ญี่ปุ่นเตรียมขุดค้นสุสานจักรพรรดิโบราณที่ใหญ่ที่สุด #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/635248

วันที่ 12 ต.ค. 2563 เวลา 11:01 น.ญี่ปุ่นเตรียมขุดค้นสุสานจักรพรรดิโบราณที่ใหญ่ที่สุดสำนักข่าว Kyodo รายงานว่ารัฐบาลญี่ปุ่นกำลังเล็งที่จะขุดค้นสุสานโบราณทางตะวันตกของประเทศอีกครั้ง

สำนักพระราชวังกำลังพิจารณาขุดค้น “ไดเซ็น โคฟุง” (Daisen Kofun) ซึ่งเป็นสุสานรูปรูกุญแจที่ใหญ่ที่สุดของประเทศทางตะวันตกของญี่ปุ่นในโครงการอนุรักษ์ที่จะเริ่มในฤดูใบไม้ร่วงปีหน้า โดยแหล่งข่าวที่ใกล้ชิดกับแผนดังกล่าวเปิดเผยเรื่องนี้กับสำนักข่าว Kyodo เมื่อวันเสาร์

สุสานแห่งนี้ตั้งอยู่ในจังหวัดโอซาก้าซึ่งมีอายุย้อนกลับไปราวกลางศตวรรษที่ 5 อยู่ภายใต้การควบคุมของหน่วยงานสำนักพระราชวังในฐานะสุสานของจักรพรรดินินโตกุ แต่การถกเถียงทางวิชาการยังไม่ได้ข้อสรุปว่าจริงๆ แล้วใครถูกฝังไว้ที่นั่น

หากมีการดำเนินโครงการขุดค้นตามแผนจะเป็นการขุดครั้งแรก หลังจากที่หมู่สุสานโบราณที่เรียกว่า “โคฟุง” จำนวน 49 แห่งรวมทั้งไดเซ็น โคฟุง ถูกขึ้นบัญชีเป็นมรดกโลกในปี 2019

นักโบราณคดีและนักประวัติศาสตร์หวังว่าการวิจัยเกี่ยวกับเนินหลุมฝังศพจะทำให้เกิดความกระจ่างเกี่ยวกับโครงสร้างของมันซึ่งหลายแง่มุมยังคงเป็นเรื่องลึกลับ อีกทั้งสำนักพระราชวังห้ามไม่ให้ประชาชนทั่วไปเข้าเยี่ยมชมสถานที่เพราะถือว่าเป็นสุสานของบรรพบุรุษของราชวงศ์ญี่ปุ่น

ไดเซ็น โคฟุงมีความยาว 486 เมตรเชื่อกันว่ามีขนาดใหญ่กว่านี้เมื่อสร้างขึ้นครั้งแรกโดยการศึกษา 3 มิติล่าสุดคาดว่าเนินดินมีความยาวอย่างน้อย 525 เมตร สุสานแห่งนี้อยู่ในเมืองซาไกล้อมรอบด้วยคูน้ำสามชั้น งานขุดในปี 2018 เผยให้เห็นชั้นหินและรูปปั้นดิน

ภาพ Copyright © National Land Image Information (Color Aerial Photographs), Ministry of Land, Infrastructure, Transport and Tourism 

จีนสั่งตรวจโควิดทั่วเมืองชิงเต่าหลังพบผู้ติดเชื้อรายใหม่ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/635261

วันที่ 12 ต.ค. 2563 เวลา 09:33 น.จีนสั่งตรวจโควิดทั่วเมืองชิงเต่าหลังพบผู้ติดเชื้อรายใหม่ ทางการเมืองชิงเต่าของจีนสั่งทดสอบ COVID-19 ทั่วเมืองหลังพบผู้ติดเชื้อรายใหม่ในพื้นที่

สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่าทางการเมืองชิงเต่าของจีนประกาศจะทำการตรวจเชื้อโควิด -19 กับประชากรทั้งหมดมากกว่า 9 ล้านคนในช่วงห้าวันหลังจากพบผู้ป่วยรายใหม่ในพื้นที่ที่เชื่อมโยงกับโรงพยาบาลที่รักษาผู้ติดเชื้อนำเข้า

เมืองนี้รายงานผู้ป่วยโควิด -19 รายใหม่ 6 รายและผู้ป่วยที่ไม่มีอาการ 6 ราย ช่วงค่ำของวันที่ 11 ต.ค. ผู้ป่วยส่วนใหญ่เชื่อมโยงกับโรงพยาบาลโรคทรวงอกชิงเต่า

ชิงเต่าได้ปิดโรงพยาบาลโรคทรวงอกชิงเต่าและแผนกฉุกเฉินของโรงพยาบาลกลางแล้ว อาคารที่ผู้ติดเชื้ออาศัยอยู่ยังถูกล็อคดาวน์เพื่อเป็นส่วนหนึ่งของมาตรการกักกันไวรัส

ตัวเลขจากคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (NHC) ยืนยันจำนวนจำนวน 21 รายในจีนเมื่อวันที่ 11 ตุลาคม ข้อมูลนี้ได้รับการเผยแพร่หลังจากการประกาศของเมืองชิงเต่า แต่ไม่รวมถึงการติดเชื้อที่ได้รับการยืนยันในเมืองและยังไม่ชัดเจนในทันทีว่าทำไมถึงไม่รวมเข้าไปด้วย

จำนวนผู้ป่วยรายใหม่ที่ไม่แสดงอาการ (ซึ่งจีนไม่นับเป็นผู้ป่วย) ที่ได้รับการยืนยันเพิ่มขึ้นเป็น 32 รายจาก 23 วันก่อนหน้านี้ แต่ NHC ไม่ได้ให้รายละเอียดเกี่ยวกับกรณีที่มีรายงานผู้ป่วยรายใหม่ที่ไม่มีอาการแม้ว่าจะระบุว่า 29 รายในกรณีเหล่านี้เป็นการติดเชื้อที่นำเข้า

ผู้ติดเชื้อโควิด -19 รายวันในจีนแผ่นดินใหญ่ลดลงอย่างมากจากจุดสูงสุดในช่วงต้นปีนี้ แต่จีนยังคงมีการแจ้งเตือนอย่างสูงเพื่อป้องกันการผลสะเทือนจากการระบาดที่อาจเกิดขึ้นอีกครั้ง

จำนวนผู้ติดเชื้อ COVID-19 ที่ได้รับการยืนยันทั้งหมดในจีนแผ่นดินใหญ่ขณะนี้อยู่ที่ 85,578 รายขณะที่ยอดผู้เสียชีวิตยังคงไม่เปลี่ยนแปลงที่ 4,634 ราย

Photo by NICOLAS ASFOURI / AFP

ทวิตเตอร์เตือน “ทรัมป์” ทวีตข้อความเข้าข่ายข้อมูลเท็จเรื่องโควิด #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/635258

วันที่ 12 ต.ค. 2563 เวลา 08:18 น.ทวิตเตอร์เตือน "ทรัมป์" ทวีตข้อความเข้าข่ายข้อมูลเท็จเรื่องโควิดทวิตเตอร์แจ้งเตือนข้อความที่ “โดนัลด์ ทรัมป์” ทวีตอ้าง “จะไม่ติดโควิดอีกแล้ว” ชี้ถือเป็นการละเมิดกฎว่าด้วยการให้ข้อมูลเท็จเกี่ยวกับโควิด-19

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ทวิตเตอร์ ได้แจ้งเตือนข้อความบนทวีตของ ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐ หลังจากที่ทวีตข้อความระบุว่า “คณะแพทย์ประจำทำเนียบขาวอนุญาตให้ผมออกจากทำเนียบขาวโดยสมบูรณ์เมื่อวานนี้ ซึ่งหมายความว่า ผมจะไม่ติดโรคโควิด-19 อีกแล้ว (มีภูมิคุ้มกัน) และก็จะไม่แพร่เชื้อให้ผู้อื่นด้วย ช่างเป็นความรู้สึกดีที่ได้รู้เรื่องนี้”

ทวิตเตอร์ระบุว่า ข้อความดังกล่าวของนายทรัมป์ถือเป็นการละเมิดกฎเกณฑ์ว่าด้วยการให้ข้อมูลเท็จที่เกี่ยวข้องกับโควิด-19

“ข้อความบนทวิตเตอร์ของ นายทรัมป์ถือเป็นการละเมิดกฎเกณฑ์เกี่ยวกับการเผยแพร่ข้อมูลที่เป็นอันตรายและเป็นเท็จเกี่ยวกับโรคโควิด-19 โดยนอกจากการขึ้นแถบเตือนแล้ว ทวิตเตอร์ได้จำกัดการเข้าถึงข้อความดังกล่าว เพื่อให้เป็นไปตามกฎของทวิตเตอร์”ทวิตเตอร์ระบุ

ผลสำรวจพบ “ชาวเอเชียในนิวยอร์ก” ตกงานพุ่งหลังวิกฤตโควิด #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/635251

วันที่ 11 ต.ค. 2563 เวลา 19:41 น.ผลสำรวจพบ "ชาวเอเชียในนิวยอร์ก" ตกงานพุ่งหลังวิกฤตโควิดผลสำรวจพบ อัตราการว่างงานของ ชาวเอเชีย ที่อาศัยอยู่ในนิวยอร์กเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วหลังวิกฤตโควิดระบาดที่ส่งผลกระทบรุนแรงต่อการค้าและบริการ

สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า สหพันธ์ชาวอเมริกันเชื้อสายเอเชีย (Asian American Federation) ได้จัดทำผลสำรวจ “ผลกระทบโรคโควิด-19 ต่อการจ้างงานชาวเอเชียในนครนิวยอร์ก” พบว่า อัตราการว่างงานของชาวอเมริกันเชื้อสายเอเชียทั่วสหรัฐ ในปีนี้ เพิ่มขึ้นจากร้อยละ 2.5 ในเดือนกุมภาพันธ์ เป็นร้อยละ 14.5 ในเดือนเมษายน และร้อยละ 15 ในเดือนพฤษภาคม ซึ่งเป็นตัวเลขที่มากที่สุดในทุกกลุ่มเชื้อชาติทั่วประเทศ

ผลสำรวจชี้ว่า “โรคโควิด-19 ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจทั่วประเทศอย่างกว้างขวาง โดยเฉพาะต่อคนงานชาวอเมริกันเชื้อสายเอเชียในนครนิวยอร์ก และครอบครัวของพวกเขา”

ขณะเดียวกัน อัตราการว่างงานของชาวเอเชียในนครนิวยอร์กอยู่ที่ร้อยละ 3.4 ในเดือนกุมภาพันธ์ ซึ่งต่ำกว่าชาวอเมริกันเชื้อสายสเปนและคนผิวดำในนิวยอร์ก ก่อนจะเพิ่มขึ้นแตะร้อยละ 25.6 ในเดือนพฤษภาคม ซึ่งเป็นตัวเลขที่เพิ่มขึ้นรวดเร็วที่สุดในทุกกลุ่มชาติพันธุ์

ผลสำรวจอธิบายถึงสาเหตุดังกล่าวว่ากลุ่มชาติพันธุ์เอเชียแต่ละกลุ่มที่มีจำนวนมากในนครนิวยอร์กนั้นพึ่งพางานในอุตสาหกรรมผสมผสานที่มีลักษณะเฉพาะ และทั้งหมดล้วนได้รับผลกระทบอย่างหนักจากการสูญเสียงานในชุมชนของพวกเขา

อุตสาหกรรมหลายภาคส่วนที่ว่าจ้างแรงงานชาวเอเชียรายได้น้อยได้รับผลกระทบรุนแรงที่สุดจากการสูญเสียงาน ซึ่งรวมถึงอุตสาหกรรมการผลิตเครื่องแต่งกาย ร้านเสริมสวยและร้านทำเล็บ ร้านซักรีด บริการด้านอาหาร แท็กซี่และรถร่วมโดยสาร และการค้าปลีก

ข้อเสนอแนะเชิงนโยบายที่สำคัญ ได้แก่ การให้ความช่วยเหลือด้านภาษาแก่ผู้ว่างงานชาวเอเชียในนิวยอร์ก การออกแบบโครงการพัฒนาแรงงานเพื่อช่วยเพิ่มโอกาสทางเศรษฐกิจและกระจายประเภทงานที่ชาวเอเชียในนิวยอร์กต้องการ โดยเฉพาะกลุ่มผู้อพยพใหม่ ตลอดจนการขยายโครงข่ายความคุ้มครองทางสังคมให้ครอบคลุมประชากรทุกเชื้อสายในนิวยอร์ก

ทั้งนี้ ชาวอเมริกันเชื้อสายเอเชียเป็นหนึ่งในกลุ่มเชื้อชาติที่เติบโตเร็วที่สุดในสหรัฐ โดยครองสัดส่วนมากกว่าร้อยละ 16 ของประชากรในนครนิวยอร์ก และร้อยละ 10 ของรัฐนิวยอร์ก อย่างไรก็ดีชาวอเมริกันเชื้อสายเอเชีย 1 ใน 4 อาศัยอยู่ใต้เส้นแบ่งความยากจน

สุดสลดตัวมิงค์เป็นเหยื่อโควิดล้มตายเฉียดหมื่น #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/635240

วันที่ 11 ต.ค. 2563 เวลา 18:27 น.สุดสลดตัวมิงค์เป็นเหยื่อโควิดล้มตายเฉียดหมื่นซินหัวรายงานว่าตัวมิงก์เฉียดหมื่นล้มตาย เหตุติด ‘โควิด-19’ จากคนงานฟาร์มในสหรัฐฯ

สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า ดีน เทย์เลอร์ สัตวแพทย์ประจำรัฐยูทาห์ สหรัฐอเมริกา เผยพบตัวมิงก์เกือบ 10,000 ตัวในฟาร์มขนสัตว์ 9 แห่งทั่วรัฐล้มตายช่วงสองสัปดาห์ที่ผ่านมา

ช่องข่าวเอ็นบีซีรายงานคำพูดของเทย์เลอร์เมื่อวันศุกร์ว่า (9 ต.ค.) เจ้าหน้าที่ตรวจพบไวรัสในสัตว์ในสหรัฐฯ เมื่อต้นเดือนสิงหาคม หลังคนงานในฟาร์มปศุสัตว์มีผลตรวจโรคโควิด-19 เป็นบวกไม่นานนัก ซึ่งบรรดานักวิจัยคาดว่าสิ่งมีชีวิตดังกล่าวที่ถูกเลี้ยงเพื่อนำขนเนียนนุ่มมาผลิตเป็นสินค้าหรู ติดเชื้อไวรัสจากมนุษย์

“งานวิจัยทั้งหมดระบุไม่พบการแพร่กระจายจากมิงก์สู่มนุษย์” เทย์เลอร์กล่าว

ฟาร์มทุกแห่งที่พบโรคโควิด-19 ระบาดในหมู่ตัวมิงก์ถูกสั่งกักกัน แต่ไม่มีคำสั่งกำจัดสัตว์ตัวใดด้วยโรคร้ายนี้ เขากล่าวพร้อมเสริมว่ารัฐกำลังทำงานร่วมกับศูนย์ควบคุมและป้องกันโรค (CDC) กระทรวงเกษตรสหรัฐ (USDA) และหน่วยงานอื่นๆ เพื่อจัดหาอุปกรณ์ป้องกันเพิ่มเติมและการฝึกอบรมให้เพียงพอสำหรับคนงานในฟาร์มมิงก์

เทย์เลอร์เตือนว่าการป้องกันเหตุระบาดโรคโควิด-19 ในหมู่ตัวมิงก์ไม่ใช่เรื่องง่าย แต่การยุติการระบาดในทันทีนั้นยากยิ่งกว่า

รายงานการป่วยโควิด-19 ของตัวมิงก์ถูกพบในหลายประเทศ รวมถึงเดนมาร์ก เนเธอร์แลนด์ และสเปน โดยในเดือนมิถุนายนหน่วยงานในประเทศเหล่านี้ได้สังหารมิงก์หลายแสนตัวด้วยการรมควัน เนื่องจากกังวลว่ามิงก์อาจเป็นต้นตอการแพร่กระจายไวรัสไปยังสัตว์เลี้ยงอื่นในฟาร์ม แม้กระทั่งมนุษย์

ในสหรัฐอเมริกา กรมการเกษตร การค้า และการคุ้มครองผู้บริโภคของวิสคอนซิน ยืนยันเมื่อวันพฤหัสบดีว่า (8 ต.ค.) มีมิงก์มากกว่า 2,000 ตัวที่ตายด้วยโรคโควิด -19

“ขณะนี้ยังไม่มีหลักฐานบ่งชี้ว่าพวกสัตว์ รวมถึงตัวมิงก์ มีบทบาทสำคัญในการแพร่ไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ไปสู่มนุษย์” กรมแถลงต่อสื่อ “อย่างไรก็ตาม มนุษย์ที่ติดเชื้อไวรัสสามารถแพร่กระจายไปสู่ตัวมิงก์และสัตว์อื่นๆ ได้ จึงขอแนะนำให้ผู้ต้องสงสัยหรือได้รับผลยืนยันว่าติดเชื้อแล้ว หลีกเลี่ยงการสัมผัสกับสัตว์เลี้ยง”

อนึ่ง คณะกรรมาธิการการขนสัตว์แห่งสหรัฐฯ (Fur Commission USA) ซึ่งเป็นสมาคมผู้เลี้ยงมิงก์ที่ใหญ่ที่สุดของประเทศ ระบุว่าสหรัฐฯ มีฟาร์มมิงก์อย่างน้อย 245 แห่งใน 22 รัฐ

สนับสนุนเนื้อหาโดยสำนักข่าวซินหัว

Photo by Henning Bagger / Ritzau Scanpix / AFP

ผู้นำไต้หวันวอนจีนอย่าทำตัวเป็นเจ้าโลก #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/635213

วันที่ 11 ต.ค. 2563 เวลา 16:26 น.ผู้นำไต้หวันวอนจีนอย่าทำตัวเป็นเจ้าโลก ไต้หวันเรียกร้องให้จีน ‘ไม่แสวงหาความเป็นเจ้าโลก’ และผ่อนคลายความตึงเครียด

เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมาผู้นำไต้หวันวิงวอนให้สีจิ้นผิง ประธานาธิบดีของจีนลดความตึงเครียดทางทหารและปฏิบัติตามคำมั่นสัญญาที่จะ “ไม่แสวงหาความเป็นเจ้าโลก” หลังจากที่จีนส่งเครื่องบินขับไล่ล้ำเข้าในน่านฟ้าของไต้หวันหลายเดือน

ในการกล่าวสุนทรพจน์เนื่องในวันชาติของไต้หวัน ประธานาธิบดีไช่อิงเหวินกล่าวว่าประชาคมระหว่างประเทศกำลังวิตกกังวลเกี่ยวกับ “อำนาจที่ขยายตัว” ของจีน

แต่ไรมาจีนมองว่าไต้หวันเป็นดินแดนของตนและไม่เคยละทิ้งการความพยายามที่จะใช้กำลังเพื่อนำไต้หวันกลับมารวมกับแผ่นดินใหญ่และท่าทีเช่นนี้ชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ ในระยหลัง

แต่ไช่อิงเหวินอ้างถึงสุนทรพจน์ล่าสุดของสีจิ้นผิงต่อสหประชาชาติซึ่งไช่อิงเหวินกล่าวว่าสุนทรพจน์นี้ให้ชาวไต้หวันมีความหวัง

“ฉันยังทราบว่าผู้นำอีกฝั่งหนึ่ง (สีจิ้นผิง) ได้กล่าวต่อสาธารณชนในข้อความวิดีโอต่อที่ประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติว่าจีนจะไม่แสวงหาอำนาจการขยายตัวหรือขอบเขตอิทธิพล … เราหวังว่านี่จะเป็นจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงที่แท้จริง “

“เรามุ่งมั่นที่จะรักษาเสถียรภาพข้ามช่องแคบ แต่นี่ไม่ใช่สิ่งที่ไต้หวันสามารถแบกรับได้เพียงฝ่ายเดียว แต่เป็นความรับผิดชอบร่วมกันของทั้งสองฝ่าย” ไช่อิงเหวินกล่าวเสริม

ท่าทีที่เชิงรุกของจีนที่มีต่อไต้หวันเพิ่มขึ้นอย่างมากภายใต้การบริหารของสีจิ้นผิงซึ่งเขายังเคยบอกว่าการรวมไต้หวันกับแผ่นดินใหญ่เป็นสิ่งที่ “หลีกเลี่ยงไม่ได้”

ท่าทีของจีนที่แข็งกร้าวขึ้นยังเป็นการตอบโต้การเลือกตั้งไช่อิงเหวินเข้ามาเป็นผู้นำประเทศในปี 2559 และอีกครั้งเมื่อต้นปีนี้ ไช่อิงเหวินแห่งพรรคประชาธิปไตยก้าวหน้า (DPP) ที่เอนเอียงในการสนับสนุนเอกราชของไต้หวันพยาพยายามยืนยันส่าไต้หวันเป็นประเทศอธิปไตยและปฏิเสธแนวคิดที่ว่าไต้หวันเป็นส่วนหนึ่งของนโยบาย “จีนเดียว”

สำนักงานกิจการไต้หวันของปักกิ่ง (TAO) กล่าวหาไช่อิงเหวินว่า “ขยายความคิดเชิงเผชิญหน้าและการเป็นปรปักษ์กันเพื่อส่งเสริมเอกราช”

“เราขอเรียกร้องให้หน่วยงาน DPP หยุดคำพูดและการกระทำที่ยั่วยุใด ๆ ที่ส่งเสริมความเป็นอิสระและอย่าไปเดินผิดทาง” ซินหัวอ้างคำกล่าวของโฆษกหญิงของ TAO และกล่ววว่า DPP จะยอมทำร้ายของตัวเองเพื่อสมรู้ร่วมคิดกับประเทศตะวันตก

ทั้งนี้ การที่รัฐบาลสหรัฐเข้ามาสนับสนุนไต้หวันอย่างมากในช่วงประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ยังได้กลายเป็นชนวนความขัดแย้งกับจีน ในขณะที่ความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐ- จีนดิ่งลงสู่ระดับต่ำสุดในประวัติศาสตร์

Photo by Sam Yeh / AFP

ประท้วงเรื้อรัง+พิษโควิดทำเงินบาททรุดที่สุดในเอเชีย #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/635202

วันที่ 11 ต.ค. 2563 เวลา 14:28 น.ประท้วงเรื้อรัง+พิษโควิดทำเงินบาททรุดที่สุดในเอเชียค่าเงินบาทเจอข่าวร้าย แต่พันธบัตรของไทยกลับมามีพลังอีกครั้ง

สำนักข่าว Bloomberg รายงานว่าการประท้วงต่อต้านรัฐบาลและความกังวลที่เกิดขึ้นอีกครั้งเกี่ยวกับผลกระทบของไวรัสต่อเศรษฐกิจของประเทศไทย ทำให้เงินบาทกลายเป็นหนึ่งในสกุลเงินที่มีความเคลื่อนไหวที่แย่ที่สุดในภูมิภาค

เงินบาทได้รับผลกระทบอย่างหนักนับตั้งแต่ผู้ประท้วงจัดการเดินขบวนเมื่อเดือนที่แล้ว นับเป็นครั้งใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่การรัฐประหารของกองทัพในปี 2557 และแกนนำยังเรียกร้องให้มีการหยุดงานเพื่อกดดันรัฐบาลต่อไป

นอกจากนี้ ความหวังของไทยยังริบหรี่เกี่ยวกับศักยภาพในการเปิดประเทศเพื่อผลักดันการท่องเที่ยว เนื่องจากการตรวจพบกรณีไวรัสอีกครั้งหลังจากตรวจไม่พบมา 100 วันเมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา

Duncan Tan นักยุทธศาสตร์ของ DBS Group Holdings Ltd. ในสิงคโปร์กล่าวว่าแรงกดดันต่อสกุลเงินบาทสามารถเห็นได้จากความแตกต่างของผลตอบแทนที่ห่างกันมากขึ้นระหว่างการค้าออนชอร์และออฟชอร์ ซึ่งได้เพิ่มขึ้นเป็น 60 จุดจาก 40 จุดในเดือนกรกฎาคม ความแตกต่างนี้ถือได้ว่าเป็นตัวสะท้อนความเสี่ยงทางการเมือง

แต่ในขณะที่ค่าเงินบาทมีผลงานที่แย่ลง แต่พันธบัตรไทยทนทานต่อความไม่สงบทางการเมืองและได้รับประโยชน์จากความต้องการที่เพิ่มขึ้นเนื่องจากการการระบาดของไวรัส

Photo by Vivek Prakash / AFP

ทำไมสายการบินต้องขายปาท่องโก๋ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/635221

วันที่ 11 ต.ค. 2563 เวลา 12:53 น.

ทำไมสายการบินต้องขายปาท่องโก๋

Deep Talk Ep.56 ทำไมสายการบินต้องขายปาท่องโก๋

Deep Talk Ep.56 ทำไมสายการบินต้องขายปาท่องโก๋

ติดตาม PostToday Podcast ได้ที่ https://soundcloud.com/posttoday https://w.soundcloud.com/player/?url=https%3A//api.soundcloud.com/tracks/908598139&color=%23ff5500&auto_play=false&hide_related=false&show_comments=true&show_user=true&show_reposts=false&show_teaser=true&visual=true

PostToday · ทำไมสายการบินต้องขายปาท่องโก๋

ทรัมป์ลุยหาเสียงทันที หมอยันไม่มีความเสี่ยงที่จะแพร่เชื้อ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/635205

วันที่ 11 ต.ค. 2563 เวลา 12:29 น.ทรัมป์ลุยหาเสียงทันที หมอยันไม่มีความเสี่ยงที่จะแพร่เชื้อถึงแม้ว่าตัวเองเพิ่งจะติดโควิด-19 แต่ทรัมป์ก็ยังเชื่อมั่นว่าโรคระบาดกำลังจะหายไป

แพทย์ประจำตัวของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวว่าทรัมป์ไม่เป็นตัวแพร่เชื้ออีกต่อไป หลังจากติดโควิด-19 มาเก้าวัน

“ผมยินดีที่จะรายงานว่านอกจากประธานาธิบดีจะมีคุณสมบัติตรงตามเกณฑ์ของ CDC (สำนักงานควบคุมโรคของสหรัฐ) ในการยุติแยกตัวไปกักโรคอย่างปลอดภัยแล้ว และตัวอย่าง COVID PCR (การตรวจสอบเชื้อ) ในเช้านี้แสดงให้เห็นตามมาตรฐานที่เป็นที่ยอมรับในปัจจุบันว่าเขาไม่ถือว่าเป็นความเสี่ยงในการแพร่เชื้อไปยังผู้อื่นอีกต่อไป” ฌอน คอนลีย์แพทย์ประจำทำเนียบขาวกล่าวแถลงการณ์

คอนลีย์ยังกล่าวว่าเป็นเวลา 10 วันแล้วที่ทรัมป์เริ่มแสดงอาการของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ และการทดสอบแสดงให้เห็นว่า “ไม่มีหลักฐานว่ามีการเพิ่มขึ้นไวรัสอีกต่อไป” และปริมาณไวรัสของทรัมป์ก็ “ลดลง” คอนลีย์กล่าวต่อ

แม้ว่าเขาจะไม่ได้ระบุว่าประธานาธิบดีไม่มีไวรัสแล้ว ซึ่งคอนลีย์ซึ่งถูกกล่าวหาว่าขาดความโปร่งใสต่อสาธารณชนในการรายงานผลการป่วยของทรัมป์

อย่างไรก็ตามการยืนยันของคอนลีย์อาจมีปัญหา เพราะแม้ว่าคนที่มีระดับไวรัสต่ำไม่สามารถติดต่อได้อีกต่อไป แต่วงการแพทย์ยังไม่ได้กำหนดตัวเลขที่แน่นอนในเรื่องนี้

คอนลีย์กล่าวว่าทรัมป์ไม่มีไข้และอาการ “ดีขึ้น” และเสริมว่าเขาจะติดตามประธานาธิบดีต่อไปในขณะที่ทรัมป์”กลับไปทำงานตามกำหนดเวลา”

ทั้งนี้ มีรายงานข่าวว่าทรัมป์จะไปปรากฎตัวต่อสาธารณชนครั้งแรกในรัฐฟลอริดา, เพนซิลเวเนียและไอโอวา คาดว่าเพื่อรีบไล่ตามการหาเสียงให้ทันคู่แข่งก่อนที่การเลืกอตั้งประธานาธิบดีจะัมีขึ้นในวันที่ 3 พฤศจิกายนนี้

ทรัมป์ถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่ามองข้ามการคุกคามของไวรัสอยู่หลายครั้ง และในระหว่างกล่าวที่ทำเนียบขาวเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมาเขาก็ยังบอกว่าโรคระบาดกำลัง “กำลังจะหายไปและกำลังจะหายไป”

Photo by MANDEL NGAN / AFP

โควิดยังระบาดหนักยอดติดเชื้อทั่วโลกกว่า 37.5ล้านคน ตายกว่า1ล้าน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/635204

วันที่ 11 ต.ค. 2563 เวลา 10:15 น.โควิดยังระบาดหนักยอดติดเชื้อทั่วโลกกว่า 37.5ล้านคน ตายกว่า1ล้านสถานการณ์การระบาดของไวรัสโควิด-19ทั่วโลกยังหนัก ยอดผู้ติดเชื้อสะสมพุ่งกว่า 37,450,143 ราย และยอดผู้เสียชีวิตอยู่ที่ 1,077,218 ราย

Worldometer เว็บไซต์ที่รายงานข้อมูลล่าสุดที่มีการรวบรวมจากหน่วยงานด้านสาธารณสุขทั่วโลก ระบุว่า ยอดผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ทั่วโลกในปัจจุบันอยู่ที่ 37,450,143 ราย และยอดผู้เสียชีวิตอยู่ที่ 1,077,218 ราย

สหรัฐมียอดผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 สูงสุดในโลก (7,944,939) รองลงมาคืออินเดีย (7,051,543), บราซิล (5,091,840), รัสเซีย (1,285,084), โคลอมเบีย (902,747) และสเปน (890,367)

นอกจากนี้ สหรัฐยังเป็นประเทศที่มีจำนวนผู้เสียชีวิตสูงสุดในโลก (219,281) ตามมาด้วยบราซิล (150,236), อินเดีย (108,371), เม็กซิโก (83,507) และสหราชอาณาจักร (42,760)

Worldometerรายงานสถานการณ์ในสหรัฐด้วยว่า รัฐแคลิฟอร์เนียเป็นรัฐที่มีผู้ติดเชื้อสูงสุดในประเทศ จำนวน 852,666 ราย ขณะที่รัฐเท็กซัสตามมาเป็นที่ 2 โดยมีจำนวนผู้ติดเชื้อ 832,928ราย ส่วนรัฐฟลอริดามีผู้ติดเชื้อ 728,921 ราย และรัฐนิวยอร์กมีผู้ติดเชื้อ 508,315 ราย

อย่างไรก็ดี รัฐนิวยอร์กมีผู้เสียชีวิตสูงสุดในสหรัฐ จำนวน 33,377 ราย