บริษัทยาอังกฤษระงับทดลองวัคซีนโควิด หลังพบผู้ร่วมทดสอบป่วยไม่รู้สาเหตุ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/632529

วันที่ 09 ก.ย. 2563 เวลา 10:06 น.บริษัทยาอังกฤษระงับทดลองวัคซีนโควิด หลังพบผู้ร่วมทดสอบป่วยไม่รู้สาเหตุ“แอสตร้าเซนเนก้า” ผู้ผลิตยารายใหญ่ของอังกฤษ ประกาศระงับการทดลองวัคซีนต้านไวรัสโควิด-19 หลังพบผู้เข้าร่วมทดสอบรายหนึ่งป่วยไม่รู้สาเหตุ

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า บริษัท แอสตร้าเซนเนก้า (AstraZeneca) ผู้ผลิตยารายใหญ่ของอังกฤษ ได้ออกแถลงการณ์ประกาศระงับการทดลองใช้วัคซีนต้านไวรัสโควิด-19 หลังพบว่ามีผู้เข้าร่วมทำการทดสอบรายหนึ่งล้มป่วยโดยไม่สามารถอธิบายสาเหตุได้

“การตัดสินใจระงับการทดลองใช้วัคซีนเกิดขึ้นหลังจากที่มีการทบทวนมาตรฐานของวัคซีนที่ทางบริษัทใช้ในการทดลอง ภายหลังจากผู้เข้าร่วมทำการทดลองรายหนึ่งมีอาการป่วยที่ไม่สามารถอธิบายสาเหตุได้”แถลงการณ์ของบริษัทแอสตร้าเซนเนก้า ระบุ

แถลงการณ์ระบุด้วยว่า การตัดสินใจระงับการทดลองยังมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ทีมนักวิจัยมีเวลาในการตรวจสอบข้อมูลด้านความปลอดภัย โดยทางบริษัทจะยังคงรักษาความโปร่งใสและตรงไปตรงมาในการทดลองวัคซีน

รายงานข่าวระบุว่า ในช่วงที่ผ่านมานั้น วัคซีน AZD1222 ซึ่งแอสตร้าเซนเนก้ากำลังพัฒนาร่วมกับมหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ดนั้น ถูกมองว่าเป็นหนึ่งในวัคซีนที่มีความหวังว่าจะนำเข้าสู่ตลาด แต่การที่แอสตร้าเซนเนก้าตัดสินใจระงับการทดลองในครั้งนี้ อาจส่งผลกระทบต่อความพยายามของทางบริษัทเองและหลายประเทศทั่วโลกที่ต้องการจะควบคุมการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19

เมื่อต้นเดือนก.ย.ที่ผ่านมา แอสตร้าเซนเนก้าเปิดเผยว่า ทางบริษัทได้เริ่มลงทะเบียนชาวอเมริกันวัยผู้ใหญ่จำนวน 30,000 คนสำหรับการทดลองวัคซีนต้านไวรัสโควิด-19 เฟส 3 แล้ว

“เมียนมา”พบติดโควิดใหม่อีก99ราย ตายเพิ่ม2 #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/632524

วันที่ 09 ก.ย. 2563 เวลา 09:13 น."เมียนมา"พบติดโควิดใหม่อีก99ราย ตายเพิ่ม2เมียนมาพบผู้ติดเชื้อโควิด-19 เพิ่มขึ้น 99 ราย ส่วนใหญ่อยู่ในเมืองย่างกุ้ง ขณะที่ผู้ป่วยเสียชีวิตเพิ่ม 2 ราย สาเหตุปอดติดเชื้อรุนแรงจากไวรัสโควิด

กระทรวงสาธารณสุขเมียนมารายงานว่า ในรอบ24 ชม.ที่ผ่านมาพบผู้ติดเชื้อโควิด-19 เพิ่มขึ้น 99 ราย ส่งผลให้ยอดผู้ติดเชื้อสะสมอยู่ที่ 1,709 ราย และมีผู้เสียชีวิตเพิ่มอีก 2 ราย ทำให้ยอดรวมผู้เสียชีวิตสะสมอยู่ที่ 10 ราย

ผู้เสียชีวิตทั้ง 2 ราย เป็นชายอายุ 69 ปี และหญิงอายุ 82 ปี ซึ่งมีโรคประจำตัวเป็นโรคความดันโลหิตสูงและเบาหวาน โดยเสียชีวิตจากภาวะการหายใจล้มเหลวเฉียบพลันและปอดติดเชื้ออย่างรุนแรงอันเนื่องมาจากโควิด-19 ในช่วงบ่ายของวันจันทร์และวันอังคารที่ผ่านมา

กระทรวงสาธารณสุขเมียนมาระบุด้วยว่า ผู้ติดเชื้อรายใหม่ที่พบแบ่งเป็น 75 รายอยู่ในเมืองย่างกุ้ง และอีกส่วนหนึ่งพบในเมืองมัณฑะเลย์ รัฐยะไข่ รัฐคะฉิ่น และรัฐมอญ

รายงานข่าวระบุว่า เมียนมาพบผู้ติดเชื้อโควิด 2 รายแรกในวันที่ 23 มี.ค. และจนถึงขณะนี้มีการตรวจหาเชื้อโควิดให้ประชาชนไปแล้ว 179,471 ครั้ง โดยผู้ที่ได้รับการรักษาจนหายดีอยู่ที่ 460 ราย

“แอฟริกาใต้”ประณาม “ทรัมป์” ดูหมิ่น “เนลสัน แมนเดลา” #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/632520

วันที่ 09 ก.ย. 2563 เวลา 08:03 น."แอฟริกาใต้"ประณาม "ทรัมป์" ดูหมิ่น "เนลสัน แมนเดลา"พรรครัฐบาลของแอฟริกาใต้ประณาม “โดนัลด์ ทรัมป์” หลังดูหมิ่น “เนลสัน แมนเดลา” อดีตประธานาธิบดีผู้ล่วงลับ ชี้หากยังมีชีวิตอยู่คงได้สั่งสอนความเป็นผู้นำให้

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า พรรคสมัชชาแห่งชาติแอฟริกา (ANC) ซึ่งเป็นพรรครัฐบาลของประเทศแอฟริกาใต้ ได้ประณาม นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ ที่ได้ดูหมิ่น นายเนลสัน แมนเดลา อดีตประธานาธิบดีผู้ล่วงลับของแอฟริกาใต้ หลังจากก่อนหน้านี้ หนังสือพิมพ์เดอะวอชิงตันโพสต์ได้เผยแพร่เรื่องราวของนายไมเคิล โคเฮน อดีตทนายความของประธานาธิบดีทรัมป์ ซึ่งมีข้อความตอนหนึ่งระบุว่า ประธานาธิบดีทรัมป์เคยกล่าวคำพูดที่ไม่สุภาพต่ออดีตประธานาธิบดีแมนเดลา พร้อมตั้งคำถามถึงความเป็นผู้นำของนายแมนเดลาด้วย

โฆษกพรรค ANC กล่าวว่า ทรัมป์เป็นคนที่มีแต่ความแตกแยกและเกลียดชัง และหากนายแมนเดลายังมีชีวิตอยู่ เขาคงสั่งสอนเรื่องความเป็นผู้นำให้กับทรัมป์

“ประธานาธิบดีแมนเดลาเชื่อในเรื่องความสัมพันธ์ด้านการค้าและทางการทูตที่ดี รวมทั้งเข้าใจถึงคุณค่าของความเป็นมิตรกับประเทศต่างๆ ทั่วโลก แสดงให้เห็นว่า ความเป็นผู้นำที่แท้จริงไม่ได้ขึ้นอยู่กับว่าคุณสร้างศัตรูขึ้นมาได้มากแค่ไหน หากแต่เป็นมิตรภาพที่ได้มา แม้จะจากพื้นที่ที่มีความเห็นต่างกันอย่างสุดขั้วก็ตาม”โฆษกพรรคสมัชชาแห่งชาติแอฟริกา

เมียนมาคุมโควิดไม่อยู่ หรือปิดเมืองเผด็จศึกชนกลุ่มน้อย? #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/632485

วันที่ 08 ก.ย. 2563 เวลา 21:04 น. เมียนมาคุมโควิดไม่อยู่ หรือปิดเมืองเผด็จศึกชนกลุ่มน้อย?สรุปเหตุการณ์และเผยเงื่อนงำในรัฐยะไข่ จุดที่เกิดการระบาดใหญ่ในเมียนมา แต่ว่ามันเป็นแบบนั้นจริงๆ หรือไม่?

1. คนไทยกำลังอยู่กันแบบหวาดผวากับการระบาดที่ประเทศเพื่อนบ้าน ยิ่งผวากันเข้าไปใหญ่เมื่อกระทรวงสาธารณสุขแสดงความกังวลว่าการระบาดของ โควิด-19 อาจจะมาถึงชายแดนไทยในอีก 2 สัปดาห์

2. สถานการณ์ในเมียนมาเริ่มทำให้คนไทยเริ่มกังวล โดยเฉพาะเมื่อเมียนมายืนยันผู้ป่วยโควิด-19 สูงเป็นประวัติการณ์สะสมถึง 1,111 รายในวันพฤหัสบดี รวมถึงผู้ป่วยรายใหม่ 116 ราย โดยรัฐยะไข่พบผู้ติดเชื้อสูงสุดจำนวนเกือบ 500 คน

3. เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2020 มีการล็อกดาวน์รัฐยะไข่ หรือรัฐอาระกัน ซึ่งเป็นรัฐที่มีความขัดแย้งรุนแรงทางเชื้อชาติทั้งชาวท้องถิ่นยะไข่และชาวโรฮิงญา โดยรัฐบาลเมียนมาประกาศเพิ่มพื้นที่ล็อกดาวน์ไปทั่วทั้งรัฐในช่วงดึกของวันพุธ มีการหยุดการเคลื่อนไหวของประชาชนมากกว่าสามล้านคน เนื่องจากจำนวนผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนาเพิ่มสูงขึ้นเรื่อย ๆ

4. ยะไข่เป็นหนึ่งในรัฐที่ยากจนที่สุดในเมียนมา โดยมีสถานพยาบาลต่ำกว่ามาตรฐานและขาดการเข้าถึงการศึกษาในพื้นที่ห่างไกลบางแห่ง นอกจากนี้ยังเป็นถิ่นอาศัยของชาวมุสลิมโรฮิงญาราว 130,000 คนที่เป็นปัญหาคาราคาซังของเมียนมา และยังมีกลุ่มแบ่งแยกดินแดนหลายกลุ่ม ไม่ว่าจะเป็น กองทัพปลดแอกอาระกัน (ALA – หยุดยิงแล้ว) กองทัพอาระกัน (AA) และกองทัพปลดแอกโรฮิงญา (ARSA)

5. อย่างไรก็ตามหัวหน้ากองทัพอาระกัน (AA) กล่าวหารัฐบาลเมียนมาว่าใช้ประโยชน์จากกรณีการแพร่ระบาดของโคโรนาไวรัส เพื่อขยายขอบเขตปฏิบัติการทางทหาร และจำกัดการเดินทางในรัฐยะไข่ ทำให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อนมากขึ้น โดยมีคำสั่งให้หัวหน้าครอบครัวเท่านั้นที่ออกจากเคหสถานได้เพื่อหาซื้อสิ่งของจำเป็น 

6. พลตรีตะวัน มรัต ไนง์ โญ ตะวัน ออง แห่งกองทัพอาระกัน (AA) กล่าวว่ารัฐบาลมียนมาที่ได้ใช้ประโยชน์จากวิกฤตโควิด-19 เพื่อเพิ่มกำลังทหารให้มากขึ้นในพื้นที่ที่มีความขัดแย้ง และพลเรือนกำลังถูกควบคุมตัวโดยพลการ ถูกทรมาน และสังหารท่ามกลางการแพร่ระบาดของโควิด-19 

7. กองกำลังทหารพม่าและกลุ่ม AA ต่อสู้กันมายาวนานถึง 21 เดือนแล้วในรัฐยะไข่ ซึ่งกองกำลังกบฏกำลังต่อสู้เพื่อเอกราชของชาวยะไข่ ในขณะที่รัฐบาลเมียนมาตีตราว่ากลุ่ม AA เป็นกลุ่มที่ผิดกฎหมายและเป็นกลุ่มผู้ก่อการร้าย นอกจากนี้นัฐบาลยังตัดสัญญาณอินเทอร์เน็ตในพื้นที่ความขัดแย้ง 9 เมืองตั้งแต่เดือนกรกฎาคม เพิ่งจะปล่อยให้มีสัญญาณ 2G ใช้เมื่อต้นเดือนสิงหาคม

8. พลตรีตะวัน มรัต ไนง์ โญ ตะวัน ออง กล่าวว่า “เรายอมรับ (การล็อคดาวน์) ได้หากมีสาเหตุเพราะการระบาดของโรคโควิด-19 แต่กองทัพเมียนมาได้เคลื่อนกำลังทหารจำนวนมหาศาลทั้งเครื่องบินรบและเรือรบ” โดยกองทัพทหารเมียนมากว่า 600 นายเข้าสู่รัฐยะไข่ในวันพุธผ่านเทือกเขาอาระกัน

9. เขายังตั้งข้อสังเกตว่าในช่วงกลางเดือนสิงหาคมชาวบ้านหลายคนได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิตจากการยิงปืนใหญ่โดยทหารเมียนมาร์ในเขตเมืองยะเตต่อง ขณะที่คนอื่น ๆ ถูกยิงในเขตเมืองเจาตอ และเมืองปุณณาจูน

10. กลุ่ม AA และกองทัพชาติพันธุ์อื่น ๆ อีก 2 กลุ่ม ได้แก่ กองทัพปลดปล่อยแห่งชาติตะอั้ง (TNLA) และกองทัพพันธมิตรประชาธิปไตยแห่งชาติเมียนมาร์ (MNDAA) ประกาศตั้งพันธมิตรภรารดรภาพ (Brotherhood Alliance) และกล่าวเมื่อวันที่ 2 กันยายนว่าพวกเขาจะหยุดยิงชั่วคราวจนถึงเดือนพฤศจิกายนเพื่อสนับสนุนการสร้างสันติภาพและเปิดโอกาสให้ประชาชนสามารถไปลงคะแนนเลือกตั้งทั่วไป

11. ทว่า ณ วันที่ 8 กันยายน พ.ศ. 2563 การรุกของกองทัพพม่าในรัฐอาระกันตอนเหนือยังคงปฏิบัติการทางการทหารต่อไปแถมยังรุนแรงมากขึ้นกว่าเดิมอีกในพื้นที่เคลื่อนไหวของ AA แม้ว่ากลุ่มพันธมิตรชนกลุ่มน้อยจะประกาศหยุดยิงเพื่อสนับสนุนการเลือกตั้งก็ตาม

12. นอกจากนี้ ยังมีข้อสังเกตว่ากองกำลังเมียนมาได้ดำเนินการหยุดยิงชั่วคราวในพื้นที่อื่นๆ แต่กลับไม่รวมรัฐยะไข่เข้าไปด้วย ทำให้น่าสงสัยในเจตนาว่าเหตุใดกองทัพเมียนมาจึงไม่หยุดปฏิบัติในยะไข่ ทั้งๆ ที่ยอมหยุดยิงที่อื่น และยะไข่เองก็ยังมีปัญหาการระบาดของโควิด-19 อย่างหนักอีกด้วย 

Photo by AFP

“TikTok” ประกาศร่วมต่อต้าน “Hate Speech” #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/632514

วันที่ 08 ก.ย. 2563 เวลา 20:01 น."TikTok" ประกาศร่วมต่อต้าน "Hate Speech"“TikTok” แอพพลิเคชั่นวิดีโอสั้นยอดฮิตประกาศปฏิบัติตามหลักจรรยาบรรณว่าด้วยการต่อต้านคำพูดสร้างความเกลียดชังของยุโรป

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ติ๊กต็อก (TikTok) แอพพลิเคชันวิดีโอสั้นยอดนิยมของจีน ได้ประกาศที่จะปฏิบัติตามหลักจรรยาบรรณว่าด้วยการต่อต้านคำพูดสร้างความเกลียดชัง (Hate Speech) ของยุโรป

เวรา จูโรวา รองประธานคณะกรรมาธิการด้านค่านิยมและความโปร่งใสของสหภาพยุโรป (EU) เปิดเผยว่า การได้ติ๊กต็อกเข้ามาร่วมกลุ่ม ซึ่งปัจจุบันมีสมาชิกอย่าง เฟซบุ๊ก ไมโครซอฟท์ ทวิตเตอร์ ยูทูบ และสแนปแชทอยู่นั้น ถือเป็นก้าวที่สำคัญ รวมทั้งคาดว่า ติ๊กต็อกจะไม่เพียงปฏิบัติตามหลักจรรยาบรรณเท่านั้น แต่ยังต้องเคารพกฎหมายยุโรปอย่างเต็มที่เมื่อดำเนินธุรกิจในยุโรปด้วย

ขณะที่ คอร์แม็ค คีแนน หัวหน้าฝ่ายความปลอดภัยของติ๊กต็อก ประจำภูมิภาคยุโรป ตะวันออกกลางและแอฟริกา กล่าวว่า “เป้าหมายสูงสุดของ[ibKymคือการกำจัดความเกลียดชังบนติ๊กต็อก ซึ่งเราตระหนักดีว่าสิ่งนี้อาจดูเหมือนเป็นความท้าทายที่ยากลำบาก เนื่องจากโลกกำลังเปลี่ยนขั้วอำนาจมากขึ้น แต่เราเชื่อว่าสิ่งนี้ไม่ควรหยุดยั้งความพยายามของเรา

ทั้งนี้ คณะกรรมาธิการยุโรปได้กำหนดแนวปฏิบัติทางจรรยาบรรณเมื่อเดือนพฤษภาคม 2559 โดยให้บริษัทเทคโนโลยีร่วมมือกับองค์กรภาคประชาสังคมและหน่วยงานสาธารณะเพื่อกำจัดคำพูดที่สร้างความเกลียดชังทางออนไลน์

เงินหยวนจะเป็นสกุลเงินอันดับ3ของโลกในอีกสิบปี #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/632461

วันที่ 08 ก.ย. 2563 เวลา 19:06 น.เงินหยวนจะเป็นสกุลเงินอันดับ3ของโลกในอีกสิบปีสงครามการค้าระหว่างสหรัฐกับจีนจะบีบให้จีนต้องหันมาใช้เงินหยวนมากขึ้นพร้อมๆ กับที่นักลงทุนแห่เข้าตลาดจีนที่เสรีขึ้น

นักวิเคราะห์ของ Morgan Stanley เปิดเผยว่า ภายในปี 2030 เงินหยวนของจีนจะกลายเป็นสกุลเงินที่ทรงอิทธิพลที่สุดอันดับที่ 3 ของโลก รองจากเงินเหรียญสหรัฐและเงินยูโร เนื่องจากจีนเปิดตลาดการเงินกว้างขึ้นและยังลดการพึ่งพาเงินเหรียญสหรัฐลงอย่างต่อเนื่อง

รายงานที่เปิดเผยผ่าน SCMP เผยว่าเงินหยวนอาจมีสัดส่วนระหว่าง 5% – 10% ของสินทรัพย์สำรองอัตราแลกเปลี่ยนทั่วโลกภายในปี 2030 ซึ่งเพิ่มขึ้นอย่างมากจาก 2.02% ตามรายงานโดยกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) เมื่อปลายเดือนมีนาคม 2020

หากเงินหยวนมีสัดส่วนเพิ่มขึ้นขนาดนั้นตามคาดการณ์ ก็จะมีอิทธิพลสูงกว่าเงินเยนของญี่ปุ่นและปอนด์อังกฤษ ทำให้เงินหยวนเป็นสกุลเงินที่ได้รับการยอมรับมากที่สุดเป็นอันดับสามรองจากเงินเหรียญสหรัฐและยูโร

Morgan Stanley ยังคาดว่านักลงทุนทั่วโลกจะแห่กันไปซื้อสินทรัพย์ทางการเงินที่อิงกับสกุลเงินหยวนและมูลค่าการลงทุนในพอร์ตโฟลิโออาจสูงถึง 3 ล้านล้านเหรียญสหรัฐภายในปี 2030

หนึ่งในสาเหตุสำคัญคือความตึงเครียดที่เพิ่มขึ้นระหว่างจีนและสหรัฐจะผลักดันให้จีนต้องหันมาใช้เงินหยวนในการทำธุรกรรมระหว่างประเทศมากขึ้น ดังที่ก่อนหน้าหน้าโพสต์ทูเดย์รายงานว่ารัสเซียกับจีนหันมาลดการใช้เงินเหรียญสหรัฐในการทำธุรกรรม

AFP PHOTO / FRED DUFOUR

สีจิ้นผิงลั่น จีนผ่านบททดสอบสู้โควิดสำเร็จ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/632481

วันที่ 08 ก.ย. 2563 เวลา 17:09 น.สีจิ้นผิงลั่น จีนผ่านบททดสอบสู้โควิดสำเร็จประธานาธิบดีจีนมอบเหรียญเกียรติยศให้กับผู้เชี่ยวชาญด้านการแพทย์ในสมรภูมิสงครามประชาชนสู้โควิด

ประธานาธิบดีสีจิ้นผิงกล่าวในวันอังคารในพิธีมอบรางวัลนักรบชุดขาวที่ช่วยให้ประเทศจีนสามารถควบคุมการระบาดของโรคโควิด-19 ได้สำเร็จ

สีจิ้นผิงมอบเหรียญทองเกียรติยศเพื่อเชิดชูเกียรติให้กับ “ฮีโร่” สี่คนจากวงการแพทย์โดยมีสักขีพยานเป็นผู้แทนทางการเมืองหลายร้อยคน ที่มหาศาลาประชาชนที่กรุงปักกิ่ง

ผู้ได้รับรางวัลทั้ง 4 คน หนึ่งในนั้นคือ จงหนานซานวัย 83 ปีซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์ที่มีชื่อเสียงที่สุดของประเทศ ซึ่งเป็นนักรบชุดขาวคนสำคัญของจีนในต่อสู้กับโรคระบาด ในการนี้สีจิ้นผิงได้มีสุนทรพจน์ประกาศความสำเร็จด้วย

“เราได้ผ่านการทดสอบที่ไม่ธรรมดาและสร้างประวัติศาสตร์” สีจิ้นผิง กล่าวพร้อมกับยกย่องประเทศจีนที่ “ต่อสู้อย่างกล้าหาญ” กับโรคร้าย

“เราประสบความสำเร็จอย่างรวดเร็วในช่วงแรกในการทำสงครามประชาชนต่อต้านโควิด -19 เราเป็นผู้นำโลกในการฟื้นฟูเศรษฐกิจและต่อสู้กับโควิด -19”

จีนถูกนานาชาติเพ่งเล็งจากทั่วโลกเกี่ยวกับการตอบสนองต่อการระบาดของไวรัส โดยสหรัฐและออสเตรเลียเป็นประเทศแกนนำที่กล่าวหารัฐบาลจีนว่าปกปิดต้นกำเนิดและรพดับความรุนแรงของไวรัส

ทั้งนี้ นายแพทย์จงหนานซานกล่าวว่า “เราจะจับมือกับ … บุคลากรทางการแพทย์ของโลกเพื่อต่อสู้ต่อกับการสืบหาต้นกำเนิดของไวรัสต่อไป”

ที่ผ่านมารัฐบาลจีนยืนยันแหล่งที่มาของไวรัสว่าพบครั้งแรกในเมืองอู่ฮั่นเมื่อปลายปีที่แล้ว แต่ยังไม่ทราบแน่ชัดว่าไวรัสมาจากที่ไหน

Photo by NICOLAS ASFOURI / AFP

แพทย์สหรัฐเตือน “เดือนธ.ค.” อากาศหนาวอาจทำโควิดระบาดหนัก #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/632482

วันที่ 08 ก.ย. 2563 เวลา 15:18 น.แพทย์สหรัฐเตือน "เดือนธ.ค." อากาศหนาวอาจทำโควิดระบาดหนักแพทย์สหรัฐเตือนเดือนธันวาคมปีนี้อาจกลายเป็น “เดือนมรณะ” ที่มีผู้ติดเชื้อโควิดพุ่ง เนื่องจากเป็นฤดูหนาวทำให้ไวรัสแพร่กระจายได้ดี แนะควรป้องกันเข้มทั้ง สวมหน้ากากอนามัย เว้นระยะห่างทางสังคม

สถาบัน Institute for Health Metrics and Evaluation (IHME) ของ วิทยาลัยการแพทย์ มหาวิทยาลัยวอชิงตัน ได้คาดการณ์ว่า จากสถานการณ์แพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 จะทำให้ “เดือนธันวาคม” กลายเป็น “เดือนมรณะ” หรือที่เรียกว่า “Deadly December” เนื่องจากซีกโลกเหนือจะเข้าสู่ฤดูหนาว ส่งผลให้เชื้อไวรัสโควิดแพร่กระจายได้เป็นอย่างดี

ดร.คริสโตเฟอร์ เมอร์เรย์ ผู้อำนวยการสถาบัน IHME เปิดเผยว่า ไวรัสโควิด-19 จะแพร่กระจายได้ดีในสภาพอากาศหนาวเย็น เหมือนกับโรคปอดบวม เป็นเหตุให้เดือนธ.ค. เป็นเดือนที่ต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การสวมหน้ากากอนามัย การรักษาระยะห่างทางสังคม และจำกัดการรวมตัวพบปะสังสรรค์ ซึ่งเป็นมาตรการสำคัญที่จะช่วยยับยั้งการระบาดของไวรัส

ดร.เมอร์เรย์ ยังเตือนไม่ให้ใช้ยุทธศาสตร์ที่เรียกว่า “ภูมิคุ้มกันหมู่” (herd immunity) ซึ่งหมายถึงภูมิคุ้มกันต่อไวรัสในกลุ่มประชาชนที่เกิดขึ้นหลังจากประชากรจำนวนมากติดเชื้อและหายจากโรคแล้ว เนื่องจากเป็นการปล่อยให้ผู้คนจำนวนมากตกอยู่ในความเสี่ยงที่จะเสียชีวิตทั้งที่สามารถหลีกเลี่ยงได้

สำหรับตัวเลขคาดการณ์ยอดผู้เสียชีวิตนั้น จากข้อสันนิษฐานว่า ประชาชนป้องกันตัวเองด้วยการสวมหน้ากากอนามัยและมาตรการรับมืออื่น ๆ ยังคงเป็นเหมือนเดิม คาดว่าจะมียอดผู้เสียชีวิตโดยรวมอยู่ที่ราว 2.8 ล้านคน ณ วันที่ 1 ม.ค. 2564

ขณะที่ 10 ประเทศที่คาดว่าจะมียอดผู้เสียชีวิตรวมสูงสุด ณ วันที่ 1 ม.ค. 2564 ได้แก่ อินเดีย สหรัฐ บราซิล เม็กซิโก ญี่ปุ่น รัสเซีย ฝรั่งเศส สหราชอาณาจักร สเปน และฟิลิปปินส์

ฮ่องกงชู 3 นิ้ว ถือป้ายหนุนประท้วงในไทย #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/632475

วันที่ 08 ก.ย. 2563 เวลา 15:07 น.ฮ่องกงชู 3 นิ้ว ถือป้ายหนุนประท้วงในไทยพันธมิตรชานมแสดงพลัง ฮ่องกงประท้วงในบ้านตัวเองแต่ก็ยังอุตส่าห์หนุนประท้วงไทย

เว็บไซต์ข่าวฮ่องกงเผยภาพการกลุ่มผู้ชุมนุมออกมาประท้วงตามท้องถนน เพื่อต่อต้านการเลื่อนการเลือกตั้งสมาชิกสภานิติบัญญัติฮ่องกง ในวันที่ 6 กันยายน ที่ผ่านมา หลังนางแคร์รี หลั่ม ผู้บริหารเขตบริหารพิเศษฮ่องกงประกาศเมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม ให้เลื่อนการเลือกตั้งไปอีก 1 ปี โดยอ้างเหตุผลของสถานการณ์ระบาดของเชื้อโควิด-19 ที่ยังมีผู้ติดเชื้อเพิ่มอีก 21 ราย รวมสะสม 4,879 ราย

ส่งผลให้ชาวฮ่องกงเกิดความไม่พอใจเนื่องจากกลุ่มผู้ประท้วงมองว่าการเลื่อนการเลือกตั้งครั้งนี้อาจเป็นเพราะรัฐบาลฮ่องกงเกรงว่าฝ่ายค้านจะได้ที่นั่งเพิ่มขึ้นในสภา เพราะขณะนี้ฝ่ายค้านได้ครองเสียงข้างมากด้วยแรงสนับสนุนจากประชาชนที่ไม่พอใจในกฎหมายความมั่นคงแห่งชาติ รวมถึงเสรีภาพของชาวฮ่องกงที่ถูกลิดรอนจากอิทธิพลของจีนที่เข้าครอบงำ

HKUST Radio News Reporting Team ปรากฏภาพผู้ชุมนุมชู 3 นิ้ว และป้ายภาษาอังกฤษที่มีความหมายว่า “ต่อสู้เพื่อเสรีภาพ ยืนเคียงข้างฮ่องกง ไทย และเบลารุส”

ทั้งนี้ผู้ประท้วงทั้งในไทย ไต้หวัน และฮ่องกงประกาศตัวเป็นพันธมิตรกันผ่าน #Milkteaalliance หรือ #ชานมข้นกว่าเลือด ซึ่งในระยะหลังกลายเป็นการแสดงจุดยืนร่วมกันเรื่องต่อต้านเผด็จการและเรียกร้องประชาธิปไตย

นอกจากนี้ยังมีภาพผู้ชุมนุมพร้อมใจกันชู 6 นิ้ว ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของการเรียกร้อง 5 ข้อ และจะไม่ยอมผ่อนปรนแม้แต่ข้อเดียว จะเห็นได้ว่าการประท้วงในฮ่องกงมีการใช้สัญลักษณ์ใกล้เคียงกับประเทศไทยแต่ในระยะหลังการชุมนุมที่ฮ่องกงถูกปราบปราบอย่างรุนแรงมากขึ้น ซึ่งในไทยยังไม่มีความรุนแรงเทียบเท่ากับฮ่องกง

มู่หลานโดนแบนอีกแล้ว เหตุขอบคุณซินเจียง #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/632456

วันที่ 08 ก.ย. 2563 เวลา 13:08 น.มู่หลานโดนแบนอีกแล้ว เหตุขอบคุณซินเจียงแม้ว่าจะโดนแบนไปถึง 2 รอบแต่รายได้ในไทยกลับสวนทาง และรายได้ในระดับโลกก็ค่อนข้างดี

ก่อนหน้านี้ภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์อย่าง “มู่หลาน” (Mulan) ของค่ายดิสนีย์ ถูกคว่ำบาตรในหลายประเทศ จนเกิด #boycottmulan โดยมีสาเหตุมาจากการที่ “หลิวอี้เฟย” นักแสดงนำหญิงที่รับบทมู่หลานเคยแสดงความเห็นสนับสนุนตำรวจฮ่องกงในการปราบปรามกลุ่มผู้ประท้วงเรียกร้องประชาธิปไตยเมื่อปีที่แล้ว

แต่มู่หลานกำลังเจอศึกหนักอีกครั้งเมื่อพบว่าในเครดิตตอนจบของเรื่อง ทีมงานได้กล่าวขอบคุณหน่วยงานของรัฐหลายแห่งในเขตปกครองตนเองซินเจียงรวมถึงหน่วยงานความมั่นคงสาธารณะในเขตทูหลูฟาน และ”ฝ่ายประชาสัมพันธ์ของตณะกรรมการภูมิภาคพรรคคอมมิวนิสต์ เขตปกครองตนเองซินเจียง อุยกูร์ ซึ่งเป็นหน่วยงานความมั่นคงของรัฐบาลในมณฑลซินเจียง

สาเหตุเพราะรัฐบาลซินเจียงถูกกล่าวหาว่าควบคุมตัวชาวอุยกูร์ซึ่งเป็นชาวมุสลิมถึง 1 ล้านคน ทำให้จีนถูกโจมตีจากนานาประเทศว่าละเมิดสิทธิมนุษยชน

ทำให้ตอนนี้มู่หลานถูกโจมตีว่าสนับสนุนการละเมิดสิทธิมนุษยชนทั้งในฮ่องกงและซินเจียง

BBC รายงานว่า ขณะนี้ดิสนีย์ยังไม่ได้แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการใช้สถานที่ถ่ายทำและเครดิตดังกล่าว ในขณะที่รัฐบาลจีนกล่าวว่าค่ายกักกันหรือค่ายปรับปรุงตัวในซินเจียงมีความจำเป็นเพื่อรักษาความมั่นคงในภูมิภาคเท่านั้น

แต่ก็ดูเหมือนกระแสดังกล่าวจะทำอะไรหนังเรื่องนี้ไม่ได้เลย เมื่อ “มู่หลาน” สามารถเก็บรายได้จากการฉายรอบแรกเฉพาะในเขตกรุงเทพและปริมณฑลไปถึง 2 ล้านบาทซึ่งถือเป็นรายได้ที่สูงที่สุดนับตั้งแต่บ้านเราเปิดให้มีการเข้าชมภาพยนตร์ได้หลังการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 ตั้งแต่ช่วงเดือนมีนาคมที่ผ่านมา และในสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาการเข้าฉายในตลาดต่างประเทศทำรายได้ไปได้ถึง 5.9 ล้านเหรียญ เฉพาะในไทยกวาดรายได้ไปถึง 1.2 ล้านเหรียญสหรัฐ 

นอกจากนี้ #boycottmulan ที่เคยเป็นกระแสจนขึ้นอันดับ 1 บนทวิตเตอร์ก็ไม่ได้ติดอันดับ Trending ที่ถูกพูดถึงอีกแล้ว

Photo by FREDERIC J. BROWN / AFP