ควีนเอลิซาเบธทรงใช้โปรแกรม Zoom พูดคุยพระราชทานกำลังใจผู้ดูแลคนไข้โควิด #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/625878

วันที่ 12 มิ.ย. 2563 เวลา 17:19 น.ควีนเอลิซาเบธทรงใช้โปรแกรม Zoom พูดคุยพระราชทานกำลังใจผู้ดูแลคนไข้โควิดแม้จะมีพระชนมายุ94พรรษา แต่ควีนเอลิซาเบธที่สองทรงปรับพระองค์ให้ทันยุคทันสมัยอยู่เสมอ

สำนักพระราชวังบักกิงแฮมได้เผยแพร่คลิปวิดิโอ ขณะที่สมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 ทรงใช้โปรแกรม Zoom ซึ่งเป็นโปรแกรมสำหรับการประชุมทางไกลในการมีพระราชปฏิสันถารกับบรรดาผู้ที่ดูแลคนไข้โควิด และผู้ดูแลสมาชิกครอบครัวที่ป่วยหรือพิการทั่วอังกฤษเนื่องในสัปดาห์ผู้ดูแลแห่งชาติประจำปี(UK Carers Week)

การวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ดังกล่าว ถือเป็นการปรากฎพระองค์ต่อสาธารณชนทางออนไลน์เป็นครั้งแรก ในการมีพระราชปฏิสันถารพูดคุยและพระราชทานกำลังใจแก่ผู้ที่ทำงานดูแลผู้ป่วยในอังกฤษเป็นเวลาราว 20 นาที ขณะที่พระองค์ทรงประทับภายในปราสาทวินเซอร์ โดยนอกจากสมเด็จพระราชีนีแล้ว ยังมีเจ้าหญิงแอนน์ พระราชกุมารี ทรงร่วมในโปรแกรมดังกล่าวเพื่อพูดคุยรับฟังเรื่องราวและให้การสนับสนุนแก่ผู้ที่ดูแลผู้ป่วยติดเชื้อโควิด-19ด้วย

ทวิตเตอร์แบนแอคเคาท์ IO อวยจีนกว่า 1.7 แสนบัญชี #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/625873

วันที่ 12 มิ.ย. 2563 เวลา 16:02 น.ทวิตเตอร์แบนแอคเคาท์ IO อวยจีนกว่า 1.7 แสนบัญชีทวิตเตอร์ไล่บี้ลบแอคเคาท์IOรัฐบาลจีนกว่า 170,000 บัญชี ปั่นข่าวอวยปักกิ่ง แพร่ข้อมูลผิดๆเรื่องโควิด-19

เมื่อวันที่ 11 มิ.ย. ทวิตเตอร์สื่อสังคมออนไลน์ของสหรัฐเผยว่า ได้ทำการลบบัญชีผู้ใช้งานกว่า 170,000 บัญชี ที่พบว่ามีส่วนเกี่ยวข้องในปฏิบัติการข้อมูลข่าวสารที่ได้รับการสนุบสนุนจากรัฐบาลจีน ในการเผยแพร่ข้อมูลด้านบวกเกี่ยวกับรัฐบาลปักกิ่ง โจมตีเหตุประท้วงฮ่องกง รวมถึงการแพร่ข้อมูลผิดๆเรื่องไวรัสโควิด-19

ทวิตเตอร์ระบุว่า ในจำนวนกว่า 1.7 แสนบัญชีที่จัดการนี้แบ่งเป็นแอคเคาท์หลักที่มีความเคลื่อนไหวสูงที่เป็นต้นทางของการแชร์ข้อมูลจำนวน 23,750 บัญชี และแอคเคาท์ที่ปั่นกระแสข่าวหรือเนื้อหาจากนั้นอีกราว 150,000 บัญชี

นอกจากนี้ทวิตเตอร์ยังจัดการบัญชีที่มีพฤติกรรมเคลื่อนไหวคลายกันในต่างประเทศอีกกว่า 8 พันบัญชี โดยแบ่งเป็น 7,340 บัญชีที่เคลื่อนไหวเกียวกับตุรกี และอีก 1,152 บัญชีที่เกียวข้องกับรัสเซีย

ด้านนักวิเคราะห์และมอนิเตอร์สื่อโซเชียลมีเดียบอกว่า ปฏิบัติการไอโอของจีนช่วงหลังๆเน้นประเด็นฮ่องกงเป็นหลักแล้วตามด้วยเรื่องไวรัสโควิด ต่างจากในก่อนหน้านี้ที่ไอโอจีนมักแชร์ข้อมูลยกย่องการรับมือไวรัสของจีน ควบคู่ไปกับการโจมตีสหรัฐด้วยประเด็นไวรัส

สำหรับทวิตเตอร์เป็นหนึ่งในหลายๆสื่อโซเชียลมีเดียของสหรัฐที่ถูกรัฐบาลจีนแบนใหม่ให้ประชาชนทั่วไปเข้าถึงได้ จึงมีความเป็นไปได้สูงว่า ผู้ที่ใช้ความเคลื่อนผ่านบัญชีเหล่านี้คือนักรบไซเบอร์ที่ได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลจีนโดยตรง สอดคล้องกับช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา ซึ่งพบการระบาดของไวรัสโควิด บรรดาเจ้าหน้าที่รัฐบาลและนักการทูตจีนหลายรายใช้สื่อสังคมออนไลน์อย่างเฟซบุ๊ก และทวิตเตอร์ในการเคลื่อนไหวตอบโต้หน่วยงานต่างชาติที่วิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลจีน

ความเคลื่อนไหวดังกล่าวของทวิตเตอร์ ไม่เพียงแค่เกิดขึ้นกับต่างประเทศเท่านั้น โดยเมื่อเดือนที่แล้วทวิตเตอร์ยังได้ใช้มาตรจัดการกับบัญชีของทำเนียบขาวและบัญชีของประธานาธิบดีทรัมป์ ในบางข้อความที่ทวิตเตอร์ระบุว่าเป็นการให้ข้อมูลผิดๆและเป็นข้อมูลที่สุ่มเสี่ยงต่อการสนับสนุนความรุนแรง

แฟ้มภาพ : AFP

ม็อบอเมริกันยึดกลางเมืองซีแอตเทิล ตั้งเขตปกครองตนเอง #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/625859

วันที่ 12 มิ.ย. 2563 เวลา 14:27 น.ม็อบอเมริกันยึดกลางเมืองซีแอตเทิล ตั้งเขตปกครองตนเองทรัมป์ประนามม็อบ ตั้งค่ายปิดถนนยึดกลางเมืองซีแอตเทิลเป็นเขตปกครองตนเอง ลั่นจะใช้กำลังกระชับคืนพื้นที่

สื่อท้องถิ่นสหรัฐรายงานว่า ตั้งแต่ที่หลายเมืองของสหรัฐเกิดเหตุชาวอเมริกันออกมารวมตัวชุมนุมประท้วงแสดงความไม่พอใจต่อกรณีการเสียชีวิตของนายจอร์จ ฟลอยด์นั้น แม้บางพื้นที่สถานการณ์จะแถบไม่พบรายงานเหตุประท้วงรุนแรงแล้ว แต่ก็ยังคงมีรายงานในบางเมืองที่ยังคงมีกลุ่มผู้ชุมนุมรวมตัวอยู่และหน่วยงานท้องถิ่นยังไม่สามารถเข้าควบคุมสถานการณ์ได้

เมื่อสามวันก่อนหน้านี้ที่นครซีแอตเทิล รัฐวอชิงตันของสหรัฐ ได้มีกลุ่มผู้ประท้วงเข้ายึดพื้นที่ศาลากลางเมืองและบริเวณใกล้เคียงที่อยู่ในย่านใจกลางเมืองซีแอตเทิลเพื่อเคลื่อนไหวทำกิจกรรมดังกล่าว

โดยกลุ่มผู้ชุมนุมหลายร้อยคนได้รวมตัวกันปิดกั้นพื้นที่เพื่อเคลื่อนไหวทำกิจกรรมต่างกินบริเวณถนนสายEast Precinct กินบริเวณหลายบล็อกย่านใจใกล้กับศาลาว่าการเมือง พร้อมเรียกบริเวณดังกล่าวว่าเป็นเขตปกครองตนเอง (Capitol Hill Autonomous Zone) หรือ Chaz โดยตลอดช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา พื้นทีนี้ถูกใช้เป็นจุดเคลือนไหวกรณีจอร์จ ฟลอยด์มาตลอด กระทั่งผู้ประท้วงเริ่มทำแบร์ริเออร์มาปิดถนนกั้นพื้นที่เพื่อเคลื่อนไหวทำกิจกรรม

ด้านนายเจย์ อินสลี ผู้ว่าการรัฐวอชิงตันสังกัดพรรคเดโมแครต และนางเจนนี เดอร์แคน นายกเทศมนตรีเมืองซีแอตเทิลกล่าวว่าเตรียมดำเนินคดีต่อกลุ่มผู้ประท้วงที่ยึดพื้นที่ดังกล่าวอย่างไม่ชอบด้วยกฎหมาย แต่อย่างไรก็ดีมีรายงานว่าหน่วยงานท้องถิ่นนครซีแอตเทิลได้ถอนกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจบางส่วนออกจากพื้นที่แล้ว ซึ่งส่งผลให้ประธานาธิบดีทรัมป์กล่าวตำหนิท้องถิ่นซีแอตเทิลว่ากำลังให้ท้าย”ผู้ก่อการร้ายท้องถิ่น”ยึดครองพื้นที่พร้อมปิดเส้นทางการจราจรในเมืองอย่างผิดกฎหมายอย่างเบ็ดเสร็จ และอาจเตรียมพิจารณาใช้กำลังเจ้าหน้าที่ความมั่นคงเข้ากระชับคืนพื้นที่ดังกล่าวจากผู้ประท้วง

แม้เรื่องดังกล่าวทางการท้องถิ่นรัฐวอชิงตันไม่เห็นด้วย แต่ทางรัฐวอชิงตันก็ยังคงไม่ชัดเจนเช่นกันว่าจะดำเนินการตามกฎหมายอย่างไร โดยนายอินสลีผู้ว่าการรัฐ กล่าวถึงประธานาธิบดีทรัมป์ว่า คนที่ไม่มีประสิทธิภาพในการบริหารประเทศ ก็ไม่ควรมาก้าวก่ายเรื่องภายในของรัฐวอชิงตัน เช่นเดียวกับนายกเล็กเมืองซีแอตเทิลก็บอกว่า ประชาชนในเมืองมีสิทธิชุมนุมอย่างสงบ ท่าเตรียมขอคืนพื้นที่ของผู้นำสหรัฐนอกจากจะเป็นการรุกรานอำนาจท้องถิ่นแล้ว ยังเป็นการละเมิดรัฐธรรมนูญสหรัฐด้วย

สหรัฐคว่ำบาตรจนท.ศาลโลก ปมเปิดสอบสวนอาชญากรรมสงครามในอัฟกานิสถาน #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/625843

วันที่ 12 มิ.ย. 2563 เวลา 11:48 น.สหรัฐคว่ำบาตรจนท.ศาลโลก ปมเปิดสอบสวนอาชญากรรมสงครามในอัฟกานิสถานทรัมป์ฉุนศาลโลกกรุงเฮก เปิดสอบสวนทหาร-หน่วยราชการลับสหรัฐก่ออาชญากรรมสงคราม ลงนามคำสั่งคว่ำบาตรอายัดทรัพย์สิน

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐได้ลงนามคำสั่งพิเศษฝ่ายบริหารใช้มาตรการคว่ำบาตรเจ้าหน้าที่คนใดก็ตามของศาลอาญาระหว่างประเทศที่กรุงเฮก (ICC) ด้วยการสั่งห้ามเดินทางและอายัดทรัพย์สินและอสังหาริมทรัพย์ของเจ้าหน้าที่คนใดก็ตามในศาลโลกที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการสอบสวนและฟ้องร้อง เจ้าหน้าที่รัฐบาลสหรัฐในข้อหาก่ออาชญากรรมสงครามในอัฟกานิสถาน

ความคืบหน้าดังกล่าวมีขึ้นหลังจากที่เมื่อปี 2017 ที่ผ่านมาทาง ICC ได้เริ่มกระบวนการสอบสวนกรณีการก่ออาชญากรรมสงครามในอัฟกานิสถาน หลังจากได้รับข้อร้องเรียนเรียนดังกล่าวจากบรรดาผู้เคยตกเป็นเหยื่อกว่ 700 กรณี ซึ่งรวมถึงการดำเนินการฟ้องร้องต่อทหารสหรัฐและเจ้าหน้าที่หน่วยราชการลับของรัฐบาลวอชิงตันและชาติพันธมิตรอย่างอิสราเอลในข้อหาเดียวกัน

นายไมค์ ปอมเปโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐ ซึ่งเป็นผู้แถลงคำสั่งดังกล่าวระบุว่า รัฐบาลวอชิงตันจะไม่นิ่งเฉยต่อการที่บุคลากรของเราถูกคุกคามจากศาลเถื่อน เช่นเดียวกับนายวิลเลียม บารร์ รัฐมนตรียุติธรรมสหรัฐซึ่งแถลงข่าวร่วมกัน อ้างว่าการทำงานและการสอบสวนดังกล่าวของICC มีคณะบุคคลที่สาม รวมถึงรัสเซียเกี่ยวข้องกับการไต่สวนดังกล่าวด้วย ทั้งว่าคณะบริหารรัฐบาลทรัมป์จะพยายามใช้ทุกช่องทางฟื้นฟูICC ให้พ้นจากการตกเป็นองค์เครื่องมือแสวงหาผลประโยชน์ทางการเมืองระหว่างประเทศ

นอกจากประเด็นของสหรัฐแล้ว ICC ยังกำลังเดินหน้าสอบสวนชาติพันธมิตรอันใกล้ชิดสหรัฐอย่างอิสราเอล จากการขยายอาณาเขตของอิสราเอลในดินแดนเวสต์แบงก์ ว่าเรื่องดังกล่าวถือเป็นอาชญากรรมสงครามหรือไม่

บิ๊กเพนตากอนขอโทษประชาชน เหตุเดินตามหลังทรัมป์วันปราบม็อบ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/625832

วันที่ 12 มิ.ย. 2563 เวลา 10:01 น.บิ๊กเพนตากอนขอโทษประชาชน เหตุเดินตามหลังทรัมป์วันปราบม็อบ“ผมไม่ควรอยู่ที่นั่นแต่แรก การปรากฏตัวของผมสร้างการรับรู้ผิดๆว่าทหารมีส่วนร่วมกับการเมืองในประเทศ”

นิวยอร์กไทมส์รายงานว่า พลเอกมาร์ก เอ. มิลลีย์ (Mark A. Milley) ประธานคณะเสนาธิการทหารร่วมฯ (Chairman of the Joint Chiefs of Staff) ได้แถลงการณ์ผ่านคลิปวิดีโอ กล่าวขอโทษต่อชาวอเมริกัน จากการที่ปรากฏภาพของเขาขณะเดินตามหลังประธานาธิบดีทรัมป์ ไปยังโบสถ์เซนต์จอห์นใกล้ทำเนียบขาวซึ่งได้รับความเสียหายจากเหตุผู้ประท้วงกรณีจอร์จ ฟลอยด์

การเดินเท้าของผู้นำสหรัฐเพื่อไปถ่ายรูปพร้อมคัมภีร์ไบเบิลที่ด้านหน้าโบสถ์ที่เสียหายในวันนั้น สร้างขอวิพากษ์วิจารณ์ต่อประธานาธิบดีทรัมป์อย่างมาก ทั้งประเด็นการนำศาสนามาหาเสียงทางการเมืองเพื่อสร้างความชอบธรรมในการปราบปราบม็อบ ทั้งผู้นำสหรัฐยังได้สั่งให้หน่วยตำรวจในพื้นที่และกองกำลังพิทักษ์ชาติ ยิงแก๊สน้ำตาเพื่อเปิดทางให้ตัวเขาและคณะซึ่งรวมถึงพลเอกมิลลีย์ สามารถเดินเท้าไปยังด้านหน้าโบสถ์เพื่อให้สื่อถ่ายรูปโดยทรัมป์ไม่ได้เข้าไปสำรวจความเสียหายภายในโบสถ์แต่อย่างใด

ประธานเสธฯกองทัพสหรัฐกล่าวว่า “ผมไม่ควรอยู่ที่นั่นในเวลานั้น ในฐานะนายทหารระดับสูงสุดแห่งกองทัพสหรัฐ สิ่งที่เกิดขึ้นคือความผิดพลาดที่ผมต้องเรียนรู้ และหวังว่าทุกฝ่ายจะร่วมทบทวนเช่นกัน .. ผมขอโทษต่อชาวอเมริกันอย่างจริงใจกับเรื่องที่เกิดขึ้น การปรากฎตัวของผมสร้างความรับรู้ที่ไม่สมควรขึ้นว่าทหารมีส่วนร่วมกับการเมืองในประเทศ”

“การเคลื่อนไหวทางสังคมกรณีจอร์จ ฟลอยด์ ไม่เพียงแค่เป็นการเรียกร้องความยุติธรรมให้เขาเท่านั้น.. แต่ยังเป็นสิ่งที่ตอกย้ำถึงประเด็นความไม่เท่าเทียมทางสีผิวที่เป็นปัญหาในสังคมอเมริกามานานและเราต้องร่วมกันแก้ไข”

ท่าทีล่าสุดของพลเอกมิลลีย์ มีขึ้นจากช่วงสัปดาห์ก่อนหน้านี้ เขาเคยเขียนบันทึกข้อความเผยแพร่ต่อกำลังพลในกองทัพสหรัฐทุกเหล่าทัพ ย้ำให้ทุกเหล่าทัพยึดมั่นคำปฏิญาณในการพิทักษ์รัฐธรรมนูญสหรัฐและรับใช้ชาวอเมริกัน

ขณะเดียวกัน ด้านนายมาร์ก เอสเปอร์ รัฐมนตรีกลาโหมสหรัฐ ได้มีแถลงการณ์เผยแพร่ในวันเดียวกับที่พลเอกมิลลีย์ออกแถลงการณ์ โดยคำแถลงของรมว.กลาโหมสหรัฐเรียกร้องให้ตรวจสอบการทำงานของกองกำลังชาติจากเหตุใช้กำลังเข้าควบคุมและสลายกลุ่มผู้ประท้วงในหลายพื้นที่ ซึ่งในก่อนหน้านี้นายเอสเปอร์ยังแสดงจุดยืนไม่เห็นด้วยกับผู้นำสหรัฐที่ต้องการใช้กำลังทหารเข้ารักษาความสงบจากเหตุประท้วง

ถ้ายุโรปไม่เอาด้วย ความหวังเล่นงานจีนของทรัมป์ก็ถึงทางตัน #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/625818

วันที่ 11 มิ.ย. 2563 เวลา 21:33 น.ถ้ายุโรปไม่เอาด้วย ความหวังเล่นงานจีนของทรัมป์ก็ถึงทางตันความพยายามหาแนวร่วมในเวทีโลกเพื่อสกัดจีนของ โดนัลด์ ทรัมป์ ส่อแววล้มไม่เป็นท่า เพราะยุโรปแสดงท่าทีชัดเจนว่ากำลังให้ความสนใจกับการรักษาความสัมพันธ์โดยเฉพาะทางการค้ากับจีนไว้มากกว่า

โดยเฉพาะอย่างยิ่งนายกรัฐมนตรี แองเกล่า แมร์เคิล ของเยอรมนี ที่ประกาศชัดเจนว่า ยุโรปมีผลประโยชน์เชิงกลยุทธ์ที่ดีกับจีน และย้ำอีกครั้งในการปราศรัยเปิดตัวองค์กรคลังสมอง Konrad-Adenauer Stiftung ว่า จะให้ความสำคัญกับจีนเป็นอันดับแรกหลังจากตำแหน่งประธานสหภาพยุโรป (EU) หมุนเวียนมาถึงเยอรมนีในวันที่ 1  ก.ค.นี้

แมร์เคิลยังกล่าวอีกว่า แม้ว่ารัฐบาลหลายประเทศในยุโรปจะยังกังขาต่อท่าทีที่แข็งกร้าวของจีน แต่เยอรมนีจะยังคงรักษาความร่วมมือที่ดีกับจีนไว้ รวมทั้งจะทำให้สัญญาการค้าการลงทุนกับจีนบรรลุผล

คำพูดของผู้นำเยอรมนีเหมือนเป็นการทำลายความหวังของทรัมป์ที่จะใช้เวทีการประชุม G7 เพื่อสร้างพันธมิตรกดดันจีนอย่างจัง

หรือจะพูดง่ายๆ คือ ยุโรปมองว่าการประกาศเพิ่มสมาชิกกลุ่ม G7 แต่เพียงฝ่ายเดียวของทรัมป์เป็นการกระทำที่ขาดการไตร่ตรองที่มีมาต่อเนื่องนับตั้งแต่ทรัมป์รับตำแหน่งเมื่อ 3 ปีที่แล้ว ซึ่งเป็นการบ่อนทำลายระเบียบโลกแบบพหุภาคีที่ผู้นำสหรัฐคนก่อนๆ พยายามสร้างขึ้นมาตลอดกว่า 70 ปีที่ผ่านมา

นอกจากนี้ แม้ว่ายุโรปจะไม่เห็นด้วยกับจีนในประเด็นร่างกฎหมายความมั่นคงในฮ่องกง แต่ทั้งสหภาพยุโรปและรัฐบาลยุโรปหลายประเทศได้พยายามถอยห่างออกจากการโจมตีจีนของสหรัฐ

อีกทั้ง โจเซพ บอร์เรลล์ ผู้แทนระดับสูงด้านนโยบายต่างประเทศของสหภาพยุโรป ยังย้ำกับ หวังอี้ รัฐมนตรีต่างประเทศจีนว่า สหภพยุโรปไม่ต้องการก่อสงครามเย็นกับจีน

บทสรุปก็คือ การทำตามอำเภอใจของทรัมป์กรณีการเชิญเกาหลีใต้ อินเดีย และออสเตรเลียเข้าร่วมประชุม G7 เพื่อหวังขยายขนาดของกลุ่มเดิมมาใช้จัดการจีนจึงไม่มีชาติไหนในยุโรปร่วมหัวจมท้ายด้วย เพราะแต่ละประเทศต่างก็ให้ความสำคัญกับการรักษาความร่วมมือด้านเศรษฐกิจโลกมากกว่า ในยุคหลังโควิดที่เศรฐกิจโลกสุ่มเสี่ยงต่อการเกิดภาวะเศรษฐกิจถดถอย

เรียบเรียงจาก Trump’s China policy at a cul-de-sac

ม็อบสหรัฐตัดหัว-รื้ออนุสาวรีย์”โคลัมบัส”โยนทิ้งน้ำ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/625811

วันที่ 11 มิ.ย. 2563 เวลา 18:50 น.

ม็อบสหรัฐตัดหัว-รื้ออนุสาวรีย์"โคลัมบัส"โยนทิ้งน้ำ

รูปปั้นโคลัมบัสและผู้นำยุคสงครามกลางเมืองหลายแห่งในสหรัฐ ถูกม็อบรื้อทำลาย บอกเป็นเครื่องหมายค้าทาสและกดขี่ชนพื้นเมืองอเมริกา

กระแสกลุ่มผู้ประท้วงต่อต้านการเหยียดสีผิวในหลายรัฐของสหรัฐ ได้ร่วมกันทำลายอนุสาวรีย์ของคริสโตเฟอร์ โคลัมบัส นักสำรวจคนสำคัญผู้คนพบทวีปอเมริกา โดยรายงานพบว่าอนุสาวรีย์ของโคลัมบัสซึ่งตั้งอยู่ในสวนสาธารณะกลางเมืองบอสตัน รัฐแมสซาชูเซ็ตต์ ได้ถูกผู้ประท้วงตัดคอก่อนที่จะนำส่วนคอของรูปปั้นไปโยนทิ้งน้ำ

นาย มาร์ติน วอล์ช นายกเทศมนตรีเมืองบอสตัน เผยว่า รูปปั้นดังกล่าวถูกตั้งขึ้นเมื่อปี 1979 โดยที่ผ่านมาถูกทำลายหลายครั้ง ทั้งถูกพ่นสีสเปรย์ในปี 2015 รวมถึงเคยรูปปั้นดังกล่าวเคยถูกตัดหัวมาก่อน ซึ่งรูปปั้นที่เพิ่งถูกทำลายนี้เป็นรูปปั้นใหม่ที่มาแทนของเดิมเมื่อปี 1979 โดยหลังจากนี้ทางการเมืองบอสตัน อาจเตรียมรื้อถอนรูปปั้นนี้ออกก่อนเพื่อนำไปเก็บรักษาไว้ชั่วคราว ส่วนการบูรณะใหม่ยังคงไม่ชัดเจน

นายวอลช์ กล่าวว่า การรื้อทำลายรูปปั้นบุคคลในประวัติศาสตร์ทั้งในบอสตันและทั่วสหรัฐ สะท้อนว่าถึงเวลาแล้วที่เราต้องทบทวนประวัติศาสตร์เพื่อเข้าใจเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างถ่องแท้ “เราจะไม่เอาผิดกับเหตุเหล่านี้แต่มันจะต้องหยุดเสียที”

ขณะเดียวกันรูปปั้นโคลัมบัสที่เมืองริชมอนด์ รัฐเวอร์จิเนีย ก็ถูกกลุ่มผู้ประท้วงจุดไฟเผา ก่อนจะทำการโค่นและลากไปตามท้องถนนและโยนรูปปั้นลงในทะเลสาบบริเวณนั้นโดยผู้ประท้วงยังได้ติดป้ายที่บริเวณแท่นของอนุสาวรีย์ประนามว่า โคลัมบัสคือตัวแทนของการสังหารหมู่ฆ่าล้างเผ่าพันธุ์

เช่นเดียวกับรูปปั้นโคลัมบัสที่ตั้งอยู่ด้านหน้าอาคารรัฐสภาเมืองเซนต์ปอลเมืองเอกของรัฐมินเนโซต้า อันเป็นรัฐที่เกิดเหตุกรณีจอร์จ ฟลอยด์ ก็ถูกกลุ่มผู้ประท้วงโค่นทำลายไม่ต่างกัน

ทั้งนี้ นอกจากรูปปั้นโคลัมบัสแล้ว ยังมีรายงานรูปปั้นของเจฟเฟอร์สัน เดวิส ประธานาธิบดีแห่งสมาพันธรัฐอเมริกาสมัยยุคสงครามกลางเมือง ซึ่งตั้งอยู่ในเมืองพอร์ธสมัธ รัฐเวอร์จิเนียก็ถูกผู้ประท้วงกลุ่มหนึ่งโค่นลงเช่นกัน

สำหรับคริสโตเฟอร์ โคลัมบัส เป็นนักสำรวจชาวอิตาลี ผู้มีชีวิตช่วงกลางคริสต์ศตวรรษที่ 15 เป็นที่รู้จักในฐานะนักสำรวจผู้ค้นพบ”โลกใหม่”ซึ่งเปิดทางให้บรรดาชาติมหาอำนาจยุโรปเข้าไปล่าอาณานิคมในทวีปอเมริกาซึ่งเป็นชนวนเหตุไปสู่การค้าทาสและกดขี่ชนพื้นเมือง

ญี่ปุ่นเตรียมไฟเขียวนักเดินทางไทย เข้าประเทศได้วันละ 250 คน #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/625795

วันที่ 11 มิ.ย. 2563 เวลา 16:45 น.

ญี่ปุ่นเตรียมไฟเขียวนักเดินทางไทย เข้าประเทศได้วันละ 250 คน

ญี่ปุ่นเล็งนำร่องให้นักธุรกิจ-วิศวกรจาก4ชาติรวมถึงไทย เข้าประเทศได้วันละ 250 คน

เกียวโดรายงานอ้างแหล่งข่าวในรัฐบาลญี่ปุ่นเผยว่า ทางการญี่ปุ่นเตรียมจะอนุญาตให้นักเดินทางจากภาคธุรกิจที่เป็นผู้บริหารหรือวิศวกรจาก 4 ประเทศ ได้แก่ ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ เวียดนาม และไทย สามารถเดินทางเข้าญี่ปุ่นได้อีกครั้งโดยจำกัดวันละ 250 ราย คาดมีผลต้นฤดูร้อนนี้ ซึ่งตรงกับเดือนมิถุนายนถึงเดือนสิงหาคม หลังจากที่ผ่านมาญี่ปุ่นได้ขึ้นบัญชีห้ามนักเดินทางจากบางชาติเข้าประเทศ

สำหรับนักเดินทางจากกลุ่มประเทศในข้างต้นจะต้องเข้ารับการตรวจคัดกรองเชื้อโควิด 2 ครั้ง ทั้งก่อนเดินทางออกจากประเทศ และจะต้องมีหนังสือรับรองแนบมาด้วย กับตรวจเชื้ออีกครั้งเมื่อถึงญี่ปุ่นแล้ว โดยการผ่อนปรนนี้จะให้นักเดินทางจากภาคงภาคธุรกิจและวิศวกรก่อน ส่วนนักศึกษาและนักท่องเที่ยวทั่วไปต้องรอการพิจารณาในภายหลัง

เหตุที่รัฐบาลญี่ปุ่นเตรียมผ่อนปรนให้ทั้ง 4 ชาติเป็นกลุ่มแรก เนื่องจากมีความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจที่ใกล้ชิด ทั้งยังเป็นประเทศสามารถควบคุมการระบาดของเชื้อโควิดได้ดี

ปัจจุบันญี่ปุ่นมีการขึ้นทะเบียนห้ามพลเมืองจาก 111 ประเทศและภูมิภาคเดินทางเข้าญี่ปุ่น รวมถึงนักเดินทางผู้ที่มีประวัติเคยพำนักอยู่ในประเทศนั้นๆ อย่างน้อย 2 สัปดาห์ก่อนเดินทางเข้าญี่ปุ่น เพื่อป้องกันการติดเชื้อที่มาจากต่างชาติ

อย่างไรก็ดี รัฐบาลญี่ปุ่นเตรียมจะสรุปถึงรายละเอียดเรื่องดังกล่าวอีกครั้ง และอาจจะขยายผลมาตรการนี้ไปใช้กับนักเดินทางจากประเทศอื่นๆอย่างเกาหลีใต้และสหรัฐด้วยเช่นกันทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสถานการณ์

รัสเซียรับอาจใช้เวลาหลายปีกำจัดน้ำมันรั่วแม่น้ำอาร์กติก #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/625785

วันที่ 11 มิ.ย. 2563 เวลา 15:20 น.

รัสเซียรับอาจใช้เวลาหลายปีกำจัดน้ำมันรั่วแม่น้ำอาร์กติก

จับแล้ว 3 จนท.บริษัทเหมืองรัสเซียเอี่ยวทำน้ำมันรั่วอาร์กติก ทีมกู้ภัยยอมอาจใช้เวลาหลายปีทำความสะอาด

เอเอฟพีรายงานว่า ทางการท้องถิ่นเมืองนอริลสก์ เขตสหพันธ์ไซบีเรียของรัสเซีย ได้ควบคุมตัว3 เจ้าหน้าที่ของเครือบริษัทนอริลสก์ นิกเกิล ผู้ประกอบการเหมืองแร่และเจ้าของโรงไฟฟ้าซึ่งเป็นต้นเหตุที่ทำให้เกิดน้ำมันดีเซลกว่า 21,000 ตัน รั่วลงระบบแม่น้ำและผืนดินสร้างความเสียหายให้กับพื้นที่ไม่น้อยกว่า 180,000 ตารางเมตร

รายงานระบุว่า เจ้าหน้าที่ทั้งสามที่ถูกควบคุมตัวประกอบด้วยผู้อำนวยการสถานีพลังงานพาเวลสเมียร์นอฟและวิศวกรอีกสองราย ถูกตั้งข้อหาในความผิดละเมิดกฎหมายคุ้มครองสิ่งแวดล้อมซึ่งหากถูกตัดสินว่าผิดจริงจะมีบทลงโทษจำคุกสูงสุด 5 ปี

อย่างไรก็ดี ทีมเจ้าหน้าที่กู้ภัยด้านสิ่งแวดล้อมยอมรับว่า กระบวนการทำความสะอาดแม่น้ำและผืนดินที่ได้รับผลกระทบอาจใช้เวลานานหลายปี โดยขณะนี้เจ้าหน้าที่พบสัตว์บางชนิดอย่างหนูมัสค์แร็ต และนกท้องถิ่นหลายตัวต้องตายเพราะผลกระทบจากน้ำมันที่รั่วแล้ว ซึ่งเบื้องต้นประเมินว่ากระบวนการทำความสะอาดแหล่งน้ำนอกจากอาจใช้เป็นหลายปีแล้ว ผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมอาจกินระยะเวลายาว5-10ปี นับเป็นภัยพิบัติด้านสิ่งแวดล้อมเลวร้ายที่สุดที่เคยเกิดขึ้นใกล้แถบอาร์กติกเซอร์เคิล

สำหรับบริษัทนอริลสก์ นิกเกิล เป็นหนึ่งในธุรกิจของนายวลาดีมีร์ โปตานิน (Vladimir Potanin) มหาเศรษฐบุคคลผู้ร่ำรวยที่สุดคนหนึ่งของรัสเซีย และยังมีสายสัมพันธ์ใกล้ชิดกับประธานาธิบดีปูติน ได้กล่าวว่าบริษัทของเขาจะทุ่มเงินกว่า 146 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (กว่า 4,500 ล้านบาท) ในการรับมือแก้ปัญหาวิกฤตสิ่งแวดล้อมนี้โดยเฉพาะ โดยบริษัทให้คำมั่นว่าจะกำจัดดินปนเปื้อนคราบน้ำมันให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 31 ส.ค.นี้

คนมะกันติดโควิดทะลุ2ล้านราย #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/625758

วันที่ 11 มิ.ย. 2563 เวลา 12:52 น.

คนมะกันติดโควิดทะลุ2ล้านราย

คนสหรัฐป่วยโควิดเกิน 2 ล้านราย ตายอีกนับแสน หลายรัฐเริ่มเจอระบาดอีกรอบ

สถานการณ์ระบาดของโคโรนาไวรัส 2019 หรือ โควิด-19 ในสหรัฐยังคงน่าเป็นห่วง โดยข้อมูลจากมหาวิทยาลัยจอห์น ฮอปกิ้น ยืนยันว่าขณะนี้ยอดติดเชื้อโควิดสะสมในชาวอเมริกันทะลุถึง 2,000,464 รายแล้ว

ขณะที่ยอดคนอเมริกันที่เสียชีวิตจากเชื้อโควิดสะสมอยู่ที่ 112,908 ราย ท่ามกลางสถานการณ์ที่เริ่มพบสัญญาณการระบาดอีกรอบ โดยเมื่อวันพุธที่ผ่านมารัฐเท็กซัสพบผู้ป่วยติดเชื้อโควิดรายใหม่ 2,504 ราย ซึ่งเป็นยอดติดเชื้อใหม่สูงสุดนับตั้งแต่พบการระบาดในพื้นที่ของรัฐ

ส่วนที่ฟลอริด้า เป็นเวลาเกือบหนึ่งเดือนหลังเริ่มผ่อนคลายมาตรการปิดเมือง มีรายงานพบผู้ป่วยใหม่ที่ 8,553 ราย จากรอบสัปดาห์ที่ผ่านมาซึ่งมากที่สุดในรอบเจ็ดวัน

ด้านรัฐแคลิฟอร์เนียพบรายงานผู้ป่วยเข้ารักษาตัวจากโควิดในโรงพยาบาลในพื้นที่9เขตเคาท์ตี้ในแต่ละวันเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จากตั้งแต่วันที่ 13 พฤษภาคมที่ผ่านมา โดยเฉพาะในพื้นที่ของนครลอสแองเจลิส

ด้านเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นคาดว่า ตัวเลขที่ติดเชื้อที่เพิ่มขึ้นนี้พบในหลายภาคส่วนทั่วรัฐ ซึ่งล้วนอาจเกี่ยวข้องกับการผ่อนคลายมาตรการล็อกดาวน์ที่ในแต่ละท้องถิ่นเริ่มอนุญาตให้เปิดเมืองได้ ประกอบกับการชุมนุมกรณีจอร์จ ฟลอยด์ก็อาจเป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้เริ่มพบผู้ติดเชื้อเพิ่ม

เช่นเดียวกับรัฐแอริโซนา พบผู้ติดเชื้อโควิดรายใหม่พุ่งขึ้นอย่างกระทันหันในช่วงสองสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยมียอดติดเชื้อรายวันสูงสุดเมื่อวันที่ 2 มิถุนายนที่1,187 รายในวันเดียว