ชะตากรรมโรฮิงญาบ้านกลับไม่ได้ ถูกไล่ไปอยู่เกาะอันตราย #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

ชะตากรรมโรฮิงญาบ้านกลับไม่ได้ ถูกไล่ไปอยู่เกาะอันตราย – โพสต์ทูเดย์ รอบโลก (posttoday.com)

วันที่ 06 ธ.ค. 2563 เวลา 16:02 น.ชะตากรรมโรฮิงญาบ้านกลับไม่ได้ ถูกไล่ไปอยู่เกาะอันตรายบังกลาเทศส่งชาวโรฮิงญา 1,600 คนไปยังเกาะที่ไม่เหมาะกับการอยู่อาศัยหลังความหวังกลับเมียนมาริบหรี่

ทางการบังกลาเทศขนส่งผู้ลี้ภัยชาวโรฮิงญามากกว่า 1,600 คนไปยังเกาะที่มีพื้นที่ต่ำเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา เป็นปฏิบัติการระยะแรกของการย้ายถิ่นฐานโรฮิงญาถึง 100,000 คนที่ลี้ภัยมาอยู่ในบังกลาเทศ

ชาวโรฮิงญาเกือบล้านคนซึ่งส่วนใหญ่หลบหนีการรุกรานทางทหารในเมียนมาร์ประเทศเพื่อนบ้านของบังกลาเทศเมื่อ 3 ปีก่อน ทั้งหมดอาศัยอยู่ในค่ายผู้ลี้ภับที่ซอมซ่อทางตะวันออกเฉียงใต้ของบังกลาเทศ และโอกาสจะกลับไปเมียนมาดูเหมือนจะไม่น่าเป็นไปได้ในตอนนี้

รัฐบาลบังเลาเทศต้องการย้ายผู้ลี้ภัยจำนวน 100,000 คนไปยังเหาบาชัน จาร์ (Bhashan Char) ซึ่งเป็นเกาะตะกอนดินในอ่าวเบงกอลซึ่งนักวิจารณ์กล่าวว่ามีแนวโน้มที่จะเกิดน้ำท่วมและอยู่ในเส้นทางของพายุไซโคลนที่มักสร้างความหายนะในภูมิภาค

กลุ่มสิทธิต่างๆกล่าวหาว่าหลายคนที่ถูกส่งเข้ามาในระลอกแรกเมื่อวันศุกร์ถูกบีบบังคับให้ดำเนินการด้วยการคุกคามหรือหลอกหล่อให้หลงเชื่อ

ผู้สื่อข่าวของ AFP สัมภาษณ์ผู้ลี้ภัยที่ค่ายในเขตค็อกซ์บาซาร์เมื่อวันพฤหัสบดีขณะที่พวกเขากล่าวคำอำลากับญาติของพวกเขาด้วยน้ำตา

“พวกเขาทุบตีลูกชายของฉันอย่างไร้ความปราณีและถึงกับทุบเข้าที่ฟันเพื่อให้เขายอมไปที่เกาะนี้” ซูเฟีย คาตุนวัย 60 ปีซึ่งมาส่งลูกชายของเธอและญาติอีก 5 คนกล่าว

แต่ เอ เค อับดุล โมเมน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของบังกลาเทศเรียกคำกล่าวอ้างเรืองการทารุณกรรมว่าเป็น “คำโกหกหลอกลวง” และกล่าวว่าสิ่งอำนวยความสะดวกบนเกาะนั้น “ดีกว่า” ในค่ายมาก

บังกลาเทศได้ใช้เงิน 400 ล้านเหรียญสหรัฐจากเงินกองทุนของตนเองในการสร้างที่พักพิงและเขื่อนกันน้ำท่วมสูง 3 เมตร รอบ ๆ สถานที่พักพิงแห่งใหม่ เป็นกลุ่มอาคารที่เป็นระเบียบเรียบร้อยกว่าค่ายลี้ภัยเดิมแบบฟ้ากับเฟว

รัฐบาลกล่าวว่าสิ่งอำนวยความสะดวกดังกล่าว “สร้างขึ้นอย่างแข็งแรงด้วยฐานรากคอนกรีตซึ่งสามารถต้านทานภัยธรรมชาติเช่นไซโคลนและคลื่นยักษ์”

กระทรวงต่างประเทศกล่าวเมื่อวันศุกร์บนเกาะยังมีสิ่งอำนวยความสะดวกที่ทันสมัยน้ำจืดตลอดทั้งปี ทะเลสาบที่สวยงามและโครงสร้างพื้นฐานที่เหมาะสมและสิ่งอำนวยความสะดวกที่เพิ่มขึ้น”

“ทั้งหมดทั้งมวลนี้ยังรวมถึงการจัดหาไฟฟ้าและน้ำอย่างไม่ขาดสาย, แปลงเกษตร, ศูนย์หลบภัยพายุไซโคลน, โรงพยาบาล 2 แห่ง, คลินิกชุมชน 4 แห่ง, มัสยิด, โกดังสินค้า, บริการโทรคมนาคม, สถานีตำรวจ, ศูนย์นันทนาการและการเรียนรู้, สนามเด็กเล่น ฯลฯ ” กระทรวงต่างประเทศบังกลาเทศกล่าว

ทางการบังกลาเทศกล่าวว่าการย้ายที่ตั้งจะช่วยบรรเทาความแออัดในเครือข่ายค่ายกักกันที่มีเหตุดินถล่มร้ายแรงรวมทั้งความรุนแรงจากแก๊งยาเสพติดและกลุ่มหัวรุนแรงที่เกิดขึ้นบ่อยครั้งจนเป็นเรื่องปกติ

แต่ยังไม่มีความชัดเจนว่าผู้ลี้ภัยจะสามารถออกไปจากเกาะได้หรือไม่หากต้องการ

สำนักงานสหประชาชาติในบังกลาเทศกล่าวว่าทางหน่วยงานถูกขัดขวางไม่ให้ประเมินอย่างอิสระเกี่ยวกับ “ความปลอดภัยความเป็นไปได้และความยั่งยืน” ของเกาะในฐานะที่อยู่อาศัย

โมฮัมหมัด จูบาเออร์ อายุ 28 ปีซึ่งอยู่บนเรือลำหนึ่งพร้อมกับสมาชิกในครอบครัวสามคนในการเดินทางทางทะเลสามชั่วโมงจากจิตตะกองไปยังเกาะเมื่อวันศุกร์กล่าวว่าเขามีความสุขที่ได้ไป

“ผมหวังว่าจะมีงานเพียงพอสำหรับผมที่เกาะนี้ ผมหวังว่าพวกเขาจะพาพี่ชายและครอบครัวของเขาไปที่เกาะด้วย” เขาบอกกับ AFP ทางโทรศัพท์

Photo by Stringer / AFP

ทำให้ทุกคนเป็นเศรษฐีเท่ากัน แนะแจกเงินลงทุนตั้งแต่เกิด #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

ทำให้ทุกคนเป็นเศรษฐีเท่ากัน แนะแจกเงินลงทุนตั้งแต่เกิด – โพสต์ทูเดย์ รอบโลก (posttoday.com)

วันที่ 06 ธ.ค. 2563 เวลา 14:04 น.ทำให้ทุกคนเป็นเศรษฐีเท่ากัน แนะแจกเงินลงทุนตั้งแต่เกิด แจกเงินไม่ยั่งยืน ต้องทำให้ทุกคนได้นำเงินมาสร้างเงินต่อยอดไปเรือยๆ จนทุกคนกลายเป็นเศรษฐีเท่าๆ กัน

บิล แอคแมน (Bill Ackman) นักลงทุนมหาเศรษฐีชาวอเมริกันเสนอแผนการที่จะให้เงินทุนกัลทุกคนตั้งแต่แรกเกิดเพื่อที่ทุกคนจะได้มีเงินงอกเงยขึ้นมาเมื่อเกษียณอายุแล้วและมีโอกาสกลายเศรษฐีเท่าๆ กันทุกคน

แอคแมนเป็นผู้บริหารระดับสูงของกองทุนป้องกันความเสี่ยง Pershing Square Capital Management กล่าวว่าความฝันของชาวอเมริกันกลายเป็น “ความผิดหวัง” สำหรับหลายๆ คนเนื่องจากความไม่เท่าเทียมกันทางเศรษฐกิจ

“ทางออกที่เป็นไปได้สำหรับปัญหาความไม่เท่าเทียมกันของความมั่งคั่งคือการสร้างช่องทางให้ผู้ที่ไม่มีสินทรัพย์เพื่อการลงทุนได้มีส่วนร่วมในความสำเร็จของระบบทุนนิยม ในการทำเช่นนั้นเราจำเป็นต้องมีโครงการที่ทำให้ชาวอเมริกันทุกคนเป็นเจ้าของร่วมกับการเติบโตในมูลค่าของภาคธุรกิจในสหรัฐ” แอคแมน เขียนในหนังสือพิมพ์นิวยอร์กไทม์ส

แอคแมนจึงเสนอว่า แผนการแจกเงินลงทุนควรถือเป็น “สิทธิโดยกำเนิด” และแนะให้รัฐบาลสหรัฐให้เงินลงทุนหุ้นกับเด็กแรกเกิดทุกคน

เบาบอกว่า “รัฐบาลสามารถมอบเงินลงทุนในบัญชีการลงทุนสำหรับเด็กทุกคนที่เกิดในสหรัฐซึ่งเป็นโครงการที่เราเรียกได้ว่าเป็นสิทธิโดยกำเนิด”

เงินเหล่านี้จะลงทุนในกองทุนรวมประเภท zero-cost equity และจะไม่ได้รับอนุญาตให้ถอนออกจนกว่าพวกเขาจะเกษียณหรืออายุถึง 65 ปี

หากคำนวณอัตราผลตอบแทนจากผู้ถือหุ้นร้อยละ 8 ต่อปีเงินช่วยเหลือ 6,750 เหรียญสหรัฐเมื่อแรกเกิดจะมีมูลค่ามากกว่า 1 ล้านดอลลาร์เมื่ออายุ 65 ปี และตัวเลขดังกล่าวอาจมีมูลค่า 2 ล้านเหรียญเมื่ออายุ 74 ปี

โครงการนี้จะทำให้รัฐบาลต้องเสียค่าใช้จ่ายประมาณ 26,000 ล้านเหรียญต่อปี โดยคำนวณจากอัตราการเกิดของทรกในหสรัฐในแต่ละปีโดยเฉลี่ย

สาเหตุที่ให้ลงทุนในกองทุน แอคแมนกล่าวว่าความมั่งคั่งที่คนชั้นกลางระดับบนและคนอเมริกันที่ร่ำรวยสั่งสมขึ้นจากการถือหุ้นและการลงทุนอื่นๆ ได้แซงหน้าอัตราการเติบโตของค่าจ้างไปมากแล้ว

ความจริงแผนการของแอคแมน ถือเป็นลักษณะหนึ่งของ “รายได้พื้นฐานสากล” (UBI) ซึ่งเป็นนโยบายที่รับประกันรายได้ขั้นต่ำสำหรับพลเมืองโดยรัฐบาลจะจ่ายในรูปของเงินสด แต่แอคแมนเสนอให้เปลี่ยนจากการแจกเงินสดมาเป็นเงินลงทุนระยะยาวแทนเพื่อสร้างให้ผู้ถือเงินเป็นเศรษฐีในระยะยาว

Photo – Senate Democrats

คนคิดถึงญี่ปุ่นเตรียมจัดทริป ต้นปีหน้าเล็งเปิดเที่ยวบางส่วน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

คนคิดถึงญี่ปุ่นเตรียมจัดทริป ต้นปีหน้าเล็งเปิดเที่ยวบางส่วน – โพสต์ทูเดย์ รอบโลก (posttoday.com)

วันที่ 06 ธ.ค. 2563 เวลา 12:34 น.คนคิดถึงญี่ปุ่นเตรียมจัดทริป ต้นปีหน้าเล็งเปิดเที่ยวบางส่วนญี่ปุ่นจะเปิดให้เที่ยวแบบจำกัดรับนักท่องเที่ยวขาเข้าเริ่มช่วงฤดูใบไม้ผลิ

หนังสือพิมพ์อาซาฮีชิมบุน รายงานเมื่อวันอาทิตย์ว่ารัฐบาลญี่ปุ่นกำลังพิจารณาที่จะเปิดรับนักท่องเที่ยวขาเข้าอีกครั้งโดยรับแบบจำกัด เริ่มจากฤดูใบไม้ผลิ เนื่องจากโตเกียวเตรียมจัดโอลิมปิกฤดูร้อนล่าช้าหนังสือพิมพ์

อาซาฮีรายงานโดยไม่อ้างแหล่งที่มาว่ารัฐบาลนายกรัฐมนตรีโยชิฮิเดะ สุงะมีแนวโน้มที่จะอนุญาตให้กลุ่มทัวร์ขนาดเล็กจากประเทศในเอเชียที่สามารถควบคุมการติดเชื้อโคโรนาไวรัสได้ดี เช่นจีนและไต้หวัน

รัฐบาลของสุงะได้เปิดตัวโครงการเงินอุดหนุนเพื่อฟื้นฟูการท่องเที่ยวภายในประเทศซึ่งเป็นตัวขับเคลื่อนสำคัญของการเติบโตทางเศรษฐกิจในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา แต่โครงการดังกล่าวได้รับการวิพากษ์วิจารณ์เนื่องจากญี่ปุ่นกำลังต่อสู้กับการติดเชื้อโคโรนาไวรัสระลอกที่สาม

การติดเชื้อระลอกใหม่พุ่งขึ้นสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในโตเกียวและโอซาก้า จำนวนผู้ป่วยหนักทั่วประเทศเพิ่มขึ้นเป็นประวัติการณ์

ภายใต้แผนใหม่นักท่องเที่ยวจะต้อมีผลตรวจเชื้อเป็นลบและส่งรายละเอียดการเดินทางก่อนเข้า พวกเขาจะเดินทางโดยรถโค้ชที่ได้รับการว่าจ้างเท่านั้นและจะแยกออกจากลูกทัวร์รายอื่นเวลาพักที่โรงแรมและแยกระหว่างไปเที่ยวสถานที่ท่องเที่ยวด้วย นักท่องเที่ยวจะต้องใช้แอปติดตามและให้ข้อมูลอัปเดตเกี่ยวกับสุขภาพทุกวันด้วย

ขณะนี้มีคนจำนวนจำกัดที่ได้รับอนุญาตให้เดินทางไปทำธุรกิจในญี่ปุ่น แต่ต้องแยกไปกักตัวเป็นเวลา 14 วัน

การแข่งขันกีฬาโอลิมปิกฤดูร้อนที่โตเกียวแต่เดิมมีกำหนดในปีนี้ แต่ถูกเลื่อนไปที่ปี 2021 เนื่องจากการระบาดของโควิด -19

ความคืบหน้าในการเปิดตัววัคซีนป้องกันไวรัสโคโรนาทำให้เกิดความหวังว่าการท่องเที่ยวทั่วโลกจะเริ่มฟื้นตัวอย่างช้าๆ หลังจากภาคนี้ได้รับผลจากข้อจำกัดด้านการเดินทางเพื่อลดการระบาด ซึ่งทำให้การเดินทางรูปแบบต่างๆ เป็นอัมพาต

Photo by Charly TRIBALLEAU / AFP

อังกฤษเร่งช่วยชาวฮ่องกง ออกหนังสือเดินทางเร็วจี๋ 5 เล่มต่อนาที #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

อังกฤษเร่งช่วยชาวฮ่องกง ออกหนังสือเดินทางเร็วจี๋5เล่มต่อนาที – โพสต์ทูเดย์ รอบโลก (posttoday.com)

วันที่ 06 ธ.ค. 2563 เวลา 10:03 น.อังกฤษเร่งช่วยชาวฮ่องกง ออกหนังสือเดินทางเร็วจี๋5เล่มต่อนาทีหลังจากที่จีนควบคุมฮ่องกงด้วยมาตรการที่แข็งกร้าวขึ้น อดีตเจ้าอาณานิคมผู้เคยปกครองฮ่องกงก็ยื่นมือเข้าแทรก

สำนักงานหนังสือเดินทางของสหราชอาณาจักรได้ออกหนังสือเดินทางสัญชาติอังกฤษ (โพ้ยนทะเล) หรือ BN (O) มากกว่า 200,000 หนังสือเดินทางให้กับชาวฮ่องกงในช่วง 10 เดือนแรกของปีซึ่งเป็นอัตราที่เท่ากับ 5 เล่มต่อ 1 นาทีโดยประมาณตามรายงานของ Bloomberg News ซึ่งได้รับข้อมูลจากสำนักงานหนังสือเดินทางแห่งสหราชอาณาจักร

ในเดือนตุลาคมมีการออกหนังสือเดินทางดังกล่าวประมาณ 60,000 เล่มซึ่งเพิ่มขึ้นมากกว่า 50% จากเดือนเดียวกันของปีก่อนหน้านี้ สหราชอาณาจักรได้ออกหนังสือเดินทางให้กับชาวฮ่องกงมากกว่าปีใด ๆ นับตั้งแต่ปี 1997 เมื่อส่งมอบเมืองฮ่องกงคืนให้กับจีน โดยในเดือนกันยายนเริ่มมีการจับชาวฮ่องกงโดยใช้กฎหมายความมั่นคงแห่งชาติมากขึ้นและจีนเริ่มแข็งกร้าวกับท่าทีของสหราชอาณาจักรมากขึ้น

การออกหนังสือเดินทางให้กับชาวฮ่องกงอย่างรีบเร่ง สร้างความไม่พอใจกับทางการจีน โดยหัวชุนอิ๋ง โฆษกกระทรวงต่างประเทศของจีนกล่าวว่าประเทศจีนแสดงจุดยืนที่ชัดเจนเกี่ยวกับปัญหาหนังสือเดินทางของ BN (O)” และกล่าวหาว่าสหราชอาณาจักรแทรกแซงการเมืองในจีนและฮ่องกง

“เป็นฝ่ายอังกฤษที่ละเมิดพันธะสัญญาและใช้ประโยชน์จากปัญหาหนังสือเดินทาง BN (O) ครั้งแล้วครั้งเล่า เพื่อแทรกแซงกิจการฮ่องกงและกิจการภายในของจีนฝ่าย อังกฤษผิดสัญญาก่อน จีนจะพิจารณาไม่รับรองหนังสือเดินทาง BNO ว่าถูกต้อง เอกสารการเดินทางและจีนขอสงวนสิทธิ์ในการดำเนินมาตรการเพิ่มเติม “หัวชุนอิ๋งแถลง

ทั้งนี้ ในเดือนตุลาคมรัฐบาลจีนจีนได้บอกให้สหราชอาณาจัก “แก้ไขข้อผิดพลาดทันที” หลังจากที่สหราชอาณาจักรยืนยันแผนเสนอให้ชาวฮ่องกงเกือบสามล้านคนเป็นพลเมืองขชองสหราชอาณาจักร โดยข้อเสนอดังกล่าวมีขึ้นในเดือนกรกฎาคมเมื่อรัฐบาลจีนบังคับใช้กฎหมายความมั่นคงแห่งชาติ

อย่างไรก็ตาม การเร่งออกหนังสือเดินทางของสหราชอาณาจักรยังมีช่องโหว่ เพราะกฎหมายวีซ่าฉบับใหม่จะไม่คุ้มครองผู้เกิดหลังปี 1997 ซึ่งคนรุ่นนี้เป็นกลุ่มผู้ประท้วงที่สนับสนุนประชาธิปไตยซึ่งและเป้าเป้าหมายหลักตามกฎหมายความมั่นคงแห่งชาติ

ทั่วโลกติดโควิดกว่า66.8ล้านราย ตายกว่า 1.5ล้าน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

ทั่วโลกติดโควิดกว่า66.8ล้านราย ตายกว่า 1.5ล้าน – โพสต์ทูเดย์ รอบโลก (posttoday.com)

วันที่ 06 ธ.ค. 2563 เวลา 09:57 น.ทั่วโลกติดโควิดกว่า66.8ล้านราย ตายกว่า 1.5ล้านยอดผู้ติดเชื้อโควิด-19 ทั่วโลกล่าสุดกว่า 66.8 ล้านราย เสียชีวิต 1.53 ล้านราย สหรัฐมียอดผู้ติดเชื้อสูงสุด รองลงมาเป็นอินเดีย และบราซิล

เว็บไซต์ Worldometer รายงานข้อมูลสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ล่าสุดที่มีการรวบรวมจากหน่วยงานด้านสาธารณสุขทั่วโลก ระบุว่า ยอดผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ทั่วโลกขณะนี้อยู่ที่ 66,833,007 ราย และยอดผู้เสียชีวิตอยู่ที่ 1,533,741 ราย

สหรัฐมียอดผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 สูงสุดในโลก (14,981,840) รองลงมาคืออินเดีย (9,644,529), บราซิล (6,577,177), รัสเซีย (2,431,731) และฝรั่งเศส (2,281,475)

ส่วนประเทศที่มีจำนวนผู้ติดเชื้อมากกว่า 1 ล้านราย ได้แก่ สเปน สหราชอาณาจักร อิตาลี อาร์เจนตินา โคลอมเบีย เม็กซิโก เยอรมนี โปแลนด์ และอิหร่าน

นอกจากนี้ สหรัฐยังเป็นประเทศที่มีจำนวนผู้เสียชีวิตสูงสุดในโลก (287,825) ตามมาด้วยบราซิล (176,641), อินเดีย (140,216), เม็กซิโก (108,863) และสหราชอาณาจักร (61,014)

ภาพหลุดจากเพนตากอนเผยยูเอฟโอโผล่จากทะเล #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

ภาพหลุดจากเพนตากอนเผยยูเอฟโอโผล่จากทะเล – โพสต์ทูเดย์ รอบโลก (posttoday.com)

วันที่ 05 ธ.ค. 2563 เวลา 17:37 น.ภาพหลุดจากเพนตากอนเผยยูเอฟโอโผล่จากทะเลภาพนี้สร้างความกังวลให้กลาโหมสหรัฐว่าเอเลี่ยนอาจปฏิบัติการบางอย่างอยู่ใต้มหาสมุทร

เว็บไซต์ข่าววิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี The Debrief เผยแพร่ภาพที่ไม่เคยปรากฏต่อสายตาสาธารณชนมาก่อนของวัตถุรูปร่างสี่เหลี่ยมสีเงินที่เรียกว่า “ปรากฏการณ์ทางอากาศที่ไม่สามารถระบุได้” (UAP) ปรากฏตัวจากมหาสมุทรแอตแลนติกและลอยขึ้นสู่ท้องฟ้าที่ความสูง 9.14-10.67 กิโลเมตร

The Debrief ระบุว่า ภาพหลุดดังกล่าวอยู่ในรายงาน 2 ชิ้นของหน่วยปฏิบัติการเฉพาะกิจตรวจสอบปรากฏการณ์ทางอากาศที่ไม่สามารถระบุได้ (UAPTF) ซึ่งอยู่ในสังกัดของกระทรวงกลาโหมของสหรัฐที่เขียนเมื่อปี 2018 และช่วงฤดูร้อนของปีนี้

ผู้เชี่ยวชาญบางรายระบุว่าวัตถุปริศนาคล้ายกับอุปกรณ์รวจจับข้อมูลสภาพบรรยากาศที่เรียกว่า GPS dropsonde ซึ่งถูกออกแบบให้ปล่อยลงมาจากเครื่องบินลงไปยังกลุ่มพายุเฮอร์ริเคน

อย่างไรก็ดี วัตถุในรูปไม่มีส่วนที่เรียกว่าเครื่องรับส่งสัญญาณจีพีเอสที่ห้อยลงมาเหมือนกับ GPS dropsonde และ GPS dropsonde จะตกลงสู่พื้นโลกด้วยความเร็ว 10-12 เมตรต่อวินาที แต่วัตถุปริศนาร่อนอยู่ในอากาศ

จากคำบอกเล่าของเจ้าหน้าที่ที่ได้เห็นรายงานฉบับล่าสุด หน่วย UAPTF พบเห็นวัตถุปริศนาดังกล่าวนอกชายฝั่งตะวันออกของสหรัฐเมื่อปี 2019 และตั้งข้อสังเกตว่ายานที่ไม่สามารถระบุตัวตนดังกล่าวอาจปฏิบัติการจากใต้น้ำ

ภาพ: UAPTF

รัสเซียลุยฉีดวัคซีนโควิดขนานใหญ่ในมอสโก #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

รัสเซียลุยฉีดวัคซีนโควิดขนานใหญ่ในมอสโก – โพสต์ทูเดย์ รอบโลก (posttoday.com)

วันที่ 05 ธ.ค. 2563 เวลา 16:52 น.รัสเซียลุยฉีดวัคซีนโควิดขนานใหญ่ในมอสโกรัสเซียเดินหน้าฉีดวัคซีน Covid-19 ให้ประชาชนในกรุงมอสโกแล้ว

เมื่อวันศุกร์ (4 ธ.ค.) เซอร์เก ซอบยานิน นายกเทศมนตรีกรุงมอสโก ประกาศว่าเมืองหลวงของรัสเซียได้เริ่มแคมเปญการฉีดวัคซีนป้องกันเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ขนานใหญ่แล้ว

ซอบยานินเปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่ทางการแพทย์ ครู และพนักงานบริการสังคมจะเป็นประชาชนกลุ่มแรกที่ได้รับวัคซีน เนื่องจากเป็นกลุ่มประชากรเปราะบางที่สุด โดยผู้คนกว่า 5,000 คนได้ลงทะเบียนเข้ารับวัคซีนแล้ว

เมื่อวันพฤหัสบดี (3 ธ.ค.) นายกเทศมนตรีระบุว่า ทางการจะเปิดให้ประชาชนลงทะเบียนเข้ารับวัคซีนผ่านทางออนไลน์ในวันศุกร์ (4 ธ.ค.) พร้อมกับการเปิดบริการของศูนย์ฉีดวัคซีน

“เราคัดเลือกพื้นที่กักเก็บแบบพิเศษ รวมถึงจัดเตรียมตู้เย็นและตู้แช่แข็งสำหรับการจัดส่งวัคซีน โดยศูนย์ฉีดวัคซีนแต่ละแห่งจะมีตู้เย็นทางการแพทย์ และมีบุคลากรที่ผ่านการฝึกอบรมพิเศษด้วย” ซอบยานินกล่าวเสริม

ทั้งนี้ ซอบยานินคาดการณ์ว่าจะมีการส่งมอบวัคซีนเพิ่มเติมในหลายสัปดาห์ต่อจากนี้ ทำให้วัคซีนพร้อมใช้งานสำหรับกลุ่มประชากรที่กว้างขึ้น

ก่อนหน้านี้ประธานาธิบดี วลาดิเมียร์ ปูติน สั่งการให้รัฐบาลเริ่มกระบวนการฉีดวัคซีน ขนานใหญ่สัปดาห์หน้า หลังจำนวนวัคซีนที่ผลิตได้นั้นใกล้แตะ 2 ล้านโดส

รัสเซียตรวจพบผู้ป่วยโรคโควิด-19 เพิ่ม 27,403 ราย ในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา ทำให้มีผู้ป่วยสะสม 2,402,949 ราย ส่วนกรุงมอสโก ซึ่งเป็นภูมิภาคที่ได้รับผลกระทบจากโรคระบาดหนักหน่วงที่สุดในประเทศ ตรวจพบผู้ป่วยเพิ่ม 6,868 ราย ในช่วงเวลาเดียวกัน ทำให้มีผู้ป่วยสะสมแล้ว 632,057 ราย

สภาผู้แทนสหรัฐไฟเขียวร่างกฎหมายปลดล็อกกัญชา #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

สภาผู้แทนสหรัฐไฟเขียวร่างกฎหมายปลดล็อกกัญชา – โพสต์ทูเดย์ รอบโลก (posttoday.com)

วันที่ 05 ธ.ค. 2563 เวลา 14:39 น.สภาผู้แทนสหรัฐไฟเขียวร่างกฎหมายปลดล็อกกัญชาสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐผ่านร่างกฎหมายปลดกัญชาออกจากบัญชีสารเสพติดร้ายแรงในระดับประเทศเป็นครั้งแรก

สภาผู้แทนราษฎรสหรัฐมีมติ 228 เสียงต่อ 164 เสียงอนุมัติร่างกฎหมายว่าด้วยการปลดล็อกกัญชา เพื่อนำกัญชาออกจากบัญชีสารเสพติดประเภท 1 ซึ่งเป็นสารอันตรายที่ต้องควบคุมเช่นเดียวกับเฮโรอีนและโคเคนตามกฎหมายควบคุมยาเสพติด ค.ศ.1970 ซึ่งบังคับใช้ทั่วประเทศ

การปลดล็อกนี้จะเป็นการผ่อนผันให้ปลูกและใช้กัญชาเพื่อการสันทนาการหรือการแพทย์ซึ่งจะสอดคล้องกับกฎหมายของหลายรัฐที่อนุญาตให้ใช้กัญชาอย่างถูกต้อง

อย่างไรก็ดี คาดว่าร่างกฎหมายฉบับนี้อาจถูกวุฒิสภาซึ่งพรรครีพับลิกันครองเสียงข้างมากตีตก เนื่องจาก มิตช์ แมคคอนเนลล์ แกนนำเสียงข้างมากของพรรครีพับลิกันในวุฒิสภา เป็นหนึ่งในผู้ที่คัดค้านการทำให้กัญชาเป็นสิ่งถูกกฎหมาย

และในการลงมติครั้งนี้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากพรรครีพับลิกันหลายคนยังมองว่ากัญชาจะเป็นอันตรายกับเยาวชนและบางคนถึงกับบอกว่าการลงมติเป็นเรื่องเสียงเวลา และพรรคเดโมแครตควรจะให้ความสำคัญกับการช่วยเหลือประชาชนจาก Covid-19 มากกว่า

เสาโลหะปริศนาโผล่หน้าร้านขนมดันยอดขายพุ่งกระฉูด #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

เสาโลหะปริศนาโผล่หน้าร้านขนมดันยอดขายพุ่งกระฉูด – โพสต์ทูเดย์ รอบโลก (posttoday.com)

วันที่ 05 ธ.ค. 2563 เวลา 12:50 น.เสาโลหะปริศนาโผล่หน้าร้านขนมดันยอดขายพุ่งกระฉูดเสาโลหะปริศนายังโผล่ที่นั่นที่นี่ไม่หยุด ล่าสุดไปโผล่อยู่หน้าร้านขนมแห่งหนึ่งในเมืองพิตส์เบิร์กของสหรัฐ

ตั้งแต่ช่วงกลางเดือน พ.ย.ที่ผ่านมา ชาวโลกก็ต้องมึนงงสงสัยกับเสาโลหะปริศนาที่ไปโผล่อยู่ตามสถานที่แปลกๆ แล้วก็หายไป ไล่ตั้งแต่กลางทะเลทรายในรัฐยูทาห์ของสหรัฐไปจนถึงเชิงเขาของโรมาเนีย

และล่าสุดนี้เสาโลหะปริศนานี้ก็ไปตั้งอยู่หน้าร้านขายขนมและลูกกวาดที่ชื่อว่า แกรนด์ปา โจส์ แคนดี้ ช็อป (Grandpa Joe’s Candy Shop) ในเมืองพิตส์เบิร์ก รัฐเพนซิลเวเนียของสหรัฐ

เสานี้สูงประมาณ 3 เมตร กว้าง 24 นิ้ว โดยข้างในเป็นไม้อัดห่อหุ้มด้วยแผ่นโลหะด้านนอก

เมื่อสืบไปสืบมาก็ได้คำตอบว่าที่มาของเสาโลหะต้นนี้เป็นไอเดียของ คริสโตเฟอร์ เบียร์ส เจ้าของร้านแกรนด์ปา โจส์ แคนดี้ ช็อป ที่มีสาขาถึง 10 แห่งทั้งในรัฐเพนซิลเวเนียและรัฐโอไฮโอ

เบียร์สเล่าว่า เขาสั่งให้เพื่อนทำเสาทรงสามเหลี่ยมมาตั้งหน้าร้านเพื่อโหนกระแสของเสาปริศนานี้ให้ช่วยกระตุ้นยอดขายที่ซบเซาจากการแพร่ระบาดของ Covid-19 ที่ระบาดอย่างหนักในสหรัฐ จากนั้นก็โพสต์รูปลงเฟซบุ๊ค

“มันก็เป็นเรื่องลี้ลับอยู่เหมือนกันนะ” เจ้าของร้านลูกกวาดกล่าว

ปรากฏว่าเจ้าเสา (ที่ไม่เป็น) ปริศนาต้นนี้เรียกทั้งลูกค้าและสื่อมวลชนท้องถิ่นมาที่ร้านได้ตามที่เบียร์สตั้งใจไว้ จนตอนนี้ยอดขายของร้านกลับมาคึกคักอีกครั้ง แต่ละวันมีลูกค้าแวะเวียนมาเซลฟี่กับเสาโลหะก่อนจะเข้าไปอุดหนุนขนมในร้านไม่ขาดสาย

และยิ่งมีการโพสต์รูปลงเฟซบุ๊คก็ยิ่งกระตุ้นยอดขายทางช่องทางออนไลน์ด้วยเช่นกัน

เจ้าของร้านไอเดียเจ๋งยังบอกอีกว่า “ผมหวังว่ามันจะช่วยให้คนหันมาอุดหนุนร้านเล็กๆ ในท้องถิ่นที่ได้รับผลกระทบจาก Covid-19 แล้วมันก็สนุกดีไม่ใช่หรือที่อย่างน้อยเราก็มีเรื่องอื่นคุยกันบ้าง นอกจากเรื่อง Covid-19”

https://www.facebook.com/plugins/video.php?height=314&href=https%3A%2F%2Fwww.facebook.com%2FGrandpaJoes%2Fvideos%2F699452621008957%2F&show_text=false&width=560

ฟิลิปปินส์คุมเข้ม ไฟเขียวตำรวจตีคนฝ่าฝืนมาตรการสกัดโควิด #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

ฟิลิปปินส์คุมเข้ม ไฟเขียวตำรวจตีคนฝ่าฝืนมาตรการสกัดโควิด – โพสต์ทูเดย์ รอบโลก (posttoday.com)

วันที่ 05 ธ.ค. 2563 เวลา 10:01 น.ฟิลิปปินส์คุมเข้ม ไฟเขียวตำรวจตีคนฝ่าฝืนมาตรการสกัดโควิดตำรวจฟิลิปปินส์ขู่จะใช้ไม้เรียวหวดคนที่ฝ่าฝืนมาตรการเว้นระยะห่างทางสังคม สกัดการแพร่ระบาดช่วงเทศกาลเฉลิมฉลอง

พลตำรวจโท ซีซาร์ บินัก ผู้บัญชาการหน่วยงานรับมือ Covid-19 เผยว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจและทหารจะออกลาดตระเวนพื้นที่สาธารณะในกรุงมะนิลาซึ่งพบการแพร่ระบาดของเชื้อโคโรนาไวรัสมากเป็นอันดับต้นๆ ของประเทศ โดยจะถือไม้ยาว 1 เมตรเพื่อวัดการเว้นระยะห่างทางสังคม หรือ Social Distancing

“ไม้นี้ใช้ตีพวกหัวดื้อได้” บินักกล่าว และเสริมอีกว่าหน่วยลาดตระเวนการเว้นระยะห่างทางสังคมจะเน้นตรวจตราในจุดที่มีผู้คนหนาแน่น อาทิ ศูนย์กลางการคมนาคมขนส่ง และตลาดต่างๆ เนื่องจากช่วงนี้เป็นเทศกาลเฉลิมฉลองวันคริสต์มาสและปีใหม่ของชาวฟิลิปปินส์ และผู้คนก็พากันออกมาช็อปปิ้งตามห้างสรรพสินค้าต่างๆ โดยไม่เกรงกลัว Covid-19

จากข้อมูลของตำรวจ นับตั้งแต่เดือน มี.ค.ที่ผ่านมา ทางการฟิลิปปินส์จับกุม ตักเตือน และลงโทษผู้ฝ่าฝืนมาตรการสกัด Covid-19 อาทิ ไม่เว้นระยะห่าง ไม่สวมหน้ากากอนามัยไปแล้วกว่า 700,000 ราย

ทั้งนี้ ฟิลิปปินส์มีผู้ติดเชื้อโคโรนาไวรัสมากที่สุดเป็นอันดับสองของอาเซียน เป็นรองเพียงอินโดนีเซียเท่านั้น โดยมีผู้ติดเชื้อรวมกว่า 436,000 ราย เสียชีวิตราว 8,500 ราย