เวียดนามใช้คริปโตมากอันดับสองของโลก ไทยไม่ติดท็อป10 #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/646032

วันที่ 22 ก.พ. 2564 เวลา 13:55 น.เวียดนามใช้คริปโตมากอันดับสองของโลก ไทยไม่ติดท็อป10ถึงแม้ที่เวียดนามจะยังไม่ถูกกฎหมาย แต่มันได้รับความนิยมมากขึ้นจนรัฐบาลเริ่มทำการศึกษาความเป็นไปได้

จากการสำรวจโดย Statista Global Consumer Survey ใน 74 ประเทศพบว่าชาวไนจีเรียใช้หรือครอบครองคริปโตเคอเรนซี่มากที่สุดในโลกในสัดส่วนถึง 32% หรือคิดเป็น 1 ใน 3 ของประชากรที่ใช้สกุลเงินดิจิทัล

อันดับที่ 2 คือเวียดนาม อันดับที่ 3 ยังเป็นเพื่อนบ้านอาเซียนของไทยคือฟิลิปปินส์ สาเหตุที่ทำให้คริปโตฯ เป็นที่นิยมในประเทศเหล่านี้ก็เนื่องมาจากประชาชนที่ออกไปทำงานต่างแดนนิยมส่งเงินกลับบ้านด้วยสกุลเงินดิจิทัล

ชาวเวียดนามพลัดถิ่นมักส่งเงินกลับไปยังประเทศเวียดนามเพื่อเลี้ยงดูครอบครัวของพวกตน แต่ช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา มีการนำเงินที่ส่งกลับมาไปใช้ลงทุนในประเทศด้วย โดย Bitcoin, Ethereum, Litecoin และ Ripple เป็นหนึ่งในสกุลเงินดิจิทัลที่ใช้กันอย่างแพร่หลายในเวียดนาม

ในบางประเทศ เช่น ไนจีเรียประชาชนมีความจำเป็นต้องส่งเงินข้ามประเทศ แต่ค่าใช้จ่ายในการส่งเงินค่อนข้างสูง ในระยะหลังจึงหันมาใช้คริปโตในการส่งเงิน

ในประเทศฟิลิปปินส์ ธนาคารกลางของประเทศอำนวยความสะดวกประชาชนในการใช้คริปโตฯ โดยอนุมัติให้เปิดบริการการแลกเปลี่ยนเงินตราปกติกับคริปโตฯ หลายแห่งเพื่อช่วยเหลือประชาชนและภาคธุรกิจในการโอนและส่งเงินข้ามประเทศ เนื่องจากฟิลิปปินส์เป็นประเทศที่ส่งออกแรงงานไปทำงานต่างแดนมากที่สุดประเทศหนึ่ง และบางธนาคารให้บริการ Bitcoin ATM ที่ย่านการค้าในกรุงมะนิลาด้วย

ในส่วนของเวียดนาม สกุลเงินดิจิทัลไม่ได้รับการรับรองจากรัฐบาลว่าเป็นวิธีการชำระเงินที่ถูกกฎหมายในเวียดนาม ธนาคารกลางเวียดนามเตือนว่าการเป็นเจ้าของ การซื้อขาย และใช้สกุลเงินดิจิทัลมีความเสี่ยงและไม่ได้รับการคุ้มครองตามกฎหมาย

Photo by Ozan KOSE / AFP

เมียนมาเริ่มแล้ว! นัดประท้วงครั้งใหญ่สุดไม่สนรัฐขู่อาจถึงตาย #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/646021

วันที่ 22 ก.พ. 2564 เวลา 12:47 น.เมียนมาเริ่มแล้ว! นัดประท้วงครั้งใหญ่สุดไม่สนรัฐขู่อาจถึงตายชาวเมียนมานัดหยุดงานรวมตัวประท้วงทั่วประเทศขับไล่รัฐบาลทหาร

วันนี้ (22 ก.พ.) ชาวเมียนมานัดชุมนุมประท้วงครั้งใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่รัฐประหารเมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา โดยขณะนี้มีกลุ่มผู้ชุมนุมเริ่มรวมตัวกันในหลายเมือง อาทิ ย่างกุ้ง มัณฑะเลย์ และเนปิดอว์ เพื่อต่อต้านรัฐประหารของกองทัพเมียนมา ขณะที่รัฐบาลขู่ว่าอาจมีผู้ประท้วงเสียชีวิตเพิ่มขึ้น

The Irrawaddy สำนักข่าวท้องถิ่นเมียนมาระบุว่ามีแนวโน้มว่าอาจมีประชาชนนับล้านคนจากทุกสาขาอาชีพมาร่วมชุมนุมประท้วงทั่วประเทศหลังจากที่รัฐบาลใช้ความรุนแรงในการปราบปรามกลุ่มผู้ชุมนุมส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นซึ่งสร้างความไม่พอใจให้แก่ประชาชนจำนวนมาก

กลุ่มผู้ชุมนุมนัดหมายกันวันนี้ซึ่งตรงกับวันที่ 22.2.2021 เพื่อล้อกับการเคลื่อนไหวชุมนุมประท้วงครั้งใหญ่ในวันที่ 8.8.1998 ซึ่งเป็นการประท้วงขับไล่ระบอบเผด็จการของนายพลเนวิน

ในวันนี้ธุรกิจหลายแห่งในเมียนมาหยุดดำเนินการเนื่องจากประชาชนเข้าร่วมประท้วง โดยเจ้าของกิจการร้านค้าต่างๆ แจ้งต่อลูกค้าตั้งแต่สุดสัปดาห์ที่ผ่านมาว่าจะปิดทำการในวันนี้เพื่อเข้าร่วมชุมนุมประท้วง

รวมถึง City Mart ซึ่งเป็นผู้ค้าปลีกรายใหญ่ที่สุดของประเทศก็ประกาศว่าจะปิดทำการทุกสาขาในวันนี้

นอกจากนี้ข้าราชการและบุคลากรทางการแพทย์ตลอดจนคนงานในอุตสาหกรรมต่างๆ ประกาศหยุดงาน ส่งผลให้หลายภาคส่วนของเมียนมาหยุดชะงัก โดยนักเคลื่อนไหวและผู้มีชื่อเสียงจำนวนมากยังได้ออกมาเรียกร้องให้ประชาชนทุกคนมาเข้าร่วมชุมนุมประท้วงด้วย

โดยขณะนี้มีผู้ประท้วงชาวเมียนมาเสียชีวิตอย่างน้อย 3 รายและมีผู้ถูกจับกุมมากกว่า 500 ราย

https://www.facebook.com/plugins/post.php?href=https%3A%2F%2Fwww.facebook.com%2Fmyanmarnownews%2Fposts%2F2030702113744183&width=500&show_text=true&height=670&appId

Photo by STR / AFP

ชาวเท็กซัสไร้ไฟฟ้า ผิงไฟในบ้านเผาวอดยาย-หลานดับ 4 ราย #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/646012

วันที่ 22 ก.พ. 2564 เวลา 11:40 น.ชาวเท็กซัสไร้ไฟฟ้า ผิงไฟในบ้านเผาวอดยาย-หลานดับ 4 รายหญิงชาวเท็กซัสเล่าวินาทีสูญเสียแม่และลูกไปด้วยวิกฤตภัยหนาวรุนแรงที่สุดในรอบ 30 ปี

ซีเอ็นเอ็นเปิดเผยบทสัมภาษณ์ของแจ็คกี้ ฝ่าม เหงียน (Jackie Pham Nguyen) หญิงสัญชาติเวียดนามซึ่งอาศัยอยู่ในเมืองชูการ์แลนด์ รัฐเท็กซัสเล่าวินาทีที่ต้องสูญเสียแม่และลูกไปหลังประสบภัยหนาวที่รุนแรงที่สุดในรอบ 30 ปี

เหงียนเปิดเผยว่าเมื่อสัปดาห์ที่แล้วภัยหนาวในรัฐเท็กซัสส่งผลให้หลายครอบครัวต้องพยายามเอาชีวิตรอดเนื่องจากไม่มีน้ำและไฟฟ้าใช้รวมถึงครอบครัวของเธอด้วย

คุณยายลวน เลอ (Loan Le) แม่ของเธอมาหาเธอและลูกๆ ที่บ้านหลังจากที่บ้านของคุณยายไฟดับ “เราคิดว่าเราโชคดีจริงๆ เพราะเรายังมีไฟฟ้าใช้จนถึงหัวค่ำ” เหงียนกล่าว

แต่ไม่กี่ชั่วโมงหลังจากนั้นไฟก็ดับลง เธอรีบจุดเตาไฟเพื่อให้ความอบอุ่น ขณะที่ลูกของเธอ โอลิเวีย (Olivia) วัย 11 ปี, เอดิสัน (Edison) วัย 8 ปี และโคเล็ต (Colette) วัย 5 ปี นั่งเล่นเกมกระดานกับคุณยายจนถึงประมาณ 21.30 น.

เหงียนเล่าว่า “ฉันพาลูกๆ เข้านอนและรู้สึกตัวอีกที่ก็อยู่ที่โรงพยาบาล ก่อนที่เจ้าหน้าที่ตำรวจและเจ้าหน้าที่ดับเพลิงจะเข้ามาพูดกับฉันว่าไม่มีใครตั้งใจให้เรื่องนี้เกิดขึ้น”

ก่อนหน้านั้นเกิดเพลิงไหม้ที่บ้านของเธอ เธอจำได้แต่ว่าขณะนั้นเธออยู่ที่ชั้นล่างของบ้านและไม่สามารถขึ้นไปหาลูกๆ ที่กำลังนอนอยู่ชั้นบนได้ เธอได้แต่กรีดร้องพยายามตะโกนเรียกลูกๆ หวังว่าพวกเขาจะออกมาและกระโดดหนีออกจากกองเพลิงไปได้แต่มันก็ไม่เป็นอย่างนั้น

เหงียนกล่าวว่าการสูยเสียแม่และลูกๆ ของเธอเป็นสิ่งที่ประเมินค่าไม่ได้ หัวใจของเธอแตกสลายและจะไม่สามารถกลับมาเป็นเหมือนเดิมได้อีก

ดั๊ก อาดอลฟ์ (Doug Adolph) โฆษกเมืองชูการ์แลนด์เล่าวว่าเหงียนต้องพยายามหักห้ามใจที่จะไม่กลับเข้าไปในบ้าน และหน่วยดับเพลิงมาถึงในเวลาประมาณ 2.00 น. ซึ่งใช้เวลากว่าชั่วโมงจึงจะสามารถควบคุมเพลิงได้

อาดอลฟ์กล่าวว่ายังไม่สามารถระบุสาเหตุของเพลิงไหม้ได้แต่ครอบครัวนี้โพสต์บนโซเชียลมีเดียว่าพวกเขาพยายามสร้างความอบอุ่นโดยการใช้เตาผิงไฟในบ้าน

ขณะที่พื้นที่ใกล้เคียงไม่มีไฟฟ้าใช้มาเป็นเวลาอย่างน้อย 8 ชั่วโมงแล้ว

ทั้งนี้ เธอได้เปิดรับบริจาคบนเว็บไซต์ GoFundMe ซึ่งขณะนี้สามารถรวบรวมเงินได้แล้วกว่า 289,655 เหรียญสหรัฐ ซึ่งเธอระบุว่าเงินเหล่านี้จะนำไปมอบให้แก่องค์กรหรือมูลนิธิ

Photo by Angela Weiss / AFP

อิสราเอลเริ่มเปิดเศรษฐกิจอีกครั้ง หลังฉีดวัคซีนโควิดประชากรแล้วเกือบครึ่งประเทศ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/645998

วันที่ 22 ก.พ. 2564 เวลา 09:09 น.อิสราเอลเริ่มเปิดเศรษฐกิจอีกครั้ง หลังฉีดวัคซีนโควิดประชากรแล้วเกือบครึ่งประเทศอิสราเอลเริ่มให้สถานประกอบการต่างๆกลับมาเปิดดำเนินการอีกครั้ง หลังประชาชนได้รับวัคซีนป้องกันโควิดคนละ 2 โดสเกือบครึ่งประเทศ

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า อิสราเอลได้อนุญาตให้สถานประกอบการต่างๆ เช่น ร้านค้า ห้างสรรพสินค้า และตลาดต่างๆ กลับมาเปิดดำเนินการอีกครั้ง หลังจากรัฐบาลประกาศใช้มาตรการล็อกดาวน์เป็นเวลานานเกือบ 2 เดือน

ข้อมูลจากกระทรวงสาธารณสุขอิสราเอลระบุวา ขณะนี้มีชาวอิสราเอลที่ได้รับวัคซีนป้องกันโควิดแล้วประมาณ 3.2 ล้านคน จากจำนวนประชากรทั้งหมดราว 9 ล้านคน โดยประชาชนที่ได้รับวัคซีนแล้ว จะได้รับสถานะ “Green Pass” บนแอปพลิเคชันของกระทรวสาธารณสุข

ขณะที่การใช้บริการสถานออกกำลังกาย โรงแรม การเข้าชมคอนเสิร์ต โรงภาพยนตร์ และงานสันทนาการประเภทอื่นๆ จะอนุญาตเฉพาะผู้ที่ได้รับวัคซีนป้องกันไวรัสโควิด-19 แล้ว 2 โดส หรือเป็นผู้ที่หายป่วยจากโรคโควิด-19 แล้วเท่านั้น

ด้าน โรงเรียนส่วนใหญ่ในอิสราเอลได้เริ่มเปิดการเรียนการสอนแล้ว และคาดว่าโรงเรียนส่วนอื่นๆที่เหลือทั้งหมดจะกลับมาเปิดการเรียนการสอนอีกครั้งภายในเดือนมี.ค.

ข้อมูลจากกระทรวงสาธารณสุขอิสราเอลระบุว่า ณ วันอาทิตย์ที่ 21 ก.พ. อิสราเอลพบผู้ติดเชื้อโควิด-19 รายใหม่จำนวน 3,452 ราย ส่งผลให้ยอดรวมผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นเป็น 747,965 ราย ขณะเดียวกันพบผู้เสียชีวิตรายใหม่จำนวน 37 ราย ส่งผลให้ยอดรวมผู้เสียชีวิตจากโควิด-19 เพิ่มขึ้นเป็น 5,563 ราย

“เท็กซัส” รัฐที่มีน้ำมันท่วมหัวแต่เอาตัวไม่รอด #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/645989

วันที่ 21 ก.พ. 2564 เวลา 19:41 น.

"เท็กซัส" รัฐที่มีน้ำมันท่วมหัวแต่เอาตัวไม่รอด

PostToday Podcast The Expert : “เท็กซัส” รัฐที่มีน้ำมันท่วมหัวแต่เอาตัวไม่รอด

PostToday Podcast The Expert : “เท็กซัส” รัฐที่มีน้ำมันท่วมหัวแต่เอาตัวไม่รอด

ติดตาม PostToday Podcast ได้ที่ https://soundcloud.com/posttoday 

https://w.soundcloud.com/player/?url=https%3A//api.soundcloud.com/tracks/989928301&color=%23ff5500&auto_play=false&hide_related=false&show_comments=true&show_user=true&show_reposts=false&show_teaser=true&visual=true

PostToday · เท็กซัส รัฐที่มีน้ำมันท่วมหัวแต่เอาตัวไม่รอด

จีนวางยุทธศาสตร์ลดพึ่งพาดอลลาร์ เงินหยวนคนใช้มากอันดับ5ของโลก #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/645985

วันที่ 21 ก.พ. 2564 เวลา 18:57 น.จีนวางยุทธศาสตร์ลดพึ่งพาดอลลาร์ เงินหยวนคนใช้มากอันดับ5ของโลก‘สวิฟต์’ เผยสกุลเงินหยวน ครองส่วนแบ่งการชำระเงินทั่วโลกเพิ่ม

จากการรายงานของสำนักข่าวซินหัว สมาคมเพื่อการโทรคมนาคมทางการเงินระหว่างธนาคารทั่วโลก หรือสวิฟต์ (SWIFT) ผู้ให้บริการโอนเงินระดับโลกระบุว่า สกุลเงินเหรินเหมินปี้ (RMB) หรือเงินหยวนของจีนยังคงครองตำแหน่งสกุลเงินที่น่าดึงดูดมากที่สุดอันดับ 5 สำหรับการชำระเงินทั่วโลกเมื่อคิดตามมูลค่าในเดือนมกราคม แต่มีส่วนแบ่งเพิ่มขึ้นในฐานะสกุลเงินสำหรับการชำระเงินทั่วโลก

รายงานประจำเดือนที่ตีพิมพ์โดยสวิฟต์พบว่า ในเดือนมกราคม ส่วนแบ่งของสกุลเงินหยวนในการชำระเงินทั่วโลกคิดเป็น 2.42% เพิ่มขึ้นจากส่วนแบ่ง2.15% ในช่วงเดียวกันของปี 2019

รายงานดังกล่าวระบุว่า มูลค่าของการชำระเงินสกุลหยวนเพิ่มขึ้น 21.34% ในเดือนที่แล้ว เมื่อเทียบกับเดือนธันวาคมปี 2020 ขณะที่การชำระเงินของบรรดาสกุลเงินทั้งหมดมีมูลค่าลดลง 5.86%

รายงานเสริมว่า เขตบริหารพิเศษฮ่องกงทางตอนใต้ของจีนเป็นตลาดที่ใหญ่ที่สุดสำหรับการทำธุรกรรมนอกแผ่นดินใหญ่ โดยเพิ่มขึ้น 75.93% ตามมาด้วยสหราชอาณาจักร สิงคโปร์ และสหรัฐ

เมื่อต้นเดือนกุมภาพันธ์ ธนาคารกลางของจีน (PBOC) ได้ตกลงเป็นพันธมิตรกับ SWIFT เพื่อที่จะยกระดับให้เงินหยวนเป็นสากลและพัฒนาสกุลเงินดิจิทัลของจีน

ข้อตดกลงเป็นพันธมิตรทำให้เกิดหน่วยงานใหม่ คือ Finance Gateway Information Service จดทะเบียนในกรุงปักกิ่งเมื่อวันที่ 16 มกราคมโดยมีเงินทุน 10 ล้านยูโร เป็นทุนในการจัดตั้งบริษัท โดย SWIFT เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ที่สุดโดยมีทุน 55% ผ่านบริษัทย่อยในฮ่องกงในขณะที่ China National Clearing Center ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของ PBOC ถือหุ้น 34%

สำนักข่าว RT รายงานว่าการร่วมทุนดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากมีข้อกังวลว่าสหรัฐอาจตัดจีนหรือฮ่องกงออกจากเครือข่ายการชำระเงินทางการเงิน SWIFT และยังมีเสียงเรียกร้องให้รัฐบาลจีนลดการพึ่งพาเงินดอลลาร์สหรัฐโดยการเพิ่มการใช้เงินหยวนทั่วโลก

Photo by Nicolas ASFOURI / AFP

มาเลย์อย่างไว ได้วัคซีนโควิด-19แล้วเตรียมฉีดสัปดาห์หน้า #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/645976

วันที่ 21 ก.พ. 2564 เวลา 16:36 น.มาเลย์อย่างไว ได้วัคซีนโควิด-19แล้วเตรียมฉีดสัปดาห์หน้ามาเลเซียรับมอบ ‘วัคซีนโควิด-19’ ชุดแรกจากไฟเซอร์-ไบออนเทค เตรียมฉีด 24 ก.พ.

สำนักข่าวซินหัวรายงานว่ามาเลเซียได้รับมอบวัคซีนป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ (โควิด-19) ชุดแรก ซึ่งจะช่วยเพิ่มความสามารถในการต่อสู้กับโรคโควิด-19 ของประเทศ

วัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ราว 312,390 โดส ซึ่งพัฒนาร่วมกันโดยไฟเซอร์ (Pfizer) บริษัทเภสัชภัณฑ์สัญชาติสหรัฐฯ และไบออนเทค (BioNTech) บริษัทเภสัชภัณฑ์สัญชาติเยอรมัน ถูกจัดส่งถึงท่าอากาศยานนานาชาติกัวลาลัมเปอร์ และได้รับการต้อนรับโดยคณะเจ้าหน้าที่มาเลเซีย

หลังรับมอบวัคซีนโควิด-19 ไครี จามาลุดดิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมมาเลเซีย แถลงต่อสื่อว่าระยะแรกของโครงการฉีดวัคซีนแห่งชาติจะเริ่มขึ้นในวันพุธนี้ (24 ก.พ.) ซึ่งเร็วกว่ากำหนดการเดิม โดยมูห์ยิดดิน ยัสซิน นายกรัฐมนตรีมาเลเซียจะเป็นผู้ได้รับวัคซีนคนแรก

จามาลุดดินเสริมว่า วัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ของซิโนแวค บริษัทเภสัชภัณฑ์สัญชาติจีนมีกำหนดการมาถึงมาเลเซียในวันที่ 27 ก.พ. โดยวัคซีนตัวอื่นมีกำหนดมาถึงภายหลัง

รัฐบาลมาเลเซียระบุว่า นับถึงเดือนกุมภาพันธ์ 2021 มาเลเซียสำรองวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 แล้ว 66.7 ล้านโดส ผ่านทางโครงการโคแวกซ์ (COVAX) และการสั่งซื้อระยะแรกจากบริษัทผลิตวัคซีนโควิด-19 จำนวน 5 แห่ง โดยรัฐบาลตั้งเป้าจะฉีดวัคซีนให้ได้อย่างน้อยร้อยละ 80 ของจำนวนประชากรทั้งประเทศ

โครงการฉีดวัคซีนจะดำเนินการใน 3 ระยะ คือ ระยะที่ 1 จะฉีดให้กับบุคลากรแนวหน้าซึ่งครอบคลุมประชาชนราว 5 แสนคน ระยะที่ 2 จะฉีดให้กับกลุ่มผู้มีความเสี่ยงสูง และระยะที่ 3 จะฉีดให้กับผู้ใหญ่อายุตั้งแต่ 18 ปีขึ้นไปทั้งหมด โดยคาดว่าโครงการทั้งหมดจะเสร็จสิ้นภายในเดือนกุมภาพันธ์ปี 2022

ทั้งนี้ เมื่อวันเสาร์ (20 ก.พ.) มาเลเซียมีรายงานพบผู้ป่วยโควิด-19 เพิ่ม 2,936 ราย ส่งผลให้ยอดผู้ป่วยสะสมอยู่ที่ 277,811 ราย และมีรายงานพบผู้ป่วยเสียชีวิตเพิ่ม 13 ราย ส่งผลให้ยอดผู้ป่วยเสียชีวิตสะสมอยู่ที่ 1,043 ราย

ขอบคุณเนื้อหาข่าวจากสำนักข่าวซินหัว

Photo by FANDY AZLAN / Malaysia’s Department of Information / AFP

ไข้หวัดนก H5N8 ติดคนครั้งแรกที่รัสเซีย เป็นภัยคุกคามครั้งใหม่หรือไม่? #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/645967

วันที่ 21 ก.พ. 2564 เวลา 14:30 น.ไข้หวัดนก H5N8 ติดคนครั้งแรกที่รัสเซีย เป็นภัยคุกคามครั้งใหม่หรือไม่?หลังจากมีรายงานเรื่องการติดเชื้อไข้หวัดนกสายพันธุ์ H5N8 แพร่สู่มนุษย์ เรื่องนี้เป็นความกังวลหรือไม่หรือเป็นแค่กรณีติดเชื้อในวงแคบๆ ?

1. ทางการรัสเซียกล่าวเมื่อวันเสาร์ว่านักวิทยาศาสตร์ได้ตรวจพบกรณีการแพร่เชื้อไข้หวัดนกสายพันธุ์ H5N8 จากนกสู่คนเป็นรายแรกของโลกและได้แจ้งเตือนองค์การอนามัยโลกแล้ว

2. อันนา โปโปวา ผู้อำนวยการสำนักงานคุ้มครองผู้บริโภคกล่าวว่านักวิทยาศาสตร์จากห้องปฏิบัติการ Vektor ได้แยกสารพันธุกรรมของสายพันธุ์จากคนงาน 7 คนในฟาร์มสัตว์ปีกทางตอนใต้ของรัสเซียซึ่งพบการระบาดของไข้หวัดนกในเดือนธันวาคม

3. คนงานไม่ได้รับผลกระทบด้านสุขภาพที่ร้ายแรงใดๆ และเชื่อว่าพวกเขติดเชื้อไวรัสจากสัตว์ปีกในฟาร์ม โปโปวากล่าวว่าการพบการติดเชื้อในมนุษย์นี้ถือ “การค้นพบครั้งสำคัญทางวิทยาศาสตร์” และบอกแค่เพียงว่าต้องใช้เวลาในการจะบอกว่าว่าไวรัสสามารถกลายพันธุ์ต่อไปได้หรือไม่

4. H5N8 เป็นชนิดย่อยของไวรัสไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ A (บางครั้งเรียกว่าไข้หวัดนก คือ H5N1) และเป็นอันตรายต่อนกป่าและสัตว์ปีกอย่างมาก โดยทั่วไปแล้ว H5N8 จะไม่เกี่ยวข้องกับมนุษย์ จนกระทั่งมีการค้นพบว่ามันติดสู่มนุษย์ที่รัสเซีย

5. ไวรัสไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ A หรือ Influenza A virus มีหลาย แอนติเจน (Antigen) หรือสารที่แปลกปลอมหรือเป็นพิษต่อร่างกาย ในเวลานี้มีแอนติเจน H ที่รู้จักกัน 18 ชนิด (H1 ถึง H18) และแอนติเจน N ที่รู้จักกัน 11 ชนิด (N1 ถึง N11) ไวรัสแต่ละตัวยังกลายพันธุ์แยกย่อยลงไปอีก

6. ในส่วนของไข้หวัดที่ติดในหมู่มนุษย์จะเรียกว่า “ไวรัสไข้หวัดใหญ่ของมนุษย์” หมายถึงชนิดย่อยที่แพร่กระจายอย่างกว้างขวางในหมู่มนุษย์คือสายพันธุ์ H1N1, H1N2 และ H3N2 เป็นไวรัสไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ A จำนวนนี้เท่านั้นที่รู้จักกันในปัจจุบันที่ระบาดในหมู่มนุษย์

7. โดยปกติ ไข้หวัดนกไม่ติดต่อกับมนุษย์ แต่เมื่อเชื้อไวรัสกลายพันธุ์มนุษย์จะติดไวรัส เรียกว่า “ไข้หวัดนกในมนุษย์” มักเกิดขึ้นในฤดูหนาวและฤดูใบไม้ผลิ และส่วนใหญ่เป็นคนหนุ่มสาว จากอายุ 18 – 20 ปี และมีอัตราการตายสูงกว่า 60%

8. โปโปวากล่าวว่า “การค้นพบการกลายพันธุ์เหล่านี้ในเวลาที่ไวรัสยังไม่ได้กลายพันธุ์จนสามารถทำให้เกิดการติดจากคนสู่คนได้ ทำให้เราทั้งโลกมีเวลาเตรียมตัวสำหรับการกลายพันธุ์ (จากคนสู่คน) ที่อาจจะเกิดขึ้นได้และมีเวลาตอบสนองอย่างเพียงพอและทันท่วงที”

9. องค์การอนามัยโลกกล่าวว่าไข้หวัดนกสู่มนุษย์มักจะติดเชื้อจากการสัมผัสโดยตรงกับสัตว์หรือสภาพแวดล้อมที่ปนเปื้อนและไม่มีการแพร่เชื้อในมนุษย์อย่างต่อเนื่อง

10. อย่างไรก็ตาม เกวนาเอง วูร์ช หัวหน้าฝ่ายวิจัยของสถาบันการเกษตรอาหารและสิ่งแวดล้อมแห่งชาติของฝรั่งเศสกล่าวว่าเป็นที่ทราบกันดีว่าไวรัสไข้หวัดใหญ่มีวิวัฒนาการ “ค่อนข้างเร็ว” และอาจมีกรณีอื่นๆ นอกเหนือจากที่รายงานในรัสเซียเขาบอกว่านี่อาจเป็นแค่ “ปลายยอดของภูเขาน้ำแข็งเท่านั้น”

Photo by SAM PANTHAKY / AFP

ชาวเท็กซัสไม่เคยเจอหนาวจัด ยังต้องกระอักค่าไฟพุ่งเป็นแสน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/645956

วันที่ 21 ก.พ. 2564 เวลา 12:26 น.ชาวเท็กซัสไม่เคยเจอหนาวจัด ยังต้องกระอักค่าไฟพุ่งเป็นแสนนอกจากจะเจอกับวิกฤตสภาพอากาศแล้ว ชาวเท็กซัสยังจะต้องจ่ายบิลค่าไฟที่ทำให้หลายคนแทบจะกลายเป็นยาจก

จากสภาพอากาศหนาวจัดและหิมะตกหนักในรัซเท็กซัสในรอบหลายสิบปี ทำให้รัฐที่ปกติแล้วมีสภาพอากาศร้อนปรับตัวไม่ทันทำให้ความต้องการไฟฟ้าเพื่อสร้างความอบอุ่นเพิ่มสูงขึ้นจนระบบรับไม่ไหวและเกิดไฟฟ้าดับหลายพื้นที่ ชาวเท็กซัสบางคนเจอบิลค่าไฟสูงถึงครึ่งล้าน ส่วนใหญ่เจอในอัตราครึ่งแสน

สำนักข่าว The New York Times รายงานว่า สก็อตต์ วิลละบีทหารผ่านศึกวัย 63 ปีที่อาศัยจ่ายเงินประกันสังคมในย่านชานเมืองดัลลัสกล่าวว่าเขาบอกว่าเขาต้องเสียเงินในบัญชีออมทรัพย์ของเขาไปเกือบหมดแล้วเพื่อที่เขาจะนำเงินจ่ายค่าไฟฟ้า 16,752 เหรียญสหรัฐ (ราว 502,308 บาท) ที่เรียกเก็บจากบัตรเครดิตของเขา ซึ่งสูงถึง 70 เท่าของค่าใช้จ่ายทั้งหมดในบ้านรวมกัน

เดวิด แอสไตรน์ ผู้อาศัยในเมืองฮิวสตันวัย 36 ปีซึ่งเป็นผู้อำนวยการฝ่ายทรัพยากรบุคคลของบริษัทผู้ผลิตรายหนึ่งกล่าวกับ Bloomberg ว่าจนถึงขณะนี้เขาถูกเรียกเก็บเงิน 2,738.66 เหรียญสหรัฐ (ราว 82,118.72 บาท) ในเดือนนี้เทียบกับค่าไฟฟ้า 129.85 เหรียญสหรัฐ (ราว 3,893.55 บาท) เมื่อเดือนมกราคมสำหรับบ้านแบบสามห้องนอนพร้อมอพาร์ตเมนต์โรงรถเดี่ยว เขาและภรรยาเลิกใช้เครื่องล้างจาน เครื่องซักผ้า และเครื่องอบผ้า และเปิดไฟให้น้อยที่สุดในตอนกลางคืน แต่เก็บเครื่องทำความร้อนให้กับลูกชายวัย 5 เดือนของพวกเขา

แอสไตรน์เป็นหนึ่งในกลุ่มผู้บริโภคที่ต้องเผชิญกับการจ่ายเงินค่าไฟที่สูงมากหลังจากพายุถล่ม หลายคนใช้โซเชียลมีเดียเพื่อแชร์บิลค่าไฟฟ้าที่สูงถึง 8,000 เหรียญสหรัฐ (ราว 239,880 บาท) พวกเขาส่วนใหญ่เป็นลูกค้าของ Griddy Energy ซึ่งเป็นผู้จัดหาพลังงานไฟฟ้าในเท็กซัสที่มีรูปแบบธุรกิจที่ไม่เหมือนใคร

บริษัทนี้จะเรียกเก็บค่าไฟฟ้าตามราคาแบบเรียลไทม์ในตลาดขายส่งไฟฟ้า ดังนั้นจึงทำให้ผู้บริโภคได้รับความผันผวนอย่างเต็มที่ Griddy เห็นปัญหาที่กำลังเกิดขึ้นและยังเรียกร้องให้ลูกค้ารายเปลี่ยนไปใช้ผู้ให้บริการรายอื่นไปก่อน ภายในวันอาทิตย์ 20% มีลูกค้าที่สามารถเปลี่ยนไปใช้ผู้บริการรายอื่นได้ แต่หลายคนยังไม่ได้รวมถึงแอสไตรน์

เกร็ก แอ็บอต ผู้ว่าการรัฐเท็กซัสเรียกประชุมฉุกเฉินในวันเสาร์เพื่อแก้ไขปัญหาการเพิ่มขึ้นของราคาไฟฟ้า เขากล่าวว่าเขากำลังทำงานร่วมกับสมาชิกสภานิติบัญญัติเพื่อหาวิธีแก้ปัญหาเพื่อ “ตรวจสอบให้แน่ใจว่าเท็กซัสไม่ติดปัญหาเรื่องค่าพลังงานที่พุ่งสูงขึ้นอย่างไม่มีเหตุผล”

Photo by Suzanne CORDEIRO / AFP

ชาติตะวันตกรุมประณามเมียนมายิงผู้ประท้วงตาย 2 ราย #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/645940

วันที่ 21 ก.พ. 2564 เวลา 09:58 น.ชาติตะวันตกรุมประณามเมียนมายิงผู้ประท้วงตาย 2 รายเมียนมามาเริ่มหนักขึ้นเรื่อยๆ ชาติตะวันตกก็เตรียมงัดไม้แข็งมาใช้จัดการกับทหารเมียนมา

เจ้าหน้าที่หน่วยฉุกเฉินระบุว่ามีผู้เสียชีวิต 2 คนในเมืองมัณฑะเลย์เมืองใหญ่อันดับที่สองของเมียนมาร์เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมาเมื่อตำรวจและทหารยิงเพื่อสลายการประท้วงต่อต้านการรัฐประหาร เจ้าหน้าที่หน่วยฉุกเฉินกล่าวว่าเป็นวันที่นองเลือดที่สุดในการเดินขบวนนานกว่าสองสัปดาห์

การเผชิญหน้าเริ่มต้นขึ้นเมื่อกองกำลังความมั่นคงในมัณฑะเลย์พยายามที่จะบุกอู่ต่อเรือและกักขังพนักงานท่าเรือที่นัดหยุดงานประท้วงการยึดอำนาจของกองทัพ เจ้าหน้าที่หน่วยฉุกเฉินกล่าวว่ากองกำลังใช้กระสุนยางและแก๊สน้ำตากับฝูงชนที่เริ่มขว้างก้อนหินเพื่อต่อต้านการเข้าจับกุม

หลังจากเหตุนองเลือดชาติตะวันตกมีปฏิกิริยารุนแรงในทันที รัฐบาลฝรั่งเศสได้ประณามการใช้ความรุนแรงของกองกำลังความมั่นคงเมียนมาต่อผู้ประท้วงอย่างสันติซึ่งทำให้มีผู้เสียชีวิตหลายคน โดยกระทรวงการต่างประเทศกล่าว ในแถลงการณ์เมื่อวันเสาร์ว่า “ความรุนแรงที่เกิดขึ้นในมัณฑะเลย์ในวันนี้เป็นสิ่งที่ยอมรับไม่ได้”

โดมินิก ราอาบรัฐมนตรีต่างประเทศสหราชอาณาจักรกล่าวว่าจะพิจารณาดำเนินการเพิ่มเติมกับผู้ที่เกี่ยวข้องกับความรุนแรงต่อผู้คนที่ประท้วงการรัฐประหารของเมียนมา

“การยิงผู้ประท้วงอย่างสันติในเมียนมาเป็นเรื่องที่เลวร้ายมากเ ราจะพิจารณาดำเนินการต่อไปร่วมกับพันธมิตรระหว่างประเทศของเราเพื่อจัดการกับผู้ทำลายประชาธิปไตยที่บดขยี้ฝ่ายที่ต่อต้านการกระทำนั้น” ราอาบกล่าวในทวีต

สหราชอาณาจักรได้กำหนดมาตรการคว่ำบาตรนายพลเมียนมา 3 คนในวันพฤหัสบดีโดยกล่าวหาว่าพวกเขาละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างร้ายแรงหลังการรัฐประหาร

หัวหน้านโยบายต่างประเทศของสหภาพยุโรปประณามความรุนแรงที่หนักข้อขึ้นเรื่อยๆ ในเมียนมาร์หลังจากผู้ประท้วงสองคนถูกสังหารขณะที่กองกำลังรักษาความปลอดภัยระดมยิงด้วยกระสุนจริง และกล่าวว่าอียูจะ “ตัดสินใจอย่างเหมาะสม” ต่อไป

“ผมขอประณามการใช้ความรุนแรงต่อผู้ประท้วงพลเรือนอย่างสันติโดยกองทัพ ขอให้ทหารและกองกำลังความมั่นคงทั้งหมดในเมียนมาหยุดความรุนแรงต่อพลเรือนโดยทันที” โจเซป บอร์เรล ผู้แทนระดับสูงและรองประธานาธิบดีของสหภาพยุโรปกล่าวในทวีต

เขากล่าวว่าการประชุมที่กรุงบรัสเซลส์ของรัฐมนตรีต่างประเทศสหภาพยุโรปในวันจันทร์นี้ “จะหารือ … เหตุการณ์ล่าสุดในเมียนมาร์เพื่อตัดสินใจอย่างเหมาะสม”

ด้าน เน็ด ไพรซ์โฆษกกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯกล่าวในทวีตว่า สหรัฐ “กังวลอย่างยิ่ง” จากรายงานที่ว่ากองกำลังความมั่นคงของเมียนมายิงผู้ประท้วงและยังคงกักขังและคุกคามผู้ประท้วงและคนอื่นๆอย่างต่อเนื่อง” และกล่าวว่า “เรายืนหยัดเคียงข้างชาวพม่า (Burma)”

อันโตนิโอ กูเตอร์เรสเลขาธิการสหประชาชาติประณามการใช้ “ความรุนแรงร้ายแรง” ในระยะประชิดต่อชาวเมียนมา เขากล่าวว่า “การใช้กำลังร้ายแรงการข่มขู่และการคุกคามต่อผู้ประท้วงอย่างสันติเป็นสิ่งที่ยอมรับไม่ได้” 

Photo by STR / AFP