จัดกำลังคุ้มกันเจดีย์พุกาม โจรฉวยโอกาสล็อคดาวน์ขุดสมบัติ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/627751

วันที่ 06 ก.ค. 2563 เวลา 20:08 น.จัดกำลังคุ้มกันเจดีย์พุกาม โจรฉวยโอกาสล็อคดาวน์ขุดสมบัติ เมียนมาต้องจัดกำลังเจ้าหน้าที่จำนวนมากเพื่อคุ้มครองมรดกโลกแห่งนี้ในช่วงเวลาที่ไม่มีนักท่องเที่ยวพลุกพล่าน

ในตอนกลางคืนหน่วยลาดตระเวนตำรวจถือปืนเดินตรวจตราไปตามสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ของพุกาม เมืองมรดกโลกอายุหลายร้อยปีที่เต็มไปด้วยเจดีย์ 3,500 องค์ของเมียนมา เพื่อป้องกันผู้ร้ายเข้ามาปล้นของโบราณล้ำค่าจากพระเจดีย์ที่ไม่มีผู้คนมาเยี่ยมชมจนถูกทิ้งร้างในระหว่างการล็อคดาวน์

ทุกเย็นเมื่อพลบค่ำแล้วเจ้าหน้าที่ประมาณ 100 คนจะตรวจตราพื้นที่ของเมืองพุกามขนาด 50 ตารางกิโลเมตร ในมือถือไฟฉายส่องไปตามเจดีย์ที่พังทลายเพื่อมองหาว่ามีผู้บุกรุกเข้ามาค้นหาสมบัติหรือไม่

“กองกำลังความมั่นคงของเรากำลังลาดตระเวนทั้งวันทั้งคืน ตอนนี้เราควบคุมสถานการณ์ได้ แต่ก็เป็นเรื่องท้าทายอยู่เหมือนกัน” พันโทตำรวจเส่ง วินบอกกับ AFP

ในช่วงต้นเดือนมิถุนายนมีโจรปล้นวัด 12 แห่งกวาดเอาวัตถุโบราณมากมายรวมถึงเจดีย์ทองแดง, เหรียญโบราณ และเครื่องประดับหยก

ทีมตำรวจภูธรกองพันที่ 35 จึงถูกเรียกตัวมาเพื่อสนับสนุนตำรวจท่องเที่ยวและนักดับเพลิงท้องถิ่นโดยมีทีมงานที่ครอบคลุมทั่วทั้งเมืองโบราณพุกามเดินทางตรวจตราทั้งโดยรถจี๊ปรถ, มอเตอร์ไซด์ และเดินเท้า

“การลาดตระเวนไม่ใช่เรื่องง่ายเนื่องจากพื้นที่มีขนาดใหญ่มาก” เจ้าหน้าที่ตำรวจคนหนึ่งกล่าวกับ AFP

Photo by Ye Aung THU / AFP

“อินเดีย” ยอดติดโควิดแซงรัสเซียขึ้นอันดับ3ของโลก #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/627782

วันที่ 06 ก.ค. 2563 เวลา 18:52 น."อินเดีย" ยอดติดโควิดแซงรัสเซียขึ้นอันดับ3ของโลกอินเดียยอดติดเชื้อโควิดพุ่งแซงหน้ารัสเซียขึ้นเป็นอันดับ 3 ของโลก และมีผู้ป่วยที่ยังรักษาอยู่กว่า 2.5 แสนราย

กระทรวงสาธารณสุขอินเดียรายงานว่าว่า ในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา พบผู้ติดเชื้อโควิดรายใหม่ 24,248 ราย ส่งผลให้ยอดผู้ติดเชื้อสะสมเพิ่มเป็น 697,413 ราย ขณะที่ผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้น 425 รายทำให้ยอดรวมผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นเป็น 19,693 ราย

รายงานข่าวระบุว่า จำนวนผู้ติดเชื้อโควิด-19 รายใหม่ที่เพิ่มขึ้นในวันนี้ ส่งผลให้ยอดรวมผู้ติดเชื้อของอินเดียแซงหน้ารัสเซีย ขึ้นเป็นอันดับ 3 ของโลก เป็นรองเพียงสหรัฐและบราซิลเท่านั้น

ขณะที่ผู้ที่ได้รับอนุญาตให้ออกจากโรงพยาบาลหลังได้รับการรักษาจนหายดีแล้วมีจำนวนอยู่ที่ 424,433 ราย และผู้ที่ยังป่วยด้วยโรคโควิด-19 มีจำนวนอยู่ที่ 253,287 ราย

ทั้งนี้ อินเดียได้เข้าสู่มาตรการคลายล็อกดาวน์ระยะที่ 2 เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ซึ่งจะยังบังคับใช้ข้อจำกัดภายในโซนควบคุมโควิด-19 อย่างเข้มงวด

ขณะเดียวกัน สำนักงานการบินพลเรือนของอินเดีย ได้ประกาศขยายระยะเวลาระงับการให้บริการเที่ยวบินเชิงพาณิชย์ระหว่างประเทศไปจนถึงวันที่ 31 ก.ค. เพื่อควบคุมการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19

“FDA”โต้ “ทรัมป์” หลังอ้างการติดโควิดในสหรัฐไม่เป็นอันตราย #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/627781

วันที่ 06 ก.ค. 2563 เวลา 18:08 น."FDA"โต้ "ทรัมป์" หลังอ้างการติดโควิดในสหรัฐไม่เป็นอันตรายสำนักงานอาหารและยาของสหรัฐออกมาตอบโต้ “ทรัมป์” หลังระบุการติดเชื้อโควิดในสหรัฐไม่เป็นอันตราย ยันการระบาดเป็นปัญหาร้ายแรงที่ทุกคนต้องร่วมมือป้องกันอย่างจริงจัง

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า นายสตีเฟน ฮาห์น กรรมาธิการของสำนักงานอาหารและยาของสหรัฐ (FDA)ได้ออกมาตอบโต้กรณีที่ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ระบุว่าการติดเชื้อโควิดในสหรัฐนั้นไม่เป็นอันตราย

นายฮาห์น ระบุว่า “การทำงานของทำเนียบขาวได้แสดงให้เราเห็นว่านี่เป็นปัญหาร้ายแรง และผู้คนก็จำเป็นที่จะต้องให้ความร่วมมืออย่างจริงจัง”

ก่อนหน้านี้ประธานาธิบดีสหรัฐได้ กล่าวสุนทรพจน์เนื่องในวันชาติสหรัฐ ซึ่งตรงกับวันเสาร์ที่ 4 ก.ค. โดยมีข้อความตอนหนึ่งระบุว่า 99% ของกรณีการติดเชื้อโควิดในสหรัฐ “ไม่เป็นอันตรายอย่างสิ้นเชิง”

รายงานข่าวระบุว่า ปัจจุบันจำนวนผู้ป่วยโรคโควิด-19 ในสหรัฐยังคงพุ่งขึ้นอย่างต่อเนื่องในกว่า 30 รัฐทั่วประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในรัฐแอริโซนา แคลิฟอร์เนีย และเท็กซัส ขณะที่ข้อมูลล่าสุดจากมหาวิทยาลัยจอห์น ฮอปกินส์ ระบุว่า สหรัฐมียอดผู้ป่วยโควิด-19 เกือบ 2.9 ล้านราย และเสียชีวิตใกล้แตะ 130,000 ราย

จีนหวั่นแบงก์ล้ม จับตาคนกลัวจนแห่ถอนเงินออกมากผิดปกติ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/627748

วันที่ 06 ก.ค. 2563 เวลา 16:27 น.จีนหวั่นแบงก์ล้ม จับตาคนกลัวจนแห่ถอนเงินออกมากผิดปกติเช่นเดียวกับประเทศไทย จีนกำลังพบกับปัญหาหนี้สูญและโอกาสที่แบงก์จะล้มเพราะคนแห่ถอนเงิน

สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่าจีนวางมาตรการตรวจสอบธุรกรรมขนาดใหญ่ท่ามกลางความกังวลที่เพิ่มขึ้นเกี่ยวกับสถานะของระบบการเงินในประเทศ เนื่องจากหนี้สูญเพิ่มมากขึ้นอย่างรวดเร็วเนื่องจากการะบาดของโควิด-19

ธนาคารประชาชนของจีน (PBOC) ซึ่งเป็นธนาคารกลางของจีนเริ่มต้นแผนนำร่องในมณฑลเหอเป่ยในเดือนนี้ โดยกำหนดให้ลูกค้าและธุรกิจรายย่อยต้องรายงานล่วงหน้าถ้าจะถอนหรือฝากเงินจำนวนมาก โดยมาตรการนี้มีระยะเวลาสองปีจะขยายไปยังมณฑลเจ้อเจียงและนครเซินเจิ้นในเดือนตุลาคม ครอบคลุมประชากรกว่า 70 ล้านคน

โครงการนำร่องมีวัตถุประสงค์เพื่อกระชับการตรวจสอบ “ความต้องการงเงินสดจำนวนมากที่ไม่สมเหตุสมผล” เพื่อจับตาความเสี่ยงให้อยู่ในความควบคุม อย่างไรก็ตามหน่วยงานกำกับดูแลจะอนุญาตให้มีการทำธุรกรรมขนาดใหญ่หากเป็นการทำธุรกรรมตามปกติของสาธารณชน

แผนดังกล่าวจะกำหนดให้อวค์กรธุรกิจต่างๆ ต้องให้ข้อมูลเกี่ยวกับธุรกรรมที่เกิน 500,000 หยวน สำหรับบุคคลธรรมดาอยู่ที่ 100,000 หยวนถึง 300,000 หยวนขึ้นอยู่กับภูมิภาค

ในเวลานี้ธนาคารจีนกำลังเผชิญกับหนี้สูญที่เพิ่มขึ้นเนื่องจากเศรษฐกิจมีการขยายตัวในอัตราที่ช้าที่สุดในรอบสี่ทศวรรษ เมื่อเดือนที่แล้วเจ้าหน้าที่ทางการได้สั่งห้ามถอนเงินออย่างเร่วด่วนที่ธนาคารท้องถิ่น 2 แห่งในมณฑลเหอเป่ยและซานซี

นอกจากการระบาดของโคโรนาไวรัสจะทำให้เศรษฐกิจซบเซาแล้ว จีนยังมีสถานการณ์ที่สั่นคลอนตั้งแต่เมื่อปีที่แล้วเพราะภาคธนาคารมีปัญหายืดเยื้อจนทางการต้องเข้าไปอุ้มธนาคารที่กำลังจะล้มลงหลายแห่ง

บริษัท S&P Global เผยว่า ในขณะนี้ทางการจีนกำลังพยายามพยุงระบบธนาคารที่มีเงินไหลเวียน 41 ล้านล้านเหรียญสหรัฐเพราะอาจต้องรับปัญหาหนี้สูญเพิ่มขึ้น 8 ล้านล้านหยวนในปีนี้ ส่วน UBS Group AG เผยว่าธนาคารจีนขนาดเล็กต้องการเงินทุนใหม่ประมาณ 3.49 แสนล้านเหรียญสหรัฐ

Photo by STR / AFP

นิวยอร์กเตรียมเปิดเมืองระยะ3 แต่ยังห้ามนั่งกินในร้านอาหาร #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/627776

วันที่ 06 ก.ค. 2563 เวลา 16:16 น.นิวยอร์กเตรียมเปิดเมืองระยะ3 แต่ยังห้ามนั่งกินในร้านอาหารนิวยอร์กเตรียมเปิดเมืองในระยะที่3 วันที่ 6 ก.ค.นี้ แต่ยังไม่อนุญาตให้ประชาชนรับประทานอาหารภายในร้านที่เป็นพื้นที่ปิด

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า นายแอนดรูว์ คูโอโม ผู้ว่าการรัฐนิวยอร์ก เปิดเผยว่า นิวยอร์กจะเริ่มเข้าสู่กระบวนการเปิดเมืองระยะที่ 3 ในวันที่ 6 ก.ค. 63 แต่จะยังไม่อนุญาตให้มีการรับประทานอาหารภายในร้านอาหารที่เป็นพื้นที่ปิด ผู้ว่าการรัฐนิวยอร์ก เตือนให้ประชาชนปฏิบัติตามแนวทางป้องกันโรคอย่างเคร่งครัด อาทิ การเว้นระยะห่างทางสังคม การใช้เจลทำความสะอาดมือ และการสวมหน้ากากอนามัย ทั้งยังสั่งให้รัฐบาลท้องถิ่นรักษาหน้าที่ในการบังคับใช้กฎเกณฑ์ต่างๆ เพื่อให้มั่นใจว่าการเปิดเมืองจะดำเนินไปด้วยความปลอดภัย

ก่อนหน้านี้ นครนิวยอร์ก ซึ่งเป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดของรัฐนิวยอร์ก ได้มีการเปิดตัวแผนริเริ่มการรับประทานอาหารกลางแจ้ง โดยจะจัดร้านอาหารกลางแจ้งบนถนนคนเดิน 22 สายของเมือง ซึ่งมีระยะทางรวม 2.62 ไมล์ (ประมาณ 4.2 กิโลเมตร) ในช่วงสุดสัปดาห์ตลอดฤดูร้อนนี้ เพื่อส่งเสริมธุรกิจร้านอาหารท้องถิ่น

รายงานข่าวระบุว่า รัฐนิวยอร์กมีผู้ป่วยโรคโควิด-19 สะสมอยู่ที่ 397,131 ราย ณ วันที่ 5 ก.ค.63 โดยเป็นผู้ป่วยที่อยู่ในนครนิวยอร์กถึง 216,969 ราย

นักวิทย์นับร้อยเผยโควิดแพร่ในอากาศได้ จี้WHOต้องแก้คำเตือน #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/627742

วันที่ 06 ก.ค. 2563 เวลา 14:33 น.นักวิทย์นับร้อยเผยโควิดแพร่ในอากาศได้ จี้WHOต้องแก้คำเตือนอย่างไรก็ตามองค์การอนามัยโลกกล่าวว่ากล่าวว่าหลักฐานที่แสดงว่าไวรัสลอยไปลอยมาอยู่ในอากาศนั้นไม่น่าเชื่อถือ

สำนักข่าว The New York Times รายงานว่านักวิทยาศาสตร์หลายร้อยคนกล่าวว่ามีหลักฐานว่าโคโรนาไวรัสสายพันธุ์ใหม่ปนเปื้อนอยู่ในอนุภาคขนาดเล็กในอากาศและสามารถทำให้คนติดเชื้อได้ นักวิทยาศาสตร์เหล่านี้กำลังเรียกร้องให้องค์การอนามัยโลกแก้ไขข้อเสนอแนะการป้องกันโรคเสียใหม่

ที่ผ่านมาองค์การอนามัยโลกกล่าวว่าโรคโควิด-19 แพร่กระจายจากคนสู่คนเป็นส่วนใหญ่ผ่านทางจมูกหรือปาก โดยเมื่อผู้ติดเชื้อจามหรือไอจะมีละอองฝอยถูกขับออกมาทำให้คนที่ไม่ได้ป้องกันตัวเองติดเชื้อได้ 

ในจดหมายเปิดผนึกถึงองค์การอนามัยโลกและเตรียมจะตีพิมพ์ในวารสารวิทยาศาสตร์สัปดาห์หน้า นักวิทยาศาสตร์ 239 คนจาก 32 ประเทศระบุหลักฐานที่แสดงว่าอนุภาคขนาดเล็กสามารถทำให้คนติดเชื้อได้

นักวิทยาศาสตร์กล่าวว่าโคโรนาไวรัสจะถูกพัดพาไปในอากาศและสามารถแพร่เชื้อได้เมื่อสูดดม เชื้อจะติดอยู่กับละอองขนาดเล็กลอยไปตามส่วนต่างๆ ของห้อง โดยไม่จำเป็นว่าจะมีละอองขนาดใหญ่เป็นตัวกลางผ่านอากาศหลังจากจามหรือไม่ก็ตาม 

อย่างไรก็ตาม องค์การอนามัยโลกกล่าวว่ากล่าวว่าหลักฐานที่แสดงว่าไวรัสลอยไปลอยมาอยู่ในอากาศนั้นไม่น่าเชื่อถือ

“โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงสองสามเดือนที่ผ่านมา เราได้ระบุหลายครั้งว่าเราพิจารณาการแพร่เชื้อทางอากาศว่ามีโอกาสเป็นไปได้ แต่ไม่มีหลักฐานสนับสนุนที่เป็นชิ้นเป็นอันหรือชัดเจน” ดร. เบเนเดตตา อัลเลแกรนซี ผู้นำด้านการป้องกันและควบคุมโรคติดเชื้อขององค์การอนามัยโลก กล่าว

Photo by Raul ARBOLEDA / AFP

ส.ว.อเมริกันเชื้อสายไทยอาจลงสมัครประธานาธิบดีคู่กับไบเดน #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/627754

วันที่ 06 ก.ค. 2563 เวลา 12:29 น.ส.ว.อเมริกันเชื้อสายไทยอาจลงสมัครประธานาธิบดีคู่กับไบเดนมีรายงานข่าวหลายกระแสว่าพันโทหญิง ลัดดา แทมมี ดักเวิร์ธ ผู้มีเชื้อสายไทยอาจลงสมัครร่วมกับไบเดน

สำนักข่าว The Washington Post รายงานว่า ลัดดา แทมมี ดักเวิร์ธ นักการเมืองชาวอเมริกันเชื้อสายไทยเป็นตัวเลือกที่ค่อนข้างชัดเจนแล้วว่าอาจลงสมัครชิงตำแหน่งรองประธานาธิบดีสหรัฐคู่กับโจ ไบเดนจากพรรคเดโมแครตซึ่งมุ่งมั่นที่จะชิงตำแหน่งประธานาธิบดีจากโดนัลด์ ทรัมป์ 

ก่อนหน้านี้ไบเดนประกาศว่าเขาจะเลือกผู้หญิงเป็นคู่ชิงตำแหน่งประธานาธิบดีร่วมกันเขา ทำให้สายตาจับต้องไปที่ ลัดดา แทมมี่ ดักเวิร์ธ

“ฉันจะทำทุกอย่างที่ฉันต้องทำเพื่อสนับสนุนเขา คุณรู้ไหมมันคือทีมเดียวในการต่อสู้เดียวกัน และถ้านั่นหมายความว่าฉันต้องไปกวาดพื้นที่โรงพยาบาลทหารผ่านศึกฉันก็ทำได้เพื่อช่วยให้เขาชนะถ้ามันเป็นสิ่งที่ดีที่สุดที่ฉันจำทำได้ นั่นคือสิ่งที่ฉันจะทำ” ลัดดากล่าวกับรายการ State of the Union ของสำนักข่าว CNN

อย่างไรก็ตาม CNN ตั้งคำถามกับลัดดาว่าเป็นไปได้หรือไม่ที่ไบเดนจะเลือกคู่ชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐเป็นคนแอฟริกัน-อเมริกัน โดยเธอบ่ายเบี่ยงที่จะตอบเรื่องนี้ 

ทั้งนี้ ลัดดา แทมมี ดักเวิร์ธ (Ladda Tammy Duckworth) เกิดเมื่อวันที่ 12 มีนาคม พ.ศ. 2511 ที่กรุงเทพมหานคร เป็นบุตรีของแฟรงก์ แอล. ดักเวิร์ธ กับละไม ดักเวิร์ธ (สกุลเดิม สมพรไพลิน) สตรีชาวไทยเชื้อสายจีน เธอสมัครเข้าร่วมกองทัพสหรัฐอเมริกา ในปี 1992 และเลือกที่จะเป็นนักบินเฮลิคอปเตอร์

ระหว่างที่เธอเข้าร่วมรบในสงครามรุกรานอิรัก เฮลิคอปเตอร์ UH-60 แบล็คฮอว์คที่เธอเป็นนักบินผู้ช่วย ถูกยิงลูกระเบิดเข้ามาในเครื่อง และเกิดระเบิดตรงที่เธอนั่ง ทำให้สูญเสียขาทั้งสองข้าง และแขนข้างขวาพิการ อย่างไรก็ตามแพทย์ก็ได้ทำการต่อแขนข้างขวาให้แก่เธอ แต่เธอต้องนั่งบนรถเข็น และใช้ขาเทียมในเวลาต่อมา

ต่อมาลัดดาเข้าสู่วงการการเมืองโดยพยายามลงสมัครเป็นผู้แทนเขตหลายครั้ง และประสบความสำเร็จได้รับเลือกเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในเขต 8 รัฐอิลลินอยส์ เมื่อปี 2013 ทำให้เธอเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหญิงเชื้อสายไทยคนแรกในประวัติศาสตร์ที่ผ่านการเลือกตั้งเข้าไปทำงานในรัฐสภาสหรัฐ

ในสมัยประธานาธิบดีบารัก โอบามา ลัดดาถูกเชิญให้มาดำรงตำแหน่งผู้ช่วยรัฐมนตรีกระทรวงกิจการทหารผ่านศึกของสหรัฐ ระหว่างปี 2009 – 2011

ปัจจุบันลัดดาดำรงตำแหน่งสมาชิกวุฒิสภาแห่งสหรัฐอเมริกาจากรัฐอิลลินอยส์ โดยได้รับเลือกเมื่อปี 2017

Photo by Greg Nash / POOL / AFP

จีนยกระดับเตือนภัยหลังจากพบกาฬโรคระบาด #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/627740

วันที่ 06 ก.ค. 2563 เวลา 10:30 น.จีนยกระดับเตือนภัยหลังจากพบกาฬโรคระบาดอย่างไรก็ตาม การระบาดของกาฬโรคไม่ใช่เรื่องแปลกในประเทศจีนเพราะพบอยู่เนืองๆ

สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า เจ้าหน้าที่ในเขตปกครองตนเองมองโกเลียในของจีนออกคำเตือนเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมาเพื่อรับมือกับการระบาดของกาฬโรค หนึ่งวันหลังจากโรงพยาบาลท้องถิ่นรายงานพบกรณีผู้ป่วยที่ต้องสงสัยว่าอาจเป็นกาฬโรค

คณะกรรมการด้านสุขภาพของเมืองบายันนูร์ประกาศการแจ้งเตือนระดับที่สามจากทั้งหมดสี่ระดับเพื่อรับมือกับโอกาสที่จะมีการระบาด

การแจ้งเตือนนี้พ่วงมาพร้อมกับคำสั่งห้ามการล่าสัตว์และการกินสัตว์ที่เป็นพาหะโรคระบาดและขอให้ประชาชนรายงานกรณีที่สงสัยว่าเป็นโรคระบาดหรือมีไข้โดยไม่มีสาเหตุที่ชัดเจน และแจ้งให้เจ้าหน้าที่ทราบหากพบตัวมาร์มอต (marmots) ป่วยหรือตาย

ทั้งนี้ มาร์มอตเป็นกระรอกขนาดใหญ่พบในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของเอเชียรวมถึงจีนตอนเหนือและมองโกเลียและอาจเป็นพาหะของโรค เพราะมีรายงานว่าพี่น้องสองคนในพื้นที่ล้มป่วยหลังรับประทานเนื้อมาร์มอต

ทั้งนี้ พบผู้ป่วยกาฬโรคในในมองโกเลียใน 4 รายในเดือนพฤศจิกายนปีที่แล้วซึ่งรวมถึงกาฬโรคปอดบวม 2 รายซึ่งเป็นโรคระบาดร้ายแรงกว่ากาฬโรคปกติ

กาฬโรคเป็นโรคติดเชื้อและเป็นอันตรายถึงชีวิตที่แพร่กระจายโดยสัตว์ฟันแทะส่วนใหญ่ ในยุคกลางเป็นที่รู้จักกันในนาม “Black Death” ซึ่งคร่าชีวิตผู้คนในยุโรปหลายสิบล้านคน

แต่การระบาดของกาฬโรคไม่ใช่เรื่องแปลกในประเทศจีนเพราะพบอยู่เนืองๆ แต่ในระยะหลังการระบาดได้เกิดขึ้นน้อยมาก จากปี 2009 ถึงปี 2018 จีนรายงานผู้ป่วย 26 รายและเสียชีวิต 11 ราย

ภาพจาก Centers for Disease Control and Prevention’s Public Health Image Library

สั่งเก็บหนังสือกลุ่มประชาธิปไตยในฮ่องกงออกจากห้องสมุด #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/627715

วันที่ 05 ก.ค. 2563 เวลา 19:11 น.สั่งเก็บหนังสือกลุ่มประชาธิปไตยในฮ่องกงออกจากห้องสมุดกฎหมายความมั่นคงแห่งชาติถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างมากว่าจะถูกใช้เพื่อยับยั้งการคัดค้านรัฐบาลและบ่อนทำลายเสรีภาพในฮ่องกง

จากข้อมูลของระบบสืบค้นออนไลน์และจากปากคำของโจวชัว หว่องแกนนำทางการเมืองคนหนึ่งเผยว่า หนังสือของแกนนำเรียกร้องประชาธิปไตยของฮ่องกงถูกเก็บเรียบจากห้องสมุดสาธารณะ หลังจากที่รัฐบาลจีนและฮ่องกงใช้กฎหมายความมั่นคงแห่งชาติ

จากการค้นหาหนังสือที่เขียนโดยแกนนำประชาธิปไตยคนต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นโจชัว หว่องหรือทันยา เฉิน นักการเมืองสายประชาธิปไตย บนเว็บไซต์ห้องสมุดสาธารณะพบว่าหนังสือของพวกเขา เช่น “Unfree Speech” ซึ่งหว่องร่วมเขียน ไม่สามารถใช้งานได้หรืออยู่ระหว่างการตรวจสอบ

“กฎหมายความมั่นคงแห่งชาติ … ใช้ระบอบการเซ็นเซอร์แบบแผ่นดินใหญ่ในเมืองการเงินระหว่างประเทศแห่งนี้” หว่องทวีตเมื่อวันเสาร์ พร้อมกล่าวว่าหนังสือของเขา “ตอนนี้มีแนวโน้มที่จะถูกเซ็นเซอร์”

ฝ่ายบริการด้านวัฒนธรรมและสันทนาการของฮ่องกงซึ่งบริหารงานห้องสมุดเผยกับสื่อท้องถิ่นว่าหนังสือถูกนำออกไปเพื่อพิจารณาว่ามีเนื้อหาละเมิดกฎหมายหรือไม่

ขณะนี้ยังไม่ชัดเจนว่ามีหนังสือกี่เล่มที่อยู่ระหว่างการตรวจสอบ แต่จากการตรวจสอบพบว่าหลังสือโดยหลิวเสี่ยวปอ นักเคลื่อนไหวชาวจีนที่ได้รับรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพและถูกรัฐบาลจีนควบคุมตัวจนเสียชีวิต ยังพบอยู่ในระบบการค้นหาออนไลน์

กฎหมายความมั่นคงแห่งชาติถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างมากจากนักเคลื่อนไหวเพื่อประชาธิปไตย, นักกฎหมายและรัฐบาลต่างประเทศที่กลัวว่าจะถูกใช้เพื่อยับยั้งการคัดค้านรัฐบาลและบ่อนทำลายเสรีภาพในฮ่องกง

Photo by Anthony WALLACE / AFP

โลกตะวันตกก็เบียดเบียนแรงงานสัตว์ แต่แล้วกลับเพ่งเล็งไทยใช้งานลิง #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/627709

วันที่ 05 ก.ค. 2563 เวลา 15:59 น.โลกตะวันตกก็เบียดเบียนแรงงานสัตว์ แต่แล้วกลับเพ่งเล็งไทยใช้งานลิงวิวาทะเรื่องลิงเก็บมะพร้าวเป็นเรื่องที่ถูกตั้งประเด็นพาดพิงมาถึงไทยหลายครั้งแล้ว แต่คราวนี้ถึงกับต้องแบนสินค้าผลิตภัณฑ์มะพร้าวจากไทยเลยทีเดียว

อย่างที่ทราบกันว่าตอนนี้บรรดาซุปเปอร์มาร์เก็ตและห้างสรรสินค้าชั้นนำในอังกฤษอย่าง Waitrose, Ocado, Co-op และ Boots ต่างสั่งเก็บผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับมะพร้าวจากประเทศไทย เพื่อตอบสนองต่อการประท้วงของกลุ่มองค์กรพิทักษ์สัตว์ PETA ที่บอกว่าผลิตภัณฑ์เหล่านี้มาจากใช้แรงงานลิงในการปีนเก็บมะพร้าวซึ่งเป็นการทรมานสัตว์

หลังจากที่มีข่าวนี้ออกไป ชาวไทยต่างแสดงความไม่เห็นด้วยและหลายคนไม่พอใจที่ชาวต่างชาติตีความการร่วมแรงทำงานระหว่างคนกับลิงว่าเป็นการทรมานสัตว์

เรื่องนี้เป็นปัญหาระหว่างประเทศไทยและโลกตะวันตกมานานแล้ว โลกตะวันตกมองว่าการใช้ลิงด้วยวิธีการนี้เป็นเรื่องทารุณ และไม่ใช่แค่ไทย แต่คนศรีลังกา, มาเลเซีย, อินเดียและอีกหลายประเทศในเอเชียก็ใช้ลิงเก็บมะพร้าวเหมือนกัน

ไม่รู้ว่าห้างอังกฤษจะเก็บสินค้าจากประเทศเหล่านี้ออกจากหิ้งหรือไม่

ข้อโต้เถียงหนึ่งจากชาวตะวันตกก็คือลิงเหล่านี้ถูกเก็บมาจากป่าเพื่อนำมาใช้งาน แต่คนเหล่านี้คงลืมไปว่าลิงไม่ได้อยู่ในป่าเสมอไป หลายแห่งลิงอยู่กันเป็นกลุ่มใหญ่ใกล้ชุมชน เช่น ลพบุรี และอีกหลายจังหวัด

ลิงกับคนในเมืองไทยอยู่ใกล้ชิดกันมาหลายร้อยหลายพันปี หากจะอ้างว่าคนไทยพรากสัตว์ป่ามาใช้งานควรจะอ้างเรื่องช้างมากกว่า แต่การอ้างช้างก็ลักลั่นอีกเพราะคนอยู่กับช้างมานานหลายพันปี

ส่วนเรื่องทารุณกรรม สำนักข่าว NPR ของสหรัฐเคยมีบทความเรื่องลิงเก็บมะพร้างในไทยมาแล้ว และได้ซักถามผู้เชี่ยวชาญหลายฝ่ายทั้งฝ่ายต่อต้านคือกลุ่มอนุรักษ์สัตว์ (ที่อ้างว่าคนไทยไปพรากลิงจากป่า) และผู้เชี่ยวชาญด้านมานุษยวิทยาที่เคยอยู่ในไทย

Leslie Sponsel ศาสตราจารย์กิตติคุณด้านมานุษยวิทยาที่มหาวิทยาลัยฮาวาย และภรรยาคือ ดร. Poranee Natadecha-Sponsel ได้ศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับลิงในประเทศไทยและตีพิมพ์บทความในหัวข้อนี้ได้ให้สัมภาษณ์กับ NPR ว่า ในช่วงเวลาที่ทั้งสองอยู่ที่ภาคใต้ของไทย ไม่เคยสังเกตหรือได้ยินเรื่องความโหดร้ายหรือการใช้ลิงในทางที่ผิด ที่จริงแล้วลิงนั้นมีลักษณะคล้ายกับสัตว์เลี้ยงในครอบครัว และในบางครอบครัวเป็นเหมือนกับสมาชิกคนหนึ่งในครอบครัวในระดับหนึ่ง

ดังนั้นชาวตะวันตกจึงต้องทำความเข้าใจเรื่องลิงเก็บมะพร้าวเสียใหม่ อย่างแรกต้องเลิกคิดว่าคนไทยไปขโมยลิงจากป่ามาอย่างเดียวเพราะยังมีลิงใกล้ๆ ชุมชนมากมายให้เลือกใช้ อย่างที่สองต้องเข้าใจว่าการใช้งานลิงก็เหมือนกับที่ชาวตะวันตกใช้งานสัตว์ชนิดอื่นๆ ที่ถึงขั้นทารุณด้วยซ้ำ เช่น สุนัขเลี้ยงแกะ การเลี้ยงโคนมในอุตสาหกรรมที่ปฏิบัติต่อวัวอย่างโหดร้าย

สุนัขเลี้ยงแกะ/วัวถูกฝึกเหมือนกัน มันถูกดุ ถูกล่ามโซ่ ถูกขังกว่าจะเป็นสุนัขเลี้ยงสัตว์ที่เชื่อง หลายรัฐหลายประเทศมีกฎหมายห้ามล่ามโซ่สุนัข “ยกเว้น” สุนัขเลี้ยงสัตว์สามารถถูกล่ามได้

ล่าสุด มีการฝึกที่ดูเหมือนจะศิวิไลซ์ นั่นคือการใช้ปลอกคอไฟฟ้า หรือ e-collars (เรียกให้น่ากลัวกว่านี้คือ Shock collar) สวมไว้ที่สุนัขเพื่อเปลี่ยนพฤติกรรมพวกมันให้ทำงานได้ตามต้องการ แต่มีการถกเถียงกันมากเรื่องความปลอดภัยและการทารุณสัตว์

แต่แล้วภาพลักษณ์ของสุนัขเลี้ยงแกะก็ถูกฟอกขาวให้ดูเชื่องและรักมนุษย์ที่ใช้งานพวกมัน ดังจะเห็นได้จากภาพยนต์หลายเรื่อง โดยเฉพาะภาพยนต์เด็ก เรียกได้ว่าปลูกฝังให้เด็กเชื่อกันมาแต่อ้อนแต่ออดว่าการใช้สุนัขวิ่งไปวิ่งมาแล้วเห่าตะคอกแกะนั้นเป็นเรื่องดี

จากการสำรวจพบว่าสุนัขพวกนี้ตายก่อนวัย เป็นไปได้หรือไม่ว่าพวกมันถูกใช้งานหนักมากเกินไป และไหนจะมีปัญหาเรื่องแกะถูกทารุณจากทั้งหมาและคนอีก

ห้างสรรพสินค้าอังกฤษก็ควรจะถอดสินค้าเนื้อแกะที่ใช้สุนัขเลี้ยงแกะออกไปด้วย เพราะมันทารุณสุนัขเหมือนกัน

จากการศึกษาในสหรัฐพบว่าสุนัขเลี้ยงสัตว์มีอายุสั้นและ 32% จะตายก่อนที่จะโตเต็มวัย สาเหตุที่ตายมากที่สุด “ไม่ทราบสาเหตุการตาย” (23%) และที่เท่าๆ กันคือถูกยิงตาย (23%)

สุขัขดมกลิ่นและสุนัขช่วยนำทางล้วนแต่ต้องโยงสายผูกคอมันไม่ต่างอะไรจากลิงในเมืองไทยเหมือนกัน แล้วทำไมการใช้ลิงในไทยจึงถูกโจมตีว่าเป็นการทารุณแต่ฝ่ายเดียว?

เรื่องนี้เป็นประเด็นถกเถียงทางจริยศาสตร์ได้ไม่รู้จบว่าสุนัขมันแฮปปี้หรือไม่ที่ถูกใช้งานเพราะเห็นกันอยู่ว่าอายุมันสั้นก่อนวัยอันควร? บางทีเราอาจจะต้องทำการสำรวจแบบนี้บ้างกับลิงเก็บมะพร้าว

สาเหตุหนึ่งที่ทำให้คนตะวันตกมองว่าลิงเป็นปัญหากว่าสุนัขที่พวกเขาใช้งานก็คือ สุนัขเป็นสัตว์ในครัวเรือนมานับพันปีแล้ว แต่ลิงเป็นสัตว์ที่ก้ำกึ่งระหว่างการเป็นสัตว์ป่าและสัตว์เลี้ยง ในประเทศที่เคยมีป่าล้อมชุมชนอย่างเมืองไทย การแยกสัตว์เลี้ยงออกจากสัตว์ป่าเป็นเรื่องที่ยากพอดูสำหรับสัตว์บางชนิด เช่น ช้างหรือลิง

ทั้งหมดทั้งมวลนี้ไม่ได้หมายความว่าการใช้ลิงเก็บมะพร้าวเป็นเรื่องที่ยอมรับได้ร้อยเปอร์เซนต์ สำหรับคนที่รักสัตว์การใช้ลิงทำงานเป็นเรื่องยอมรับไม่ได้

แต่เราต้องเข้าใจด้วยว่า เกษตรกรชาวไทยจำนวนไม่น้อยไม่ได้มีเงินทองมากมายที่จะใช้เทคโนโลยีล้ำๆ มาเก็บมะพร้าวได้

เกษตรกรที่พอมีพอกินขอยืมแรงจากลิงมาช่วยบรรเทาความยากจนของพวกเขา รายได้ที่ได้มาไม่มากนักก็แบ่งปันซื้ออาหารให้ลิงและเลี้ยงมันประหนึ่งสัตว์เลี้ยงและคนในครอบครัว

ถึงจะมีบางคนใช้ลิงเยี่ยงทาสแต่ผู้เขียนเชื่อว่ามีไม่มากเท่ากับคนที่เห็นลิงเป็นเพื่อนช่วยทำมาหากิน

สิ่งที่ไทยจะต้องทำคือ ทำให้โลกตะวันตกเข้าใจเงื่อนไขของเราว่าทำไมจึงจำเป็นต้องใช้ลิง แต่ในอนาคตเรายังต้องช่วยเกษตรกรผู้ปลูกมะพร้าวให้ใช้วิธีอื่นที่ “เป็นปัญหา” น้อยกว่าการใช้ลิงด้วย ทั้งนี้เพื่อลดการเบียดเบียนสัตว์

และลดโอกาสที่คนไทยจะถูกตั้งแง่จากคนต่างชาติ

บทความโดย กรกิจ ดิษฐาน

AFP PHOTO / Manan VATSYAYANA