เกาหลีใต้ติดเชื้อทะลุ 3,500 ผู้นำลั่นสู้ไม่ถอยจะฟื้นฟูศก.ของประเทศให้ได้ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/616323

วันที่ 01 มี.ค. 2563 เวลา 10:15 น.

เกาหลีใต้ติดเชื้อทะลุ 3,500 ผู้นำลั่นสู้ไม่ถอยจะฟื้นฟูศก.ของประเทศให้ได้

ในเวลานี้ท้องถนนถนนของเมืองแทกูถูกทิ้งร้างเป็นเวลาหลายวันแล้ว ยกเว้นการรอคิวยาวเหยียดที่ร้านค้าไม่กี่แห่งที่ยังมีหน้ากากอนามัยมาขาย

ประธานาธิบดี มุนแจอิน ของเกาหลีใต้กล่าวเมื่อวันอาทิตย์ว่ารัฐบาลกำลังออกคำสั่งรับมืออย่างสุดกำลัง เพื่อควบคุมโคโรนาไวรัสสายพันธุ์ ขณะที่เกาหลีใต้มีรายงานผู้ป่วยเพิ่มขึ้น 376 รายในวันอาทิตย์ รวมเป็นเป็น 3,526 รายแล้ว

เกาหลีใต้มีผู้ติดเชื้อมากสุดในโลกนอกประเทศจีนและพบว่ามีจำนวนผู้ป่วยโคโรนาไวรัสเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา

การจัดงานอีเว้นต์หลายงานถูกยกเลิกหรือเลื่อนออกไป ขณะที่กว่า 70 ประเทศยกระดับคำเตือนประชาชนไม่ให้เดินทางมายังเกาหลีใต้ สะท้อนว่าเหตุการณ์กำลังรุนแรงอย่างมาก

“รัฐบาลกำลังขับเคี่ยวกับการตอบสนอง (การระบาด) อย่างเต็มที่หลังจากประกาศแจ้งเตือนวิกฤตถึงระดับสูงสุด เราจะสามารถเอาชนะการระบาดของ COVID-19 และฟื้นฟูเศรษฐกิจที่หดตัวของเราให้จงได้” มุนแจอิน กล่าวต่อประชาชนเนื่องในวันรำลึกขบวนการต่อสู้เพื่อเอกราชเกาหลี

ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแห่งเกาหลีระบุในแถลงการณ์ว่า เกือบ 90% ของกรผู้ณีติดเชื้อยู่ในเมืองแทกู ซึ่งเป็นศูนย์กลางของการระบาดของโรคและที่จังหวัดคย็องซังบุกโดที่อยู่ใกล้เคียง จำนวนผู้เสียชีวิตของประเทศยังคงอยู่ที่ 17

ยอดรวมผู้ติดเชื้อในเกาหลีใต้คาดว่าจะเพิ่มขึ้นอีกเพราะเจ้าหน้าที่ยังต้องตรวจสมาชิกกว่า 260,000 คนของคริสตจักรชินชอนจิแห่งพระเยซู ซึ่งเป็นลัทธิต้นตอที่ทำให้เกิดการระบาดราวครึ่งหนึ่งของประเทศ

ในเวลานี้ท้องถนนถนนของเมืองแทกูถูกทิ้งร้างเป็นเวลาหลายวันแล้ว ยกเว้นการรอคิวยาวเหยียดที่ร้านค้าไม่กี่แห่งที่ยังมีหน้ากากอนามัยมาขาย

ทางการสั่งให้ประชาชนใช้ความระมัดระวังและทุกคนที่มีไข้หรืออาการทางเดินหายใจควรจะกักตัวอยู่บ้าน

แต่เจ้าหน้าที่บอกว่ายังไม่ได้พิจารณากักกันทั่วเมืองแบบเดียวกับที่จีนทำกับเมืองอู่ฮั่น

ไวรัสคร่าชีวิตชาวสหรัฐ-ออสเตรเลียรายแรก วอชิงตันประกาศภาวะฉุกเฉิน #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/616321

วันที่ 01 มี.ค. 2563 เวลา 09:04 น.

ไวรัสคร่าชีวิตชาวสหรัฐ-ออสเตรเลียรายแรก วอชิงตันประกาศภาวะฉุกเฉิน

สื่อออสเตรเลียรายงานว่าผู้เสียชีวิตเดินทางจากประเทศญี่ปุ่น และถูกแยกตัวหลังจากถูกกักตัวไว้บนเรือสำราญ Diamond Princess

สหรัฐและออสเตรเลียรายงานพบผู้เสียชีวิตครั้งแรกจากโคโรนาไวรัสสายพันธุ์ใหม่ ในขณะที่จีนรายงานว่ามีผู้เสียชีวิตใหม่ 35 รายในเช้าวันอาทิตย์ซึ่งต่ำที่สุดในรอบ 3 วัน

เจ้าหน้าที่สาธารณสุขของรัฐวอชิงตันเผยว่าชายที่เสียชีวิตนั้นมีอายุ 50 ปี มีปัญหาสุขภาพอยู่ก่อนแล้ว และไม่ได้ติดต่อกับผู้ติดเชื้อจากภายนอกประเทศ บ่งชี้ว่าอาจเป็นการระบาดในระดับชุมชนที่เกิดขึ้นในสหรัฐ

เหตุที่เกิดขึ้นทำให้ Jay Inslee ผู้ว่าการรัฐวอชิงตันประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินเพื่อตอบรับการเสียชีวิตครั้งแรกของประเทศและจำนวนผู้ป่วยที่เพิ่มขึ้น เขาสั่งให้หน่วยงานของรัฐวอชิงตันใช้ทรัพยากรทั้งหมดที่จำเป็นเพื่อเตรียมการและรับมือกับการระบาด

เจ้าหน้าที่รัฐวอชิงตันกล่าวว่ากำลังพิจารณายกเลิกการแข่งขันกีฬา สั่งปิดโรงเรียน และทำตามขั้นตอนอื่นๆ ที่จำเป็นเพื่อชะลอการแพร่กระจายของไวรัส

ทั้งนี้ มีโรงเรียน 2 แห่งในรัฐโอเรกอนและวอชิงตันที่เชื่อมโยงกับผู้ติดเชื้อหลายราย เจ้าหน้าที่สั่งกำลังปิดโรงเรียนเป็นเวลาหลายวันและสั่งทำความสะอาดเพื่อฆ่าเชื้อไวรัสอย่างละเอียด

ด้านเจ้าหน้าที่สาธารณสุขของออสเตรเลียรายงานพบผู้เสียชีวิตครั้งแรกจากโคโรนาไวรัสสายพันธุ์ใหม่ในประเทศเช่นกัน

Andrew Robertson ผู้อำนวยการสำนักงานสาธารณสุขรัฐเวสเทิร์นออสเตรเลียบอกกับนักข่าวว่า ผู้เสียชีวิตอายุ 78 ปี เสียชีวิตในโรงพยาบาลแห่งหนึ่งในเมืองเพิร์ธ

ส่วนช่อง 9News ของออสเตรเลียรายงานว่าผู้เสียชีวิตเดินทางจากประเทศญี่ปุ่น และถูกแยกตัวหลังจากถูกกักตัวไว้บนเรือสำราญ Diamond Princess โรงพยาบาลไม่สามารถแสดงความคิดเห็นได้

ถอดบทเรียนนักศึกษาเคลื่อนไหวการเมือง ปังหรือพังอยู่ที่อะไร #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/616252

วันที่ 29 ก.พ. 2563 เวลา 21:00 น.

ถอดบทเรียนนักศึกษาเคลื่อนไหวการเมือง ปังหรือพังอยู่ที่อะไร

โซเชียลมีเดียคือกุญแจสำคัญในการระดมพลนักศึกษาให้ออกมารวมตัวกัน

การลุกขึ้นประท้วงของนักเรียนนักศึกษาเกิดขึ้นทั่วโลก รวมทั้งหลายประเทศในแถบเอเชีย ซึ่งมีทั้งที่สามารถสร้างความเปลี่ยนแปลงในประเทศ และบางครั้งที่ฝ่ายรัฐบาลไม่ยอมรับเงื่อนไขที่ผู้ประท้วงเรียกร้อง

ในช่วงเวลาที่การลุกขึ้นมาแสดงจุดยืนทางการเมืองต่อต้านความอยุติธรรมของนักศึกษาไทยเพิ่งผ่านพ้นไปหมาดๆ โพสต์ทูเดย์ขอนำเสนอขบวนการเคลื่อนไหวของนักศึกษาที่น่าสนใจ ว่าพวกเขาใช้กลยุทธ์อะไรและสร้างความเปลี่ยนแปลงอะไรให้กับประเทศบ้าง

ขบวนการดอกทานตะวัน (Sunflower Student Movement)

นักเรียนนักศึกษาและประชาชนรวมตัวปิดล้อมและยึดห้องประชุมสภานิติบัญญัติในกรุงไทเปของไต้หวัน ระหว่างวันวันที่ 18 มี.ค.-10 เม.ย. 2014 เพื่อคัดค้านการผ่านร่างข้อตกลงการค้าข้ามช่องแคบระหว่างจีนกับไต้หวัน (CSSTA) ของรัฐบาลพรรคก๊กมินตั๋งที่นำโดย ประธานาธิบดี หม่าอิงจิ่ว โดยไม่มีการพิจารณาทบทวนข้อตกลงเป็นรายข้อและทำแบบลับๆ โดยฝ่ายรัฐบาลฝ่ายเดียว

การประท้วงสิ้นสุดลงในเวลา 23 วัน หลังจาก หวังจินผิง ประธานสภานิติบัญญัติรับปากว่าจะไม่พิจารณาร่างข้อตกลงดังกล่าวจนกว่าจะมีกฎหมายควบคุมดูแลการลงนามข้อตกลงระหว่างไต้หวันกับจีนแผ่นดินใหญ่ตามที่นักศึกษาเรียกร้อง

นอกจากนี้ การเคลื่อนไหวของคนรุ่นใหม่ครั้งนี้ ยังส่งแรงกระเพื่อมทางการเมืองครั้งใหญ่ จนทำให้พรรคก๊กมินตั๋งของประธานาธิบดี หม่าอิงจิ่ว พ่ายแพ้การเลือกตั้งทั่วไปให้กับพรรคประชาธิปไตยก้าวหน้า (DPP) ของไช่อิงเหวินเมื่อปี 2016

ด้วยกลยุทธ์ที่เฉียบแหลมและข้อเรียกร้องที่เป็นไปเพื่อผลประโยชน์ของชาวไต้หวันช่วยให้ขบวนการดอกทานตะวันได้รับแรงสนับสนุนจากมหาชน จนมีทั้งนักศึกษาและประชาชนมาร่วมประท้วงราว 500,000 คน และองค์กรไม่แสวงกำไร (NGO) อีก 22 แห่ง

นอกจากนี้ ตอนที่นักศึกษาเข้าไปในสภานิติบัญญัติเมื่อวันที่ 18 มี.ค.พวกเขาสื่อสารกันผ่านโซเชียลมีเดีย ทำให้เครือข่าย NGO และกลุ่มนักกิจกรรมรุ่นที่อาวุโสกกว่ารับรู้และเห็นข้อความขอความช่วยเหลือ จึงพากันมายังพื้นที่ประท้วงภายในเวลาไม่กี่นาที เพื่อให้คำปรึกษาและแก้ไขปัญหาในช่วงที่มีการปิดล้อม

เกล็น สมิธ ระบุให้บทความเรื่อง Taiwan’s Sunflower Revolution: One Year Later (การปฏิวัติดอกทานตะวันของไต้หวัน : 1 ปีให้หลัง) ว่า สิ่งที่ทำให้การประท้วงชอบธรรมคือ การที่ประชาชนชาวไต้หวันหลายแสนคนเข้าไปร่วมขบวนกับนักศึกษาเพื่อแสดงความไม่พอใจที่รัฐบาลก๊กมินตั๋งพยายามเชื่อมสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจและการเมืองกับจีนแผนดินใหญ่

ขบวนการนักศึกษาอินโดนีเซีย

วันที่ 23 ก.ย. 2019 นักศึกษาจากมหาวิทยาลัยกว่า 300 แห่งทั่วประเทศลงถนนประท้วงการแก้ไขกฎหมายครั้งใหญ่ของรัฐบาลประธานาธิบดี โจโก วิโดโด รวมทั้งการลดอำนาจของคณะกรรมการปราบปรามการทุจริต (KPK) ที่ชาวอินโดนีเซียถือว่าเป็นองค์กรที่เชื่อถือได้มากที่สุดและเป็นความหวังในการล้างบางการคดโกง และกำหนดให้การวิพากษ์วิจารณ์ผู้นำประเทศและการมีเพศสัมพันธ์ก่อนสมรสเป็นความผิดอาญา

การประท้วงของนักศึกษาที่กระจายตามเมืองต่างๆ เช่น จาการ์ตา บันดุง ปาดังครั้งนี้ถือเป็นครั้งใหญ่ที่สุดของอินโดนีเซียนับตั้งแต่การประท้วงโค่นล้มอำนาจอดีตประธานาธิบดีซูฮาร์โตเมื่อปี 1998 แต่ก็ต้องแลกมาด้วยการเสียชีวิตของผู้ร่วมประท้วง 5 ราย

กลยุทธ์เด็ดของนักศึกษาอินโดนีเซียคือ อินเทอร์เน็ต ไม่ว่าจะเป็นการใช้แฮชแท็ก การเปิดระดมทุนออนไลน์ และการเรียนรู้จากประสบการณ์การประท้วงของนักศึกษาในฮ่องกง อาทิ การรับมือแก๊สน้ำตา และการแตรียมตัวต่างๆ  แล้วแปลเป็นภาษาบาฮาซาโพสต์ลงโซเชียล

ดานู ริซกี ฟาดิลเลาะห์ นักศึกษาวัย 22 ปีเผยว่า อินเทอร์เน็ตคือกุญแจสำคัญในการระดมนักศึกษาให้ออกมาต่อต้านการแก้ไขกฎหมาย “ผมคิดว่าอินเทอร์เน็ตไม่สามารถแยกจากการเคลื่อนไหวของนักศึกษา เทคโนโลยีอยู่คู่กับการเคลื่อนไหวของนักศึกษา ไม่ว่าจะเป็นการติดแฮชแท็ก การโพสต์ หรือการขอความช่วยเหลือ ”

การกระจายตัวประท้วง ปิดถนน ก่อจลาจล และอารยขัดขืน บวกกับข้อเรียกร้องที่ชัดเจนทำให้ในที่สุดประธานาธิบดีโจโกวีมีคำสั่งให้ชะลอการพิจารณาแก้ไขกฎหมายชั่วคราว

อีกเหตุผลหนึ่งที่รัฐบาลยอมถอยก็คือ การที่ทางการออสเตรเลียออกคำเตือนพลเมืองว่าอาจถูกจำคุกไม่เกิน 1 ปีหากมีเพศสัมพันธ์ก่อนสมรสในอินโดนีเซีย เพราะนักท่องเที่ยวออสเตรเลียเดินทางเข้าอินโดนีเซียมากที่สุดเป็นอันดับ 4 รองจากมาเลเซีย จีน และสิงคโปร์ และโจโกวีก็ตั้งเป้าว่าจะต้องมีนักท่องเที่ยวออสเตรเลียเข้าประเทศอย่างน้อย 20 ล้านคนในปีนี้

หากยังดึงดันแก้กฎหมายอาญา คงดึงดูดนักท่องเที่ยวออสเตรเลียไม่ได้ตามเป้า รายได้จากภาคการท่องเที่ยวของประเทศจะหายไปด้วย

การนัดหยุดเรียนเพื่อสิ่งแวดล้อม (School Strike For Climate)

นักเรียนจากทั่วโลกนัดหยุดเรียนทุกวันศุกร์เพื่อเข้าร่วมประท้วงเรียกร้องให้รัฐบาลแต่ละประเทศหันมาใส่ใจและลงมือปฏิบัติเพื่อป้องกันการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ โดยมี เกรียตา ธูนแบรย์ นักเคลื่อนไหวเพื่อสิ่งแวดล้อมชาวสวีเดนวัย 17 ปี เป็นคนจุดชนวน

แม้จะมีการรวมตัวกันหลายครั้ง แต่ละครั้งมีผู้เข้าร่วมนับล้านๆ คน แต่ก็ไม่สามารถกดดันให้บรรดาผู้นำโลกเปลี่ยนนโยบายเกี่ยวกับปัญหาภาวะโลกร้อนได้ ขณะที่ธูนแบรย์เองถึงกับเอ่ยปากว่า การหยุดเรียนประท้วงไม่ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงใดๆ  เพราะการปล่อยก๊าซเรือนกระจกยังเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ส่วนหนึ่งที่ธูนแบรย์ไม่สามารถปลุกให้โลกเปลี่ยนได้เป็นเพราะปัญหาโลกร้อนเป็นเรื่องที่ซับซ้อน และต้องมองปัญหาในหลายมิตินอกเหนือจากสิ่งแวดล้อม แต่ข้อเสนอที่ธูนแบรย์เสนอล้วนสุดโต่ง อาทิ ให้ยกเลิกการเดินทางด้วยเครื่องบิน

นอกจากนี้ แม้แต่การประชุมรัฐภาคีในกรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ครั้งที่ 25 หรือ COP25 ที่กรุงมาดริด ประเทศสเปน เมื่อวันที่ 2 ธ.ค. ปีที่แล้ว ยังถือเป็นการสร้างความสิ้นหวังให้กับโลกอย่างแท้จริง เพราะการเจรจาสิ้นสุดลงโดยไม่มีข้อตกลงใดๆ เนื่องจากประเทศต่างๆ ตกลงกันไม่ได้

ประท้วงร่มเหลือง (Umbrella Movement) ปี 2014

หลังจากคณะกรรมการประจำสภาประชาชนแห่งชาติ (NPCSC) แก้ไขระบบการเลือกตั้งทั่วไปของฮ่องกง ซึ่งตัวแทนผู้สมัครผู้บริหารเขตปกครองพิเศษฮ่องกงต้องผ่านการพิจารณาจากพรรคคอมมิวนิสต์จีนก่อน กลุ่มนักศึกษารุ่นใหม่ที่นำโดยสหภาพนักศึกษาฮ่องกง และกลุ่ม Scholarism ของ โจชัว หว่อง จึงพากันรวมตัวประท้วงที่หน้าทำเนียบรัฐบาลและปิดถนนเส้นหลักตั้งแต่วันที่ 26 ก.ย. 2014

การประท้วงจบลงในวันที่ 79 โดยที่ NPCSC ไม่ยอมเปลี่ยนแปลงระบบการเลือกตั้ง แต่ถึงอย่างนั้นการประท้วงครั้งนี้เป็นการเพาะเชื้อการเคลื่อนไหวทางการเมืองและนำมาสู่การประท้วงในปี 2019

การประท้วงปี 2019 มีจุดประสงค์เพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลถอนร่างกฎหมายส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดนไปรับโทษที่จีนแผ่นดินใหญ่ โดยผู้ประท้วงส่วนใหญ่เป็นนักเรียนวัยมัธยมปลายจนถึงนักศึกษามหาวิทยาลัย

การประท้วงรอบนี้ยืดเยื้อยาวนาน 349 วัน และค่อนข้างรุนแรง มีทั้งการใช้แก๊สน้ำตาและกระสุนจริง ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 2 ราย บาดเจ็บกว่า 2,600 ราย

ทว่า การประท้วงครั้งนี้ขับคลื่อนภายใต้ความกังวลเกี่ยวกับอนาคตที่ไม่แน่นอนและความรู้สึกว่ารัฐบาลจีนแผ่นดินใหญ่กำลังยื่นมือเข้ามาใกล้พวกเขาทุกที และความล้มเหลวจากการประท้วงร่มเหลืองยังสอนให้นักเรียนนักศึกษาปรับกลยุทธ์

ผู้ประท้วงจะสวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลา ลบประวัติการใช้งานในสมาร์ทโฟนและกูเกิลแม็พ ซื้อตั๋วรถไฟแบบกระดาษแทนบัตรเดินทางที่ชำระเงินล่วงหน้า เพื่อหลีกเลี่ยงการติดตามแกะรอยจากทางการ

ขณะที่การสื่อสารพูดคุยระหว่างกันจะทำผ่านแอพพลิเคชั่นเทเลแกรมที่มีมาตรการรักษาความปลอดภัยเข้มงวดและมีการเข้ารหัสข้อความ ต่างจากการประท้วงร่มเหลืองที่ใช้โซเชียลมีเดียทั่วไปอย่างเฟซบุ๊ค วอทส์แอพ ซึ่งใครๆ ก็เข้าถึงได้

นอกจากนี้ ยังมีกลยุทธ์อื่นๆ เช่น ไม่มีผู้นำแต่จะขอความเห็นจากผู้เข้าร่วมผ่านการพูดคุยในแอพพลิเคชั่น, แยกการรวมตัวเป็นกลุ่มย่อยกระจายในหลายพื้นที่

แม้กลุ่มผู้ประท้วงจะกดดันอย่างหนักให้รัฐบาลถอดถอนร่างกฎหมายส่งผู้ร้ายข้ามแดนออกจากการพิจารณาถาวร แต่ แครี่ หลั่ม ยอมเพียงระงับการพิจารณาไว้ชั่วคราวเท่านั้น ผู้ประท้วงจึงชุมนุมต่อ ก่อนจะเข้าไปปักหลักในมหาวิทยาลัยกระทั่งถูกรัฐบาลล้อมปราบจนต้องพากันหนีออกมาอย่างทุลักทุเล

ยุทธวิธีการประท้วงครั้งล่าสุดของนักศึกษาฮ่องกงแม้ว่าจะได้บทเรียนจากการประท้วงร่มเหลืองแต่ก็ยังมีจุดอ่อนในบางจุด การขาดผู้นำทำให้บางครั้งการตัดสินใจลงมือปฏิบัติการอาจหลุดออกจากเป้าหมายกลายเป็นความสะใจส่วนบุคคล การแยกกลุ่มผู้ประท้วงทำให้มีกลุ่มคนเสื้อดำเข้ามาผสมโรงใช้ความรุนแรงเกินเหตุ การประท้วงที่เริ่มจากความสงบจึงบานปลายกลายเป็นการละเมิดสิทธิในชีวิตและทรัพย์สินผู้อื่น

ขณะที่รัฐบาลก็พยายามถ่วงเวลาไปเรื่อยๆ คล้ายกับจะรอวันให้กลุ่มผู้ประท้วงเริ่มหมดไฟไปเอง แม้ แครี่ หลั่ม จะเปิดโอกาสให้ตัวแทนผู้ชุมนุมเข้าหารือแบบตัวต่อตัว แต่ผลสุดท้ายก็ไม่สามารถเจรจาได้

อีกจุดหนึ่งที่นักศึกษาฮ่องกงพลาดคือ การเลือกเข้าไปรวมตัวอยู่ในมหาวิทยาลัยโปลีเทคนิคในเกาลูน ทำเลของมหาวิทยาลัยกลายเป็นจุดบอดเพราะถูกล้อมรอบด้วยถนน ทำให้ถูกเจ้าหน้าที่ล้อมจับจากทุกทิศทางจนแทบจะไร้หนทางหนี บางคนถึงกับต้องมุดท่อระบายน้ำออกมาโดยห่อตัวด้วยฟิล์มถนอมอาหารเพื่อป้องกันรอยขีดข่วน

ส่วนกรณีการรวมตัวกันของนักศึกษามหาวิทยาลัยหลายแห่งในประเทศไทยก็จุดติดขึ้นจากการติดแฮชแท็กนัดแนะกันในทวิตเตอร์ ซึ่งเป็นช่องทางที่คนรุ่นใหม่ถกปัญหาการเมืองไทยอย่างดุเด็ดเผ็ดร้อน เช่นเดียวกับการเคลื่อนไหวของกลุ่มนักศึกษาในต่างประเทศ

ที่จะต่างกันคือ นักศึกษาไทยรวมตัวกันแสดงพลังอย่างสงบเพียงช่วงเวลาสั้นๆ ก่อนจะสลายตัว ไม่มีการสร้างความเดือดร้อน

แต่เพียงเท่านี้ก็น่าจะเพียงพอแล้วที่จะทำให้รัฐบาลเห็นว่า เชื้อไฟได้ถูกจุดติดขึ้นมาแล้ว หากสถานการณ์การเมืองไทยยังไม่เกิดการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้น ไฟกลุ่มเล็กๆ เหล่านี้อาจรวมตัวกันกลายเป็นกองไฟที่โชติช่วงนำการเปลี่ยนแปลงมาสู่สังคมในสักวันหนึ่ง

ชาวมาเลย์แห่ติดแฮชแท็ก #NotMyPM หลังได้นายกฯ คนใหม่ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/616309

วันที่ 29 ก.พ. 2563 เวลา 19:34 น.

ชาวมาเลย์แห่ติดแฮชแท็ก #NotMyPM หลังได้นายกฯ คนใหม่

ความไม่พอใจในตัวนายกฯ คนใหม่ของชาวมาเลย์ดับแฮชแท็ก #NotMyPM ติดเทรนด์อันดับ 1 ของประเทศ

หลังจากสำนักพระราชวังมาเลเซียออกแถลงการณ์ประกาศแต่งตั้ง มูห์ยิดดิน ยัสซิน เป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 8 ผู้ใช้ทวิตเตอร์ชาวมาเลเซียพากันแสดงความคิดเห็นอย่างดุเดือดด้วยแฮชแท็ก #NotMyPM (ไม่ใช่นายกฯ ของฉัน) จนแฮชแท็กนี้ได้รับความนิยมอันดับ 1 ของประเทศ

เจ้าของบัญชี @Adammittt ระบุว่า “มูห์ยิดดิน ยัสซิน #ไม่ใช่นายกรัฐมนตรีของฉัน ฉันไม่ได้ลงคะแนนเลือกเขา คนมาเลย์ส่วนใหญ่ไม่ได้เลือกเขา การเลือกตั้งทั่วไปครั้งที่แล้วฉันลงทุนบินกลับมาเลเซีย ต่อแถวเป็นชั่วโมงๆ เพื่อที่จะได้เห็นหนึ่งเสียงของฉันและของชาวมาเลย์ทุกๆ คน ถูดเมินเฉยหรือ นี่ยังเรียกว่าประชาธิปไตยหรือ”

ส่วน @kyleazarae คอมเม้นท์ว่า “มาเลเซียต้องใช้เวลาถึง 63 ปีในการขจัดคอร์รัปชั่นและนักการเมืองที่กระหายอำนาจ แล้วเรื่องเดิมๆ เหล่านี้ก็กลับมาอีกภายในเวลา 2 ปี เกียรติหรือความน่าเชื่อถือไม่เคยมีอยู่ ความหวังจบสิ้นลงแล้ว”

@Squeaky96 ระบุว่า “เคยเคยต่อสู้กับความเลวร้าย คนมาเลย์เคยเห็นประเทศล่มจมในมือของผู้นำที่ไม่คู่ควรกับตำแหน่ง และวันนี้ความเลวร้ายนั้นกลับมาอีกครั้ง ดังนั้นเราจึงสู้กันอีกครั้ง จนกว่าจะกำจัดเหลือบไรเหล่านี้ออกจากประเทศ พวกเราสู้”

@yuvah_raj1999 บอกว่า “พวกเขาแสดงให้เห็นแล้วว่าประชาชนไม่มีอำนาจ ไม่มีสิทธิ์ใดๆ ในรัฐบาลมาเลเซีย นี่คือตัวอย่าง ประชาชนเลือกใคร แล้วใครได้เป็นนายกฯ คนที่ 8 555555 หลอกประชาชนไปเรื่อยๆ ”

@revesmoi บอกว่า “ฉันไม่แฮปปี้ นี่ไม่ใช่วิถีประชาธิปไตย ไม่ยุติธรรม น่าอับอาย น่ารังเกียจ”

@NerwinNair3 คอมเม้นท์ว่า “พวกเราไม่ได้เลือกโจราธิปไตย (kleptocrats) พวกเราไม่เคยเลือกอาชญากร พวกเราเลือกรุ่งอรุณ พวกเราเลือกเพราะคิดว่าจะขจัดคอร์รัปชั่นออกไปจากระบบได้พวกเราเลือกเพราะคิดว่าจะสร้างความเปลี่ยนแปลงได้ พวกเราเลือกเพื่อมาเลเซียที่ดีกว่าเดิม ไม่ใช่เพื่อเรื่องแย่ๆ แบบนี้”

ผิดคาด! อดีต มท.1มาเลเซีย นั่งเก้าอี้นายกฯ คนใหม่ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/616302

วันที่ 29 ก.พ. 2563 เวลา 18:04 น.

ผิดคาด! อดีต มท.1มาเลเซีย นั่งเก้าอี้นายกฯ คนใหม่

สมเด็จพระราชาธิบดีอับดุลเลาะห์ ชะห์ แห่งมาเลเซีย ทรงแต่งตั้ง มูห์ยิดดิน ยัสซิน อดีตรัฐมนตรีกระทรวงมหาดไทย เป็นนายกรัฐมนตรีมาเลเซียคนใหม่

สำนักพระราชวังมาเลเซียออกแถลงการณ์ว่า สมเด็จพระราชาธิบดีอับดุลเลาะห์ ชะห์ แห่งมาเลเซีย ทรงแต่งตั้งนาย มูห์ยิดดิน ยัสซิน วัย72ปี  อดีตรัฐมนตรีกระทรวงมหาดไทย เป็นนายกรัฐมนตรีมาเลเซียคนใหม่ของมาเลเซีย หลังจากอดีตนายกรัฐมนตรี มหาเธร์ โมฮัมหมัด ลาออกจากตำแหน่งกะทันหันเมื่อวันที่ 24 ก.พ.ที่ผ่านมา

สำนักพระราชวังยังระบุอีกว่า ยัสซินได้รับเสียงสนับสนุนข้างมากจากสมาชิกสภา จึงได้รับสิทธิ์ในการตั้งคณะรัฐมนตรีคณะใหม่ โดยพิธีสาบานตนของผู้นำคนใหม่จะมีขึ้นในวันที่ 1 มี.ค.นี้

ใครคือมูห์ยิดดิน ยัสซิน นายกรัฐมนตรีคนที่ 8 ของมาเลเซีย

  • นายยัสซิน มีบ้านเกิดอยู่ในรัฐยะโฮร์ทางใต้ใกล้กับพรมแดนสิงคโปร์ ซึ่งเขาเคยเป็นมุขมนตรีแห่งรัฐนานเกือบ 9 ปี
  • บิดาของเขาเคยเป็นครูสอนศาสนาคนดังในท้องถิ่น นายยัสซินจบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยมาลายาในปี 1970 สาขาวิชา เศรษฐศาสตร์และมลายูศึกษา
  • นายยัสซิน เคยหัวหน้าพรรค Parti Pribumi Bersatu Malaysia หรือพรรคเบอร์ซาตู (Bersatu) ซึ่งเป็นพรรคการเมืองใหม่ที่เขาก่อตั้งเมื่อปี 2016 ซึ่งปัจจุบันหัวหน้าพรรคเบอร์ซาตูคือ มหาเธร์ โมฮัมหมัด
  • ก่อนหน้านี้เขาเคยเข้าร่วมในรัฐบาลพรรคอัมโน (Umno)ของนายนาจิบ ราซัก อดีตนายกมาเลเซีย ก่อนที่พรรคอัมโนจะพ่ายแพ้ในศึกการเลือกตั้งครั้งล่าสุดเมื่อปี 2018
  • ยัสซินเคยรับตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรีสมัยรัฐบาลนาจิบ ราซักเมื่อปี 2009 จนถึงปี 2015 กระทั่งนายยัสซินซึ่งแตกคอกับนาจิบ ราซัก และเป็นนักการเมืองคนแรกๆที่ออกมาแฉนาจิบ เรื่องทุจริตกองทุน 1MDB
  • พรรค Parti Pribumi Bersatu Malaysia(Bersatu)พรรคพันธมิตรกับพรรคฮาราปัน (Pakatan Harapan) ของอันวาร์ อิบราฮิม จนชนะการเลือกตั้งมาเลเซียในปี 2018 ส่งผลให้มหาเธร์ กลับมาเป็นนายกมาเลย์อีกครั้ง
  • หลังชนะการเลือกตั้งปี 2018  มูฮิดดินได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นมะเร็งตับอ่อนระยะแรก ซึ่งเป็นช่วงเดียวกับที่ดร. มหาเธร์แต่งตั้งให้เขารับตำแหน่งรัฐมนตรีมหาดไทยในขณะกำลังเข้ารับการรักษาตัว

นายยัสซิน กล่าวต่อสื่อหลังทราบข่าวการแต่งตั้งให้เป็นนายกมาเลเซียคนใหม่ว่า “ผมหวังว่าชาวมาเลเซียทุกคนจะยอมรับการตัดสินพระทัยของสมเด็จพระราชาธิบดีแห่งมาเลเซีย”

“และผมขอขอบคุณอัลลอฮที่ได้ประทานตำแหน่งนายกรัฐมนตรีคนที่แปดโดยได้รับอนุญาตและได้รับความยินยอมจากสุลต่านแห่งมาเลเซีย”

สส.อิหร่านตายจากโควิดรายแรก #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/616301

วันที่ 29 ก.พ. 2563 เวลา 17:54 น.

สส.อิหร่านตายจากโควิดรายแรก

อิหร่านหนักแล้ว! สส.หน้าใหม่ในสภาป่วยโควิดเสียชีวิต ส่วนทั่วประเทศวันเดียวตายถึง 9 คน

Iranian Students News Agency สื่อทางการอิหร่านรายงานว่า นายMohammad Ali Ramazani Dastak สมาชิกสภาอิหร่านจากเขต 11 ของจังหวัดกีลาน ได้เสียชีวิตลงจากการติดเชื้อโควิด-19

รายงานระบุว่า Dastak เพิ่งได้รับการเลือกตั้งเข้าสู่สภาอิหร่านจากการที่อิหร่านจัดการเลือกตั้งทั่วไปเมื่อวันที่ 21 ก.พ. ที่ผ่านมา แต่รายงานไม่ได้ระบุถึงรายละเอียดว่าสส.ที่เสียชีวิตรายนี้อายุเท่าใด และพบการติดเชื้อตั้งแต่เมื่อไหร่

การเสียชีวิตครั้งนี้ ถือเป็นนักการเมืองอิหร่านคนแรกที่เสียชีวิตจากการติดเชื้อโควิด ซึ่งกำลังระบาดอย่างหนักในอิหร่านขณะนี้

สื่ออิหร่านระบุว่าถูกพาตัวส่งโรงพยาบาลด้วยอาการไข้หวัดใหญ่ ก่อนจะเสียชีวิตในช่วงเช้าของวันนี้

รายงานข่าวการเสียชีวิตของสส.อิหร่านรายนี้ มีขึ้นหลังหลังจากโฆษกกระทรวงสาธารณสุขอิหร่านแถลงในวันนี้ว่า พบผู้เสียชีวิตรวมที่ 43 ราย ติดเชื้อเพิ่ม 205 ราย ส่งผลให้ติดเชื้อสะสมถึง 593 คน โดยพบว่าใน 24 ชั่วโมงตายเพิ่มเดียวถึง 9 คน

อย่างไรก็ดี ทว่าทางสำนักข่าวบีบีซีเปอร์เซียรายงานอ้างแหล่งข่าวเป็นเจ้าหน้าที่สาธารณสุขอิหร่านว่า พบผู้เสียชีวิตจากเชื้อโควิดกว่า 200 รายแล้ว

อนึ่ง ก่อนหน้านี้มีการยืนยันว่าพบเจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัฐบาลอิหร่านหลายคนทั้งสมาชิกสภา ไปจนถึงรองประธานาธิบดีอิหร่านต่างก็เป็นผู้ติดเชื้อโควิดเช่นกัน

แฟ้มภาพ AFP

เม็กซิโกเจอป่วยโควิดเคสแรกของประเทศ ติดจากอิตาลี #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/616296

วันที่ 29 ก.พ. 2563 เวลา 16:34 น.

เม็กซิโกเจอป่วยโควิดเคสแรกของประเทศ ติดจากอิตาลี

เม็กซิโกติดโควิดข้ามโลก! พบเคสแรกของประเทศ ติดจากพลเมืองอิตาลีที่เคยอยู่ในมาเลเซีย

เมื่อวันศุกร์ที่ 28 ก.พ. รัฐบาลเม็กซิโกได้ประกาศพบผู้ติดเชื้อโควิด-19 เป็นกรณีแรกของประเทศ โดยเป็นผู้ป่วย 3 รายที่มีประวัติเพิ่งเดินทางกลับจากการท่องเที่ยวในอิตาลี

การผู้ป่วยของเม็กซิโกนับว่าเป็นประเทศที่สองในกลุ่มละตินอเมริกา ที่พบผู้ป่วยโควิด ต่อจากบราซิลที่เป็นชาติแรกที่พบเชื้อดังกล่าว

รายงานระบุว่า ผู้ป่วยรายแรกเป็นชายวัย 35 ปี ผลตรวจเชื้อเป็นบวก หลังเดินทางกลับจากท่องเที่ยวในอิตาลีเมื่อวันที่ 22 ก.พ.ที่ผ่านมา กระทั่งเริ่มมีอาการป่วยและตรวจพบเชื้อเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา โดยขณะนี้ผู้ป่วยดังกล่าวกับครอบครัวได้รับการกักตัวอยู่ภายใต้การดูแลของสถาบันควบคุมโรคแล้ว

ผู้ป่วยชายรายนี้ เชื่อมโยงกับผู้ป่วยรายที่สองเป็นชายวัย 41 ปี ทางตอนเหนือของรัฐซีนาโลอา ซึ่งผู้ป่วยรายที่สองได้รับการกักกันโรคแล้วในโรงแรมแห่งหนึ่งในท้องถิ่น

ผู้ติดเชื้อรายที่1และ2 ทั้งคู่เพิ่งเดินทางกลับจากอิตาลี โดยได้มีการติดต่อกับพลเมืองอิตาลีที่เมืองเบอร์กาโม แคว้นลอมบาร์เดีย ผู้ซึ่งเคยอาศัยอยู่ในมาเลเซีย

ขณะที่ผู้ติดเชื้อรายที่ 3 เป็นชายวัย 59 ปี ในกรุงเม็กซิโกซิตี้ ซึ่งร่วมเดินทางไปยังอิตาลีกับผู้ป่วยสองรายข้างต้นด้วย โดยคาดว่าจะได้รับเชื้อจากแหล่งเดียวกัน

ประธานาธิบดีLópez Obrador ของเม็กซิโก กล่าวว่า ทั้งสามรายและครอบครัวผู้ใกล้ชิดได้รับการกักกันเชื้อแล้ว ตามระเบียบปฏิบัติ รวมถึงกำลังติดตามบุคคลใกล้ชิด9คนที่มีปฏิสัมพันธ์กับทั้งสามคน เมื่อเดินทางกลับมายังเม็กซิโกแล้ว โดยพบว่ามี1รายเริ่มมีอาการป่วยเล็กน้อย แต่ยังไม่ยืนยันว่าเป็นโควิด ส่วนที่เหลือยังไม่แสดงอาการ

ประธานาธิบดีObradorของเม็กซิโกเรียกร้องให้ประชาชนอยู่ในความสงบ โดยระบุว่าสถานการณ์ยังคงควบคุมได้และยังไม่พบการระบาดอย่างแพร่หลายในประเทศ

ยอดเสียชีวิต Covid-19 อิหร่านพุ่ง 210 ชั่วข้ามคืน #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/616295

วันที่ 29 ก.พ. 2563 เวลา 16:09 น.

ยอดเสียชีวิต Covid-19 อิหร่านพุ่ง 210 ชั่วข้ามคืน

ตัวเลขดังกล่าวสูงกว่าจำนวนผู้เสียชีวิตที่กระทรวงสาธารณสุขประกาศเมื่อวันศุกร์ (34 ราย) ถึง 6 เท่า

สำนักข่าว BBC Persian รายงานโดยอ้างแหล่งข่าวเจ้าหน้าที่กระทรวงสาธารณสุขของอิหร่านว่า มีผู้เสียชีวิตจากโรค Covid-19 ในอิหร่านแล้วอย่างน้อย 210 คน โดยส่วนใหญ่อยูในกรุงเตหะรานและเมืองกอมซึ่งเป็นจุดที่พบการติดเชื้อครั้งแรกของประเทศ

ตัวเลขดังกล่าวสูงกว่าจำนวนผู้เสียชีวิตที่กระทรวงสาธารณสุขประกาศเมื่อวันศุกร์ (34 ราย) ถึง 6 เท่า

ข่าวนี้เกิดขึ้นหลังจากสมาชิกสภาในเมืองกอมหลายรายกล่าวหาว่ารัฐบาลอิหร่านปกปิดความจริงเกี่ยวกับการระบาดของเชื้อโคโรนาไวรัส รวมทังผู้เชี่ยวชาญด้านสาธารณสุขหลายรายที่กังขามาตรการรับมือของรัฐบาลอิหร่านตั้งแต่วันแรกที่พบการระบาด

ประธานาธิบดี ฮัสซาน รอฮานี ปฏิเสธการปิดพื้นที่เพื่อควบคุมการแพร่ระบาด แม้หัวหน้าทีมภารกิจร่วมรับมือเชื้อโคโรนาไวรัสระหว่างจีนกับองค์การอนามัยโลกจะระบุว่ามาตรการเหล่านี้เคยช่วยเปลี่ยนแปลงความรุนแรงของการระบาดในจีนมาแล้ว

ด้านสมาชิกสภากรุงเตหะรานเผยกับสำนักข่าว Ilna ว่า จำนวนผู้ติดเชื้ออาจจะเพิ่มขึ้นเป็น 10,000-15,000 รายภายในไม่กี่สัปดาห์นี้

ส่วน ไมเคิล ไรอัน ประธานฝ่ายฉุกเฉินขององค์การอนามัยโลกระบุว่า อัตราการเสียชีวิตที่สูงในอิหร่านชี้ให้เห็นว่าโรคระบาดแพร่ไปในวงกว้างกว่าที่คาดไว้

หญิงเกาหลีใต้รักษาโควิดหายแล้วติดเชื้อซ้ำเป็นรายแรก #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/616281

วันที่ 29 ก.พ. 2563 เวลา 13:52 น.

หญิงเกาหลีใต้รักษาโควิดหายแล้วติดเชื้อซ้ำเป็นรายแรก

เกาหลีใต้พบหญิงติดโควิดรักษาหายแล้ว กลับป่วยอีกรอบเป็นคนแรกของประเทศ

ยอนฮับรายงานว่า สำนักป้องกันและควบคุมโรคระบาดเกาหลีใต้ (KCDC) เผยว่า พบกรณีของผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ซึ่่งรักษาหายแล้วแต่กลับมาติดเชื้ออีกรอบ เป็นรายแรกของประเทศ

รายงานระบุว่า ผู้ป่วยหญิงวัย 73 รายนี้ ถูกตรวจพบเชื้อครั้งแรกช่วงต้นเดือนที่ผ่านมา จากนั้นเข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาลจนหายดี และออกจากโรงพยาบาลเมื่อวันที่ 22 ก.พ.ที่ผ่านมา

จากนั้นช่วงวันพฤหัสบดี (27ก.พ.) หญิงรายนี้เริ่มมีอาการป่วยอีกครั้ง กระทั่งวันศุกร์ที่ผ่านมาเธอได้รับการยืนยันว่าติดเชื้อโควิดอีกรอบ

เคสนี้ นับว่าเป็นการพบผู้ป่วยที่รักษาหายแล้วกลับมาป่วยอีกรอบเป็นรายแรกของเกาหลีใต้

สำหรับประวัติการติดเชื้อของหญิงรายนี้ พบว่าไม่ได้เดินทางไปต่างประเทศ แต่เชื่อว่าจะได้รับเชื้อจากบุคคลใกล้ชิดคือลูกชายและลูกสะใภ้ ซึ่งเคยมีประวัติเดินทางกลับจากมณฑลกวางตุ้งของจีน ซึ่งทั้งสองก็ติดเชื้อเช่นกัน ทั้งนี้ พบจำนวนผู้ป่วยโควิดสะสมทั้งสิ้น 2,931 ราย จำนวนนี้กว่า 70% เกี่ยวข้องกับเมืองแทกู และเขตช็องโด ของจังหวัดคย็องซังเหนือ โดยเพียงวันเดียวพบผู้ติดเชื้อเพิ่มถึง 594 ราย

ขณะที่มีผู้เสียชีวิตแล้ว 17 ราย โดยพบว่ามี 10 รายมีอาการสาหัส

เกาหลีติดเชื้อเกือบ 3,000 วันเดียวเพิ่มกว่า 500 #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/616272

วันที่ 29 ก.พ. 2563 เวลา 12:00 น.

เกาหลีติดเชื้อเกือบ 3,000 วันเดียวเพิ่มกว่า 500

90% ของผู้ติดเชื้อรายใหม่อยู่ในเมืองแทกู ศูนย์กลาง”Super Spread”เกาหลีใต้ คนต่อคิวแน่นกักตุนสินค้า

สำนักข่าวยอนฮับรายงานว่า สถานการณ์ไวรัสโควิด-19 ในเกาหลีใต้ ข้อมูล ณ วันที่ 29 ก.พ. พบว่าเพียงวันเดียวเกาหลีใต้ พบผู้ติดเชื้อที่ได้รับการยืนยันเพิ่มถึง 594 ราย ส่งผลให้ทั้งประเทศมีผู้ป่วยสะสมแล้ว 2,931 คน เสียชีวิตแล้ว 16 ราย

ผู้ติดเชื้อใหม่ 594 นี้พบว่าถึง 476 คน หรือเกือบ 90% อยู่ในเมืองแทกู สถานที่ซึ่งเป็นSuper Spread หรือ แหล่งแพร่ระบาดหนักในเกาหลีใต้ ส่วนอีก 60 ราย อยู่ที่เมืองคย็องซังเหนือ ไม่ไกลจากเมืองแทกู

ส่วนจำนวนผู้ติดเชื้อทั้งประเทศกว่า 2,931 คนนั้น พบว่ากว่าร้อยละ 70% เชื่อมโยงและเกี่ยวข้องกับเมืองแทกู ศูนย์กลางระบาดจากโบสถ์ลัทธิชินชอนจิทั้งสิ้น

ขณะที่ผู้เสียชีวิตรายล่าสุดของเกาหลีใต้ พบว่าทั้ง3รายเป็นหญิงสูงวัยในเมืองแทกู โดยจำนวนนี้หนึ่งรายเป็นผู้สูงอายุวัย 90 ปี

ทางการเกาหลีใต้ คาดว่าตัวเลขผู้ติดเชื้ออาจสูงขึ้นมากกว่านี้เป็นเท่าตัว หลังรัฐบาลเริ่มมาตรการคัดกรองเชื้อของบรรดาสาวกลัทธิชินชอนจิกว่า 210,000 คน

ส่วนบรรยากาศในเมืองแทกูซึ่งเป็นเมืองใหญ่อันดับ 4 ของประเทศ ตลอดช่วงเวลา 1 สัปดาห์ที่รัฐบาลประกาศให้เป็นพื้นที่ควบคุมโรคระบาดพิเศษ ต่างเต็มไปด้วยความเงียบสงัด ท้องถนนและพื้นที่สาธารณะต่างๆแทบร้างผู้คน มีเพียงตามร้านค้าเท่านั้นที่มีประชาชนยืนต่อแถวเป็นคิวยาวเพื่อกักตุนอาหาร