เทกซัสวิกฤต หนาวจนน้ำไม่ไหลชาวบ้านต้องแซะหิมะไปต้มดื่ม #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/645907

วันที่ 20 ก.พ. 2564 เวลา 18:30 น.เทกซัสวิกฤต หนาวจนน้ำไม่ไหลชาวบ้านต้องแซะหิมะไปต้มดื่มพายุฤดูหนาวเล่นงานเทกซัสต่อเนื่อง ชาวบ้านกว่าครึ่งยังไม่มีน้ำใช้ จนต้องแซะหิมะไปต้ม  

พายุฤดูหนาวที่ถล่มรัฐเทกซัสของสหรัฐส่งผลให้ระบบน้ำประปาในพื้นที่ 177 เคาน์ตีจากทั้งหมด 254 เคาน์ตีไม่สามารถจ่ายน้ำได้ ทำให้ชาวเทกซัสกว่า 14 ล้านคนไม่มีน้ำประชาใช้ จนชาวบ้านส่วนใหญ่ต้องออกไปแซะหิมะที่ตกค้างอยู่บนกำแพงบ้านมาต้มเป็นน้ำดื่มน้ำใช้

นอกจากนี้ ชาวบ้านบางส่วนยังประสบปัญหาเพดานบ้านพังถล่ม อันเนื่องมาจากท่อน้ำประปาในบ้านระเบิดเพราะอุณหภูมิติดลบ ตลอดช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา

เบื้องต้นทางการส่งรถบบนทุกน้ำราว  1 ล้านแกลลอนไปแจกจ่ายประชาชนที่เดือดร้อนในเมืองออสติน ขณะที่เมืองฮุสตันมีการแจกจ่ายน้ำบรรจุขวด

ชาวเมืองเทกซัสเข้าคิวรับน้ำแจกที่สนามกีฬาเดลมาร์ในเมืองฮุสตัน

Photo by Justin Sullivan/Suzanne CORDEIRO/AFP

รมว.สธ.อาร์เจนตินาลาออกเซ่นกรณีเพื่อนสนิทใช้อภิสิทธิ์ฉีดวัคซีนก่อน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/645901

วันที่ 20 ก.พ. 2564 เวลา 16:30 น.รมว.สธ.อาร์เจนตินาลาออกเซ่นกรณีเพื่อนสนิทใช้อภิสิทธิ์ฉีดวัคซีนก่อนรัฐมนตรีสาธารณสุขอาร์เจนตินาลาออกหลังเพื่อนอ้างความสนิทสนมแซงคิวฉีดวัคซีนก่อนคนอื่น

สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานว่า จีเนส กอนซาเลส การ์ซี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขอาร์เจนตินาลาออกจากตำแหน่ง หลังมีคำสั่งจากประธานาธิบดี อัลแบร์โต เฟอร์นันเดซ เนื่องจากบุคคลใกล้ชิดอ้างความสัมพันธ์ส่วนตัวเพื่อให้ได้ฉีดวัคซีนต้าน Covid-19 ก่อนประชาชนทั่วไป

กรณีอื้อฉาวนี้กลายเป็นข่าวใหญ่หลังจาก โฮราซิโอ เวอร์บิตสกี นักข่าววัย 71 ปีเพื่อนของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขเปิดเผยว่า ต้องขอบคุณความสนิทสนมระหว่างเขากับกอนซาเลส การ์ซีที่ทำให้เขาได้รับการฉีดวัคซีนก่อนชาวอาร์เจนตินาคนอื่นๆ

นอกจากนี้ สื่อท้องถิ่นยังรายงานว่า ยังมีบุคคลที่ใกล้ชิดกับรัฐบาลอีกหลายคนที่ได้อภิสิทธิ์ในการลัดคิวฉีดวัคซีนที่กระทรวงสาธารณสุข

ตั้งแต่เดือน ธ.ค.ปีที่แล้ว ทางการอาร์เจนตินาใช้วัคซีน Sputnik V ฉีดให้บุคลากรทางการแพทย์ที่ปฏิบัติหน้าที่ในแนวหน้า และเพิ่งเริ่มฉีดวัคซีนให้กลุ่มผู้สูงอายุตั้งแต่ 70 ปีขึ้นไปเมื่อวันพุธที่ผ่านมาในกรุงบัวโนสไอเรส

สองสาวมะกันแต่งตัวเป็นคนแก่แซงคิวฉีดวัคซีน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/645889

วันที่ 20 ก.พ. 2564 เวลา 14:30 น.สองสาวมะกันแต่งตัวเป็นคนแก่แซงคิวฉีดวัคซีน2 สาวอเมริกันลงทุนปลอมตัวเป็นคนแก่เพื่อให้ได้ฉีดวัคซีนก่อนคนอื่น

ราอูล พิโน ผู้อำนวยการกระทรวงสาธารณสุขรัฐฟลอริดาในเขตออเรนจ์เคาน์ตีแถลงข่าวว่า มีหญิง 2 รายอายุ 34 และ 44 ปีเดินทางมาที่ศูนย์ฉีดวัคซีนต้าน Covid-19 โดยแต่งตัวให้ดูเหมือนผู้สูงอายุด้วยการสวมหมวก ถุงมือ และแว่นตา เพื่อให้ได้ฉีดวัคซีนเข็มที่สอง

พิโนเผยว่าผู้หญิงทั้งสองคนมีบัตรสำหรับเข้ารับการฉีดวัคซีนเข็มแรกอย่างถูกต้อง แต่ถูกปฏิเสธไม่ให้ฉีดเข็มที่สอง เนื่องจากเจ้าหน้าที่ตรวจสอบพบว่าวันเดือนปีเกิดของทั้งคู่ไม่ตรงกับที่ลงทะเบียนไว้ แม้ว่าชื่อจะตรงกันก็ตาม

เจ้าหน้าที่สาธารณสุขยังไม่ทราบว่าหญิงทั้งสองรายนี้ได้รับวัคซีนเข็มแรกได้อย่างไร และยังตั้งข้อสังเกตว่าพวกเธออาจปลอมตัวแบบครั้งล่าสุดนี้

เหตุการณ์นี้ทำให้เขตออเรนจ์เคาน์ตียกระดับการรักษาความปลอดภัยบริเวณศูนย์ฉีดวัคซีน โดยพิโนกล่าวว่า “ขณะนี้วัคซีนเป็นสิ่งที่ผู้คนต้องการมากที่สุด เราต้องระมัดระวังมากๆ สำหรับเงินทุนและทรัพยากรที่เราได้รับมา”

ขณะนี้รัฐฟลอริดากำหนดให้กลุ่มผู้สูงอายุตั้งแต่ 65 ปีขึ้นไป ผู้สูงอายุที่พักอาศัยในบ้านพักคนชรา และเจ้าหน้าที่สาธารณสุขที่ต้องสัมผัสกับผู้ป่วยโดยตรงได้รับวัคซีนเป็นกลุ่มแรก

Photo by Federico PARRA / AFP

หวั่นกระทบมรดกโลก นักอนุรักษ์ค้านกัมพูชาสร้างสวนสนุกใกล้นครวัด #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/645881

วันที่ 20 ก.พ. 2564 เวลา 12:30 น.หวั่นกระทบมรดกโลก นักอนุรักษ์ค้านกัมพูชาสร้างสวนสนุกใกล้นครวัด นักอนุรักษ์และยูเนสโกหวั่นว่าการสวนสนุกแห่งนี้จะสร้างความเสียหายให้นครวัดซึ่งเป็นมรดกโลก

องค์การเพื่อการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ หรือยูเนสโก ออกแถลงการณ์ถึงแผนการก่อสร้างสวนสนุกใกล้กับนครวัดของกัมพูชาว่า “ความใกล้เคียงกันของโครงการกับพื้นที่ที่ได้รับการปกป้องของนครวัด รวมทั้งขนาด ขอบเขต และแนวคิดของกิจกรรมต่างๆ อาจส่งผลกระทบต่อความโดดเด่นของนครวัดที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกของยูเนสโก” 

และยังระบุอีกว่า บรรดาผู้เชี่ยวชาญด้านการอนุรักษ์และการพัฒนาที่ยั่งยืนต่างแสดงความกังวลและแนะนำให้ยกเลิกการก่อสร้างสวนสนุกดังกล่าว 

เช่นเดียวกับชาวกัมพูชาบางส่วนที่ไม่ต้องการให้มีการก่อสร้าง โดย Leng Chentha ชาวกัมพูชาในกรุงพนมเปญเผยกับ Radio Free Asia ว่า ไม่สนับสนุนการก่อสร้างหากสวนสนุกทำลายความงดงามของนครวัด 

เมื่อเดือน พ.ย.ปีที่แล้ว รัฐบาลกัมพูชาตกลงให้บริษัท NagaCorp ที่ตั้งอยู่ในฮ่องกงซึ่งเป็นผู้ดำเนินกิจการคาสิโนที่ใหญ่ที่สุดในกัมพูชา เช่าที่ดินใกล้กับนครวัดเป็นเวลา 50 ปี

โดยบริษัทมีแผนสร้างสวนสนุกและโรงแรม Angkor Lake of Wonder ขนาด 750,000 ตารางเมตร ซึ่งอยู่ห่างจากนครวัดเพียง 500 เมตร 

ขณะนั้นบริษัทระบุว่า จะโปรโมทโครงการสวนสนุกมูลค่าการลงทุน 350 ล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งมีกำหนดการเปิดให้บริการในปี 2025 ร่วมกับนครวัดให้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวคู่แฝดของกัมพูชา 

ส่วน พาย สีพัน โฆษกรัฐบาล ยืนยันว่าสวนสนุกแห่งใหม่จะไม่กระทบกับนครวัด 

หลังจากนี้ ยูเนสโกมีแผนจะพิจารณาตรวจสอบแผนการก่อสร้างสวนสนุกดังกล่าวในที่ประชุมคณะกรรมการมรดกโลกที่จะจัดขึ้นในเดือน มิ.ย.นี้ และจะติดต่อประสานงานกับทางการกัมพูชาเพื่อให้แน่ใจว่าการปกป้องนครวัดคือเรื่องสำคัญเร่งด่วนที่สุด

ทั้งนี้ นครวัดสร้างขึ้นในคริสต์ศตวรรษที่ 12 ในยุคจักรวรรดิเขมร และได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นแหล่งมรดกโลกโดยยูเนสโกเมื่อปี 1992

Photo by TANG CHHIN Sothy / AFP

เตือนระวังแอพ Clubhouse ปลอมเสี่ยงถูกแฮกเกอร์เล่นงาน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/645876

วันที่ 20 ก.พ. 2564 เวลา 10:34 น.เตือนระวังแอพ Clubhouse ปลอมเสี่ยงถูกแฮกเกอร์เล่นงานผู้เชี่ยวชาญเตือนคนอยากเล่น Clubhouse ระวังแอพพลิเคชั่นปลอม เผลอคลิกอาจถูกแฮกเกอร์ล้วงข้อมูล

แคสเปอร์สกี (Kaspersky) บริษัทซอฟท์แวร์รักษาความปลอดภัยบนอินเทอร์เน็ตเตือน ความนิยมของแอพพลิเคชั่น Clubhouse ที่กำลังฮิตในขณะนี้อาจเป็นช่องทางให้แฮกเกอร์ปล่อยมัลแวร์เพื่อล้วงข้อมูลผู้ใช้

เดนิส เลเกโซ ผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ของแคสเปอร์สกีเผยว่า มีความเป็นไปได้ 2 ทางที่แฮกเกอร์จะใช้โจมตีผู้ใช้งานคือ การขายคำเชิญและแอพพลิเคชั่นปลอม โดยการซื้อขายคำเชิญถือเป็นการสร้างรายได้เล็กๆ น้อยๆ แต่แอพพลิเคชั่นปลอมนั้นร้ายแรงกว่า

เลเกโซอธิบายว่า แฮกเกอร์อาจสร้างแอพพลิเคชั่น Clubhouse ปลอมขึ้นมาแล้วแฝงมัลแวร์ไว้ เมื่อผู้ใช้งานโหลดแอพพลิเคชั่นปลอม แฮกเกอร์สามารถเข้าถึงข้อมูลต่างๆ ของผู้ใช้ตามการตั้งค่าความปลอดภัย เช่น การระบุตำแหน่งที่อยู่ของอุปกรณ์ การบันทึกเสียงและวิดีโอ และการส่งข้อความต่างๆ

นอกจากนี้ ยังสามารถใช้เทคนิคอื่นๆ หลอกเอาข้อมูลเพิ่มเติมได้ เช่น หากสามารถใช้งานและเข้าถึงฟังก์ชันการบันทึกเสียงในอุปกรณ์ได้ก็จะสามารถใช้การบันทึกเสียงคุณภาพสูงเพื่อฝึกอัลกอริทึมของเครื่อง และสร้างการปลอมแปลงหรือ Deep Fake ที่ซับซ้อนมากขึ้น

ทางแคสเปร์สกีแนะนำให้ผู้ใช้งานหมั่นอัพเดตแอพพลิเคชั่น ตรวจเช็กการตั้งค่าความปลอดภัยบนสมาร์ทโฟนสม่ำเสมอ และระมัดระวังการดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่นต่างๆ

Photo by Odd ANDERSEN / AFP

ชี้ประเทศร่ำรวยกักตุนวัคซีนเกินความต้องการใช้กว่าล้านโดส #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/645846

วันที่ 19 ก.พ. 2564 เวลา 20:15 น.ชี้ประเทศร่ำรวยกักตุนวัคซีนเกินความต้องการใช้กว่าล้านโดสประเทศร่ำรวยตุนวัคซีนเกินความต้องการใช้ทำประเทศยากจนขาดแคลน

กลุ่ม ONE Campaign ซึ่งรณรงค์ต่อต้านความยากจนเผยว่า บรรดาประเทศร่ำรวยมีวัคซีนต้าน Covid-19 มากกว่าปริมาณที่ต้องการใช้ ส่งผลให้ประเทศยากจนต้องดิ้นรนตามหาวัคซีนที่เหลือ

รายงานของ ONE Campaign ศึกษาการทำสัญญาซื้อขายวัคซีนต้าน Covid-19 กับผู้ผลิตรายใหญ่ 5 ราย ได้แก่ ไฟเซอร์-ไบโอเอ็นเทค (Pfizer-BioNTech) โมเดอร์นา (Moderna) ออกซ์ฟอร์ด-แอสตราเซเนกา (Oxford-AstraZeneca) จอห์นสันแอนด์จอห์นสัน (Johnson & Johnson) และโนวาแว็กซ์ (Novavax)

การศึกษาพบว่า จนถึงขณะนี้สหรัฐ สหภาพยุโรป อังกฤษ ออสเตรเลีย แคนาดา และญี่ปุ่น มีวัคซีนรวมกันมากกว่า 3,000 ล้านโดส เกินกว่าปริมาณที่ต้องใช้ฉีดให้ประชากรทั้งหมดทั้งหมดคนละ 2 โดส (รวม 2,060 ล้านโดส) ถึงกว่า 1 ล้านโดส

“ส่วนเกินจำนวนมหาศาลนี้ส่อเค้าของการเป็นลัทธิวัคซีนชาตินิยม” เจนนี ออตเทนฮอฟฟ์ ประธานอาวุโสฝ่ายนโยบายของ ONE Campaign กล่าว

ONE Campaign ยังเรียกร้องให้ประเทศร่ำรวย อาทิ สหรัฐ และอังกฤษ แบ่งปันวัคซีนส่วนเกินของตัวเองให้ประเทศอื่น ซึ่งหากประเทศเหล่านี้ไม่ทำ อาจทำให้พลเมืองโลกอีกนับพันล้านคนไม่ได้วัคซีน ส่งผลให้ท้ายที่สุดการระบาดจะยืดระยะเวลาออกไปอีก

ขณะที่องค์การอนามัยโลก (WHO) เรียกร้องให้ประเทศที่มีวัคซีนเกินความต้องการแบ่งปันวัคซีนผ่านโครงการโคแว็กซ์ (COVAX) ซึ่งเป็นโครงการแจกจ่ายวัคซีนของ WHO เพื่อความเท่าเทียม

Photo by Sajjad HUSSAIN / AFP

วิจัยเผยสตรีมีครรภ์เสี่ยงต่อโควิด-19 มากกว่าคนทั่วไป #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/645833

วันที่ 19 ก.พ. 2564 เวลา 19:30 น.วิจัยเผยสตรีมีครรภ์เสี่ยงต่อโควิด-19 มากกว่าคนทั่วไปงานวิจัยจากสหรัฐอเมริกาพบว่าอัตราการติดโควิด-19 ในสตรีมีครรภ์สูงกว่าคนกลุ่มอื่นในอายุใกล้เคียงกันถึง 70%

งานวิจัยที่ตีพิมพ์ลงบนวารสารวิชาการด้านสูติศาสตร์และนรีเวชวิทยา (American Journal of Obstetrics and Gynecology) จากสหรัฐอเมริการะบุว่าอัตราการติดโควิด-19 ในผู้หญิงตั้งครรภ์สูงกว่าคนกลุ่มอื่นๆ ที่มีอายุใกล้เคียงกันถึง 70% นอกจากนี้ยังพบว่าอัตราการติดเชื้อในหญิงตั้งครรภ์ที่เป็นคนผิวสีสูงกว่าที่คาดไว้ 2 ถึง 4 เท่า

ทีมวิจัยซึ่งนำโดยมหาวิทยาลัยวอชิงตันในซีแอตเทิลได้วิเคราะห์ข้อมูลจากผู้ป่วยโควิด-19 ที่ตั้งครรภ์จำนวน 240 รายจากสถานพยาบาลทั้งหมด 35 แห่ง

จากการศึกษาพบว่าอัตราการติดเชื้อในหญิงตั้งครรภ์ในรัฐวิชิงตันอยู่ที่ 13.9 จาก 1,000 แต่หากไม่รวมผู้ป่วยที่ไม่แสดงอาการ 45 คน อัตราการติดเชื้อจะอยู่ที่ 11.3 จาก 1,000 ขณะที่คนกลุ่มอื่นในช่วงอายุ 20 ถึง 39 ปี ที่ไม่ได้ตั้งครรภ์มีอัตราการติดเชื้อคิดเป็น 7.3 จาก 1,000

นอกจากนี้ความเสี่ยงที่จะมีอาการรุนแรงหรือเสียชีวิตโดยเฉพาะอย่างยิ่งหากมีโรคประจำตัว เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงของร่างกายและระบบภูมิคุ้มกัน สตรีมีครรภ์อาจได้รับผลกระทบร้ายแรงจากการติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจ

นักวิจัยระบุว่าสตรีมีครรภ์ไม่ได้รับการคุ้มครองจากโควิด-19 ในช่วงที่เริ่มเกิดการแพร่ระบาด โดยมีอัตราการติดเชื้อจำนวนมากในชนกลุ่มน้อยและกลุ่มชาติพันธุ์ทุกเชื้อชาติ

อัตราการติดเชื้อสูงอาจเป็นผลมาจากการที่บทบาทของพวกเขาอยู่ในฐานะผู้ดูแลครอบครัว, อาศัยอยู่ในครัวเรือนขนาดใหญ่, ต้องเดินทางไปยังสถานพยาบาลหรือสถานรับเลี้ยงเด็ก, ประกอบอาชีพในอุตสาหกรรมที่มีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อ อาทิ สาธารณสุข การศึกษา ภาคบริการ หรือปัจจัยอื่นๆ

ทีมวิจัยระบุว่าต้องทำความเข้าใจเกี่ยวกับการกระจายทางภูมิศาสตร์ และเชื้อชาติของการติดเชื้อในผู้ป่วยตั้งครรภ์ เพื่อให้สามารถกำหนดเป้าหมายเพื่อดำเนินการด้านสาธารณสุขให้แก่ผู้หญิงตั้งครรภ์ที่มีความเสี่ยงสูง และป้องกันผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อมารดาและทารกในครรภ์

พร้อมแนะนำว่าควรให้ความสำคัญกับสตรีมีครรภ์ในการฉีดวัคซีนต้านโรคโควิด-19 ซึ่งขณะนี้ทางการยังไม่แนะนำให้สตรีมีครรภ์เข้ารับการฉีดวัคซีนโควิด-19 เนื่องจากยังไม่มีข้อมูลด้านความปลอดภัยในสตรีมีครรภ์

อย่างไรก็ตามผู้ผลิตวัคซีนบางรายอย่างไฟเซอร์/ไบโอเอ็นเทคประกาศว่าจะเริ่มการทดลองวัคซีนเพื่อประเมินสำหรับการฉีดวัคซีนในสตรีมีครรภ์

Photo by Federico PARRA / AFP

ภูเขาไฟที่ทรงพลังที่สุดของอินโดฯ พ่นลาวาแดงฉาน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/645827

วันที่ 19 ก.พ. 2564 เวลา 18:00 น.ภูเขาไฟที่ทรงพลังที่สุดของอินโดฯ พ่นลาวาแดงฉานภูเขาไฟเมอราปีของอินโดนีเซียที่ขึ้นชื่อว่ามีพลังมากที่สุดในโลกเริ่มปะทุพ่นลาวา

ภูเขาไฟเมอราปี หนึ่งในภูเขาไฟที่มีพลังมากที่สุดในโลกซึ่งตั้งอยู่ใกล้กับเมืองยอร์กยาการ์ตาบนเกาะชวาของอินโดนีเซียปะทุพ่นลาวาสีแดงฉานออกมาเป็นระยะทางกว่า 700 เมตร

สำนักงานธรณีวิทยาของอินโดนีเซียเผยว่า ในช่วง 2 วันที่ผ่านมา ภูเขาไฟเมอราปีพ่นลาวาออกมาแล้วกว่า 20 ครั้ง ส่งผลให้เกิดแผ่นดินไหวขนาดเล็กอันเนื่องมาจากการเคลื่อนไหวของแม็กมาตามมานับร้อยครั้ง

อย่างไรก็ดี อินโดนีเซียยังคงสถานะการเตือนภัยภูเขาไฟไว้ที่ระดับสูงสุดระดับสองซึ่งประกาศไว้ตั้งแต่เดือน พ.ย.ปีที่แล้ว

เบื้องต้นทางการสั่งให้ชาวบ้านใกล้เคียงหลีกเลี่ยงเข้าใกล้ภูเขาไฟในรัศมี 5 กิโลเมตร รวมทั้งเตือนให้ระวังลาวาและเถ้าถ่านจากภูเขาไฟ

เมื่อเดือนที่แล้ว ภูเขาไฟเมอราปีได้พ่นกลุ่มควันและเถ้าถ่านออกมาแล้วครั้งหนึ่ง

การปะทุครั้งใหญ่ครั้งล่าสุดของภูเขาไฟเมอราปีเกิดขึ้นในปี 2010 คร่าชีวิตผู้คนไปกว่า 300 คน ขณะที่อีกกว่า 280,000 คนต้องอพยพออกจากพื้นที่ซึ่งเป็นการปะทุที่ทรงพลังที่สุดในรอบ 80 ปีนับตั้งแต่ปี 1930

Photo by AGUNG SUPRIYANTO / AFP

คนดังเมียนมาซ่อนตัวหลังกองทัพออกหมายจับ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/645820

วันที่ 19 ก.พ. 2564 เวลา 17:00 น.คนดังเมียนมาซ่อนตัวหลังกองทัพออกหมายจับคนดังเมียนมาทยอยถูกหมายจับหลังออกมาเคียงข้างประชาชนเรียกร้องประชาธิปไตย

สำนักข่าวซีเอ็นเอ็นรายงานว่า Paing Phyo Thu หนึ่งในนักแสดงหญิงชื่อดังเมียนมาที่มีค่าตัวสูงสุดในประเทศ และ Na Gyi ผู้กำกับซึ่งเป็นสามีของเธอ ต้องซ่อนตัว หลังจากกองทัพเมียนมาออกหมายจับพร้อมๆ กับคนดังคนอื่นๆ ในข้อหาใช้ชื่อเสียงของตัวเองต่อต้านการทำรัฐประหาร

แถลงการณ์ของตำรวจระบุว่า ทางการต้องการตัว Na Gyi รวมทั้งผู้กำกับชื่อดังอีก 2 คน และนักแสดงชายและนักร้อง 2 คน เนื่องจากคนดังเหล่านี้ใช้ชื่อเสียงของตัวเองและปลุกระดมให้ข้าราชการเข้าร่วมการทำอารยะขัดขืน (CDM) และเข้าร่วมการประท้วง

สำนักข่าวซีเอ็นเอ็นระบุว่า ทางการออกหมายจับคนดังเหล่านี้ตามกฎหมายอาญามาตรา 505a ที่เพิ่งแก้ไขเมื่อสัปดาห์นี้โดย นายพลมินอ่องหล่าย ผู้นำรัฐประหาร ซึ่งระบุให้การทำให้ข้าราชการและทหารเป็นปรปักษ์ ไม่เชื่อฟัง หรือไม่ซื่อสัตย์กับรัฐบาลหรือกองทัพเป็นความผิด

Paing Phyo Thu เผยว่า เธอจะทราบดีว่าการออกมาพูดแบบที่เธอกำลังทำอยู่เป็นเรื่องอันตรายมาก แต่เธอจะไม่หยุดแม้จะมีหมายจับและต้องหลบซ่อนก็ตาม

“เราสามารถแสดงความคิดเห็น เราไม่สนใจ เพราะนับตั้งแต่วันแรกของการรัฐประหาร พวกเราพูดถึงเรื่องพวกนี้มาตลอดในช่องทางโซเชียลมีเดียของพวกเรา เพราะเราต้องการให้คนฟังรู้ว่าพวกเราอยู่ข้างพวกเขา…จะไม่มีการถอยหลัง เราตัดสินใจแล้วว่าเราจะเดินหน้าต่อ เราจะสู้จนถึงที่สุด”

ทั้งนี้ นับตั้งแต่เกิดการประท้วง Paing Phyo Thu ได้สนับสนุนทางการเงินให้แก่พนักงานและเจ้าหน้าที่ที่หยุดงานมาร่วมประท้วง

หัวเว่ยใช้เทคโนโลยี AI สนับสนุนการทำฟาร์มหมู #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/645814

วันที่ 19 ก.พ. 2564 เวลา 15:30 น.หัวเว่ยใช้เทคโนโลยี AI สนับสนุนการทำฟาร์มหมูหัวเว่ยกำลังเปิดตัวโครงการ AI สำหรับใช้ในฟาร์มหมูหลังยอดขายสมาร์ทโฟนลดลง

เซาท์ไชน่ามอร์นิ่งโพสต์และบีบีซีรายงานว่าบริษัทหัวเว่ยเทคโนโลยี ผู้ผลิตอุปกรณ์โทรคมนาคมและผู้จำหน่ายสมาร์ทโฟนรายใหญ่ที่สุดของจีนกำลังเปิดตัวโครงการเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) สำหรับใช้ในฟาร์มหมูเพื่อมองหารายได้แหล่งอื่นๆ หลังยอดขายสมาร์ทโฟนลดลงภายใต้มาตรการคว่ำบาตรทางการค้าของสหรัฐ

โดยจีนมีอุตสาหกรรมฟาร์มหมูที่ใหญ่ที่สุดในโลก และหมูในประเทศจีนคิดเป็นถึงครึ่งหนึ่งของจำนวนหมูทั้งโลก หัวเว่ยจึงหันมาผลิตเทคโนโลยีเพื่อช่วยปรับปรุงฟาร์มหมูมให้ทันสมัย เช่น การนำ AI มาใช้ในการตรวจหาโรค ติดตามและจดจำใบหน้าหมู รวมถึงการตรวจสอบน้ำหนัก อาหาร และการออกกำลังกาย

นอกจากเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์สำหรับผู้เลี้ยงหมูแล้ว หัวเว่ยยังทำงานร่วมกับอุตสาหกรรมเหมืองถ่านหินอีกด้วย

โดยเหริน เจิ้งเฟย ประธานกรรมการบริหารของหัวเว่ยได้ประกาศเปิดตัวห้องปฏิบัติการนวัตกรรมการขุดอัจฉริยะในไท่หยวนเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ซึ่งเป็นศูนย์กลางของอุตสาหกรรมถ่านหิน

ทั้งนี้ ยอดขายสมาร์ทโฟนของหัวเว่ยลดลง 42% ในไตรมาสสุดท้ายของปี 2020 ท่ามกลางปัญหาไมโครชิปที่มีอยู่อย่างจำกัด นอกจากนี้ยังถูกปิดกั้นการพัฒนา 5G ในหลายประเทศรวมถึงสหราชอาณาจักรท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับความมั่นคงของประเทศ

นอกจากนี้ยังมีรายงานว่าหัวเว่ยจะลดการผลิตสมาร์ทโฟนลงถึง 60% ในปีนี้ หัวเว่ยจึงต้องมองหาแหล่งรายได้อื่นโดยหันไปสู่บริการคลาวด์คอมพิวติ้ง ยานพาหนะอัจฉริยะ และเทคโนโลยีสวมใส่ ตลอดจนมีแผยที่จะสร้างรถยนต์อัจฉริยะด้วย

เหริน เจิ้งเฟย กล่าวว่าหัวเว่ยยังสามารถอยู่รอดได้โดยไม่ต้องพึ่งพาการจำหน่ายสมาร์ทโฟน

ขณะที่ยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยีอื่นๆ เช่น เจดีดอทคอม เน็ตอีส และอาลีบาบาก็กำลังพยายามที่จะนำเทคโนโลยีใหม่ๆ เข้าสู่อุตสาหกรรมฟาร์มหมูเช่นเดียวกัน

Photo by DANIEL LEAL-OLIVAS / AFP