อิหร่านอวดโฉมคลังเก็บขีปนาวุธใต้ดิน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/642323

วันที่ 09 ม.ค. 2564 เวลา 16:14 น.อิหร่านอวดโฉมคลังเก็บขีปนาวุธใต้ดิน อิหร่านเปิดเผยคลังใต้ดินสำหรับเก็บขีปนาวุธทางยุทธศาสตร์  

สำนักข่าวแห่งชาติของอิหร่านเผยแพร่ภาพคลังเก็บขีปนาวุธข้ามทวีปที่อยู่ลึกลงไปใต้ดินตามแนวชายฝั่งของอิหร่าน โดยในภาพปรากฏนายพล ฮุสเซน ซาลามี หัวหน้ากองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิหร่าน กำลังเดินตรวจอุโมงค์ใต้ดินที่เรียงรายไปด้วยขีปนาวุธและเครื่องยิงขีปนาวุธ  

“สิ่งที่คุณเห็นวันนี้เป็นหนึ่งในคลังเก็บขีปนาวุธข้ามทวีปของกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิหร่าน” ซาลามีกล่าว  

นอกจากนี้ สำนักข่าวท้องถิ่น MEHR และ IRNA ยังรายงานโดยอ้างคำพูดของซาลามีว่า คลังเก็บขีปนาวุธแห่งนี้ยังมีเครื่องยิงขีปนาวุธพิสัยไกลที่มีพิสัยการยิงหลายร้อยกิโลเมตรด้วย  

การอวดโฉมคลังเก็บขีปนาวุธของอิหร่านเกิดขึ้นในช่วงเวลาที่ความสัมพันธ์กับสหรัฐตึงเครียด   

และเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา อิหร่านยังประกาศว่าได้กลับมาเสริมสมรรถนะแร่ยูเรเนียมความบริสุทธิ์ 20% ซึ่งเกินกว่าข้อกำหนดในข้อตกลงปลดอาวุธนิวเคลียร์ที่ทำไว้เมื่อปี 2015 ที่ โดนัลด์ ทรัมป์ ถอนตัวไปเมื่อปี 2018   

ในวันเดียวกันนั้นอิหร่านยังพยายามยั่วยุด้วยการยึดเรือบรรทุกสารเคมีสัญชาติเกาหลีใต้ในอ่าวเปอร์เซีย ซึ่งในเวลาต่อมากระทรวงการต่างประเทศสหรัฐได้ประณามทั้งการยึดเรือและการเสริมสมรรถนะยูเรเนียม ทั้งยังส่งเครื่องบินรบ B-52 bombers บินเหนือภูมิภาคอ่าวเปอร์เซีย

โดยทรัมป์ยังสั่งให้เรือบบรทุกเครื่องบินยูเอสเอสนิมิตซ์ (USS Nimitz) ประจำการที่นั่นต่อทั้งมีเดิมมีกำหนดเดินทางกลับแล้ว

Photo by SEPAHNEWS / AFP

ไบเดนโจมตีทรัมป์ไม่เหมาะเป็นประธานาธิบดี #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/642316

วันที่ 09 ม.ค. 2564 เวลา 14:12 น.ไบเดนโจมตีทรัมป์ไม่เหมาะเป็นประธานาธิบดีว่าที่ผู้นำสหรัฐยังบอกอีกว่าดีแล้วที่ทรัมป์ไม่เข้าร่วมพิธีสาบานตน แต่ยินดีต้อนรับ ไมค์ เพนซ์

โจ ไบเดน ว่าที่ประธานาธิบดีสหรัฐตอบคำถามผู้สื่อข่าวระหว่างประกาศผู้ร่วมคณะรัฐมนตรีเกี่ยวกับการถอดถอนประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ว่า “ผมเคยพูดมานานเป็นปีแล้วว่าทรัมป์ไม่เหมาะจะเป็นประธานาธิบดี” และยังบอกว่าทรัมป์เป็นหนึ่งในประธานาธิบดีที่ไร้ประสิทธิภาพที่สุดในประวัติศาสตร์สหรัฐ

ไบเดนยังล่าวอีกว่าจะถอดถอนทรัมป์ออกจากตำแหน่งหรือไม่ขอให้รัฐสภาเป็นผู้ตัดสินใจ ส่วนตัวเองจะให้ความสำคัญกับงานของตัวเอง นั่นคือ Covid-19 วัคซีน และแก้ปัญหาเศรษฐกิจ

และยังเอ่ยถึงกรณีที่ทรัมป์ปฏิเสธเข้าร่วมพิธีสาบานตนว่า “เป็นเรื่องดีที่ประธานาธิบดีไม่มาร่วมงาน” แต่ย้ำว่าจะเป็นเกียรติอย่างยิ่งหาก รองประธานาธิบดี ไมค์ เพนซ์ จะมาร่วมงานในวันที่ 20 นี้

วัคซีนไฟเซอร์ต้านโควิดกลายพันธุ์จากอังกฤษได้ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/642311

วันที่ 09 ม.ค. 2564 เวลา 12:15 น.วัคซีนไฟเซอร์ต้านโควิดกลายพันธุ์จากอังกฤษได้ผลวิจัยชี้วัคซีนต้าน Covid-19 ของไฟเซอร์มีประสิทธิภาพป้องกันเชื้อกลายพันธุ์ที่มาจากอังกฤษ

ผลการวิจัยจากมหาวิทยาลัยเทกซัสสาขาการแพทย์ซึ่งสนับสนุนโดยบริษัทไฟเซอร์ (Pfizer) และไบโอเอ็นเทค (BioNTech) พบว่า วัคซีนต้าน Covid-19 ที่ทั้งสองบริษัทร่วมกันพัฒนามีแนวโน้มที่จะสร้างภูมิคุ้มกันที่ตอบสนองต่อเชื้อโคโรนาไวรัสกลายพันธุ์ที่มีโปรตีนหนาม (spike protein) ที่ชื่อว่า N501Y จากอังกฤษและแอฟริกาใต้

งานวิจัยนี้ศึกษาการตอบสนองต่อเชื้อโคโรนาไวรัสกลายพันธุ์ในน้ำเหลืองของเลือกที่ได้จากอาสาสมัคร 20 คนที่ได้รับวัคซีนของไฟเซอร์และไบโอเอ็นเทค และแม้จะไม่ได้ศึกษาเชื้อกลายพันธุ์สายพันธุ์อื่น แต่ผลลัพธ์ที่ได้ก็สอดคล้องกับการตอบสนองต่อไวรัสเสมือน 15 ชนิดที่มีหนามโปรตีนของเชื้อกลายพันธุ์สายพันธุ์อื่นของเชื้อ SARS-CoV-2

ผลการศึกษาชิ้นนี้เผยแพร่ก่อนที่จะมีการตีพิมพ์และการผ่านกระบวนการพิจารณาตรวจสอบโดยคณะผู้เชี่ยวชาญ (peer review) 

ด้านผู้บริหารจากทั้งไบโอเอ็นเทค และโมเดอร์นา (Moderna) ต่างเชื่อว่าวัคซีนของตัวเองจะป้องกันเชื้อกลายพันธุ์ได้

ไม่ยอมจบ! ฝ่ายหนุนทรัมป์เตรียมรวมตัวป่วนพิธีสาบานตน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/642303

วันที่ 09 ม.ค. 2564 เวลา 10:15 น.ไม่ยอมจบ! ฝ่ายหนุนทรัมป์เตรียมรวมตัวป่วนพิธีสาบานตนกลุ่มหนุ่มทรัมป์ยังไม่ยอมจบ นัดรวมตัวอีกครั้งในวันสาบานตนของไบเดน 20 ม.ค.นี้

สำนักข่าว NBC News รายงานว่า กลุ่มผู้สนับสนุนประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศจะกลับมารวมตัวกันในกรุงวอชิงตันดี.ซี.อีกครั้งในวันที่ 20 ม.ค.นี้ ซึ่งเป็นวันที่ โจ ไบเดน จะเข้าพิธีสาบานตนรับตำแหน่งประธานาธิบดีคนที่ 46 อย่างเป็นทางการ

ผู้ใช้แพลตฟอร์ม Parler ชุมชนออนไลน์ที่นิยมใช้กันในกลุ่มผู้สนับสนุนทรัมป์ รายหนึ่งระบุว่า “พวกเราส่วนใหญ่จะกลับมารวมตัวกันอีกครั้งในวันที่ 19 ม.ค. จะนำอาวุธของพวกเรามาด้วย เพื่อสนับสนุนการแก้ปัญหาของชาติ ซึ่งโลกจะไม่มีวันลืม เราจะมากันอย่างมืดฟ้ามัวดินโดยที่ทหารหรือตำรวจตั้งรับไม่ไหว”

ขณะที่ผู้ใช้แพลตฟอร์ม TheDonald.win ซึ่งเป็นของกลุ่มผู้สนับสนุนทรัมป์เช่นกัน อีกรายหนึ่งระบุว่า “รอบสอง วันที่ 20 ม.ค. ครั้งนี้ไม่มีปรานี ฉันไม่สนใจแม้แต่จะรักษาอำนาจให้ทรัมป์ ฉันสนใจแค่สงคราม”

จากเหตุการณ์บุกอาคารรัฐสภาก่อนหน้านี้บวกกับข้อความปลุกระดมดังกล่าวส่งผลให้ตำรวจกังวลว่าจะเกิดเหตุซ้ำรอยในวันที่ 20   นี้

แฟรงค์ ฟิกลุซซี อดีตรองผู้อำนวยการเอฟบีไอและนักวิเคราะห์ด้านความมั่นคงแห่งชาติของสำนักข่าว NBC News เผยว่า “มีความกังวลมากขึ้นว่ากลุ่มหัวรุนแรงจะฮึกเหิมขึ้นจากการบุกรัฐสภา ซึ่งหมายความว่าเราต้องแข่งกับเวลาในการจัดการกับการปลุกปั่นสร้างความรุนแรงก่อนที่คนกลุ่มนี้จะลงมืออีกครั้ง”

จากข้อมูลของกรมอุทยานแห่งชาติสหรัฐซึ่งมีหน้าที่พิจารณาอนุญาตการจัดการชุมนุมในกรุงวอชิงตันดี.ซี. พบว่ามีคำขออนุญาตชุมนุม 7 คำขอซึ่งจะจัดขึ้นในช่วงเวลาทับซ้อนกับการสาบานตนของไบเดน ซึ่งหนึ่งในนั้นเป็นของกลุ่มผู้สนับสนุนทรัมป์

ทวิตเตอร์ระงับบัญชี โดนัลด์ ทรัมป์ ถาวร #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/642298

วันที่ 09 ม.ค. 2564 เวลา 09:12 น.ทวิตเตอร์ระงับบัญชี โดนัลด์ ทรัมป์ ถาวรทวิตเตอร์ระงับบัญชีส่วนตัวของ โดนัลด์ ทรัมป์ อย่างถาวร หลังเจ้าตัวใช้ปลุกม็อบบุกรัฐสภา  

ช่วงเช้าวันนี้ (9 ม.ค.) ตามเวลาประเทศไทย ทวิตเตอร์เปิดเผยว่าได้ลบบัญชีทวิตเตอร์ @realDonaldTrump ของประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งมีผู้ติดตามราว 88.7 ล้านคนเป็นการถาวรแล้ว เนื่องจากละเมิดกฎเกณฑ์ของทวิตเตอร์ท่ามกลางข้อครหาว่าทรัมป์ปลุกระดมให้กลุ่มผู้สนับสนุนออกมาปิดล้อมอาคารรัฐสภา

“หลังจากพิจารณาเนื้อหาการทวีตเมื่อเร็วๆ นี้ของบัญชี @realDonaldTrump และบริบทที่เกี่ยวข้องกับทวีตแล้ว เราตัดสินใจระงับบัญชีอย่างถาวร เนื่องจากเกรงว่าจะเกิดการปลุกปั่นให้เกิดคามรุนแรงขึ้นอีก” ทวิตเตอร์ระบุ

ก่อนหน้านี้ทวิตเตอร์ได้ระงับบัญชีของทรัมป์ชั่วคราวนานกว่า 12 ชั่วโมง และสั่งให้ทรัมป์ลบทวีตที่ละเมิดกฎของทวิตเตอร์หลายทวีต ซึ่งหนึ่งในนั้นก็คือทวีตที่ทรัมป์อ้างว่ามีการทุจริตการเลือกตั้งประธานาธิบดีเมื่อเดือน พ.ย.ที่ผ่านมา และเตือนว่าหากละเมิดกฎอีกจะถูกลบบัญชีถาวร

หลังจากนั้นเมื่อช่วงเช้าวันศุกร์ตามเวลาท้องถิ่นซึ่งตรงกับค่ำวันศุกร์ตามเวลาประเทศไทย ทวิตเตอร์ได้ปลดล็อกบัญชีทรัมป์ และเจ้าตัวทวีตว่าจะไม่เข้าร่วมพิธีสาบานตนรับตำแหน่งของ โจ ไบเดน ในวันที่ 20 นี้ตามประเพณีปฏิบัติ แต่หลังจากนั้นพอเข้าบัญชีของทรัมป์ก็พบข้อความว่า “บัญชีถูกระงับ”

ในเวลาต่อมาทรัมป์ได้ใช้บัญชีทวิตเตอร์ @POTUS ซึ่งเป็นบัญชีทางการของผู้นำสหรัฐทวีตว่า ทวิตเตอร์เป็นพวกซ้ายจัด ได้ผลประโยชน์จากกฎหมาย และยังระบุอีกว่าจะสร้างแพลตฟอร์มของตัวเองในอนาคตอันใกล้ จะไม่ยอมถูกปิดปาก ก่อนจะถูกลบไป

ก่อนหน้านี้ เฟซบุ๊คก็เพิ่งประกาศระงับบัญชีของทรัมป์อย่างไม่มีกำหนดเช่นกัน

‘อีลอน มัสก์’ ขึ้นแท่นรวยสุดในโลกแซง ‘เจฟฟ์ เบซอส’ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/642270

วันที่ 08 ม.ค. 2564 เวลา 20:30 น.'อีลอน มัสก์' ขึ้นแท่นรวยสุดในโลกแซง 'เจฟฟ์ เบซอส'อีลอน มัสก์ ชิงตำแหน่งมหาเศรษฐีที่รวยที่สุดในโลก เผยเงินของเขามีไว้ช่วยโลก

บีบีซีรายงานว่า อีลอน มัสก์ ผู้ก่อตั้งบริษัทเทสลา (Tesla) ผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้ารายใหญ่ที่สุดในโลก กลายเป็นบุคคลที่ร่ำรวยที่สุดในโลกด้วยมูลค่าทรัพย์สินสุทธิ 185,000 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือกว่า 5.5 ล้านล้านบาท

ส่งผลให้เขาโค่นตำแหน่งมหาเศรษฐีที่ร่ำรวยที่สุดในโลกจากเจฟฟ์ เบซอส ผู้ก่อตั้งแอมะซอน (Amazon) บริษัทอีคอมเมิร์ซยักษ์ใหญ่ซึ่งครองตำหน่งนี้มาตั้งแต่ปี 2017

สถิติดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากที่ราคาหุ้นของเทสลาเพิ่มขึ้นประมาณ 6% ในตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์กเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา

นอกจากนี้บริษัทเทสลามีมูลค่าทางการตลาดเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในปีที่ผ่านมาจนแตะ 7 แสนล้านเหรียญสหรัฐเป็นครั้งแรกเมื่อวันพุธที่ผ่านมา ซึ่งมากกว่าโตโยต้า (Toyota), โฟล์คสวาเกน (Volkswagen), ฮุนได (Hyundai), จีเอ็ม (GM) และฟอร์ด (Ford) รวมกันเสียอีก

ก่อนหน้านี้มัสก์เคยออกมากล่าวว่า “เงินประมาณครึ่งหนึ่งของผมมีไว้เพื่อช่วยแก้ไขปัญหาต่างๆ บนโลก และอีกครึ่งหนึ่งสำหรับสร้างเมืองที่สามารถพึ่งพาตนเองได้บนดาวอังคารเพื่อให้มั่นใจว่าสิ่งมีชีวิตทุกชนิดจะสามารถดำรงอยู่ต่อไปได้หากโลกถูกทำลาย”

โดยนักวิเคราะห์มองว่าความร่ำรวยของมัสก์จะยิ่งได้รับการสนับสนุนขึ้นไปอีกหากพรรคเดโมแครตเข้ามามีบทบาทบริหารสหรัฐ ซึ่งจะเอื้อต่อเทสลาและภาครถยนต์ไฟฟ้าทั้งหมดด้วยความพยายามขับเคลื่อนพลังงานสะอาดในประเทศ

ด้านเบซอสกล่าวว่าบริษัทแอมะซอนของเขาได้ประโยชน์จากการระบาดของไวรัสโคโรนาที่ส่งผลให้ความต้องการในการซื้อขายออนไลน์และบริการทางอินเทอร์เน็ตเพิ่มมากขึ้น

อย่างไรก็ตามเบซอสมอบหุ้น 4% ให้กับอดีตภรรยาของเขาหลังจากที่พวกเขาแยกทางกัน ส่งผลให้มัสก์สามารถรวยแซงหน้าเบซอสไปได้

Photo by Britta Pedersen / POOL / AFP

เตรียมสอบตำรวจรัฐสภาครั้งใหญ่หลังหยุดม็อบไม่อยู่ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/642269

วันที่ 08 ม.ค. 2564 เวลา 19:30 น.เตรียมสอบตำรวจรัฐสภาครั้งใหญ่หลังหยุดม็อบไม่อยู่ตำรวจรัฐสภาสหรัฐถูกตรวจสอบครั้งใหญ่ชนิดที่ไม่เคยมีมาก่อนในรอบกว่า 200 ปีหลังไม่สามารถสกัดม็อบไม่ให้เข้าไปยังอาคารรัฐสภา

ล่าสุด สตีเวน ซันด์ ผู้บัญชาการสำนักงานตำรวจรัฐสภา และพอล เออร์วิง ตำรวจประจำรัฐสภาซึ่งมีหน้าที่ควบคุมดูแลตำรวจ ประกาศลาออกจากตำแหน่งหลังเกิดเหตุผู้สนับสนุนทรัมป์บุกอาคารรัฐสภา โดยหนังสือลาออกของซันด์จะมีผลในวันที่ 16 ม.ค.นี้

ด้านสำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า ตำรวจรัฐสภาสหรัฐซึ่งมีกองกำลังเทียบเท่ากับกองกำลังที่ใช้ปกป้องเมืองขนาดกลาง แต่กลับไม่สามารถรักษาพื้นที่ราว 1 ตารางกิโลเมตรจากกลุ่มผู้สนับสนุนประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ กำลังจะถูกตรวจสอบครั้งใหญ่

แม้ว่าเจ้าหน้าที่จะมีมากกว่าแต่กลับไม่สามารถสกัดกลุ่มผู้ประท้วง ทำให้บรรดาสมาชิกสภาเรียกร้องให้ตรวจสอบการทำหน้าที่ของตำรวจรัฐสภา รวมทั้งเรียกร้องให้ชี้แจงถึงความผิดพลาดในครั้งนี้ด้วย

แม็กซีน วอเตอร์ส สมาชิกสภาจากรัฐแคลิฟอร์เนียของพรรคเดโมแครตเผยว่า ซันด์ได้รับรองกับเธอเมื่อหลายวันก่อนหน้านี้ว่าผู้ก่อการร้ายจะไม่ได้เข้าไปในบริเวณอาคารรัฐสภาและอาคารรัฐสภาปลอดภัย

เช่นเดียวกับ โซอี ลอฟเกร็น สมาชิกสภาจากรัฐแคลิฟอร์เนียของพรรคเดโมแครตและประธานคณะกรรมาธิการกิจการสภาผู้แทนราษฎรที่เผยว่า จะเป็นแกนนำในการตรวจสอบการรับมือกลุ่มผู้สนับสนุนทรัมป์ของตำรวจรัฐสภาที่ปล่อยให้มรการบุกยึดและทำลายทรัพย์สิน

ส่วน กัซ พาพาธานาซิว ประธานสหภาพตำรวจเผยว่า การขาดการวางแผนนำมาสู่การบุกอาคารรัฐสภาสหรัฐครั้งใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่สงครามปี 1812 โดยอ้างถึงเหตุการณ์ที่กองทัพอังกฤษเผาอาคารรัฐสภาสหรัฐในปี 1814 หรือเมื่อ 207 ปีที่แล้ว

ตำรวจสหรัฐดับอีกราย เหตุปะทะม็อบบุกสภา #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/642256

วันที่ 08 ม.ค. 2564 เวลา 18:30 น.ตำรวจสหรัฐดับอีกราย เหตุปะทะม็อบบุกสภาตำรวจสหรัฐเสียชีวิตเพิ่ม 1 รายจากเหตุจลาจลรัฐสภาวานนี้ ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตรวม 5 ราย

หลังจากที่ก่อนหน้านี้ตำรวจประจำรัฐสภาสหรัฐออกมาเปิดเผยว่ายังไม่มีเจ้าหน้าที่ตำรวจคนใดเสียชีวิต ล่าสุดบลูมเบิร์กรายงานว่ามีเจ้าหน้าที่ตำรวจประจำรัฐสภาเสียชีวิตเพิ่ม 1 ราย หลังได้รับบาดเจ็บหนักจากการปะทะในเหตุจลาจลวานนี้ ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตรวม 5 ราย

โดยรายงานระบุว่า ไบรอัน ซิคนิค เจ้าหน้าที่ตำรวจของกองบัญชาการตำรวจประจำรัฐสภาสหรัฐ (USCP) ได้รับบาดเจ็บจากการปะทะกับกลุ่มผู้ก่อจลาจล และเสียชีวิตที่โรงพยาบาลท้องถิ่นแห่งหนึ่งในเวลาต่อมา

โดยกองบัญชาการตำรวจประจำรัฐสภาสหรัฐกล่าวเสริมว่ากรมตำรวจนครบาลแขวงโคลัมเบียจะมีการสอบสวนถึงสาเหตุการเสียชีวิตเพิ่มเติม

ข่าวการเสียชีวิตเกิดขึ้นไม่นานหลังจากที่สตีเวน ซันด์ ผู้บัญชาการกองบัญชาการตำรวจประจำรัฐสภาสหรัฐประกาศลาออกจากตำแหน่งท่ามกลางคำวิพากษ์วิจารณ์ว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่สามารถรับมือกับความวุ่นวายและความรุนแรงที่เกิดขึ้นในรัฐสภาได้ ซึ่งการลาออกของเขาจะมีผลในวันที่ 16 มกราคม

เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นท่ามกลางคำเรียกร้องจากนักการเมืองและประชาชนจำนวนมากที่ต้องการให้ใช้บทบัญญัติแก้ไขรัฐธรรมนูญที่ 25 (25th Amendment) เพื่อถอดถอนโดนัลด์ ทรัมป์ออกจากตำแหน่งประธานาธิบดี แม้จะใกล้สิ้นสุดวาระดำรงตำแหน่งในวันที่ 20 มกราคมนี้ก็ตาม

Photo by ROBERTO SCHMIDT / AFP

รมว.สหรัฐแห่ลาออกหลังม็อบบุกรัฐสภา #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/642254

วันที่ 08 ม.ค. 2564 เวลา 17:30 น.รมว.สหรัฐแห่ลาออกหลังม็อบบุกรัฐสภา2 รมว.สหรัฐพร้อมใจลาออกหลังม็อบสนับสนุนทรัมป์บุกอาคารรัฐสภา

อีเลน เชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม และเบตซี เดวอส รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ยื่นหนังสือลาออกจากคณะรัฐมนตรีของรัฐบาลประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ หลังจากทรัมป์ปลุกระดมม็อบจนนำมาสู่การบุกอาคารรัฐสภาเมื่อวันพุธที่ผ่านมาตามเวลาท้องถิ่น โดยนับเป็นเจ้าหน้าที่ระดับสูง 2 รายล่าสุดที่ลาออก

เชา ซึ่งเป็นภรรยาของ มิตช์ แม็คคอนเนล ผู้นำวุฒิสมาชิกพรรครีพับลิกันระบุในแถลงการณ์ว่า รู้สึกไม่สบายใจกับเหตุการณ์ที่กลุ่มผู้สนับสนุนทรัมป์บุกอาคารรัฐสภาซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่สามารถหลีกเลี่ยงได้ และจะช่วย พีท บุตติเจจ ว่าที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมในการเข้ารับตำแหน่งต่อ

การลาออกของเชาจะมีผลในวันจันทร์นี้

ส่วนจดหมายลาออกของเดวอสที่ส่งถึงทรัมป์ระบุว่า เหตุการณ์เมื่อวันพุธเป็นเหตุการณ์ที่ไร้จิตสำนึก

นอกจากนี้ ยังมีเจ้าหน้าที่ในทำเนียบขาวอีกหลายคนที่ยื่นหนังสือลาออก อาทิ เอลินอร์ เอฟ. แม็คแคนซ์-แคตซ์ รองเลขาธิการสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข, แอนโธนี รุจเจียโร เจ้าหน้าที่ระดับสูงจากสภาความมั่นคงแห่งชาติทีดูแลเรื่องนโยบายเกาหลีเหนือและผู้เชี่ยวชาญด้านเอเชียตะวันออก และเจ้าหน้าที่คนอื่นที่ลาออกทันทีหลังเหตุบุกรัฐสภาเมื่อวันพุธ

ทรัมป์เตรียมหาลู่ทางอภัยโทษให้ตัวเอง #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/642243

วันที่ 08 ม.ค. 2564 เวลา 16:30 น.ทรัมป์เตรียมหาลู่ทางอภัยโทษให้ตัวเอง แหล่งข่าวเผยทรัมป์เคยหารือเรื่องอภัยโทษให้ตัวเองกับที่ปรึกษาและนักกฎหมาย  

สำนักข่าว The New York Times รายงานโดยอ้างแหล่งข่าวที่ได้รับทราบเรื่องการหารือว่า ในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ได้หารือกับที่ปรึกษาและนักกฎหมายถึงความเป็นไปได้และผลที่จะตามมาทั้งทางกฎหมายและทางการเมืองหากเขาอภัยโทษให้ตัวเอง  

The New York Times ระบุว่าทางสำนักข่าวไม่ทราบแน่ชัดว่าทรัมป์ได้หารือเรื่องดังกล่าวหลังจากกลุ่มผู้สนับสนุนบุกอาคารรัฐสภาหรือไม่  

ทั้งนี้ เมื่อปี 2018 ทรัมป์เคยทวีตว่า “ผมมีอำนาจเต็มที่ในการอภัยโทษให้ตัวเอง”  

อย่างไรก็ดี กรณีที่ประธานาธิบดีอภัยโทษให้ตัวเองยังไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน และผู้เชี่ยวชาญก็มีความเห็นหลากหลาย โดยบันทึกทางกฎหมายของกระทรวงยุติธรรมสหรัฐระบุว่า ประธานาธิบดีไม่สามารถอภัยโทษให้ตัวเอง แต่สามารถลาออกจากตำแหน่งและขอให้รองประธานาธิบดีที่ขึ้นรับตำแหน่งแทนอภัยโทษให้ได้ ทว่าบันทึกนี้ไม่มีผลผูกมัดทางกฎหมาย

ด้าน ไบรอัน คัลต์ ศาสตรจารย์ด้านกฎหมายรัฐธรรมนูญจากมหาวิทยาลัยมิชิแกนเผยว่า รัฐธรรมนูญสหรัฐไม่ได้ให้คำตอบที่ชัดเจนในเรื่องนี้ และยังไม่เคยมีประธานาธิบดีคนไหนใช้มาก่อน คำตอบของคัลต์จึงมีเพียง “ทรัมป์สามารถลองใช้อำนาจนี้ดูได้”  

ขณะที่ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายบางคนบอกว่าการอภัยโทษให้ตัวเองถือว่าขัดกับรัฐธรรมนูญ เนื่องจากเป็นการละเมิดหลักที่ว่าไม่มีใครสามารถเป็นผู้ตัดสินคดีของตัวเองได้ 

และแม้ว่าทรัมป์จะอภัยโทษให้ตัวเองได้ ก็มีบางคดีที่ไม่สามารรับการอภัยโทษ ซึ่งรวมทั้งคดีอาญาที่อัยการเมืองแมนฮัตตันและคดีแพ่งที่อัยการรัฐนิวยอร์กสั่งสอบสวนว่าทรัมป์ทำให้มูลค่าทรัพย์สินเพิ่มขึ้นเพื่อให้ได้รับเงินกู้และสิทธิประโยชน์ทางภาษีในการทำสัญญาธุรกิจส่วนตัว