อิสราเอลนับหมื่นติดโควิดหลังฉีดวัคซีน ‘ไฟเซอร์’ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/643393

วันที่ 22 ม.ค. 2564 เวลา 19:30 น.อิสราเอลนับหมื่นติดโควิดหลังฉีดวัคซีน 'ไฟเซอร์'ชาวอิสราเอลกว่า 12,400 รายตรวจพบเชื้อไวรัสโคโรนาแม้ได้รับวัคซีนของไฟเซอร์แล้วก็ตาม

กระทรวงสาธารณสุขอิสราเอลระบุว่ามีประชาชนชาวอิสราเอลทั้งหมด 189,000 รายที่ได้รับการตรวจหาเชื้อหลังฉีดวัคซีนต้านโควิด-19 ของไฟเซอร์-ไบโอเอ็นเทค (Pfizer-BioNtech) และพบว่าประชาชนกว่า 12,400 รายหรือประมาณ 6.6% มีผลตรวจเป็นบวก

โดยส่วนใหญ่ตรวจพบว่าติดเชื้อหลังจากได้รับวัคซีนเข็มแรกได้ไม่นานซึ่งอาจเป็นช่วงที่วัคซีนยังไม่สร้างภูมิคุ้มกัน ขณะที่ประชาชน 1,410 รายมีผลตรวจเป็นบวกหลังได้รับวัคซีนเข็มแรกไปแล้ว 2 สัปดาห์

ยิ่งไปกว่านั้นผู้ป่วย 69 รายในบรรดาผู้ป่วยทั้งหมดได้รับวัคซีนเข็มที่ 2 แล้ว

ด้านศาสตราจารย์นาคแมน แอช ผู้ประสานงานด้านโรคระบาดโควิด-19 ของอิสราเอลได้ออกมาร้องเรียนโดยกล่าวว่าวัคซีนของไฟเซอร์มีประสิทธิภาพน้อยกว่าที่คิดและน้อยกว่าผลการทดลองที่เปิดเผยโดยผู้ผลิตวัคซีน

ขณะที่ไฟเซอร์กล่าวว่าการสร้างภูมิคุ้มกันจะเกิดขึ้นในช่วงวันที่ 15 ถึง 21 หลังได้รับวัคซีนเข็มแรก ซึ่งประสิทธิภาพของวัคซีนจะเพิ่มขึ้นอยู่ที่ 52-89% และเมื่อได้รับวัคซีนเข็มที่ 2 จะมีประสิทธิภาพในการต้านไวรัสได้สูงถึง 95%

ทั้งนี้ อิสราเอลเริ่มฉีดวัคซีนให้กับประชาชนตั้งแต่วันที่ 19 ธันวาคม โดยเริ่มจากกลุ่มผู้สูงอายุและผู้ที่มีโรคแทรกซ้อน ซึ่งเจ้าหน้าที่กระทรวงสาธารณสุขเปิดเผยว่าประชาชน 2.15 ล้านรายหรือกว่า 1 ใน 4 ของประชากรทั้งหมดได้รับการฉีดวัคซีนของไฟเซอร์ และขณะนี้มีประชาชนประมาณ 300,000 รายหรือเกือบ 3.5% ได้รับวัคซีนเข็มที่ 2 แล้ว

โดยขณะนี้อิสราเอลมีผู้ติดเชื้อสะสมในประเทศกว่า 583,000 ราย รักษาหายแล้ว 497,000 ราย และเสียชีวิต 4,245 ราย

Photo by Emmanuel DUNAND / AFP

ไบเดนเสนอต่อสัญญานิวเคลียร์กับรัสเซียอีก 5 ปี #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/643380

วันที่ 22 ม.ค. 2564 เวลา 18:30 น.ไบเดนเสนอต่อสัญญานิวเคลียร์กับรัสเซียอีก 5 ปีรัฐบาลไบเดนเสนอขยายระยะเวลาข้อตกลงอาวุธนิวเคลียร์กับรัสเซียที่กำลังจะสิ้นสุดออกไปอีก 5 ปี

เจน ปซากี โฆษกทำเนียบขาวเผยว่า รัฐบาลประธานาธิบดี โจ ไบเดน เสนอขยายระยะเวลาสนธิสัญญาการลดอาวุธทางยุทธศาสตร์ (START) กับรัสเซียซึ่งกำลังจะสิ้นสุดในวันที่ 5 ก.พ.นี้ ออกไปอีก 5 ปี ตามข่าวที่ออกมาก่อนหน้านี้

“สหรัฐมุ่งหมายจะยืดอายุสนธิสัญญาออกไปอีก 5 ปีตามที่ข้อตกลงในสนธิสัญญาเปิดช่องไว้ การยืดอายุในครั้งนี้เป็นสิ่งสำคัญมากในช่วงที่ความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐกับรัสเซียตึงเครียดอยู่ในขณะนี้”

ด้านจอห์น เคอร์บี โฆษกกระทรวงกลาโหมสหรัฐกล่าวว่า ชาวอเมริกันจะปลอดภัยมากขึ้นหากสนธิสัญญา START ยังอยู่และยืดระยะเวลาออกไป หากไม่ต่อสนธิสัญญาอย่างรวดเร็วจะทำให้ความเข้าใจของสหรัฐเกี่ยวกับขุมอาวุธนิวเคลียร์พิสัยไกลของรัสเซียแย่ลง

ขณะที่กระทรวงการต่างประเทศรัสเซียย้ำจุดยืนว่าควรขยายระยะเวลาของสนธิสัญญาดังกล่าวโดยไม่มีเงื่อนไข ทางเลือกที่ดีที่สุดคือการต่ออายุอีก 5 ปีตามที่ระบุไว้ในสนธิสัญญาฉบับเดิม

สนธิสัญญา START ระหว่างสหรัฐกับรัสเซียมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 5 ก.พ. 2011 โดยมีระยะเวลา 10 ปีและคู่สัญญาทั้งสองฝ่ายสามารถต่ออายุได้อีกไม่เกิน 5 ปี มีสาระสำคัญคือการจำกัดการครอบครองหัวรบนิวเคลียร์ที่เข้าประจำการในกองทัพของแต่ละประเทศไม่เกิน  1,550 หัว และเครื่องยิงขีปนาวุธ เช่น ขีปนาวุธข้ามทวีป ทั้งที่ประจำการและไม่ประจำการไม่เกิน 800 เครื่อง

สนธิสัญญา START เป็นความร่วมมือทวิภาคีระหว่างสหรัฐกับรัสเซียด้านนิวเคลียร์เพียงฉบับเดียวที่เหลืออยู่ หลังจากอดีตประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ พาสหรัฐถอนตัวจากสนธิสัญญาอาวุธนิวเคลียร์พิสัยกลาง (INF) ที่ทำไว้เมื่อปี 1987 โดยอ้างว่าสหรัฐเซียละเมิดข้อตกลง

ทั้งนี้ สหรัฐและรัสเซียพยายามเจรจาต่ออายุสนธิสัญญา START มาแล้วหลายรอบ ในช่วงครึ่งหลังของปีที่แล้ว แต่แทบไม่มีความคืบหน้า และประธานาธิบดี วลาดิมีร์ ปูติน เคยออกปากว่าโอกาสในการต่ออายุของข้อตกลงนั้นริบหรี่ เนื่องจากทรัมป์กำหนดเงื่อนไขสำคัญว่าต้องการแก้ไขให้เป็นข้อตกลงแบบไตรภาคีที่มีจีนเข้าร่วมด้วย แต่รัฐบาลจีนปฏิเสธ 

Photo by JIM LO SCALZO / POOL / AFP

สั่งปลด! นักการเมืองจีนเลือดร้อนตบหน้าเพื่อนร่วมงานจนหัวใจวาย #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/643371

วันที่ 22 ม.ค. 2564 เวลา 17:00 น.สั่งปลด! นักการเมืองจีนเลือดร้อนตบหน้าเพื่อนร่วมงานจนหัวใจวายพรรคคอมมิวนิสต์จีนปลดเลขาพรรคเมืองจี้หยวนหลังถูกแฉเคยตบเพื่อนร่วมงานจนหัวใจวาย

สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า เมื่อวันที่ 21 มกราคม คณะกรรมการพรรคคอมมิวนิสต์จีน (CPC) ประจำนครจี้หยวน มณฑลเหอหนานทางตอนกลางของจีน ประกาศปลดจางจ้านเหว่ย เลขาธิการพรรค ประจำเมืองจี้หยวน หลังมีบทความออนไลน์อ้างว่าเขาตบหน้าเพื่อร่วมงานจนทำให้เกิดความอับอายต่อหน้าสาธารณชน

โดยเมื่อวันที่ 16 มกราคม เจ้าของบทความดังกล่าวซึ่งอ้างว่าเป็นภรรยาของผู้ถูกกระทำได้โพสต์บทความลงบนโซเชียลมีเดียหนึ่งของจีน ระบุว่าจางตำหนิเลขาธิการคณะรัฐบาลเมืองจี้หยวนอย่างรุนแรงก่อนจะตบหน้าเขากลางโรงอาหาร จนทำให้เขาหัวใจวาย ส่งผลให้หลายฝ่ายออกมาวิพากษ์วิจารณ์พฤติกรรมของจาง

ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 18 มกราคม รัฐบาลมณฑลเหอหนานรายงานว่าได้รับทราบเรื่องดังกล่าวและกำลังตรวจสอบข้อเท็จจริงก่อนที่จะประกาศปลดจางวานนี้

Photo by NICOLAS ASFOURI / AFP

WHO คาดยอดป่วยโควิดทะลุ 100 ล้านในเดือนนี้ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/643369

วันที่ 22 ม.ค. 2564 เวลา 15:30 น.WHO คาดยอดป่วยโควิดทะลุ 100 ล้านในเดือนนี้องค์การอนามัยโลกคาดผู้ป่วยโควิด-19 ทั่วโลกอาจแตะ 100 ล้านคนภายในสิ้นเดือนม.ค. แต่เชื่อวัคซีนเอาอยู่

นายแพทย์เตโวโดรส อัดฮาโนม เกอเบรออีเยอซุส ผู้อำนวยการองค์การอนามัยโลก (WHO) กล่าวในการประชุมวิสามัญของกลุ่มผู้เชี่ยวชาญที่ปรึกษาเชิงกลยุทธ์ (SAGE) โดยคาดว่าจำนวนผู้ป่วยโควิด-19 ทั่วโลกอาจแตะ 100 ล้านรายภายในสิ้นเดือนมกราคม

แต่เชื่อมั่นว่าประสิทธิภาพของวัคซีนจะสามารถควบคุมการแพร่ระบาดของโรคได้ พร้อมกล่าวชื่นชมการพัฒนาและอนุมัติวัคซีนที่ปลอดภัยและมีประสิทธิภาพซึ่งใช้เวลาไม่ถึง 1 ปีหลังเกิดการแพร่ระบาด โดยนับว่าเป็นความมสำเร็จทางวิทยาศาสตร์ที่น่าทึ่งและเป็นความหวังของโลกใบนี้

เตโวโดรสกล่าวว่าขณะนี้การฉีดวัคซีนต้านโรคโควิด-19 กำลังดำเนินการในกว่า 50 ประเทศ แต่เป็นประเทศที่มีรายได้ปานกลางถึงรายได้สูง ซึ่งทุกฝ่ายจำเป็นต้องทำงานร่วมกันทั่วโลกเพื่อรับประกันว่าการแจกจ่ายวัคซีนจะดำเนินการไปด้วยความรวดเร็วและเป็นธรรม

พร้อมย้ำว่าวัคซีนเป็นเพียงตัวช่วยเสริมเท่านั้น อย่างไรก็ตามประชาชนทุกคนรวมถึงรัฐบาลยังต้องปฏิบัติตามมาตรการด้านสาธารณสุขเพื่อควบคุมและป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด-19

โดยขณะนี้มีจำนวนผู้ติดเชื้อสะสมทั่วโลก 96.2 ล้านราย รักษาหายแล้ว 53.1 ล้านราย และเสียชีวิตกว่า 2 ล้านราย

Photo by STR / AFP

สาวญี่ปุ่นฆ่าตัวตายตอนกักตัวเพราะรู้สึกผิดที่ติดโควิด #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/643366

วันที่ 22 ม.ค. 2564 เวลา 14:00 น.สาวญี่ปุ่นฆ่าตัวตายตอนกักตัวเพราะรู้สึกผิดที่ติดโควิด หญิงรายหนึ่งตัดสินใจจบชีวิตตัวเองระหว่างกักตัวอยู่ที่บ้านเพราะรู้สึกผิดที่ติด Covid-19  

สำนักข่าวเอ็นเอชเคของญี่ปุ่นรายงานโดยอ้างแหล่งข่าวว่า พบร่างของหญิงอายุราว 30 เสียชีวิตอยู่ในห้องพักในกรุงโตเกียว ซึ่งเธอใช้เป็นที่กักตัวหลังตรวจพบว่าติดเชื้อโคโรนาไวรัส  

ผู้เสียชีวิตทิ้งข้อความไว้ว่ารู้สึกเสียใจที่สร้างความยุ่งยากให้คนรอบข้าง ขออภัยจากใจจริง 

ก่อนเสียชีวิตหญิงรายนี้เคยกังวลว่าเธอจะแพร่เชื้อให้คนรู้จัก เนื่องจากเธอแทบจะไม่มีอาการ จึงคาดว่าหญิงสาวรายนี้รู้สึกผิดจึงตัดสินใจจบชีวิตตัวเอง 

ผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพจิตเผยว่า การดูแลสภาพจิตใจของผู้ป่วยที่รักษาตัวที่บ้านเป็นเรื่องสำคัญ และขณะนี้ตัวเลขผู้ป่วย Covid-19 ที่กักตัวอยู่ที่บ้านก็เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เนื่องจากเตียงที่โรงพยาบาลไม่เพียงพอ 

อุเอดะ มิจิโกะ เชี่ยวชาญด้านสุขภาพจิตจากมหาวิทยาลัยวาเซดะเผยว่า ผู้ป่วยหลายคนมีความเครียดและกดดัน เพราะคิดว่าตัวเองอาจแพร่เชื้อให้คนอื่น หรืออาจคิดว่าตัวเองสร้างความยุ่งยากให้คนรอบข้าง โดยเฉพาะคนที่ต้องรักษาตัวอยู่ที่บ้านตามลำพัง จะยิ่งรู้สึกโดดเดี่ยว เพราะไม่สามารถออกไปมีปฏิสัมพันธ์กับคนอื่น

มิจิโกะยังเรียกร้องให้ทางการติดตามอาการทางจิตใจของผู้ป่วยอย่างใกล้ชิดนอกเหนือจากการติดตามอาการป่วยตามปกติ

Photo by Philip FONG / AFP

จีนหยอดยาหอมหวังฟื้นสัมพันธ์สหรัฐในยุคไบเดน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/643355

วันที่ 22 ม.ค. 2564 เวลา 12:30 น.จีนหยอดยาหอมหวังฟื้นสัมพันธ์สหรัฐในยุคไบเดนความเคลื่อนไหวนี้เกิดขึ้นหลังจากจีนคว่ำบาตรเจ้าหน้าที่ระดับสูงในรับบาลทรัมป์ 28 คน รวมทั้งรมว.ต่างประเทศ ไมค์ ปอมเปโอ  

ฮั่วชุนอิ๋ง โฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีนเผยว่า ความสัมพันธ์ระหว่างจีนกับสหรัฐที่ร้าวฉานสามารถฟื้นฟูได้หากทั้งสองฝ่ายร่วมมือกัน

“ฉันเชื่อว่าหากทั้งสองประเทศร่วมมือกัน นางฟ้าใจดีสามารถเอาชนะความชั่วร้ายได้ ประธานาธิบดีไบเดนกล่าวสุนทรพจน์ว่าสหรัฐต้องได้รับการฟื้นฟูและเยียวยา ฉันคิดว่าความสัมพันธ์จีน-สหรัฐก็เช่นเดียวกัน” ฮั่วชุนอิ๋งกล่าว

โฆษกกระทรวงการต่างประเทศยังเผยอีกว่า “ในช่วงสองสามปีที่ผ่านมา รัฐบาลทรัมป์ โดยเฉพาะปอมเปโอได้ทิ้งระเบิดที่ต้องการการเก็บกู้ และทำลายช่องทางเชื่อมสัมพันธ์ซึ่งต้องได้รับการฟื้นฟูไปมากมาย”

การส่งสารนี้เกิดขึ้นหลังจากทางการจีนออกมาตรการลงโทษเจ้าหน้าที่ระดับสูงของสหรัฐในรัฐบาลอดีตประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ถึง 28 คน รวมทั้งอดีตรัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศ ไมค์ ปอมเปโอ

ทว่าฮั่วชุนอิ๋งยืนยันว่าการลงโทษเจ้าหน้าที่ระดับสูงของสหรัฐ 28 คนเป็นเรื่องชอบธรรมและจำเป็น และนักการเมืองที่มีท่าทีต่อต้านจีนเหล่านั้นต้องรับผิดชอบพฤติกรรมบ้าคลั่งของตัวเอง

บรรดาผู้สังเกตการณ์มองว่ามาตรการลงโทษของจีนเป็นเพียงสัญลักษณ์ เนื่องจากเจ้าหน้าที่ส่วนใหญ่ไม่มีหน้าที่ที่ต้องข้องเกี่ยวกับจีนอีกแล้ว ทว่า อู๋ซินป๋อ ผู้อำนวยการศูนย์อเมริกันศึกษาแห่งมหาวิทยาลัยฟู่ตั้นมองว่า เป็นการส่งสัญญาณเตือนรัฐบาลไบเดนทางอ้อมว่าหากคว่ำบาตรจีนเหมือนรัฐบาลทรัมป์ จะได้รับผลเช่นเดียวกัน

ไอเอสบึ้มพลีชีพกลางแบกแดด หนักสุดในรอบ 3 ปี #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/643348

วันที่ 22 ม.ค. 2564 เวลา 11:00 น.ไอเอสบึ้มพลีชีพกลางแบกแดด หนักสุดในรอบ 3 ปีไอเอสโผล่เคลมอยู่เบื้องหลังระเบิดพลีชีพกรุงแบกแดด ดับอย่างน้อย 32 ศพเจ็บอื้อ

บีบีซีรายงาน เมื่อวันที่ 22 มกราคมกลุ่มรัฐอิสลามหรือไอเอส กล่าวว่าเป็นผู้อยู่เบื้องหลังเหตุระเบิดพลีชิพ 2 จุดในกรุงแบกแดด เมืองหลวงของอิรักเมื่อคืนวาน ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 32 คนและบาดเจ็บอีกกว่า 100 คนโดยระบุว่าเป้าหมายในการลงมือครั้งนี้คือมุสลิมซีอะห์

มือระเบิดทั้ง 2 ได้จุดระเบิดตัวเองท่ามกลางฝูงชนจำนวนมากในตลาดเสื้อผ้ามือสองที่จัตุรัสทายารัน กรุงแบกแดด ซึ่งระเบิดพลีชีพครั้งนี้นับว่าเป็นครั้งที่รุนแรงที่สุดในแบกแดดในรอบ 3 ปี

แถลงการณ์ของกระทรวงมหาดไทยระบุว่ามือระเบิดคนแรกพุ่งเข้ามาในตลาดและรวบรวมฝูงชนรอบๆ ตัวเขา โดยอ้างว่ารู้สึกไม่สบาย ก่อนที่จะจุดชนวนระเบิดในมือและร่างผู้คนบริเวณนั้นก็ถูกฉีกเป็นชื้นๆ ด้วยแรงระเบิด ในขณะที่กำลังเข้าช่วยเหลือเหยื่อ มือระเบิดอีกรายก็จุดชนวนระเบิดขึ้นอีกครั้ง

อย่างไรก็ตามเหตุระเบิดพลีชีพในแบกแดดไม่ค่อยเกิดขึ้นนับตั้งแต่ปี 2017 หลังจากที่กลุ่มรัฐอิสลามพ่ายแพ้ในการยึดครองพื้นที่ในภูมิภาคดังกล่าว

โดยเหตุระเบิดพลีชีพในแบกแดดเกิดขึ้นครั้งสุดท้ายในพื้นที่เดียวกันนี้เมื่อเดือนมกราคม 2018 ซึ่งเหตุการณ์ในครั้งนั้นมีผู้เสียชีวิต 35 คน

ทั้งนี้ กลุ่มรัฐอิสลามเคยยึดครองพื้นที่ 88,000 ตารางกิโลเมตร ตั้งแต่อิรักตะวันออกไปจนถึงซีเรียตะวันตก และกำหนดกฎที่โหดร้ายต่อประชากรนับ 8 ล้านคน

แม้กลุ่มรัฐอิสลามจะพ่ายแพ้ไปแต่คาดว่ากองกำลังอีกกว่า 10,000 คนยังคงประจำการอยู่ในอิรักและซีเรีย

Photo by Sabah ARAR / AFP

อินเดียเปลี่ยนชื่อ ‘แก้วมังกร’ ลั่นไม่อยากเกี่ยวจีน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/643315

วันที่ 21 ม.ค. 2564 เวลา 19:30 น.อินเดียเปลี่ยนชื่อ 'แก้วมังกร' ลั่นไม่อยากเกี่ยวจีนรัฐคุชราต ประเทศอินเดียตั้งชื่อแก้วมังกรใหม่เป็น “กามาลัม” ที่แปลว่าดอกบัว

เมื่อวันที่ 21 มกราคม ซีเอ็นเอ็นรายงานว่ารัฐคุชราต ทางตะวันตกของประเทศอินเดียตัดสินใจเปลี่ยนชื่อ “แก้วมังกร” (dragon fruit) เนื่องจากเป็นชื่อที่ทำให้นึกถึงประเทศจีนเพราะมังกรเป็นสัญลักษณ์ของจีน

โดยวิเจย์ รูปานี มุขมนตรีรัฐคุชราตเห็นว่าไม่ควรใช้คำว่าแก้วมังกรเนื่องจากเป็นชื่อที่ทำให้นึกถึงประเทศจีน โดยผลไม้ดังกล่าวมีรูปร่างเหมือนกับดอกบัวจึงตั้งชื่อใหม่ว่า “กามาลัม” (Kamalam) ซึ่งมีความหมายว่าดอกบัวในภาษาสันสกฤต พร้อมยืนยันว่าไม่ได้มีนัยยะทางการเมืองใดๆ แอบแฝง และต่อจากนี้ไปแก้วมังกรจะถูกเรียกว่า “กามาลัม” ในรัฐคุชราต

ทั้งนี้ ความสัมพันธ์ระหว่างอินเดียและจีนเกิดความตึงเครียดมานานเนื่องจากกรณีพิพาทในชายแดนเทือกเขาหิมาลัย โดยในช่วงเดือนมิถุนายน ปี 2020 ที่ผ่านมายังเกิดการปะทะกันระหว่างกองกำลังจากทั้ง 2 ประเทศในบริเวณชายแดนดังกล่าวซึ่งส่งผลให้มีทหารอินเดียเสียชีวิตอย่างน้อย 20 ราย

การเปลี่ยนชื่อแก้วมังกรเกิดขึ้นเพียงไม่กี่เดือนหลังจากที่นายกรัฐมนตรีนเรนทระ โมที กล่าวชื่นชมเกษตรกรที่ปลูกแก้วมังกรในพื้นที่แห้งแล้งของรัฐคุชราต หลังจากนั้นก็มีเกษตรกรแนะนำให้เปลี่ยนชื่อผลไม้ดังกล่าวเป็นกามาลัม

ทั้งนี้ รัฐคุชราตเป็นบ้านเกิดของนายกรัฐมนตรีและดอกบัวก็เป็นสัญลักษณ์ของพรรคภารตียชนตา (BJP) ของนายกโมทีอีกด้วย

รัฐคุชราตมีเกษตรกรมากกว่า 200 รายที่ปลูกแก้วมังกร ซึ่งคิดเป็นพื้นที่กว่า 1,500 ไร่ โดยเกษตรกรผู้ปลูกแก้วมังกรให้สัมภาณ์ว่าพวกเขาเชื่อว่าเมื่อเปลี่ยนชื่อแล้วจะดีขึ้น และการยอมรับในผลไม้จะมากขึ้นหากมองว่าเป็นผลไม้ของอินเดีย

อย่างไรก็ตามได้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์และล้อเลียนจากประชาชนบนโลกออนไลน์รวมถึงพรรคฝ่ายค้านที่ไม่เห็นด้วย

AFP PHOTO / AMAN ROCHMAN

ออกซ์ฟอร์ด-แอสตราฯ เตรียมผลิตวัคซีนเวอร์ชั่นใหม่สู้โควิดกลายพันธุ์ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/643309

วันที่ 21 ม.ค. 2564 เวลา 18:41 น.ออกซ์ฟอร์ด-แอสตราฯ เตรียมผลิตวัคซีนเวอร์ชั่นใหม่สู้โควิดกลายพันธุ์การพบเชื้อโคโรนาไวรัสสายพันธุ์ใหม่ที่กลายพันธุ์ทำให้เกิดความกังวลว่าวัคซีนเดิมจะใช้ได้ผลหรือไม่

สำนักข่าว The Telegraph รายงานโดยอ้างคำยืนยันจากมหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ดว่า ทีมนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ดที่อยู่เบื้องหลังการพัฒนาวัคซีนร่วมกับแอสตราเซเนกา (Astrazeneca) กำลังเตรียมการผลิตวัคซีนเวอร์ชั่นใหม่เพื่อรับมือกับเชื้อโคโรนาไวรัสกลายพันธุ์ที่พบในสหราชอาณาจักร แอฟริกาใต้ และบราซิล

ขณะนี้ทีมนักวิจัยกำลังศึกษาความเป็นไปได้และระยะเวลาในการปรับแต่งเทคโนโลยีวัคซีน ChAdOx ที่มีอยู่แล้ว

โฆษกของมหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ดเผยว่า ทางมหาวิทยาลัยกำลังประเมินผลกระทบของเชื้อกลายพันธุ์กับภูมิคุ้มกันที่เกิดจากวัคซีนอย่างรอบคอบ และกำลังประเมินกระบวนการที่ต้องทำสำหรับการปรับปรุงวัคซีน Covid-19 อย่างเร่งด่วนหากจำเป็น

ขณะที่นายกรัฐมนตรี บอริส จอห์นสัน ของอังกฤษเผยว่า คณะกรรมการควบคุมกฎระเบียบยาพร้อมจะอนุมัติวัคซีน Covid-19 เวอร์ชั่นใหม่เพื่อรับมือกับการกลายพันธุ์ที่อาจเกิดขึ้น

การทดสอบในห้องวิจัยเมื่อเร็วๆ นี้พบว่าวัคซีน Covid-19 ที่พัฒนาโดยไฟเซอร์ (Pfizer) ร่วมกับไบโอเอ็นเทค (BioNTech) อาจมีประสิทธิภาพต้านเชื้อกลายพันธุ์จากอังกฤษที่ระบาดไปทั่วโลก

ไบโอเอ็นเทคมีแผนเผยแพร่รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับประสิทธิภาพของวัคซีนต่อเชื้อกลายพันธุ์จากแอฟริกาใต้ในเร็วๆ นี้

ส่วนแอสตราเซเนกา โมเดอร์นา (Moderna) และเคียวแวค (CureVac) ก็กำลังทดสอบว่าวัคซีนของตัวเองต้านเชื้อกลายพันธุ์ที่แพร่กระจายได้ง่ายหรือไม่

ต้อนรับไบเดน! จีนคว่ำบาตรปอมเปโอ-จนท.ระดับสูงสหรัฐ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/643304

วันที่ 21 ม.ค. 2564 เวลา 17:10 น.ต้อนรับไบเดน! จีนคว่ำบาตรปอมเปโอ-จนท.ระดับสูงสหรัฐทางการจีนคว่ำบาตรเจ้าหน้าที่ระดับสูงในรัฐบาลทรัมป์ 28 คน รวมทั้ง ไมค์ ปอมเปโอ อดีตรัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศ

กระทรวงการต่างประเทศจีนออกแถลงการณ์คว่ำบาตรเจ้าหน้าที่ระดับสูงในรัฐบาลอดีตประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ 28 คน รวมทั้ง ไมค์ ปอมเปโอ อดีตรัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศ เนื่องจากละเมิดอำนาจอธิปไตยของจีนอย่างร้ายแรง และต้องเป็นผู้รับผิดชอบต่อการกระทำใดๆ ของสหรัฐที่เกี่ยวข้องกับจีน

“ตลอดหลายปีที่ผ่านมา นักการเมืองบางคนในสหรัฐที่ต่อต้านจีน ใช้ผลประโยชน์ทางการเมืองอย่างเห็นแก่ตัว มีอคติ และเต็มไปด้วยความเกลียดชังต่อจีน และยังไม่เคารพผลประโยชน์ของชาวจีนและอเมริกัน วางแผน ส่งเสริม และดำเนินการแทรกแซงกิจการภายในของจีน ทำลายผลประโยชน์ของจีน สร้างความไม่พอใจให้ชาวจีน และยังทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างจีนกับสหรัฐร้าวฉาน” แถลงการณ์ระบุ

เจ้าหน้าที่อื่นที่อยู่ในรายชื่อ อาทิ โรเบิร์ต โอไบรอัน อดีตที่ปรึกษาด้านความมั่นคง, สตีฟ แบนนอน อดีตที่ปรึกษาฝ่ายการวางยุทธศาสตร์, ปีเตอร์ นาวาโร อดีตที่ปรึกษาด้านการค้า และจอห์น โบลตัน อดีตที่ปรึกษาด้านความมั่นคง เป็นต้น

แถลงการณ์ดังกล่าวมีผลทำให้บุคคลที่อยู่ในรายชื่อและครอบครัวไม่สามารถเดินทางเข้าจีน ฮ่องกง และมาเก๊า และห้ามบุคคลนั้นๆ หรือบริษัทหรือองค์กรที่เกี่ยวข้องทำธุรกิจกับจีน

มาตรการคว่ำบาตรมีขึ้นไม่กี่นาทีหลังจากประธานาธิบดี โจ ไบเดน สาบานตัวเข้ารับตำแหน่งอย่างเป็นทางการเมื่อวันพุธที่ 20 ที่ผ่านมาตามเวลาท้องถิ่น และ 1 วันหลังจากปอมเปโอออกแถลงการณ์กล่าวหาว่าจีนฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชาวอุยกูร์ในเขตปกครองตนเองซินเจียง