ชายชาวอินเดียใส่หน้ากากทองคำป้องกันโควิด #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/627677

วันที่ 05 ก.ค. 2563 เวลา 13:37 น.ชายชาวอินเดียใส่หน้ากากทองคำป้องกันโควิดเจ้าตัวไม่มั่นใจว่าป้องกันไวรัสได้หรือไม่ แต่อย่างน้อยเขากลายเป็นข่าวดังไปแล้ว

สำนักข่าว ANI ในอินเดียรายงานว่า มีชายชาวอินเดียชื่อศังกร กุราเท ในเมืองปูเน รัฐมหาราษฏระ สวมใส่หน้ากากอนามัยที่ทำด้วยทองคำมูลค่าถึง 289,000 รูปี หรือประมาณ 120,391 บาท 

กุราเทกล่าวว่า “มันเป็นหน้ากากบางๆ ที่มีรูเล็กๆ เพื่อที่จะได้ไม่หายใจลำบาก ผมไม่แน่ใจว่าหน้ากากนี้จะมีประสิทธิภาพหรือไม่”

อย่างไรก็ตาม ตอนนี้ชายดังกล่าวกลายเป็นคนดังในโลกโซเชียลไปแล้วและมีการแชร์ภาพของเขากับหน้ากากทองคำไปทั่ว นอกจากนี้เวลาเดินทางไปไหนต่อไหนยังมีคนมารขอเซลฟีด้วย

ทั้งนี้ จำนวนผู้ติดเชื้อโคโรนาไวรัสทั้งหมดในอินเดียมีจำนวน 600,000 คนแล้วและมีผู้เสียชีวิตกว่า 18,000 คน ในเมืองปูเนมีรายงานผู้ติดเชื้อราว 6,000 คนเสียชีวิตจำนวน 274 คน

Photo by Sanket WANKHADE / AFP

ช้างป่าตายปริศนากว่า300ตัว บอตสวานาเร่งสอบสาเหตุ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/627674

วันที่ 05 ก.ค. 2563 เวลา 12:06 น.ช้างป่าตายปริศนากว่า300ตัว บอตสวานาเร่งสอบสาเหตุรัฐบาลของบอตสวานาคาดว่าช้างเหล่านี้ไม่น่าจะตายเพราะถูกวางยาเพราะงาของพวกมันยังอยู่ครบ

รัฐบาลบอตสวานา ในทวีปแอฟริกากำลังสืบสวนสาเหตุที่ช้างจำนวนมากล้มตายโดยไม่ทราบสาเหตุ ล่าสุดยืนยันว่ามีช้างล้มลงแล้วถึง 275 ตัวเพิ่มขึ้นจาก 154 ตัวเมื่อสองสัปดาห์ที่แล้ว

ช้างที่ตายแล้วถูกพบครั้งแรกเมื่อหลายเดือนก่อนในภูมิภาค Okavango Panhandle และเจ้าหน้าที่บอกว่าพวกเขาพยายามค้นหาสาเหตุแต่ยังมืดแปดด้าน เบื้องต้นการลักลอบล่าสัตว์เพื่อค้าชิ้นส่วนถูกตัดออกไปเพราะซากยังอยู่ครบรวมถึงงาของพวกมัน

กระทรวงสิ่งแวดล้อมทรัพยากรธรรมชาติการอนุรักษ์และการท่องเที่ยวระบุว่า ห้องปฏิบัติการ 3 แห่งในซิมบับเว, แอฟริกาใต้ และแคนาดากำลังตรวจสอบตัวอย่างจากช้างที่ตายแล้วเพื่อค้นหาสาเหตุ

ด้านองค์กรอนุรักษ์ช้างไร้พรมแดน (EWB) กล่าวว่าจากการสำรวจทางอากาศแสดงให้เห็นว่าดูเหมือนว่าช้างทุกวัยจพล้มตายเหมือนๆ กัย โดยทางองค์กรพบช้างที่ตายจำนวน 169 ตัวในวันที่ 25 พฤษภาคมและอีก 187 ตัวในวันที่ 14 มิถุนายน

“ที่เราสังเกตพบ มีช้างที่ยังมีชีวิตหลายตัวมีอาการอ่อนแอ อ่อนเพลีย และผอมแห้ง ช้างบางตัวมีอาการง่วงเหงาหาวนอน เดินลำบาก แสดงอาการของอัมพาตบางส่วน หรืออ่อนแรง … เราสังเกตว่ามีช้างตัวหนึ่งกำลังเดินเป็นวงกลมไม่สามารถเปลี่ยนทิศทางได้แม้ว่าสมาชิกในกลุ่มตัวอื่นๆ จะพยายามช่วยก็ตาม” รายงานกล่าวและย้ำว่าจำเป็นต้องมีการดำเนินการเร่งด่วนว่าการเสียชีวิตเกิดจากโรคหรือยาพิษ

ประชากรช้างโดยรวมของแอฟริกากำลังลดลงเนื่องจากการรุกล้ำ แต่บอตสวานาซึ่งเป็นที่อยู่อาศัยของช้างเกือบหนึ่งในสามในทวีปนี้ มีจำนวนช้างเพิ่มขึ้นถึง 130,000 จาก 80,000 นับตั้งแต่ช่วงปลายทศวรรษที่ 90

ภาพจาก NATIONAL PARK RESCUE

ทรัมป์ใช้วันเอกราชประกาศสยบฝ่ายซ้าย อ้างผู้ประท้วงทำลายชาติ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/627670

วันที่ 05 ก.ค. 2563 เวลา 10:33 น.ทรัมป์ใช้วันเอกราชประกาศสยบฝ่ายซ้าย อ้างผู้ประท้วงทำลายชาติการเมืองสหรัฐกลายเป็นการต่อสู้ระหว่างอุดมการณ์อีกครั้ง เมื่อทรัมป์ปลุกผีฝ่ายซ้ายมาฝช้โจมตีผู้ประท้วงว่าหัวรุนแรง

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์มีแถลงการเนื่องในวันประกาศอิสรภาพ หรือวันชาติของสหรัฐ วันที่ 4 กรกฎาคม โดยสัญญาว่าจะเอาชนะ“ ฝ่ายซ้ายหัวรุนแรง” และโอ้อวดว่าสามารถจัดการกับโควิด-19 ได้อยู่หมัด ทั้ง ที่กรณีผู้ติดเชื้อที่สหรัฐยังพุ่งไม่หยุด

“ ตอนนี้เรากำลังอยู่ในขั้นตอนของการเอาชนะฝ่ายซ้ายที่เหลือ: พวกมาร์กซิสต์, ผู้นิยมอนาธิปไตย, ผู้ก่อความวุ่นวาย, ผู้ปล้นชิง และคนอื่นๆ ในหลายๆ กรณีที่ไม่รู้ตัวว่ากำลังทำอะไรอยู่ เราจะไม่ปล่อยให้มวลชนที่โกรธแค้นทำลายรูปปั้นของเรา ลบประวัติศาสตร์ของเรา ปลูกฝังลูกหลานของเราในทางที่ผิด หรือเหยียบย่ำเสรีภาพของเรา” ทรัมป์กล่าวสุนทรพจน์ที่สนามหญ้าทางทิศใต้ของทำเนียบขาว

ในช่วงเวลาหลายสัปดาห์ ทรัมป์มุ่งมั่นกับความพยายามทำลายการเคลื่อนไหวต่อต้านการเหยียดผิวหลังจากการเสียชีวิตของจอร์จ ฟลอยด์ จนกลายเป็นขบวนการตรวจสอบประวัติศาสตร์และอนุสาวรีย์ที่เกี่ยวข้องกับการเหยียดผิว ล่าสุดได้มีการเรียกร้องให้ทำลายประติมากรรมรูปประธานาธิบดีสหรัฐที่ภูเขารัชมอร์ ทำให้ทรัมป์ถึงกับต้องเดินทางไปที่รัชมอร์ ในรัฐเซาท์ดาโกตาด้วยตัวเอง

ที่รัชมอร์ทรัมป์มีสุนทรพจน์ในลักษณะเดียวกันโดยกล่าวหาผู้ประท้วงว่าเป็นพวก “ลัทธิฟาสซิสต์ใหม่ฝ่ายซ้ายจนถึงซ้ายสุดโต่ง” ที่พยายามลบประวัติศาสตร์ของชาติ

ทรัมป์ ซึ่งถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางจากการรับมือการระบาดของใช้โคโรนาไวรัสยังกล่าวว่าสหรัฐกำลังประสบความสำเร็จอย่างไม่น่าเชื่อในการค้นหาวิธีการรักษาไวรัสและกำลังทำการ “ทดสอบในเชิงลึก” เกี่ยวกับวัคซีน เและชมเชยว่ามีการตรวจเชื้อเป็นจำนวนมากในสหรัฐ

“เราก้าวหน้าไปมาก กลยุทธ์ของเราก็ดำเนินไปด้วยดี” ทรัมป์กล่าว

แต่ดุเหมือนว่าทรัมป์จะใช้วิธีการอธิบายความสำเร็จของคนละมุมมองกับสาธารณชน จากคำพูดของทรัมป์ทำให้เราเข้าใจว่าการติดเชื้อจำนวนมากในสหรัฐเป็นผลมาจากการตรวจผู้ติดเชื้อจำนวนมาก ไม่ใช่เพราะความผิดพลาดของรัฐบาลเขา

Photo by SAUL LOEB / AFP

“ฟลอริดา”พบติดโควิดสูงสุดเป็นประวัติการณ์ วันเดียวยอดพุ่ง 1.1หมื่นราย #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/627669

วันที่ 05 ก.ค. 2563 เวลา 09:06 น."ฟลอริดา"พบติดโควิดสูงสุดเป็นประวัติการณ์ วันเดียวยอดพุ่ง 1.1หมื่นรายรัฐฟลอริดาของสหรัฐ พบผู้ติดเชื้อโควิด-19 สูงสุดเป็นประวัติการณ์ วันเดียวติดเชื้อกว่า 1.1 หมื่นราย ทำให้ต้องชะลอการคลายล็อคดาวน์

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เมื่อวันที่ 4 ก.ค. 63 รัฐฟลอริดาทางภาคตะวันออกเฉียงใต้ของสหรัฐพบผู้ติดเชื้อโควิด-19 รายใหม่ถึง 11,458 รายในวันเสาร์ที่ 4 ก.ค. ทำสถิติยอดผู้ติดเชื้อรายวันสูงสุดเป็นประวัติการณ์ และนับเป็นครั้งที่สองในรอบสามวันที่ยอดผู้ติดเชื้อรายวันพุ่งเกิน 10,000 ราย

รายงานข่าวระบุว่า จำนวนผู้ติดเชื้อที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องทำให้รัฐฟลอริดาต้องชะลอการกลับมาเปิดเศรษฐกิจบางส่วนออกไปก่อน

ทั้งนี้ในสหรัฐมีเพียงรัฐนิวยอร์กเท่านั้นที่พบผู้ติดเชื้อวันเดียวสูงกว่ารัฐฟลอริดา โดยพบผู้ติดเชื้อ 11,571 ราย เมื่อวันที่ 15 เม.ย.ที่่ผ่านมา

ด้าน Worldometer ซึ่งเป็นเว็บไซต์รายงานข้อมูลที่มีการรวบรวมจากหน่วยงานด้านสาธารณสุขทั่วโลกระบุว่า ยอดผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ในสหรัฐล่าสุดอยู่ที่ 2,890,588 ราย และยอดผู้เสียชีวิตอยู่ที่ 132,101 ราย

ใครคือมือปราบม็อบสายฮาร์ดคอร์ที่สีจิ้นผิงส่งไปฮ่องกง #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/627651

วันที่ 04 ก.ค. 2563 เวลา 20:49 น.ใครคือมือปราบม็อบสายฮาร์ดคอร์ที่สีจิ้นผิงส่งไปฮ่องกงเปิดประวัติ เจิ้งเยี่ยนสง มือปราบม็อบสายฮาร์ดคอร์ที่ทำผลงานเข้าตารัฐบาลจีน จนได้ดิบได้ดีเลื่อนขั้นเป็นหัวหน้าสำนักงานความมั่นคงแห่งชาติในฮ่องกง

การแต่งตั้ง เจิ้งเยี่ยนสง (Zheng Yanxiong) เจ้าหน้าที่ปราบม็อบมือเก๋าจากมลฑลกวางตุ้งให้รับตำแหน่งหัวหน้าสำนักงานความมั่นคงแห่งชาติในฮ่องกง ซึ่งถือเป็นมือเป็นไม้ของรัฐบาลจีนในการบังคับใช้กฎหมายความมั่นคงในฮ่องกง แทนที่จะเป็นเจ้าหน้าที่ระดับสูงจากหน่วยงานบังคับใช้กฎหมาย สร้างความเซอร์ไพรส์ให้กับทั้งคนในและคนนอกไม่น้อย

แต่ก็มีนักวิเคราะห์มองว่าเป็นเพราะสีจิ้นผิงต้องการคนสายฮาร์ดคอที่คุ้นเคยกับการปราบม็อบและกิจการภายในของฮ่องกงมาคุมฮ่องกง และเจิ้งคือตัวเลือกที่เข้าตาที่สุดด้วยคุณสมบัติเพียบพร้อม

เจิ้งในวัย 56 ปีเป็นคนซัวเถาในมณฑลกวางตุ้ง เพราะฉะนั้นเรื่องภาษากวางตุ้งที่ใช้กันในฮ่องกงไม่เป็นปัญหาสำหรับเจิ้ง

ด้านการทำงาน เจิ้งเป็นเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นสั่งสมประสบการณ์ในมณฑลกวางตุ้งมานานหลายสิบปี ซึ่งกวางตุ้งถือเป็นมณฑลทรงอิทธิพลทางเศรษฐกิจและยังมีพรมแดนติดกับฮ่องกงด้วย

แต่ผลงานที่โดดเด่นเข้าตารัฐบาลจีนก็คือการปราบม็อบชาวบ้านในปี 2011 ขณะที่เจ้าตัวดำรงตำแหน่งเลขาธิการคณะกรรมการพรรคเทศบาลซ่านเหว่ย

ขณะนั้นชาวบ้านอูข่านในมณฑลกวางตุ้งรวมตัวประท้วงถึงสองครั้งสองครา ครั้งแรกเป็นการแสดงความไม่พอใจเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นที่เข้ายึดที่ดินของชาวบ้าน โดยชาวบ้านกล่าวหาว่าเจ้าหน้าที่รับเงินใต้โต๊ะจากนายทุนอสังหาริมทรัพย์

ส่วนครั้งที่สองเป็นการประท้วงที่ทางการไม่ยอมจ่ายเงินชดเชยค่าที่ดินที่ยึดไปจากชาวบ้าน และยังจับกุมตัวผู้นำหมู่บ้านไปโดยยัดเยียดข้อหาให้

เหตุการณ์บานปลายจนทางการจีนไม่พอใจ จึงส่งเจิ้งเยี่ยนสงเข้ามาจัดการกับชาวบ้านด้วยการใช้ตำรวจปราบจลาจลเข้าควบคุมสถานการณ์จนนำมาสู่การจับกุมครั้งใหญ่ จนม็อบต้องสลายไป

นอกจากจัดการกับชาวบ้านด้วยวิธีเด็ดขาดแล้ว เจิ้งยังวิจารณ์ชาวบ้านและสื่อต่างชาติที่เข้าไปทำข่าวด้วยถ้อยคำดุเดือด โดยกล่าวหาว่าชาวบ้านอูข่านรวมหัวกับสื่อต่างชาติสร้างปัญหาในบ้านตัวเอง และโจมตีสื่อต่างชาติว่า “ถ้าจะถามหาความน่าเชื่อถือจากสื่อต่างชาติ คงต้องรอให้หมูมีปีกบินได้ก่อน” และยังพูดถึงสื่อต่างชาติบางรายว่าเลวร้าย

นับตั้งแต่นั้นมาเจิ้งก็ได้รับการเลื่อนตำแหน่งเป็นว่าเล่นจากผลงานความฮาร์ดคอร์เมื่อครั้งปราบม็อบ

ปี 2013 เลื่อนขั้นเป็นรองหัวหน้ากรมโฆษณาชวนเชื่อมณฑลกวางตุ้งและปี 2018 เป็นเลขาธิการใหญ่ของคณะกรรมการพรรคคอมมิวนิสต์มณฑลกวางตุ้ง หรือเทียบเท่ากับหัวหน้าเจ้าหน้าที่จากพรรคคอมมิวนิสต์ที่ประจำอยู่ในกวางตุ้ง ก่อนจะขยับขึ้นเป็นเจ้าหน้าที่ระดับสูงของมณฑลในตำแหน่งสมาชิกถาวรของคณะกรรมการพรรคคอมมิวนิสต์เมื่อต้นปีที่แล้ว

เทียนเฟยหลง ผู้ช่วยศาสตราจารย์คณะนิติศาสตร์จากมหาวิทยาลัยเป่ยหางเผยว่า ผลงานการปราบม็อบชาวบ้านอูข่านของเจิ้งเรียกคะแนนจากรัฐบาลจีนได้ไม่น้อย

ทำให้สีจิ้นผิงไว้ใจให้เจิ้งเป็นตัวแทนรัฐบาลจีนเข้าไปควบคุมม็อบในฮ่องกง

ผู้เชี่ยวชาญเตือนวัคซีนโควิดอาจไม่ใช่คำตอบสุดท้าย #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/627660

วันที่ 04 ก.ค. 2563 เวลา 19:34 น.ผู้เชี่ยวชาญเตือนวัคซีนโควิดอาจไม่ใช่คำตอบสุดท้าย ผู้เชี่ยวชาญที่เคยอยู่ในทีมนักวิจัยที่ค้นพบเชื้อไวรัสอีโบล่าเผย วัคซีนอาจไม่ใช่กระสุนเงินที่จบปัญหาโควิดทั่วโลก  

ปีเตอร์ พิโอต์ นักวิทยาไวรัสและผู้อำนวยการวิทยาลัยสุขภาพและเวชศาสตร์เขตร้อน มหาวิทยาลัยลอนดอนเตือนว่า วัคซีน Covid-19 อาจไม่ใช่คำตอบสุดท้ายที่จะยุติการแพร่ระบาดของเชื้อโคโรนาไวรัสทั่วโลก เนื่องจากเป็นไปได้ยากที่วัคซีนจะกระจายไปถึงผู้คนนับพันล้านทั่วโลกภายในช่วงเวลาไม่กี่เดือน และวัคซีนอาจไม่ได้ป้องกันการติดเชื้อได้ 100%

พิโอต์ยังเผยอีกว่า การพัฒนาวัคซีนมีความยุ่งยากซับซ้อนและต้องใช้เวลา ทั้งยังมีอัตราพัฒนาสำเร็จเฉลี่ยไม่ถึง 10%

“เราไม่สามารถใช้ทางลัดได้ แต่ต้องทดลองจนแน่ใจว่าวัคซีนได้ผล และต้องทดลองในกลุ่มอาสาสมัครจำนวนมากเพื่อให้ได้ข้อสรุปที่แม่นยำ” พิโอต์กล่าว

นักไวรัสวิทยาชาวเบลเยียมซึ่งเป็นหนึ่งในทีมผู้เชี่ยวชาญที่ค้นพบเชื้อไวรัสอีโบล่ายังกังวลอีกว่า ขณะนี้โลกเรายังไม่มีโรงงานที่มีศักยภาพในการผลิตวัคซีนเป็นจำนวนพันๆ ล้านโดส และมีขวดบรรจุวัคซีนไม่เพียงพอ

“หากคุณได้ยินนักการเมืองพูดว่าเราจะมีวัคซีนในปีหน้า แล้วทุกอย่างจะกลับสู่ภาวะปกติ ผมแนะนำให้ลืมไปซะ เพราะวัคซีนไม่ใช่กระสุนเงินที่จะจบทุกอย่าง”

นอกจากนี้ ยังมีประเด็นภูมิศาสตร์การเมืองให้พิจารณาอีกว่าประเทศใดบ้างที่มีสิทธิ์เข้าถึงวัคซีน อย่างเมื่อเร็วๆ นี้ ทางการสหรัฐเพิ่งประกาศว่าได้กว้านซื้อยาเรมเดซิเวียร์ ซึ่งเป็นตัวยาเพียงตัวเดียวที่รักษา Covid-19 ได้ดีที่สุดในขณะนี้ ซึ่งคาดว่าจะผลิตออกมาในเดือน ก.ค.-ก.ย.ไปเกือบทั้งหมดแล้ว

เกาหลีเหนือหมดอารมณ์ ไม่อยากนั่งถกเจรจาหารือใดๆกับสหรัฐอีก #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/627649

วันที่ 04 ก.ค. 2563 เวลา 17:05 น.เกาหลีเหนือหมดอารมณ์ ไม่อยากนั่งถกเจรจาหารือใดๆกับสหรัฐอีกเกาหลีเหนือไม่อยากเจรจาอะไรกับสหรัฐอีก เหน็บคุยไปเป็นได้มากสุดแค่เครื่องมือทางการเมืองของรัฐบาลวอชิงตัน

รอยเตอร์รายงานว่า นางโช ซอน ฮุย (Choe Son Hui) รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงต่างประเทศเกาหลีเหนือ ได้ออกแถลงการณ์ผ่านสำนักข่าวเคซีเอ็นเอ สื่อกระบอกเสียงของรัฐบาลเปียงยางในวันนี้ (04 ก.ค.) ว่า เกาหลีเหนือไม่ได้รู้สึกถึงความจำเป็นที่จะต้องเจรจาหารือใดๆกับสหรัฐอีก เนื่องจากการเจรจาที่ผ่านมานั้น ไม่ต่างอะไรกับที่เกาหลีเหนือตกเป็นเครื่องมือทางการเมืองให้กับอีกฝ่าย

คำพูดของนางโซ มีขึ้นก่อนหน้าที่คณะนักการทูตสหรัฐจะเดินทางมายังเกาหลีใต้ เพื่อหารือถึงประเด็นระหว่างสองเกาหลี

“เรารู้สึกว่าไม่จำเป็นที่ต้องนั่งหารือใดๆกับสหรัฐอีก ประเด็นระหว่างเกาหลีเหนือกับสหรัฐไม่มีอะไรมากไปกว่าแค่เปียงยางตกเป็นเครื่องมือทางการเมืองของรัฐบาลวอชิงตัน”

ทั้งนี้ นายสตีเฟน บีกัม รัฐมนตรีช่วยกระทรวงต่างประเทศสหรัฐ และคณะมีกำหนดเดินทางยังกรุงโซล เพื่อหารือกับรัฐบาลเกาหลีใต้ต่อกรณีสถานการณ์ความขัดแย้งบนคาบสมุทรเกาหลีซึ่งกลับมาทวีความรุนแรงในช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา

สำหรับประธานาธิบดีทรัมป์ และนายคิมจองอึนพบปะหารือกันครั้งแรกปี 2018 ในซัมมิตที่สิงคโปร์ ก่อนจะพบกันอีกครั้งในการประชุมที่เวียดนามปี 2019 กระทั่งการพบกันครั้งล่าสุดของสองผู้นำมีขึ้นเมื่อเดือนมิถุนายนปี 2019 ที่ผ่านมา บริเวณเส้นแบ่งเขตปลอดทหารหมู่บ้านปันมุนจอม

แฟ้มภาพ AFP

ปิดตำนาน50ปี โบอิ้งยุติผลิตเครื่อง747 #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/627640

วันที่ 04 ก.ค. 2563 เวลา 15:10 น.ปิดตำนาน50ปี โบอิ้งยุติผลิตเครื่อง747ปิดฉาก”Queen of the Skies” โบอิ้งยุติสายการผลิตจัมโบ้เจ็ท747ใน2ปีข้างหน้า

โบอิ้ง (Boeing) ผู้ผลิตอากาศยานสัญชาติสหรัฐ เตรียมปิดฉากเตรียมยุติสายการผลิตเครื่องบินรุ่น747 ซึ่งเป็นเครื่องรุ่นดังอันเป็นเอกลักษณ์โดดเด่นของโบอิ้ง หลังเครื่องดังกล่าวถูกผลิตออกมานานกว่า 50 ปีในหลายรุ่น

การส่งมอบ747ล็อตสุดท้ายจะมีขึ้นภายใน2ปีข้างหน้า โดยผู้ที่จะได้รับมอบ747-8 จำนวน 15 ลำสุดท้าย หนึ่งในนั้นคือรัฐบาลสหรัฐซึ่งได้สั่งซื้อเครื่องบินแอร์ฟอร์ซวันใหม่จำนวน 2 ลำเมื่อปี2017 ส่วนที่เหลือจะถูกส่งมอบให้กับบริษัทขนส่งเอกชนอย่าง UPS และ Volga-Dnepr ของรัสเซีย

ที่ผ่านมาสายการบินบริติชแอร์เวย์ของอังกฤษ ถือเป็นลูกค้ารายใหญ่ที่มีเครื่อง747ประจำฝูงบินมากที่สุดถึง 34 ลำ โดยทั้งหมดเตรียมจะถูกปลดประจำการภายในปี 2024 เช่นเดียวกับสายการบินสัญชาติเนเธอร์แลนด์อย่าง KLM และสิงคโปร์แอร์ไลน์ ต่างก็ปลดประจำการเครื่อง747แล้วพร้อมกับเปลี่ยนให้เป็นเครื่องคาร์โก้ขนสินค้าในบางส่วน

ความเคลื่อนไหวดังกล่าวจากฝั่งโบอิ้ง มีขึ้นท่ามกลางสถานการณ์ไวรัสโควิดซึ่งกระทบต่ออุตสาหกรรมการบินโลกในระยะยาว โดยการการยุติผลิตเครื่อง747นี้มีขึ้นตามมาหลังจากที่แอร์บัสได้ประกาศยุติผลิตเครื่องA380 เช่นเดียวกัน ถือเป็นการเปลี่ยนแผนการตลาดของสองยักษ์ใหญ่ผู้ผลิตอากาศยานที่หันไปมุ่งพัฒนาเครื่องบินขนาดเล็กและขนาดกลางแทน ไม่ว่าจะเป็นรุ่น 777,787, A330 และA350 ซึ่งจากเทคโนโลยีปัจจุบันทำให้เครื่องบินขนาดกลาง สามารถทำการบินได้ไกลไม่แพ้กับเครื่องบินขนาดใหญ่ ซึ่งหลายสายการบินทั่วโลกต่างหันมาใช้เครื่องบินลักษณะดังกล่าวในการให้บริการผู้โดยสารเนื่องจากมีต้นทุนที่ประหยัดกว่าการใช้เครื่องบินลำใหญ่อย่าง A380 หรือเครื่อง747 ประกอบกับโบอิ้งประสบภาวะขาดทุนจากเครื่องรุ่นดังกล่าวมาตั้งแต่ปี 2016

สำหรับโบอิ้ง 747 มีฉายาว่า “ราชินีแห่งท้องฟ้า” เนื่องจากรูปร่างอันโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ของตัวเครื่อง โดย747-100ได้รับการเปิดตัวครั้งแรกช่วงทศวรรษที่1970 ด้วยฐานะเครื่องบินโดยสารแบบสองชั้นลำแรกแบบ4เครื่องยนต์ ก่อนที่หลังจากนั้นจะถูกผลิตออกมาในหลายรุ่น จนถึงรุ่นล่าสุดคือ747-8

นับตั้งแต่747ลำแรกให้บริการเมื่อกว่า 50 ปีที่แล้ว “ราชินีแห่งท้องฟ้า”ได้ให้บริการผู้โดยสารทั่วโลกแล้วกว่า 3.5 พันล้านคน

แฟนสาวลูกชายคนโตทรัมป์ติดเชื้อโควิด-19 #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/627633

วันที่ 04 ก.ค. 2563 เวลา 13:32 น.แฟนสาวลูกชายคนโตทรัมป์ติดเชื้อโควิด-19พบคนใกล้ชิดครอบครัวประธานาธิบดีทรัมป์ติดเชื้อโควิด ด้านผู้นำสหรัฐยังปลอดภัย

สื่อสหรัฐรายงานว่า คิมเบอร์ลี กิลฟอยล์ (Kimberly Guilfoyle) แฟนสาวของนายโดนัลด์ ทรัมป์ จูเนียร์ บุตรชายคนโตของประะธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ติดเชื้อโควิด-19 นับเป็นหนึ่งในบุคคลใกล้ชิดที่สุดของครอบครัวทรัมป์ที่ติดเชื้อไวรัสดังกล่าว

กิลฟอยล์วัย 51 ซึ่งเป็นอดีตผู้ประกาศข่าวช่องฟ็อกส์นิวส์ นอกจากเป็นแฟนสาวของลูกชายคนโตของปธน.ทรัมป์แล้ว เธอยังมีส่วนในการระดมทุนหาเสียงกับประธานาธิบดีทรัมป์ด้วย โดยเธอได้แยกกักตัวเองเพื่อสังเกตอาการแล้ว ส่วนนายโดนัลด์ ทรัมป์ จูเนียร์ บุตรชายปธน.ทรัมป์ ผลตรวจยังไม่พบการติดเชื้อแต่อย่างใด แต่ก็เข้ามาตรการกักกันตัวเพื่อความปลอดภัยเช่นกัน

ทั้งนี้ ก่อนหน้าที่เธอจะถูกตรวจพบเชื้อ กิลฟอยด์ได้เดินทางไปยังรัฐเซาท์ดาโกต้า เพื่อร่วมฟังคำกล่าวสุนทรพจน์ของประธานาธิบดีทรัมป์ในพื้นที่อนุสรณ์สถานแห่งชาติภูเขารัชมอร์ เนื่องในวันชาติสหรัฐ 4 ก.ค. อย่างไรก็ดี ทั้งกิลฟอยล์และทรัมป์จูเนียร์ ไม่ได้โดยสารเครื่องบินแอร์ฟอร์ซวันไปพร้อมกับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์แต่อย่างใด

ฝนถล่มภาคตะวันตกญี่ปุ่น สั่งอพยพประชาชน2แสนหนีน้ำท่วมหนัก #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/627630

วันที่ 04 ก.ค. 2563 เวลา 12:31 น.ฝนถล่มภาคตะวันตกญี่ปุ่น สั่งอพยพประชาชน2แสนหนีน้ำท่วมหนักฝนถล่มเกาะคิวชูหนักสุดรอบหลายสิบปี ญี่ปุ่นอพยพประชาชน 2 แสนหนีน้ำท่วมฉับพลัน

สำนักข่าวเกียวโดรายงานว่า สำนักอุตุนิยมวิทยาของญี่ปุ่นได้ประกาศเตือนภัยฉุกเฉินระดับ 5 ซึ่งเป็นระดับสุงสุด หลังเกิดฝนตกหนักบริเวณภาคตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศบริเวณจังหวัดคูมาโมโตะ และจังหวัดคาโงชิมะ เป็นเหตุให้เกิดน้ำท่วมฉบับพลันเข้ายังพื้นที่หลายส่วน ทางการท้องถิ่นต้องสั่งอพยพชาวบ้านในพื้นที่ราว 2 แสนคนไปยังศูนย์หลบภัยชั่วคราว

รายงานระบุว่า ที่เมืองฮิโตโยชิในจังหวัดคูมาโมโตะ ระดับน้ำในแม่น้ำคูมะได้เอ่อล้นเข้าท่วมพื้นที่เมือง พร้อมพัดพาบ้านเรือนของประชาชนในบ้างส่วนไปตามกระแสน้ำ เช่นเดียวกับที่เมืองสึนางิในจังหวัดคูมาโมโตะ พบเหยื่อเสียชีวิตสองรายจากเหตุดินถล่ม ขณะที่อีกอย่างน้อย 10 รายยังคงสูญหาย

สำนักอุตุนิยมวิทยาญี่ปุ่นเผยว่า ช่วงเวลาก่อน05.00น.ของเช้าวันนี้ (04 ก.ค.) บางพื้นที่ของจังหวัดคูมาโมโตะวัดปริมาณน้ำฝนได้มากกว่า 100 มิลลิเมตรต่อชั่วโมง เช่นเดียวกับจังหวัดคาโงชิมะในภูมิภาคคิวชู นับเป็นภาวะฝนตกหนักที่สุดเป็นประวัติการณ์ในช่วงหลายสิบปี

ด้านนายกรัฐมนตรีชินโซะ อาเบะ ได้สั่งระดมพลจากกองกำลังป้องกันตนเองของญี่ปุ่นจำนวน 10,000 นาย ลงพื้นที่ให้ความช่วยเหลือพร้อมเร่งค้นหาและกู้ภัยชาวบ้านที่ติดอยู่ในพื้นที่ ส่วนรถไฟชินคันเซ็นได้หยุดวิ่งให้บริการในทุกเส้นทางทั่วภูมิภาคคิวชูแล้ว