กรีซสั่งซื้ออาวุธครั้งใหญ่-เสริมกำลังทหารรับมือตุรกี #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/632849

วันที่ 13 ก.ย. 2563 เวลา 14:25 น.กรีซสั่งซื้ออาวุธครั้งใหญ่-เสริมกำลังทหารรับมือตุรกีตกลงสั่งซื้ออาวุธครั้งใหญ่จากฝรั่งเศส หลังจากที่ผู้นำฝรั่งเศสแสดงจุดยืนเข้าข้างกรีซ

เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมานายกรัฐมนตรีครีอาคอส มิตโซตาคิสแห่งกรีซ ประกาศโครงการจัดซื้ออาวุธและการยกเครื่องกองทัพของประเทศครั้งใหญ่ท่ามกลางความตึงเครียดที่เพิ่มขึ้นกับตุรกีในทะเลเมดิเตอร์เรเนียนตะวันออก

โครงการนี้เป็นการยกเครื่องทางทหารครั้งใหญ่ที่สุดของกรีซในรอบเกือบสองทศวรรษ ในช่วงเวลาที่กรีซกับตุรกีอ้างสิทธิเหนือแหล่งตุรกีในทรัพยากรไฮโดรคาร์บอนและต่างพยายามแสดงอิทธิพลทางการทหารในน่านน้ำทะเลเมดิเตอร์เรเนียน และการเผชิญหน้าครั้งนี้ยังทำให้เกิดความแตกแยกกันในกลุ่มนาโตด้วย

“ถึงเวลาที่ต้องเสริมกำลังให้กับกองกำลังแล้ว … ความคิดริเริ่มเหล่านี้ถือเป็นโครงการใหญ่ซึ่งจะกลายเป็นเกราะป้องกันของชาติ” มิตโซตาคิสกล่าวในปาฐกถาพิเศษในเมืองเทสซาโลนิกิทางตอนเหนือ

มิตโซตาคิสกล่าวว่ากรีซจะซื้อเครื่องบินรบ Rafale ที่ผลิตในฝรั่งเศส 18 ลำ เรือฟริเกตอเนกประสงค์ 4 ลำและเฮลิคอปเตอร์ของกองทัพเรือ 4 ลำใ นขณะเดียวกันก็จัดหากองกำลังใหม่ 15,000 นายและทุ่มเททรัพยากรให้กับอุตสาหกรรมอาวุธแห่งชาติและการป้องกันการโจมตีทางไซเบอร์

นายกรัฐมนตรีกรีซกล่าวว่ายังจะซื้ออาวุธต่อต้านรถถัง, ตอร์ปิโดสำหรับกองทัพเรือ และขีปนาวุธของกองทัพอากาศอีกด้วย

นอกจากนี้ยังรวมถึงการอัพเกรดเรือรบอีก 4 ลำที่มีอยู่เดิม และโครงการยกเครื่องด้านการทหารยังจะสามารถสร้างงานหลายพันตำแหน่งเ

แหล่งข่าวของรัฐบาลกล่าวกับ AFP รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับค่าใช้จ่ายของโครงการและที่มาของการซื้ออาวุธจะประกาศในการแถลงข่าวเมื่อวันอาทิตย์

เชื่อกันว่ามิตโซตาคิสตัดสินใจประกาศโครงการยกเครื่องกองทัพหลังจากการพูดคุยกับประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครงของฝรั่งเศสในระหว่างการประชุมสุดยอดผู้นำยุโรปตอนใต้ที่เกาะคอร์ซิกาในสัปดาห์นี้

ตรงกันข้ามกับพันธมิตร EU และ NATO อื่นๆ ที่ยังสงวนท่าที ฝรั่งเศสได้ให้การสนับสนุนกรีซอย่างมากในการเผชิญหน้ากับตุรกี

ฟลอรองซ์ ปาร์ลี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมฝรั่งเศสยินดีกับข้อตกลงด้านอาวุธโดยกล่าวว่าเป็นครั้งแรกที่ประเทศในยุโรปซื้อเครื่องบินรบ Rafale

ส่วนบริษัท Dassault Aviation ซึ่งเป็นผู้ผลิตเครื่องบินกล่าวว่า “ดีใจ” กับคำสั่งซื้อของรัฐบาลกรีซ

Photo by Handout / GREEK DEFENCE MINISTRY / AF

ยุโรประอุ แอร์โดอันขู่ผู้นำฝรั่งเศสอย่ามากล้ากับตุรกี #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/632846

วันที่ 13 ก.ย. 2563 เวลา 12:25 น.ยุโรประอุ แอร์โดอันขู่ผู้นำฝรั่งเศสอย่ามากล้ากับตุรกีไม่ใช่แค่ในเอเชียแต่ยุโรปก็เริ่มมีสัญญาณของการเผชิญหน้าของประเทศใหญ่เพื่อชิงทรัพยากรกัน

เรเจป ไตยิป แอร์โดอัน ประธานาธิบดีตุรกีกล่าวว่าประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครง แห่งฝรั่งเศสกำลังมุ่งโจมตีเขา หลังจากที่ผู้นำฝรั่งเศสกล่าวพาดพิงถึงตุรกีในลักษณะเชิงรุก ในระหว่างที่ฝรั่งเศสเข้ามาเกี่ยวพันกับการเผชิญหน้าระหว่างตุรกีกับกรีซในน่านน้ำทะเลเมดิเตอเรเนียน

แอร์โดอันกล่าวกล่าวระหว่างสุนทรพจน์ถ่ายทอดสดทางโทรทัศน์ในนครอิสตันบูลเนื่องในวันครบรอบ 40 ปีของการรัฐประหารในปี 1980 ด้วยท่าทีที่แข็งกร้าวว่า “อย่ายุ่งกับคนตุรกี อย่ายุ่งกับตุรกี เดี่ยวคุณจะมีปัญหาเพิ่มกับผมอีกหลายเรื่องเปล่าๆ”

แอร์โดอันยังโจมตีด้วยว่าว่าฝรั่งเศสไม่มีสิทธิ์วิพากษ์วิจารณ์ตุรกีเพราะในอดีตฝรั่งเศสเคยล่าดินแดนในฐานะเจ้าอาณานิคมเช่นกัน

ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 11 กันยายน มาครงกล่าวกลังการประชุมสุดยอดผู้นำกลุ่มประเทศเมดิเตอเรเนียนว่ายุโรปต้องการยุติการกระทำแต่ฝ่ายเดียวของตุรกี และยุโรปจำเป็นจะต้องมีท่าทีที่ชัดเจนและมั่นคงต่อรัฐบาลของแอร์โดอันในกรณีต่างๆ

“เราต้องแข็งกร้าวกับรัฐบาลตุรกีไม่ใช่กับคนตุรกีที่สมควรได้รับสิ่งที่ดีกว่ารัฐบาลแอร์โดอัน การกระทำของตุรกีเพียงฝ่ายเดียวทุกๆ อย่าง เช่น บันทึกข้อตกลงตุรกี-ลิเบียโดยไม่เคารพสิทธิของกรีซเป็นสิ่งที่ยอมรับไม่ได้ ทำให้เกิดปัญหาท้าทายอย่างไม่เป็นธรรม เรากำลังพูดถึงการเคารพกฎหมายระหว่างประเทศ” มาครงกล่าว

ทั้งนี้ ฝรั่งเศสกับตุรกีมีปัญหาระหองระแหงกันมาตั้งแต่การคว่ำบาตรการส่งอาวุธไปยังลิเบีย และล่าสุดฝรั่งเศสยังสนับสนุนกรีซที่กำลังเผชิญหน้ากับตุรกีเรื่องการแข่งชิงแหล่งน้ำมันและก๊าซธรรมชาติในน่านน้ำ

ในส่วนของนายกรัฐมนตรีครีอาคอส มิตโซตาคิสแห่งกรีซก็รับลูกผู้นำฝรั่งเศสโดยกล่าวว่าทะเลเมดิเตอร์เรเนียนเป็น mare nostrum (ทะเลของเรา) เหมือนกับที่มาครงกล่าวไว้ และ“ เราจะไม่ยอมให้ตุรกีแบ่งแยกยุโรปในเรื่องนี้”

Photos by Adem ALTAN and Ludovic Marin / various sources / AFP

“ออกซ์ฟอร์ด อีโคโนมิกส์” ชี้ท่องเที่ยวโลกทรุดยาว! ปี67ถึงจะเริ่มฟื้นกลับมา #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/632839

วันที่ 13 ก.ย. 2563 เวลา 09:46 น."ออกซ์ฟอร์ด อีโคโนมิกส์" ชี้ท่องเที่ยวโลกทรุดยาว! ปี67ถึงจะเริ่มฟื้นกลับมา“ออกซ์ฟอร์ด อีโคโนมิกส์” เผยความต้องการท่องเที่ยวต่างประเทศทั่วโลกร่วง 57%ในปี63 คาดการเที่ยวต่างประเทศจะทรุดไปจนถึงปี67 อเมริกาเหนือกระทบหนักสุด ตามมาด้วย เอเชียแปซิฟิก

ออกซ์ฟอร์ด อีโคโนมิกส์ บริษัทวิจัยจากอังกฤษ ได้คาดการณ์ว่า ความต้องการท่องเที่ยวต่างประเทศทั่วโลกจะลดลง 57% ในปี 2563 เนื่องจากมาตรการควบคุมการเดินทางระหว่างประเทศและการกักตัวที่เข้มงวดเพื่อควบคุมการแพร่ระบาดของโควิด-19 รวมทั้งคาดว่า ความต้องการเที่ยวต่างประเทศทั่วโลกจะกลับไปสู่ระดับเดียวกับปี2562 ในปี 2567

รายงานจาก ออกซ์ฟอร์ด อีโคโนมิกส์ ระบุว่า นักท่องเที่ยวในทุกภูมิภาคของโลกมีแนวโน้มลดลง โดยอเมริกาเหนือจะได้รับผลกระทบหนักที่สุด โดยคาดว่าจะร่วงหนักถึง 70% ตามด้วยเอเชียแปซิฟิกที่หดตัวลง 57% และยุโรปปรับตัวลดลงที่ 56%

ขณะเดียวกัน เมืองใหญ่จะได้รับผลกระทบมากกว่าพื้นที่ชนบท โดยคาดว่า “กรุงเทพมหานคร” จะมีจำนวนนักท่องเที่ยวลดลง 14.5 ล้านคน โดยตัวเลขดังกล่าวเทียบเท่าเกือบ 2 ใน 3 ของการสูญเสียนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้าไทยทั้งหมด

ส่วน 10 อันดับของเมืองที่คาดว่าจะสูญเสียนักท่องเที่ยวมากสุดเมื่อคิดเป็นเปอร์เซ็นมีแนวโน้มจะเป็นเมืองในสหรัฐทั้งหมด เช่น นิวยอร์ก ซึ่งอาจมีนักท่องเที่ยวลดลงถึง 79%

ออกซ์ฟอร์ด อีโคโนมิกส์ ระบุว่า แม้หลายประเทศจะเริ่มเปิดพรมแดนอีกครั้ง แต่ก็มีความยากลำบากอย่างมากในการหาจุดสมดุลระหว่างการควบคุมโควิด-19 และการฟื้นฟูการท่องเที่ยว

อย่างไรก็ตาม คาดว่าความต้องการท่องเที่ยวในประเทศจะฟื้นตัวเร็วกว่ามาก โดยจะกลับสู่ระดับของปี 2562 ได้ภายในปี 2565

ญี่ปุ่นเสริมเขี้ยวเล็บกองทัพรับมือจีน #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/632814

วันที่ 12 ก.ย. 2563 เวลา 18:12 น.ญี่ปุ่นเสริมเขี้ยวเล็บกองทัพรับมือจีน ญี่ปุ่นเตรียมแก้ไขนโยบายทางทหารให้กองทัพโจมตีเป้าหมายบนแผ่นดินในจีนและส่วนอื่นๆ ของเอเชียได้

ปัจจุบันกองกำลังป้องกันตนเองของญี่ปุ่นสามารถโจมตีเป้าหมายที่มาจากทางอากาศและทางทะเลเท่านั้น แต่การเปลี่ยนนโยบายใหม่นี้จะทำให้กองทัพสามารถโจมตีเป้าหมายบนพื้นดิน ซึ่งญี่ปุ่นต้องเสริมแสนยานุภาพกองทัพด้วยการซื้ออาวุธที่มีพิสัยไกล อาทิ ขีปนาวุธร่อน (cruise missile)

หากรัฐบาลชุดต่อไปที่จะมาแทนที่นายกรัฐมนตรี ชินโซ อาเบะ รับข้อเสนอ นโยบายนี้จะเป็นหนึ่งในการเปลี่ยนแปลงท่าทีทางทหารครั้งสำคัญของญี่ปุ่นนับตั้งแต่สิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่ 2   ซึ่งเป็นการสะท้อนความพยายามในการผลักดันให้กองทัพญี่ปุ่นแข็งแกร่งขึ้นของอาเบะ และความกังวลของญี่ปุ่นต่ออิทธิพลในภูมิภาคของจีน

มะซะฮิสะ ซาโตะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหมและรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศเผยว่า “การเพิ่มกิจกรรมทางทหารของจีนรอบๆ เกาะพิพาทในทะเลจีนตะวันออกสร้างความกังวลใจให้รัฐบาลญี่ปุ่น เราไม่ได้เน้นเรื่องนั้นมากนัก แต่เราตัดสินใจเกี่ยวกับประเด็นความมั่นคงเพราะจีน”

มีการคาดการณ์ว่ากองทัพญี่ปุ่นอาจสั่งซื้อขีปนาวุธโทมาฮอว์ก BGM-109 ของสหรัฐมาเสริมเขี้ยวเล็บตามนโยบายใหม่นี้ ซึ่งโทมาฮอว์ก BGM-109 มีพิสัย 2,500 กิโลเมตร สามารถโจมตีพื้นที่ส่วนใหญ่ของจีนและภาคตะวันออกไกลของรัสเซีย

ไฟป่าสหรัฐทำคุณภาพอากาศเลวร้ายสุดในรอบ 30 ปี #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/632808

วันที่ 12 ก.ย. 2563 เวลา 16:15 น.ไฟป่าสหรัฐทำคุณภาพอากาศเลวร้ายสุดในรอบ 30 ปีพื้นที่ตอนใต้ของรัฐแคลิฟอร์เรียเต็มไปด้วยหมอกควันและขี้เถ้าจากไฟป่าครั้งรุนแรงที่สุดในประวัติศาสตร์ของรัฐ ส่งผลให้คุณภาพอากาศเลวร้ายที่สุดในรอบเกือบ 30 ปี  

หมอกควันและขี้เถ้าจากไฟป่าที่ลุกลามทั่วรัฐแคลิฟอร์เนียของสหรัฐส่งผลให้คุณภาพอากาศในหลายเมือง อาทิ ซานฟรานซิสโก รวมถึงเมืองซีแอตเติลของรัฐวอชิงตัน และรัฐโอริกอนแย่ลง โดยบางเมืองคุณภาพอากาศเลวร้ายที่สุดในรอบเกือบ 30 ปี

แม้ระยะนี้จะมีกระแสลมจากมหาสมุทรแปซิฟิกพัดเข้ามาไล่กลุ่มควันหนาทึบให้กระจายตัว แต่กลับทำให้อนุภาคจากหมอกควันรวมตัวกับอากาศระดับพื้นดินจนคุณภาพอากาศเลวร้าย

ทางการคาดว่าช่วงกลางสัปดาห์หน้าคุณภาพอากาศจะเริ่มดีขึ้น เนื่องจากจะมีกระแสลมพัดเข้าพื้นที่รวมทั้งมีฝนตกเล็กน้อย

สหรัฐทุ่ม 153 ล้านเหรียญพัฒนาลุ่มน้ำโขงคานอิทธิพลจีน #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/632799

วันที่ 12 ก.ย. 2563 เวลา 14:15 น.สหรัฐทุ่ม 153 ล้านเหรียญพัฒนาลุ่มน้ำโขงคานอิทธิพลจีนแม่น้ำโขงกลายเป็นสมรภูมิความขัดแย้งแห่งใหม่ระหว่างจีนกับสหรัฐ

สถานีโทรทัศน์ VTV ของเวียดนามรายงานโดยอ้างเจ้าหน้าที่กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐว่า ทางการสหรัฐจะจัดเตรียมงบประมาณอย่างน้อย 153 ล้านเหรียญสหรัฐให้ประเทศในลุ่มแม้น้ำโขงสำหรับโครงการพัฒนาภูมิภาคร่วมกัน

เงินสนับสนุนจำนวนนี้จะถูกนำมาใช้ในการยกระดับการแบ่งปันข้อมูลแหล่งน้ำ โครงการจัดการภัยพิบัติ และโครงการป้องกันอาชญากรรมตามแนวพรมแดน

คำมั่นสัญญานี้ประกาศในการประชุมหุ้นส่วนแม่น้ำโขง-สหรัฐครั้งแรก ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างสหรัฐกับประเทศลุ่มน้ำโขงตอนล่าง ได้แก่ เมียนมา ลาว ไทย กัมพูชา และเวียดนาม

ทั้งนี้ แม่น้ำโขงกลายเป็นสมรภูมิความขัดแย้งแห่งใหม่ระหว่างสหรัฐกับจีน โดยจีนแซงหน้าสหรัฐจากการมีอิทธิพลเหนือประเทศท้ายน้ำด้วยการควบคุมกระแสน้ำในแม่น้ำโขง

นอกจากนี้ ทั้งสหรัฐและจีนต่างก็อ้างงานวิจัยเกี่ยวกับผลกระทบของเขื่อนบนแม่น้ำโขงต่อระดับน้ำที่ขัดแย้งกัน โดยฝั่งสหรัฐระบุว่าจีนกักน้ำไว้ถึง 47,000 ล้านคิวบิกเมตรจนท้ายน้ำขาดแคลน ส่วนรายงานจากฝั่งจีนระบุว่าเขื่อนช่วยลดปัญหาความแห้งแล้งในแถบลุ่มน้ำโขง

จีนโต้กลับสั่งคุมการเคลื่อนไหวทูตสหรัฐในแดนมังกร #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/632792

วันที่ 12 ก.ย. 2563 เวลา 12:15 น.จีนโต้กลับสั่งคุมการเคลื่อนไหวทูตสหรัฐในแดนมังกรจีนออกมาตรการควบคุมการเคลื่อนไหวของนักการทูตสหรัฐตอบโต้ที่ทูตจีนถูกสหรัฐจำกัดการทำกิจกรรมก่อนหน้านี้

กระทรวงการต่างประเทศจีนออกแถลงการณ์ว่า รัฐบาลจีนได้ส่งหนังสือไปยังสถานทูตทุกแห่งที่อยู่ในจีนแผ่นดินใหญ่และฮ่องกงว่านับจากนี้ไปนักการทูตและเจ้าหน้าที่กงสุลต้องถูกจำกัดด้วยมาตรการตอบโต้ระดับเดียวกันกับที่ทางการสหรัฐเคยใช้กับนักการทูตของจีนในสหรัฐก่อนหน้านี้

แถลงการณ์ดังกล่าวไม่ได้ระบุรายละเอียดของมาตรการ แต่เมื่อเร็วๆ นี้ ทางการสหรัฐออกประกาศให้นักการทูตระดับอาวุโสของจีนในสหรัฐยื่นคำร้องไปยังกระทรวงการต่างประเทศเพื่อพิจารณาอนุมัติก่อนลงพื้นที่ในมหาวิทยาลัยของสหรัฐ หรือจัดกิจกรรมทางวัฒนธรรมนอกพื้นที่สถานทูตที่มีผู้เข้าร่วมตั้งแต่ 50 คนขึ้นไป หรือจัดการประชุมกับเจ้าหน้าที่ท้องถิ่น

วัคซีนโควิดไม่ช่วยให้การท่องเที่ยวฟื้นตัวเร็วขึ้น #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/632766

วันที่ 12 ก.ย. 2563 เวลา 10:15 น.วัคซีนโควิดไม่ช่วยให้การท่องเที่ยวฟื้นตัวเร็วขึ้นภาคการท่องเที่ยวที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 อาจต้องใช้เวลาฟื้นตัวอีกหลายปี แม้จะมีวัคซีนออกมาก็ไม่ช่วยให้กลับสู่ภาวะปกติในเร็ววัน

แองเกล ลัล มันคัส รองประธานและกรรมการผู้จัดการภาคพื้นเอเชียแปซิฟิกของ Booking.com ผู้ให้บริการด้านการจองที่พักออนไลน์เผยว่า เชื่อว่าวัคซีนและการรักษาอื่นๆ จะช่วยให้ผู้คนรู้สึกปลอดภัยที่จะกลับมาเดินทางอีกครั้ง แต่ถึงจะมีวัคซีนแล้วก็ยังต้องใช้เวลาอีกหลายปี ไม่ใช่หลายไตรมาส กว่าการท่องเที่ยวจะกลับสู่ภาวะปกติก่อนเกิดการระบาดของ Covid-19

นอกจากนี้ ยังกล่าวอีกว่า แม้ทั่วโลกจะมีวัคซีนใช้แล้ว การฟื้นตัวของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวยังต้องขึ้นอยู่กับเศรษฐกิจโลกและความพึงพอใจในการใช้จ่ายเงินเพื่อการท่องเที่ยวของผู้บริโภคด้วย เนื่องจากเศรษฐกิจขาลงทำให้ผู้คนมีรายได้ลดลง

ในช่วงครึ่งปีแรกของปีนี้ ธุรกิจโรงแรมในเอเชียแปซิฟิกสูญเสียรายได้อย่างน้อย 50,000 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยโรงแรมราว 80% ต้องปิดกิจการชั่วคราวระหว่างที่เชื้อโคโรนาไวรัสแพร่ระบาดรุนแรง ขณะที่ในปีนี้อุตสาหกรรมการบินทั่วโลกไม่รวมสายการบินอาจสูญเสียรายได้ราว 2 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ

มันคัสยังเผยอีกว่า คนที่ต้องการเดินทางท่องเที่ยวในขณะนี้มักจะเลือกการท่องเที่ยวในประเทศ ชายหาด หรือแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ โดยที่พักทางเลือก อาทิ การตั้งแคมป์ บ้านพักบนต้นไม้ ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้น ซึ่งมีสัดส่วน 40% ของยอดจองใหม่ในไตรมาสที่ 2   ของปีนี้

นอกจากนี้ จุดหมายปลายทางที่สามารถขับรถไปได้ยังเป็นที่นิยมมากกว่าปลายทางที่ต้องเดินทางด้วยเครื่องบิน อีกทั้งนับตั้งแต่ Covid-19 เริ่มระบาด มีการใช้คำว่า “สะอาด” หรือ “ถูกสุขอนามัย” เพิ่มขึ้นกว่า 60% เมื่อลูกค้าถามถึงที่พัก

ทั้งนี้ เมื่อเดือนมิ.ย.ที่ผ่านมาบริษัทที่ปรึกษา Euromonitor International คาดการณ์ว่า ความต้องการเดินทางท่องเที่ยวต่างประเทศอาจลดลงถึง 80% ในปีนี้ และต้องรอจนถึงปี 2023 การท่องเที่ยวจึงจะฟื้นตัวกลับสู่สภาพก่อนเกิดการแพร่ระบาดของเชื้อโคโรนาไวรัส

การคาดการณ์นี้สอดคล้องกับข้อมูลล่าสุดของ Mastercard  ผู้ให้บริการการชำระเงินทั่วโลกที่วิเคราะห์ว่า จนถึงเดือน ก.ค.ที่ผ่านมา ผู้บริโภคในกลุ่มประเทศ G20 ซึ่งเป็นประเทศร่ำรวยและประเทศกลุ่มสหภาพยุโรป เดินทางท่องเที่ยวและใช้จ่ายเงินในละแวกประเทศตัวเองมากกว่าเดินทางไกล

ยังหนัก!ป่วยโควิดทั่วโลกพุ่งทุบสถิติรายวัน #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/632775

วันที่ 12 ก.ย. 2563 เวลา 06:50 น.ยังหนัก!ป่วยโควิดทั่วโลกพุ่งทุบสถิติรายวันสถานการณ์ผู้ติดเชื้อโควิด-19 ทั่วโลกยังหนัก! วันเดียวพุ่ง 299,222 แสนราย แตะ 28.6 ล้านราย ขณะที่ยอดผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นทะลุ 9.18 แสนราย อินเดียอ่วมป่วยทุบสถิติรายวัน วันเดียวติด 97,654 คน

เว็บไชต์ Worldometers รายงานสถานการณ์ไวรัสโควิด-19 ประจำวันที่ 12 ก.ย. 63 (เวลา 06.30 น. ตามเวลาประเทศไทย) จำนวน 215 ประเทศทั่วโลก พบมีผู้ป่วยติดเชื้อ 28,636,517 ราย เพิ่มขึ้น 299,222 รายเสียชีวิต 918,867 ราย เพิ่มขึ้น5,577ราย รักษาหาย 20,559,117ราย

โดย ประเทศที่มีผู้ติดเชื้อมากสุด 10 อันดับแรก ได้แก่

1. ประเทศสหรัฐอเมริกา มีผู้ติดเชื้อ 6,633,993ราย เพิ่มขึ้น 44,346 ราย เสียชีวิต 197,351 ราย เพิ่มขึ้น1,024 ราย รักษาหาย 3,913,714 ราย

2. ประเทศอินเดีย มีผู้ติดเชื้อ 4,657,379 ราย เพิ่มขึ้น97,654ราย เสียชีวิต 77,506 ราย เพิ่มขึ้น1,202ราย รักษาหาย 3,621,438 ราย

3. ประเทศบราซิล มีผู้ติดเชื้อ 4,283,978 ราย เพิ่มขึ้น 44,215 ราย เสียชีวิต 130,474ราย เพิ่มขึ้น899ราย รักษาหาย 3,530,655ราย

4.ประเทศรัสเซีย มีผู้ติดเชื้อ 1,051,874 ราย เพิ่มขึ้น5,504ราย เสียชีวิต 18,365 ราย เพิ่มขึ้น 102ราย รักษาหาย 868,107ราย

5. ประเทศเปรู มีผู้ติดเชื้อ 710,067 ราย เสียชีวิต 30,344 ราย รักษาหาย 544,745ราย

6. ประเทศโคลอมเบีย มีผู้ติดเชื้อ702,088ราย เพิ่มขึ้น7,424 ราย เสียชีวิต 22,518 ราย เพิ่มขึ้น243ราย รักษาหาย 582,694ราย

7. ประเทศเม็กซิโก มีผู้ติดเชื้อ652,364 ราย เพิ่มขึ้น4,857ราย เสียชีวิต 69,649ราย เพิ่มขึ้น 554 ราย รักษาหาย 458,850 ราย

8.ประเทศ แอฟริกาใต้ มีผู้ติดเชื้อ 646,398 ราย เพิ่มขึ้น1,960ราย เสียชีวิต 15,378 ราย เพิ่มขึ้น 113ราย รักษาหาย 574,587 ราย

9.ประเทศสเปน มีผู้ติดเชื้อ 576,697 เพิ่มขึ้น 4,708 ราย เสียชีวิต 29,747ราย เพิ่มขึ้น 48 ราย

10. ประเทศอาร์เจนติน่า มีผู้ติดเชื้อ535,705ราย เพิ่มขึ้น 11,507 ราย เสียชีวิต 11,148 ราย เพิ่มขึ้น 241 ราย รักษาหาย 400,121 ราย

ขณะที่ประเทศไทยอยู่ในอันดับที่ 125 มีผู้ติดเชื้อ 3,461 ราย เพิ่มขึ้น 7 ราย เสียชีวิตคงที่ 58 ราย รักษาหาย 3,312 ราย

เกาหลีเหนือสั่งยิงทิ้งป้องกันโควิด-19 เข้าประเทศ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/632754

วันที่ 11 ก.ย. 2563 เวลา 20:00 น.เกาหลีเหนือสั่งยิงทิ้งป้องกันโควิด-19 เข้าประเทศผู้บัญชาการกองกำลังสหรัฐในเกาหลีใต้เผย ทางการเกาหลีเหนือมีคำสั่งยิงทิ้งเพื่อป้องกันไม่ให้ Covid-19 จากจีนเข้าประเทศ

เกาหลีเหนือสั่งปิดพรมแดนติดกับจีนตั้งแต่เดือน ม.ค.ที่ผ่านมา เพื่อป้องกันไม่ให้เชื้อโคโรนาไวรัสจากจีนเข้าประเทศ และสั่งยกระดับการเตือนภัยภาวะฉุกเฉินเป็นระดับสูงสุดเมื่อเดือน ก.ค. ซึ่ง โรเบิร์ต เอบรามส์ ผู้บัญชาการกองกำลังสหรัฐในเกาหลีใต้ (USFK) เผยว่า การปิดชายแดนดังกล่าวทำให้ความต้องการสินค้าหนีภาษีสูงขึ้น ทางการเกาหลีเหนือจึงต้องเข้ามาแทรกแซง

เอบรามส์กล่าวในการประชุมออนไลน์ในวอชิงตันว่า ทางการเกาหลีเหนือได้ตั้งเขตกันชนใหม่ห่างจากชายแดนจีนราว 1-2 กิโลเมตร โดยมีกองกำลังพิเศษ (SOF) ประจำการอยู่ และกองกำลังดังกล่าวได้รับคำสั่งให้ยิงทิ้งได้

ผู้บัญชาการกองกำลังสหรัฐยังเผยอีกว่า การปิดพรมแดนยิ่งทำให้ผลกระทบจากมาตรการคว่ำบาตรเพื่อลงโทษที่เกาหลีเหนือทดสอบอาวุธนิวเคลียร์รุนแรงขึ้น เพราะทำให้การนำเข้าสินค้าจากจีนลดลง 85%