ดับฝันอาเซียน ท่องเที่ยวสะดุดเพราะโควิดบุกอีก #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/632445

วันที่ 08 ก.ย. 2563 เวลา 11:02 น.ดับฝันอาเซียน ท่องเที่ยวสะดุดเพราะโควิดบุกอีกกรณีการติดเชื้อไวรัสระลอกใหม่ทำให้ความหวังในการฟื้นฟูแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ต้องดับวูบลง

สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า การเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วของกรณีการติดเชื้อโคโรนาไวรัสในเกาะบาหลีของอินโดนีเซียและผู้ติดเชื้อรายแรกของไทยในรอบ 100 วัน ส่งผลต่อความหวังของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในการฟื้นฟูอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวที่สำคัญ

แผนการเปิดเกาะบาหลีสำหรับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติอีกครั้งในเดือนกันยายนถูกเลื่อนออกไปอย่างไม่มีกำหนดในขณะที่ข้อเสนอของไทยในการเปิดเกาะภูเก็ตอย่างระมัดระวังก็ถูกตั้งคำถามอย่างมากถึงความเป็นไปได้

เช่นเดียวกับการพยายามส่งเสริมอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวในประเทศบางประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่กำลังพิจารณาทำ “ฟองสบู่” หรือ Travel bubble ร่วมกับประเทศอื่น ๆ เพื่อให้ธุรกิจท่องเที่ยวเริ่มต้นใหม่อีกครั้งหลังจากซบเซามานาน เรื่องนี้ก็ถูกตั้งคำถามเช่นกันว่าจะเป็นไปได้หรือไม่

ในช่วงแรกบาหลีดูเหมือนจะรับมือกับวิกฤตได้ดีกว่าส่วนอื่นๆ ของอินโดนีเซียซึ่งมีผู้เสียชีวิตมากที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แต่กรณีติดเชื้อในบาหลีได้เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วหลังจากเปิดเกาะรับนักท่องเที่ยวในประเทศเมื่อปลายเดือนกรกฎาคม

“การท่องเที่ยวภายในประเทศที่เพิ่มขึ้นเป็นปัจจัยสำคัญอย่างหนึ่งที่ทำให้ผู้ป่วยในบาหลีเพิ่มขึ้น” ดร. ปันดู ริโอโน นักระบาดวิทยาจากมหาวิทยาลัยอินโดนีเซียกล่าว

ในขณะที่เกตุต สุอาร์จายาหัวหน้าหน่วยงานด้านสาธารณสุขของบาหลีกล่าวว่าไม่ควรตำหนินักท่องเที่ยวในประเทศว่าเป็นเหตุให้กรณีติดเชื้อเพิ่มขึ้น แต่คนอื่นๆ กลับมองว่าประสบการณ์ของบาหลีเป็นการเตือนถึงอันตรายของการเปิดพรมแดนอีกครั้งอย่างเร็วเกินไป

นักระบาดวิทยาและผู้เชี่ยวชาญด้านสาธารณสุขกล่าวว่าการเดินทางมาของนักท่องเที่ยวในบาหลีไม่เพียงแต่ทำให้มีโอกาสที่บาหลีจะติดเชื้อจากส่วนอื่นๆ ของอินโดนีเซียมากขึ้นเท่านั้น แต่ยังตอกย้ำถึงข้อบกพร่องของอินโดนีเซียในการจัดการกับการระบาดของโรค โดยเฉพาะขาดการตรวจเชื้อและการติดตามการสัมผัสกับผู้ติดเชื้อ

ผู้เชี่ยวชาญด้านสาธารณสุขยังกล่าวอีกว่าปัจจัยที่เป็นไปได้อีกประการหนึ่งที่ทำให้บาลีระบาดหนักคือการมาถึงของเชื้อกลายพันธุ์ของไวรัสที่เรียกว่า D614G

บาหลีมีรายงานผู้ติดเชื้อโคโรนาไวรัส 196 รายในวันศุกร์ที่ผ่านมาซึ่งทำลายสถิติสูงสุดเป็นวันที่ 5 ติดต่อกัน เพิ่มขึ้นเกือบสามเท่าโดยเฉลี่ยเทียบกับช่วง 6 สัปดาห์ที่ผ่านมาในขณะที่จำนวนผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นสองเท่าเป็น 116 รายในช่วงเวลาดังกล่าว

เศรษฐกิจของอินโดนีเซียรายไตรมาสหดตัวเป็นครั้งแรกในรอบกว่าสองทศวรรษในช่วงไตรมาสที่สอง โดยเศรษฐกิจของบาหลีหดตัวมากกว่าส่วนอื่นๆ ของประเทศเกือบถึง 11%

ประเทศไทยซึ่งพึ่งพาการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติคิดเป็นกว่า 11% ของ GDP เมื่อปีที่แล้ว ตอนนี้ได้รับผลกระทบหนักยิ่งขึ้นจากการล่มสลายของการท่องเที่ย วแม้ว่าจะจัดการกับโรคระบาดได้ดีขึ้นก็ตาม และเศรษฐกิจยังหดตัวมากที่สุดนับตั้งแต่เกิดวิกฤตการเงินในเอเชียในไตรมาสที่สอง

ประเทศไทยระงับแผนการทำข้อตกลง Travel bubble กับบางประเทศในเดือนสิงหาคมเนื่องจากผู้ติดเชื้อโคโรนารายวันรายใหม่เพิ่มขึ้นในบางส่วนของเอเชีย

นายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กล่าวว่าการเปิดภูเก็ตให้นักท่องเที่ยวต่างชาติอย่างระมัดระวังมีแนวโน้มที่จะล่าช้าออกไปจนกว่าจะถึงวันที่ 1 ตุลาคม

นายยุทธศักดิ์กล่าวกับรอยเตอร์ว่าเขาหวังว่าโครงการนี้จะสามารถทำได้ทันเมื่อถึงช่วงฤดูหนาวของยุโรปซึ่งเป็นช่วงไฮซีวั่นของการท่องเที่ยวของไทย

การท่องเที่ยวในท้องถิ่นของเวียดนามกลับมาเปิดอีกครั้งหลังจากที่สามารถกำจัดไวรัสได้แล้วในตอนแรกก็เกิดความสั่นคลอนเมื่อมีการค้นพบการระบาดใหม่ในเมืองดานัง เมืองตากอากาศของประเทศในเดือนกรกฎาคม ทำให้ทางการต้องล็อคดาวน์อย่างเข้มงวดซึ่งเพิ่งยกเลิกในวันจันทร์ที่ผ่านมา

Photo by Nhac NGUYEN / AFP

“ทรัมป์”ลั่นดันวัคซีนต้านโควิดออกสู่ตลาดภายในต.ค.นี้ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/632432

วันที่ 08 ก.ย. 2563 เวลา 09:53 น."ทรัมป์"ลั่นดันวัคซีนต้านโควิดออกสู่ตลาดภายในต.ค.นี้“โดนัลด์ ทรัมป์” เผยสหรัฐอาจอนุมัติการใช้วัคซีนต้านไวรัสโควิด-19 ในช่วงเดือนต.ค.นี้ ก่อนการเลือกตั้งประธานาธิบดี ด้านเจ้าหน้าที่สาธารณสุขกังวลคนอาจไม่เต็มใจฉีดเพราะเป็นวัคซีนหาเสียง

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ ได้กล่าวระหว่างแถลงข่าวที่ทำเนียบขาวเมื่อวันที่ 7 ก.ย.63 ตามเวลาท้องถิ่นสหรัฐ ว่า สหรัฐอาจอนุมัติวัคซีนต้านไวรัสโควิด-19 ในเดือนต.ค.นี้ ก่อนการเลือกตั้งประธานาธิบดีในเดือนพ.ย.63

ประธานาธิบดีสหรัฐ ได้ยืนยันว่า “วัคซีนจะมีความปลอดภัย และมีประสิทธิภาพอย่างมาก และจะมีการวางจำหน่ายในไม่ช้านี้”

รายงานข่าวระบุว่า เจ้าหน้าที่ด้านสาธารณสุขและนักวิทยาศาสตร์หลายคนได้แสดงความกังวลว่าสำนักงานอาหารและยาของสหรัฐ (FDA) กำลังเผชิญแรงกดดันจากทำเนียบขาว ให้ทำการอนุมัติวัคซีนก่อนการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐในวันที่ 3 พ.ย.63

ขณะที่ชาวอเมริกันอาจไม่เต็มใจที่จะฉีดวัคซีนหากเชื่อว่า วัคซีนถูกเร่งเข้าสู่ตลาดจากการรณรงค์หาเสียงเลือกตั้ง

ทั้งนี้ สหรัฐยังคงเป็นประเทศที่มีจำนวนผู้ติดเชื้อและผู้เสียชีวิตจากโควิด-19 มากที่สุดในโลก โดยมีผู้ติดเชื้อจำนวน 6,276,421 ราย และผู้เสียชีวิตจำนวน 188,941 ราย

“WHO”เตือนทั่วโลกเตรียมพร้อมรับมือโควิดระบาดรอบใหม่ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/632427

วันที่ 08 ก.ย. 2563 เวลา 08:59 น."WHO"เตือนทั่วโลกเตรียมพร้อมรับมือโควิดระบาดรอบใหม่ผู้อำนวยการใหญ่ขององค์การอนามัยโลก เตือนทั่วโลกเตรียมพร้อมรับมือการระบาดของโควิดรอบใหม่ แนะเพิ่มการลงทุนด้านสาธารณสุข คาดการใช้วัคซีนในวงกว้างอาจต้องรอถึงกลางปี64

นายแพทย์ทีโดรส อัดฮานอม กีบรีเยซุส ผู้อำนวยการใหญ่ขององค์การอนามัยโลก (WHO) ได้ออกมาเตือนให้ประเทศต่างๆทั่วโลกเตรียมความพร้อมสำหรับการแพร่ระบาดรอบใหม่ของไวรัสโควิด-19 พร้อมกับเรียกร้องให้ประเทศต่างๆ ลงทุนด้านสาธารณสุขเพิ่มขึ้นเพื่อรับมือ

“สิ่งที่เกิดขึ้นในขณะนี้ยังไม่ใช่การแพร่ระบาดครั้งสุดท้าย เพราะประวัติศาสตร์สอนเราว่า การแพร่ระบาดเป็นเรื่องธรรมดาของชีวิต แต่เมื่อการแพร่ระบาดครั้งใหม่เกิดขึ้น ทั่วโลกจะเตรียมตัวให้พร้อม และต้องเป็นความพร้อมที่ดีกว่าในปัจจุบัน”ผู้อำนวยการใหญ่ขององค์การอนามัยโลก กล่าวระหว่างให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวที่กรุงเจนีวา

รายงานข่าวระบุว่า องค์การอนามัยโลก คาดการณ์ว่า การใช้วัคซีนโควิด-19 ในวงกว้างอาจต้องรอไปจนถึงกลางปี 2564 พร้อมเน้นย้ำความสำคัญของการตรวจสอบประสิทธิภาพและความปลอดภัยของวัคซีนอย่างเข้มงวด

ด้าน มาร์กาเรต แฮร์ริส โฆษกองค์การอนามัยโลก เปิดเผยว่า จนถึงขณะนี้ยังไม่มีวัคซีนในการทดลองทางคลินิกตัวใดที่แสดง “สัญญาณชัดเจน” ว่ามีประสิทธิภาพในระดับอย่างน้อย 50% อย่างที่ WHO มุ่งหวังไว้

“การทดลองวัคซีนในระยะที่ 3 ในมนุษย์จำนวนมาก ต้องใช้เวลานานขึ้น เพราะเราต้องการที่จะดูว่าวัคซีนสามารถป้องกันได้อย่างไร รวมถึงดูว่าวัคซีนปลอดภัยหรือไม่”โฆษกองค์การอนามัยโลกกล่าว

อินเดียแซงบราซิล มีผู้ติดเชื้อโควิดมากเป็นอันดับ2โลก #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/632414

วันที่ 07 ก.ย. 2563 เวลา 20:19 น.อินเดียแซงบราซิล มีผู้ติดเชื้อโควิดมากเป็นอันดับ2โลกอินเดียกลายเป็นประเทศที่มีผู้ติดเชื้อโควิด-19 มากเป็นอันดับ2 ของโลก แซงหน้าบราซิล หลังยอดผู้ป่วยสะสมเพิ่มขึ้นเป็นกว่า 4.2 ล้านราย

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ประเทศอินเดียได้กลายเป็นประเทศที่มีจำนวนผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19มากเป็นอันดับ 2 ของโลก แซงหน้าบราซิลแล้ว หลังจากมียอดผู้ติดเชื้อสะสม เพิ่มขึ้นเป็น 4,204,613 ราย ขณะที่ บราซิลมีจำนวนผู้ติดเชื้ออยู่ที่ 4,137,521 ราย

กระทรวงสาธารณสุขอินเดียรายงานว่า ในรอบ 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา อินเดียพบผู้ติดเชื้อโควิด-19 เพิ่มอีก 90,802 ราย และพบผู้เสียชีวิตจากโควิด-19 เพิ่มอีก 1,016 ราย ส่งผลให้ยอดรวมผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นเป็น 71,642 ราย

ในช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา อินเดียได้เร่งเพิ่มการตรวจหาเชื้อ ซึ่งเป็นสาเหตุให้พบผู้ติดเชื้อรายใหม่พุ่งสูงขึ้นทุกวัน โดยข้อมูลลจากสภาวิจัยทางการแพทย์แห่งอินเดีย (ICMR) ระบุว่า นับจนถึงวันอาทิตย์ที่ 6 ก.ย. อินเดียได้ตรวจหาเชื้อโควิด-19 ให้กับประชาชนทั่วประเทศไปแล้ว 49,551,507 ราย และเฉพาะวันอาทิตย์เพียงวันเดียวนั้น มีผู้เข้ารับการตรวจหาเชื้อจำนวน 720,362 ราย

แฉนาโตหันมาซ้อมยิงขีปนาวุธ เตรียมถล่มรัสเซีย #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/632408

วันที่ 07 ก.ย. 2563 เวลา 18:44 น.แฉนาโตหันมาซ้อมยิงขีปนาวุธ เตรียมถล่มรัสเซียรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมรัสเซียเผยว่าเขาสังเกตเห็นความเคลื่อนไหวในเชิงรุกกับรัสเซียมากขึ้นหลายสิบเท่าตัวในช่วงเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา

สำนักข่าว RT ของรัสเซียอ้างคำกล่าวของเซอร์เก ชอยกู รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมรัสเซียที่เปิดเผยเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมาในรายการโทรทัศน์แห่งชาติว่า ในเวลานี้กองกำลังทางอากาศของกลุ่มทหารนาโต (NATO) ที่นำโดยสหรัฐไม่เพียงแต่เสริมกำลังคอยเฝ้าระวังตามแนวพรมแดนของรัสเซียเท่านั้น แต่ตอนนี้ยังซ้อมการโจมตีรัสเซียอีกด้วย

ชอยกูกล่าวว่าเขาสังเกตพบว่ามีการเสริมกำลังตามแนวชายแดนรัสเซียและยังมีการซ้อมรบทางอากาศตามแนวชายแดนรัสเซียรวมถึงการป้องกันกาณโจมตีทางอากาศด้วย โดยเมื่อเดือนที่แล้วกิจกรรมในทำนองดังกล่าวเพิ่มขึ้นประมาณ 30% เมื่อเทียบกับเดือนสิงหาคม 2019

นอกจากนี้เครื่องบินของนาโตยังซ้อมทำการโจมตีทางอากาศอย่างหนักหน่วงขึ้นและยังทำการยิงขีปนาวุธจำลองเพื่อซ้อมยิงเป้าหมายภายในรัสเซียเป็นประจำ

“สิ่งที่น่าตกใจที่สุดก็คือ ก่อนหน้านี้มีแต่เครื่องบินลาดตระเวนเป็นหลักและบินไม่บ่อยนัก แต่ตอนนี้พวกเขาได้เริ่มเที่ยวบินฝึกซ้อมเป็นประจำโดยใช้เครื่องบินจำนวนมากพร้อมๆ กับที่มีการโจมตีด้วยขีปนาวุธจำลอง” ชอยกูระบุ

RT รายงานว่าในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมาเครื่องบินของรัสเซียและนาโตเผชิญหน้ากับหลายครั้งในบริเวณใกล้เคียงกับพรมแดนของรัสเซีย ล่าสุดเกิดขึ้นเมื่อวันศุกร์เมื่อเครื่องบินทิ้งระเบิดยุทธศาสตร์ B-52H ของกองทัพอากาศสหรัฐที่สามารถติดตั้งและใช้งานนิวเคลียร์ได้จำนวน 3 ลำได้โฉบเข้าใกล้ชายแดนของรัสเซียผ่านน่านฟ้าของยูเครน แต่ถูกสกัดกั้นโดยเครื่องบินขับไล่ของรัสเซีย 8 ลำและเตือนให้บินห่างจากชายแดน

Photo by Mario GOLDMAN / AFP

ภาพสะเทือนใจ ทหารยิวคุกเข่ากดคอผู้เฒ่าชาวปาเลสไตน์ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/632385

วันที่ 07 ก.ย. 2563 เวลา 16:37 น.ภาพสะเทือนใจ ทหารยิวคุกเข่ากดคอผู้เฒ่าชาวปาเลสไตน์ภาพนี้ทำให้ชาวปาเลสไตน์ไม่พอใจการกระทำของทหารอิสราเอลและเกิดแฮชแท็กประท้วงในโลกโซเชียล

ภาพของทหารอิสราเอลที่ใช้เข่ากดคอผู้ประท้วงชาวปาเลสไตน์ลงกับพื้นทำให้เกิดความไม่พอใจไปทั่ว โดยผู้ประท้วงชื่อไครี ฮานูนซึ่งชายในช่วงอายุ 60 ปีปลายๆ เข้าร่วมในการเดินขบวนเมื่อวันอังคารที่ 1 กันยายนใกล้กับเมืองทุลคาร์มทางตอนเหนือของเวสต์แบงก์ เพื่อต่อต้านการเคลื่อนไหวเพื่อขยายการตั้งถิ่นฐานของอิสราเอลที่อยู่ใกล้เคียง

ในภาพวิดีโอฮานูนดูเหมือนจะไปแตะตัวทหารอิสราเอลก่อน หลังจากนั้นเขาก็ถูกผลักเขาลงไปที่พื้นโดยทหารอิสราเอลใช้เข่ามากดคอเขาแล้วมัดมือด้วยสายรัดพลาสติก

หลังจากนั้นมีการเผยแพร่ภาพตัดต่อของเหตุการณ์ดังกล่าวเผยแพร่ทางโซเชียลมีเดียและช่องโทรทัศน์ของปาเลสไตน์ ทำให้หลายคนโพสต์คลิปพร้อมแฮชแท็ก #PalestinianLivesMatter

ชาวปาเลสไตน์เปรียบเทียบภาพดังกล่าวกับกรณีของจอร์จ ฟลอยด์ ชาวแอฟริกันอเมริกันที่ถูกสังหารโดยตำรวจคุกเข่ากอดคอของเขา

ซาเอ็บ เอรากัต เลขาธิการองค์การปลดปล่อยปาเลสไตน์เขียนบนทวิตเตอร์เกี่ยวกับภาพๆ นี้แล้วประณามอิสราเอลว่ากระทำการก้าวร้าวรุนแรง

กลุ่มขบวนการอิสลามิสต์ฮามาสซึ่งมีอิทธิพลในฉนวนกาซากล่าวว่า การกระทำดังกล่าวเป็นสาเหตุหลักของความตึงเครียดในภูมิภาค

อย่างไรก็ตามกองทัพของอิสราเอลกล่าวว่าภาพดังกล่าวถูกตัดต่อโดยตัดเอาการกระทำรุนแรงของอีกฝ่ายออกไป ไม่ได้แสดงให้เห็นถึงการใช้ความรุนแรงต่อกองทหาร IDF (อิสราเอล) ที่เกิดขึ้นก่อนที่จะเดการควบคุมตัวชายชรา

กองทัพของอิสราเอลกล่าวว่า ชาวปาเลสไตน์ผู้ก่อเหตุได้ผลักทหารหลายครั้ง และทหารอิสราเอลแสดงความยับยั้งชั่งใจ แต่ถูกชายดังกล่าวทำร้ายพวกเขาซ้ำแล้วซ้ำเล่า

นอกจากนี้ หลังจากจับกุมชายดังกล่าวแล้วทหารอิสราเอลยังช่วยพยาบาลเขาด้วยซ้ำ

Photo by JAAFAR ASHTIYEH / AFP

แคลิฟอร์เนียประกาศภาวะฉุกเฉิน ไฟป่าลามยิ่งกว่านรกบนดิน #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/632390

วันที่ 07 ก.ย. 2563 เวลา 14:46 น.แคลิฟอร์เนียประกาศภาวะฉุกเฉิน ไฟป่าลามยิ่งกว่านรกบนดินผู้ว่าการรัฐแคลิฟอร์เนียประกาศภาวะฉุกเฉินใน 5 เขตเนื่องจากไฟไหม้ป่ารุนแรงไม่หยุด

เกวิน นิวซัม ผู้ว่าการรัฐแคลิฟอร์เนียประกาศภาวะฉุกเฉินใน 5 เขตเมื่อวันอาทิตย์ที่ 6 กันยายนตามเวลาท้องถิ่นเนื่องจากไฟป่ายังทวีความรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ จนทำให้แคลิฟอร์เนียเป็นทะเลเพลิงราวกับนรกบนดิน ล่าสุดยังพบว่าไฟป่าจุดหนึ่งเกิดจากความเลินเล่อของมนุษย์

คำประกาศดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากเกิดไฟป่าครีก (แคลิฟอร์เนียจะตั้งชื่อไฟป่าในจุดต่างๆ) ซึ่งเริ่มต้นในคืนวันศุกร์และขยายตัวอย่างรวดเร็วจนเผาผลาญพื้นที่ 45,000 เอเคอร์ ทำให้ต้องให้อพยพประชาชนและปิดถนนในพื้นที่เฟรสโนทางตอนกลางของแคลิฟอร์เนีย

ทางการต้องส่งเฮลิคอปเตอร์อพยพผู้คนกว่า 200 คนไปยังที่ปลอดภัยตลอดทั้งคืนหลังจากไฟป่าที่เคลื่อนตัวอย่างรวดเร็วตัดเส้นทางถนนสายเดียวที่เชื่อมต่อกับอ่างเก็บน้ำแมมมอธพูลซึ่งเป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจยอดนิยมในป่าสงวนแห่งชาติเซียร์ราของแคลิฟอร์เนีย

ในช่วงสามสัปดาห์ที่ผ่านมา ไฟป่าที่เกิดขึ้นทั่วทั้งรัฐทำให้มีผู้เสียชีวิตแล้ว 8 คนและอาคารกว่า 3,300 แห่งถูกทำลาย

ล่าสุด หน่วยดับเพลิงแคลิฟอร์เนียเปิดเผยว่า ไฟป่าเอลโดราโดซึ่งกำลังลุกไหม้ใกล้โอ๊คเกลนในซานเบอร์นาดิโนเคาน์ตี้มีสาเหตุมาจากอุปกรณ์ทำดอกไม้ไฟซึ่งใช้ในงานปาร์ตี้ที่เปิดเผยเพศของทารก ซึ่งเป็นงานที่ชาวอเมริกันจะจัดขึ้นเพื่อประกาศว่าลูกในท้องเป็นเพศหญิงหรือเพศชาย ซึ่งบางครั้งจะมีการประกาศด้วยดอกไม้ไฟควันสีชมพูหรือสีฟ้าเพื่อบอกเพศด้วยสีควัน

หน่วยดับเพลิงแคลิฟอร์เนียประกาศว่าผู้ที่ทำให้เกิดไฟป่าจากความประมาทหรือกิจกรรมที่ผิดกฎหมายจะต้องรับผิดตามกฎหมายอาญาและต้องรับผิดชอบความเสียหายเป็นตัวเงิน

Photo by SANDY HUFFAKER / AFP

เหล้าจากพระเจ้า เนปาลดื่มเมรัยจากเทวรูปพระไภรวะ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/632350

วันที่ 07 ก.ย. 2563 เวลา 12:26 น.เหล้าจากพระเจ้า เนปาลดื่มเมรัยจากเทวรูปพระไภรวะชาวเนปาลพากันไปดื่มสุราที่ต่อท่อยื่นมาจากพระโอษฐ์ของเศียรของพระเศวตไภราวะ (หรือเศวตไภรพ) ในจัตุรัสกาฐมาณฑุดูร์บาร์ กรุงกาฏมาณฑุ ในช่วงเทศกาลอินทรชาตรา ซึ่งจัดขึ้นเป็นวันสุดท้ายเมื่อวันที่ 6 กันยายน

เทศกาลอินทรชาตราหรือเยนยาในปีนี้จัดขึ้นตั้งแต่วันที่ 1 – 6 กันยายน มีขบวนแห่กุมารีและราชรถของเทพเจ้า เดิมนั้นมีขึ้นเพื่อรำลึกถึงการสถปานากรุงกาฏมาณฑุ หนึ่งในพิธีการสำคัญคือการนำเศียรของพระไภราวะไปประดิษฐานตามจุดต่างๆ ของเมือง

ทั้งนี้ พระไภรวะเป็นปางดุร้ายของพระอิศวร เชื่อกันว่าทรงแสดงความดุร้ายเพื่อให้สาวกได้รับการปกป้องจากภยันตรายต่างๆ โดยเศวตไภราวะมีผิวกายเป็นสีขาว

ก่อนปี 2015 ผู้หญิงไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าร่วมขบวนแห่หรือดื่มเมรัยที่ทำจากข้าวหมักจากพระโอษฐ์ของเศวตไภราวะ แต่ปัจจุบันผู้หญิงสามารถร่วมพิธีนี้ได้ดังที่จะเห็นได้จากภาพข่าวนี้

Photo by PRAKASH MATHEMA / AFP

บริษัทจีนเริ่มส่งรถไฟที่มีเทคโนโลยีขับเคลื่อนอัตโนมัติให้ไทย #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/632376

วันที่ 07 ก.ย. 2563 เวลา 12:21 น.บริษัทจีนเริ่มส่งรถไฟที่มีเทคโนโลยีขับเคลื่อนอัตโนมัติให้ไทยบริษัทจีนเริ่มส่ง รถไฟที่มีเทคโนโลยีขับเคลื่อนอัตโนมัติไร้คนขับให้ไทย โดยไทยสั่งทั้งหมด 72 ขบวน รวม 288 ตู้ โดยมีกำหนดขนส่งเสร็จสิ้นในช่วงต้นปี65

เมื่อวันที่ 7 ก.ย. 63 สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า บริษัทซีอาร์อาร์ซี ผู่เจิ้น บอมบาร์ดิเออร์ ทรานสปอร์เทชัน ซิสเต็มส์ จำกัด หรือ พีบีทีเอส (PBTS) เปิดเผยว่า บริษัทได้เริ่มจัดส่งรถไฟที่ผลิตในจีนไปยังประเทศไทยแล้ว โดยไทยสั่งรถไฟจากบริษัททั้งหมด 72 ขบวน

พีบีทีเอสระบุว่า รถไฟ 72 ขบวนที่จะถูกนำไปใช้ในประเทศไทยนี้ เป็นรถไฟที่มีเทคโนโลยีขับเคลื่อนอัตโนมัติไร้คนขับ อีกทั้งยังสอดคล้องกับมาตรฐานสากลอันทันสมัยด้านความปลอดภัย ความน่าเชื่อถือ และความสะดวกสบาย

พีบีทีเอส ระบุด้วยว่า การประกอบรถไฟ 2 ขบวนแรกเสร็จสิ้นเมื่อวันศุกร์ที่ 4 ก.ย.ที่ผ่านมา และเริ่มดำเนินการขนส่งจากเมืองอู๋หู มณฑลอันฮุยทางตะวันออกของประเทศจีน ซึ่งเป็นฐานการผลิตของบริษัทไปยังประเทศไทย

รายงานระบุว่า เมื่อเดือนมิถุนายน 2560 พีบีทีเอสลงนามในข้อตกลงกับหน่วยงานด้านการรถไฟของไทย เพื่อผลิตและขนส่งรถไฟ 72 ขบวน รวมทั้งหมด 288 ตู้ โดยมีกำหนดขนส่งเสร็จสิ้นในช่วงต้นปี 2565

ทั้งนี้ ประเทศไทยจะนำรถไฟเหล่านี้ไปใช้งานในสายรถไฟในตัวเมือง 2 สาย ซึ่งจะเปิดทำการในปี 2565

ภาพจาก http://en.pbts-crrc.com/ 

ความจนจะบีบให้เพื่อนบ้านหนีเข้าไทยไม่หยุด #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/632347

วันที่ 07 ก.ย. 2563 เวลา 11:03 น.ความจนจะบีบให้เพื่อนบ้านหนีเข้าไทยไม่หยุดชายแดนไทยเป็นจุดอ่อน แม้ว่าเพื่อบ้านบางประเทศจะไม่มีรายงานติดเชื้อในวงกว้างแต่เราไม่อาจจะไว้วางใจได้

พรมแดนของประเทศในไทยเวลานี้กำลังตกอยู่ในอันตราย ไม่ใช่จากการคุกคามของกองทัพใดๆ แต่จากการลักลอบเข้าเมืองของประชาชนจากประเทศเพื่อนบ้านจากแทบจะทุกทิศทางและบางกรณียังมีประชาชนจากประเทศที่สาม เช่น ชาวจีนที่อยู่ในในประเทศบ้านใกล้เรือนเคียงแล้วหนีการระบาดจากที่นั่นเข้ามาในไทย

แม้ว่าเศรษฐกิจไทยจะมีอาการร่อแร่ในปีนี้แต่ก็ยังมีโอกาสให้กับงานบางกลุ่ม และแรงงานจากเพื่อนบ้านที่อพยพกลับบ้านไปในตอนนี้อาจกำลังถูกบีบจากความยากจนในบ้านตัวเองให้ต้องรีบกลับมาหางานทำในเมืองไทย หรือบางคนที่ยังไม่เคยมาทำงานในเมืองก็อาจต้องดิ้นรนเข้ามาในบ้านเรา

ตัวอย่างเช่น กัมพูชาที่มียอดผู้ติดเชื้อต่ำมากแต่ผลสะเทือนจากเศรษฐกิจตกต่ำรุนแรงมากกว่า และสื่อต่างประเทศ เช่น Deutsche Welle ชี้ว่าอาจทำให้กัมพูชาต้องกลับไปจมปลักกับความยากจนอีก ในเวลานี้โรงงานหลายแห่งไล่คนงานออก ทำให้แรงงานไม่มีงานทำและยังติดหนี้

การท่องเที่ยวที่เป็นรายได้หลักของประเทศก็เสียหายรุนแรง นี้รัฐมนตรีการท่องเที่ยวของกัมพูชาคาดการณ์ว่ากัมพูชาอาจสูญเสียรายได้จากการท่องเที่ยวประมาณ 3,000 ล้านเหรียญสหรัฐในปี 2020 เนื่องจากจำนวนนักท่องเที่ยวจากต่างประเทศลดลง จากปีที่แล้วที่ทำรายได้ถึง 4,900 ล้านเหรียญสหรัฐ

ความยากจนและไม่มีงานทำเริ่มบีบให้คนกัมพูชาหลบหนีเข้าไทยมากขึ้น เช่นเมื่อต้นเดือนสิงหาคมหน่วยทหารของกัมพูชาจับกุมชาวกัมพูชาที่พยายามหลบหนีเข้าไทยถึง 400 คนที่ จ. บอนเตีย เมียนเจย

แต่นี่ไม่ใช่แค่ปัญหาของไทยเท่านั้น เมื่อคนกัมพูชาที่พยายามหนีเข้าไทยถูกจับได้แล้วส่งตัวกลับมา ทางการกัมพูชาก็ต้องกักตัวเอาไว้ด้วยเพื่อรอดูอาการ เช่น เมื่อวันที่ 4 กันยายน Khmer Times รายงานว่า แรงงาน 28 คนที่ถูกส่งตัวกลับจากไทยฐานลักลอบเข้าเมืองต้องถูกกักตัวไว้ที่ จ. บอนเตีย เมียนเจย

เจ้าหน้าที่สั่งสอนแรงงานเหล่านี้ก่อนจะส่งไปกักตัวว่าอย่าไว้ใจตัวแทนจัดหางานและยังให้พวกเขาทำสัญญาว่าจะหยุดหางานทำในประเทศไทยเพราะถูกโกงได้ง่าย

แต่สำหรับบางคนแล้วความจนน่ากลัวกว่าการถูกโกงค่านายหน้า ดังนั้นเราจึงเห็นแรงงานข้ามชาติพยายามข้ามมายังที่ไทยตอลดเวลา

เช่น กรณีของคนลาวที่หลบหนีเข้าไทยโดยข้ามแม่น้ำโขงเข้ามาเมื่อวันที่ 5 กันยายน รายงานของสยามรัฐระบุว่า ชาวลาวที่หนีข้ามมาอยู่ที่ลาวก็ไม่มีรายได้ ไม่มีงานทำ จึงหนีความอดอยากเข้ามาไทย โดยถึงกับต้องขายวัว ขายควาย ขายหมูเป็นค่ารถค่าเดินทางมีนายหน้าทั้งชาวไทยและลาวเรียกเก็บค่าหัวไปแล้วรายละ 5,000 บาท เพื่อเข้าไปทำงานที่กรุงเทพมหานครและเขตปริมณฑล แต่มาถูกจับกุมตัวเสียก่อน

สยามรัฐรายงานเพิ่มเติมว่า กลุ่มขบวนการลักลอบขนแรงงานต่างชาติ จะโฆษณาชวนเชื่อว่าเมืองไทยเปิดรับแรงงานต่างชาติ ทั้งลาว เขมร และพม่า เข้ามาทำงานได้แล้วทำให้แรงงานต่างชาติหลายคนหลงเชื่อ ตกเป็นเหยื่อมาแล้วหลายราย คิดเป็นมูลค่าความเสียหายหลายแสนบาท

จะเห็นได้ว่าไม่ใช่แค่ความจนเท่านั้นที่บีบให้แรงงานจากเพื่อนบ้านหนีเข้าไทย แต่เป็นเพราะคนบางกลุ่มหากินกับความยากลำบากของเพื่อนบ้านและบนความเสี่ยงของประเทศชาติ

สถานการณ์แบบนี้ยังเกิดขึ้นที่ชายแดนไทยเมียนมาซึ่งอันตรายกว่าฝั่งกัมพูชาและลาว เนื่องจากเมียนมาเกิดการระบาดอย่างหนักในเวลานี้ แต่ยังมีการลักลอบนำแรงงานเข้ามา The Strait Times ของสิงคโปร์ทำสกู๊ปรายงานว่าภาคธุรกิจในไทยกำลังเจ็บหนักจนยากจะฟื้่นตัวเพราะขาดแคลนแรงงงานเนื่องจากมาตรการควบคุมพรมแดนเข้มงวดมาก

ดังนั้นนอกจากความยากจนของเพื่อนบ้านแล้ว ความต้องการแรงงานจากเพื่อนบ้านยังเป็นตังการสำคัญที่ทำให้ขบวนการลักลอบเขาเมืองกำลังเปิดเกมส์รุกหนักมากในเวลานี้

หากมีแรงานต่างด้าวหลุดเข้ามาพร้อมโรคระบาดจนเกิดการระบาดในวงกว้างขึ้นมาอีก หากถึงขั้นล็อคดาวน์ธุรกิจที่ลักลอบแรงงานเข้ามาอาจะถึงขั้นพังพินาศจนไม่มีโอกาสทำแบบนั้นเป็นครั้งสองอีก 

ดังนั้นใคที่คิดจะจ้างแรงงานที่มีความเสี่ยงสูงเข้ามาสร้างความพินาศให้เศรษฐกิจต้องคิดให้ดีๆ! 

ไม่ต้องคิดไกลถึงสถานการณ์สมมติ แค่ตอนนี้คนไทยก็เริ่มผวากับการปรากฎตัวของแรงงานต่างด้าวโดยไม่ต้องถามกันเลยว่าแรงงานเหล่านั้นอยู่ในไทยมานานแล้วหรือหลบหนีเข้ามา แต่คนไทยกลัวเอาไว้ก่อนเพราะข่าวการระบาดของโควิด-19 ที่เมียนมาทำให้เราตืนตัวจนกลายเป็นความตื่นกลัว

แม้แต่แรงงานต่าวด้าวที่อยู่ในไทยใช่ว่าจะสบาย เพราะจากรายงานของ The Irrawaddy ของเมียนมามีการสัมภาษณ์แรงงานประมงเมียนมาคนหนึ่งในประเทศไทยว่า ปกติจะได้รับเงินทุกๆสามเดือน แต่ตอนนี้นายจ้างไม่บอกพวกเขาว่าจะได้รับค่าจ้างเมื่อใด และยังยึดบัตรประจำตัวและเอกสารส่วนตัวทั้งหมดของพวกเขา ส่วนแรงงานเหล่านี้ไม่มีใครกล้าไปขอความช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่ของไทย

สิ่งที่เกิดขึ้นกับแรงงานต่าวด้าวในไทยนับว่าเลวร้ายมากในแง่สิทธิมนุษยชน แต่ยังน้อยเมื่อเทียบกับมาเลเซีย เมื่อเดือนมิถุนายนมีแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมายชาวเมียนมาถึง 8 คนที่ฆ่าตัวตายในมาเลเซียเพราะแบกรับแรงกดดันไม่ไหวจากปัญหาโรคระบาด

ในเดือนกรกฎาคมสหประชาชาติเตือนว่าวิกฤตโควิด-18 จะทำลายวิถีชีวิตของแรงงานนอกระบบ 218 ล้านคนในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เรื่องนี้กำลังเกิดขึ้นแล้ว

AFP PHOTO / Ye Aung THU /