พระราชอาคันตุกะ 400 รายเข้าร่วมพระราชพิธีครองราชย์พระจักรพรรดินารูฮิโตะ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/604058

  • วันที่ 19 ต.ค. 2562 เวลา 14:34 น.

พระราชอาคันตุกะ 400 รายเข้าร่วมพระราชพิธีครองราชย์พระจักรพรรดินารูฮิโตะ

พระราชวงศ์-บุคคลสำคัญต่างชาติ รวมถึงเจ้าฟ้าชายชาลส์ และนางซูจี จะเข้าร่วมพิธีขึ้นครองราชย์พระจักรพรรดิญี่ปุ่น 22 ตุลาคมนี้

เจแปนไทม์รายงานว่า พระราชอาคันตุกะต่างชาติ ซึ่งมีทั้งพระราชวงศ์และบุคคลสำคัญราว 400 คน จะเข้าร่วมในพิธีเฉลิมฉลองขึ้นครองราชย์พระจักรพรรดินารูฮิโตะ อันเป็นส่วนหนึ่งของพระราชพิธีราชาภิเษกพระจักรพรรดิญี่ปุ่นองค์ใหม่อย่างเป็นทางการในวันที่ 22 ตุลาคมนี้

พระราชอาคันตุกะต่างชาติที่ได้รับการยืนยันเข้าร่วมงานอาทิ สมเจ้าฟ้าชายชาลส์ มกุฏราชกุมารแห่งสหราชอาณาจักร นายนิโกลาส ซาร์โกซี อดีตประธานาธิบดีฝรั่งเศส นางอองซาน ซูจี ที่ปรึกษาแห่งรัฐเมียนมา นายหวัง ฉีซาน รองประธานาธิบดีจีน และนายแฟรงค์ วอเทอร์ สไตนเมเยอร์ ประธานาธิบดีเยอรมนี รวมถึงเจ้าหน้าระดับสูงของรัฐบาลต่างชาติอีกหลายประเทศ

รัฐบาลเผยว่าพระราชพิธีราชาภิเษกทั้งหมดใช้งบประมาณในการจัดงานที่ราว 16 พันล้านเยน หรือราว 4.4 พันล้านบาท

นอกจากพระราชอาคันตุกะต่างชาติแล้ว ยังมีบรรดาคณะรัฐมนตรี คณะบุคคล ตัวแทนจากฝ่ายต่างๆของรัฐบาลและหน่วยงานราชการญี่ปุ่นเป็นจำนวนรวมทั้งสิ้น 2,500 คน เข้าเฝ้าเพื่อร่วมพิธีดังกล่าวด้วย

สำหรับหมายกำหนดการพระราชพิธีสำคัญวันที่ 22 ตุลาคมประกอบด้วย

ช่วงเช้า : สมเด็จพระจักรพรรดิจะทรงประกอบพิธีภายในเป็นการส่วนพระองค์เพื่อสักการะพระวิหารหลักในพระวิหารสามหลัง รวมถึงทรงสักการะต่อดวงพระวิญญาณบรรพบุรุษภายในพระราชวังหลวงกรุงโตเกียว

จากนั้นสมเด็จพระจักรพรรดิและสมเด็จพระจักรพรรดินี และพระบรมวงศ์ จะทรงฉลองพระองค์โบราณตามแบบราชสำนัก โดยสมเด็จพระจักรพรรดิจะทรงประทับยังพระบัลลังก์ทาคามิคูระ (Takamikura) และพระบัลลังก์ไมโชได (Michodai) เป็นที่ประทับสำหรับพระจักรพรรดินี เพื่อประกอบพระราชพิธีเฉลิมฉลองการขึ้นครองราชย์ (enthronement ceremony)

เมื่อทรงมีพระราชดำรัสประกาศขึ้นครองราชย์แล้ว นายชินโซะ อาเบะ นายกรัฐมนตรีจะเป็นผู้นำกล่าวคำว่า บันไซ (Banzai)

ช่วงบ่าย : ตามกำหนดเดิมนั้นทั้งสองพระองค์จะทรงเสด็จโดยรถยนต์พระที่นั่งเปิดประทุน ในริ้วขบวนเพื่อทรงพบปะประชาชนที่รอเฝ้ารับเสด็จ แต่ทว่าด้วยเหตุพายุไต้ฝุ่นฮากิบิสพัดถล่มญี่ปุ่นเมื่อช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ส่งผลให้ทางราชสำนักประกาศเลื่อนพิธีดังกล่าวออกไปเป็นวันที่ 10 พ.ย.แทน

ช่วงค่ำ : สมเด็จพระจักรพรรดิ และสมเด็จพระจักรพรรดินีจะเสด็จออกงานเลี้่ยงพระกระยาหารค่ำ โดยมีบุคคลสำคัญจากทั้งรัฐบาลญี่ปุ่น พระราชวงศ์และอาคันตุกะต่างชาติเข้าเฝ้า

ทั้งนี้ ในวันที่ 22 ตุลาคม รัฐบาลญี่ปุ่นประกาศให้เป็นวันหยุดราชการ

เมืองหลวงชิลีประท้วงรุนแรง ค้านรัฐขึ้นราคาตั๋วรถไฟฟ้า

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/604047

  • วันที่ 19 ต.ค. 2562 เวลา 12:45 น.

เมืองหลวงชิลีประท้วงรุนแรง ค้านรัฐขึ้นราคาตั๋วรถไฟฟ้า

เมืองหลวงชิลีประท้วงหนัก ตำรวจยิงแก๊สน้ำตาปะทะประชาชนไม่พอใช้รัฐขึ้นราคารฟฟ. จุดไฟเผาสถานี

เกิดเหตุประท้วงรุนแรงที่กรุงซานดิอาโก เมืองหลวงของประเทศชิลี จากการที่ผู้ประท้วงนับร้อยซึ่งส่วนใหญ่เป็นนักเรียนระดับมัธยมฯ และนักศึกษามหาวิทยาลัย ไม่พอใจที่เมื่อวันที่ 6 ตุลาคม รัฐบาลประกาศขึ้นค่าโดยสารรถไฟฟ้าเมโทรทุกสายของกรุงซานดิอาโก ในอัตราค่าโดยสารช่วงเวลาเร่งด่วนสูงสุดที่ 830 เปโซชิลี หรือราว 35 บาท

รัฐบาลชิลีให้เหตุผลในการขึ้นราคาตั๋วรถไฟฟ้าจากเดิมที่ราคาในอัตราสูงสุดที่ไม่เกิน 800 เปโซชิลี เนื่องจากต้นทุนทางพลังงานที่สูงขึ้นและเงินเปโซที่อ่อนค่าลง

เรื่องดังกล่าวส่งผลให้บรรดาประชาชนผู้ใช้บริการ โดยเฉพาะนักเรียนนักศึกษาซึ่งได้รับผลกระทบรวมตัวประท้วงแสดงความไม่พอใจ บุกเข้าทำลายอุปกรณ์ต่างๆภายในสถานีรถไฟฟ้า รวมถึงจุดไฟเผาทำลายบริเวณด้านหน้าทางเข้าสถานี ปิดกั้นถนนหลายสายภายในเมือง รวมถึงมีรายงานจุดไฟเผาที่อาคารสำนักงานของบริษัท Enel ผู้ให้บริการด้านพลังงานในกรุงซานดิอาโก

ทางการชิลีต้องส่งเจ้าหน้าที่ตำรวจปราบจลาจลเข้าควบคุมสถานการณ์ จนกลายเป็นการปะทะกันระหว่างเจ้าหน้าที่กับกลุ่มผู้ชุมนุม

ผู้ชุมนุมมีการขว้างปาสิ่งของหรือก้อนหินใส่ตำรวจ ขณะที่ตำรวจมีการใช้แก๊สน้ำตาเข้าสกัดผู้ชุมนุม

ความวุ่นวายดังกล่าวส่งผลให้ซานดิอาโกเมโทรต้องสั่งระงับให้บริการรถไฟฟ้าทุกสายเป็นเวลา 2 วันเพื่อเลี่ยงความเสียหายที่อาจเกิดขึ้น

สำหรับกรุงซานดิอาโกนั้น นับว่าเป็นเมืองที่มีระบบขนส่งรถไฟฟ้าที่ทันสมัยที่สุดในบรรดาประเทศแถบอเมริกาใต้ มีเส้นทางรถไฟฟ้าครอบคลุมทั่วทั้งเมืองเป็นระยะทางรวมกว่า 140 กิโลเมตร มีสถานีให้บริการทั้งสิ้น 136 สถานี

ความรุนแรงครั้งนี้ส่งผลให้ประธานาธิบดีเซบาสเตียน ปิเนรา ผู้นำชิลีสั่งประกาศใช้กฎหมายฉุกเฉินรับมือสถานการณ์ภายในเมืองหลวง พร้อมประณามผู้ประท้วงว่าเป็นการกระทำที่ป่าเถื่อน

เหตุการณ์ความไม่สงบครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของความแตกแยกในชิลี ซึ่งเป็นประแถบที่ร่ำรวยที่สุดในละตินอเมริกา และเป็นเพียงประเทศเดียวในอเมริกาใต้ที่ถูกจัดอยู่ในสถานะประเทศพัฒนาแล้วของ OECD แต่ก็เป็นหนึ่งในประเทศที่ไม่เท่าเทียมกันที่สุด มีการร้องเรียนเพิ่มขึ้นเกี่ยวกับค่าครองชีพ – โดยเฉพาะในกรุงซานติอาโกซึ่งเป็นเมืองที่มีประชากรประมาณหกล้านคนและเรียกร้องให้มีการปฏิรูประบบภาษีแรงงานและบำนาญ

 

 

 

 

 

เม็กซิโกยอมรับ”ล้มเหลว”ที่จับลูกชายเอลชาโปไม่ได้

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/604037

  • วันที่ 19 ต.ค. 2562 เวลา 11:03 น.

เม็กซิโกยอมรับ"ล้มเหลว"ที่จับลูกชายเอลชาโปไม่ได้

เม็กซิโกรับล้มเหลวจับลูกชายเอลชาโปไม่ได้ จำยอมปล่อยตัวลอยนวล หลังปะทะรุนแรงกลางเมือง พบเสียชีวิตแล้ว 8 ราย

ทางการเม็กซิโกได้กล่าวยอมรับถึงความล้มเหลวในการจับกุมตัวนาย โอวิดิโอ กุซแมน วัย 28 ปี บุตรชายคนโตของนาย วาคีน กุซแมน หรือเจ้าของฉายาเอลชาโป ราชายาเสพติดชาวเม็กซิกันผู้ถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำสหรัฐในขณะนี้

รัฐบาลเม็กซิโกระบุว่า จากการที่เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคง 35 นายซึ่งอยู่ระหว่างลาดตระเวณในเมือง Culiacán กระทั่งสามารถจับกุมนายโอวิดิโอ พร้อมกับพวก 4 รายได้ พร้อมกับเตรียมส่งตัวในฐานะผู้ร้ายข้ามแดนตามหมายจับของรัฐบาลกลางเม็กซิโก

ข่าวที่เกี่ยวข้อง : https://www.posttoday.com/world/603967

การจับกุมตัวนายโอวิโอ ส่งผลให้บรรดาลูกสมุนแก๊งซีนาโลอา เกรงว่านายโอวิโดจะถูกส่งตัวมาดำเนินคดีในสหรัฐเช่นเดียวกับบิดา

ได้ส่งผลให้เกิดความรุนแรงขึ้นในหลายพื้นที่ของเมือง มีกลุ่มชายฉกรรจ์ซึ่งเป็นลูกสมุนของแก๊งค้ายาออกมาก่อความรุนแรงด้วยการใช้ปืนกราดยิงตามพื้นที่ต่างๆ รวมถึงจุดไฟเผารถยนต์และตามจุดต่างๆของเมือง

กระทั่งแก๊งค้ายาสามารถบุกชิงตัวนายโอวิโอจากเจ้าหน้าที่หน่วยคอมมานโดเม็กซิโกได้ในที่สุด เรื่องดังกล่าวนับว่าสร้างความอับอายขายหน้าต่อรัฐบาลเม็กซิโกอย่างมาก

รัฐบาลเม็กซิโกยอมรับว่า จำเป็นต้องยอมปล่อยตัวนายโอวิโดให้ลอยนวล เนื่องจากเกรงว่าหากยื้อต่อไปจะยิ่งทำให้สถานการณ์ความรุนแรงในเมืองเลวร้ายลง

 

รัฐมนตรีกลาโหมเม็กซิโกยอมรับว่า ปฏิบัติการนี้เป็นไปด้วยความเร่งรีและขาดการประเมินความเสี่ยงถึงผลที่จะตามมา เช่นเดียวกับรัฐมนตรีความมั่นคงเม็กซิโกที่ยอมรับว่า ปฏิบัติการนี้ถือเป็นความล้มเหลว พร้อมระบุอีกว่าถือเป็นความผิดพลาดในการประสานงานของระบบราชการด้วย

ด้านประธานาธิบดี อันเดรส มานูเอล โลเปซ โอบราดอร์ ผู้นำเม็กซิโก กล่าวว่า เราไม่ต้องการสงคราม จริงอยู่ที่การจับกุมอาชญากรยาเสพติดคือภารกิจของรัฐบาล แต่เราก็ไม่อาจเสี่ยงให้มีผู้บริสุทธิ์ต้องเสียชีวิตได้

อย่างไรก็ดีมีรายงานว่า จากเหตุการณ์ความรุนแรงจากการปะทะกันระหว่างเจ้าหน้าที่รัฐเม็กซิโกกับสมุนแก๊งค้ายาเมื่อวันพฤหัสบดี ที่ 17 ต.ค.นั้น ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตแล้ว 8 ราย บาดเจ็บอีกกว่า 20 ราย

อีกทั้งเหตุการณ์นี้ ยิ่งส่งผลให้โลกสังคมออนไลน์และผู้เชี่ยวชาญพากันวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลอย่างรุนแรง โดยระบุว่าความล้มเหลวครั้งนี้จะเป็นตัวอย่างให้แก๊งค้ายาอื่นๆเลียนแบบ ส่วนสถานการณ์ภายในเมืองนั้นทางการได้ส่งเจ้าหน้าที่ทหารเข้าควบคุมสถานการณ์แล้ว

สองนักบินหญิงอเมริกันสร้างประวัติศาสตร์ นักบินหญิงล้วนทีมแรกที่เหยียบอวกาศ (ภาพชุด)

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/604014

  • วันที่ 18 ต.ค. 2562 เวลา 20:05 น.

สองนักบินหญิงอเมริกันสร้างประวัติศาสตร์ นักบินหญิงล้วนทีมแรกที่เหยียบอวกาศ (ภาพชุด)

คริสตินา คอค และเจสสิกา เมียร์ สองนักบินอวกาศหญิงชาวอเมริกันถูกส่งตัวขึ้นไปปฏิบัติการณ์เปลี่ยนแบตเตอรีด้านนอกของสถานีอวกาศนานาชาติของสหรัฐ (ISS) ซึ่งอยู่เหนือพื้นโลกราว 408 กิโลเมตร โดยทั้งคู่ก้าวเท้าเหยียบอวกาศเมื่อเวลา 18.38 น.วันนี้ตามเวลาประเทศไทย คาดว่าปฏิบัติการณ์ดังกล่าวจะกินเวลาราว 5 ชั่วโมง

เมื่อเสร็จภาระกิจเปลี่ยนแบตเตอรีแล้ว คอคจะปฏิบัติหน้าที่ต่อบนสถานีอวกาศนานาชาติไปจนถึงเดือน ก.พ. ปีหน้า

ทั้งนี้ ปฏิบัติการครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากความพยายามส่งทีมนักบินอวกาศหญิงออกไปสำรวจอวกาศเมื่อเดือน มี.ค.ถูกยกเลิก เนื่องจากชุดอวกาศของนักบินหญิงรายหนึ่งไม่พร้อมปฏิบัติงาน

ญี่ปุ่นเตรียมประกอบพระราชพิธีราชาภิเษกพระจักรพรรดินารูฮิโตะอย่างเป็นทางการ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/603998

  • วันที่ 18 ต.ค. 2562 เวลา 17:50 น.

ญี่ปุ่นเตรียมประกอบพระราชพิธีราชาภิเษกพระจักรพรรดินารูฮิโตะอย่างเป็นทางการ

หมายกำหนดการพระราชพิธีเฉลิมฉลองการขึ้นครองราชย์พระจักรพรรดินารูฮิโตะ 22 ตุลาคม

วันอาทิตย์ที่ 22 ตุลาคมนี้ จะเป็นวันประกอบพระราชพิธีเฉลิมฉลองการขึ้นครองราชย์พระจักรพรรดินารูฮิโตะอย่างเป็นทางการ หลังจากก่อนหน้าราชสำนักญี่ปุ่นได้ประกอบพิธีสำคัญอันเป็นส่วนหนึ่งของพระราชพิธีราชาภิเษกพระจักรพรรดิคือ เมื่อวันที่ 30 เมษายน สมเด็จพระจักรพรรดิใหญ่ทรงประกอบพระราชพิธีสละราชสมบัติ

จากนั้นในวันที่ 1 พฤษภาคม สมเด็จพระจักรพรรดินารูฮิโตะทรงประกอบพิธีขึ้นครองราช ด้วยการรับถวายเครื่องราชกกุธภัณฑ์ และเสด็จออกมหาสมาคมเรียบร้อยแล้ว

พระราชพิธีในวันที่ 22 ตุลามคมนี้ จะเป็นพระราชพิธีเฉลิมฉลองการขึ้นครองราชย์พระจักรพรรดินารูฮิโตะ ซึ่งเป็นการประกาศอย่างเป็นทางการทั้งผู้คนในญี่ปุ่นและต่างประเทศทราบถึงการก้าวขึ้นครองราชย์โดยสมบูรณ์ของสมเด็จพระจักรพรรดิองค์ใหม่ ถือเป็นพิธีทางการที่มีบรรยากาศทั้งแบบจริงจังและแบบงานเลี้ยงฉลองภายในวันเดียวกัน

 

หมายกำหนดการพระราชพิธีสำคัญวันที่ 22 ตุลาคมประกอบด้วย

ช่วงเช้า : สมเด็จพระจักรพรรดิจะทรงประกอบพิธีภายในเป็นการส่วนพระองค์เพื่อสักการะพระวิหารหลักในพระวิหารสามหลัง รวมถึงทรงสักการะต่อดวงพระวิญญาณบรรพบุรุษภายในพระราชวังหลวงกรุงโตเกียว

จากนั้นสมเด็จพระจักรพรรดิและสมเด็จพระจักรพรรดินี และพระบรมวงศ์ จะทรงฉลองพระองค์โบราณตามแบบราชสำนัก โดยสมเด็จพระจักรพรรดิจะทรงประทับยังพระบัลลังก์ทาคามิคูระ (Takamikura) และพระบัลลังก์ไมโชได (Michodai) เป็นที่ประทับสำหรับพระจักรพรรดินี เพื่อประกอบพระราชพิธีเฉลิมฉลองการขึ้นครองราชย์ (enthronement ceremony)

ในส่วนนี้จะมีข้าราชบริพาร คณะรัฐมนตรี คณะบุคคล พระราชวงศ์และอาคันตุกะต่างชาติมาเข้าเฝ้าฯ จำนวนกว่า 2,500 คน

 

พระบัลลังก์ทาคามิคูระ (Takamikura) และพระบัลลังก์ไมโชได (Michodai) แฟ้มภาพ : AFP

เมื่อทรงมีพระราชดำรัสประกาศขึ้นครองราชย์แล้ว นายชินโซะ อาเบะ นายกรัฐมนตรีจะเป็นผู้นำกล่าวคำว่า บันไซ (Banzai)

สมเด็จพระจักรพรรดิจะทรงรับการกล่าวถวายพระพรจากบุคคลสำคัญหลายฝ่ายที่มาเข้าเฝ้า จากนั้นจะทรงพระราชทานพระราชดำรัสตอบ

พระราชพิธีนี้สมเด็จพระจักรพรรดิใหญ่และสมเด็จพระพันปีหลวงจะทรงไม่เข้าร่วมตามธรรมเนียม อีกทั้งเจ้าหญิงไอโกะ พระธิดาองค์เดียวของพระจักรพรรดินารูฮิโตะก็จะทรงไม่เข้าร่วมพิธีเช่นกันเนื่องจากยังทรงเป็นผู้เยาว์

แฟ้มภาพ AFP พระจักรพรรดินารูฮิโตะประกอบพิธีสักการะบรรพบุรุษเมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม 2019

 

ช่วงบ่าย : ตามกำหนดเดิมนั้นทั้งสองพระองค์จะทรงเสด็จโดยรถยนต์พระที่นั่งเปิดประทุน ในริ้วขบวนเพื่อทรงพบปะประชาชนที่รอเฝ้ารับเสด็จ แต่ทว่าด้วยเหตุพายุไต้ฝุ่นฮากิบิสพัดถล่มญี่ปุ่นเมื่อช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ส่งผลให้ทางราชสำนักประกาศเลื่อนพิธีดังกล่าวออกไปเป็นวันที่ 10 พ.ย. แทน

ช่วงค่ำ : สมเด็จพระจักรพรรดิ และสมเด็จพระจักรพรรดินีจะเสด็จออกงานเลี้่ยงพระกระยาหารค่ำ โดยมีบุคคลสำคัญจากทั้งรัฐบาลญี่ปุ่น พระราชวงศ์และอาคันตุกะต่างชาติเข้าเฝ้า

PHOTO : แฟ้มภาพ AFP/ Imperial Household Agency /

ญี่ปุ่นเตรียมอภัยโทษนักโทษ 5.5 แสนคนฉลองสมเด็จพระจักรพรรดิครองราชย์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/603995

  • วันที่ 18 ต.ค. 2562 เวลา 17:36 น.

ญี่ปุ่นเตรียมอภัยโทษนักโทษ 5.5 แสนคนฉลองสมเด็จพระจักรพรรดิครองราชย์

รัฐบาลญี่ปุ่นเห็นชอบให้มีการอภัยโทษแก่นักโทษคดีลหุโทษ 550,000 คน เพื่อเฉลิมฉลองการเสด็จขึ้นครองราชย์ของสมเด็จพระจักรพรรดินะรุฮิโตะ ในวันที่ 22 ต.ค.นี้

คัตสึยุกิ คะวะอิ รัฐมนตรีกระทรวงยุติธรรมของญี่ปุ่นเผยว่า การอภัยโทษครั้งแรกในรอบ 26 ปี เกิดขึ้นบนพื้นฐานว่าการขึ้นครองราชย์ของสมเด็จพระจักรพรรดินารุฮิโตะถือเป็นโอกาสให้ชาวญี่ปุ่นได้ชำระจิตวิญญาณและเริ่มต้นชีวิตใหม่ แต่การพิจารณาก็ต้องคำนึงถึงผู้ถูกกระทำและครอบครัวด้วย ดังนั้นนักโทษที่ก่อคดีร้ายแรงจึงไม่ได้รับการอภัยโทษ

ผู้ที่เข้าข่ายได้รับการพิจารณาอภัยโทษต้องถูกตัดสินว่ามีความผิดและถูกปรับในคดีไม่รุนแรงมาแล้วอย่างน้อย 3 ปี โดยผู้ที่ได้รับการอภัยโทษจะได้รับการยกเว้นการถูกจำกัดสิทธิต่างๆ ตามกฎหมาย อาทิ การขอใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ ใบขับขี่ ซึ่งตามปกติผู้กระทำความผิดจะถูกตัดสิทธิเป็นเวลา 5 ปี

ทางการญี่ปุ่นยังเผยอีกว่า ผู้ที่จะได้รับการอภัยโทษราว 80% เป็นผู้กระทำผิดกฎหมายการจราจรหรือก่อให้เกิดอุบัติเหตุบนท้องถนนทั้งในกรณีทำให้ผู้อื่นบาดเจ็บและเสียชีวิต

นอกจากนี้ รัฐบาลญี่ปุ่นจะพิจารณาอภัยโทษให้กับผู้กระทำความผิดลหุโทษก่อนวันที่ 22 ต.ค. 2016 ที่ยื่นคำขอด้วย โดยจำกัดเฉพาะผู้ที่ได้รับการพักการลงโทษเนื่องจากต้องเข้ารับการรักษาตัวในโรงพยาบาล ซึ่งส่วนใหญ่จะมีอายุ 70 ปีขึ้นไป

ทั้งนี้ ญี่ปุ่นมักจะประกาศอภัยโทษในโอกาสสำคัญของชาติหรือในกรณีที่เกิดการพิจารณาคดีพิดพลาด หรือมีการแก้ไขนโยบายการลงโทษ โดยนับตั้งแต่มีการประกาศใช้รัฐธรรมนูญในยุคสมัยใหม่เมื่อปี 1947 เป็นต้นมา ญี่ปุ่นประกาศอภัยโทษแล้ว 10 ครั้ง อาทิ เมื่อครั้งที่สมเด็จพระจักรพรรดิโชวะสวรรคตเมื่อปี 1989 ทางการได้อภัยโทษให้ผู้กระทำผิดกว่า 10 ล้านคน และอีก 2.5 ล้านคนในปี 1990 เพื่อเฉลิมฉลองการเสด็จขึ้นครองราชย์ของสมเด็จพระจักรพรรดิอะกิฮิโตะ

พบเมืองโบราณของอาณาจักรเขมรหลับใหลอยู่ใต้ผืนป่า

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/603974

  • วันที่ 18 ต.ค. 2562 เวลา 15:39 น.

พบเมืองโบราณของอาณาจักรเขมรหลับใหลอยู่ใต้ผืนป่า

หลังจากพยายามมาหลายปี ในที่สุดนักวิทยาศาสตร์และนักโบราณคดีก็สามารถระบุตำแหน่งที่ตั้งของเมืองโบราณที่หายสาบสูญไปซึ่งครั้งหนึ่งเคยเป็นเมืองหลวงของจักรวรรดิเขมรได้แน่นอนเป็นครั้งแรก

มเหนทรบรรพต หรือเมืองที่หายสาบสูญของกัมพูชา เป็นเมืองหลวงของจักรวรรดิเขมร ที่บรรดานักโบราณคดีและนักประวัติศาสตร์ทราบกันดีว่ามีอยู่ แต่ไม่ทราบแน่ชัดว่าตั้งอยู่ในจุดใด จึงได้แต่ตั้งสมมติฐานกันว่าน่าจะตั้งอยู่บนที่ราบสูงพนมกุเลน แต่ก็ไม่สามารถหาหลักฐานมายืนยันได้ เนื่องจากพื้นที่ส่วนใหญ่ถูกปกคลุมด้วยป่ารกร้าง และยังเต็มไปด้วยระเบิดที่เขมรแดงฝังไว้ในช่วงที่ใช้เขาพนมกุเลนเป็นฐานที่มั่นสุดท้ายก่อนจะพ่ายแพ้ในสงครามกัมพูชา-เวียดนามในปี 1979

ภาพถ่ายทางอากาศของเมืองมเหนทรบรรพตจาก Archaeology Development Foundation

จนกระทั่ง ฌ็อง บัปติสต์ เชอว็องส์ จากมูลนิธิโบราณคดีและการพัฒนาในอังกฤษ และเดเมียน อีแวนส์ จากสถาบันเอเชียศึกษาแห่งฝรั่งเศส เริ่มลงมือค้นหาที่ตั้งของเมืองโบราณแห่งนี้ตั้งแต่ปี 2012 จนแล้วเสร็จในปี 2017  และพบว่าเมืองที่สาบสูญแห่งนี้ตั้งอยู่บนเทือกเขาพนมกุเลน ห่างจากเมืองเสียมเรียบไปทางเหนือราว 48 กิโลเมตร โดยการค้นพบครั้งนี้เพิ่งตีพิมพ์ลงในวารสารเพื่อการศึกษา Antiquity

การค้นหาครั้งนี้ใช้วิธีที่เรียกว่าลีดาร์ (Lidar) คือใช้เลเซอร์ที่สามารถทะลุผ่านป่าหน้าทึบยิงลงมาจากเครื่องบินสแกนเหนือพื้นที่ภูเขาพนมกุเลนซึ่งครอบคลุมพื้นที่ราว 975 ตารางกิโลเมตร เพื่อทำแผ่นที่ทางอากาศ จากนั้นนำข้อมูลที่ได้มาเทียบเคียงกับข้อมูลภาคพื้นดิน ทำให้ทีมค้นหาพบโครงสร้างของเมือง รวมทั้งอ่างเก็บน้ำที่ยังสร้างไม่เสร็จ กำแพงวัด และวังขนาดใหญ่ กินพื้นที่ทั้งหมดราว 50 ตารางกิโลเมตร

นอกจากนี้ ยังพบลักษณะการวางผังเมืองที่น่าทึ่งคือ ระบบถนนที่สร้างเป็นตารางหมากรุก ทั้งที่ก่อนหน้าจักรวรรดิเขมรซึ่งอยู่ในช่วงศตวรรษที่ 9-15 มนุษย์ยังสร้างเมืองแบบสะเปะสะปะ ไม่มีขอบเขตที่แน่ชัด ทำให้นักโบราณคดีเชื่อว่าเมืองมเหนทรบรรพตเป็นเมืองแห่งแรกในประวัติศาสตร์กัมพูชาที่วางฝังเมืองด้วยระบบดังกล่าว

ทั้งนี้ นักโบราณคดีเชื่อว่าเมืองมเหนทรบรรพตเป็นเมืองหลวงแห่งแรกของจักรวรรดิเขมร แต่ต่อมาจักรวรรดิเขมรได้ย้ายเมืองหลวงไปยังเมืองอังกอร์ ซึ่งนักโบราณคดีสันนิษฐานว่าน่าจะเป็นเพราะเมืองหลวงแห่งใหม่ที่อยู่ต่ำลงมาเหมาะกับการเพาะปลูกและสร้างที่อยู่อาศัยมากกว่า

แก๊งยาเม็กซิโก ลุกฮือเผาเมือง แค้นตำรวจจับลูกชายเอลชาโป

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/603967

  • วันที่ 18 ต.ค. 2562 เวลา 14:54 น.

แก๊งยาเม็กซิโก ลุกฮือเผาเมือง แค้นตำรวจจับลูกชายเอลชาโป

ศพเกลื่อน!สมุนแก๊งค้ายา แค้นทางการจับลูกชาย “เอล ชาโป” จุดไฟเผา-กราดยิงกลางเมือง ดวลปืนไล่ล่าตำรวจ

เมื่อวันพฤหัสบดี ที่ 17 ต.ค. ที่ผ่านมา เกิดเหตุวุ่นวายราวบ้านป่าเมืองเถือนที่เมือง Culiacán เมืองเอกของรัฐซีนาโลอา ทางตะวันตกของเม็กซิโก เนื่องจากการปะทะกันระหว่างเจ้าหน้าที่รัฐกับลูกสมุนแก๊งซีนาโลอา ของนาย วาคีน กุซแมน หรือฉายา “เอล ชาโป” ราชายาเสพติดชื่อก้องเป็นหัวหน้า ซึ่งเอลชาโปถูกตัดสินรับโทษจำคุกตลอดชีวิตในเรือนจำสหรัฐขณะนี้

จากการที่ลูกสมุนของเอลชาโป ไม่พอใจเจ้าหน้าที่เม็กซิโกที่จับตัวนาย โอวิดิโอ กุซแมน บุตรชายคนโตของเอลชาโป พร้อมกับพวกอีก 4 คน

 

(AP Photo/Hector Parra)

รายงานระบุว่าเหตุความวุ่นวายเริ่มต้นขึ้นเมื่อเวลาราว 15.30 น. ตามเวลาท้องถิ่นที่ เมื่อเจ้าหน้าที่กองกำลังพิทักษ์ชาติและเจ้าหน้าที่ทหารรวม 30 นาย ซึ่งกำลังลาดตระเวนอยู่ถูกลอบโจมตีจากบ้านหลังหนึ่ง จึงเกิดการปะทะกัน กระทั่งเจ้าหน้าที่สามารถนำกำลังบุกเข้าไปในบ้านหลังดังกล่าวได้ จนสามารถจับกุมนาย โอวิดิโอ กุซแมน พร้อมกับพวกได้สำเร็จ

เอล ชาโป

สำหรับนายโอวิโด วัย 28 ปีเป็นบุตรชายของนายเอล ชาโป ผู้เป็นที่ต้องการตัวของทางการสหรัฐ จากการที่พบว่าเขามีส่วนเกี่ยวข้องในการผลิตและจำหน่า ยาเสพติดประเภทโคเคน ยาไอซ์ และกัญชา

การจับกุมตัวนายโอวิโอ ส่งผลให้บรรดาลูกสมุนแก๊งซีนาโลอา เกรงว่านายโอวิโดจะถูกส่งตัวมาดำเนินคดีในสหรัฐเช่นเดียวกับบิดา

ส่งผลให้ในเวลาไม่นาน เกิดเหตุกลุ่มชายฉกรรจ์หลายสิบคนซึ่งมีอาวุธครบมือ ออกมากราดยิงทั่วใจกลางเมือง พร้อมกับมีการก่อเหตุจุดไฟเผารถยนต์และตามจุดต่างๆ เกิดเป็นความวุ่นวายขึ้นหลายแห่งทั่วเมือง

เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงต้องเข้าระงับเหตุจนเกิดการปะทะกับลูกสมุนของแก๊งซีนาโลอาซึ่งมีอาวุธสงครามครบมือ ก่อนที่ลูกน้องของนายเอลชาโป สามารถกระจายกำลังปิดล้อมรถยนต์ตำรวจจนบุกเข้าช่วยเหลือนายโอวิโอพร้อมกับพวกได้สำเร็จ เจ้าหน้าที่ตำรวจคอมมานโดต้องเป็นฝ่ายถอนกำลังไปในที่สุด เนื่องจากหวั่นว่าหากยังคงยื้อปะทะต่อไปอาจส่งผลให้เหตุการณ์รุนแรงยิ่งขึ้น รวมถึงเพื่อปกป้องชีวิตพลเรือนในพื้นที่ไม่ให้เสี่ยงถูกลูกหลงจากการปะทะ

เหตุความวุ่นวายครั้งนี้ ยังไม่มีรายงานอย่างเป็นทางการถึงจำนวนผู้บาดเจ็บหรือเสียชีวิต แต่มีการปรากฎภาพของร่างผู้เสียชีวิตในรายงานสื่อท้องถิ่น รวมถึงยังไม่ทราบสถานะของนายโอวิโอว่าอยู่ที่ใด

 

จีดีพีจีนโตน้อยสุดในรอบ 27 ปี

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/603944

  • วันที่ 18 ต.ค. 2562 เวลา 12:10 น.

จีดีพีจีนโตน้อยสุดในรอบ 27 ปี

สงครามการค้า-กำลังซื้อในประเทศ ทำจีดีพีจีนไตรมาส 3 หดตัวเหลือ 6% น้อยสุดนับตั้งแต่ปี 1992

เอเอฟพีรายงานว่า ในช่วงไตรมาส 3 ของปีนี้ (กรกฎาคม-กันยายน) พบว่าอัตราการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจจีน หรือ การขยายตัวของจีดีพีอยู่ที่ 6% ลดลงจากไตรมาสก่อนหน้าซึ่งอยู่ที่ 6.2% ตามการเปิดเผยข้อมูลของสำนักสถิติแห่งชาติจีน National Bureau of Statistics (NBS)

รายงานระบุว่า ผลกระทบที่ทำให้จีดีพีของจีนเติบลดลงเนื่องจากอุปสงค์ในประเทศที่ลดลง ประกอบกับผลกระทบด้านสงครามการค้ากับสหรัฐ

การลดลงของจีดีพีในไตรมาสสามครั้งนี้ ถือว่าเป็นการลดลงต่ำสุดในรอบ 27 ปี นับตั้งแต่ปี 1992 ซึ่งหากเทียบกับตั้งแต่ปี 1992 เป็นต้นมา เศรษฐกิจของจีนจะขยายตัวอยู่ที่ระหว่าง 6.0-6.5 % ตลอดทั้งปี ขณะที่ในปี 2018 เศรษฐกิจของจีนเคยเติบโตสูงถึงร้อยละ 6.6 %

Mao Shengyong โฆษก NBS กล่าวว่า “เราต้องตระหนักว่าเนื่องจากสภาพเศรษฐกิจที่ซับซ้อนและรุนแรงทั้งในและต่างประเทศ รวมถึงการเติบโตของเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัวและความไม่แน่นอนจากภายนอกและความไม่แน่นอนทำให้เศรษฐกิจจีนอยู่ภายใต้แรงกดดัน”

“อย่างไรก็ดี ภาคบริการและการผลิตภาคเทคโนโลยีชั้นสูงซึ่งเป็นส่วนขับเคลื่อนเศรษฐกิจตัวสำคัญ รวมถึงการจ้างงานในภาคดังกล่าว ยังคงมีเสถียรภาพ”

ทั้งนี้ ข้อมูลดังกล่าวจากสำนักสถิติจีนนั้นไม่ได้รวมถึงการเติบโตทางเศรษฐกิจของไต้หวัน มาเก๊า และฮ่องกง ซึ่งกำลังเผชิญปัจจัยความรุนแรงทางการเมืองในขณะนี้

สหรัฐเลือกรีสอร์ตหรู ธุรกิจตระกูลทรัมป์ จัดประชุมสุดยอดจี7

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/603931

  • วันที่ 18 ต.ค. 2562 เวลา 10:37 น.

สหรัฐเลือกรีสอร์ตหรู ธุรกิจตระกูลทรัมป์ จัดประชุมสุดยอดจี7

วิจารณ์ขรมผลประโยชน์ทับซ้อน ทำเนียบขาวเลือกรีสอร์ตธุรกิจโดนัลด์ ทรัมป์ จัดประชุมจี7

กลายเป็นประเด็นข้อถกเถียงอีกครั้งสำหรับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เมื่อทำเนียบขาวได้ประกาศเมื่อวันพฤหัสบดีที่่ผ่านมาเลือก The Trump National Doral ซึ่งเป็นรีสอร์ตหรูธุรกิจของตระกูลทรัมป์ในนครไมอามี่ รัฐฟลอริด้า เป็นสถานที่สำหรับจัดประชุมสุดยอดกลุ่ม G7 ภายในปีหน้า

การประชุมจี7 ประจำปี 2020 จะมีขึ้นระหว่างวันที่ 10 -12 มิถุนายน ซึ่งหลังจากคำประกาศของทำเนียบขาว ได้สร้างเสียงวิพากษ์วิจารณ์โดยเฉพาะจากหน่วยงานด้านจริยธรรมของรัฐบาล (CREW) ที่มองว่าเป็นผลประโยชน์ทับซ้อน

“ไม่ต้องสงสัยเลยว่าทรัมป์สนใจแต่ผลประโยชน์และความก้าวหน้าของตัวเอง ไม่ใช่ผลประโยชน์ของชาวอเมริกัน รัฐบาลสหรัฐได้ถูกใช้เป็นฝ่ายประชาสัมพันธ์ให้กับ Trump Organization ไปเสียแล้ว” Noah Bookbinder ผู้อำนวยการบริหารของ Crew กล่าว

“ทรัมป์ได้พยายามโน้มนาวให้รีสอร์ตของเขาถูกใช้เป็นที่จัดประชุม โดยให้เหตุผลว่ารีสอร์ตหรูของเขามีห้องพักมากมาย อยู่ใกล้สนามบิน แถมมีอาคารส่วนแยกที่เหมาะสำหรับผู้แทนทุกประเทศ”

ก่อนหน้านี้คราวที่สหรัฐได้รับเลือกเป็นเจ้าภาพจัดประชุมสุดยอดในหลายโอกาส มักถูกจัดขึ้นที่เปอร์โตริโก, วิลเลียมส์เบิร์กเวอร์จิเนีย, ฮุสตัน, เดนเวอร์ และแคมเดวิด

Mick Mulvaney รักษาการหัวหน้าเจ้าหน้าที่ประจำทำเนียบขาว อธิบายว่า trump national doral resort ป็นสถานที่ทางกายภาพที่ดีที่สุดสำหรับการประชุมครั้งนี้ สิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆของรีสอต์ทก็เพรียบพร้อมสำหรับจัดงานประชุมสำคัญระดับโลกอยู่แล้ว

นอกจากนี้นาย Mulvaney ยังระบุว่า สำหรับค่าใช้จ่ายนั้นการใช้รีสอร์ตของทรัมป์จะช่วยประหยัดงบประมาณได้หลายล้านดอลลาร์ และถูกว่าสถานที่จัดงานแห่งอื่นๆ

ความเคลื่อนไหวครั้งนี้ มีขึ้นในขณะเดียวกันกับที่ประธานาธิบดีทรัมป์ได้พยายามกดดันประธานาธิบดียูเครน ให้เล่นงานบุตรชายของนายโจ ไบเดน คู่แข่งชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐ 2020 จากแดโมแครต ด้วยข้อหาคอรัปชั่นเช่นเดียวกัน