โอบามากับความลับเรื่อง UFO #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/653655

วันที่ 23 พ.ค. 2564 เวลา 15:17 น.

โอบามากับความลับเรื่อง UFO อดีตประธานาธิบดีสหรัฐร่วมแสดงความเห็นเรื่องยานบินลึกลับที่อาจมาจากต่างดาว

1. ช่วงนี้ความสนใจเรื่อง UFO หวนกลับมาอีกครั้งอันเป็นผลมาจากรายการ 60 Minutes ของสถานีโทรทัศน์ CBS เมื่อวันอาทิตย์ที่แล้วเกี่ยวกับการยอมรับของรัฐบาลเรื่องจานบิน ซึ่งทางรายการได้สัมภาษณ์พยานที่น่าเชื่อถือจำนวนหนึ่งรวมถึงอดีตนักบินกองทัพเรือที่กล่าวว่าเขาได้เห็นยานลึกลับที่ไม่สามารถระบุตัวตนได้ “ทุกวันอย่างน้อยสองสามปี”

2. ต่อมาอดีตประธานาธิบดีบารัก โอบามาแห่งสหรัฐกล่าวแบบทีเล่นทีจริงในรายการ “The Late Late Show with James Corden” ของ CBS ว่า “สิ่งที่เป็นเรื่องจริง และผมซีเรียสจริงๆ เลยในตอนนี้ คือมีฟุตเทจและบันทึกเกี่ยวกับวัตถุบนท้องฟ้าซึ่งเราไม่รู้แน่ชัดว่าพวกมันคืออะไร เราอธิบายไม่ได้ว่าพวกมันเคลื่อนไหวอย่างไร วิถีของพวกมัน (เป็นอย่างไร)”

3. โอบมายังบอกว่า “พวกมันไม่มีรูปแบบที่อธิบายได้ง่ายๆ คุณก็รู้ว่าผมคิดว่าผู้คนยังคงพยายามอย่างจริงจังในการตรวจสอบและค้นหาว่ามันคืออะไร แต่ผมไม่มีอะไรจะรายงานให้คุณทราบในวันนี้”

4. คำพูดของโอบามาทำให้เกิดความสนใจเรื่องจานบินในวงกว้างขึ้นมาอีกครั้ง ประจวบเหมาะกับมีกระแสคาดการณ์ว่าหน่วยข่าวกรองของสหรัฐจะส่งรายงาน “ปรากฏการณ์ทางอากาศที่ระบุตัวตนไม่ได้ ” ให้กับสภาคองเกรสในเดือนหน้า แต่เรื่องนี้ต้องเลื่อนออกไปท่ามกลางกระแสความสนใจที่มากขึ้น

5. แม้แต่โจ ไบเดน ประธานาธิบดีสหรัฐคนปัจจุบันก็ถุกซักเรื่องนี้ด้วย มีนักข่าวถามไบเดนช่วงใกล้สิ้นสุดการแถลงข่าวร่วมกับประธานาธิบดีมุน แจ-อิน ของเกาหลีใต้ที่ทำเนียบขาวเมื่อวันศุกร์ว่า “ประธานาธิบดีโอบามากล่าวว่ามีฟุตเทจและบันทึกของวัตถุบนท้องฟ้าซึ่งเป็นปรากฏการณ์ทางอากาศที่ไม่สามารถระบุได้ – และเขาบอกว่าเราไม่รู้แน่ชัดว่าคืออะไร คุณคิดอย่างไร?”

6. ไบเดนเพียงแค่ยิ้มและตอบว่า “ผมจะถามเขาอีกครั้ง” ก่อนที่จะขอบคุณทุกคนและจากไปอย่างรวดเร็วโดยที่ขาดูเร่งรีบจนไม่ได้ถอดหูฟังแปลภาษาออกด้วยซ้ำ

7. ย้อนกลับไปสมัยที่โอบามายังดำรงตำแหน่ง (โดยที่ไบเดนเป็นรองประธานาธิบดี) เขายังเป็นประธานาธิบดีคนแรกที่เอ่ยถึง Area 51 โดยเขาเอ่ยถึงมันในงาน Kennedy Center Honors ประจำปี 2013 โดยเขาพูดแบบติดตลกเหมือนครั้งนี้ว่า “ตอนนี้เมื่อคุณได้เป็นประธานาธิบดีครั้งแรก คำถามหนึ่งที่ผู้คนถามคุณคือเกิดอะไรขึ้นใน Area 51”

8. Area 51 เป็นชื่อที่โด่งดังมากในประวัติศาสตร์การค้นหา UFO เป็นพื้นที่ความลับขั้นสูงของกองทัพอากาศสหรัฐอเมริกา (USAF) ซึ่งตั้งอยู่ภายในเขตทดสอบและฝึกอบรมของเนวาดา ฐานนี้ไม่เคยถูกประกาศว่าเป็นฐานลับ แต่การวิจัยและสิ่งที่เกิดขึ้นทั้งหมดใน Area 51 ถือเป็นข้อมูลลับสุดยอด/ข้อมูลที่ละเอียดอ่อน

9. CIA เพิ่งจะยอมเปิดเผยต่อสาธารณชนเกี่ยวกับการมีอยู่ของฐาน Area 51 เป็นครั้งแรกเมื่อวันที่ 25 มิถุนายน 2013 ตามคำขอให้เปิดเผยข้อมูลต่อสาธารณชนตามกฎหมาย Freedom of Information Act (FOIA) ที่ยื่นคำร้องในปี 2005 พร้อมกับเปิดเผยประเภทเอกสารที่มีรายละเอียดเกี่ยวกับประวัติและวัตถุประสงค์ของ Area 51 ซึ่งประจวบเหมาะกับที่โอบามาเป็นผู้นำสหรัฐคนแรกเผยถึง Area 51 เป็นคนแรกในปีนั้นเหมือนกัน

10. Area 51 ถูกใช้ทดสอบอากาศยานของกองทัพและยังทดสอบอากศยานของต่างชาติด้วย แต่ด็ถูกตั้งข้อสัวงสัยจากผู้สนใจเรื่องลึกลับและทฤษฎีสมคบคิดว่ามันอาจเป็นฐานที่เก็บและทดสอบจานบินโดยเฉพาะวัตถุลึกลับที่พบที่รอสเวลเมื่อปี 1947 ซึ่งมีผู้เชื่อว่ามันคือ UFO แม้รัฐบาลสหรัฐจะออกมาประกาศว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเป็นบอลลูนเฝ้าตรวจทางทหารของรัฐบาลก็ตาม

11. ในวันที่โอบามาเป็นผู้นำคนแรกที่เอ่ยถึง Area 51 เขายังพูดแซวแขกในงานด้วยว่า “ตอนที่ผมอยากรู้ (เรื่อง Area 51) ผมจะโทรหาเชอร์ลีย์ แมคเลน … ผมคิดว่าผมเพิ่งกลายเป็นประธานาธิบดีคนแรกที่พูดถึง Area 51 ต่อสาธารณะ เป็นยังไงบ้างล่ะเชอร์ลีย์?”

12. เชอร์ลีย์ แมคเลน (Shirley MacLaine) ที่โอบามาเอ่ยถึงเป็นนักแสดงหญิงเจ้าของรางวัลออสการ์และเป็นนักเคลื่อนไหวที่ป่าวประกาศว่าเธอเชื่อในเรื่องจานบินและยังเคยเผชิญหน้ากับมนุษย์ต่างดาว แมคเลนเอ่ยถึงดรื่แงการเผชิญหน้ากับมนุษย์ต่างดาวของเธอในหนังสือ “Sage-ing While Age-ing” ในปี 2007

13. ในระหว่างการสัมภาษณ์กับโอปราห์ วินฟรีย์ในปี 2011 เธอยังเล่าเรื่องราวการพบเห็นยูเอฟโอที่บ้านไร่ของเธอในรัฐนิวเม็กซิโกด้วยเธอเล่าว่า “ฉันเคยเห็นยานแม่ที่นี่และฉันเคยเห็นพวกมันที่ฟาร์มปศุสัตว์ของฉัน มีวันหนึ่งซึ่งโด่งดังมาก เพื่อนของฉันนั่งแช่อยู่ในอ่างน้ำร้อนของฉันที่นั่นและมียูเอฟโอสามลำมาลอยอยู่เหนืออ่างน้ำร้อนประมาณ 10 นาที”

Photo by Martin BUREAU / AFP

ผู้สร้าง Ethereum ชี้กำลังเกิดฟองสบู่ในตลาดคริปโต #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/653641

วันที่ 23 พ.ค. 2564 เวลา 13:17 น.

ผู้สร้าง Ethereum ชี้กำลังเกิดฟองสบู่ในตลาดคริปโตเขาไม่ใช่คนเดียวที่มองเห็นสัญญาณอันตรายนี้ ความผันผวนขึ้นๆ ลงๆ ที่เกิดกับ Bitcoin ช่วงสัปดาห์นี้เป็นสิ่งบอกถึงความเปราะบางในตลาดคริปโตได้เป็นอย่างดี

วิตาลิก บูเทอริน (Vitalik Buterin) วัย 27 ปีผู้ร่วมสร้างสกุลเงินคริปโตเคอรเรนซี่มที่ใหญ่เป็นอันดับสอง คือ Ethereum ให้สัมภาษณ์เอ็กซ์คลูซีฟกับสำนักข่าว CNN Business ว่าคริปโตกำลังอยู่ในภาวะฟองสบู่

อย่างไรก็ตามเขาเน้นว่า “ยากที่จะคาดเดาได้” ว่าเมื่อไรที่ฟองสบู่จะแตก เขาบอกว่า “มันอาจจะจบลงไปแล้ว มันอาจจะสิ้นสุดลงหลายเดือนนับจากนี้” และเขาบอกว่าที่ผ่านมามีฟองสบู่คริปโตขนาดใหญ่อย่างน้อยสามครั้งแล้ว

บูเทอริน ยอมรับว่าตลาดคริปโตมีแนวโน้มที่จะ “เสี่ยง” ต่อเหตุการณ์รบก่อกวนก่อนที่มันจะสามารถ “สร้างระบบภูมิคุ้มกันเมื่อเวลาผ่านไป” และชี้ถึงตัวแปรสำคัญในตลาดนี้คืออีลอน มัสก์ (Elon Musk)

“การทวีตของอีลอน มัสก์ เป็นสิ่งที่วงการคริปโตเพิ่งจะเจอเป็นครั้งแรกเมื่อปีที่แล้วและปีนี้ ผมคิดว่ามันสมเหตุสมผลที่จะคาดหวังความบ้าคลั่ง แต่ผมคิดว่าตลาดจะเรียนรู้อีลอนจะไม่มีอิทธิพลเช่นนี้ตลอดไป” บูเทอริน กล่าว

ในส่วนของการแทรกแซงโดยรัฐบาลตางๆ ที่เล้งเป้าหมายจะ “ควบคุม” คริปโต บูเทอรินกล่าวว่า แม้ว่าเทคโนโลยีบล็อคเชนจะเป็นกระจายอำนาจและ “รัฐบาลไม่สามารถกำจัดมันได้อย่างสมบูรณ์” แต่รัฐบาลสามารถปิดกั้นหรือจำกัดการเข้าถึงได้ ดังนั้นผู้ลงทุนควรจะฟังภาครัฐและชี้แจงความกังวลของภาครัฐ และชี้ว่ามันมีความเสี่ยงที่คริปและภาครัฐจะเผชิญหน้ากันโดยไม่จำเป็น

Photo – @VitalikButerin • twitter

จีนอากาศวิปริตคร่าชีวิตนักวิ่งอัลตร้ามาราธอนดับ 21 #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/653630

วันที่ 23 พ.ค. 2564 เวลา 11:17 น.

จีนอากาศวิปริตคร่าชีวิตนักวิ่งอัลตร้ามาราธอนดับ 21 นักวิ่ง 21 คนเสียชีวิตเนื่องจากสภาพอากาศที่รุนแรงแบบไม่คาดฟันระหว่างการแข่งขันอุลตร้ามาราทอนของจีน

สื่อของรัฐบางจีนรายงานเมื่อวันอาทิตย์ว่ามีผู้เสียชีวิต 21 คนหลังจากลูกเห็บ, ฝนเยือกแข็งและลมแรงปะทะขบวนนักวิ่งที่เข้าร่วมการแข่งขันวิ่งวิบากข้ามภูเขาแบบครอส-คันทรี่ระยะทาง 100 กิโลเมตรในมณฑลกานซู่ ทั้งๆ ที่ก่อนหน้านี้สภาพอากาศแจ่มใสไร้วี่แววความแปรปรวน

นักวิ่งคนหนึ่งที่หายสาบสูญไปเมื่อเวลา 09.30 น. แต่ “สูญเสียสัญญาณชีพไปแล้ว” ผู้ประกาศข่าว CCTV ของรัฐรายงานโดยอ้างจากสำนักงานใหญ่ของหน่วยบัญชาการกู้ภัยในพื้นที่

“รายงานชี้ให้เห็นว่าจากเหตุการณ์นี้ทำให้มีผู้เสียชีวิตทั้งหมด 21 ราย” CCTV กล่าว ก่อนหน้านี้เจ้าหน้าที่ของเมืองได้ยืนยันว่ามีผู้เสียชีวิต 20 รายและมีผู้สูญหายอีก 1 คนในการบรรยายสรุปเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา

เจ้าหน้าที่ของเมืองกล่าวว่าสภาพอากาศที่รุนแรงส่งผลกระทบต่อส่วนความสูงระดับสูงของการแข่งขันที่จัดขึ้นในป่าหินแม่น้ำเหลืองใกล้เมืองไป๋อิ๋นทางตะวันตกเฉียงเหนือของมณฑลกานซู่ในบ่ายวันเสาร์เจ้าหน้าที่ของเมืองกล่าว

เมื่อวันเสาร์ จาง ซวีเฉินนายกเทศมนตรีเมืองไป๋อิ๋นกล่าวว่าในเวลาประมาณเที่ยงวันว่าช่วงหนึ่งของการแข่งขันอัลตร้ามาราธอนระหว่างกิโลเมตรที่ 20 ถึง 31 – “ได้รับผลกระทบอย่างกะทันหันจากสภาพอากาศที่เลวร้าย”

เขาบอกว่า “ในช่วงเวลาสั้นๆ จู่ๆ ก็มีลูกเห็บและฝนน้ำแข็งตกลงมาในพื้นที่และมีลมแรงอุณหภูมิลดลงอย่างรวดเร็ว

ไม่นานหลังจากได้รับข้อความขอความช่วยเหลือจากผู้เข้าร่วมบางคน ผู้จัดงานวิ่งมาราธอนได้ส่งทีมกู้ภัยที่สามารถช่วยชีวิตผู้เข้าร่วมได้ 18 คนจาก 172 คน

เมื่อเวลาประมาณ 14.00 น. สภาพอากาศเลวร้ายลงและการแข่งขันถูกยกเลิกทันทีเนื่องจากทางการท้องถิ่นส่งหน่วยกู้ภัยมาช่วยเหลือเพิ่มเติมจางกล่าวและเสริมว่าทางการจังหวัดจะตรวจสอบสาเหตุต่อไป

สำนักข่าวซินหัวรายงานว่านักวิ่งบางคนได้รับความทุกข์ทรมานจากภาวะอุณหภูมิต่ำเนื่องจากสภาพอากาศ ก่อนหน้านี้ว่ามีผู้ได้รับการรักษาอาการบาดเจ็บเล็กน้อยในโรงพยาบาล 8 คนและมีอาการคงที่แล้ว

ภาพวิดีโอที่ออกอากาศทางสื่อของรัฐแสดงให้เห็นเจ้าหน้าที่กู้ภัยฉุกเฉินอยู่ในอาการเหนื่อยล้าขณะที่ต้องถือไฟฉายพร้อมกับปีนผ่านภูมิประเทศที่เต็มไปด้วยหินในตอนกลางคืน ซินหัวรายงานว่าอุณหภูมิในพื้นที่ภูเขาลดลงอีกในชั่วข้ามคืน ทำให้การค้นหาและช่วยเหลือ “ยากขึ้น”

ตามรายงานของ China Daily ป่าหินแม่น้ำเหลืองมีชื่อเสียงในด้านทิวทัศน์ภูเขาที่ขรุขระซึ่งมีหินงอกหินย้อยและเสาหินสวยงามและถูกใช้เป็นสถานที่ในรายการโทรทัศน์และภาพยนตร์ของจีนหลายเรื่อง เชื่อกันว่าการก่อตัวของหินมีอายุสี่พันล้านปี

มาราธอนและกีฬาผาดโผนได้รับความนิยมอย่างมากในหมู่ชนชั้นกลางของจีนในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา อย่างไรก็ตามการวิ่งมาราธอนของจีนมักได้รับผลกระทบจากเรื่องอื้อฉาวเกี่ยวกับการโกง ในปี 2018 นักวิ่งมากกว่า 250 คนถูกตัดสิทธิ์จากการแข่งขันฮาล์ฟมาราธอนที่เซินเจิ้นหลังจากพบว่าพวกเขาใช้ทางลัดหรือโกรงด้วยวิธีการใดวิธีการหนึ่ง

ครูเมียนมากว่า 125,000 คนถูกพักงานเพราะต่อต้านการรัฐประหาร #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/653627

วันที่ 23 พ.ค. 2564 เวลา 10:50 น.

ครูเมียนมากว่า 125,000 คนถูกพักงานเพราะต่อต้านการรัฐประหารกองทัพหันมาสวนกลับการทำอารยะขัดขืนของข้าราชการภาคส่วนต่างๆ เป้าหมายล่าสุดคือจัดการกับบุคลากรด้านการศึกษา

รอยเตอร์รายงานว่าครูโรงเรียนมากกว่า 125,000 คนในเมียนมาถูกทางการทหารสั่งพักงานเนื่องจากเข้าร่วมขบวนการอารยะขัดขืนเพื่อต่อต้านการรัฐประหารในเดือนกุมภาพันธ์ เจ้าหน้าที่ของสหพันธ์ครูเมียนมาร์กล่าว

การหยุดพักชั่วคราวมีขึ้นก่อนเปิดปีการศึกษาใหม่หลายวันซึ่งครูและผู้ปกครองบางคนร่วมกันคว่ำบาตรซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการรณรงค์อารยะขัดขืนที่ทำให้ประเทศเป็นอัมพาตนับตั้งแต่การรัฐประหาร

เจ้าหน้าที่ของสหพันธ์ครูกล่าวซึ่งปฏิเสธที่จะเปิดเผยชื่อเพราะกลัวการตอบโต้จากรัฐระบุว่ามีเจ้าหน้าที่ของสมาพันธ์ครูจำนวน 125,900 คนถูกสั่งพักงานเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ส่วนเจ้าหน้าที่ที่เผยเรื่องนี้ก็มีชื่ออยู่ในบัญชีผู้ที่รัฐบาลทหารต้องการตัวเช่นกันในข้อหายุยงให้เกิดความบาดหมาง

ทั้งนี้ เมียนมามีครูในโรงเรียน 430,000 คนตามข้อมูลล่าสุดจาก 2 ปีที่แล้ว

“สิ่งทีเกิดขึ้นเป็นเพียงคำพูดเพื่อขู่ให้ผู้คนกลับมาทำงาน หากพวกเขาไล่คนจำนวนมากนี้จริงๆ ระบบทั้งหมดก็จะหยุดชะงัก” เจ้าหน้าที่ซึ่งเป็นอาจารย์กล่าว และเขาบอกว่าเขาได้รับแจ้งว่าข้อหาที่เขาเผชิญจะถูกยกเลิกหากเขากลับมาทำงาน

สำนักข่าวรอยเตอร์ไม่สามารถติดต่อโฆษกรัฐบาลทหารหรือกระทรวงศึกษาธิการเพื่อขอความคิดเห็นได้ หนังสือพิมพ์ Global New Light of Myanmar ที่ดำเนินการโดยรัฐได้เรียกร้องให้ครูและนักเรียนกลับไปที่โรงเรียนเพื่อเริ่มต้นระบบการศึกษาอีกครั้ง

การหยุดชะงักในโรงเรียนสอดคล้องกับการหยุดชะงักใตภาคสาธารณสุขและภาครัฐและภาคธุรกิจเอกชนนับตั้งแต่ประเทศเมียนมาตกอยู่ในความสับสนวุ่นวายจากการรัฐประหารและการจับกุมอองซานซูจีผู้นำที่มาจากการเลือกตั้ง

ตามรายงานของกลุ่มอาจารย์มีอาจารย์มหาวิทยาลัยประมาณ 19,500 คนถูกพักงานเช่นกัน

การลงทะเบียนเข้าเรียนจะเริ่มในสัปดาห์หน้าสำหรับภาคเรียนที่จะเริ่มในเดือนมิถุนายน แต่ผู้ปกครองบางคนกล่าวว่าพวกเขาวางแผนที่จะให้บุตรหลานอยุ่กับบ้านไปก่อน

“ฉันจะไม่ลงทะเบียนให้ลูกสาวของฉันเพราะฉันไม่ต้องการให้การปกครองแบบเผด็จการทหารให้การศึกษากับลุกของฉัน ฉันยังกังวลเกี่ยวกับความปลอดภัยของลูกด้วย” มยินต์วัย 42 ปีซึ่งมีลูกสาวอายุ 14 ปีกล่าว

นักเรียนซึ่งเป็นแนวหน้าของการประท้วงประจำวันซึ่งมีผู้คนหลายร้อยคนถูกสังหารโดยกองกำลังความมั่นคงกล่าวว่าพวกเขาวางแผนที่จะคว่ำบาตรชั้นเรียนด้วย

“ผมจะกลับไปโรงเรียนก็ต่อเมื่อเราได้ประชาธิปไตยกลับคืนมา” ลวินอายุ 18 ปีกล่าว

ระบบการศึกษาของเมียนมาเป็นระบบการศึกษาที่ยากจนที่สุดแห่งหนึ่งในภูมิภาคและติดอันดับ 92 จาก 93 ประเทศในการสำรวจทั่วโลกเมื่อปีที่แล้ว

แม้จะอยู่ภายใต้การนำของซูจีซึ่งมีการสนับสนุนด้านการศึกษา แต่งบประมาณด้านนี้ก็ต่ำกว่า 2% ของจีดีพีถือเป็นหนึ่งในอัตราที่ต่ำที่สุดในโลกตามตัวเลขของธนาคารโลก

รัฐบาลเอกภาพแห่งชาติที่ตั้งขึ้นโดยฝ่ายตรงข้ามของรัฐบาลทหารกล่าวว่าจะทำทุกอย่างเท่าที่ทำได้เพื่อสนับสนุนครูและนักเรียนโดยเรียกร้องให้ผู้บริจาคจากต่างประเทศยุติการให้เงินทุนแก่กระทรวงการศึกษาที่อยู่ภายใต้การควบคุมของรัฐบาลโดยรัฐบาลทหาร

“เราจะทำงานร่วมกับนักการศึกษาของเมียนมาที่ปฏิเสธที่จะสนับสนุนทหารที่โหดร้าย” ดร. ซาซา โฆษกของรัฐบาลเอกภาพแห่งชาติกล่าวในอีเมลถึงรอยเตอร์ “ครูผู้ยิ่งใหญ่และครูผู้กล้าเหล่านี้จะไม่มีวันถูกทิ้ง”

Photo by Handout / FACEBOOK / AFP

Pfizer เตรียมบริจาควัคซีน 2,000 ล้านโดสให้ประเทศยากจน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/653595

วันที่ 22 พ.ค. 2564 เวลา 18:00 น.

Pfizer เตรียมบริจาควัคซีน 2,000 ล้านโดสให้ประเทศยากจนModerna กับ Johnson&Johnson ร่วมบริจาคด้วยรวม 300,000 โดส

อัลเบิร์ต บัวร์ลา (Albert Bourla) ซีอีโอ Pfizer ประกาศในการประชุมสุขภาพโลกว่าด้วยความไม่เท่าเทียมกันในการกระจายวัคซีนผ่านวิดีโอว่า Pfizer-BioNTech ซึ่งเป็นบริษัทร่วมจากสหรัฐและเยอรมนีจะบริจาควัคซีน Covid-19 ให้ประเทศรายได้ปานกลางและประเทศยากจน 2,000 ล้านโดส เพื่อลดช่องว่างของวัคซีนระหว่างประเทศร่ำรวยและประเทศยากจน

วัคซีน 1,000 ล้านโดสแรกของ Pfizer-BioNTech จะส่งมอบภายในปีนี้ และอีก 1,000 ล้านโดสที่เหลือจะส่งมอบในปี 2022

ขณะที่ Moderna และ Johnson & Johnson ประกาศจะบริจาค 200,000 และ 100,000 โดสตามลำดับ ส่วนสหภาพยุโรปจะบริจาคอย่างน้อย 100 ล้านโดส

นายกรัฐมนตรี มาริโอ ดรากี ของอิตาลีซึ่งเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมในกรุงโรม ชื่นชมการบริจาคดังกล่าวว่า “มีความหมายและ (เป็นจำนวนที่) น่าทึ่ง”

ในการกล่าวเปิดการประชุมนายกรัฐมนตรีดรากีเผยว่า ในจำนวนวัคซีนเกือบ 1,500 ล้านโดสที่ฉีดไปแล้วใน 180 ประเทศทั่วโลก มีเพียง 0.3% เท่านั้นที่ถูกส่งไปถึงประเทศยากจน ขณะที่ 85% เป็นของประเทศร่ำรวยที่สุดในโลก

นับตั้งแต่ Covid-19 ระบาด เทดรอส อัดฮานอม กรีเบเยซุส ผู้อำนวยการองค์การอนามัยโลก เตือนเรื่องวัคซีนชาตินิยม หรือภาวะที่ประเทศร่ำรวยกักตุนวัคซีนในขณะที่ประเทศยากจนขาดแคลนวัคซีนมาตลอด และยังย้ำว่าโรคระบาดจะไม่หมดไปจนกว่าทุกประเทศจะจะได้รับการฉีดวัคซีนแล้ว

Photo by JOHN THYS / POOL / AFP

ศพเหยื่อโควิดถูกฝนชะโผล่เกลื่อนฝั่งแม่น้ำคงคา (ภาพชุด) #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/653598

วันที่ 22 พ.ค. 2564 เวลา 17:00 น.

ศพเหยื่อโควิดถูกฝนชะโผล่เกลื่อนฝั่งแม่น้ำคงคา (ภาพชุด)พายุฝนที่กระหน่ำอินเดียทำให้ร่างผู้เสียชีวิตจาก Covid-19 ที่ฝังไว้ถูกชะจนโผล่ขึ้นมา

ภาพวิดีโอที่บันทึกจากโดรน เผยให้เห็นศพชาวอินเดียที่เสียชีวิตจาก Covid-19 ถูกนำมาฝังไว้บริเวณริมฝั่งแม่น้ำคงคา ในเมืองอิลลาฮาบัด รัฐอุตตรประเทศ เป็นจำนวนมาก เนื่องจากไม่มีที่ให้ประกอบพิธีฌาปนกิจ เมื่อฝนตกพัดทรายออกไป ศพที่ฝังไว้ตื้นๆ ก็โผล่ขึ้นมาให้เห็นอย่างชัดเจน

Photo by SANJAY KANOJIA / AFP,REUTERS/Ritesh Shukla

Moderna เล็งผลิตวัคซีน Covid-19 ในญี่ปุ่น #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/653594

วันที่ 22 พ.ค. 2564 เวลา 16:00 น.

Moderna เล็งผลิตวัคซีน Covid-19 ในญี่ปุ่นซีอีโอโมเดอร์นากำลังเจรจากับหุ้นส่วนเล็งผลิตวัคซีนต้าน Covid-19 ในญี่ปุ่นเพราะมีศักยภาพ

Nikkei Asia รายงานว่า สตีเฟน บ็องเซล (Stephane Bancel) ซีอีโอของบริษัท Moderna (โมเดอร์นา) ให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ว่า บริษัทกำลังพิจารณาผลิตวัคซีนต้าน Covid-19 ในญี่ปุ่น “เรากำลังเจรจากับหลายประเทศในเอเชีย รวมทั้งญี่ปุ่น”

ข่าวนี้มีขึ้นไม่นานหลังจากกระทรวงสาธารณสุขญี่ปุ่นอนุมัติการผลิตและจำหน่ายวัคซีนที่พัฒนาโดย Moderna และ AstraZenea (แอสตราเซเนกา) อย่างเป็นทางการเมื่อวันศุกร์ (21 พ.ค.)

บ็องเซลเผยว่า การหารือนี้ยังอยู่ในขั้นเริ่มต้น แต่ Moderna อยู่ระหว่างเจรจากับบริษัทหลายแห่งในญี่ปุ่น และกล่าวอีกว่า Moderna สนใจขยายธุรกิจและการผลิตในเอเชีย โดย Moderna สนใจญี่ปุ่นเพราะเป็นประเทศที่แรงงานมีคุณภาพสูงและมีประสิทธิภาพในการวิจัย

สำหรับการผลิตในญี่ปุ่น เป็นไปได้ที่ Moderna อาจขอสัญญาการผลิตหรือให้ใบอนุญาตกับบริษัทในญี่ปุ่น

ญี่ปุ่นเริ่มนำเข้าวัคซีนต้าน Covid-19 ของ Moderna ที่ผลิตในยุโรปแล้ว และคาดว่าจะนำมาใช้ในศูนย์ฉีดวัคซีนขนาดใหญ่ที่กรุงโตเกียวและเมืองโอซากา โดยดำเนินการโดยกองกำลังป้องกันตนเองซึ่งจะเปิดในสัปดาห์หน้า รวมทั้งใช้ในศูนย์ฉีดวัคซีนตามจังหวัดและเมืองต่างๆ

รัฐบาลญี่ปุ่นทำสัญญาซื้อขายวัคซีนกับ Moderna และคาดว่าจะได้รับวัคซีน 50 ล้านโดสในเดือน ก.ย. ด้านบ็องเซลเผยว่า ทางบริษัทกำลังเจรจากับรัฐบาลญี่ปุ่นเกี่ยวกับการจัดซื้อวัคซีนเพิ่มเติมสำหรับปีหน้า “หากรัฐบาลต้องการ 50 ล้านโดส (สำหรับปี 2022) เราก็จัดหาให้ได้”

ขณะนี้ Moderna กำลังเร่งการผลิตวัคซีนต้าน Covid-19 โดยเมื่อปลายเดือนที่แล้ว บริษัทเพิ่มแนวโน้มการผลิตสำหรับปี 2022 เป็น 3,000 ล้านโดส มากกว่าจำนวนที่คาดว่าจะผลิตในปีนี้ถึง 3 เท่า

REUTERS/Dado Ruvic/Illustration

WHO ยืนยันวัคซีนที่อนุมัติแล้วป้องกันโควิดกลายพันธุ์ได้ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/653587

วันที่ 22 พ.ค. 2564 เวลา 14:00 น.

WHO ยืนยันวัคซีนที่อนุมัติแล้วป้องกันโควิดกลายพันธุ์ได้ อนามัยโลกคอนเฟิร์มวัคซีนที่ WHO อนมัติแล้วป้องกันเชื้อกลายพันธุ์ได้ทุกสายพันธุ์รวมทั้งสายพันธุ์จากอินเดีย  

ฮานส์ คลูจ ผู้อำนวยการประจำภูมิภาคยุโรปขององค์การอนามัยโลก (WHO) ยืนยันว่า วัคซีนต้าน Covid-19 ที่ผ่านการอนุมัติจากองค์การอนามัยโลกแล้ว สามารถป้องกันเชื้อกลายพันธุ์สายพันธุ์กลายพันธุ์ได้ทั้งหมด รวมทั้งสายพันธุ์จากอินเดีย (B.1.617)

ปัจจุบันมีวัคซีนจาก 5 บริษัทที่ได้รับการรับรองจาก WHO ได้แก่ Pfizer-BioNTech, Moderna, AstraZeneca (รวมทั้ง Covishield ที่ผลิตโดยสถาบนเซรุ่มของอินเดีย (SII)), Johnson & Johnson และ Sinopharm

“Covid-19 ทุกสายพันธุ์ที่อุบัติขึ้นในขณะนี้ตอบสนองกับวัคซีนที่ได้รับการอนุมัติแล้วทั้งหมด” คลูจกล่าว

คลูจเผยอีกว่า เชื้อสายพันธุ์กลายพันธุ์ที่พบครั้งแรกในอินเดียซึ่งอาจแพร่กระจายได้เร็ว ระบาดไปแล้วอย่างน้อยใน 26 จาก 53 ประเทศในภูมิภาคยุโรปของ WHO และประชากรในภูมิภาคนี้เพียง 23% ได้รับวัคซีนแล้ว 1 โดส อีก 11% ได้รับครบ 2 โดส

อย่างไรก็ดี คลูจเตือนว่า ขณะนี้ที่โรคยังระบาดและยังมีความไม่แน่นอน เรายังต้องระมัดระวังกันต่อไป และควรทบทวนหรือหลีกเลี่ยงการเดินทางระหว่างประเทศ เนื่องจากสถานการณ์ยังเปราะบาง

การแสดงความคิดเห็นของคลูจเกิดขึ้นท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับการแรพ่ระบาดของเชื้อกลายพันธุ์สายพันธุ์ B.1.617 จากอินเดีย

Sputnik/Alexander Astafyev/Pool via REUTERS

วิจัยพบแอนติบอดีสู้เชื้อกลายพันธุ์ลดลงหลัง 6-12 เดือน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/653579

วันที่ 22 พ.ค. 2564 เวลา 12:00 น.

วิจัยพบแอนติบอดีสู้เชื้อกลายพันธุ์ลดลงหลัง 6-12 เดือน แอนติบอดีในคนที่ติด Covid-19 สายพันธุ์ธรรมดาจะลดลงเรื่อยๆ หลังสู้กับเชื้อกลายพันธุ์  

ทีมวิจัยจากมหาวิทยาลัยโยโกฮามาซิตีของญี่ปุ่นพบว่า ระดับแอนติบอดีในกระแสเลือดของผู้ป่วยที่ติดเชื้อโคโรนาไวรัสสายพันธุ์ดั้งเดิมจะลดลงเรื่อยๆ ภายใน 6-12 เดือนในการต่อสู้กับเชื้อกลายพันธุ์

การศึกษาซึ่งทำในอาสาสมัคร 250 ราย อายุระหว่าง 21-78 ปีซึ่งติด Ccovid-19 ระหว่างเดือน ก.พ.-เม.ย.ปีที่แล้ว พบว่า 97% ของผู้ที่มีอาการเล็กน้อยหรือไม่มีอาการมีแอนติบอดีอยู่ในกระแสเลือด 6 เดือนหลังจากติดเชื้อ และอีก 1 ปีต่อมา 96% ยังมีแอนติบอดีอยู่ ส่วนในผู้ที่มีอาการหนักทุกคนยังมีแอนติบอดีอยู่หลังครบ 1 ปี

สำหรับเชื้อกลายพันธุ์ หลังจากติดเชื้อ 6 เดือน 69% ของผู้ที่มีอาการเล็กน้อยหรือไม่มีอาการมีแอนติบอดีสำหรับต่อสู้กับเชื้อกลายพันธุ์จากแอฟริกาใต้, 75% มีแอนติบอดีสู้สายพันธุ์จากอินเดีย, 81% มีแอนติบอดีสู้สายพันธุ์จากบราซิล และ 85% มีแอนติบอดีสู้สายพันธุ์จากอังกฤษ โดยเปอร์เซ็นต์เหล่านี้จะลดลงหลังผ่านไป 1 ปี

นอกจากนี้ ยังพบว่า แอนติบอดีในกระแสเลือดของผู้ที่เคยติดเชื้อซึ่งมีอาการปานกลางและรุนแรงลดลงเล็กน้อยในการต่อสู้กับสายพันธุ์กลายพันธุ์หลังผ่านไป 1 ปี และหลังจากติดเชื้อ 12 เดือน อย่างน้อย 90% ของคนกลุ่มนี้มีแอนติบอดีที่มีประสิทธิภาพในการต่อสู้กับเชื้อสายพันธุ์กลายพันธุ์ทั้ง 4 สายพันธุ์

สรุปง่ายๆ ว่า ผู้ป่วยที่มีอาการเล็กน้อยหรือไม่มีอาการมีแอนติบอดีน้อยกว่าผู้ป่วยที่มีอาการรุนแรงกว่า

ทีมนักวิจัยแนะนำว่า ผู้ที่เคยติด Covid-19 ในช่วงที่เกิดโรคระบาดแรกๆ โดยเฉพาะผู้ที่มีอาการเล็กน้อยหรือไม่มีอาการ ยังต้องเข้ารับการฉีดวัคซีน เพื่อลดความเสี่ยงที่จะติดเชื้อสายพันธุ์กลายพันธุ์ที่มาจากอังกฤษ แอฟริกาใต้ บราซิล และอินเดีย

Photo by Oli SCARFF / AFP

อินเดียขอบ.โซเชียลลบคำว่า ‘สายพันธุ์อินเดีย’ ออก #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/653575

วันที่ 22 พ.ค. 2564 เวลา 10:00 น.

อินเดียขอบ.โซเชียลลบคำว่า ‘สายพันธุ์อินเดีย’ ออกทางการอินเดียหวั่นเสียภาพลักษณ์ขอบริษัทโซเชียลมีเดียลบเนื้อหาที่มีคำว่า “สายพันธุ์อินเดีย” ออก

สำนักข่าวรอยเตอร์สรายงานว่า กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศ (IT) ของอินเดีย เขียนจดหมายถึงบริษัทโซเชียลมีเดียทุกแห่ง เพื่อขอให้ลบเนื้อหาใดๆ ที่อ้างถึง Covid-19 โดยใช้คำว่า “สายพันธุ์อินเดีย” ออกทั้งหมด เนื่องจากกังวลว่าจะเสียหายต่อภาพลักษณ์ของประเทศ โดยให้ใช้คำว่าสายพันธุ์ B.1.617 แทน

จดหมายซึ่งรอยเตอร์สได้เห็นระบุว่า “นี่มันไม่ถูกต้อง องค์การอนามัยโลก (WHO) ไม่เคยระบุว่ามี Covid-19 สายพันธุ์นี้ WHO ไม่ได้เชื่อมโยงคำว่า ‘สายพันธุ์อินเดีย’ กับสายพันธุ์ B.1.617 ในรายงานใดๆ เลย”

ในเวลาต่อมา รัฐบาลอินเดียออกแถลงการณ์ว่า รายงานของสื่อที่ใช้คำว่า “สายพันธุ์อินเดีย” ไม่มีหลักเกณฑ์ และระบุอีกว่า WHO เอ่ยถึงสายพันธุ์นี้ว่าเป็นสายพันธุ์ B.1.617 เท่านั้น

ด้านเจ้าหน้าที่รัฐบาลระดับสูงของอินเดียเผยกับรอยเตอร์สว่า หนังสือดังกล่าวมีขึ้นเพื่อส่งข้อความที่ “ดังและชัดเจน” ว่า การเอ่ยถึง “สายพันธุ์อินเดีย” เช่นนี้เป็นการสื่อสารที่ผิดพลาดและทำลายภาพลักษณ์ของประเทศ

ขณะที่ผู้บริหารโซเชียลมีเดียรายหนึ่งกล่าวว่า การลบเนื้อหาทั้งหมดที่ใช้คำว่า “สายพันธุ์อินเดีย” เป็นเรื่องยาก เนื่องจากมีโพสต์ลักษณะดังกล่าวนับล้านๆ โพสต์

ทั้งนี้ โดยปกติแล้วแพทย์และนักวิทยาศาสตร์มักจะพูดถึงสายพันธุ์ของ Covid-19 โดยยึดตามสถานที่ที่พบเชื้อสายพันธุ์นั้นๆ อาทิ สายพันธุ์แอฟริกาใต้ สายพันธุ์บราซิล

Photo by Arun SANKAR / AFP