ทั่วโลกจับตาทรัมป์เตรียมเข้าร่วมประชุมเอเปควันนี้ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

ทั่วโลกจับตาทรัมป์เตรียมเข้าร่วมประชุมเอเปควันนี้ – โพสต์ทูเดย์ รอบโลก (posttoday.com)

วันที่ 20 พ.ย. 2563 เวลา 12:30 น.ทั่วโลกจับตาทรัมป์เตรียมเข้าร่วมประชุมเอเปควันนี้นับถอยหลังทรัมป์เผชิญหน้าสีในการประชุมผู้นำเอเปค 2020

บลูมเบิร์ก รายงาน ประธานธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ จะเข้าร่วมการประชุมผู้นำความร่วมมือทางเศรษฐกินเอเชีย-แปซิฟิก (เอเปค) ในรูปแบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ที่จะจัดขึ้นในวันนี้ (20 พ.ย.) หลังจากที่ไม่ค่อยพบเห็นทรัมป์ปรากฏตัวตั้งแต่พ่ายแพ้ต่อโจ ไบเดน พรรคเดโมแครตในการเลือกตั้งสหรัฐครั้งที่ผ่านมา

อย่างไรก็ตาม ยองวูค ริว ผู้ช่วยศาสตราจารย์ด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศเอเชียตะวันออกและเอเชียแปซิฟิก มองว่าการปรากฏตัวของทรัมป์ในครั้งนี้อาจเป็นเพียงการแสดงสัญลักษณ์บางอย่างเนื่องจากทรัมป์ไม่ได้สนใจเกี่ยวกับพหุภาคี

“ทรัมป์ต้องการแสดงให้เห็นว่าเขายังคงเป็นประธานาธิบดีและผู้นำที่มีความรับผิดชอบ และส่งข้อความว่าเขาไม่แพ้การเลือกตั้ง ซึ่งมีจุดประสงค์ในทางการเมืองภายในประเทศมากกว่าการค้าในระดับภูมิภาคหรือระดับโลก มันจะเป็นเรื่องยากมากสำหรับผู้นำเอเปคคนอื่นๆ ที่จะจริงจังกับสิ่งที่ทรัมป์อาจพูดในที่ประชุม แต่พวกเขาจะไม่แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการเมืองในประเทศของสหรัฐ” ริวกล่าว

เช่นเดียวกับโอ อี ซุน นักวิเคราะห์จากสถาบันความสัมพันธ์ระหว่างประเทศของสิงคโปร์ กล่าวกับเอเอฟพีว่าทรัมป์มีเป้าหมายที่จะใช้โอกาสนี้เสนอตัวเป็นประธานาธิบดีในเวทีระดับโลก เพื่อความได้เปรียบทางการเมืองในประเทศ นอกจากนี้ยังต้องการย้ำถึงความสำคัญของการบริหารของเขาในการปกป้องและขัดขวางจีนจากการอ้างสิทธิ์ความเป็นผู้นำในวาระการค้าเสรีระดับโลก

การเข้าร่วมประชุมของทรัมป์ในครั้งนี้ทำให้หลายคนจับตามองถึงการเผชิญหน้ากันระหว่างทรัมป์และสี จิ้นผิง ประธานาธิบดีจีน ซึ่งมีกำหนดเข้าร่วมการประชุมดังกล่าวเช่นกัน

โจชัว หว่อง ทึ่งม็อบไทยสู้ด้วยเป็ดยาง #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

โจชัว หว่อง ทึ่งม็อบไทยสู้ด้วยเป็ดยาง – โพสต์ทูเดย์ รอบโลก (posttoday.com)

วันที่ 20 พ.ย. 2563 เวลา 11:30 น.โจชัว หว่อง ทึ่งม็อบไทยสู้ด้วยเป็ดยางโจชัว หว่อง ชมความคิดสร้างสรรค์ม็อบไทยหลังงัดห่วงยางเป็ดป้องกันตัว

เมื่อวันที่ 18 พ.ย. โจชัว หว่อง นักเคลื่อนไหวชาวฮ่องกงทวีตผ่านทวิตเตอร์ส่วนตัว @joshuawongcf ชื่นชมความคิดสร้างสรรค์ของกลุ่มผู้ชุมนุมประท้วงชาวไทยที่ใช้ห่วงยางเป็ดในการรับมือกับน้ำแรงดันสูงที่เจ้าหน้าใช้สลายการชุมนุม จนกลายเป็นสัญลักษณ์ใหม่ในการประท้วงครั้งนี้

“นอกจากการใช้ความรุนแรงของเจ้าหน้าที่ตำรวจแล้ว โลกควรให้ความสำคัญกับความคิดสร้างสรรค์ของผู้ประท้วงชาวไทยด้วย น่าจะเป็นที่แรกที่ประชาชนมือเปล่าใช้ห่วงยางเป็ดในการต่อสู้กับทรราช”

“ความคิดสร้างสรรค์จงชนะ ห่วงยางเป็ดจงเจริญ” โจชัว หว่องกล่าวพร้อมติดแฮชแท็ก #whatishappeninginthailand และ #MilkTeaAlliance

Apart from #policebrutality, the world should also pay attention to #Thaiprotestors‘ creativity. Probably the first place where the powerless citizens use #RubberDuck to fight against tyranny.Creativity wins.Long live rubber ducks.#whatishappeninginthailand #MilkTeaAlliance pic.twitter.com/zwYpjFIDjv

— Joshua Wong ??? (@joshuawongcf) November 18, 2020

อังกฤษเล็งปฏิวัติอุตสาหกรรมให้เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

อังกฤษเล็งปฏิวัติอุตสาหกรรมให้เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม – โพสต์ทูเดย์ รอบโลก (posttoday.com)

วันที่ 19 พ.ย. 2563 เวลา 19:11 น.อังกฤษเล็งปฏิวัติอุตสาหกรรมให้เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมสหราชอาณาจักรประกาศแผนการปรับเปลี่ยนเศรษฐกิจประเทศให้เป็น “สีเขียว” โดยเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เพื่อให้เป็นผู้นำโลกด้านการดักจับและจัดเก็บก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ลดการปล่อยออกสู่ชั้นบรรยากาศ  

นายกรัฐมนตรี บอริส จอห์นสัน ของสหราชอาณาจักรประกาศแผนครั้งใหญ่ 10 ข้อเพื่อปฏิวัติอุตสาหกรรมให้เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งจะช่วยให้สหราชอาณาจักรเดินหน้าพาประเทศออกจากการมีส่วนร่วมก่อปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศได้ภายใน พ.ศ. 2593

พิมพ์เขียวฉบับนี้ครอบคลุมเรื่องพลังงานสะอาด การคมนาคม การจัดการธรรมชาติ และนวัตกรรมเทคโนโลยี ซึ่งจะช่วยส่งเสริมและสร้างงานกว่า 250,000 อัตรา อาศัยการลงทุนภาครัฐกว่า 12,000 ล้านปอนด์ (ราว 480,000 ล้านบาท) โดยตั้งเป้าให้นำไปสู่การลงทุนของภาคเอกชนมากกว่า 3 เท่าภายใน พ.ศ. 2573 เพื่อให้เกิดการสร้างงานที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและอุตสาหกรรมแห่งอนาคตทั้งในสหราชอาณาจักรและทั่วโลก

แผน 10 ข้อนี้ตั้งอยู่บนพื้นฐานจุดแข็งของสหราชอาณาจักร ได้แก่ การติดตั้งทุ่นกังหันลมเพื่อผลิตกระแสไฟ พัฒนาเมืองแห่งแรกที่ใช้ไฮโดรเจนจ่ายพลังงานให้ระบบทำความร้อนทั้งเมืองภายในสิ้นทศวรรษนี้ พัฒนาพลังงานนิวเคลียร์ให้เป็นแหล่งพลังงานสะอาด

รวมทั้งยกเลิกการจำหน่ายรถยนต์และรถตู้ใหม่ที่ใช้น้ำมันทั้งเบนซินและดีเซลภายใน พ.ศ. 2573 ลงทุนในระบบขนส่งสาธารณะแห่งอนาคตที่ปล่อยคาร์บอนเป็นศูนย์ การเดินเรือที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

นอกจากนี้ ยังจะทำให้บ้านเรือน โรงเรียน และโรงพยาบาลเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น การดักจับคาร์บอน การปกป้องและฟื้นฟูสภาพแวดล้อมทางธรรมชาติโดยปลูกต้นไม้ปีละ 300 ล้านตารางเมตร และทำให้เขตซิตี้ออฟลอนดอนเป็นศูนย์กลางการเงินสีเขียวของโลก

นายกรัฐมนตรี บอริส จอห์นสัน กล่าวว่า “แม้ว่าปีนี้จะเกิดสถานการณ์ที่เราไม่คาดคิดอย่างมาก แต่สหราชอาณาจักรกำลังมองไปสู่อนาคตและใช้โอกาสนี้ปรับตัวเพื่อให้เราฟื้นตัวกลับมาได้อย่างเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น การฟื้นฟูโลกและเศรษฐกิจสามารถเกิดขึ้นไปพร้อมกันได้ และเราต้องทำให้เป็นเช่นนั้น” 

โดยการประกาศแผนชุดใหม่มีขึ้นขณะที่ผู้นำสหราชอาณาจักรกำลังเร่งผลักดันให้ประเทศก้าวขึ้นเป็นผู้นำด้านการจัดการปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศก่อนจะเป็นเจ้าภาพร่วมการประชุมสุดยอดด้านการแก้ปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในวันที่ 12 ธันวาคมนี้ และการประชุมสมัชชาประเทศภาคีอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศครั้งที่ 26 หรือ COP26 ที่เมืองกลาสโกว์ สหราชอาณาจักรในปีหน้า

ชาวจีนโวย ทางการออกกฎห้ามพาสุนัขเดินเล่น #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

ชาวจีนโวย ทางการออกกฎห้ามพาสุนัขเดินเล่น – โพสต์ทูเดย์ รอบโลก (posttoday.com)

วันที่ 19 พ.ย. 2563 เวลา 18:00 น.ชาวจีนโวย ทางการออกกฎห้ามพาสุนัขเดินเล่นทางการท้องถิ่นยูนนานทบทวนมาตรการห้ามจูงสุนัขอีกครั้งหลังถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก

บีบีซี รายงานเมื่อวันที่ 17 พ.ย. ทางการท้องถิ่นในมณฑลยูนนานประกาศทบทวนมาตรการห้ามจูงสุนัขเดินเล่นในที่สาธารณะอีกครั้งหลังถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก

โดยเมื่อวันที่ 13 พ.ย. ทางการออกหนังสือเวียนเพื่อกำหนดมาตรการห้ามเจ้าของพาสุนัขออกมาเดินเล่นในที่สาธารณะซึ่งจะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 20 พ.ย.

เจ้าหน้าที่กล่าวว่ามาตรการดังกล่าวออกมาเพื่อป้องกันความปลอดภัยของประชาชน และมุ่งส่งเสริมการเลี้ยงสุนัขอย่างมีวัฒนธรรม เนื่องจากที่ผ่านมาเคยมีเหตุการณ์ที่สุนัขออกมาทำร้ายผู้คนหลายครั้ง

โดยมีการกำหนดโทษตักเตือนในการทำความผิดครั้งแรก และหากทำผิดซ้ำจะถูกปรับ 50-200 หยวน (230-920 บาท) โดยหากทำผิดเป็นครั้งที่สามเจ้าหน้าที่จะยึดสุนัขก่อนจะนำไปฆ่าทิ้งต่อไป

อย่างไรก็ตามมาตรการนี้ถูกวิพากษ์วิจารณ์อยางหนักเนื่องจากบทลงโทษที่รุนแรง และเรียกร้องให้ทางการกลับไปทบทวนมาตรการดังกล่าวอีกครั้ง

ดร.ไจปาล ซิงห์ กิลล์ กรรมการบริหารสมาคมป้องกันการทารุณกรรมสัตว์ในสิงคโปร์ ชี้ว่าการกักสุนัขไว้ในบ้านอย่างถาวรอาจเป็นอันตรายต่อสวัสดิภาพของสัตว์ เจ้าหน้าที่ควรเปลี่ยนจากการห้ามพาสุนัขออกมาเดินเล่นเป็นให้ความรู้แก่เจ้าของสัตว์เลี้ยงให้มีความรับผิดชอบ เช่น การใส่สายจูงสุนัข เป็นต้น

เศรษฐกิจเวียดนามเติบโตที่สุดในอาเซียนแม้โควิดระบาด #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

เศรษฐกิจเวียดนามเติบโตที่สุดในอาเซียนแม้โควิดระบาด – โพสต์ทูเดย์ รอบโลก (posttoday.com)

วันที่ 19 พ.ย. 2563 เวลา 17:00 น.เศรษฐกิจเวียดนามเติบโตที่สุดในอาเซียนแม้โควิดระบาดขณะที่หลายประเทศได้รับผลกระทบแต่เศรษฐกิจของเวียดนามกลับเติบโตขึ้นในช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19

บีบีซี รายงาน เศรษฐกิจของเวียดนามฟื้นตัวจากผลกระทบของการแพร่ระบาดโควิด-19 และเป็นประเทศเดียวในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่มีการเติบโตทางเศรษฐกิจในปีนี้

โดยกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ระบุว่าในปีนี้เศรษฐกิจเวียดนามจะเติบโตขึ้น 2.4% โดยกล่าวถึงความสำเร็จของเวียดนามครั้งนี้ว่าเป็นผลมาจากมาตรการที่เด็ดขาดในการควบคุมด้านสาธารณสุขและเศรษฐกิจในช่วการแพร่ระบาดของโควิด-19 ซึ่งเวียดนามมีผู้ติดเชื้อเพียง 1,288 รายและเสียชีวิต 35 ราย

กองทุนการเงินระหว่างประเทศคาดการณ์ว่าเศรษฐิจเวียดนามจะฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งถึง 6.5% ในปี 2021 หากกิจกรรมทางเศรษฐกิจในประเทศและต่างประเทศดำเนินไปตามปกติ

ไมเคิล โคคาลารี หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ของ วีนา แคปปิตอล บริษัทลงทุนและบริหารสินทรัพย์ชนาดใหญ่ของเวียดนาม กล่าวว่ามีหลายปัจจัยที่ช่วยลดผลกระทบทางเศรษฐกิจของเวียดนาม

แต่หนึ่งสิ่งที่สำคัญคือในช่วงการแพร่ระบาดของโรคส่งผลให้ผู้คนจำนวนมากทั่วโลกต้องทำงานจากที่บ้าน ซึ่งผู้คนมักซื้อคอมพิวเตอร์เครื่องใหม่ หรือซื้ออุปกรณ์สำนักงานใหม่สำหรับการทำงานจากที่บ้าน ซึ่งเวียดนามเป็นฐานการผลิตที่สำคัญของอุปกรณ์เหล่านี้

ในสามไตรมาสแรกเวียดนามมีการส่งออกสินค้าไปยังสหรัฐเพิ่มขึ้น 23% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปี 2019 โดยส่งออกอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์เพิ่มขึ้น 26%

ภาคการผลิตของเวียดนามเติบโตขึ้นอย่างมากในช่วง 10 ปีที่ผ่านมาเนื่องจากธุรกิจต่างๆ เริ่มมองหาฐานการลงทุนในประเทศอื่นเพราะต้นทุนแรงงานในจีนเพิ่มขึ้น รวมถึงสงครามการค้าระหว่างจีนและสหรัฐทำให้นานาประเทศลงทุนในประเทศจีนน้อยลง

บริษัทข้ามชาติหลายรายเริ่มดำเนินการในเวียดนาม รวมถึงผู้นำด้านเทคโนโลยีระดับโลกอย่างแอปเปิล และซัมซุง

นอกจากนี้มาตรการด้านสาธารณสุขของเวียดนามได้รับการยกย่องอย่างกว้างขวาง แม้ว่าโครงสร้างพื้นฐานด้านสาธารณสุขจะยังตามหลังอีกหลายประเทศแต่ก็สามารถควบคุมจำนวนผู้ติดเชื้อได้อย่างรวดเร็ว

อังกฤษขอ 10 ปี เลิกจำหน่ายรถใช้น้ำมัน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

อังกฤษขอ 10 ปี เลิกจำหน่ายรถใช้น้ำมัน – โพสต์ทูเดย์ รอบโลก (posttoday.com)

วันที่ 19 พ.ย. 2563 เวลา 16:00 น.อังกฤษขอ 10 ปี เลิกจำหน่ายรถใช้น้ำมันรัฐบาลสหราชอาณาจักรเตรียมห้ามขายรถใช้น้ำมันตั้งแต่ปี 2030 เป็นต้นไป

ซีเอ็นเอ็น รายงาน เมื่อวันที่ 18 พ.ย. รัฐบาลสหราชอาณาจักรแถลงว่าจะยุติการจำหน่ายรถยนต์และรถตู้ใหม่ที่ใช้น้ำมันเบนซินและดีเซลภายในปี 2030 ซึ่งเร็วกว่าแผนเดิมที่เคยกำหนดไว้ 5 ปี เว้นแต่การจำหน่ายรถยนต์ไฮบริดจะยังคงจำหน่ายได้จนถึงปี 2035

คำสั่งดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของ “การปฏิวัติอุตสหกรรมสีเขียว” ที่ประกาศโดยนายกรัฐมนตรีบอริส จอห์นสัน ด้วยงบประมาณ 12,000 ล้านปอนด์ (480,000 ล้านบาท)

“แม้ว่าปีนี้จะมีเส้นทางที่แตกต่างไปจากที่เราคาดไว้ แต่สหราชอาณาจักรกำลังมองหาอนาคตและคว้าโอกาสที่จะสร้างโลกสีเขียวให้กลับคืนมา การฟื้นตัวของโลกและเศรษฐกิจของเราทำได้และต้องร่วมมือกัน” จอห์นสันกล่าว

นอกจากนี้ในแถลงการณ์ยังกล่าวถึงแผนการอื่นๆ เพื่อฟื้นฟูสภาพภูมิอากาศของสหราชอาณาจักร ได้แก่ การใช้พลังงานทดแทนจากกังหันลม, การส่งเสริมพลังงานไฮโดรเจนและนิวเคลียร์, ปรับปรุงระบบขนส่งสาธารณะ และมุ่งดำเนินการให้บ้านและอาคารสาธารณะประหยัดพลังงานมากขึ้น

สหราชอาณาจักรยังมีเป้าหมายที่จะเป็นประเทศแรกในกลุ่มประเทศอุตสาหกรรมชั้นนำของโลก (G7) ที่ลดปริมาณการขนส่งทางถนน และต้องการเพิ่มพื้นที่สีเขียวและพัฒนาเทคโนโลยีที่ช่วยให้สามารถดักจับการปล่อยก๊าซคาร์บอนได้ก่อนที่จะเป็นอันตรายต่อสิ่งแวดล้อม

“นี่เป็นความท้าทายระดับโลก ทุกประเทศในโลกจำเป็นต้องดำเนินการเพื่อรักษาอนาคตของโลกใบนี้เพื่อลูกหลานของพวกเราและคนรุ่นต่อๆ ไป” จอห์นสันกล่าว

ไฟเซอร์ ประกาศใหม่วัคซีนได้ผลถึง 95% #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

ไฟเซอร์ ประกาศใหม่วัคซีนได้ผลถึง 95% – โพสต์ทูเดย์ รอบโลก (posttoday.com)

วันที่ 19 พ.ย. 2563 เวลา 15:00 น.ไฟเซอร์ ประกาศใหม่วัคซีนได้ผลถึง 95%ผลการทดสอบวัคซีนระยะที่ 3 ที่ร่วมพัฒนาโดยไฟเซอร์และไบโอเอ็นเทคล่าสุดได้ผลกว่า 95%

AP รายงานเมื่อวันที่ 18 พ.ย. ไฟเซอร์ (Pfizer) บริษัทผู้ผลิตวัคซีนโควิด-19 ประกาศผลการทดสอบวัคซีนใหม่อีกครั้งว่าวัคซีนป้องกันไวรัสโคโรนาของไฟเซอร์มีประสิทธิภาพกว่า 95% ซึ่งเพิ่มขึ้นจากการทดสอบในสัปดาห์ที่แล้วที่ไฟเซอร์ออกมาประกาศว่าวัคซีนมีประสิทธิภาพ 90%

บริษัทไฟเซอร์เผยว่าวัคซีนได้ผลดีแม้ในกลุ่มผู้สูงอายุ และไม่มีผลข้างเคียงใดๆ พร้อมกล่าวว่าจะยื่นเรื่องต่อองค์การอาหารและยาสหรัฐ (FDA) เพื่อขออนุมัติในการใช้วัคซีนในกรณีฉุกเฉินในวันที่ 20 พ.ย.

โดยวัคซีนดังกล่าวเป็นการพัฒนาร่วมกันระหว่างไฟเซอร์ และบริษัทด้านเทคโนโลยีชีวภาพ ไบโอเอ็นเทค (BioNTech) โดยมีการทดสอบกับอาสาสมัครเกือบ 44,000 คนจาก 6 ประเทศ ซึ่งจะยังคงดำเนินการรวบรวมข้อมูลความปลอดภัยและประสิทธิผลของวัคซีนต่อไปอีกสองปี

ไฟเซอร์คาดว่าในปีนี้ว่าสามารถผลิตวัคซีนได้สูงสุด 50 ล้านโดส ซึ่งเพียงพอต่อประชากร 25 ล้านคน และในปี 2021 จะเพิ่มกำลังการผลิตเป็น 1,300 ล้านโดส

อย่างไรก็ตาม ไมค์ ไรอัน ผู้อำนวยการโครงการฉุกเฉินขององค์การอนามัยโลก (WHO) เผยว่าต้องใช้เวลาอย่างน้อย 4-6 เดือนในการที่จะแจกจ่ายวัคซีนในวงกว้างทั่วโลก

Photo by JUSTIN TALLIS / AFP

สีจิ้นผิงรับปากจะเปิดเสรีการค้า-ลดภาษีประเทศเอเชีย-แปซิฟิก #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

สีจิ้นผิงรับปากจะเปิดเสรีการค้า-ลดภาษีประเทศเอเชีย-แปซิฟิก – โพสต์ทูเดย์ รอบโลก (posttoday.com)

วันที่ 19 พ.ย. 2563 เวลา 13:53 น.สีจิ้นผิงรับปากจะเปิดเสรีการค้า-ลดภาษีประเทศเอเชีย-แปซิฟิกจีนรับปากลดภาษี เพิ่มการนำเข้าสินค้าและบริการคุณภาพสูงจากประเทศเอเชีย-แปซิฟิก

ประธานาธิบดี สีจิ้นผิง ของจีน กล่าวสุนทรพจน์ในการประชุม APEC CEO Dialogues ผ่านวิดีโอว่า จีนจะลดภาษีและเพิ่มการนำเข้าสินค้าและบริการคุณภาพสูง รวมทั้งจะส่งเสริมการค้าแบบพหุภาคี

“เราจะลดภาษีเพิ่มเติม…และเพิ่มการนำเข้าสินค้าและบริการคุณภาพสูงจากทุกประเทศ” ผู้นำจีนกล่าว

สีจิ้นผิงยังเรียกร้องให้นานาชาติร่วมมือกันในการบริหารเศรษฐกิจ และกล่าวต่อว่า โลกาภิวัฒน์เป็นเรื่องที่ไม่สามารถย้อนกลับได้แล้ว และจีนจะไม่ดำเนินนโยบายแยกเศรษฐกิจ

“รูปแบบการพัฒนาแบบใหม่ของเราไม่ใช่ระบบวงจรเดี่ยวแบบปิด แต่จะเป็นวงจรคู่ที่การเปิดและเสริมสร้างความร่วมมือของตลาดทั้งในและต่างประเทศ”

นอกจากนี้ ผู้นำจีนยังกล่าวอีกว่า จีนจะลงนามในข้อตกลงทางกาค้ากับนานาประเทศเพิ่มและจะส่งเสริมโครงการเส้นทางสายไหมแห่งศตวรรษที่ 21

การรับปากเปิดกว้างทางการค้าของจีนทำให้เกิดคำถามตามมา เนื่องจากจีนมักจะใช้ข้อจำกัดทางการค้าหรือความเป็นประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่เป็นเครื่องมือทางการเมือง อาทิ กรณีของออสเตรเลีย ซึ่งอยู่ในกลุ่มประเทศเอเชีย-แปซิฟิกด้วย จีนได้ขึ้นภาษีหรืองดนำเข้าข้าวบาร์เลย์ เนื้อ และไวน์จากออสเตรเลีย หลังออสเตรเลียเรียกร้องให้ตรวจสอบต้นตอของเชื้อโคโรนาไวรัส

การประชุม APEC CEO Dialogues มีขึ้นก่อนที่การประชุมความร่วมมือทางเศรษฐกิจเอเชีย-แปซิฟิกซึ่งมาเลเซียเป็นเจ้าภาพจะเริ่มในวันพรุ่งนี้ โดยสำนักข่าวรอยเตอร์สรายงานโดยอ้างเจ้าหน้าที่รายหนึ่งว่า ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ จะเข้าร่วมการประชุมทางไกลนี้ด้วย ซึ่งนับเป็นการเข้าร่วมครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2017 ที่ทรัมป์เข้าร่วมครั้งล่าสุด

ด้านทำเนียบขาวปฏิเสธให้ความเห็นต่อข่าวการเข้าร่วมของทรัมป์

ทรัมป์ฉุน สั่งปลดผอ.ไซเบอร์หลังค้านเลือกตั้งไม่มีโกง #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

ทรัมป์ฉุน สั่งปลดผอ.ไซเบอร์หลังค้านเลือกตั้งไม่มีโกง – โพสต์ทูเดย์ รอบโลก (posttoday.com)

วันที่ 19 พ.ย. 2563 เวลา 13:00 น.ทรัมป์ฉุน สั่งปลดผอ.ไซเบอร์หลังค้านเลือกตั้งไม่มีโกงโดนัลด์ ทรัมป์ สั่งปลด ผอ.ไซเบอร์ทางทวิตเตอร์หลังออกมายืนยันว่าไม่มีการทุจริตในการเลือกตั้งครั้งนี้

BBC รายงานประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ มีคำสั่งปลด คริส เครบส์ ผู้อำนวยการสำนักงานความมั่นคงทางไซเบอร์ ซึ่งกำกับดูแลความปลอดภัยในการเลือกตั้ง หลังเครบส์ออกมาโต้แย้งว่าไม่มีมูลในกรณีกล่าวอ้างการทุจริตการเลือกตั้งของทรัมป์

โดยทรัมป์ปฏิเสธที่จะยอมรับผลการเลือกตั้ง และอ้างว่ามีการทุจริตเป็นจำนวนมาก ขณะที่เจ้าหน้าที่การเลือกตั้งกล่าวว่าการลงคะแนนครั้งนี้ปลอดภัยที่สุดในประวัติศาสตร์สหรัฐแล้ว

ทรัมป์ทวีตในวันที่ 18 พ.ย. ที่ผ่านมาว่า “คำแถลงล่าสุดของ คริส เครบส์ เกี่ยวกับความปลอดภัยของการเลือกตั้งปี 2020 นั้นไม่ถูกต้องอย่างมาก การเลือกตั้งนั้นมีความไม่เหมาะสมและการทุจริตจำนวนมาก เช่นการลงคะแนนจากผู้ที่เสียชีวิตไปแล้ว ผู้สังเกตการณ์ไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าไปในสถานที่เลือกตั้ง ความบกพร่องของเครื่องลงคะแนนที่เปลี่ยนแปลงไป การลงคะแนนล่าช้า และอื่นๆ อีกมากมาย ดังนั้น คริส เครบส์ จึงถูกปลดออกจากการเป็นผู้อำนวยการสำนักงานความมั่นคงทางไซเบอร์โดยมีผลทันที”

…votes from Trump to Biden, late voting, and many more. Therefore, effective immediately, Chris Krebs has been terminated as Director of the Cybersecurity and Infrastructure Security Agency.

— Donald J. Trump (@realDonaldTrump) November 18, 2020

ด้านเครบส์ทวีตข้อความว่า “เป็นเกียรติที่ได้รับใช้ เราทำถูกต้องแล้ว ปกป้องวันนี้ รักษาพรุ่งนี้ไว้ #Protect2020”

Honored to serve. We did it right. Defend Today, Secure Tomrorow. #Protect2020— Chris Krebs (@C_C_Krebs) November 18, 2020

นอกจากนี้ยังมีเจ้าหน้าที่อีกหลายคนที่ถูกปลดออกจากตำแหน่งหลังทรัมป์พ่ายแพ้การเลือกตั้งในครั้งนี้

Photo by MANDEL NGAN / AFP

ไทยเสนอ 4 ประเด็นขับเคลื่อนเอเปคยุคนิวนอร์มอล #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

ไทยเสนอ 4 ประเด็นขับเคลื่อนเอเปคยุคนิวนอร์มอล – โพสต์ทูเดย์ รอบโลก (posttoday.com)

วันที่ 19 พ.ย. 2563 เวลา 11:45 น.ไทยเสนอ 4 ประเด็นขับเคลื่อนเอเปคยุคนิวนอร์มอลประเทศไทยเสนอประเด็นสำคัญเตรียมหารือในการประชุมสุดยอดความร่วมมือทางเศรษฐกิจเอเปค

สำนักข่าวท้องถิ่นเวียดนาม รายงาน เมื่อวันที่ 18 พ.ย. ดอน ปรมัตถ์วินัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการประทรวงการต่างประเทศของไทย ได้กล่าวในการประชุมรัฐมนตรีเอเปค (APEC Ministerial Meeting : AMM) ครั้งที่ 31 ถึงประเด็นสำคัญที่จะหารือในการประชุมสุดยอดกลุ่มความร่วมมือทางเศรษฐกิจเอเชีย-แปซิฟิก (APEC Economic Leaders’ Meeting : AELM) ครั้งที่ 27 ซึ่งจะจัดขึ้นในวันที่ 20 พ.ย. นี้

โดยมีประเด็นสำคัญ 4 ประเด็น ได้แก่ (1) อนาคตของเอเชีย-แปซิฟิกที่รวบรวมนวัตกรรม ความยืดหยุ่น และความสามารถในการปรับตัวเข้ากับการเปลี่ยนแปลงได้อย่างรวดเร็ว (2) การสนับสนุนระบบการค้าพหุภาคีและประสิทธิผลขององค์การการค้าโลก (WTO) (3) การสร้างอนาคตที่ยั่งยืนในยุคดิจิทัล รวมถึงการพัฒนาทักษะและขีดความสามารถเพื่อให้สามารถเปลี่ยนแปลงไปสู่ความปกติรูปแบบใหม่ (New Normal) ได้อย่างราบรื่น และมุ่งสู่สภาพแวดแวดล้อมทางธุรกิจแบบดิจิทัล, เศรษฐกิจหมุนเวียน และเศรษกิจสีเขียว โดยเน้นย้ำถึงการดำเนินธุรกิจอย่างมีความรับผิดชอบ (4) การเคลื่อนย้ายผู้คนและสินค้าที่จำเป็นในช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19

รวมถึงเรียกร้องให้เอเปคร่วมมือกันเพื่อรับประกันความพร้อมของวัคซีนและยารักษาโควิด-19 ที่ทันเวลา สามารถเข้าถึงได้ และราคาไม่แพง

ทั้งนี้ ในการประชุมรัฐมนตรีเอเปคที่ผ่านมาได้มีการเน้นย้ำถึงความสำคัญของการค้าและการลงทุน, การฟื้นตัวทางเศรษฐกิจและความร่วมมือระดับภูมิภาคหลังการแพร่ระบาดของโควิด-19, การเปลี่ยนแปลงสู่ยุคเศรษฐกิจดิจิทัล, การปฏิรูปโครงสร้าง และความร่วมมือเพื่อความเจริญก้าวหน้าอย่างครอบคลุมและยั่งยืน