ทรัมป์ทิ้งทวน สั่งขึ้นบัญชีดำบริษัทเสียวหมี่ของจีน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/642814

วันที่ 15 ม.ค. 2564 เวลา 14:29 น.ทรัมป์ทิ้งทวน สั่งขึ้นบัญชีดำบริษัทเสียวหมี่ของจีน  ทรัมป์กดดันจีนทิ้งทวนตำแหน่งประธานาธิบดีด้วยการแบนบริษัทสัญชาติจีนอีก 9 แห่ง 

กระทรวงกลาโหมสหรัฐประกาศเพิ่มรายชื่อบริษัทสัญชาติจีนอีก 9 แห่งในบัญชีบริษัทที่มีความสัมพันธ์หรืออยู่ภายใต้การครอบงำของรัฐบาลจีนหรือกองทัพ โดยหนึ่งในนั้นรวมถึงบริษัท เสียวหมี่ ผู้ผลิตสมาร์ทโฟนรายใหญ่อันดับ 2 ของจีน โดยอ้างเหตุผลว่าเป็นการปกป้องความมั่นคงของชาติ  

การขึ้นบัญชีดำดังกล่าวหมายความว่านักลงทุนสหรัฐจะไม่สามารถซื้อหุ้นของบริษัทเหล่านี้ หรือหากมีหุ้นอยู่ก็ต้องถอนภายในเดือน พ.ย.นี้   

การขึ้นบัญชีดำเสียวหมี่ถือเป็นเรื่องเหนือความคาดหมายสำหรับนักลงทุน และยังส่งผลให้หุ้นของเสี่ยวหมี่ในตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกงร่วงถึง 11% ในวันนี้ อีกทั้งยังมีความเสี่ยงที่หุ้นของเสียวหมี่จะถูกถอดถอนจากการซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์สหรัฐดังที่เคยเกิดขึ้นก่อนหน้านี้  

ด้านเสียวหมี่ออกแถลงการณ์ว่า กองทัพจีนไม่ได้เป็นเจ้าของหรือควบคุมบริษัท และยืนยันว่าจะดำเนินการตามความเหมาะสมเพื่อปกป้องผลประโยชน์ของบริษัท

นอกจากนี้ กระทรวงพาณิชย์ของสหรัฐยังขึ้นบัญชีดำบริษัทน้ำมันนอกชายฝั่งแห่งชาติจีน ( CNOOC ) ซึ่งเป็นบริษัทน้ำมันแห่งชาติรายใหญ่อันดับ 3 ของจีน และบริษัท Skyrizon ซึ่งพัฒนาอาวุธยุทโธปกรณ์ ส่งผลให้บริษัทสัญชาติอเมริกันไม่สามารถทำธุรกรรมกับบริษัทเหล่านี้หากไม่ได้รับอนุญาตจากทางการสหรัฐ

ในวันเดียวกันนี้กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐได้ออกมาตรการจำกัดวีซ่ากับผู้บริหารระดับสูงของหน่วยงานรัฐวิสาหกิจหลายแห่งของจีน  รวมทั้งของบริษัท CNOOC เจ้าหน้าที่ระดับสูงในพรรคคอมมิวนิสต์ และกองทัพเรือแห่งกองทัพปลดปล่อยประชาชนจีน เนื่องจากมีความเกี่ยวข้อง หรือมีความสัมพันธ์อันซับซ้อนกับการถมทะเลเพื่อก่อสร้างเกาะเทียมในทะเลจีนใต้

ความเคลื่อนไหวครั้งนี้อาจทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐกับจีนทวีความตึงเครียด ในขณะที่เหลือเวลาอีกเพียงไม่กี่วันเท่านั้นที่ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ จะก้าวลงจากตำแหน่ง

ชาวอินเดียนับล้านแห่แช่แม่น้ำคงคาไม่หวั่นโควิด #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/642804

วันที่ 15 ม.ค. 2564 เวลา 13:30 น.ชาวอินเดียนับล้านแห่แช่แม่น้ำคงคาไม่หวั่นโควิดชาวอินเดียนับล้านคนแห่ทำพิธีทางศาสนาท่ามกลางการแพร่ระบาดของโควิด-19 เชื่อพระแม่คงคาคุ้มครอง

สำนักข่าวอัลจาซีรารายงานว่าผู้แสวงบุญชาวฮินดูนับล้านคนยังคงเดินทางมารวมตัวกันริมฝั่งแม่น้ำคงคา ในเมืองหริทวาระ รัฐอุตตราขัณฑ์ ทางตอนเหนือของอินเดียเพื่อร่วมพิธีกุมภ์เมลา (Kumbh Mela) เทศกาลแสวงบุญที่สำคัญของชาวฮินดูที่ดึงดูดผู้คนนับล้านในทุกๆ ปี ท่ามกลางการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 อย่างรุนแรง

โดยขณะนี้ประเทศอินเดียมีจำนวนผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนากว่า 10.5 ล้านคนซึ่งมากเป็นอันดับที่ 2 ของโลก และมีผู้เสียชีวิตจากไวรัสโคโรนากว่า 150,000 คน

อย่างไรก็ตามผู้จัดงานคาดว่ามีชาวฮินดูเข้าร่วมงานกว่า 8 แสนถึง 1 ล้านคนในวันพฤหัสบดี และจะมีผู้คนเพิ่มขึ้นหลายล้านคนในช่วง 7 สัปดาห์ข้างหน้าแม้สถานการณ์การแพร่ระบาดยังคงน่ากังวลแต่การจัดงานดำเนินการอย่างระมัดระวัง

นอกจากนี้ยังได้กล่าวเสริมโดยได้อ้างถึงแม่น้ำศักดิ์สิทธิ์ที่มีผู้ศรัทธาจำนวนมากโดยมั่นใจว่าพระแม่คงคาจะคุ้มครองความปลอดภัยของพวกเขา

โดยในวันพุธที่ผ่านมาริมฝั่งแม่น้ำคงคาเต็มไปด้วยผู้ที่มาแสวงบุญและพ่อค้าแม่ค้าจำนวนมากผลัดกันลงไปในแม่น้ำซึ่งส่วนใหญ่ไม่ได้กังวลถึงการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา

ทั้งนี้ การแช่ตัวในแม่น้ำคงคาเป็นพิธีกรรมศักดิ์สิทธิ์ของชาวฮินดูซึ่งชาวอินเดียจากทั่วประเทศจะเดินทางมารวมตัวกันเพื่อเข้าร่วมเทศกาลนี้

โดยพิธีกุมภ์เมลาได้รับการยอมรับว่าเป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้โดยยูเนสโก ซึ่งในปี 2019 เทศกาลดังกล่าวดึงดูดผู้คนได้ถึง 55 ล้านคนภายใน 48 วัน

Photo by Money SHARMA / AFP

เกาหลีเหนือเปิดตัว ‘อาวุธทรงพลังที่สุดในโลก’ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/642790

วันที่ 15 ม.ค. 2564 เวลา 12:00 น.เกาหลีเหนือเปิดตัว 'อาวุธทรงพลังที่สุดในโลก'เกาหลีเหนือโชว์ขีปนาวุธจากเรือดำน้ำรุ่นใหม่หลังย้ำสหรัฐคือศัตรูหมายเลขหนึ่ง

บีบีซีรายงานเมื่อวันที่ 15 มกราคมว่าเกาหลีเหนือได้เปิดตัวขีปนาวุธจากเรือดำน้ำซึ่งสำนักข่าวกลางเกาหลี (KCNA) ระบุว่าเป็นอาวุธที่ทรงพลังที่สุดในโลก ท่ามกลางขีปนาวุธอีกจำนวนมากรวมทั้งปืนใหญ่ รถถัง และกองกำลังทหารอีกจำนวนมาก

ซึ่งถูกนำมาจัดแสดงในพิธีสวนสนามและขบวนพาเหรดแสดงแสนยานุภาพของกองทัพประชาชนเกาหลี ณ กรุงเปียงยาง ประเทศเกาหลีเหนือโดยมีคิม จอง-อึน ผู้นำสูงสุดเป็นประธานในพิธี

นับเป็นการเปิดตัวครั้งแรกสำหรับขีปนาวุธขนาดใหญ่ดังกล่าวหรือที่เรียกว่า “ปุกกุกซอง-5” ซึ่งพัฒนามากจาก “ปุกกุกซอง-4” โดยมีความยาวมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

โดยนักวิเคราะห์คาดว่านี่น่าจะเป็นขีปนาวุธรุ่นใหม่ล่าสุดของเกาหลีเหนือเนื่องจากไม่เคยเห็นมาก่อนหน้านี้ โดยอันกิต แพนด้า ผู้เชี่ยวชาญด้านเกาหลีเหนือทวีตข้อความว่า “ปีใหม่ ปุกกุกซองใหม่”

ทั้งนี้ การแสดงแสนยานุภาพทางทหารของเกาหลีเหนืออาจเป็นหนึ่งในสัญญาณที่ส่งถึงสหรัฐเนื่องจากก่อนหน้านี้คิม จอง-อึนได้ประกาศกร้าวว่าสหรัฐคือศัตรูหมายเลขหนึ่งของเกาหลีเหนือ

Photo by KCNA VIA KNS / AFP

เกาหลีใต้มอบรางวัลสิทธิมนุษยชนแก่ ‘ทนายอานนท์’ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/642778

วันที่ 15 ม.ค. 2564 เวลา 10:40 น.เกาหลีใต้มอบรางวัลสิทธิมนุษยชนแก่ 'ทนายอานนท์'ทนายอานนท์ นำภา คว้ารางวัลกวางจูเพื่อสิทธิมนุษยชน ประจำปี 2021 จากเกาหลีใต้

เมื่อวันที่ 14 มกราคม เว็บไซต์ Gwangjuin ของเกาหลีใต้ รายงานว่าคณะกรรมการตัดสินรางวัลกวางจูเพื่อสิทธิมนุษยชน (Gwangju Prize for Human Rights – GPHR) ประจำปี 2021 ได้ประกาศมอบรางวัลให้แก่ทนายอานนท์ นำภา นักเคลื่อนไหวและทนายความด้านสิทธิมนุษยชนจากประเทศไทย

โดยให้เหตุผลว่าในปี 2008 เมื่อทนายอานนท์เริ่มทำงานด้านกฎหมายเขาได้ให้ความช่วยเหลือด้านกฎหมายแก่นักเคลื่อนไหวด้านสิทธิมนุษยชนและประชาธิปไตยโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย รวมถึงให้ความช่วยเหลือผู้ที่ถูกดำเนินคดีในศาลทหาร

ในปี 2014 ทนายอานนท์ก่อตั้งกลุ่มพลเมืองโต้กลับเพื่อรวมพลังเรียกร้องประชาธิปไตยและสร้างความตระหนักของสาธารณชนเกี่ยวกับสิทธิมนุษยชน และเป็นหนึ่งในบุคคลสำคัญในการเคลื่อนไหวของกลุ่มคนอยากเลือกตั้งในปี 2018 รวมถึงการเคลื่อนไหวครั้งล่าสุดของเขาที่ออกมาสนับสนับสนุนความยุติธรรมและสิทธิมนุษยชนในประเทศไทยจึงได้มอบรางวัลนี้ให้แก่ทนายอานนท์

รวมถึง Watchdoc Documentary Maker กลุ่มสร้างภาพยนตร์สารคดีโดยนักข่าวชาวอินโดนีเซียก็ได้คว้ารางวัลพิเศษของรางวัลกวางจูเพื่อสิทธิมนุษยชนในปีนี้ด้วยเช่นกัน

ด้านมูลนิธิอนุสรณ์ 18 พฤษภาคม ซึ่งเป็นองค์กรด้านสิทธิมนุษยชนเกาหลีใต้ที่มอบรางวัลกวางจูเพื่อสิทธิมนุษยชนหวังว่าการตัดสินใจในครั้งนี้จะเป็นแรงผลักดันในการรักษาความเป็นปึกแผ่นของพลเมืองโลกในการส่งเสริมประชาธิปไตยและสิทธิมนุษยชน

ทั้งนี้ รางวัลดังกล่าวเป็นรางวัลที่มูลนิธิอนุสรณ์ 18 พฤษภาคม มอบให้แก่นักเคลื่อนไหวทั่วโลกเพื่อรำลึกถึงเหตุการณ์ในเดือนพฤษภาคม 1980 ที่ประชาชนเกาหลีใต้ออกมาต่อต้านการปกครองเผด็จการทหาร

Photo by Jack TAYLOR / AFP

หวั่นจลาจล! สหรัฐล็อกดาวน์วอชิงตันช่วงพิธีสาบานตน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/642775

วันที่ 15 ม.ค. 2564 เวลา 09:47 น.หวั่นจลาจล! สหรัฐล็อกดาวน์วอชิงตันช่วงพิธีสาบานตนศูนย์กลางของกรุงวอชิงตันถูกล็อกดาวน์คุมเข้มการรักษาความปลอดภัยเตรียมรับเหตุจลาจลวันสาบานตน

ทางการสหรัฐสั่งล็อกดาวน์ศูนย์กลางกรุงวอชิงตันดี.ซี.และยกระดับการรักษาความปลอดภัย เตรียมพร้อมรับมือเหตุจลาจลป่วนพิธีสาบานตนรับตำแหน่งประธานาธิบดีของ โจ ไบเดน ที่จะมีขึ้นในวันที่ 20 นี้ โดยเบื้องต้นกองกำลังพิทักษ์มาตุภูมิลงพื้นที่แล้วกว่า 20,000 นาย

ครอส เรย์ ผู้อำนวยการสำนักงานสอบสวนกลาง หรือเอฟบีไอเผยว่า “เรากังวลเกี่ยวกับความรุนแรงที่อาจเกิดขึ้นในการชุมนุมประท้วงที่วางแผนจะจัดขึ้นในกรุงวอชิงตันดี.ซี. และอาคารรัฐสภาของแต่ละรัฐทั่วประเทศในอีกไม่กี่วันข้างหน้า ซึ่งอาจเป็นโอกาสให้บุคคลที่พกพาอาวุธได้เข้าใกล้อาคารที่ทำการรัฐบาลหรือเจ้าหน้าที่” 

มีการติดตั้งรั้วเหล็กสูงหลายเมตรโดยรอบอาคารรัฐสภา ยาวไปจนถึงอาคารศาลฎีกา และห้องสมุดรัฐสภา ขณะที่ถนนใกล้เคียงหลายสายถูกปิด ส่วนภาคธุรกิจบางส่วนจะปิดให้บริการชั่วคราวเช่นกัน  นอกจากนี้ สำนักงานขนส่งสาธารณะของเมืองจะปิดสถานีรถไฟฟ้าใต้ดินบางแห่ง และปรับเปลี่ยนเส้นทางเดินรถบัสโดยสารตั้งแต่วันที่ 15-21 ม.ค.  

สำนักอุทยานแห่งชาติกำลังพิจารณาว่าจะปิดสวน National Mall ที่ทอดยาวตั้งแต่อาคารรัฐสภาไปถึงอนุสาวรีย์ลินคอล์น ซึ่งใช้เป็นที่รองรับผู้คนที่เข้าร่วมพิธีสาบานตนของประธานาธิบดีคนใหม่ตามธรรมเนียมปฏิบัติ แต่เบื้องต้นสั่งปิดอนุสาวรีย์วอชิงตันไม่ให้นักท่องเที่ยวเข้าชมชั่วคราวแล้ว

ด้าน เอ็ด บาสเตียน ซีอีโอสายการบินเดลตา แอร์ไลน์สเผยว่า ทางสายการบินไม่อนุญาตให้ผู้โดยสารที่มีจุดหมายปลายทางในท่าอากาศยานต่างๆ ในกรุงวอชิงตันดี.ซี. พกพาอาวุธปืนขึ้นเครื่องก่อนพิธีสาบานตน 

ขณะที่ อาบิเกล สแปนเบอร์เกอร์ สมาชิกสภาพรรคเดโมแครตและอดีตเจ้าหน้าที่สำนักข่าวกรองกลาง หรือซีไอดอ เตือนถึงความเป็นไปได้ที่จะเกิดความรุนแรงทางการเมืองหลังผ่านพ้นพิธีสาบานตนไปแล้ว

จะเกิดอะไรขึ้นหากจลาจลทำให้สหรัฐไม่เหลือผู้นำประเทศ? #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/642671

วันที่ 14 ม.ค. 2564 เวลา 21:29 น.จะเกิดอะไรขึ้นหากจลาจลทำให้สหรัฐไม่เหลือผู้นำประเทศ?สถานการณ์สมมติที่เริ่มจะใกล้เคียงความจริงเข้าไปทุกที สหรัฐมีวิธีการเตรียมรับวิกฤติแบบนั้นอย่างไร?

หลังจลาจลที่สภาคองเกรส พวกหัวรุนแรงที่สนับสนุนทรัมป์ก็ยังไม่ยอมรามือง่ายๆ โดยสำนักงานสอบสวนกลางสหรัฐ (FBI) เตือนว่า กลุ่มผู้สนับสนุนประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ เตรียมรวมตัวประท้วงอีกครั้งพร้อมอาวุธที่ศาลาว่าการของแต่ละรัฐทั้ง 50 แห่งและที่อาคารรัฐสภาในกรุงวอชิงตันดี.ซี. ระหว่างวันที่ 16-20 ม.ค.นี้ ซึ่งเป็นช่วงก่อนและระหว่างที่ โจ ไบเดน จะทำพิธีสาบานตนรับตำแหน่งอย่างเป็นทางการ

ทำให้ทางการสหรัฐต้องมีคำสั่งเพิ่มการรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวด โดยทั้งรัฐบาลกลาง ทางการแต่ละรัฐและเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นต่างเตรียมพร้อมรับมือเหตุการณ์ความรุนแรง แม้แต่โดนัลด์ ทรัมป์อนุมัติการประกาศภาวะฉุกเฉินในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. หลังจากที่หลายฝ่ายเตือนถึงภัยคุกคามที่อาจเกิดขึ้นจากกลุ่มผู้ชุมนุมประท้วงก่อนพิธีสาบานตนเข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีของโจ ไบเดนในวันที่ 20 มกราคมนี้

แต่ทรัมป์จะไม่ไปร่วมงานนี้ มีแต่ไมค์ เพนซ์รองประธานาธิบดีเท่านั้น ทำให้มีกระแสวิตกว่าการที่ทรัมป์เลี่ยงจะไปร่วมงานอาจเป็นเพราะเขาวางแผนปลุกระดมให้เกิดความรุนแรงหรือไม่เพื่อที่เขาจะรอดจากการถูกลูกหลงไหด้วย

ด้วยสถานการณ์ที่ไม่น่าไว้ใจมากขึ้นเรื่อยๆ ทำให้เราจึงควรทำความเข้าใจกับกลไกการสืบทอดตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐเอาไว้ก่อนหากเกิดเรื่องไม่คาดฝันขึ้น พวกเขามีวิธีการรับมืออย่างไร และใครจะขึ้นมารับตำแหน่งผู้นำประเทศหากบรรดาผู้นำที่ไปชุมนุมกันไม่สามารถทำหน้าที่ได้ด้วยเหตุสุดวิสัย (เช่น ถูกจับเป็นตัวประกันหรือถูกลอบสังหารทั้งหมด)

สหรัฐคิดถึงเรื่องนี้อย่างละเอียดละออ จึงมีการวางตัว “ผู้ถูกกำหนดให้รอดชีวิต” (Designated survivor) หรือผู้ถูกกำหนดให้สืบทอดตำแหน่งต่อ ในกรณีที่ประธานาธิบดี รองประธานาธิบดี ประธานสภา และคณะรัฐมนตรีเกือบทั้งหมด รวมถึงสมาชิกสภาไปร่วมงานพิธีในสถานที่เดียวกันและเกิดเหตุมไม่คาดฝันขึ้นจนคนเหล่านี้ไม่สามารถบริหารประเทศได้อีก

งานที่จะมีนักการเมืองระดับนำไปร่วมงานกันในคราวเดียวคืองานสาบานตนรับตำแหน่งประธานาธิบดีและการกล่างสุนทรพจน์ประจำปีของประธานาธิบดีสหรัฐต่อสภาคองเกรส

การวางตัว “ผู้ถูกกำหนดให้รอดชีวิต” เกิดขึ้นในช่วงสงครามเย็นซึ่งโลกเผชิญกับภัยคุกคามจากสงครามนิวเคลียร์ ในเวลานั้นหากจู่ๆ ประเทศศัตรูยิงนิวเคลียร์ถล่มสหรัฐในช่วงที่ทำพิธีอยู่ สหรัฐจะกลายเป็นอัมพาตทางการเมืองทันทีเพราะไม่มีใครที่จะสั่งการอะไรได้

โดยเฉพาะอย่างยิ่งประธานาธิบดีสหรัฐดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการทหารสูงสุดและผู้สั่งการให้กดยิงหัวรบนิวเคลียร์ด้วย ดังนั้นจึงมีความจำเป็นที่จะต้องกำหนดตัวแทนของประธานาธิบดีให้ชัดเจนเพื่อรับมือในกรณีที่ประธานาธิบดีเสียชีวิตกระทันหัน

ตามกฎหมายแล้วสหรัฐได้กำหนดลำดับชั้นของการสืบทอดตำแหน่งประธานาธิบดีเอาไว้ เรียกว่ากฎหมาย Presidential Succession Act of 1947 โดยกำหนดผู้สืบทอดประธานาธิบดีเอาโดนเริ่มต้นจากรองประธานาธิบดี ประธานสภาผู้แทนราษฎร รักษาการประธานวุฒิสภา รัฐมนตรีในคณะรัฐบาลโดยเริ่มจากกระทรวงหลักๆ เช่น กระทรวงการต่างประเทศ ตามด้วยอัยการสูงสุด และตามด้วยกระทรวงระดับรองลงมา

อนึ่ง ใรกรณียกเว้นคือ ประธานสภาผู้แทนราษฎร หากจะต้องขึ้นมารับตำแหน่งประธานาธิบดีจะต้องลาออกจากฝ่ายนิติบัญญัติเสียก่อน เพื่อรักษาหลักการการแบ่งแยกและถ่วงดุลอำนาจให้เกิดความโปร่งใส

การกำหนดลำดับขั้นการสืบทอดตำแหน่งอาจดูวุ่นวายในสายตาประเทศอื่น แต่มันเป็นระบบที่มีไว้เพื่อรักษาความชอบธรรมตามระบอบประชาธิปไตยของผู้ที่จะขึ้นมาบริหารประเทศต่อไปในกรณีทีเกิดเรื่องไม่คาดคิด เช่น ในสมัยของประธานาธิบริชาร์ด นิกสัน มีการสืบทอดตำแหน่งที่ไม่ได้อิงกับกฎหมายปี 1947 แต่อิงกับ 25th Amendment หรือ บทบัญญัติแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับที่ 25

สมัยนิกสันมีรองประธานาธิบดีคือ สปิโร แอกนิว ต่อมาแอกนิวลาออกจากตำแหน่งเนื่องจากพัวพันเรื่องอื้อฉาว คนที่ขึ้นมารับตำแหน่งแทนคือหัวหน้าพรรครีพับลิกันในสภาผู้แทนราษฎรชื่อว่า เจอร์รัล ฟอร์ด ต่อมานอิกสันต้องลาอกอีกเพราะเรื้ออื้อฉาว ทำให้ฟอร์ดรับตำแหน่งประธานาธิบดีตามลำดับขั้นแบบฟลุ๊คๆ

จะเห็นว่าระบบนี้ไม่ใช่ระบบกระต่ายตื่นตูม แต่มันพิสูจน์แล้วว่ามีสถานการณ์ที่คาดไม่ถึงจริงๆ หนึ่งในเรื่องคาดไม่ถึงในตอนนี้ก็คือ ใครจะไปเชื่อว่าม็อบจะบุกคองเกรส

ในกรณีที่ผู้สืบทอดตำแหน่งตามกฎหมายซึ่งมีทั้งหมด 18 คนไปอยู่พร้อมหน้ากันที่ใดที่หนึ่ง พวกเขาจะกลายเป็นเป้าในการถูกกำจัดได้ง่ายหากศัตรูต้องการจะทำลายเสถียรภาพของสหรัฐ เพื่อแก้ปัญหานี้ “ผู้ถูกกำหนดให้รอดชีวิต” จึงเกิดขึ้นมาตอบรับกับกฎหมายการสืบทอดตำแหน่งประธานาธิบดี

กระบวนการคัดเลือก “ผู้ถูกกำหนดให้รอดชีวิต” จะคัดมาจากรัฐมนตรีในคณะรัฐมนตรีโดยในตอนแรกจะมีการกำหนดไว้เพียงคนเดียว แต่หลังจากปี 2016 หรือหลังจากทรัมป์รับตำแหน่งประธานาธิบดีมีการกำหนดไว้ 2 คน (อย่างไรก็ตามสมัยจอร์จ ดับเบิลยู บุช ก็กำหนดไว้สองคนเช่นกัน)

บุคคลที่คัดสรรมาส่วนใหญ่เป็นรัฐมนตรีในกระทรวงระดับรอง เช่น กระทรวงกิจการภายในประเทศหรือกระทรวงเกษตร หรือรักษาการประธานวุฒิสภา คนที่ถูกกำหนดตัวไว้จะถูกพาตัวไปอยู่ที่เซฟเฮาส์ในขณะที่คนอื่นๆ ไปร่วมงานกันอย่างพร้อมหน้า คนที่ถูกกันตัวไว้จะอยู่พร้อมกับกระเป๋าบรีฟเคสสำหรับเข้ารหัสสั่งการยิงขีปนาวุธนิวคเลียร์ ซึ่งตามปกติแล้วจะมีเจ้าหน้าที่ความมั่นคงถือไว้ติดตามตัวผู็นำสหรัฐอยู่ตลอดเวลา เรียกว่า Nuclear football

“ผู้ถูกกำหนดให้รอดชีวิต” มีจุดเริ่มต้นจากความกลัวว่าฝ่ายบริหารของสหรัฐทั้งหมดจะตายไปหมดหากศัตรูถล่มด้วยนิวเคลียร์ และในช่วงของจอร์จ ดับเบิลยู บุชมีการกำหนดตัวแทนไว้ถึง 2 คนซึ่งเป็นช่วงสงครามต่อต้านการก่อารร้าย แต่ในเวลานี้ความกลัวเรื่องสงครามนิวเคลียร์แทบไม่มีแล้ว แต่ภัยคุกคามมาจากสหรัฐแทนนั่นคือกลุ่มฝ่ายขวาหัวรุนแรงที่สนับสนุนโดยทรัมป์และทรัมป์ยังปลุกระดมคนเหล่านี้ด้วย

หลังเกิดเรื่องไม่คาดฝันที่สภาคองเกรสซึ่งสมาชิกสภาและรองประธานาธิบดีต้องหนีตายจากการคุกคามของสาวกทรัมป์ (ซึ่งอาจเรียกได้ว่าเป็นการหนีตายเพราะข้อมูลบางแห่งระบุว่ากลุ่มผู้ชุมนุมบางคนมุ่งเอาชีวิตนักการเมืองในสภา) ความที่ทรัมป์เป็นเหตุให้เกิดเรื่องนี้ จึงมีการเรียกร้องให้ถอดถอนทรัมป์และสั่งให้ปิดปากทรัมป์ไม่ให้ปลุกระดมไปเลยโดยชี้ว่าทรัมป์มีสถานะเป็น Clear and present danger

Clear and present danger หรือ “อันตรายที่ชัดเจนและเฉพาะหน้า” เป็นกลักการของกระบวนการตุลาการสหรัฐที่ศาลมีอำนาจพิจารณาระดับสิทธิขั้นพื้นฐานตามบทบัญญัติแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับที่ 1 ได้ซึ่งว่าด้วยเสรีภาพในการแสดงความเห็นหรือเสรีภาพในการชุมนุม หากศาลเห็นว่าบุคคลผู้นั้นเป็นอันตรายที่ชัดเจนและเฉพาะหน้าต่อความมั่นคงของชาติ

อันตรายเฉพาะหน้าของทรุัมป์ก็คือเขาอาจปลุกระดมผู้สนับสนุนให้ก่อเหตุอีก หรืออาจใช้อำนาจในฐานะประธานาธิบดีสั่งการเรื่องที่ก่อให้เกิดความวุ่นวาย และจะต้องไม่ลืมว่าประธานาธิบดีสหรัฐเป็นผู้สั่งการยิงขีปนาวุธนิวเคลียร์ได้ตลอดเวลา

ตอนนี้ทรัมป์และสาวกของทรัมป์จึงเป็น “อันตรายที่ชัดเจนและเฉพาะหน้า” ของประเทศ ในช่วงไม่กี่วันหลังเหตุที่คองเกรสจึงมีการผลักดันให้ถอดถอนทรัมป์ด้วยกระบวนการของสภาคองเกรสและไมค์ เพนซ์ในฐานะรองประธานาธิบดียังมีอำนาจตามบทบัญญัติแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับที่ 25 หรือ 25th Amendment ซึ่งให้อำนาจรองประธานาธิบดีและคณะรัฐมนตรีในการโหวตถอดถอนประธานาธิบดีเนื่องจากประธานาธิบดีไม่มีความสามารถในการใช้อำนาจและทำหน้าที่ในตำแหน่งได้อีก

หลังจากนั้นไม่นานทรัมป์ก็มีอาการเป็นผู้เป็นคนมากขึ้น เช่น ประณามม็อบที่บุกถล่มคองเกรส (ตามคำยั่วยุของเขา) สั่งให้ทำเนียบขาวลดธงครึ่งเสาไว้อาลัยตำรวจคสภาที่เสียชีวิตในเหตุจลาจล และยังสั่งให้ใช้มาตรการฉุกเฉินในเมืองหลวงหลังมีเบาะแสว่าพวกหัวรุนแรง (ซึ่งเกิดขึ้นมาเพราะเขาอีกนั่นเอง) วางแผนก่อเหตุในวันสาบานตนรับตำแหน่งของโจ ไบเดน

แต่พวกหัวรุนแรงก็ยังเคลื่อนไหวกันต่อไป แม้ว่าพิธีสาบานตนของไบเดนจะจัดผ่าไปได้โดยไม่มีเหตุร้ายอะไรเกิดขึ้นและไม่มีความจำเป็นต้องใช้ “ผู้ถูกกำหนดให้รอดชีวิต” แต่สังคมอเมริกันแตกแยกอย่างหนักไปเรียบร้อยแล้ว ไม่ใช่แค่ความเห็นต่างทางการเมืองแบบสมัยก่อน แต่เป็นการเผชิญหน้ากันด้วยกำลัง

ความกลัวว่าจะเกิดสถานการณ์ไม่คาดฝันจะยังสื่อออกมาในรูปขอแงสื่อบันเทิงและวรรณกรรม เช่น ซีรีส์เรื่อง Designated Survivor (ปี 2016 – 2019) ที่มีพล็อตเรื่องเป็นเหตุสมมติเมื่อประธานาธิบดีกับคณะรัฐบาลทั้งหมดไปแถลงต่อสภาครั้งแรกแล้วคองเกรสถูกวินาศกรรมจนคนในนั้นตายเกือบหมด เหลือแต่ “ผู้ถูกกำหนดให้รอดชีวิต” ที่เป็นรัฐมนตรีกระทรวงเคหะและพัฒนาเมืองซึ่งเป็นกระทรวงจิ๊บจ๊อยเท่านั้นที่ยังรอด รัฐมนตรีโลว์โพร์ไฟล์จึงต้องรับบทหนักด้วยการเป็นผู้ทรงอำนาจที่สุดในโลกแบบไม่คาดฝัน

วรรณกรรมอีกเรื่องที่มีพล็อตคล้ายๆ กันคือ The Handmaid’s Tale เล่าถึงเหตุการณ์วินาศกรรมของกลุ่มหัวรุนแรงที่สังหารประธานาธิบดีสหรัฐกับคนในสภาคองเกรสทั้งหมด จากนั้นยึดอำนาจเปลี่ยนประเทศเป็นระบอบเผด็จการทหาร กำหนดค่านิยมใหม่เป็นอนุรักษ์นิยมสุดขั้ว

น่าขนลุกที่ตัวร้ายในเรื่อง The Handmaid’s Tale มีค่านิยมอนุรักษ์นิยมสุดโต่งคล้ายๆ กับกลุ่มที่สนับสนุนทรัมป์และบุกเข้าไปในคองเกรสเมื่อเร็วๆ นี้

Photo by SAUL LOEB / AFP

ระวัง! หนุ่มจีนเฉียดตายเพราะบีบสิว นอนไอซียูร่วมเดือน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/642746

วันที่ 14 ม.ค. 2564 เวลา 19:00 น.ระวัง! หนุ่มจีนเฉียดตายเพราะบีบสิว นอนไอซียูร่วมเดือนชายชาวจีนจากมณฑลเจียงซูถูกหามเข้าโรงพยาบาลหลังปอดติดเชื้อรุนแรงเพราะบีบสิวบริเวณ “สามเหลี่ยมแห่งความตาย”

เว็บไซต์ Daily Mail รายงานว่า “เฉิน” ชายชาวจีนคนหนึ่งจากมณฑลเจียงซูทางตะวันออกของจีนเกือบเสียชีวิตหลังบีบสิวบริเวณใต้ริมฝีปากส่งผลให้มีอาการติดเชื้อรุนแรงทำให้ต้องรักษาตัวในห้องไอซียูนานกว่า 1 เดือน

โดยสื่อท้องถิ่นรายงานว่าในตอนแรกเฉินเริ่มมีไข้ หายใจลำบาก และปากบวมแดงไม่นานหลังจากที่เขาบีบสิวด้วยตนเองในช่วงต้นเดือนธันวาคมที่ผ่านมา

จนกระทั่งภรรยาของเขาเห็นท่าไม่ดีจึงรีบนำตัวส่งโรงพยาบาล โดยแพทย์วินิจฉัยว่าเฉินมีอาการปอดอักเสบติดเชื้อรุนแรงเนื่องจากแผลที่เกิดจากการบีบสิวติดเชื้อและแพร่กระจายไปยังปอดทั้งสองข้างจึงรีบนำเข้าห้องไอซียู

แพทย์กล่าวเพิ่มเติมว่าอาการติดเชื้อของเฉินเกิดจากการที่เขาบีบสิวบริเวณคางซึ่งเรียกกันว่า “สามเหลี่ยมแห่งความตาย” (Triangle of Death) เนื่องจากบริเวณนั้นเป็นบริเวณที่มีเส้นเลือดอยู่มากซึ่งมีความเชื่อมโยงไปยังปอด

เราจึงควรหลีกเลี่ยงการบีบสิวด้วยตัวเอง โดยเฉพาะหากผิวหนังโดยรอบบวมแดง มีอาการเจ็บปวดหรือมีไข้ ควรรีบไปพบแพทย์โดยเร็วที่สุด

ภรรยาของเฉินกล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า “ฉันเคยเตือนเขาแล้วว่าอย่าบีบสิวเพราะเขาชอบทำเป็นประจำ แต่ก็ไม่คาดคิดว่าจะส่งผลรุนแรงขนาดนี้”

เฉินใช้เวลารักษาในห้องไอซียูราว 1 เดือนก่อนที่อาการจะทรงตัวแต่แพทย์แนะนำให้ยังคงพักรักษาตัวเพื่อสังเกตอาการต่อไป

Photo by PIERRE-PHILIPPE MARCOU / AFP

จำคุก 20 ปีอดีตผู้นำเกาหลีใต้พัวพันคอร์รัปชัน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/642743

วันที่ 14 ม.ค. 2564 เวลา 18:00 น.จำคุก 20 ปีอดีตผู้นำเกาหลีใต้พัวพันคอร์รัปชันศาลฎีกาพิพากษายืนจำคุกอดีตประธานาธิบดีหญิงเกาหลีใต้ 20 ปี

เอเอฟพีรายงานว่าวันนี้ (14 มกราคม) ศาลสูงสุดเกาหลีใต้พิพากษายืนจำคุกอดีตประธานาธิบดีปาร์ค กึน-เฮ เป็นเวลา 20 ปี ในข้อหาคอร์รัปชัน 15 ปี และข้อหาใช้อำนาจในทางมิชอบอีก 5 ปี รวมทั้งปรับและริบทรัพย์รวม 21,500 ล้านวอน (ประมาณ 587 ล้านบาท)

หลังจากที่ก่อนหน้านี้เธอถูกตัดสินจำคุกเป็นเวลา 30 ปีและปรับเงิน 20,000 ล้านวอนในคำพิพากษาครั้งก่อนเมื่อเดือนกรกฎาคมปีที่ผ่านมา

นอกจากนี้เธอยังถูกตัดสินจำคุกอีก 2 ปีในข้อหาละเมิดกฎหมายการเลือกตั้ง ส่งผลให้เธอถูกจำคุกรวมทั้งสิ้น 22 ปี โดยขณะนี้เธอมีอายุ 68 ปี

ปาร์ค กึน-เฮ ประธานาธิบดีหญิงคนแรกของเกาหลีใต้ถูกฟ้องร้องยื่นถอดถอนออกจากตำแหน่งประธานาธิบดีในปี 2017 หลังจากที่ชาวเกาหลีใต้จำนวนมากออกมาเดินขบวนขับไล่ จึงกลายเป็นประธานาธิบดีที่มาจากการเลือกตั้งคนแรกของเกาหลีใต้ที่ถูกถอดถอนออกจากตำแหน่งและถูกดำเนินคดีในเวลาต่อมา

จนกระทั่งศาลชั้นต้นพิพากษาครั้งแรกในปี 2018 ในข้อหารับสินสนและใช้อำนาจในทางมิชอบโดยถูกตัดสินจำคุกเป็นเวลา 30 ปี จากนั้นมีการยื่นอุทธรณ์หลายครั้งจนได้ลดโทษเหลือ 20 ปี

ทั้งนี้ ศาลพิพากษาว่าเธอสมรู้ร่วมคิดกับเพื่อนสนิท ชอย ซุน-ซิล รับสินบนจากกลุ่มบริษัทรวมถึงซัมซุง และมีความผิดฐานปล่อยเอกสารลับของประธานาธิบดี

จีนสั่งตรวจโควิดเชิงรุกหลังพบผู้เสียชีวิตคนแรกรอบ 8 เดือน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/642736

วันที่ 14 ม.ค. 2564 เวลา 17:00 น.จีนสั่งตรวจโควิดเชิงรุกหลังพบผู้เสียชีวิตคนแรกรอบ 8 เดือนจีนรายงานผู้เสียชีวิตจากโควิด-19 รายแรกของประเทศในรอบ 8 เดือน ด้านผู้ติดเชื้อรายใหม่ทุบสถิติรายวันสูงสุดตั้งแต่มีนาคมปีที่แล้ว

Global Times รายงานเมื่อวันที่ 14 มกราคมว่า จีนรายงานผู้เสียชีวิตจากโควิด-19 ในประเทศเป็นครั้งแรกในรอบ 8 เดือน นับตั้งแต่วันที่ 17 พฤษภาคมปีที่แล้ว

โดยสำนักงานคณะกรรมการสาธารณสุขเหอเป่ย์เผยว่าผู้เสียชีวิตคนดังกล่าวเป็นเพศหญิงจากมณฑลเหอเป่ย์ทางตอนเหนือของจีนซึ่งมีโรคประจำตัวและป่วยหนักก่อนที่จะเสียชีวิตในช่วงบ่ายวันที่ 13 มกราคมตามเวลาท้องถิ่น

ทางการจีนระบุว่าผู้ป่วยส่วนใหญ่จากการติดเชื้อระลอกนี้เป็นวัยกลางคนและผู้สูงอายุในชุมชน โดยอายุเฉลี่ยของผู้ป่วยที่ได้รับการยืนยันในมณฑลเหอเป่ย์คือ 50 ปี โดยร้อยละ 30 ของผู้ป่วยมีอายุมากกว่า 60 ปี

หยาง จางฉิว รองผู้อำนวยการแผนกชีววิทยาจากมหาวิทยาลัยอู่ฮั่นกล่าวว่าผู้ป่วยที่มีโรคประจำตัวอัตราการเสียชีวิตจะสูงกว่าผู้ป่วยทั่วไปเนื่องจากไวรัสจะทำให้โรคที่เป็นอยู่รุนแรงขึ้น และการที่จะมีผู้เสียชีวิตจากโรคโควิด-19 นั้นไม่ใช่เรื่องแปลกเนื่องจากผู้ป่วยในเหอเป่ย์ระลอกนี้มีอายุเฉลี่ยสูง

อย่างไรก็ตามการเสียชีวิตไม่ได้เป็นตัวบ่งชี้โดยตรงว่าไวรัสแพร่ระบาดรุนแรงขึ้นในประเทศจีนแต่อาจมีสาเหตุมาจากโรคแทรกซ้อนอื่นๆ ที่ผู้ป่วยเป็นอยู่แล้ว

ทั้งนี้ จีนได้ยกระดับการตรวจหาเชื้อเชิงรุกเป็นวงกว้าง และยกระดับมาตรการควบคุมและป้องกันโรค เช่น สั่งปิดเมืองทางตอนเหนือของประเทศ หลังจากที่พบผู้ติดเชื้อในประเทศติดต่อกันหลายวัน โดยมีผู้ติดเชื้อรายใหม่ 138 ราย ซึ่งเป็นตัวเลขรายวันที่สูงที่สุดนับตั้งแต่เดือนมีนาคมปีที่แล้ว รวมถึงมีผู้เสียชีวิตจากโรคโควิด-19 ครั้งแรกในรอบ 8 เดือน

Photo by STR / AFP

พบภาพวาดอายุ 45,500 ปีในถ้ำอินโดนีเซีย #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/642723

วันที่ 14 ม.ค. 2564 เวลา 15:30 น.พบภาพวาดอายุ 45,500 ปีในถ้ำอินโดนีเซียภาพหมูป่าอินโดนี้นับเป็นภาพวาดที่เก่าแก่ที่สุดในโลกเท่าที่เคยพบมา

วารสาร Science Advance เปิดเผยการค้นพบครั้งสำคัญทางประวัติศาสตร์ว่า ทีมนักโบราณคดีค้นพบภาพเขียนสีรูปหมูป่าอินโดขนาดเท่าของจริงในถ้ำ Leang Tedongnge บนเกาะสุลาเวสีของอินโดนีเซีย โดยคาดว่าภาพดังกล่าวมีอายุอย่างน้อย 45,500 ปี นับเป็นภาพวาดที่เก่าแก่ที่สุดในโลกเท่าที่เคยพบ

แม็กซิม ออแบร์ ผู้เชี่ยวชาญด้านการวิเคราะห์อายุโบราณวัตถุจากมหาวิทยาลัยกริฟฟิธของออสเตรเลียซึ่งเป็นหนึ่งในทีมเผยว่า ภาพเขียนดังกล่าวถูกพบเมื่อปี 2017 โดย บาสราน บูร์ฮาน นักศึกษาปริญญาเอก ที่ร่วมอยู่ในทีมสำรวจที่ทำร่วมกับทางการอินโดนีเซีย

ภาพหมูป่าอินโดขนาด 136×54 เซนติเมตร ถูกวาดโดยใช้สีแดงเหลืองออกน้ำตาล มีงาโผล่ออกมา 1 คู่ซึ่งเป็นลักษณะของหมูป่าเพศผู้ และยังพบภาพพิมพ์รอยมืออยู่เหนือส่วนหลังของหมู่ป่า

ออแบร์เผยว่า เมื่อใช้ไอโซโทปยูเรเนียมวิเคราะห์อายุแร่แคลไซต์ที่ทับถมอยู่เหนือรูปวาดพบว่าแคลไซต์ที่สะสมอยู่มีอายุ 45,500 ปี ทว่าภาพวาดโบราณอาจมีอายุมากกว่านี้ เนื่องจากการคำนวณอายุใช้แร่แคลไซต์ที่อยู่ชั้นบนสุดซึ่งเกิดขึ้นภายหลังเท่านั้น

ทางทีมเชื่อว่าภาพวาดดังกล่าววาดโดยโฮโมซาเปียนส์ ทว่าไม่สามารถระบุได้แน่นอน

ก่อนหน้านี้ นักโบราณคดีทีมเดียวกันได้พบภาพวาดครึ่งมนุษย์ครึ่งสัตว์ที่กำลังล่าสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมอายุอย่างน้อย 43,900 ปี

Photo by Adhi Agus OKTAVIANA / GRIFFITH UNIVERSITY / AFP