนาคาร นายหน้า และผู้จัดการสินทรัพย์ให้ระบุพนักงานที่มีบทบาทสำคัญซึ่งจะได้รับวัคซีนป้องกันโควิด-19

ธุรกิจบางแห่งได้ประกาศมาตรการจูงใจให้ไปฉีดวัคซีน ซึ่งรวมถึงการมอบแฟลตใหม่มูลค่า 10.8 ล้านดอลลาร์ฮ่องกง (1.4 ล้านดอลลาร์) ในขณะที่ร้านอาหารและบาร์ต่างเสนอส่วนลดให้กับลูกค้าที่ได้รับการฉีดวัคซีน

รัฐบาลยังได้ผ่อนคลายกฎเกณฑ์บางประการเกี่ยวกับไวรัสโคโรนา เช่น ระยะเวลากักกันที่สั้นลงสำหรับประชาชนที่ได้รับวัคซีน เนื่องจากความกังวลเกี่ยวกับอาการไม่พึงประสงค์และการขาดความมั่นใจในวัคซีน Sinovac ที่ผลิตในจีนส่งผลกระทบต่อความต้องการวัคซีน

ผู้อยู่อาศัยสามารถเลือกได้ว่าจะใช้วัคซีนชนิดใด ทั้ง Sinovac หรือ BioNTech ของเยอรมนี อย่างไรก็ตาม ยังมีวัคซีนของทั้งสองบริษัทที่ยังไม่ได้ใช้เพราะคนมาฉีดน้อย และรัฐบาลกล่าวว่าวัคซีน BioNTech จะเริ่มหมดอายุในเดือนสิงหาคม และเพื่อหลีกเลี่ยงการสูญเสีย ฮ่องกงอาจบริจาควัคซีนหรือยกเลิกการสั่งในอนาคต

Photo by JEROME FAVRE / POOL / AFP

Elon Musk ทวีตปั่นอีกแล้ว ดันหุ้นเจ้าของเพลง Baby Shark #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/654516

วันที่ 02 มิ.ย. 2564 เวลา 13:31 น

Elon Musk ทวีตปั่นอีกแล้ว ดันหุ้นเจ้าของเพลง Baby Sharkทวีตของ Elon Musk ยังคงมีอิทธิพลต่อราคาสินทรัพย์อย่างต่อเนื่องแม้กระทั่งทวีตเพลงเด็ก

เป็นอีกครั้งที่ตอกย้ำให้เห็นถึงอิทธิพลในการสั่งการราคาสินทรัพย์ของมหาเศรษฐีเจ้าของ Tesla อย่าง Elon Musk เมื่อเขาได้ทวีตข้อความ เกี่ยวกับเพลง Baby Shark เพลงไวรัลที่โด่งดังบนยูทูบเมื่อช่วงเช้าวันนี้ (2 มิ.ย.) และมันสร้างปรากฏการณ์อีกครั้ง

Baby Shark crushes all! More views than humans. https://t.co/48Ol3ZzhjP

— Elon Musk (@elonmusk) June 1, 2021

ทวีตดังกล่าวส่งผลให้หุ้นของบริษัท Samsung Publishing Co. ผู้ถือหุ้นรายใหญ่อันดับสองของ โปรดิวเซอร์เพลงดังกล่าวพุ่งขึ้นถึง 10% สู่ระดับสูงสุดในรอบกว่าหนึ่งเดือนด้วยทวีตของ Elon Musk

ทั้งนี้ เพลง Baby Shark ที่โด่งดังในยูทูบผลิตโดยบริษัท SmartStudy Co. ซึ่ง Samsung Publishing Co. มีสัดส่วนถือหุ้นอยู่ 19.43% ขณะที่เพลงดังกล่าวซึ่งเผยแพร่บนยูทูบเมื่อปี 2018 มีผู้เข้าชมเกือบ 8,700 ล้านครั้งและติดอันดับชาร์ต Billboard Hot 100 ในหลายสัปดาห์

นอกจากนี้ในวันเดียวกันของเดือนที่ผ่านมา Elon Musk ก็ได้ทวีตถึง Baby Shark เช่นกัน

Baby Shark & Shark Tank merge to form Baby Shark Tank— Elon Musk (@elonmusk) May 1, 2021

 

Photo by Brendan Smialowski / AFP

อาร์เจนตินากำลังจะเป็นแหล่งขุด Crypto และ Bitcoin รายใหญ่ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/654500

วันที่ 02 มิ.ย. 2564 เวลา 12:10 น

อาร์เจนตินากำลังจะเป็นแหล่งขุด Crypto และ Bitcoin รายใหญ่แม้หลายประเทศกำลังมีปัญหาในการขุดคริปโต แต่นักขุดอาร์เจนตินาสามารถกอบโกยรายได้สูงมาก

บลูมเบิร์กรายงานว่าในขณะที่หลายประเทศกำลังประสบปัญหากับการขุดคริปโตในปีนี้แต่นักขุดในอาร์เจนตินากำลังเฟื่องฟูด้วยต้นทุนพลังงานที่ต่ำจากเงินอุดหนุนด้านพลังงานจากรัฐบาล การควบคุมค่าเงิน และอัตราเงินเฟ้อที่เพิ่มสูงขึ้น

นิโคลัส เบอร์เบิน (Nicolas Bourbon) ผู้เชี่ยวชาญด้านการขุดสกุลเงินดิจิทัลจากบัวโนสไอเรสเมืองหลวงของอาร์เจนตินากล่าวว่าแม้จะมีการปรับฐานราคาของ Bitcoin แต่ค่าไฟของบรรดานักขุดก็เป็นเพียงเศษเสี้ยวของรายได้ทั้งหมดเนื่องจากต้นทุนพลังงานที่ต่ำ

คริปโตได้รับความสนใจในอาร์เจนตินามานานแล้วเพื่อเป็นแนวทางสำหรับประชาชนในการป้องกันวิกฤตเศรษฐกิจที่เป็นวัฏจักรรวมถึงการลดค่าเงินซ้ำ การผิดสัญญา ภาวะเงินเฟ้อรุนแรง และตอนนี้ ภาวะเศรษฐกิจถดถอยในช่วง 3 ปีที่ผ่านมายิ่งเลวร้ายลงจากโรคระบาด

นอกจากต้นทุนพลังงานที่ราคาถูกแล้ว การกลับมาของการควบคุมการแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมายังทำให้ชาวอาร์เจนตินาถูกสั่งห้ามไม่ให้ซื้อดอลลาร์ นั่นเป็นการสร้างแรงจูงใจในให้พวกเขาหันมาขุดเหรียญดิจิทัล

แม้ว่าอาร์เจนตินาเป็นประเทศที่ต้องนำเข้าก๊าซ แต่ค่าไฟของผู้บริโภคคิดเป็นเพียง 2% ถึง 3% ของรายได้เฉลี่ยต่อเดือนเท่านั้น ซึ่งน้อยกว่าเป็นสองเท่าเมื่อเปรียบเทียบกับตลาดอื่นๆ ในลาตินอเมริกาอย่างบราซิล โคลอมเบีย หรือชิลี ตามการประมาณการของเอซเซควิล เฟอร์นานเดซ (Ezequiel Fernandez) นักวิเคราะห์จาก Balanza Capital Valores ในอาร์เจนตินา

นอกจากนี้ ด้วยอัตราเงินเฟ้อที่ประมาณ 50% ต่อปี และการจำกัดสกุลเงิน ทำให้ชาวอาร์เจนตินาสามารถแลกเปลี่ยนเงินได้เพียง 200 ดอลลาร์สหรัฐต่อเดือนอย่างถูกกฎหมาย ขณะที่เงินเปโซดิ่งลงในตลาดคู่ขนาน ซึ่งตอนนี้อ่อนค่าลงกว่าอัตราอย่างเป็นทางการประมาณ 70%

นิโคลัส เบอร์เบิน ระบุว่าโดยทั่วไปแล้วนักขุดจะขายคริปโตในอัตราแลกเปลี่ยนแบบคู่ขนานแต่จ่ายค่าไฟในอัตราที่ได้รับเงินอุดหนุน ซึ่งตอนนี้นับว่ามีรายได้สูงมาก หากราคาของคริปโตไม่ผันผวนนัก บรรดานักขุดจะยังคงทำกำไรได้ต่อไปตราบใดที่ยังมีเงินอุดหนุนค่าไฟจากรัฐบาลแม้จะเป็นนโยบายที่มีจุดมุ่งหมายเพื่อหวังผลทางการเมือง

ขณะที่ Bitfarms Ltd. บริษัทเหมืองแร่ระหว่างประเทศจากแคนาดาเล็งเห็นโอกาสเมื่อเดือนที่แล้วโดยกล่าวว่าได้บรรลุข้อตกลงในการขุดโรงไฟฟ้าในท้องถิ่นโดยตรงเพื่อดึงพลังงานไฟฟ้าจากก๊าซธรรมชาติได้มากถึง 210 เมกะวัตต์ เพื่อที่จะดำเนินการโรงงานเหมือง Bitcoin ที่ใหญ่ที่สุดในอเมริกาใต้

Photo by JACK GUEZ / AFP

แบงก์ชาติรัสเซียชี้สกุลเงินดิจิทัลคืออนาคตของระบบการเงิน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/654505

วันที่ 02 มิ.ย. 2564 เวลา 11:35 น

แบงก์ชาติรัสเซียชี้สกุลเงินดิจิทัลคืออนาคตของระบบการเงินและเผยว่ารัสเซียจะยังคงนโยบายลดการพึ่งพาเงินดอลลาร์ต่อไป ในระหว่างที่สหรัฐคว่ำบาตรต่อรัสเซีย

เอลวิรา นาบิอุลลินา (Elvira Nabiullina) ผู้ว่าการธนาคารกลางของรัสเซียกล่าวกับ CNBC ว่าสกุลเงินดิจิทัลจะเป็นอนาคตของระบบการเงินในรัสเซีย

“ฉันคิดว่ามันเป็นอนาคตของระบบการเงินของเรา เพราะมันสัมพันธ์กับการพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัล” เธอกล่าว

นาบิอุลลินาเปิดเผยว่ารัฐบาลรัสเซียตีพิมพ์เอกสารการปรึกษาหารือเกี่ยวกับเงินรูเบิลดิจิทัลในเดือนตุลาคมปีที่แล้ว และตั้งเป้าว่าจะมีต้นแบบพร้อมใช้ภายในสิ้นปี 2021 นโครงการนำร่องและการทดลองต่างๆ อาจเริ่มในปีหน้า

ทั้งนี้ คริปโเตอร์เรนซี่เคยเป็นเรื่องผิดกฎหมายในรัสเซียจนกระทั่งเมื่อปีที่แล้วมีการอนุมัติสถานะใหม่ระบุว่า ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2021 เป็นต้นไปสกุลเงินดิจิทัลจะได้รับอนุญาต (ให้มีอยู่) ในรัสเซีย แต่จะไม่ได้รับอนุญาตให้ใช้เพื่อแลกกับสินค้าหรือบริการใดๆ

นาบิอุลลินายังให้ความสำคัญกับการคว่ำบาตรของสหรัฐซึ่งเธออธิบายว่าเป็น “ความเสี่ยงที่คงอยู่” สำหรับรัสเซีย

ในส่วนของ “การลดการพึ่งพาเงินดอลลาร์” (De-dollarization) ซึ่งถือเป็นนนโยบายการเงินที่รัสเซียพยายามโปรโมตมาโดยตลอดนั้นนาบิอุลลินากลาวว่าเป็นส่วนหนึ่งของนโยบายกว้างๆ ในการจัดการความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ

อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญกล่าวว่า รัสเซียค่อยๆ เลิกใช้เงินดอลลาร์สหรัฐ เพื่อป้องกันตัวเองจากผลกระทบจากการคว่ำบาตรที่สามารถเล่นงานบริษัทรัสเซียหรือบริษัทที่ค้าขายกับรัสเซียที่ใช้เงินดอลลาร์ได้

Photo by Kirill KUDRYAVTSEV / AFP

นักยุทธศาสตร์ชี้ขาลงของ Bitcoin ยังไม่จบลงง่ายๆ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/654494

วันที่ 02 มิ.ย. 2564 เวลา 10:50 น

นักยุทธศาสตร์ชี้ขาลงของ Bitcoin ยังไม่จบลงง่ายๆ คริปโตยังไม่หลุดจากความปั่นป่วนง่ายๆ นักลงทุนสถาบันอาจถอนตัวมากขึ้นอีก

นิโคลาส พานิเกอร์ซอกลู (Nikolaos Panigirtzoglou) นักยุทธศาสตร์ของ J.P. Morgan และผู้เชี่ยวชาญด้าน Bitcoin ระบุในการให้ข้อมูลไปถึงลูกค้าว่าอาจจะต้องรอไปอีกกว่าที่ Bitcoin จะพ้นจากช่วงขาลงที่ลากยาวมานานนับเดือนในเวลานี้และจะต้องจับตาความเคลื่อนไหวให้ดี

“เราเคยโต้เถียงกันก่อนหน้านี้ว่าความทล้มเหลวของ Bitcoin จะทะลุระดับ 60,000 ดอลลาร์จะทำให้สัญญาณโมเมนตัมกลายเป็นตลาดหมีมากขึ้น และทำให้สถานะของมันคลายตัวลง และนี่เป็นปัจจัยสำคัญในการปรับฐานเมื่อสัปดาห์ที่แล้วในการผลักดัน CTA [ที่ปรึกษาการซื้อขายสินค้าโภคภัณฑ์] และนักลงทุนอื่นๆ ที่ตามโมเมนตัมของมันต้องลดการลงทุนไป สัญญาณระยะยาวยังคงเป็นปัญหาเนื่องจากยังยังไม่เกิดการขายช็อร์ต โดยราคาจะลดลงไปที่ระดับ 26,000 ดอลลาร์ก่อนที่โมเมนตัมในระยะยาวจะส่งสัญญาณคลายตัวลง”

สถานการณ์ของคริปโตปั่นป่วนมากในเดือนพฤษภาคม ส่วนหนึ่งเพราะท่าทีที่ไม่คงที่ของอีลอน มัสก์ (Elon Musk) ที่เดี๋ยวสนับสนุนเดี๋ยวถอนตัวจากการลงทุนคริปโต นอกจากจี้ตลาดยังกลัวว่าสหรัฐและจีนจะกำหนดกฎระเบียบควบคุมคริปโต ราคา Bitcoin ร่วงลงประมาณ 37% ในเดือนพฤษภาคม และลดลง 43% จากจุดสูงสุดกลางเดือนเมษายนที่ 64,829 ดอลลาร์ ส่วนนักยุทธศาสตร์ของ J.P. Morgan คาดว่ามูลค่าระยะกลางของ Bitcoin จะอยู่ที่ช่วง 24,000 ถึง 36,000 ดอลลาร์

นักยุทธศาสตร์ของ J.P. Morgan กล่าวว่า ความผันผวนอย่างรวดเร็วในช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมาทำให้เกิดความกังขาต่อการยอมรับตลาดคริปโตของสถาบันโดยเฉพาะอย่างยิ่งต่อ Bitcoin และ Ethereum และความผันผวนที่รุนแรงขึ้นโดยเฉพาะเมื่อเทียบกับทองคำจำทำให้นักลงทุนสถาบันลดการลงทุนในคริปโต เมหือนกับที่พวกเขาลดการลงทุนในทองคำดิจิทัลเมื่อเทียบกับทองคำจริง

Photo by Martin BUREAU / AFP

WHO อนุมัติ Sinovac ของจีนแล้ว #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/654461

วันที่ 01 มิ.ย. 2564 เวลา 22:40 น

WHO อนุมัติ Sinovac ของจีนแล้วองค์การอนามัยโลกได้อนุมัติวัคซีน Sinovac สำหรับใช้ในกรณีฉุกเฉินซึ่งเป็นวัคซีนจีนตัวที่สองที่ได้รับไฟเขียวจาก WHO

วันอังคารที่ 1 มิถุนายน องค์การอนามัยโลก (WHO ) ซึ่งเป็นหน่วยงานด้านสาธารณสุขของสหประชาชาติได้อนุมัติวัคซีน CoronaVac จากบริษัท Sinovac ของจีนซึ่งกำลังนำไปใช้แล้วในหลายประเทศทั่วโลกรวมถึงประทเศไทย

“วันนี้ WHO ได้ตรวจสอบวัคซีนโควิด-19 ของ Sinovac-CoronaVac เพื่อใช้ในกรณีฉุกเฉิน” แถลงการณ์ระบุ

ความเคลื่อนไหวดังกล่าวทำให้ประเทศผู้ให้ทุน หน่วยงานจัดหา และชุมชน “มั่นใจได้ว่าเป็นไปตามมาตรฐานสากลด้านความปลอดภัย ประสิทธิภาพ และการผลิต”

เมื่อเดือนที่แล้ว Sinopharm กลายเป็นวัคซีนจีนตัวแรกที่ได้รับการรับรองจาก WHO

องค์กรยังได้ระบุรายการการใช้ในกรณีฉุกเฉินสำหรับวัคซีนที่ผลิตโดย Pfizer/BioNTech, Moderna, Johnson & Johnson และ AstraZeneca jab ที่ผลิตในอินเดีย เกาหลีใต้ และสหภาพยุโรป ซึ่งนับแยกกัน

รายชื่อวัคซีนที่ได้รับการอนุมัติของ WHO ปูทางให้ประเทศต่างๆ ทั่วโลกอนุมัติและนำเข้าวัคซีนเพื่อแจกจ่ายได้อย่างรวดเร็วโดยเฉพาะรัฐที่ไม่มีหน่วยงานกำกับดูแลมาตรฐานสากลของตนเอง

นอกจากนี้ยังเปิดประตูให้วัคซีนเหล่านี้เข้าสู่โครงการแบ่งปันวัคซีนทั่วโลกของ Covax ซึ่งมีจุดมุ่งหมายเพื่อให้สามารถเข้าถึงปริมาณวัคซีนทั่วโลกได้อย่างเท่าเทียมกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเทศที่ยากจนกว่า

ขณะนี้มีเพียง AstraZeneca และ Pfizer บางส่วนเท่านั้นที่ไหลเข้าโครงการนี้

Mariangela Simao ผู้ช่วยผู้อำนวยการทั่วไปของ WHO ด้านการเข้าถึงผลิตภัณฑ์ด้านสุขภาพ กล่าวว่า “โลกต้องการวัคซีนป้องกันโควิด-19 หลายตัวอย่างมากเพื่อจัดการกับความไม่เท่าเทียมกันในการเข้าถึงอย่างมหาศาลทั่วโลก

“เราขอเรียกร้องให้ผู้ผลิตเข้าร่วมในโรงงาน Covax แบ่งปันความรู้และข้อมูลและมีส่วนร่วมในการควบคุมการแพร่ระบาดของโรค”

Sinovac มีการใช้งานแล้วใน 22 ดินแดนทั่วโลกตามการนับของ AFP

นอกเหนือจากจีนแล้ว ประเทศที่ใช้ Sinovac ได้แก่ ชิลี บราซิล อินโดนีเซีย เม็กซิโก ไทย และตุรกี

กลุ่มผู้เชี่ยวชาญด้านการสร้างภูมิคุ้มกันของ WHO ได้ตรวจสอบและเผยแพร่คำแนะนำเกี่ยวกับการใช้

“องค์การอนามัยโลกแนะนำวัคซีนสำหรับใช้ในผู้ใหญ่อายุ 18 ปีขึ้นไป โดยแบ่งเป็นสองโดสโดยมีระยะห่างระหว่างสองถึงสี่สัปดาห์” หน่วยงานกล่าว

“ผลประสิทธิภาพของวัคซีนแสดงให้เห็นว่าวัคซีนป้องกันโรคตามอาการในร้อยละ 51 ของผู้ที่ได้รับวัคซีนและป้องกันโควิด-19 ที่รุนแรงและการรักษาในโรงพยาบาลในร้อยละ 100 ของประชากรที่ทำการศึกษา”

Photo by Luis ROBAYO / AFP