น้องสาวคิมจองอึนลั่น สั่งกองทัพเล่นงานเกาหลีใต้ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/625949

วันที่ 14 มิ.ย. 2563 เวลา 09:01 น.น้องสาวคิมจองอึนลั่น สั่งกองทัพเล่นงานเกาหลีใต้จับตาความร้าวฉานที่เกิดขึ้่นกับเกาหลีเหนือและเกาหลีใต้ เกิดอะไรขึ้นกับ 2 ประเทศนี้?

ในแถลงการณ์ที่เผยแพร่โดยสำนักข่าว KCNA ของเกาหลีเหนือ คิมยอจอง (Kim Yo Jong) ซึ่งเป็นน้องสาวของผู้นำสูงสุดของเกาหลีเหนือคิมจองอึน ประกาศกร้าวว่าจะลงมือกับเกาหลีใต้และมอบหมายให้ทหารดำเนินการในเรื่องนี้

“ฉันรู้สึกว่าเป็นเวลาที่เหมาะสมอย่างแน่นอนที่จะตัดขาดกับรัฐบาลเกาหลีใต้ เราจะดำเนินการต่อไปในไม่ช้า” คิมยอจอง กล่าว

ตั้งแต่เมื่อสัปดาห์ที่แล้วเกาหลีเหนือระดมออกแถลงการณ์ประณามเกาหลีใต้ที่ปล่อยให้นักเคลื่อนไหวส่งใบปลิวต่อต้านรัฐบาลเกาหลีเหนือข้ามพรมแดนเข้ามา หนึ่งในนั้นคือชาวเกาหลีเหนือที่ลี้ภัยในเกาหลีใต้

คิมยอจองซึ่งมีฐานะเป็นที่ปรึกษาสำคัญของคิมจองอึนยังกล่าวว่า “โดยใช้อำนาจของฉันที่ได้รับอนุมัติจากผู้นำสูงสุดพรรคของเราและรัฐบาล ฉันได้ให้คำแนะนำแก่หน่วยงานสาขาในสังกัดแผนกที่รับผิดชอบเรื่องการสู้รบกับศัตรูเพื่อดำเนินการต่อไปอย่างเด็ดขาด”

เธอกล่าวเสริมว่า “อำนาจในการดำเนินการต่อไปกับศัตรู จะโอนให้กับผู้บัญชาการของกองทัพของเรา”

คิมยอจองไม่ได้เผยรายละเอียดว่าการปฏิบัติการทางทหารจะเป็นอย่างไร แต่คาดว่าอาจเป็นการขู่ที่จะทำลายสำนักงานประสานงานร่วมของสองเกาหลี ที่ตั้งอยู่ในเขตแดนของเกาหลีเหนือที่เมืองแคซอง โดยเธอกล่าวเป็นนัยว่า “อีกไม่นาน เราจะได้เห็นเหตุการณ์โศกนาฏกรรมที่จะเกิดขึ้นกับสำนักงานประสานงานร่วมระหว่างเหนือ-ใต้ที่ไร้ประโยชน์อย่างแน่นอน”

AFP PHOTO / Odd ANDERSEN

หน่วยข่าวกรองแคนาดาเตือนจับลูกสาวหัวเว่ยจะสะเทือนทั้งโลก #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/625942

วันที่ 13 มิ.ย. 2563 เวลา 19:46 น.หน่วยข่าวกรองแคนาดาเตือนจับลูกสาวหัวเว่ยจะสะเทือนทั้งโลกการจับกุมครั้งนี้ทำให้ความสัมพันธ์ของแคนาดากับจีนแย่ลง จีนจับกุมพลเมืองแคนาดาเป็นการตอบโต้ทันที และยังแบนการนำเข้าสินค้าจากแคนาดามูลค่านับล้านเหรียญสหรัฐ

ศาลรัฐบาลกลางแคนาดาเผยแพร่เอกสารชุดใหม่ที่ระบุว่า หน่วยข่าวกรองแคนาดาเคยเตือนรัฐบาลว่าการจับกุมลูกสาวของผู้ก่อตั้งหัวเว่ย จะทำให้เกิดแรงสั่นสะเทือนระดับโลก และกระทบความสัมพันธ์ระหว่างแคนาดากับจีนอย่างร้ายแรง

บันทึกของสำนักงานหน่วยข่าวกรองของแคนาดา (CSIS) เมื่อวันที่ 1 ธ.ค. 2018 ซึ่งมีการปรับปรุงแก้ไขระบุว่า CSIS ได้รับแจ้งจากสำนักงานสอบสวนกลางของสหรัฐ (FBI) เรื่องการเตรียมจับกุม เมิ่งหว่านโจว ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงินและลูกสาวของ เหรินเจิ้งเฟย ผู้ก่อตั้งหัวเว่ย ที่ท่าอากาศยานนานาชาติแวนคูเวอร์ของแคนาดาในวันดังกล่าว

CSIS ได้เตือนว่า การจับกุมเมิ่งหว่านโจวจะส่งผลสะเทือนในระดับโลก และจะเกิดผลกระทบตามมาทั้งในระดับนานาชาติและทวิภาคี และจะกระทบความสัมพันธ์กับจีนอย่างร้ายแรง และยังระบุอีกว่า ตำรวจที่อยู่ในปฏิบัติการรู้สึกว่าการจับกุมครั้งนี้เกี่ยวข้องกับการเมือง

ทั้งนี้ เมิ่งหว่านโจวถูกทางการสหรัฐกล่าวหาว่าฉ้อโกงธนาคารด้วยการทำให้ธนาคาร HSBC เข้าใจผิดเรื่องความสัมพันธ์ของหัวเว่ยกับบริษัทที่ดำเนินการในอิหร่าน ทำให้ธนาคารเสี่ยงถูกปรับฐานละเมิดมาตรการคว่ำบาตรอิหร่านของรัฐบาลสหรัฐ แต่หลายฝ่ายมองว่าสหรัฐพยายามสกัดกั้นหัวเว่ย

หากวันนี้สหรัฐเลือกตั้ง ทรัมป์แพ้ไบเดนราบคาบแล้ว #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/625935

วันที่ 13 มิ.ย. 2563 เวลา 19:09 น.หากวันนี้สหรัฐเลือกตั้ง ทรัมป์แพ้ไบเดนราบคาบแล้วผลโพลล่าสุดพบว่าปธน.ทรัมป์อาจชวดสมัยสอง หลังเสียคะแนนหลายรัฐที่เป็น Swing State ให้กับไบเดนไปเรียบร้อย

โดย .. ชยพล พลวัฒน์ ข่าวต่างประเทศโพสต์ทูเดย์

ผลโพลสำรวจล่าสุดจากสำนักโพลหลายแห่งของสหรัฐที่เผยแพร่ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ล้วนชี้ตรงกันว่า อดีตรองประธานาธิบดีโจ ไบเดน ซึ่งขณะนี้เป็นผู้แทนอย่างเป็นทางการ (และเพียงหนึ่งเดียว) จากพรรคเดโมแครต มีคะแนนเสียงในหลายรัฐที่เป็นรัฐSwing state แซงหน้าประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ไปแล้วเรียบร้อย

หากย้อนกลับไปในศึกการเลือกตั้งประธานาธิบดีปี 2016 ระหว่าง ทรัมป์กับฮิลลารี่ จะพบว่ารัฐSwing state สำคัญๆซึ่งมีที่นั่งคณะผู้รับการเลือกตั้ง (Electoral college) จำนวนมากพอที่ชี้ว่าใครแพ้ใครชนะ อย่างรัฐฟลอริด้า มิชิแกน เพนซิลเวเนีย และแอริโซนา ขณะนั้นจัดเป็นพื้นที่“สีแดง”หรือเป็นฐานเสียงรีพับลิกกันที่ส่งผลให้ทรัมป์คว้าชัยชนะเหนือฮิลลารี่

แต่การเลือกตั้ง2020 ที่กำลังจะมาถึงนี้ ข้อมูลจากเว็บไซต์realclearpolitics.com และเว็บ270towin.com ซึ่งได้ประมวลค่าเฉลี่ยจากการสำรวจของหลายสำนักโพลระหว่างวันที่ 1 พ.ค. ถึง 11 มิ.ย. พบว่า รัฐSwing state ในข้างต้นกลายเป็นพื้นที่“สีน้ำเงิน”ของไบเดนและเดโมแครตไปแล้วเรียบร้อย

ที่รัฐมิชิแกนซึ่งมีElectoral collegeถึง 16 เสียง โพลชี้ว่าประชาชนจะโหวตให้ไบเดนมากว่าทรัมป์ที่ 49.8% ต่อ 42.2% หรือที่ฟลอริด้า ซึ่งเป็นรัฐสำคัญที่บรรดาผู้สมัครทั้งสองฝ่ายจะแย่งชิงคะแนนโหวตกันเนื่องจากมีElectoral collegeสูงถึง 29 เสียง ก็พบว่า ไบเดนนำทรัมป์อยู่ราวสองจุดที่ 47.5% ต่อ 45.0%

เช่นเดียวกับรัฐวิสคอนซิน อดีตรองประธานาธิบดีไบเดนนำทรัมป์อยู่ที่ร้อยละ 47.8% ต่อ 41.5% ซึ่งหากย้อนไปในการเลือกตั้ง2016 ทรัมป์โกยคะแนนจากมิชิแกนกับวิสคอนซินอย่างท่วมท้น แต่จากผลโพลล่าสุดข้างต้น เริ่มสั่นคลอนความหวังนั่งเก้าอี้สมัยสองของปธน.ทรัมป์ โดยเฉพาะมิชิแกนไบเดนมีผลคะแนนโพลนำทรัมป์สูงเกือบ 12 จุด

ไม่เว้นแม้แต่โพลของช่อง Fox News ซึ่งสำรวจระหว่าง 30 พ.ค. ถึง 2 มิ.ย. ก็ชี้ว่าไบเดนมีคะแนนนำทรัมป์ราว 9 จุดที่ร้อยละ 49 ต่อ 40 เรื่องดังกล่าว ในการให้สัมภาษณ์ของทรัมป์ผ่านสถานีโทรทัศน์ฟ็อกซ์นิวส์เมื่อคืนวันศุกร์ที่ผ่านมา แม้ทรัมป์จะไม่ได้พูดอย่างตรงไปตรงมาถึงการยอมรับความพ่ายแพ้การเลือกตั้ง แต่ก็บอกว่า “หากเขาเป็นผู้พ่ายแพ้หรือไม่ชนะในการเลือกตั้งนี้ .. สิ่งที่เขาจะทำคือแค่ก้าวต่อไปแล้วเปลี่ยนไปทำอย่างอื่นแทน”

หากดูช่วงเวลาการทำโพลจากหลายสำนักซึ่งอยู่ระหว่างเดือนพฤษภาคมถึงกลางเดือนมิถุนายน ประเด็นที่ทำให้ทรัมป์เสียฐานเสียงในรัฐสำคัญคงหนีไม่พ้นเรื่องประสิทธิภาพในการรับมือสถานการณ์ไวรัสโควิด ซึ่งขณะนี้มีคนอเมริกันติดเชื้อโควิดทะลุหลัก 2 ล้านคน เสียชีวิตสะสมรวมแล้วไม่น้อยกว่า 116,000 ราย

ประกอบกับประเด็นผู้ประท้วงจอร์จ ฟลอยด์ที่ออกมาเคลื่อนไหวทั่วประเทศ ซึ่งทรัมป์ได้ตกเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ว่าเป็นผู้จุดกระแสความแตกแยก และเติมเชื้อไฟความเกลียดชังในสังคมอเมริกันให้ยิ่งร้าวลึก โดยเฉพาะภาพของวันที่ 1 มิถุนายนซึ่งมีกลุ่มผู้ประท้วงต้านเหยียดผิวชุมนุมด้านนอกทำเนียบขาว แต่ทรัมป์สั่งให้ตำรวจใช้กำลังและแก๊สน้ำตาเข้าปราบปรามเพื่อเปิดทางให้ตนเดินไปชูพระคัมภีร์ไบเบิลด้านหน้าโบสถ์เซนต์จอห์น ซึ่งถูกหลายฝ่ายวิจารณ์ว่าโหนศาสนาเพื่อผลประโยชน์ทางการเมือง

ด้าน FiveThirtyEight พบเผยว่าคะแนนนิยมของชาวอเมริกันต่อตัวประธานาธิบดีทรัมป์นับตั้งแต่เดือนเมษายนที่ผ่านมากำลังลดลงเหลือ 41.1% สวนทางกับคะแนนนิยมในตัวไบเดนที่นับวันยิ่งเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

แม้โจ ไบเดน จะถือเป็นตัวแทนของพรรคเดโมแครตเพียงคนเดียวในขณะนี้ แต่ความน่าสนใจที่ต้องจับตาในช่วงใกล้โค้งสุดท้ายคือ “Running mate” หรือคู่หูหาเสียงตำแหน่งรองประธานาธิบดี ซึ่งถึงตอนนี้ไบเดน ยังไม่เปิดตัวว่าจะเลือกดาวเด่นคนใดมาเป็นผู้สมัครชิงรองประธานาธิบดี แต่หลายฝ่ายคาดหมายว่าอาจเป็นหนึ่งในบรรดาผู้ชิงตัวแทนพรรคเดโมแครตด้วยกันที่ประกาศถอนตัวจากการลงสมัครไปก่อนหน้านี้

ตั้งแต่เกิดการประท้วงกรณีจอร์จ ฟลอยด์ ผุดขึ้นทั่วสหรัฐ “โจ ไบเดน” ฉวยจังหวะนี้โจมตีทรัมป์และเร่งทำคะแนนจากชาวอเมริกันที่ยังไม่ได้ตัดสินใจว่าจะเลือกใคร ด้วยวิธีการแบบฉบับเดโมแครต เข้าหาประชาชน แสดงจุดยืนและรับฟังผู้ประท้วง กระทั่งไปร่วมพิธีศพของจอร์จ ฟลอยด์ ต่างกับปธน.ทรัมป์ที่แม้แต่ขบวนรถวิ่งผ่าน คนอเมริกันก็แห่กัน”ชูนิ้วกลาง”ใส่แล้ว สถานการณ์นี้จึงถือเป็นความหวังให้พรรคแดโมแครตว่าจะกลับมาครองอำนาจในทำเนียบขาวได้อีกครั้ง

ตอนนี้จะเหลือเวลาอีกไม่ถึง 5 เดือน ที่จะถึงวันชี้ชะตาทรัมป์-ไบเดน วันที่ 3 พฤศจิกายน ซึ่งจะเป็นหนึ่งในการเลือกตั้งที่การเมืองอเมริกันเข้มข้นกว่าครั้งไหนๆ แต่ทว่าอะไรๆก็เกิดขึ้นได้ ผลโพลก็อาจพลิกโผได้เช่นกัน เพราะแต่ละรัฐยังคงมีเปอร์เซ็นต์ของชาวอเมริกันที่ยังไม่ตัดสินใจว่าจะเทคะแนนให้ฝ่ายใดสูงพอสมควรที่จะพลิกผลได้ ไพ่ตายใบสุดท้ายของทรัมป์ที่หวังจะโกยคะแนนกลับมาได้ก็คือ “วัคซีนป้องโควิด” ที่ทรัมป์หมายมั่นให้วัคซีนต้องเสร็จพร้อมใช้ภายในสิ้นปีนี้ ดังนั้นสมมติว่าหากวันนี้มีการเลือกตั้งประธานาธิบดี ‘โดนัลด์ ทรัมป์’ ก็แพ้ ‘โจ ไบเดน’ ราบคาบ แต่วันเลือกตั้งจริงๆยังมาไม่ถึง ฉะนั้นอะไรก็เกิดขึ้นได้ภายในเวลาไม่ถึง 5 เดือนนับจากนี้

เกาหลีเหนือเตือนเกาหลีใต้หยุดพูดไร้สาระเรื่องยุตินิวเคลียร์ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/625934

วันที่ 13 มิ.ย. 2563 เวลา 17:00 น.เกาหลีเหนือเตือนเกาหลีใต้หยุดพูดไร้สาระเรื่องยุตินิวเคลียร์เกาหลีเหนือออกแถลงการณ์ตอบโต้รัฐบาลเกาหลีใต้ดุเดือดต่อเนื่อง ล่าสุดเตือนให้เกาหลีใต้หยุดเอ่ยถึงเรื่องการเจรจายุติปัญหานิวเคลียร์กับสหรัฐที่ล้มเหลวไม่เป็นท่า

ช่วงนี้เกาหลีใต้ถูกเกาหลีเหนือวิจารณ์หนักหลังจากปล่อยให้ชาวเกาหลีเหนือแปรพักตร์ปล่อยบอลลูนใบปลิววิพากษ์วิจารณ์คิมจองอึนเข้าไปในฝั่งเกาหลีเหนือ

และล่าสุด ควอนจองกึน เจ้าหน้าที่กรมกิจการสหรัฐในกระทรวงการต่างประเทศเตือนเกาหลีใต้ว่า ให้หยุดการพูดไร้สาระเกี่ยวกับการยุติการทดสอบอาวุธนิวเคลียร์ เพราะเกาหลีใต้ไม่มีสิทธิ์แทรกแซงเรื่องระหว่างเกาหลีเหนือกับสหรัฐ

นอกจากนี้ ยังย้ำว่า เกาหลีเหนือจะสร้างกองทัพที่ทรงพลังต่อไปเพื่อเตรียมรับมือกับภัยคุกคามจาก

แถลงการณ์นี้มีขึ้นหลังจากทางการเกาหลีใต้เผยว่าจะพยายามหาหนทางที่จะนำมาสู่การปลดอาวุธนิวเคลียร์ของเกาหลีเหนือ

ทั้งนี้ ก่อนหน้านี้ สำนักข่าวกรองกลางของเกาหลีเหนือ (KCNA) รายงานว่าเจ้าหน้าที่เกาหลีเหนือเผยว่า เกาหลีเหนือไม่เชื่อมั่นในเกาหลีใต้แล้ว และไม่ต้องการเจรจาอีกแล้ว

3 สายการบินฟ้องรัฐบาลอังกฤษต้นเหตุทำธุรกิจเสียหาย #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/625929

วันที่ 13 มิ.ย. 2563 เวลา 16:01 น.3 สายการบินฟ้องรัฐบาลอังกฤษต้นเหตุทำธุรกิจเสียหายสายการบินบริติช แอร์เวย์ส อีซีเจ็ต และไรอันแอร์ร่วมกันยื่นฟ้องรัฐบาลอังกฤษที่ออกมาตรการกักตัวนักท่องเที่ยวจนส่งผลกระทบต่อการท่องเที่ยวและธุรกิจสายการบิน

โดยรัฐบาลอังกฤษกำหนดว่านับตั้งแต่วันที่ 8 มิ.ย.เป็นต้นไป นักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้าอังกฤษต้องให้ที่อยู่แก่เจ้าหน้าที่และกักตัว 14 วันเพื่อให้แน่ใจว่าไม่ติดเชื้อโคโรนาไวรัส

แถลงการณ์ร่วมของทั้งสามสายการบินระบุว่า มาตรการดังกล่าวมีข้อบกพร่อง ซึ่งมีผลกระทบอย่างร้ายแรงกับการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจของอังกฤษ รวมทั้งทำให้คนตกงานอีกนับพันนับหมื่นคน

นอกจากนี้ ยังเรียกร้องให้รัฐบาลอังกฤษนำมาตรการกักตัวก่อนหน้านี้กลับมาใช้ นั่นก็คือ จำกัดเฉพาะนักท่องเที่ยวที่มาจากประเทศที่มีความเสี่ยงสูงเท่านั้นที่ต้องกักตัว ซึ่งเป็นไปได้ในทางปฏิบัติและได้ผลมากกว่า ทั้งยังสอดคล้องกับมาตรการของหลายประเทศในยุโรป

ทั้งนี้ สมาคมขนส่งทางอากาศระหว่างประเทศ (IATA) ซึ่งเป็นตัวแทนของสายการบินกว่า 290 สายการบินระบุว่า ธุรกิจสายการบินทั่วโลกขาดทุนแล้วกว่า 74,000 ล้านปอนด์ในช่วงที่ Covid-19 ระบาด ซึ่งถือเป็นปีที่แย่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของธุรกิจสายการบิน

อังกฤษป้องอนุสาวรีย์’เชอร์ชิล’ทั่วลอนดอน นายกฯจวกม็อบละเลงรูปปั้นรัฐบุรุษชาติจนเละ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/625915

วันที่ 13 มิ.ย. 2563 เวลา 13:33 น.อังกฤษป้องอนุสาวรีย์'เชอร์ชิล'ทั่วลอนดอน นายกฯจวกม็อบละเลงรูปปั้นรัฐบุรุษชาติจนเละ“เป็นเรื่องไร้สาระและน่าละอายที่อนุสาวรีย์รัฐบุรุษของชาติ เสี่ยงจากการโจมตีของม็อบหัวรุนแรง”

รอยเตอร์รายงานว่า อนุสาวรีย์ของเซอร์วินสตัน เชอร์ชิล อดีตนายกรัฐมนตรีและรัฐบุรุษฮีโร่สงครามของชาติ ซึ่งตั้งอยู่ใจกลางสวนตรงข้ามพระราชวังเวสต์มินสเตอร์ อาคารรัฐสภาของอังกฤษ ได้ถูกทางการท้องถิ่นกรุงลอนดอนนำแผ่นเหล็กมาห่อหุ้มเพื่อป้องกันการถูกทำลายจากกลุ่มผู้ประท้วงกรณีจอร์จ ฟลอยด์ เช่นเดียวกับอนุสาวรีย์เชอร์ชิลหลายแห่งในลอนดอน หลังจากที่พบว่าอนุสาวรีย์ของบุคคลสำคัญในอังกฤษที่เคยเกี่ยวข้องกับการค้าทาส หรือเคยมีประวัติการเหยียดสีผิว ได้ตกเป็นเป้าหมายถูกทำลายและรื้อถอนโดยฝีมือกลุ่มผู้ประท้วงการต้านเหยียดผิว

ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาอนุสาวรีย์ของ เอ็ดเวิร์ด โคลสตัน พ่อค้าชาวอังกฤษซึ่งเคยมีส่วนในการจัดหาค้าทาสช่วงปลายศตวรรษที่ 18 ที่ตั้งในเมืองบริสตอล ทางตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศ ถูกกลุ่มผู้ประท้วงโค่นลงมาพร้อมกับโยนทิ้งน้ำเพื่อแสดงจุดยืนต่อต้านการเหยียดเชื้อชาติ ขณะเดียวกันยังพบว่าที่บริเวณฐานของอนุสาวรีย์ของเชอร์ชิล อดีตนายกและรัฐบุรุษของอังกฤษ ที่ตั้งอยู่ในกรุงลอนดอนบางแห่ง ถูกมือดีนำสีสเปรย์มาพ่นละเลงทำลาย พร้อมเขียนข้อความว่า เชอร์ชิลเป็นพวกคนเหยียดผิว เรื่องดังกล่าวจึงทำนายกรัฐมนตรีบอริส จอห์นสัน ได้ทวีตข้อความจวกบรรดาผู้ประท้วงที่มุ่งทำลายอนุสาวรีย์รัฐบุรุษของชาติว่า เป็นพฤติกรรมที่ไร้สาระของพวกน่าละอายที่อนุสาวรีย์แห่งชาติเสี่ยงต่อการถูกทำลายของผู้ประท้วงหัวรุนแรง

กระแสผู้ประท้วง Black Lives Matter ซึ่งต่อต้านการเหยียดผิวที่ลุกลามไปสู่การมุ่งเป้ารื้อทำลายรูปปั้นบุคคลสำคัญทางประวัติศาสตร์ ได้ส่งผลให้เกิดกลุ่มผู้ประท้วงฝ่ายตรงข้ามที่ต่อต้านการทำลายอนุสาวรีย์แห่งชาติ ซึ่งทั้งสองฝ่ายมีรายงานว่าอาจมีการเดินขบวนช่วงสุดสัปดาห์นี้ ส่งผลให้ตำรวจสกอตแลนด์ยาร์ดกังวลว่าอาจเสี่ยงให้เกิดการปะทะของทั้งสองฝ่าย ท่ามกลางสถานการณ์ไวรัสโควิดที่ยังไม่มีท่าทีคลี่คลาย

ทั้งนี้ เหตุที่รูปปั้นอดีตนายกอังกฤษตกเป็นเป้าโจมตีเนื่องจาก ครั้งหนึ่งในปี 1943 อังกฤษในฐานะรัฐเจ้าอาณานิคมอินเดียปฏิเสธส่งอาหารไปช่วยชาวอินเดียในแคว้นเบงกอลซึ่งกำลังประสบภาวะอดยาก (Bengal famine) จนมีรายงานผู้เสียชีวิตจากความหิวโหยกว่า 2 ล้านคน ซึ่งเรื่องดังกล่าวนายกจอห์นสันมองว่า แม้สิ่งที่นายกเชอร์ชิลจะเคยทำไม่ถูกต้องในอดีต หากมองจากสายตาคนรุ่นปัจจุบัน แต่เขาคือรัฐบุรุษชาติผู้นำพาอังกฤษมีชัยชนะเหนือสงครามโลกครั้งที่สอง

ปักกิ่งล็อกดาวน์เมืองบางส่วน หลังเจอคลัสเตอร์โควิดแห่งใหม่ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/625909

วันที่ 13 มิ.ย. 2563 เวลา 12:00 น.ปักกิ่งล็อกดาวน์เมืองบางส่วน หลังเจอคลัสเตอร์โควิดแห่งใหม่บางส่วนของกรุงปักกิ่งถูกล็อกดาวน์ หลังเจอติดโควิดรายใหม่เชื่อมโยงคลัสเตอร์ตลาดสด พบเชื้ออยู่บนเขียงที่ใช้แล่ปลา

เขตอยู่อาศัย 11 แห่งทางใต้ของกรุงปักกิ่งถูกทางการท้องถิ่นใช้มาตรการล็อกดาวน์ในวันนี้ (13 มิ.ย.) หลังจากที่พบจำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่มขึ้นซึ่งเชื่อมโยงกับตลาดสดค้าเนื้อที่อยู่ใกล้เคียง

รายงานระบุว่า ขณะนี้พบผู้ติดเชื้อโควิดรายใหม่แล้วอย่างน้อย 11 รายในรอบ24ชั่วโมงที่ผ่านมาซึ่งพบว่ามีความ เชื่อมโยงกับตลาดสดค้าส่ง Xinfadi ตลาดสดขนาดใหญ่ทางใต้ของปักกิ่งซึ่งมีพื้นที่รวม 700 ไร่ เจ้าหน้าที่การจัดการราว 1,500 คน และผู้เช่าแผงมากกว่า 4,000 คน

จากผู้ติดเชื้ออย่างน้อย 11 คน จำนวน 6 รายเพิ่มได้รับการยืนยันติดเชื้อในวันนี้ เป็นเหตุให้ทางการท้องถิ่นต้องใช้มาตรการล็อกดาวน์เพื่อกักกันเชื้อตั้งแต่เนิ่นๆ ซึ่งรวมถึงโรงเรียน9แห่งและเนอสเซอรี่บางส่วนในพื้นที่ต้องถูกปิดลงชั่วคราวด้วย

อย่างไรก็ดีเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ท้องถิ่นปักกิ่งได้สั่งปิดตลาดสดจำนวนสองแห่งที่เกี่ยวข้องแล้วคือ Jingshen seafood market และตลาดค้าส่ง Xinfadi หลังพบว่าหนึ่งในผู้ติดเชื้อรายใหม่มีประวัติเดินทางไปยังพื้นที่ดังกล่าว ด้านผู้บริหารตลาดXinfadi เผยกับสื่อท้องถิ่นว่า จากการตรวจสอบพบร่องรอยของเชื้อไวรัสอยู่บนเขียงที่ใช้สำหรับแล่ปลาแซลมอนที่นำเข้ามาจากต่างประเทศ

หลังการเปิดเผยดังกล่าว บรรดาห้างซูเปอร์มาร์เก็ตเจ้าดังในพื้นที่ต่างเร่งนำปลาแซลออกจากชั้นวางขายภายในห้างทันที แต่ยังยืนยันไม่มีผลกระทบต่อสินค้าชนิดอื่นๆ

นับเป็นครั้งแรกในรอบสองเดือนที่พบการแพร่เชื้อโควิดในพื้นที่กรุงปักกิ่งซึ่งไม่ได้มีประวัติเดินทางมาจากพื้นที่เมืองอื่นๆของจีน

จีนบอกให้ทวิตเตอร์ไล่บี้บัญชีที่ใส่ร้ายปักกิ่งด้วย #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/625902

วันที่ 13 มิ.ย. 2563 เวลา 10:12 น.จีนบอกให้ทวิตเตอร์ไล่บี้บัญชีที่ใส่ร้ายปักกิ่งด้วยรบ.จีนเรียกร้องให้ทวิตเตอร์ใช้มาตรฐานเดียวกัน จัดการกับแอคเคาท์ IO ที่โจมตีและใส่ร้ายป้ายสีตนด้วย

รอยเตอร์รายงานว่า เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา จากกรณีที่ทวิตเตอร์ สื่อโซเชียลมีเดียยักษ์ใหญ่เผยได้ว่าจัดการปิดบัญชีที่เป็นแอคเคาท์ IO รวมถึงบัญชีสนับสนุนปฏิบัติการดังกล่าวซึ่งทวิตเตอร์ระบุว่าบัญชีเหล่านี้ได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลจีน ในการเผยแพร่ข้อมูลผิดๆเรื่องไวรัสโควิด รวมถึงโจมตีรัฐบาลต่างชาติ จำนวนกว่า 1.7 แสนบัญชีนั้น

ทางด้านกระทรวงการต่างประเทศจีนได้แถลงแสดงท่าทีถึงเรื่องดังกล่าว โดยเรียกร้องให้ทวิตเตอร์ใช้มาตรฐานเดียวกันในการจัดการบัญชีที่มีพฤติกรรมลักษณะนี้ โดยโฆษกกระทรวงต่างประเทศจีนระบุว่า กลุ่มผู้ไม่ประสงค์ดียังคงใช้แพลตฟอร์มสื่อสังคมออนไลน์หลายรูปแบบ เผยแพร่ข้อมูลโจมตีและใส่ร้ายป้ายสีรัฐบาลปักกิ่ง จึงเป็นการดีหากทวิตเตอร์จะช่วยสอดส่องและดำเนินการในลักษณะเดียวกันเพื่อต่อสู้กับเฟคนิวส์

อย่างไรก็ดี แม้ทวิตเตอร์นับเป็นหนึ่งในแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียที่ถูกแบนในจีนแผ่นดินใหญ่ คนทั่วไปยากจะเข้าถึง แต่ก็พบว่ามีเจ้าหน้าที่ในหน่วยงานของรัฐบาลจีน ซึ่งมักทำหน้าที่กระบอกเสียงและเจ้าหน้าที่การทูตจีนหลายสามารถเข้าถึงการใช้งานทวิตเตอร์ได้

เมื่อทรัมป์ไม่แคร์โลก เดินหน้าถอนตัวจากองค์กรนานาชาติต่อเนื่อง #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/625889

วันที่ 12 มิ.ย. 2563 เวลา 21:50 น.เมื่อทรัมป์ไม่แคร์โลก เดินหน้าถอนตัวจากองค์กรนานาชาติต่อเนื่องนโยบาย “อเมริกาต้องมาก่อน” ของทรัมป์ กำลังจะทำให้สหรัฐโดดเดี่ยว

ท่าทีต่อองค์กรนานาชาติของประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ ยังร้อนแรงไม่หยุด ล่าสุดทรัมป์ได้จรดปากกาลงนามคำสั่งพิเศษ (executive order) อนุมัติการคว่ำบาตร อายัดทรัพย์สินและอสังหาริมทรัพย์ และห้ามเจ้าหน้าที่ของศาลอาญาระหว่างประเทศ (ICC) ที่เกี่ยวข้องกับการสอบสวนอาชญากรรมสงครามของทหารสหรัฐในอัฟกานิสถานเดินทางเข้าสหรัฐ

ที่มาที่ไปของเรื่องนี้ต้องย้อนไปเมื่อ 3 ปีที่แล้ว

ขณะนั้น ฟาทู เบ็นซูดา พนักงานอัยการของ ICC ขอเปิดการสืบสวนกรณีกองทัพสหรัฐก่ออาชญากรรมสงครามอิรักเมื่อปี 2003 และ 2004 ทำให้เมื่อปีที่แล้วทางการสหรัฐได้เพิกถอนวีซ่าของเบ็นซูดาเพื่อเป็นการตอบโต้ และจอห์น โบลตัน อดีตที่ปรึกษาด้านความมั่นคงของทรัมป์ ยังเคยข่มขู่ว่าสหรัฐจะคว่ำบาตร ICC ด้วย

ทั้งนี้ แม้ว่าสหรัฐจะไม่เคยลงนามเป็นรัฐภาคีของ ICC แต่ที่ผ่านมาสหรัฐให้ความร่วมมือในการสอบสวนคดีของ ICC และพลเมืองของสหรัฐก็อยู่ภายใต้อำนาจการสอบสวนของ ICC

ทว่าครั้งนี้สหรัฐยืนยันว่ามีกระบวนการสอบสวนและดำเนินคดีกับทหารหรือเจ้าหน้าที่หน่วยหน่วยข่าวกรองสหรัฐเองอยู่แล้ว

นี่เป็นเพียงตัวอย่างหนึ่งเท่านั้น เพราะนับตั้งแต่สาบานตนรับตำแหน่งตั้งแต่ต้นปี 2017 ทรัมป์พาสหรัฐถอนตัวจากข้อตกลงและองค์กรนานาชาติ และตัดงบประมาณที่ช่วยเหลือองค์กรเหล่านี้มาแล้วหลายครั้ง โดยมีครั้งที่สำคัญๆ ดังนี้

ข้อตกลงหุ้นส่วนยุทธศาสตร์เศรษฐกิจภาคพื้นแปซิฟิก (TPP)

หลังนั่งเก้าอี้ผู้นำสหรัฐไม่นาน ทรัมป์ก็ขอถอนตัวจาก TPP ทันทีภายใต้นโยบาย “อเมริกาต้องมาก่อน” (America First) เพื่อหวังจะดึงการจ้างงานกลับสู่สหรัฐ และยังวิจารณ์ว่าข้อตกลงนี้เป็นข้อตกลงที่แย่มากสำหรับสหรัฐ เพราะประเทศสมาชิกจะต้องตัดภาษีนำเข้าระหว่างกันภายในปี 2030 ซึ่งจะทำให้สินค้าจากประเทศอื่นหลั่งไหลเข้าสหรัฐอย่างไร้ข้อจำกัด

ข้อตกลงปารีส (Paris Agreement)

เดือน มิ.ย. 2017 ทรัมป์ถอนตัวจากข้อตกลงปารีส ว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศที่ตกลงกันไว้ตั้งแต่ปี 2015 ว่าจะควบคุมไม่ให้อุณหภูมิโลกเพิ่มขึ้นเกิน 2 องศาเซลเซียส แต่ทรัมป์อ้างว่าภายใต้ข้อตกลงนี้ สหรัฐต้องแบกรับภาระทางการเงินและเศรษฐกิจมากกว่าประเทศอื่น โดยเฉพาะจีนและอินเดีย จึงต้องถอนตัว แต่จะเจรจากลับเข้ากลุ่มอีกครั้งภายใต้เงื่อนไขใหม่ที่สหรัฐกำหนดขึ้น

ยูเนสโก (UNESCO)

เดือน ต.ค. 2017 สหรัฐประกาศถอนตัวจากองค์การเพื่อการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ หลังความสัมพันธ์ระหว่างกันตึงเครียดมาหลายปี เพราะสหรัฐกล่าวหาว่า UNESCO มีอคติกับอิสราเอล และคัดค้านที่ UNESCO ยอมรับให้ปาเลสไตน์เป็นรัฐเอกราช

ข้อตกลงนิวเคลียร์อิหร่าน

เดือน เม.ย. 2018 ทรัมป์ตัดสินใจฉีกข้อตกลงนิวเคลียร์กับอิหร่านที่ทำไว้ตั้งแต่ปี 2015 โดยอ้างว่าข้อตกลงนี้เอื้อประโยชน์ให้กับรัฐบาลของประธานาธิบดี ฮัสซัน รูฮานี ของอิหร่านมากเกินไป แล้วคว่ำบาตรอิหร่านทันที เมื่อสหรัฐถอนตัว อิหร่านจึงกลับมาผลิตและสะสมยูเรเนียมอีกครั้ง

คณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ (UNHRC)

เดือน มิ.ย. 2018 นิกกี้ เฮลีย์ ทูตสหรัฐประจำองค์การสหประชาชาติประกาศว่า สหรัฐจะถอนตัวจาก UNHRC เนื่องจากเป็นองค์กรที่มีอคติ เอนเอียง และลบหลู่สิทธิมนุษยชน

องค์การอนามัยโลก (WHO)

เดือน พ.ค. 2020 ทรัมป์ถอนตัวจากองค์การอนามัยโลกและตัดงบประมาณที่เคยช่วยเหลือไปให้องค์กรสาธารณสุขอื่นๆ แทน โดยให้เหตุผลว่า WHO รับมือการระบาดของ Covid-19 ภายใต้อิทธิพลของจีน และยังล้มเหลวในการปฏิรูปองค์กร

บราซิลประท้วงผู้นำรับมือโควิดห่วย ขุดสุสานปลอมกลางหาดดัง #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/625886

วันที่ 12 มิ.ย. 2563 เวลา 18:56 น.บราซิลประท้วงผู้นำรับมือโควิดห่วย ขุดสุสานปลอมกลางหาดดังบราซิลยอดตายโควิดพุ่งกว่า 40,000 แต่สองเมืองใหญ่ของประเทศคลายล็อกดาวน์แล้ว

สถานการณ์ไวรัสโคโรนาที่ระบาดในบราซิลยังคงย่ำแย่ โดยเมื่อวานนี้ (11 มิ.ย.) พบรายงานจำนวนเสียชีวิตสะสมเพิ่มกว่า 40,000 คน ขณะที่ยอดติดเชื้อสะสมยังคงเพิ่มสูงต่อเนื่องรวมกว่า 806,000 ราย วันเดียวบราซิลพบติดเชื้อเพิ่มไม่น้อยกว่า 30,000 คน

ผู้ป่วยที่ยังคงพบเชื้อมีอยู่อย่างน้อย 367,899 ราย จำนวนนี้กว่า 8,300 คนเป็นผู้ป่วยวิกฤต ส่วนผู้ป่วยรักษาหายแล้วอยู่ที่กว่า397,000 ราย

แม้ว่าสถานการณ์โดยรวมยังคงไม่ดีขึ้น แต่มีรายงานว่าหน่วยงานท้องถิ่นของนครเซา เปาโล และเมืองริโอ เดอ จาเนโร เริ่มมาตรการคลายล็อกดาวน์เพื่อให้ศูนย์การค้าและภาคธุรกิจกลับมาเปิดดำเนินกิจการได้เต็มรูปแบบแม้จะยังรายงานยอดผู้ติดเชื้อและเสียชีวิตจากทั้งสองเมืองสูงอยู่

ที่หาดโคปาคาบานา อันเป็นสถานที่ท่องเที่ยวอันโด่งดังของประเทศในเมืองริโอ เดอ จาเนโร กลุ่มนักเคลื่อนไหวได้แสดงออกเชิงสัญลักษณ์ด้วยการสร้างสุสานปลอมเพื่อแสดงความไม่พอใจประท้วงต่อท่าทีอันเพิกเฉยของประธานาธิบดีโบโซนารูที่ไม่จริงจังในการรับมือสถานการณ์โรคระบาดของประเทศ