ชี้ไทยใช้มาเลเซียเป็นข้ออ้างซื้อเรือดำน้ำ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/634028

วันที่ 26 ก.ย. 2563 เวลา 14:00 น.ชี้ไทยใช้มาเลเซียเป็นข้ออ้างซื้อเรือดำน้ำผู้เชี่ยวชาญชี้มาเลเซียถูกไทยใช้เป็นข้ออ้างในการซื้อเรือดำน้ำ 3 ลำจากจีน

ก่อนหน้านี้ สำนักข่าวเซาท์ไชน่ามอร์นิงโพสต์รายงานว่า กองทัพเรือไทยมีแผนซื้อเรือดำน้ำ 3 ลำจากจีน โดยตอนหนึ่งอ้างคำพูดของเจ้าหน้าที่ระดับสูงกองทัพเรือไทยว่า ประเทศไทยจะมีอำนาจต่อรองมากขึ้นเมื่อเจรจากับมาเลเซียว่าด้วยข้อตกลงพัฒนาอ่าวไทยร่วมกัน

สำนักข่าว Free Malaysia Today จึงสอบถามความคิดเห็นของผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับกรณีดังกล่าว

โดย หลั่มชุงหวา อดีตนักวิจัยจากศูนย์วิจัยเพื่อความก้าวหน้าทางสังคมเผยว่า มาเลเซียไม่มีความขัดแย้งกับไทยที่สำคัญเกี่ยวกับข้อตกลงพัฒนาร่วมกันในอ่าวไทย และดูเหมือนว่าทั้งสองประเทศจะต่ออายุข้อตกลงนี้ออกไปอีก จากเดิมที่จะหมดอายุในปี 2029

“มาเลเซียและไทยแบ่งปันผลประโยชน์แบบ 50:50 ซึ่งหมายความว่าไม่มีการเลือกปฏิบัติกับทั้งสองประเทศ และทั้งสองประเทศก็พึงพอใจกับข้อตกลง ดังนั้นจึงไม่มีความจำเป็นที่จะเปลี่ยนไปใช้ข้อตกลงใหม่ที่ด้อยกว่าแทนที่ข้อตกลงเดิมที่ดีอยู่แล้ว” หลั่มกล่าว

หลั่มยังเผยอีกว่า การทูตแบบบีบบังคับขัดต่อหลักการของกลุ่มอาเซียน และจะไม่มีการใช้การทูตเรือดำน้ำมาเป็นข้อได้เปรียบในการเจรจา

ขณะที่ อัซมี ฮัสซาน อาจารย์จากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีมาเลเซีย (UTM) เชื่อว่ากองทัพเรือไทยใช้มาเลเซียเป็นข้ออ้างในการซื้อเรือดำน้ำ ทั้งๆ ที่การแพร่ระบาดของ Covid-19 ส่งผลกระทบกับเศรษฐกิจไทย และหลายคนมองว่าเป็นการสิ้นเปลืองงบประมาณโดยไม่จำเป็น

“จริงอยู่ว่าประเทศที่อยู่ติดทะเลต้องมีเรือดำน้ำเพื่อเป็นการแสดงแสนยานุภาพ มาเลเซียจึงต้องมีเรือดำน้ำ 2 ลำ แต่การซื้อตอนนี้ไม่ใช่เวลาที่เหมาะสมสำหรับไทย”

และเมื่อถูกถามว่ามาเลเซียควรเสริมเขี้ยวเล็บให้กับกองทัพเรือหรือไม่ อัซมีเผยว่า “ไม่จำเป็นหากเป็นเรื่องเฉพาะกิจอย่างการตอบโต้เรือดำน้ำลำใหม่ของไทย ตอนนี้ยังไม่เหมาะที่จะยกระดับกองทัพแม้จะมีประเด็นพิพาททะเลจีนใต้ก็ตาม”

พักงาน ส.ส.เหตุนัวเนียผู้หญิงขณะประชุมสภาออนไลน์ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/634021

วันที่ 26 ก.ย. 2563 เวลา 12:00 น.พักงาน ส.ส.เหตุนัวเนียผู้หญิงขณะประชุมสภาออนไลน์พฤติกรรมนี้กลายเป็นข่าวอื้อฉาวจนเจ้าตัวถูกพักงานและขับออกจากพรรค

การประชุมสภาผู้แทนราษฎรผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอร์เรนซ์ของอาร์เจนตินากลายเป็นเรื่องฮือฮา เมื่อปรากฏภาพ ฮวน เอมิลิโอ อะเมรี ส.ส.จากพรรค Peronist Party ซึ่งเป็นพรรครัฐบาล มีผู้หญิงซึ่งทราบภายหลังว่าเป็นภรรยานั่งอยู่บนตัก ก่อนที่ ส.ส.รายนี้จะดึงเสื้อของเธอลงมาแล้วก้มลงไปจูบที่หน้าอก ทำให้สภาต้องระงับการประชุมชั่วคราว

ภาพดังกล่าวถูกเผยแพร่อย่างรวดเร็วในโลกโซเชียลจนเกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ตามมา ส่งผลให้ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรมีมติให้พักงาน ส.ส.วัย 47 ปีรายนี้ รวมทั้งปลดออกจากพรรคด้วย

ต่อมาอะเมรีเผยกับสถานีวิทยุ Con Vos de Buenos Aires ว่ารู้สึกละลายและเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และบอกว่าการเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตของเขาไม่ค่อยดีและไม่ทราบว่ามีการเชื่อมต่อไปยังสภาแล้ว ทั้งยังเผยอีกว่าที่ทำตัวแนบชิดภรรยาเพราะเธอเพิ่งผ่านการทำศัลยกรรมหน้าอกมา

อนามัยโลกคาดยอดตายโควิดทั่วโลกอาจแตะ 2 ล้าน #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/634015

วันที่ 26 ก.ย. 2563 เวลา 10:29 น.อนามัยโลกคาดยอดตายโควิดทั่วโลกอาจแตะ 2 ล้านองค์การอนามัยโลกเตือน ตัวเลขผู้เสียชีวิตจากการติดเชื้อโคโรนาไวรัสอาจพุ่งไปถึง 2 ล้านคนก่อนที่จะมีวัคซีนใช้ทั่วถึง

ไมค์ ไรอัน ผู้อำนวยการโครงการฉุกเฉินขององค์การอนามัยโลก (WHO) เผยกับผู้สื่อข่าวที่สำนักงานใหญ่ WHO ในนครเจนีวาของสวิตเซอร์แลนด์เมื่อถูกถามว่าเป็นไปได้หรือไม่ว่าจะมีผู้เสียชีวิตถึง 2 ล้านคนก่อนมีวัคซีน Covid-19 ใช้ว่า “ไม่ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้”

ไรอันยังกล่าวอีกว่า ขณะที่แนวทางการรักษา Covid-19 พัฒนาขึ้น อัตราการเสียชีวิตก็ลดลง แต่การรักษาที่ดีขึ้น หรือแม้กระทั่งวัคซีนก็อาจไม่เพียงพอจะหยุดยั้งไม่ให้การเสียชีวิตแตะ 2 ล้านคน ทั้งยังเรียกร้องให้รัฐบาลทั่วโลกร่วมมือกันแก้วิกฤตโรคระบาดครั้งนี้

นับตั้งแต่เชื้อโคโรนาไวรัสระบาดที่จีนเมื่อปลายปีที่แล้ว โรคนี้ได้คร่าชีวิตผู้คนทั่วโลกไปแล้วเกือบ 1 ล้านคน ขณะที่ตัวเลขผู้ติดเชื้อยังเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องอยู่ที่ราว 32 ล้านคน ซึ่งส่วนใหญ่อยู่ในสหรัฐ อินเดีย และบราซิล โดย 3 ประเทศนี้ติดเชื้อรวมกันถึง 15 ล้านคน

วิจัยชี้คนอังกฤษ 80% ไม่ยอมกักตัว #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/633985

วันที่ 25 ก.ย. 2563 เวลา 19:30 น.วิจัยชี้คนอังกฤษ 80% ไม่ยอมกักตัวผลการวิจัยระบุว่าคนอังกฤษไม่ถึง 1 ใน 5 ยอมกักตัวเป็นเวลา 14 วันหลังมีอาการ Covid-19  

งานวิจัยซึ่งนำโดยมหาวิทยาลัยคิงส์คอลเลจของอังกฤษพบว่า ชาวอังกฤษที่ติดเชื้อโคโรนาไวรัสเพียง 18% เท่านั้นที่ยอมกักตัวอยู่ที่บ้านตามมาตรการของทางการ และมีเพียง 11% ที่กักตัวอยู่ที่บ้านครบ 14 วันหลังมีประวัติใกล้ชิดกับผู้ป่วย Covid-19

อัตราการกักตัวที่ค่อนข้างต่ำนี้ ทำให้เกิดความกังวลว่าเชื้อโคโรนาไวรัสจะยิ่งแพร่กระจายในวงกว้าง ซ้ำเติมสถานการณ์ในอังกฤษตอนนี้ที่ตัวเลขผู้ติดเชื้อรายวันพุ่งสูงสุดเป็นประวัติการณ์นับตั้งแต่มีการตรวจหาเชื้อเป็นวงกว้าง

ทั้งนี้ เมื่อเร็วๆ นี้ นายกรัฐมนตรี บอริส จอห์นสัน เพิ่งประกาศว่า นับตั้งแต่วันที่ 28 ก.ย.เป็นต้นไป ผู้ที่ฝ่าฝืนมาตรการกักตัวมีโทษปรับตั้งแต่ 1,000-10,000 ปอนด์ หรือราว 40,259-402,598 บาท และจะถูกปรับหนักกว่าเดิมหากกระทำผิดซ้ำและฝ่าฝืนมาตรการดังกล่าวอย่างร้ายแรง

สุดทน! ไต้หวันตั้งกองกำลังสู้หลังจีนคุกคามไม่หยุด #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/633979

วันที่ 25 ก.ย. 2563 เวลา 18:30 น.สุดทน! ไต้หวันตั้งกองกำลังสู้หลังจีนคุกคามไม่หยุดไต้หวันตั้งกองกำลังซ้อมรบที่หมู่เกาะหมาจู่ต่อต้านการรุกล้ำของจีน

วันนี้ (24 กันยายน) สำนักข่าวรอยเตอร์สรายงานจากกรุงไทเป ประเทศไต้หวัน ว่ากองกำลังติดอาวุธของไต้หวันทำการซ้อมรบต่อต้านการรุกล้ำของจีนท่ามกลางความตึงเครียดที่เพิ่มสูงขึ้นกับรัฐบาลจีน

กระทรวงกลาโหมไต้หวันเผยพร้อมแสดงภาพการซ้อมรบ ว่าการซ้อมรบครั้งนี้เป็นการใช้ปืนใหญ่และปืนกลบนหมู่เกาะหมาจู่ ซึ่งตั้งอยู่นอกชายฝั่งเมืองฝูโจวของจีน เพื่อยับยั้งการคุกคามของกองกำลังจีนรวมถึงฝูงบินจีนที่โฉบข้ามเส้นแบ่งช่องแคบไต้หวัน

โดยก่อนหน้านี้จีนได้ตั้งกองกำลังซ้อมรบใกล้กับช่องแคบไต้หวันโดยอ้างว่าเป็นดินแดนของจีน และรุกล้ำเส้นแบ่งเขตไต้หวันซึ่งโดยปกติเครื่องบินรบจะไม่ฝ่าฝืนพื้นที่ดังกล่าว

รัฐบาลจีนกล่าวถึงการซ้อมรบของไต้หวันว่านี่คือการตอบโต้ที่ไต้หวัน “สมรู้ร่วมคิด” กับสหรัฐ หลังจากที่เจ้าหน้าที่ระดับสูงสหรัฐเยือนกรุงไทเปเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว และเพื่อเป็นการปกป้องอธิปไตยของจีน

ทั้งนี้ ไต้หวันได้ยึดหมู่เกาะหมาจู่พร้อมกับหมู่เกาะจินเหมิน นับตั้งแต่กองกำลังจีนพ่ายแพ้ให้กับไต้หวันในปี 1949 เมื่อสิ้นสุดสงครามกลางเมืองของจีน

ปัจจุบันหมู่เกาะนี้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยม และแม้ว่าไต้หวันจะยังคงรักษาสถานะทางการทหารไว้ได้ แต่ผู้เชี่ยวชาญพิจารณาว่าหมู่เกาะทั้งสองมีแนวโน้มจะเป็นเป้าหมายในการรุกรานของจีนในสงครามครั้งต่อไปเนื่องจากเป็นหมู่เกาะที่อยู่ใกล้กับประเทศจีน

จีนแฉ เครื่องบินสอดแนมสหรัฐปลอมเป็นเครื่องฟิลิปปินส์ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/633959

วันที่ 25 ก.ย. 2563 เวลา 17:15 น.จีนแฉ เครื่องบินสอดแนมสหรัฐปลอมเป็นเครื่องฟิลิปปินส์เครื่องบินสอดแนมสหรัฐเปลี่ยนรหัสระบุตัวตนให้ดูเหมือนเป็นเครื่องบินของฟิลิปปินส์ขณะบินเฉียดทะเลเหลืองของจีน

โครงการตรวจสอบสถานการณ์ยุทธศาสตร์ทะเลจีนใต้ (SCSPI) ของจีนเผยว่า เมื่อวันอังคาร (22 ก.ย.) ระหว่างที่บินอยู่เหนือทะเลเหลือง เครื่องบินสอดแนม RC-135S ของกองทัพสหรัฐ ใช้รหัสแสดงตัวตนที่องค์กรการบินระหว่างประเทศ (ICAO) ออกให้กับเครื่องบินฟิลิปปินส์ ก่อนจะเปลี่ยนกลับมาใช้รหัสเดิมของตัวเองหลังเสร็จภารกิจ

ข้อมูลนี้สอดคล้องกับ Aircraft Spots หน่วยงานติดตามการบินที่เผยเช่นเดียวกันว่า พบเครื่องบินของสหรัฐเปลี่ยนรหัสแสดงตัวตนขณะบินอยู่เหนือทะเลเหลืองซึ่งอยู่ระหว่างชายฝั่งของจีนและคาบสมุทรเกาหลี

นอกจากนี้ เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว SCSPI ยังพบว่า ฝูงบินเครื่องบินลาดตระเวน RC-135s ของสหรัฐปลอมตัวเป็นเครื่องบินพลเรือนของมาเลเซียขณะบินเหนือน่านฟ้าจีน ขณะที่นิตยสาร Popular Magazine และผู้สังเกตการณ์อิสระก็รายงานเรื่องดังกล่าวเช่นกัน

ก่อนหน้านี้กระทรวงการต่างประเทศของจีนระบุว่า กองทัพสหรัฐใช้เทคนิคเดียวกันนี้กว่า 100 ครั้งแล้วในปีนี้ ขณะที่ เคนเนธ วิลส์บาค ผู้บังคับการกองกำลังทางอากาศแปซิฟิกของกองทัพอากาศสหรัฐยืนยันว่า เครื่องบินลาดตระเวนสหรัฐปฏิบัติตามระเบียบสากลว่าด้วยเรื่องช่องรับส่งสัญญาณ

ด้านนักวิเคราะห์มองว่า การกระทำล่าสุดของสหรัฐบ่งชี้ว่าสหรัฐกำลังเพิ่มการสอดแนมจีนและอาจทำให้ความสัมพันธ์สองประเทศยิ่งตึงเครียด เพราะช่วงเวลานี้ไม่มีเครื่องบินพลเรือนมากนัก เนื่องจากการแพร่ระบาดของ Covid-19 หากสหรัฐจงใจเปลี่ยนเลขรหัสแสดงว่าเจตนาปิดบังปฏิบัติการ โดยอาจมีเป้าหมายสอดแนมกิจกรรมด้านอิเล็กทรอนิกส์ที่อ่อนไหวของกองทัพปลดปล่อยประชาชนจีน เช่น สัญญาณการสื่อสารและเรดาร์

ครั้งแรกในสหรัฐ แคลิฟอร์เนียจ่อแบนรถยนต์ใช้น้ำมัน #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/633952

วันที่ 25 ก.ย. 2563 เวลา 16:00 น.ครั้งแรกในสหรัฐ แคลิฟอร์เนียจ่อแบนรถยนต์ใช้น้ำมัน แคลิฟอร์เนียวางแผนยุติการขายรถยนต์ใช้น้ำมัน อนุญาตรถยนต์ไฟฟ้าเท่านั้น

สำนักข่าว Bloomberg รายงานเมื่อวันที่ 24 กันยายนว่า กาวิน นิวซัม ผู้ว่ารัฐแคลิฟอร์เนียประกาศจะยุติการขายรถยนต์ใหม่ที่ใช้น้ำมันเบนซินภายในปี 2035 หรืออีก 15 ปีข้างหน้า ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการต่อสู้กับการเปลี่ยนแปลงสภาพของภูมิอากาศ และเป็นครั้งแรกของสรัฐที่ออกกฎระเบียบนี้อย่างจริงจัง

มาตรการดังกล่าวบังคับให้ผู้ผลิตรถยนต์ต้องจำหน่ายรถยนต์ในกลุ่มพลังงานไฟฟ้าและพลังงานสะอาดที่ไม่มีการปล่อยมลพิษในรัฐ เนื่องจากกว่าครึ่งหนึ่งของมลพิษจากคาร์บอนไดอกไซด์ในแคลิฟอร์เนียมาจากขนส่งมวลชน

การเคลื่อนไหวครั้งนี้เกิดขึ้นเมื่อแคลิฟอร์เนียกำลังต่อสู้กับไฟป่าที่รุนแรงที่สุดในประวัติการณ์ โดยนิวซัมมองว่านี่เป็นผลพวงมาจากภาวะโลกร้อน

นิวซัม กล่าวว่าบริษัทรถยนต์ไฟฟ้า 34 แห่งรวมถึงเทสลาได้ดำเนินการในแคลิฟอร์เนียแล้ว และผู้ผลิตรถยนต์ 6 รายรวมถึงฟอร์ดได้ตกลงโดยสมัครใจที่จะปฏิบัติตามมาตรการดังกล่าวของแคลิฟอร์เนีย

นโยบายนี้อาจกระตุ้นให้รัฐอื่นๆ ที่ปฏิบัติตามนโยบายสภาพภูมิอากาศและรถยนต์ของแคลิฟอร์เนียมีการกำหนดเป้าหมายที่คล้ายกันในอนาคต

อย่างไรก็ตาม มาตรการดังกล่าวไม่ได้ห้ามไม่ให้ชาวแคลิฟอร์เนียใช้รถยนต์ที่ใช้น้ำมันหรือการขายรถยนต์ใช้น้ำมันมือสอง เพียงแต่ห้ามการจำหน่ายรถยนต์ใหม่ที่ใช้น้ำมันเท่านั้น

วิกฤตแล้ว โรงพยาบาลเมียนมากำลังจะรับผู้ป่วยโควิดไม่ไหว #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/633926

วันที่ 25 ก.ย. 2563 เวลา 14:30 น.วิกฤตแล้ว โรงพยาบาลเมียนมากำลังจะรับผู้ป่วยโควิดไม่ไหวศูนย์กักกันเมียนมารับภาระหนักหลังมีผู้ถูกกักกันกว่า 45,000 ราย

สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19ในประเทศเมียนมายังคงวิกฤตหลังเกิดการแพร่ระบาดระลอกสอง และกำลังประสบปัญหาจากมาตรการกักกันสูงสุดที่กำหนดให้ประชากรหลายหมื่นคนต้องกักตัว ส่งผลให้ศูนย์กักกันต้องแบกรับภาระอย่างหนัก

ทางการเมียนมากักตัวผู้ต้องสงสัยติดเชื้อโคโรนาไวรัสไว้มากกว่า 45,000 คน ไม่ว่าจะเป็นผู้ป่วย Covid-19 ผู้ต้องสงสัยที่ยังไม่ได้รับการตรวจหาเชื้อ ผู้ที่ใกล้ชิดผู้ป่วย และแรงงานชาวเมียนมาที่เดินทางกลับจากประเทศอื่น โดยใช้โรงเรียน วัดวาอาราม และตึกต่างๆ ซึ่งส่วนใหญ่ดำเนินการโดยอาสมาสมัครเป็นศูนย์กักตัว 

นอกจากนี้ มาตรการกักกันสูงสุดซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อไม่ให้โรคระบาดกลายเป็นภาระหนักของระบบสาธารณสุขที่ขาดแคลนงบประมาณต้องแบกรับภาระหนัก ยังรับผู้ป่วยที่ไม่มีอาการหรือมีอาการเล็กน้อยเข้ารักษาในโรงพยาบาลหรือสถานกักตัวด้วย ทำให้ทั้งโรงพยาบาลและสถานกักกันทั่วประเทศกำลังจะรับมือไม่ไหว

Kyaw San Wai ผู้เชี่ยวชาญด้านสาธารณสุขกล่าวว่ามาตรการ “การกักกันสูงสุด” นี้เริ่มใช้เมื่อเดือนมีนาคมหลังจากที่มีผู้ป่วยยืนยันกรณีแรก แต่เมื่อมีจำนวนผู้ที่ต้องถูกกักกันเพิ่มขึ้นอย่างมากในปลายเดือนสิงหาคมโดยเฉพาะในย่างกุ้ง ส่งผลให้ศูนย์อนามัยและศูนย์กักกันแบกรับภาระที่หนักเกินไป

ตามข้อมูลของกระทรวงสาธารณสุขขณะนี้เมียนมามีผู้ที่ถูกกักกันกว่า 45,000 ราย ซึ่งเพิ่มขึ้นจากเดือนที่แล้วกว่าสองเท่า

Kaung Myat Soe ผู้อำนวยการโรงพยาบาลในย่างกุ้งเผยว่า “ในประเทศอื่นๆ พวกเขาปล่อยให้ผู้คนอยู่บ้าน และจะเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลต่อเมื่อเป็นกรณีร้ายแรงเท่านั้น แต่ในเมียนมาเรากังวลว่าเด็กเล็กหรือคนชราจะต้องบาดเจ็บล้มตายดังนั้นจึงทำการกักตัวพวกเขาด้วย”

ทั้งนี้ระบบสาธารณสุขของเมียนมาได้รับการจัดอันดับว่าเป็นประเทศที่อ่อนแอที่สุดในโลกจากการละเลยของรัฐบาลทหารมาหลายสิบปี

โดยเมื่อต้นปีมีเตียงรองรับผู้ป่วยหนักเพียง 330 เตียงสำหรับประชากร 54 ล้านคน และในปี 2018 องค์การอนามัยโลกประเมินจำนวนแพทย์ต่อประชากรไว้ที่ 6.7 ต่อประชากร 10,000 คน ซึ่งเจ้าหน้าที่กำลังเร่งสร้างและขอสิ่งอำนวยความสะดวกเพิ่มเติมเพื่อรองรับจำนวนผู้ป่วยที่เพิ่มขึ้น

ขณะนี้รายงานผู้ติดเชื้อในเมียนมามีผู้ติดเชื้อรวม 8,344 ราย ซึ่งเพิ่มขึ้นจากเมื่อวานนี้ถึง 1,052 ราย ในขณะที่มีผู้รักษาหายแล้ว 2,381 ราย และเสียชีวิต 150 ราย

ขายน้ำดื่ม แต่รวยจนแซงหน้า แจ็ก หม่า ขึ้นเป็นเบอร์ 1 เศรษฐีจีน #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/633933

วันที่ 25 ก.ย. 2563 เวลา 13:30 น.ขายน้ำดื่ม แต่รวยจนแซงหน้า แจ็ก หม่า ขึ้นเป็นเบอร์ 1 เศรษฐีจีนนักธุรกิจเจ้าของกิจการน้ำดื่มในจีนโค่น แจ็ก หม่า ขึ้นแท่นชายที่รวยที่สุดในประเทศจีน

จากการจัดอันดับบุคคลที่ร่ำรวยที่สุดในโลกประจำปี 2020 (Bloomberg Billionaires Index) ของสำนักข่าวบลูมเบิร์ก พบว่า ตำแหน่งชายที่รวยที่สุดในประเทศจีนถูกเปลี่ยนมือจาก แจ็ก หม่า แห่งอาลีบาบา ไปอยู่ในมือของ จงสานส่าน นักธุรกิจเจ้าของหนงฟูสปริง (Nongfu Spring) แบรนด์น้ำดื่มยอดฮิตของจีน

บลูมเบิร์กรายงานว่า นับถึงวันพุธที่ผ่านมา มูลค่าทรัพย์สินทั้งหมดของจงอยู่ที่ราว 58,700 ล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งทำให้เขาร่ำรวยกว่าแจ็ก หม่า แชมป์เก่าของจีนถึง 2,000 ล้านเหรียญสหรัฐ

และนอกจากจะแซงหน้า แจ็ก หม่า แล้ว จงยังมีทรัพย์สินมากกว่า โพนี่ หม่า (ซึ่งไม่ได้เป็นญาตกับแจ็ก หม่า) ผู้ก่อตั้งเท็นเซนต์ (TenCent) ซึ่งทั้งสองคนนี้เป็นเจ้าของกิจการด้านเทคโนโลยีที่มักจะร่ำรวยกว่ามหาเศรษฐีจากธุรกิจอื่นๆ  ในยุคนี้  แต่จงไม่ได้มาจากภาคเทคโนโลยี

จงก่อตั้งบริษัทหนงฟูตั้งแต่ปี 1996 หรือเมื่อ 24 ปีที่แล้วซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ตลาดน้ำดื่มบรรจุขวดเพิ่งเริ่มตั้งไข่ในประเทศจีน และเพิ่งนำบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ของฮ่องกงด้วยมูลค่าการขายหุ้นครั้งแรกแก่ประชาชนทั่วไป (IPO) เกือบ 1,100 ล้านเหรียญสหรัฐ  

นอกจากนี้ จงยังเป็นประธานบริษัทผลิตยา เป่ยจิงวั่นไท่ไบโอโลจิคอลฟาร์มาซี (Beijing Wantai Biological Pharmacy) ที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ของจีนเมื่อต้นปีที่ผ่านมา และกำลังพัฒนาวัคซีน Covid-19 อยู่ด้วย

ด้านประวัติส่วนตัวนั้น มหาเศรษฐีวัย 66 ปีเป็นอดีตผู้สื่อข่าวจากมณฑลเจ้อเจียง สื่อของจีนยังรายงานว่าครั้งหนึ่งเขาเคยเป็นคนงานก่อสร้าง และมักจะถูกเรียกว่า “หมาป่าเดียวดาย” เนื่องจากมักจะเก็บตัว ไม่ค่อยปรากฏตัวในที่สาธารณะ และไม่ค่อยให้สัมภาษณ์

หลานสาวยื่นฟ้อง โดนัลด์ ทรัมป์ ฉ้อโกงมรดกหลายสิบล้าน #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/633918

วันที่ 25 ก.ย. 2563 เวลา 12:02 น.หลานสาวยื่นฟ้อง โดนัลด์ ทรัมป์ ฉ้อโกงมรดกหลายสิบล้านหลานสาวแฉทรัมป์และพี่น้องร่วมกันฉ้อโกงมรดกหลายสิบล้านดอลลาร์

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า แมรี่ ทรัมป์ อายุ 55 ปี นักจิตวิทยา นักธุรกิจ และนักเขียนชื่อดัง หลานสาวของประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ยื่นฟ้องอาของตนในวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา (24 กันยายน)

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์, แมรี่แอนน์ ทรัมป์ แบร์รี่ (พี่สาว) และโรเบิร์ต ทรัมป์ (น้องชาย) ซึ่งเสียชีวิตไปเมื่อเดือนสิงหาคม ถูกฟ้องร้องในข้อหาฉ้อโกงและสมรู้ร่วมคิด รวมถึงการบิดเบือนความจริงและการปกปิดที่ฉ้อฉล เพื่อโกงมรดกหลายสิบล้านเหรียญสหรัฐ

แมรี่ ทรัมป์ กล่าวหาประธานาธิบดีและจำเลยคนอื่นๆ ร่วมกันฉ้อโกงและกีดกันเธอออกจากมรดก หลังจากที่ เฟร็ด ทรัมป์ จูเนียร์ พ่อของเธอซึ่งเป็นพี่ชายของประธานาธิบดีเสียชีวิตในปี 1981 รวมถึงร่วมกันยึดอำนาจควบคุมอสังหาริมทรัพย์ที่สร้างโดย เฟร็ด ทรัมป์ ซีเนียร์ ปู่ของเธอซึงเสียชีวิตในปี 1999

เอกสารของศาลระบุว่า “โดนัลด์, แมรี่แอนน์ และโรเบิร์ต มุ่งที่จะดูแลผลประโยชน์ของเธอในฐานะผู้ไว้วางใจ แทนที่จะปกป้องผลประโยชน์ของแมรี่ พวกเขากลับวางแผนที่จะสูบเงินไปจากเธอ หลอกลวงเกี่ยวกับมรดกที่แท้จริงที่แมรี่จะได้รับ”

อย่างไรก็ตาม ทรัมป์และจำเลยอีก 2 คน ยังไม่ได้ออกมาแสดงความคิดเห็นต่อสาธารณะถึงประเด็นดังกล่าว

ทั้งนี้ แมรี่ แอนน์ เคยเขียนหนังสือเปิดโปง โดนัลด์ ทรัมป์ เมื่อเดือนกรกฎาคมโดยใช้ชื่อว่า “Too Much and Never Enough : How My Family Created the World’s Most Dangerous Man.” เพื่อแฉเรื่องราวของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ และกล่าวหาว่าเขาเป็นคนหลงตัวเองและกำลังคุกคามชีวิตของชาวอเมริกันทุกคน