นายกฯญี่ปุ่นให้คำมั่นลุยค้นหาผู้สูญหาย-ฟื้นฟูแม่น้ำจากฤทธิ์ไต้ฝุ่นฮากิบิส

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/604147

  • วันที่ 21 ต.ค. 2562 เวลา 08:21 น.

นายกฯญี่ปุ่นให้คำมั่นลุยค้นหาผู้สูญหาย-ฟื้นฟูแม่น้ำจากฤทธิ์ไต้ฝุ่นฮากิบิส

นายกฯญี่ปุ่นลงพื้นที่ตรวจความเสียหายจากพายุฮากิบิส พร้อมให้คำมั่นทำทุกอย่างที่ทำได้เพื่อค้นหาผู้สูญหาย ฟื้นฟูแม่น้ำ และทำให้บริการประชาชนกลับสู่สภาพเดิม

นายชินโซ อาเบะ นายกรับมนตรีของญี่ปุ่นได้เดินทางไปตรวจสอบความเสียหายและมอบความช่วยเหลือแก่ผู้ประสบภัยจากพายุไต้ฝุ่นฮากิบิส ที่จังหวัดนากาโนะ โดยนายอาเบะได้ให้คำมั่นว่า รัฐบาลญี่ปุ่นจะทำทุกอย่างที่สามารถทำได้ในการค้นหาผู้สูญหาย ฟื้นฟูแม่น้ำ และทำให้การบริการประชาชนกลับคืนสู่สภาพเดิม

ระหว่างเยือนจังหวัดนากาโนะ นายกฯญี่ปุ่นได้เข้าตรวจสอบรอยแตกของเขื่อนกั้นแม่น้ำชิกูมะ และบ้านเรือนที่ได้รับความเสียหาย ตลอดจนพื้นที่อื่นๆ ที่ได้รับผลกระทบจากพายุไต้ฝุ่นพัดถล่มเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว

นอกจากนี้ เขายังเดินทางไปพบปะผู้ประสบภัยที่ศูนย์อพยพในจังหวัดดังกล่าวเพื่อรับฟังสิ่งที่ประชาชนต้องการให้ทางการเข้าไปช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน

พายุไต้ฝุ่นฮากิบิสได้ส่งผลให้เกิดฝนตกหนักจนทำให้น้ำในแม่น้ำเอ่อล้นตลิ่ง ไหลท่วมบ้านเรือนประชาชน และดินถล่มในหลายพื้นที่ จนทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 79 ราย และมีผู้สูญหายอีก 10 ราย รวมทั้งสร้างความเสียหายให้กับบ้านเรือนกว่า 56,000 หลัง ขณะที่ประชาชนจำนวนมากยังไม่สามารถกลับเข้าบ้านของตนเองได้และยังคงต้องพักอาศัยตามสถานที่ที่ทางการจัดไว้ให้

จับตาภาคใต้ หลังรัฐอิสลามหนีจากซีเรีย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/604139

  • วันที่ 20 ต.ค. 2562 เวลา 20:16 น.

The Expert Ep.09 จับตาภาคใต้ หลังรัฐอิสลามหนีจากซีเรีย

***************************

รับฟังเฉพาะเสียงได้ที่ soundcloud PostToday

ทำไมตุรกีถึงต้องบุกซีเรีย เราสรุปได้ใน 5 ย่อหน้า

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/604126

  • วันที่ 20 ต.ค. 2562 เวลา 17:18 น.

ทำไมตุรกีถึงต้องบุกซีเรีย เราสรุปได้ใน 5 ย่อหน้า

1. ตุรกีมีปัญหาแบ่งแยกดินแดนโดยกลุ่มชาวเคิร์ดทางภาคตะวันออก เมื่อซีเรียเกิดความวุ่นวาย ชาวเคิร์ดในซีเรียตั้งกองทัพประชาธิปไตยซีเรีย (SDF) ทำให้ตุรกีหวั่นเกรงว่าอาจทำให้กลุ่มแบ่งแยกดินแดนเคิร์ดเข้ามาก่อกวนพื้นที่ของตุรกี และเพื่อผลักดันผู้อพยพที่เข้ามาอยู่ในตุรกีถึง 3.6 ล้านกลับไปในซีเรียซึ่งอาจมีกลุ่มผู้ไม่หวังดีเข้ามาปะปน ตุรกีจึงประกาศแผนส่งกองทัพรุกเข้าไปในซีเรียในพื้นที่ของ SDF เพื่อสร้างแนวกันชนซีเรียตอนเหนือ (Northern Syria Buffer Zone) ความยาว 115 กิโลเมตร ลึกเข้าไปในดินแดนของซีเรีย 30-50 กิโลเมตร

Photo by Delil SOULEIMAN / AFP

2. ปัญหาคือ ตุรกี, เคิร์ด และสหรัฐมีศัตรูร่วมกันคือกลุ่มรัฐอิสลาม (ISIL) และกองทัพของรัฐบาลซีเรีย (SAA) สหรัฐและตุรกีจึงต้องเจรจาหาทางออก ในขณะที่ความสัมพันธ์ของตุรกีและสหรัฐก็ไม่สู้ดีนักหลังจากที่สหรัฐถูกกล่าวหาว่าหนุนหลังการกบฎเมื่อปี 2016 ตุรกีจึงไม่เกรงใจสหรัฐและเตือนว่าหากไม่ถอนกำลังออกไป กองทัพสหรัฐในพื้นที่อาจถูกลูกหลง ดังนั้นสหรัฐจึงยอมถอนกำลังออกไปจากตอนเหนือของซีเรีย แล้วโยกไปทางตะวันตกโดยอ้างว่าเพื่อปกป้องอิรักจากกลุ่ม ISIL จากนั้นตุรกีจึงส่งทหารเข้าไปในซีเรีย

Photo by Nazeer Al-khatib / AFP

3. ตุรกีเริ่มปฏิบัติการในวันที่ 9 ตุลาคม และเริ่มปะทะกับกองกำลัง SDF ในวันที่ 10 ตุลาคม สหภาพยุโรปโจมตีการกระทำของตุรกี แต่ประธานาธิบดีตุรกีขู่ว่า หากยุโรปเรียกปฏิบัติการทางทหารครั้งนี้ว่าเป็นการรุกราน ตุรกีก็จะเปิดด่านปล่อยผู้อพยพ 3.6 ล้านคนเข้าไปในยุโรป ส่วนสหรัฐตอบโต้ด้วยการคว่ำบาตรเจ้าหน้าที่ระดับสูงของตุรกี อย่างไรก็ตาม สหรัฐจะต้องระวังไม่ให้กระทบความสัมพันธ์ไปกว่านี้ เพราะตุรกีและ SDF ต่างก็มีส่วนช่วยกำราบกลุ่ม ISIL ทั้งนี้ เพราะการโจมตีของตุรกี นักโทษของ ISIL จำนวน 750 คนที่ SDF ควบคุมตัวไว้หลุดรอดออกไปได้

Photo by Nazeer Al-khatib / AFP

4. กองทัพรัฐบาลซีเรีย (SAA) เป็นศัตรูกับ SDF เพราะฝ่ายหลังเป็นกบฎแยกดินแดน แต่เมื่อตุรกีรุกรานเข้ามา เกิดเรื่องเซอร์ไพรส์ขึ้นเมื่อ 2 ฝ่ายตกลงร่วมมือกันเพื่อต้านตุรกีในวันที่ 14 ตุลาคม โดย SDF จะเปิดทางให้ SAA และกองกำลังรัสเซียที่คอยให้ความช่วยเหลือ ได้เข้ามาในพื้นที่ตอนเหนือของซีเรีย เพื่อปกป้องเมืองสำคัญคือมันบีญ แต่ตุรกีก็ประกาศโจมตีเพื่อยึดเมืองในวันเดียวกัน ส่วนสหรัฐประกาศถอนตัวออกจากพื้นที่ ฝ่ายผู้นำตุรกีเตือนว่าปฏิบัติการครั้งนี้อาจกลายเป็นสงครามระหว่างกองทัพตุรกีและซีเรีย หากฝ่ายหลังเข้ามาในภาคเหนือที่ตุรกีหวังจะให้เป็นดินแดนกันชน

Photo by Delil SOULEIMAN / AFP

5. พื้นที่เมืองมันบีญและโคบานี กลายเป็นสมรภูมิของร่วมใหม่ คือ รัฐบาลซีเรีย+รัสเซีย+เคิร์ด อีกฝ่ายคือรัฐฐบาลตุรกี โดยที่สหรัฐถอนกำลังออกไป แต่เพื่อผลทางยุทธศาสตร์ยังพยายามต้านไม่ให้ฝ่ายรัฐบาลซีเรียยึดเมืองโคบานีได้ จึงกลายเป็นการช่วยตุรกีไปโดยปริยายบนความเสียหายต่อSDF อย่างไรก็ตาม ในวันที่ 17 ตุลาคม รัฐบาลสหรัฐก็ช่วย SDF ได้ในที่สุด โดยโน้มน้าวให้ตุรกีตกหยุดยิงเป็นเวลา 5 วัน เพื่อให้ SDF ถอนกำลังออกไปจากเขตกันชน โดยสหรัฐจะยกเลิกการคว่ำบาตรกับตุรกีหากทุกอย่างจบลงด้วยดี ล่าสุด (20 ตุลาคม) SDF ประกาศถอนกำลังออกไปแล้ว

ชมกันชัดๆ อียิปต์เผยโลงศพมัมมี่30โลงที่เพิ่งค้นพบ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/604119

  • วันที่ 20 ต.ค. 2562 เวลา 14:05 น.

ชมกันชัดๆ อียิปต์เผยโลงศพมัมมี่30โลงที่เพิ่งค้นพบ

เจ้าหน้าที่กระทรวงโบราณคดีของอียิปเปิดจัดแสดงโลงศพไม้ 30 โลงที่บรรจุร่างมัมมี่ยุคโบราณ ซึ่งถูกเพิ่งค้นพบเมื่อไม่นานมานี้ในเมืองลักซอร์ทางตอนใต้ของประเทศ ถือเป็นหนึ่งในการค้นพบที่ยิ่งใหญ่และสำคัญที่สุดในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา

โลงศพเหล่านี้ถูกค้นพบเมื่อสัปดาห์ที่แล้วในสุสานอาซาซีพ ฝั่งตะวันตกของแม่น้ำไนล์ เมื่อตอนที่ค้นพบนั้นพบโลงศพวางซ้อนกันสองชั้น โดยมีโลงศพ 18 โลงอยู่ด้านบนอีก 12 อยู่ด้านล่าง

โลงศพที่พบเป็นของผู้ชาย ผู้หญิง และเด็กจากสมัยราชวงศ์ที่ 22 (945-715 ก่อนคริสตกาล) และถูกนำมารวมและซ่อนไว้โดยนักบวชเพราะกลัวว่าจะถูกปล้นโดยโจรขโมยสุสาน

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงโบราณ คาเลด เอล อานานี กล่าวว่า มัมมี่ที่พบในโลงศพนั้นประกอบด้วยเพศชาย 23 คน เพหญิง 5 คน และเด็ก 2 คน โลงศพนั้นถูกทาสีและเก็บรักษาไว้อย่างดีเยี่ยม

เมื่อนักโบราณคดีเปิดโลงศพของชายและหญิง 2 โล พบว่ามัมมี่ห่อด้วยผ้า ที่ทราบว่าเป็นเพศใดสามารถสังเกตได้จากการวางมือ โดยผู้หญิงจะหงายมือ ส่วนผู้ชายจะคว่ำมือ และมัมมี่ทั้งสองดูเหมือนจะถูกเก็บรักษาไว้เป็นอย่างดีด้วยการพันผ้าคลุมทั้งใบหน้าและร่างกาย สภาพภายนอกยังคงไม่บุบสลาย

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงโบราณ เผยมีการขุดค้นเพิ่มเติมในสุสานซึ่งรวมถึงหลุมฝังศพที่มีอายุถึงยุคกลางอาณาจักรใหม่และช่วงปลายปี (2537 – 332 ปีก่อนคริสต์ศักราช)

โลงศพจะถูกย้ายไปที่พิพิธภัณฑ์อียิปต์แกรนด์ ที่กำลังอยู่ระหว่างการก่อสร้างใกล้ปิรามิดแห่งกิซ่าในเดือนพฤศจิกายน พิพิธภัณฑ์แห่งนี้อยู่ในระหว่างการก่อสร้างมานานกว่าทศวรรษและมีจุดประสงค์เพื่อจัดแสดงสมบัติโบราณของอียิปต์ เจ้าหน้าที่เผยว่าพิพิธภัณฑ์จะเปิดให้ชมได้ในปีหน้า

ไม่ใช่แค่ไทยแต่ช้ำไปทั่ว IMF เตือนแนวโน้มเศรษฐกิจโลกมีความไม่แน่นอนสูง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/604108

  • วันที่ 20 ต.ค. 2562 เวลา 12:04 น.

ไม่ใช่แค่ไทยแต่ช้ำไปทั่ว IMF เตือนแนวโน้มเศรษฐกิจโลกมีความไม่แน่นอนสูง

ในการประชุมประจำปีของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ หรือ IMF ที่กรุงวอชิงตัน ประเทศสหรัฐ มีคำเตือนออกมาว่า ภาวะเศรษฐกิจโลกเกิดมีความไม่แน่นอนสูง ท่ามกลางความตึงเครียดทางการค้าระหว่างสหรัฐและจีน และจำเป็นที่จะต้องเพิ่มแรงกดดันต่อประเทศต่างๆ เพื่อปฏิบัติตามกฎการค้าโลก

“คาดว่าจะมีการเติบโตเพิ่มขึ้นในปีหน้า แต่แนวโน้มมีความไม่แน่นอนสูง และมีความเสี่ยงจากภาวะขาลงที่เพิ่มขึ้น ซึ่งรวมถึงความตึงเครียดทางการค้า ความไม่แน่นอนของนโยบาย และความเสี่ยงทางการเมืองระหว่างประเทศ” คณะกรรมการการเงินและการเงินระหว่างประเทศ IMF กล่าวในแถลงการณ์

คริสตาลินา จอร์จีวา ผู้อำนวยการ IMF กล่าวว่า การดำเนินการเพื่อแก้ไขข้อพิพาททางการค้าระหว่างสหรัฐอเมริกาและจีน รวมถึงการหาทางออกให้กับการเจรจาเรื่องการถอนตัวของสหราชอาณาจักรจากสหภาพยุโรป สามารถช่วยลดความไม่แน่นอนที่จะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลกได้

จอร์จีวา ยังกล่าวอีกว่าสมาชิกตระหนักถึงความจำเป็นในการสร้างแรงกดดันจากนานาประเทศ ให้ทุกฝ่ายปฏิบัติตามระเบียบการค้า และเต็มใจที่จะเพิ่มและปรับปรุงระเบียบฉบับนี้

IMF กล่าวในแถลงการณ์ปิดท้ายการประชุมว่า ตระหนักถึงความจำเป็นในการแก้ไขปัญหาความตึงเครียดทางการค้าและสนับสนุนการปฏิรูปที่จำเป็นขององค์การการค้าโลก แต่คำแถลงดังกล่าวไม่ได้บอกรายละเอียดถึงวิธีที่จะแก้ไขปัญหาให้ลุล่วง

นอกจากนี้ ยังไม่มีวี่แววว่าการหารือเกี่ยวกับการประชุมนอกรอบ มีความคืบหน้าในเรื่องข้อพิพาททางการค้าที่เกิดขึ้นจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐ ขณะที่สตีเวน มะนิวชิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังสหรัฐ กล่าวกับคณะกรรมการ IMF ว่าเป้าหมายของรัฐบาลสหรัฐคือการเตรียมรากฐานสำหรับการเติบโตในอนาคต ผ่านข้อตกลงทางการค้าที่เป็นธรรม

มะนิวชิน กล่าวว่าการเจรจาเมื่อสัปดาห์ที่แล้วระหว่างสหรัฐและจีนได้บรรลุ “ความคืบหน้าอย่างมาก ‘ ในระยะที่หนึ่งของข้อตกลงทางการค้า เพื่อแก้ไขปัญหาสหรัฐฯอ้างว่าจีนกำลังขโมยทรัพย์สินทางปัญญา

อย่างไรก็ตาม จอร์จีวากล่าวว่า ทาง IMF คาดว่าการขึ้นอัตราภาษีอาจทำให้อัตราการเติบโตทั่วโลกลดลง 0.8% ภายในสิ้นปีหน้า ส่วนใหญ่เกิดจากความเชื่อมั่นทางธุรกิจที่ลดลง และย้ำว่า ในสงครามการค้าทุกฝ่ายคือผู้แพ้ ผู้นำโลกควรจริงจังกับหน้าที่ของตนต่อความร่วมมือระหว่างประเทศในการค้าขาย

มหาอำนาจเศรษฐกิจโลกเตือนคริปโตฯ เสี่ยงฟอกเงิน บั่นทอนอธิปไตย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/604100

  • วันที่ 20 ต.ค. 2562 เวลา 09:25 น.

มหาอำนาจเศรษฐกิจโลกเตือนคริปโตฯ เสี่ยงฟอกเงิน บั่นทอนอธิปไตย

รัฐมนตรีคลังจากกลุ่มอุตสาหกรรม 20 หรือ G20 มีความเห็นพ้องว่า คริปโทเคอร์เรนซี (cryptocurrencies) เช่น Libra ของ Facebook สามารถก่อให้เกิดความเสี่ยงร้ายแรง รวมถึงการฟอกเงินและเรียกร้องให้มีมาตรการจัดการก่อนที่จะเปิดให้บริการ

บทสรุปของการประชุม 2 วัน ที่กรุงวอชิง ประเทศสหรัฐ ยังสนับสนุนข้อเสนอที่จะให้จัดเก็บภาษีระหว่างประเทศจากยอดขายของยักษ์ใหญ่ด้านดิจิทัล แม้ว่าบริษัทเหล่านั้นจะไม่มีสำนักงานในประเทศที่เรียกเก็บภาษีก็ตาม

ประเด็นทั้งสองได้รับความสนใจไปปทั่วโลก เนื่องจากประเทศต่างๆ พยายามรับมือกับความท้าทายที่เกิดขึ้นจากนวัตกรรมทางเทคโนโลยี

“ในขณะที่เรารับทราบถึงประโยชน์ที่เป็นไปได้ของนวัตกรรมทางการเงิน แต่เราเห็นพ้องกันว่า การมีเงินดิจิทัลมูลค่าคงที่ (stablecoins) ที่ใช้ทั่วโลกและสกุลเงินที่คล้ายคลึงกัน … ก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อนโยบายสาธารณะและความเสี่ยงด้านกฎหมายที่ร้ายแรง” G20 กล่าวในคำแถลงการณ์ โดยเอ่ยถึงสกุลเงินคริปโทเคอร์เรนซี ที่พยายามทำให้มูลค่ามีเสียรภาพด้วยการผูดกับสกุลเงินจริงๆ

G20 ยังกล่าวว่า “ความเสี่ยงดังกล่าว โดยเฉพาะอย่างยิ่งอาทิการเกี่ยวข้องกับการฟอกเงิน การเงินที่ผิดกฎหมาย อีกทั้งการคุ้มครองผู้บริโภคและนักลงทุนจำเป็นต้องได้รับการประเมินและแก้ไขอย่างเหมาะสม ก่อนที่โครงการเหล่านี้จะสามารถเริ่มดำเนินการได้”

ทั้งนี้ กลุ่มประเทศมหาอำนาจเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมโลก มีความกลัวว่า Libra สกุลเงินดิจิทัลของซึ่ง Facebook อาจบ่อนทำลายอำนาจอธิปไตยทางการเงิน แม้ว่า Facebook จะพยายามยืนยันว่ามูลค่าของ Libra จะกับอิงคลังสำรองของสกุลเงินที่มีเสถียรภาพ เช่นดอลลาร์สหรัฐ

ด้านเจ้าหน้าที่กระทรวงการคลังญี่ปุ่นระบุว่า หากบางประเทศเริ่มใช้สกุลเงินดิจิตอลแทนสกุลเงินจริงๆ จะทำให้คนในประเทศขาดความเชื่อมั่น และอาจบั่นทอนอำนาจอธิปไตยทางการเงินของประเทศนั้นๆ

ในส่วนของคริสตาลินา จอร์จีวา ผู้อำนวยการกองทุนการเงินระหว่างประเทศ หรือ IMF กล่าวถึงข้อเสนอของ Facebook Inc. ที่จะผลักดันให้ Libra เป็นระบบการชำระเงินใหม่ทั่วโลกว่า IMF มีแนวทางที่ก้ำกึ่งเกี่ยวกับประโยชน์และความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับ Libra

แม้ว่าจะเอ่ยถึงความเป็นไปได้ที่ Libra จะมีประโยชน์ด้านการบริการทางการเงินที่มีต้นทุนต่ำ แต่จอร์จีวากล่าวว่ามีความเสี่ยงที่จะมีการใช้คริปโตเคอร์เรนซี่ด้วยวัตถุประสงค์ที่ผิดกฎหมาย และยังมีประเด็นเรื่องอำนาจอธิปไตยทางการเงิน ที่จำเป็นจะต้องพิจารณาให้รอบคอบและแก้ไขให้เหมาะสม

ซัมซุง Galaxy S10/Note 10 เจอปัญหาใครก็สแกนนิ้วปลดล็อกหน้าจอได้

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/604079

  • วันที่ 19 ต.ค. 2562 เวลา 19:30 น.

ซัมซุง Galaxy S10/Note 10 เจอปัญหาใครก็สแกนนิ้วปลดล็อกหน้าจอได้

ผู้ใช้งานซัมซุง Galaxy S10 และ Note 10 พบปัญหาสามารถใช้ลายนิ้วมือของคนอื่นปลดล็อกหน้าจอได้ หลังจากติดฟิล์มกันรอยที่ไม่ใช่ของซัมซุง

ลิซา นีลสัน หญิงชาวอังกฤษ พบว่าสามีของเธอสามารถใช้ลายนิ้วมือปลดล็อกหน้าจอสมาร์ทโฟนของเธอได้ทั้งๆ ที่ไม่ได้ลงทะเบียนลายนิ้วมือไว้ในเครื่อง โดยปัญหานี้เกิดขึ้นหลังจากเธอเปลี่ยนเปลี่ยนฟิล์มกันรอยหน้าจอแบบราคาถูกมาใช้ และยังมีผู้ใช้รายอื่นโพสต์ในทวิตเตอร์ว่าพบเซ็นเซอร์ลายนิ้วมือบนหน้าจอมีปัญหาเดียวกัน

ผู้เชี่ยวชาญคาดว่าปัญหาดังกล่าวอาจเกิดจาก Air Gap หรือช่องว่างระหว่างฟิล์มกันรอยกับเซ็นเซอร์ตรวจจับลายนิ้วมือ ทำให้ระบบจัดเก็บลายนิ้วมือได้ไม่ละเอียดพอ และเมื่อมีลายนิ้วมือของผู้ใช้หลงเหลืออยู่บนแผ่นฟิล์ม ทำให้ระบบปลดล็อกทั้งที่ไม่ใช่ลายนิ้วมือของที่ลงทะเบียนไว้

ด้านซัมซุงเตือนเจ้าของสมาร์ทโฟนรุ่น Galaxy S10 และ Note 10 ให้ใช้เฉพาะฟิล์มกันรอยของแท้จากบริษัทโดยซัมซุงจะแก้ไขปัญหาดังกล่าวด้วยการอัพเดทซอฟท์แวร์ในสัปดาห์หน้า

ออกเดินทางแล้ว แควนตัสไฟลท์ทดสอบบินนอนสต็อป 20 ชั่วโมง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/604078

  • วันที่ 19 ต.ค. 2562 เวลา 19:03 น.

ออกเดินทางแล้ว แควนตัสไฟลท์ทดสอบบินนอนสต็อป 20 ชั่วโมง

แควนตัสเริ่มเที่ยวบินทดสอบนอนสต็อปไฟลท์ นิวยอร์ก-ซิดนีย์ บินตรง 20 ชั่วโมง ทดสอบสภาพเจ็ตแล็กผู้โดยสาร

เมื่อคืนวันศุกร์ที่ผ่านมาตามเวลาท้องถิ่นของนครนิวยอร์ก สายการบินแควนตัสเที่ยวบินที่ QF 7879 ได้เดินทางออกจากสนามบินเจเอฟเค เมื่อเวลา21.00 น. ด้วยเครื่องบินแบบโบอิ้ง 787-9 ดรีมไลเนอร์ เพื่อเดินทางไปยังนครซิดนีย์ ของออสเตรเลียแล้ว พร้อมผู้โดยสารและลูกเรือรวม 50 คน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นพนักงานของทางสายการบิน ในการทดสอบผลกระทบที่จะเกิดขึ้นต่อร่างกายเมื่อต้องเดินทางข้ามโซนเวลาแบบนอนสต็อปไฟลท์นานถึง 20 ชั่วโมง

“การทดสอบครั้งนี้ไม่เคยมีสายการบินใดทำมาก่อน” นายอลัน จอยซ์ ซีอีโอแควนตัสกล่าว

บนเที่ยวบินนี้จะมีนักวิทยาศาสตร์จากมหาวิทยาลัยออสเตรเลีย 2 คนร่วมเดินทางด้วยโดยจะมีการติดอุปกรณ์ตรวจจับบนศีรษะของนักบิน รวมถึงผู้โดยสารและลูกเรือ ทั้งการหลับ ระดับเมลาโทนิน และการรับประทานอาหารของผู้โดยสาร เพื่อตรวจสอบผลกระทบของทุกคนบนเครื่องเมื่อต้องบินย้อนโซนเวลาแบบ 20 ชั่วโมงโดยไม่หยุดพัก

 

flightradar24.com

 

นิวยอร์กกับนครซิดนีย์มีเวลาห่างกัน 15 ชั่วโมง ซึ่งที่ผ่านมามีผู้โดยสารที่จะต้องเดินทางระหว่างสองเมืองนี้จะต้องทำการต่อเครื่องบินหนึ่งครั้ง การบินตรงแบบนอนสต็อปครั้งนี้นักวิทยาศาสตร์จำต้องจับตาผลกระทบของเจ็ตแล็กอย่างใกล้ชิด

เที่ยวบิน QF 7879 จำกัดเพื่อให้มีน้ำหนักบรรทุกน้อยที่สุด เพื่อให้อัตราการสิ้นเปลืองน้ำมันเพียงพอจะเดินทางเป็นระยะทาง16,000 กิโลเมตรได้โดยไม่ต้องแวะพัก

คาดว่าจะมีกำหนดเดินทางถึงสนามบินซิดนีย์ในเวลา 07.30 น. ตามเวลาท้องถิ่น นอกจากนี้หลังการทดสอบเส้นทางบินดังกล่าว ภายในไม่กี่เดือนข้างหน้าแควนตัสมีแผนจะทำการทดสอบเที่ยวบินนอนสต็อปในลักษณะเดียวกันระหว่างซิดนีย์ลอนดอน

ปีที่แล้วแควนตัสเพิ่งเปิดเส้นทางบินที่ได้ชื่อว่าเป็นหนึ่งในไฟลท์บินนานสุดในโลกคือเส้นทางนครเพิร์ธไปยังกรุงลอนดอน ใช้เวลาเดินทาง 17 ชั่วโมง

การทดสอบทั้งสองครั้งนี้เป็นหนึ่งในแผนการ Project Sunrise เพื่อทดสอบผลกระทบที่จะเกิดกับผู้โดยสารและลูกเรือ เพื่อเตรียมพิจารณาการเปิดเส้นทางบินเชิงพาณิชย์ในอนาคต

Photo : แฟ้มภาพ AFP

จีนสั่งผู้ใช้อินเทอร์เน็ตสแกนใบหน้าก่อนใช้งาน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/604066

  • วันที่ 19 ต.ค. 2562 เวลา 17:03 น.

จีนสั่งผู้ใช้อินเทอร์เน็ตสแกนใบหน้าก่อนใช้งาน

จีนยกระดับเซ็นเซอร์อินเทอร์เน็ตด้วยการให้ผู้ใช้งานสแกนใบหน้าก่อนเข้าใช้เว็บไซต์

กระทรวงอุตสาหกรรมและเทคโนโลยีสารสนเทศของจีนออกข้อบังคับให้ผู้ใช้อินเทอร์เน็ตทุกคนต้องผ่านการทดสอบระบบจดจำใบหน้าเพื่อพิสูจน์อัตลักษณ์บุคคลก่อนติดตั้งอินเทอร์เน็ตที่บ้านหรือบนสมาร์ทโฟน เพื่อยืนยันว่าบัตรประชาชนที่ใช้ตอนสมัครเป็นของผู้สมัครจริงๆ

ข้อบังคับนี้จะมีผลในวันที่ 1 ธ.ค.นี้ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของระบบเครดิตสังคมที่จะให้คะแนนด้านมารยาทและสังคมกับชาวจีน โดยทางการตั้งเป้าว่าการยืนยันตัวตนด้วยใบหน้าจะช่วยยกระดับความปลอดภัยบนอินเทอร์เน็ตและป้องกันการก่อการร้าย

ทั้งนี้ จีนเป็นผู้สร้างระบบกล้องวงจรปิดจดจำใบหน้าที่ใหญ่ที่สุดของโลก ปัจจุบันมีกล้องวงจรปิดติดตั้งทั่วประเทศราว 626 ล้านตัว โดยส่วนใหญ่จะมีระบบจดจำใบหน้าที่สามารถระบุตัวบุคคลได้ภายใน 3 วินาทีอยู่ด้วย เมื่อเทียบสัดส่วนแล้วจีนมีกล้องวงจรปิดเฉลี่ย 1 ตัวต่อประชากร 2 คน ขณะที่เมืองฉงชิ่งซึ่งเป็นเมืองที่มีการสอดส่องมากที่สุดมีกล้องถึง 2.5 ล้านตัว

สภาอังกฤษชี้ชะตา”เบร็กซิต”วันนี้

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/604065

  • วันที่ 19 ต.ค. 2562 เวลา 16:56 น.

สภาอังกฤษชี้ชะตา"เบร็กซิต"วันนี้

สภาอังกฤษเตรียมลงมติประวัติศาสตร์ รับ-ไม่รับร่างเบร็กซิตดีลฉบับใหม่

ในวันนี้ 19 ต.ค. จะเป็นวันประวัติศาสตร์ของสหราชอาณาจักรในการออกจากเป็นสมาชิกสหภาพยุโรป หรือเบร็กซิต หลังจากเมื่อวันที่ 17 ต.ค. ที่ผ่านมา นายบอริส จอห์นสัน นายกรัฐมนตรีอังกฤษ และนายฌ็อง-โคลท ยุงเคอร์ประธานคณะกรรมาธิการยุโรป ได้ประกาศถึงความสำเร็จในการเห็นชอบข้อตกลงเบร็กซิต (brexit with deal) ฉบับใหม่เพื่อหาทางออกเบร็กซิตให้กับอังกฤษก่อนถึงกำหนดเส้นตายในวันที่ 31 ตุลาคม ซึ่งจะเป็นวันที่อังกฤษออกจากการเป็นสมาชิกอียูอย่างเป็นทางการ

รับ-ไม่รับจะเกิดอะไรขึ้น

หากรัฐสภาอังกฤษเห็นชอบกับร่างข้อตกลงดังกล่าว กระบวนการเบร็กซิตจะเป็นไปตามกำหนดคือในวันที่ 31 ตุลาคม 2019 ซึ่งจะเป็นการสิ้นสุดสถานะ 46 ปีที่อังกฤษเป็นส่วนหนึ่งของอียู

แต่หากร่างดังกล่าวไม่ผ่านการเห็นชอบจากสภา ก็จะต้องเกิดความวุ่นวายทั้งการเมืองภายในอังกฤษเองและต่อระบบเศรษฐกิจของอังกฤษ เนื่องจากวุฒิสภาอังกฤษได้ผ่านกฎหมายห้ามอังกฤษออกจากอียูในรูปแบบไร้ข้อตกลง (No-Deal) นายกจอห์นสันจะต้องร้องขออียูให้เลื่อนกำหนดเส้นตายเบร็กซิตออกไป ซึ่งอียูได้ยืนกรานไปก่อนหน้านี้แล้วว่าจะไม่เลื่อนระยะเวลาเบร็กซิตอีก

อย่างไรดียังคงไม่ชัดเจนถึงรายละเอียดข้อตกลงเบร็กซิตฉบับใหม่ แต่สิ่งที่หลายฝ่ายไม่พอใจคือไม่มีรายละเอียดเกี่ยวกับข้อตกลงจัดการพรมแดนร่วมกับสาธารณรัฐไอร์แลนด์(backstop) ซึ่งในการลงคะแนนเสียงครั้งนี้ฝ่ายรัฐบาลต้องอาศัยเสียงสนับสนุนจากพรรคDPUของไอร์แลนด์เหนือ ซึ่งเป็นพรมแดนเดียวของอังกฤษที่อยู่ติดกับประเทศสหภาพยุโรป ซึ่งก็คือประเทศไอร์แลนด์

แต่ทว่าทาง DPU ได้มีคำแถลว่าไม่อาจสนับสนุนแผนของนายจอห์นสันได้ เนื่องจากไม่มีหลักประกันใดๆเกี่ยวกับการจัดการพรมแดนระหว่างไอร์แลนด์เหนือกับสาธารณรัฐไอร์แลนด์

เหตุดังกล่าวส่งผลให้หลายฝ่ายจับตาว่า ข้อตกลงเบร็กซิตฉบับใหม่นี้จะผ่านหรือไม่ผ่านการรับรองของสภา