EU เผยวัคซีนโควิดอาจไม่ทันสิ้นปีนี้ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/635083

วันที่ 09 ต.ค. 2563 เวลา 14:43 น.EU เผยวัคซีนโควิดอาจไม่ทันสิ้นปีนี้องค์กรด้านยาแห่งสหภาพยุโรปแถลงวัคซีนโควิด-19 อาจได้รับการอนุมัติให้ใช้ในยุโรปไม่ทันสิ้นปี

กุยโด ราซี กรรมการบริหารองค์กรด้านยาแห่งสหภาพยุโรป (EMA) ให้สัมภาษณ์เมื่อวันที่ 8 ตุลาคมว่าวัคซีนโควิด-19 อาจอนุมัติไม่ทันภายในสิ้นปีนี้ แม้ว่าในทางทฤษฎีจะเป็นไปได้แต่ในทางปฏิบัติแล้วเป็นไปได้ยากอย่างยิ่ง ท่ามกลางความกดดันที่เพิ่มขึ้นจากทั่วโลกเนื่องจากมีผู้ติดเชื้อพุ่งสูงถึง 36 ล้านคน

โดยขณะนี้ใกล้จะถึงกลางเดือนตุลาคมและต้องรอบริษัทผู้ผลิตวัคซีนส่งข้อมูลอีก 2-3 สัปดาห์ รวมถึงต้องใช้เวลาในการประเมินวัคซีน ดังนั้นอย่างน้อยขั้นตอนทั้งหมดต้องใช้เวลานานถึงสิ้นปี

ราซีกล่าวว่าวัคซีนตัวแรกอาจได้รับการอนุมัติทางการตลาดแบบมีเงื่อนไข ซึ่งเป็นการอนุมัติชั่วคราว 1 ปี และหน่วยงานกำกับดูแลจะต้องทราบระยะเวลาในการสร้างภูมิคุ้มกันของวัคซีนก่อนที่จะอนุมัติให้มีการจำหน่ายในตลาดเต็มรูปแบบ

“การเร่งรีบในการผลิตวัคซีนไม่ได้สร้างความมั่นใจในเรื่องความปลอดภัยและประสิทธิภาพ ดังนั้นอาจทำให้ผู้ป่วยเกิดความลังเลใจในการฉีดวัคซีน” ราซีกล่าว

ทั้งนี้ ประเทศในสหภาพยุโรปยังคงสามารถใช้อำนาจฉุกเฉินระดับชาติเพื่อแจกจ่ายวัคซีนได้ก่อนที่ EMA จะอนุมัติ โดยในเดือนสิงหาคมสหราชอาณาจักรกำหนดแผนการแก้ไขกฎหมายเพื่อให้การฉีดวัคซีนโควิด-19 ที่ไม่มีใบอนุญาตได้รับการอนุญาตชั่วคราว

นอกจากนี้ มีการคาดการณ์ว่าข้อมูลจากการทดลองวัคซีนของ ไฟเซอร์ (Pfizer) และไบโอเอ็นเทค (BioNTech) พันธมิตรจากเยอรมนีอาจถูกเผยแพร่ในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า

แพทย์ทำเนียบขาวยืนยันทรัมป์หายแล้ว ไฟเขียวลงพื้นที่หาเสียงได้ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/635080

วันที่ 09 ต.ค. 2563 เวลา 13:38 น.แพทย์ทำเนียบขาวยืนยันทรัมป์หายแล้ว ไฟเขียวลงพื้นที่หาเสียงได้ทรัมป์เตรียมลงพื้นที่หาเสียงหลังรักษาโควิด-19ครบคอร์สแล้ว

ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ เผยระหว่างให้สัมภาษณ์กับสถานีโทรทัศน์ Fox News ว่า อาจจะกลับมาลงพื้นที่หาเสียงที่รัฐฟลอริดาในวันเสาร์นี้ และรัฐเพนซิลเวเนียในวันอาทิตย์นี้ตามเวลาท้องถิ่น หลังรับการรักษาอาการ Covid-19 ครบคอร์สตามที่แพทย์กำหนดแล้ว

เมื่อถูกถามว่าตอนนี้รู้สึกอย่างไรบ้าง ทรัมป์ตอบว่า “ดีมากๆ ผมคิดว่าจะลองลงพื้นที่หาเสียงคืนวันเสาร์นี้”

ก่อนหน้านี้ ฌอน คอนลีย์ แพทย์ประจำทำเนียบขาวระบุในบันทึกที่เผยแพร่โดยทำเนียบขาวว่า ทรัมป์รับการรักษา Covid-19 ครบคอร์สแล้ว และอาการดีขึ้นเรื่อยๆ นับตั้งแต่กลับจากโรงพยาบาลทหารวอลเทอร์รีดมาพักที่ทำเนียบขาว และสามารถพบปะผู้คนได้ตั้งแต่วันเสาร์เป็นต้นไป

บันทึกดังกล่าวยังระบุอีกว่าทรัมป์ตอบรับการรักษาดีมากโดยไม่มีผลข้างเคียง

“หลังจากกลับทำเนียบขาว ผลการตรวจร่างกายทรัมป์ยังทรงตัวและไม่มีสิ่งบ่งชี้ว่าอาการจะแย่ลงอีก วันเสาร์จะเป็นวันที่ 10 นับตั้งแต่วินิจฉัยว่าทรัมป์ติดโคโรนาไวรัสเมื่อวันพฤหัสบดี และจากการวินิจฉัยขั้นสูง ผมคาดหมายว่าประธานาธิบดีจะสามารถกลับมาออกงานสาธารณะอย่างปลอดภัยในวันนั้น”

อย่างไรก็ดี ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคสหรัฐ (CDC) ระบุให้ผู้ป่วย Covid-19 กักตัวอยู่ที่บ้าน 20 วันหลังจากอาการปรากฏ

ขณะที่คณะกรรมการการจัดการดีเบตของผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีประกาศว่า การดีเบตรอบที่สองระหว่างทรัมป์ กับโจ ไบเดน จากพรรคเดโมแครต ซึ่งจะจัดขึ้นในวันที่ 15 ต.ค.นี้ จะจัดในรูปแบบเสมือนจริง โดยแยกทรัมป์และไบเดนให้อยู่คนละที่ เพื่อให้การดีเบตเป็นไปตามกำหนดเดิมไม่ว่าทรัมป์จะมีผลตรวจเชื้อโคโรนาไวรัสเป็นลบหรือไม่ก็ตาม

อังกฤษเผยหลักฐานหัวเว่ยสมรู้ร่วมคิดคอมมิวนิสต์จีน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/635074

วันที่ 09 ต.ค. 2563 เวลา 12:08 น.อังกฤษเผยหลักฐานหัวเว่ยสมรู้ร่วมคิดคอมมิวนิสต์จีนสหราชอาณาจักรจ่อแบนหัวเว่ยภายใน 5 ปี อ้างพบหลักฐานสมรู้ร่วมคิดคอมมิวนิสต์จีน

คณะกรรมการนิติบัญญัติของสหราชอาณาจักรได้เผยรายงานเมื่อวันที่ 8 ตุลาคมว่ารัฐบาลกล่าวว่าเครือข่ายโทรศัพท์มือถือจะต้องไม่ซื้ออุปกรณ์ 5G ใหม่ของหัวเว่ยหลังจากสิ้นปีนี้ และจะต้องถอดอุปกรณ์ 5G ของหัวเว่ยออกจากเครือข่ายโทรศัพท์มือถือในประเทศภายในปี 2025 ซึ่งเร็วกว่ากำหนดเดิมที่ตั้งไว้ในปี 2027

ฝ่ายนิติบัญญัติในสหราชอาณาจักรเรียกร้องให้ประเทศต่างๆ ร่วมมือกันเพื่อสร้างกำลังการผลิตเทคโนโลยีสารสนเทศขึ้นมาใหม่

โดยเจ้าหน้าที่เผยว่ามีหลักฐานชัดเจนว่าหัวเว่ยสมรู้ร่วมคิดกับหน่วยงานของพรรคคอมมิวนิสต์จีน และบริษัทอาจถูกขอให้ดำเนินการจารกรรมข้อมูลตามกฎหมายข่าวกรองแห่งชาติปี 2017 ของประเทศจีน

ผู้ร่วมทุนอ้างว่าในช่วง 3 ปีที่ผ่านมารัฐบาลจีนได้ให้เงินสนับสนุนหัวเว่ยเป็นจำนวน 75,000 ล้านเหรียญสหรัฐซึ่งเอื้อให้หัวเว่ยสามารถจำหน่ายอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์ได้ในราคาถูกกว่าปกติ

ผู้เชี่ยวชาญด้านความผิดปกติในองค์กรของประเทศจีนกล่าวหาว่าหัวเว่ยมีส่วนร่วมในหน่วยข่าวกรองและกิจกรรมด้านทรัพย์สินทางปัญญาแม้หัวเว่ยจะออกมาปฏิเสธหลายครั้ง

คณะกรรมาธิการสรุปว่า “ชัดเจนว่าหัวเว่ยมีความเชื่อมโยงกับรัฐบาลและพรรคคอมมิวนิสต์จีน”

อย่างไรก็ตาม ศูนย์รักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์ของสหราชอาณาจักรยังไม่พบหลักฐานของการกระทำดังกล่าวแต่เป็นเพียงการตั้งสมมติฐานว่าหัวเว่ยจะสามารถจารกรรมทางไซเบอร์ นอกจากนี้ ยังมีรายงานก่อนหน้านี้่ที่ชี้ให้เห็นข้อบกพร่องด้านวิศวกรรมของหัวเว่ยซึ่งแม้จะไม่ได้มีเจตนาจารกรรมข้อมูลแต่ก็สามารถใช้ในลักษณะนั้นได้

ความเห็นล่าสุดของสหราชอาณาจักรจะเพิ่มแรงกดดันให้กับหัวเว่ยซึ่งถูกแบนจากตลาดเทคโนโลยีสำคัญ อาทิ ออสเตรเลีย และญี่ปุ่น รวมถึงกำลังเผชิญกับมาตรการคว่ำบาตรจากสหรัฐ

ทั้งนี้หัวเว่ยได้ออกมาปฏิเสธพร้อมกล่าวว่ารายงานดังกล่าวขาดความน่าเชื่อถือและเขียนขึ้นมาจากความคิดเห็นมากกว่าข้อเท็จจริง และหวังว่าประชาชนจะมองข้ามข้อกล่าวหาที่ไร้เหตุผลเหล่านี้และพิสูจน์จากผลการดำเนินงานของหัวเว่ยตลอด 20 ปีที่ผ่านมา

ฤาสายการบินโลว์คอสต์จะล่มสลาย เหลือแต่สายการบินแห่งชาติ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/635014

วันที่ 08 ต.ค. 2563 เวลา 20:15 น.ฤาสายการบินโลว์คอสต์จะล่มสลาย เหลือแต่สายการบินแห่งชาติกว่าธุรกิจสายการบินจะฟื้นตัวจาก Covid-19 ก็ต้องรอจนถึงปี 2024 แล้วกว่าจะถึงเวลานั้นสายการบินโลว์คอสต์จะอยู่ไหวหรือเปล่า

การแพร่ระบาดของเชื้อโคโรนาไวรัสทำให้ธุรกิจสายการบินทั่วโลกเผชิญกับวิกฤตครั้งใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่เกิดวินาศกรรมตึกเวิลด์เทรดของสหรัฐเมื่อเกือบ 20 ปีก่อน ส่งผลให้สายการบินหลายแห่งไปไม่รอดต้องยุติกิจการ หรือบางแห่งก็กำลังร่อแร่เต็มที โดยเฉพาะอย่างยิ่งอนาคตของสายการบินโลว์คอสต์ที่แขวนอยู่บนเส้นด้ายที่พร้อมจะขาดได้ทุกเมื่อ

สถานการณ์ของสายการบินโลว์คอสต์หลังยุค Covid-19 เป็นไปได้ 2 ทางคือ หมดยุคของเที่ยวบินราคาประหยัด และที่ร้ายกว่านั้นคือ ถึงกาลอวสานของสายการบินโลว์คอสต์

ความอยู่รอดของสายการบินโลว์คอสต์ขึ้นอยู่กับต้นทุนการดำเนินการและจำนวนตั๋วที่ขายได้ ยิ่งขายตั๋วได้มากก็ยิ่งมีรายรับมาก แต่ในยุคที่การเดินทางทางอากาศต้องปฏิบัติตามหลักเว้นระยะห่างทางสังคม (Social Distancing) จึงต้องนำที่นั่งตรงกลางออก จำนวนที่นั่งจึงหายไป 33%

อเล็กซองเดร เดอ จูเนียค ประธานกรรมการสมาคมขนส่งทางอากาศระหว่างประเทศ (IATA) เผยว่ามาตรการ Social Distancing จะทำให้สายการบินต้องขึ้นค่าตั๋วอีกอย่างน้อย 50% เพื่อให้ได้กำไรขั้นต่ำ เนื่องจากเส้นทางการบินระยะสั้นต้องขายตั๋วให้ได้ตั้งแต่ 70% ของความจุเครื่องขึ้นไปจึงจะถึงจุดคุ้มทุน

แม้ว่าช่วงแรกๆ ที่กลับมาให้บริการได้อีกครั้ง บรรดาสายการบินต่างๆ อาจใช้กลยุทธ์กดราคาไว้เพื่อดึงดูดลูกค้า แต่สุดท้ายเมื่อแบกรับภาระตุ้นทุนไม่ไหวก็ต้องขึ้นราคาตั๋ว คำว่าเที่ยวบินราคาถูกจึงถูกลบออกจากพจนานุกรมการบิน

นอกจากต้นทุนที่เพิ่มขึ้นแล้ว การหยุดบินยังทำให้รายได้ของสายการบินหดหายจนขาดสภาพคล่อง IATA คาดการณ์ว่าปีนี้รายได้ของสายการบินทั่วโลกจะหายไป 50% ของรายได้ของปีที่แล้ว ลงมาอยู่ที่ราว 419,000 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือหากคิดเป็นวัน สายการบินจะสูญเสียรายได้วันละ 230 ล้านเหรียญสหรัฐ เนื่องจากนักท่องเที่ยวทั่วโลกจะลดลงจากปีที่แล้วครึ่งหนึ่ง

ด้วยเหตุนี้เงินจึงเป็นกุญแจสำคัญในการพยุงสายการบินให้อยู่รอดท่ามกลางวิกฤต โดยเฉพาะอย่างยิ่งเงินช่วยเหลือจากรัฐบาล ดังที่ คาร์สเทน สปอห์ร ซีอีโอสายการบินลุฟท์ฮันซาของเยอรมนี และโยฮัน ลุนด์เกรน ซีอีโอสายการบินอีซีเจ็ทของอังกฤษพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าความช่วยเหลือจากรัฐบาลคือความหวังเดียวของสายการบิน

บรรดาสายการบินแห่งชาติต่างก็ได้รับเงินช่วยเหลือจากรัฐบาลไม่มากก็น้อย อาทิ สายการบินลุฟท์ฮันซาของเยอรมนี ได้รับเงินช่วยเหลือ 9,000 ล้านยูโร เพื่อแลกกับการให้รัฐบาลเยอรมันถือหุ้น 20% และได้เก้าอี้คณะกรรมการควบคุมดูแลและให้คำปรึกษา (supervisory board) 2 ตำแหน่ง ส่วนแอร์ฟรานซ์-เคแอลเอ็ม ได้รับความช่วยเหลือจากรัฐบาลฝรั่งเศส 7,600 ล้านเหรียญสหรัฐ

รัฐบาลบางประเทศยังออกนโยบายที่ช่วยให้สายการบินแห่งชาติได้เปรียบสายการบินโลว์คอสต์ของเอกชนด้วย อาทิ สายการบินออสเตรียน แอร์ไลนส์ ที่นอกจากจะได้รับเงินช่วยเหลือจากรัฐบาลออสเตรีย 450 ล้านยูโรแล้ว รัฐบาลยังปรับเปลี่ยนภาษีการเดินทางทางอากาศ โดยเที่ยวบินส่วนใหญ่จะถูกเก็บภาษี 12 ยูโร แต่หากเป็นเที่ยวบินระยะทางน้อยกว่า 350 กิโลเมตรซึ่งเป็นระยะทางการให้บริการของสายการบินโลว์คอสต์ ภาษีจะสูงถึง 30 ยูโร

ส่วนสิงคโปร์ แอร์ไลนส์ ได้ 13,000 ล้านเหรียญสหรัฐ เวียดนาม แอร์ไลนส์ขอรับเงินช่วยเหลือจากรัฐบาล 518 ล้านเหรียญสหรัฐ มาเลเซีย แอร์ไลนส์ ได้รับ 300 ล้านเหรียญสหรัฐ การูดาของอินโดนีเซียได้รับ 1,000 ล้านเหรียญสหรัฐ และการบินไทย กระทรวงการคลังค้ำประกันเงินกู้เพื่อเสริมสภาพคล่องในระยะสั้น 54,000 ล้านบาท และเพิ่มทุนอีก 80,000 ล้านบาทก่อนจะเข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูกิจการ

ในขณะที่สายการบินโลว์คอสต์และสายการบินที่ไม่ใช่สายการบินแห่งชาติหลายสายการบินไม่ได้รับเงินช่วยเหลือจากรัฐบาลจนต้องล้มละลาย ประเดิมด้วยฟลายบี สายการบินที่ใหญ่ที่สุดในทวีปยุโรป แม้จะเพิ่งรอดจากการล้มละลายด้วยเงินช่วยเหลือจากรัฐบาลอังกฤษเมื่อเดือน ม.ค. แต่ในเดือน มี.ค.ก็เจอพิษ Covid-19 กระหน่ำซ้ำจนต้องยื่นล้มละลายในที่สุด

ต่อมาเป็นสายการบินเวอร์จิน ออสเตรเลีย ของริชาร์ด แบรนสัน มหาเศรษฐีชื่อดัง นับเป็นสายการบินที่ใหญ่เป็นอันดับ 2 ของออสเตรเลีย และสายการบินแรกในเอเชียแปซิฟิกที่ยื่นล้มละลาย เพราะรัฐบาลออสเตรเลียไม่อนุมัติเงินกู้ ส่วนสายการบินเวอร์จิน แอตแลนติก ของเจ้าของเดียวกันที่อยู่ในอังกฤษก็ประสบชะตากรรมเดียวกัน

ขณะที่สายการบินโลว์คอสต์ฝั่งเอเชียก็ไม่ดีไปกว่ากัน โดยสายการบินนกสกู๊ตตัดสินใจยุติกิจการในเดือน มิ.ย.ที่ผ่านมา ส่วนสายการบินโลว์คอสต์แห่งแรกของเอเชียอย่างแอร์ เอเชียของมาเลเซียขาดทุนในไตรมาสแรกของปีนี้ถึง 187 ล้านเหรียญสหรัฐ

สถานการณ์นี้ทำให้เอินส์ทแอนด์ยัง บริษัทผู้ตรวจบัญชีของแอร์ เอเชียระบุว่า อนาคตทางการเงินของแอร์ เอเชียน่ากังวลอันเนื่องมาจากการแพร่ระบาดของ Covid-19 ที่ส่งผลกระทบอย่างหนักต่ออุตสาหกรรมการบิน

ล่าสุด แอร์ เอเชียประกาศยุติการดำเนินกิจการในญี่ปุ่นแล้ว โดยพนักงานราว 300 คนจะถูกปลดภายในเดือน พ.ย.นี้ โดย จุน ไอดะ กรรมการฝ่ายปฏิบัติการของแอร์เอเชียแจแปนเผยว่า แม้จะพยายามลดต้นทุนแล้ว แต่สุดท้ายก็ได้ข้อสรุปว่า การดำเนินกิจการต่อในขณะที่ยังมองไม่เห็นความแน่นอนและชัดเจนเกี่ยวกับการฟื้นตัวหลังการแพร่ระบาดเป็นเรื่องที่ท้าทายอย่างมากสำหรับแอร์เอเชีย

สำหรับธุรกิจสายการบิน โดยเฉพาะสายการบินโลว์คอสต์ เงินหมุนเวียนคือตัวขับเคลื่อนธุรกิจ ยูเซฟ วาราดี ซีอีโอสายการบินโลว์คอสต์ วิซ แอร์ ของอิตาลีเผยว่า หากไม่นับรวมสายการบินที่มีผลประกอบการดีและมีเงินทุนสำรองเพียงพอรับเหตุไม่คาดฝัน ธุรกิจสายการบินส่วนใหญ่มักจะขาดเงินสดและขาดสภาพคล่อง

วาราดียังบอกอีกว่า ปัญหาสำคัญตอนนี้คือ เงินกำลังไหลออกจากกระเป๋าของสายการบินเหล่านี้โดยที่แทบจะไม่มีรายรับ การจอดเครื่องบินไว้เฉยๆ มีค่าใช้จ่ายต่างๆ ตามมามากมาย อาทิ ค่าบำรุงรักษา ค่าช่าง เงินเดือนพนักงาน และหากกลับมาบินอีกครั้งแน่นอนว่าต้องมีรายจ่ายเพิ่มขึ้นอีก หนำซ้ำยังไม่สามารถขายตั๋วได้เต็มความจุ และอาจต้องขายตั๋วในราคาถูกในช่วงแรกเพื่อดึงดูดลูกค้า ทั้งหมดนี้คือความท้าทายของสายการบิน

ซีอีโอสายการบินวิซ แอร์มองว่า สายการบินส่วนใหญ่ไม่น่าจะรอดจากวิกฤตนี้ และราว 2 ใน 3 ของสายการบินทั่วโลกที่มีอยู่กว่า 3,000 สายการบินอาจล้มละลายภายใน 12 เดือน

ความลำบากของสายการบินโลว์คอสต์ก็คือ ส่วนใหญ่ต้องดิ้นรนเพื่อความอยู่รอดกันเอง เนื่องจากรัฐบาลไม่ให้เงินช่วยเหลือเหมือนกับสายการบินแห่งชาติ

และที่ดูเหมือนจะเป็นฝันร้ายของสายการบินเหล่านี้ก็คือ การฟื้นตัวของธุรกิจการบินจะไม่เกิดขึ้นเร็วๆ นี้ โดย IATA คาดว่า ความต้องการการเดินทางท่องเที่ยวจะไม่กลับสู่ภาวะปกติก่อนเกิดการแพร่ระบาดจนกว่าจะถึงปี 2024

ขณะที่ ไบรอัน เพียร์ซ หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ของ IATA เผยว่า ความเชื่อมั่นของผู้บริโภคท่ามกลางความกังวลว่าเศรษฐกิจจะถดถอยยิ่งดึงให้การฟื้นตัวช้าลงไปอีก

เมื่อเป็นเช่นนี้ ก็ต้องขึ้นอยู่กับว่าสายป่านของใครจะยาวพอขับเคลื่อนให้สายการบินอยู่รอดได้นานที่สุดเท่านั้น

ชาวบ้านกว่า 7 หมื่นชีวิตหนีตายสงครามอาร์เมเนีย-อาเซอร์ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/635042

วันที่ 08 ต.ค. 2563 เวลา 19:20 น.ชาวบ้านกว่า 7 หมื่นชีวิตหนีตายสงครามอาร์เมเนีย-อาเซอร์สงครามอาเซอร์-อาร์เมเนียทวีความรุนแรง ประชาชนอพยพแล้ว 70,000-75,000 คน

เจ้าหน้าที่เผยการปะทะระหว่างอาร์เมเนียและอาเซอร์ไบจานครั้งนี้มีผู้เสียชีวิตราว 290 คน จากการคาดการณ์เบื้องต้นพบว่าครึ่งหนึ่งของประชากรในพื้นที่นากอร์โน-คาราบัคหรือราว 70,000-75,000 คนต้องอพยพจากพื้นที่พิพาท

อัยการอาเซอร์ไบจานกล่าวว่าบ้านเรือน 427 แห่งของประชากรราว 1,200 คนถูกทำลาย ซึ่งปัจจุบันผู้อยู่อาศัยในภูมิภาคนี้เกือบทั้งหมดเป็นชาวอาร์เมเนีย

ฮัสซัน รูฮานี ประธานาธิบดีอิหร่านเตือนเมื่อวันพุธ (7 ตุลาคม) ว่าความขัดแย้งครั้งนี้จะพัฒนาไปสู่สงครามเต็มรูปแบบ เราต้องไม่ทำให้สงครามระหว่างอาร์เมเนียและอาเซอร์ไบจานครั้งนี้กลายเป็นสงครามระดับภูมิภาค

ไฮโก มาส รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศเยอรมนีได้เรียกร้องให้ทั้งสองฝ่ายหยุดยิง หากไม่เป็นเช่นนั้นสหภาพยุโรปควรเพิ่มแรงกดดันต่ออาเซอร์ไบจาน

เช่นเดียวกับวลาดิเมียร์ ปูติน ประธานาธิบดีรัสเซียได้เรียกร้องให้มีการหยุดยิงเช่นกัน โดยเน้นย้ำว่าอาร์เมเนียเป็นสมาชิกขององค์การสนธิสัญญาความมั่นคงร่วม (CSTO) พันธมิตรทางทหารระหว่างอดีตสหภาพโซเวียต 6 รัฐที่นำโดยรัสเซีย แต่อาเซอร์ไบจานและพื้นที่พิพาทนากอร์โน-คาราบัคไม่ได้อยู่ในสนธิสัญญา

ทางด้านตุรกีได้ส่งทหารและโดรนเพื่อสนับสนุนอาเซอร์ไบจานพันธมิตรชาวเติร์กในการต่อสู้ครั้งล่าสุด โดยนักวิเคราะห์กล่าวว่าการสนับสนุนของตุรกีครั้งนี้จะฉุดรัสเซียเข้าสู่ความขัดแย้งครั้งยิ่งใหญ่

ทั้งนี้ ทั้งสองฝ่ายมีความขัดแย้งกันมานานหลายทศวรรษในภูมิภาคอาร์เมเนียของอาเซอร์ไบจานซึ่งแยกตัวออกจากบากูในปี 1990 และสงครามครั้งนั้นมีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 30,000 คน

Photo by Davit Ghahramanyan / NKR Infocenter / AFP
Photo by ARIS MESSINIS / AFP
Photo by TOFIK BABAYEV / AFP
Photo by ARIS MESSINIS / AFP
Photo by ARIS MESSINIS / AFP

สหรัฐขู่จีนถ้าใช้กำลังบุกไต้หวันอาจเจอตอบโต้หนัก #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/635033

วันที่ 08 ต.ค. 2563 เวลา 18:20 น.สหรัฐขู่จีนถ้าใช้กำลังบุกไต้หวันอาจเจอตอบโต้หนักนโยบาย “ความคลุมเครือทางยุทธศาสตร์” ของสหรัฐเปิดทางให้สหรัฐสามารถตอบโต้การกระทำของจีนได้ทุกรูปแบบ

โรเบิร์ต โอไบรอัน ที่ปรึกษาด้านความมั่นคงของสหรัฐเตือนจีนเกี่ยวกับการใช้กำลังบุกไต้หวันในงานเสวนาที่มหาวิทยาลัยเนวาดาในเมืองลาสเวกัสว่า การยกพลขึ้นบกไม่ใช่เรื่องง่าย และนโยบาย “ความคลุมเครือทางยุทธศาสตร์” ของสหรัฐเปิดทางให้สหรัฐสามารถตอบโต้การกระทำของจีนได้ทุกรูปแบบ

โอไบรอันยังเผยอีกว่า จีนยกระดับแสนยานุภาพกองทัพอย่างที่ไม่เคยเห็นมาก่อนนับตั้งแต่กองทัพเยอรมนีพยายามแข่งกับกองทัพเรือของอังกฤษในช่วงก่อนสงครามโลกครั้งที่ 1

“ส่วนหนึ่งนั้นเพื่อให้จีนสามารถขับไล่พวกเราออกจากแปซิฟิกตะวันตก เพื่อเปิดทางให้จีนยกพลขึ้นบกที่ไต้หวัน…แต่ปัญหาคือการยกพลขึ้นบกเป็นเรื่องยาก” โอไบรอันระบุโดยชี้ถึงระยะทางจากไต้หวันกับจีนที่ห่างกันถึง 160 กิโลเมตร และชายหาดที่เหมาะกับการยกพลขึ้นบกของไต้หวันก็มีน้อย

นอกจากนี้ ที่ปรึกษาด้านความมั่นคงยังเอ่ยถึงนโยบาย “ความคลุมเครือทางยุทธศาสตร์” ของสหรัฐ ว่าจะตอบโต้และปกป้องไต้หวันอย่างไรบ้างในกรณีที่จีนยกกำลังบุก โดยกฎหมายกำหนดให้สหรัฐต้องจัดหาวิธีป้องกันตนเองให้ไต้หวันในกรณีที่ถูกโจมตี แต่สหรัฐไม่เคยประกาศให้ชัดเจนว่าจะส่งกองทัพเข้าแทรกแซงหรือไม่หากไต้หวันถูกจีนบุก

โอไบรอันยังเรียกร้องให้ไต้หวันทุ่มงบประมาณทางทหารมากขึ้นและปฏิรูปกองทัพเพื่อแสดงแสนยานุภาพในจีนเห็น ทั้งยังแนะนำให้ไต้หวันทำตัวเหมือนเม่น “เพราะสิงโตไม่กินเม่น”

เจ้าชายลุยเอง ควักเงิน 65 ล้านเหรียญสร้างรางวัลโนเบลสิ่งแวดล้อม #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/635030

วันที่ 08 ต.ค. 2563 เวลา 17:20 น.เจ้าชายลุยเอง ควักเงิน 65 ล้านเหรียญสร้างรางวัลโนเบลสิ่งแวดล้อมเจ้าชายวิลเลียมเปิดตัวรางวัลโนเบลสาขาสิ่งแวดล้อม หวังช่วยฟื้นฟูโลก เริ่มพ.ย.นี้

CNN รายงานว่าเจ้าชายวิลเลียม ดยุกแห่งเคมบริดจ์ อุทิศเงิน 65 ล้านเหรียญสหรัฐเพื่อสร้างรางวัลโนเบลสาขาสิ่งแวดล้อม “เอิร์ธชอต” เพื่อสร้างแรงบันดาลใจในการแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมโดยมองว่าเป็นปัญหาที่เร่งด่วนที่สุดของโลกขณะนี้

เจ้าชายวิลเลียมให้สัมภาษณ์ว่ารางวัลเอิร์ธชอตจะเป็นรางวัลระดับโลกด้านสิ่งแวดล้อมที่มีชื่อเสียงที่สุด โดยจะมอบให้แก่องค์กรต่างๆ ที่แก้ไขปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมไม่ว่าจะเป็นการปกป้องและฟื้นฟูธรรมชาติ, ทำความสะอาดอากาศ, ฟื้นฟูมหาสมุทร, สร้างโลกที่ปราศจากขยะ หรือแก้ไขปัญหาสภาพอากาศ

โดยจะเริ่มมีการเสนอชื่อผู้เข้ารับรางวัลในวันที่ 1 พฤศจิกายนนี้และมีการประกาศรางวัลปีละ 5 รางวัล เริ่มต้นตั้งแต่ปี 2021 เป็นต้นไป

“เราต้องการแสดงให้เห็นว่าเราสามารถแก้ไขปัญหานี้ได้ภายในเวลา 10 ปี เราสามารถทำให้โลกของเรายั่งยืนมากขึ้นและดีสำหรับทุกคน” เจ้าชายวิลเลียมกล่าว

คำว่า “เอิร์ธชอต” ได้รับแรงบันดาลใจมาจากมูนชอตของอดีตประธานาธิบดีจอห์น เอฟ. เคนเนดี ที่จะทำให้มนุษย์ขึ้นไปบนดวงจันทร์

ทั้งนี้ เจ้าชายวิลเลียมได้แนวคิดสำหรับรางวัลนี้ระหว่างการเยือนนามิเบีย, แทนซาเนีย และเคนยาเมื่อ 2 ปีก่อน และได้รับคำแนะนำจากบุคคลและองค์กรต่างๆ มากมายรวมถึงสถาบันโนเบล, กรีนพีซ, สภาเศรษฐกิจโลก รวมถึงเจ้าชายชาร์ลส์

Photo by Kirsty Wigglesworth / POOL / AFP

พบไทยและตะวันออกกลางเซ็นเซอร์เว็บโดยหวังผลทางการเมือง #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/635027

วันที่ 08 ต.ค. 2563 เวลา 16:20 น.พบไทยและตะวันออกกลางเซ็นเซอร์เว็บโดยหวังผลทางการเมืองเทคโนโลยีควบคุมการไหลเวียนข้อมูลอินเทอร์เน็ตถูกนำมาใช้ในการเซ็นเซอร์เนื้อหาในเว็บไซต์โดยมีแรงจูงใจทางการเมือง

สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานโดยอ้างคำพูดของพนักงานปัจจุบัน 3 ราย และอดีตพนักงานอีก 5 รายของบริษัทเทคโนโลยี Sandvine ในสหรัฐว่า อุปกรณ์จัดการการไหลเวียนข้อมูลในระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ตของบริษัทถูกนำไปใช้ในการเซ็นเซอร์ข้อมูลต่างๆ ในอินเทอร์เน็ตในหลายประเทศในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา

จากข้อมูลการขายของบริษัทที่บลูมเบิร์กได้รับ พบมีการซื้อขายอุปกรณ์ดังกล่าวกับทั้งหน่วยงานของรัฐบาลและผู้ให้บริการเครือข่ายซึ่งมีทั้งเอกชนและองค์กรที่รัฐบาลควบคุม ในแอลจีเรีย อัฟกานิสถาน อาเซอร์ไบจาน อียิปต์ เอริเทรีย จอร์แดน คูเวต ปากีสถาน กาตาร์ รัสเซีย ซูดาน ตุรกี สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ อุซเบกิสถาน และประเทศไทย

ในประเทศข้างต้น อุปกรณ์บล็อกเว็บไซต์ของ Sandvine ถูกนำไปใช้ในการกรองเว็บไซต์ข่าวสารและโซเชียลมีเดีย และแอพพลิเคชั่นส่งข้อความต่างๆ โดยมีแรงจูงใจทางการเมือง

นอกจากนี้ ทางบริษัทยังจัดเตรียมผู้เชี่ยวชาญและการอัพเดตอุปกรณ์ในกับลูกค้าหลายรายในประเทศเหล่านั้นอย่างต่อเนื่อง

อย่างไรก็ดี Sandvine ไม่เปิดเผยข้อตกลงที่ทำกับรัฐบาลหรือผู้ให้บริการเครือข่าย เพียงแต่ระบุให้แถลงการณ์ว่า เทคโนโลยีในการจัดการการใช้งานเว็บไซต์ซึ่งทำได้ทั้งบล็อกและกรองข้อมูลถูกใช้เพื่อปกป้องเครือข่ายและผู้ใช้งานจากธุรกรรมทางอินเทอร์เน็ตที่เป็นอันตรายหลายพันล้านรายการซึ่งเชื่อมโยงกับกิจกรรมผิดกฎหมาย เช่น ภาพอนาจารเด็ก การค้ามนุษย์ การก่อการร้าย และการแพร่ระบาดของมัลแวร์ ดังนั้นอุปกรณ์ดังกล่าวของบริษัทจึงเป็นอุปกรณ์ทั่วไป แต่มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อความน่าเชื่อถือและความปลอดภัยของอินเทอร์เน็ต

ขณะที่บลูมเบิร์กพยายามติดต่อไปยังหน่วยงานของรัฐบาลและบริษัทโทรคมนาคมในประเทศที่เป็นลูกค้าของ Sandvine เพื่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม แต่ไม่ได้รับคำตอบ

ทั้งนี้ Sandvine ผลิตอุปกรณ์ที่ใช้ในการจัดการการไหลเวียนของข้อมูลในอินเทอร์เน็ตที่ผ่านเข้าและออกประเทศ โดยเทคโนโลยีนี้สามารถบล็อกได้ทั้งสแปมและไวรัส และยังสามารถนำไปใช้ในการขึ้นบัญชีดำเว็บไซต์และแอพพลิเคชั่นส่งข้อความ เพื่อไม่ให้ผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตเข้าถึงเว็บไซต์และแอพลิเคชั่นที่ถูกขึ้นบัญชีดำ

และนับตั้งแต่ปี 2007 บรรดาพนักงานของบริษัทได้แสดงความกังวลว่าเทคโนโลยีนี้อาจถูกนำไปใช้ในทางที่ผิด โดยอดีตพนักงาน 3 จาก 5 คนที่ให้ข้อมูลกับบลูมเบิร์กเผยว่า ส่วนหนึ่งที่พวกเขาลาออกเป็นเพราะไม่เห็นด้วยที่บริษัทขายอุปกรณ์ให้กับรัฐบาล

อินเดียแซงไทย ทุบสถิติส่งออกข้าว #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/635017

วันที่ 08 ต.ค. 2563 เวลา 15:13 น.อินเดียแซงไทย ทุบสถิติส่งออกข้าวอินเดียคาดส่งออกข้าวปีนี้สูงสุดเป็นประวัติการณ์ผลพวงจากข้าวไทย-เวียดนามลดลง

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากมุมไบ ประเทศอินเดียว่าการส่งออกข้าวของอินเดียในปี 2563 อาจเพิ่มขึ้นราว 42% จากปีที่แล้วซึ่งจะเป็นสถิติสูงสุดในประวัติการณ์ เนื่องจากการส่งออกข้าวของประเทศคู่แข่งอย่างไทยและเวียดนามลดลง

ประธานสมาคมผู้ส่งออกข้าวอินเดียคาดการณ์ว่าการส่งออกข้าวของอินเดียสามารถเพิ่มขึ้นเป็น 14 ล้านตันในปีนี้ซึ่งเพิ่มขึ้นจากปีก่อน 9.9 ล้านตัน โดยเป็นผลมาจากการที่ข้าวไทยส่งออกน้อยลงเนื่องจากภัยแล้ง เช่นเดียวกับเวียดนามที่พืชผลทางการเกษตรลดลง

นอกจากนี้ผู้ส่งออกข้าวอินเดียยังเสนอราคาข้าวที่ถูกลงเนื่องจากเงินรูปีอ่อนค่าลงในขณะที่ราคาข้าวทั่วโลกสูงขึ้น

ตัวแทนจำหน่ายในมุมไบเผยว่า นอกจากยอดขายข้าวในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ลดลงแล้ว จีนยังลดการส่งออกข้าวไปยังแอฟริกาหลังเกิดน้ำท่วมซึ่งกระทบพืชผลในท้องถิ่น จึงส่งผลดีต่อการส่งออกข้าวของอินเดีย นอกจากนี้ อินเดียยังมีผลผลิตข้าวจำนวนมากทำให้การส่งออกไม่ส่งผลกระทบต่อการบริโภคในประเทศ

ทั้งนี้ ประเทศไทยซึ่งเป็นผู้ส่งออกข้าวรายใหญ่อันดับสองของโลกเผชิญกับปัญหาภัยแล้งเมื่อต้นปีที่ผ่านมาซึ่งส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อการเพาะปลูกข้าว โดยการส่งออกข้าวไทยอาจลดลงเหลือ 6.5 ล้านตันซึ่งตกต่ำที่สุดในรอบ 20 ปี

ด้านเวียดนามซึ่งเป็นผู้ส่งออกข้าวอันดับที่สามของโลกก็กำลังต่อสู้กับระดับน้ำในแม่น้ำโขงที่ลดลงเช่นเดียวกัน

Photo by Romeo GACAD / AFP

รัสเซียโชว์มิสไซล์เร็วเหนือเสียงหวังเทียบรัศมีสหรัฐ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/634999

วันที่ 08 ต.ค. 2563 เวลา 13:29 น.รัสเซียโชว์มิสไซล์เร็วเหนือเสียงหวังเทียบรัศมีสหรัฐรัสเซียทดสอบขีปนาวุธรุ่นใหม่ความเร็วเหนือเสียงสำเร็จ สามารถโจมตีระยะไกล 450 กิโลเมตร

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงมอสโกว่าเมื่อวันที่ 7 ตุลาคม ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ประกาศยกย่องความสำเร็จในการทดสอบยิงขีปนาวุธความเร็วเหนือเสียง “เซอร์คอน” (Tsirkon) โดยกล่าวว่าเป็นความสำเร็จครั้งใหญ่ของประเทศ

โดยปูตินกล่าวว่า กองกำลังของรัสเซียพร้อมด้วยอาวุธล่าสุดที่ไม่สามารถมีใครเทียบได้จะสร้างความมั่นใจและเพิ่มขีดความสามารถในการป้องกันประเทศของรัสเซียในระยะยาว

พลเอกวาเลรี เจราสิมอฟ เผยว่าการทดสอบดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 6 ตุลาคมที่ทะเลขาว และขีปนาวุธดังกล่าวสามารถโจมตีเป้าหมายในทะเลแบเรนท์สซึ่งอยู่ห่างออกไป 450 กิโลเมตรได้สำเร็จ

ทั้งนี้ ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมารัสเซียได้เสนอให้มีการพัฒนาอาวุธใหม่ซึ่งหวังว่าจะทำให้ได้เปรียบในการแข่งขันด้านอาวุธกับสหรัฐในช่วงที่ความตึงเครียดกับตะวันตกเพิ่มมากขึ้น

นอกจากนี้ ในปี 2019 รัสเซียได้พัฒนาขีปนาวุธโดยสามารถโจมตีเป้าหมายทั้งทางบกและทะเลด้วยระยะ 1,000 กิโลเมตร และมีความเร็วเหนือเสียงถึง 9 เท่า