เรือน้ำมันอิหร่านถูกมิสไซล์โจมตีกลางทะเลแดง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/603332

  • วันที่ 11 ต.ค. 2562 เวลา 15:52 น.

เรือน้ำมันอิหร่านถูกมิสไซล์โจมตีกลางทะเลแดง

มิสไซล์ไม่ทราบฝ่ายสองลำ โจมตีเรือบรรทุกน้ำมันอิหร่าน ขณะแล่นนอกชายฝั่งซาอุฯ

สื่อทางการอิหร่านรายงานว่า เรือ Sabiti ซึ่งเป็นเรือบรรทุกน้ำมันของบริษัท National Iranian Tanker Co ถูกโจมตีด้วยมิสไซล์ไม่ทราบฝ่ายจำนวนสองลูก เมื่อเวลาราว 05.00 น. ถึง 05.20 น.ตามเวลาท้องถิ่น จนเกิดระเบิดไฟลุกและกลุ่มควันลอยโขมง ขณะแล่นอยู่ในแถบทะเลแดง ห่างจากเมืองเจดดาห์ เมืองท่าชายฝั่งของซาอุดิอาระเบียราว 96 กิโลเมตร

ด้านรอยเตอร์รายงานว่า เรือลำดังกล่าวอยู่ระหว่างเดินทางมุ่งหน้าไปยังท่าเรือเมือง Larak ของอิหร่าน โดยจากข้อมูลติดตามเรือพบว่าเมื่อเดือนสิงหาคมเรือได้เทียบท่าที่เมืองบันดาร์อับบาส

Sabiti เป็นเรือบรรทุกน้ำมันขนาด 1 ล้านบาร์เรล รายงานระบุว่าจากเหตุโจมตีส่งผลให้พบน้ำมันรั่วไหลลงสู่ทะเล

การโจมตีนี้มีขึ้นเพียงหนึ่งเดือนหลังจากเหตุโจมตีโรงน้ำมันซาอุดีอาระเบีย 2 แห่งเมื่อวันที่ 14 กันยายนที่ผ่านมา จนต้องระงับการผลิตวันละ 5.7 ล้านบาร์เรล คิดเป็นกว่าร้อยละ 5 ของการผลิตน้ำมันทั้งโลก โดยในครั้งนั้นทางซาอุฯกล่าวหาว่าอิหร่านเป็นผู้โจมตี

ยังไม่มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิตจากการถูกโจมตีครั้งนี้ รวมถึงยังไม่ชัดเจนว่าขณะเกิดเหตุมีลูกเรือจำนวนเท่าใด แต่ทางด้านสำนักข่าวนูร์ซึ่งใกล้ชิดกับกองกำลังปฏิวัติอิสลามของอิหร่านรายงานว่า ลูกเรือทั้งหมดปลอดภัย

เหตุการโจมตีล่าสุดนี้ส่งผลให้ราคาน้ำมันในตลาดซื้อขายลอนดอนเพิ่มสูงขึ้นที่ 60 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

Photo: IRIB News

ผู้นำยูเครนแถลงข่าวมาราธอน ทุบสถิติ 12 ชม.

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/603318

  • วันที่ 11 ต.ค. 2562 เวลา 14:29 น.

ผู้นำยูเครนแถลงข่าวมาราธอน ทุบสถิติ 12 ชม.

เอาให้เคลียร์ “โวโลดิเมียร์ เซเลนสกี้” ผู้นำยูเครน ตอบนักข่าวทุกข้อสงสัย ทุบสถิติแถลงนานสุดในโลก 12 ชม.

เอเอฟพีรายงานว่า ประธานาธิบดีโวโลดิเมียร์ เซเลนสกี้ อดีตนักแสดงตลกผู้ผันตัวเข้าสู่การเมือง จนได้รับเลือกตั้งเป็นประธานาธิบดียูเครน ได้สร้างสถิติอันน่าเหลือเชื่อ ชนิดที่ไม่เคยมีนักการเมืองคนใดทำได้มาก่อน ด้วยการแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนยาวนานถึง 12 ชั่วโมง

การแถลงข่าวของนายเซเลนสกี้วัย 41 ปี ครั้งนี้มีขึ้นเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา ที่จัดขึ้นที่ศูนย์อาหารแห่งหนึ่งในใจกลางกรุงเคียฟ โดยนายเซเลนสกี้ได้ตอบคำถามต่อผู้สื่อข่าวในหลายประเด็น ทั้งสงครามทางภาคตะวันออกของยูเครน ความสัมพันธ์กับรัสเซีย

แต่ประเด็นที่นักข่าวให้ความสนใจมากที่สุดคือกรณีการพูดคุยกับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งปรากฎหลักฐานเป็นบันทึกเสียงโทรศัพท์ที่ทรัมป์ได้พยายามกดดันให้นายเซเลนสกี้จัดการทางกฎหมายต่อบุตรชายนายโจ ไบเดน คู่แข่งทางการเมือง ซึ่งลงทุนทำธุรกิจอยู่ในยูเครน

นายเซเลนสกี้ได้ปฏิเสธถึงแรงกดดันดังกล่าวจากรัฐบาลวอชิงตัน รวมถึงปฏิเสธว่าประธานาธิบดีทรัมป์ขู่จะแบล็กเมล์เขา หากไม่จัดการกับกรณีบุตรชายนายไบเดน

 

อย่างไรก็ดี ผลจากการแถลงข่าวครั้งนี้ได้รับการยืนยันจากสำนักสถิติแห่งชาติยูเครน ว่าเป็นการแถลงข่าวที่ยาวนานที่สุดในโลกไปแล้ว ทำลายทั้งสถิติของนายเซเลนสกี้เองที่เคยแถลงข่าวนานสุดราว 8 ชั่วโมงในเดือนพฤษภาคม และทำลายสถิติของนายอเล็กซานเดอร์ ลูคาเชนโค ประธานาธิบดีเบลารุส ซึ่งเคยสร้างสถิติไว้ที่กินเวลานานกว่า 7 ชั่วโมง

 

การแถลงข่าวดังกล่าวนั้นนายเซเลนสกี้นั่งอยู่บริเวณหัวโต๊ะรับประทานอาหารภายในศูนย์เซ็นเตอร์แห่งหนึ่งในกรุงเคียง ก่อนที่บรรดาสื่อมวลชนจากหลายสำนักจะนั่งล้อมวงบนโต๊ะ ก่อนจะมีการลุกพลันเปลี่ยนกันไปของสื่อแต่ละสำนักจำนวนรวมนับร้อยคน

อย่างไรก็ตามการทุบสถิติของ เซเลนสกี ยังจำเป็นต้องผ่านการรับรองจากองค์กรระหว่างประเทศอย่างกินเนสเวิร์ลออฟเรคคอร์ดเสียก่อน รวมถึงตามรายงานไม่ได้ระบุถึงช่วงเวลาว่านายเซเลนสกี้เริ่มและสิ้นสุดการแถลงข่าวกี่โมง

ผู้ประท้วงฮ่องกงหารือเล็งยุติการทำลายข้าวของ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/603316

  • วันที่ 11 ต.ค. 2562 เวลา 14:00 น.

ผู้ประท้วงฮ่องกงหารือเล็งยุติการทำลายข้าวของ

ผู้ประท้วงฮ่องกงเริ่มห่วงภาพลักษณ์ หันหน้าหารือกันว่าจะลดการใช้ความรุนแรงหรือไม่ หวั่นดูไม่ดีในสายตาต่างชาติ

ขณะที่การประท้วงในฮ่องกงเริ่มทวีความรุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่อง จนเกิดกรณีตำรวจใช้กระสุนจริงกับกลุ่มผู้ประท้วงจนได้รับบาดเจ็บสาหัส ผู้ประท้วงกลุ่มหนึ่งเริ่มหันกลับมาหารือกันว่าควรจะเพลาๆ การใช้อารมณ์ดุเดือดเลือดพล่านลง จากเดิมที่มีการบุกทุบทำลายร้านค้า ธนาคาร ไปจนถึงจุดไฟเผาสถานีรถไฟใต้ดินจนต้องปิดบริการทั้งเมือง เนื่องจากเกรงว่าจะดูไม่ดีในสายตาชาวต่างชาติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสหรัฐที่กำลังจะพิจารณาร่างกฎหมายสิทธิมนุษยชนและประชาธิปไตยในฮ่องกง ที่ให้อำนาจสหรัฐลงโทษเจ้าหน้าที่ฮ่องกงหรือคนในรัฐบาลจีนที่ขัดขวางความเป็นประชาธิปไตยหรือสิทธิเสรีภาพของชาวฮ่องกง

นอกจากนี้ ผู้ประท้วงยังกังวลว่า แคร์รี่ หลั่ม ผู้บริหารเขตปกครองพิเศษฮ่องกงจะใช้เป็นข้ออ้างในการเลื่อนการเลือกตั้งท้องถิ่นที่กำลังจะมีขึ้นในเดือน พ.ย.นี้ โดยมี โจชัว หว่อง หนึ่งในแกนนำผู้ประท้วงลงสมัครด้วย

โพสต์หนึ่งในชุมชน LIHKG หรือ Reddit ในเวอร์ชั่นของวัยรุ่นฮ่องกงที่ได้รับการกดไลค์มากกว่า 3,000 ไลค์ เตือนกลุ่มผู้ประท้วงกันเองว่าการใช้ความรุนแรงจะสร้างความแตกแยกภายในกลุ่ม และอาจทำให้บุคคลภายนอกมองว่ากลุ่มผู้ประท้วงเริ่มทำตามอำเภอใจ

อย่างไรก็ดี ไม่ใช่ผู้ประท้วงทุกคนที่จะเห็นด้วยกับโพสต์ดังกล่าว วานนี้ผู้ประท้วงกลุ่มหนึ่งที่เคยขัดขวางเส้นทางการเดินทางที่เชื่อมต่อกับสนามบิน ได้ประกาศมาตรการที่จะใช้กดดันร้านค้าต่างๆ รวมทั้งการใช้สัญลักษณ์สีเพื่อแยกแยะว่าร้านค้าใดควรถูกบอยคอตต์หรือถูกทำลายทรัพย์สิน ซึ่งขึ้นอยู่กับว่าร้านค้านั้นๆ สนับสนุนทางการในระดับใด

รู้จัก “ซูเปอร์ไต้ฝุ่นฮากีบีส”

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/603301

  • วันที่ 11 ต.ค. 2562 เวลา 12:21 น.

รู้จัก "ซูเปอร์ไต้ฝุ่นฮากีบีส"

“ฮากีบีส” จัดเป็นพายุสุดอันตรายแห่งปี ความแรงเทียบเฮอร์ริเคนระดับ 5 ไซส์ใหญ่เกือบเท่าไทยทั้งประเทศ

สถานการณ์ซูเปอร์ไต้ฝุ่นฮากีบีสซึ่งกำลังเคลื่อนตัวเข้าใกล้ชายฝั่งของเกาะฮอนซู ประเทศญี่ปุ่นช่วงสุดสัปดาห์นี้ ได้ส่งผลให้ทางการญี่ปุ่นออกมาตรการเตรียมรับมือในหลายภาคส่วน อ่านเพิ่มเติมได้ที่ https://www.posttoday.com/world/603292

หลายฝ่ายกำลังจับตามองถึงความรุนแรงของพายุลูกนี้ซึ่งได้กลายเป็นซูเปอร์ไต้ฝุ่นสุดอันตรายแห่งปี และอาจกลายเป็นหนึ่งในพายุขนาดใหญ่รุนแรงที่สุดเท่าที่มนุษยชาติเคยพบเจอ

ไต้ฝุ่นฮากีบิสนับเป็นพายุลูกที่ 19 ของปี สำนักอุตุนิยมวิทยาญี่ปุ่นหรือ JMA ระบุว่าความรุนแรงของพายุลูกนี้จัดว่า “อันตรายที่สุด” ในหมวดสูงสุดของระดับพายุของญี่ปุ่น หรือเทียบเท่ากับเฮอร์ริเคนระดับ 5 ของสหรัฐ จะส่งผลกระทบต่อญี่ปุ่นทั้งประเทศ โดยเฉพาะกรุงโตเกียว ชิสึโอกะ และภูมิภาคส่วนอื่นๆบนเกาะฮอนชูตลอดช่วงสุดสัปดาห์นี้

อย่างไรก็ดี JMA ประเมินว่าฮากีบิสจะอ่อนกำลังลงเล็กเทียบเท่าพายุระดับ 4 เมื่อเคลื่อนเข้าสู่กระแสน้ำเย็นใกล้เกาะฮอนชู

 

Photo : ESA

 

รู้จักพายุฮากีบิส

เมื่อวันที่ 2 ตุลาคม ศูนย์เตือนภัยร่วมไต้ฝุ่นได้เริ่มจับความเคลื่อนไหวการก่อตัวพายุได้ที่บริเวณร้อยไมล์ทางตะวันออกของหมู่เกาะมาเรียนา

วันที่ 5 ตุลาคม พายุพัฒนาจนถึงระดับพายุโซนร้อน และถูกตั้งชื่อโดยสำนักอุตุนิยมวิทยาญี่ปุ่นว่า “ฮากีบิส” เป็นภาษาตากาล็อกของฟิลิปปินส์แปลว่า “ความเร็ว”

วันที่ 7 ตุลาคม พายุโซนร้อนฮากีบีส ได้มุ่งหน้าไปทางตะวันตกอย่างต่อเนื่อง จากนั้นฮากิบิสทวีรุนแรงขึ้นและกลายเป็น”พายุไต้ฝุ่น”ภายในเวลาเพียงไม่กี่ชั่วโมง

ฮากีบีสกำลังเคลื่อนตัวด้วยความเร็ว 25 กม./ชม. เคลื่อนตัวไปทางเหนือเหนือมหาสมุทรแปซิฟิกไปยัง เข้าใกล้ชายฝั่งเกาะฮอนชู ซึ่งเป็นเกาะหลักของประเทศ มีเส้นผ่าศูนย์กลางราว 1,500 กิโลเมตร ครอบคลุมเกือบทั้งประเทศของญี่ปุ่น รวมถึงมีขนาดเกือบเทียบเท่าประเทศไทยทั้งประเทศ (ไทยมีความยาวจากเหนือสุดจรดใต้สุดที่ 1,650 กิโลเมตร)

ฮากีบีสปกคลุมด้วยกลุ่มเมฆหนาทึบ มีความเร็วลมใกล้จุดศูนย์กลางที่ราว 270 กิโลเมตรต่อชั่วโมง วัดความกดอากาศที่ศูนย์กลางถึง 925 ปาสกาล

 

NOAA

ฮากีบีสอันตรายอย่างไร

ด้วยขนาดความใหญ่ของฮากีบีสที่เกือบจะปกคลุมญี่ปุ่นทั้งประเทศ ทางการญี่ปุ่นคาดว่าผลกระทบจากพายุจะทำให้มีฝนตกหนักเกิดขึ้นตั้งแต่วันศุกร์ถึงวันอาทิตย์โดยมีความเสี่ยงต่อการเกิดอุทกภัยและแผ่นดินถล่มอย่างรุนแรงในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะบนเกาะฮอนชู ภูมิภาคคันโต คันไซ และโทโฮกุ

เกิดคลื่นซัดชายฝั่งขนาดใหญ่ตลอดแนวชายฝั่งแปซิฟิกทางตะวันออกของฮอนชูตั้งแต่วันเสาร์ถึงวันอาทิตย์ จนอาจส่งผลให้มีน้ำท่วมฉับพลันบางพื้นที่ เนื่องจากสุดสัปดาห์นี้เป็นช่วงพระจันทร์เต็มดวง นั้นหมายความว่าระดับน้ำทะเลจะสูงขึ้นกว่าปกติ ประกอบกับอิทธิพลจากพายุ ยิ่งทำให้เกิด storm surges หรือคลื่นขนาดใหญ่ซัดชายฝั่งที่อาจสูงถึง 13 เมตร

JMA ประเมินว่าผลกระทบจากฮากีบีสจะทำให้มีปริมาณฝนตกสะสามในพื้นที่กรุงโตเกียวหนักที่สุดในรอบ 60 ปี และจะนับเป็นพายุรุนแรงลูกที่สองภายในเดือนเดียวที่โจมตีพื้นที่มหานครโตเกียว

หากเทียบกับไต้ฝุ่นฟ้าใส ซึ่งถล่มญี่ปุ่นเมื่อปลายเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา พายุฮากีบีสลูกนี้มีขนาดใหญ่และรุนแรงกว่ามาก คราวที่ไต้ฝุ่นฟ้าใสถล่มนั้น มีการวัดความเร็วลมสูงสุดขณะขึ้นฝั่งที่จังหวัดชิบะได้ถึวง 207 กม./ชม. ประชาชนอย่างน้อย 3 รายเสียชีวิต บ้านเรือนนับหมื่นหลังคาเรือนไม่มีไฟฟ้าใช้นานกว่าสัปดาห์ ความเสียหายมูลค่ารวมกว่า 7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ

การมาถึงของซูเปอร์ไต้ฝุ่นฮากีบีสครั้งนี้ น่าจับต่อมองว่าอาจเป็นหนึ่งในพายุที่เลวร้ายที่สุดของญี่ปุ่นในรอบหลายทศวรรษ

 

worldview.earthdata.nasa.gov/

 

Photo : RAMMB CIRA

ซูเปอร์ไต้ฝุ่นฮากิบิส ไซส์ใหญ่เกือบเท่าไทย จ่อถล่มญี่ปุ่น

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/603292

  • วันที่ 11 ต.ค. 2562 เวลา 10:37 น.

ซูเปอร์ไต้ฝุ่นฮากิบิส ไซส์ใหญ่เกือบเท่าไทย จ่อถล่มญี่ปุ่น

ญี่ปุ่นรับมือซูเปอร์ไต้ฝุ่นฮากิบิส ถล่มสุดสัปดาห์นี้ นาริตะ-ฮาเนดะยกเลิกหลายเที่ยวบิน ชินคันเซ็นหลายสายหยุดให้บริการ

สำนักข่าวเอ็นเอชเครายงาน ซูเปอร์ไต้ฝุ่นฮากิบิส ซึ่งเป็นไต้ฝุ่นลูกที่ 19 ของปีนี้และจัดเป็นไต้ฝุ่นขนาดใหญ่ไซส์เกือบเทียบเท่าประเทศไทย และมีรุนแรงเทียบเท่าเฮอร์ริเคนระดับ 5 กำลังเคลื่อนตัวด้วยความเร็ว 25 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ด้วยแรงลมสูงสุดที่ 252 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ความยาวเส้นผ่าศูนย์กลาง 1,400 กิโลเมตร กำลังมุ่งหน้าเข้าใกล้มายังเกาะฮอนชู และจะส่งผลกระทบต่อญี่ปุ่นทั่วทั้งประเทศ

ทางการคาดว่าพายุดังกล่าวจะส่งผลกระทบให้เกิดคลื่นสูงซัดชายฝั่งตลอดแนวชายฝั่งตะวันออกของประเทศ และส่งผลให้มีฝนตกหนัก น้ำท่วมฉับพลันในหลายพื้นที่ตลอดช่วงวันศุกร์ไปจนถึงวันอาทิตย์นี้

 

ANN

 

พายุดังกล่าวยังส่งผลให้สายการบินหลักของประเทศอย่างเจแปนแอร์ไลน์ และออลนิปปอนแอร์เวย์ (ANA) ประกาศยกเลิกเที่ยวบินที่เดินทางเข้าออกสองสนามบินหลักของกรุงโตเกียวทั้ง สนามบินนาริตะ และสนามบินฮาเนดะ ตลอดช่วงสุดสัปดาห์นี้ทั้งในวันเสาร์และวันอาทิตย์ โดยมีกว่า 370 เที่ยวบินที่ได้รับผลกระทบ

ขณะเดียวกัน ANA ระบุว่าอาจยกเลิกบางเที่ยวบินภายในประเทศสำหรับท่าอากาศยานโอซากาและท่าอากาศยานนานาชาติชูบุ ทางตอนกลางของญี่ปุ่น

สายการบินอื่น ๆ ที่ทำการในญี่ปุ่นระบุว่า พวกเขาอาจจะไม่สามารถให้บริการบางเที่ยวบินในวันเสาร์ที่ 12 และอาทิตย์ที่ 13 ตุลาคมได้ ทั้งยังเรียกร้องให้ผู้ที่จะเดินทางตรวจสอบข้อมูลล่าสุดผ่านทางเว็บไซต์และสื่อสังคมออนไลน์ของทางสายการบิน

สอดคล้องกับประกาศของทางสนามบินทั้งสองที่ระบุว่า เที่ยวบินเข้า-ออกของทั้งสองสนามบินนั้นจะได้รับผลกระทบล่าช้า หรืออาจต้องยกเลิกเที่ยวบิน ขอให้ผู้โดยสารที่มีกำหนดเดินทางติดตามประเทศของทางสายการบินอย่างใกล้ชิด

 

นอกจากนี้ผู้ให้บริการ รถไฟไฟ้าในโตเกียว รวมถึงขบวนรถไฟชินคันเซ็น และรถไฟท้องถิ่นหลายสาย ได้ประกาศการยกเลิกการเดินรถทางเว็บไซต์และทางสื่อสังคมออนไลน์

ด้านรัฐบาลญี่ปุ่นได้มีการทวิตข้อความเป็นภาษาต่างประเทศรวมถึงภาษาไทยเพื่อให้นักท่องเที่ยวสามารถติดตามสถานการณ์และประกาศต่างๆที่สำคัญได้อย่างใกล้ชิด

หรือเข้าไปอัปเดตสถานการณ์และภาพพายุเต็ม ๆ ได้ที่ https://www.ssd.noaa.gov/PS/TROP/storms/HAGIBIS.html

มหาเศรษฐีจีนเจอพิษสงครามการค้าหลุดโผคนรวยเพียบ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/603269

  • วันที่ 10 ต.ค. 2562 เวลา 20:32 น.

มหาเศรษฐีจีนเจอพิษสงครามการค้าหลุดโผคนรวยเพียบ

แม้ว่าปีนี้จะมีมหาเศรษฐีจีนขึ้นทำเนียบถึง 1,819 คน รวมทั้งคนรวยหน้าใหม่ 192 คน แต่น่าสังเกตว่าตัวเลขมหาเศรษฐีของจีนลดลงต่อเนื่องมา 2 ปีแล้ว ในช่วงที่จีนเปิดสงครามการค้ากับสหรัฐ

การจัดอันดับมหาเศรษฐีจีนของนิตยสารหูรุ่น หรืออาจเรียกได้ว่าเป็นนิตยสารฟอร์บส์เวอร์ชั่นจีนแผ่นดินใหญ่จะจัดอันดับเฉพาะมหาเศรษฐีที่มีทรัพย์สินอย่างน้อย 2,000 ล้านหยวน หรือ 8,535 ล้านบาทขึ้นไป โดยในปีนี้มีมหาเศรษฐีติดโผทั้งสิ้น 1,819 คน เป็นผู้ติดโผหน้าใหม่ 192 คน หลุดโผ 266 คน ขณะที่ตัวเลขผู้ที่หลุดโผของปี 2018 สูงถึง 456 คน หรือคิดเป็น 40% นับเป็นการลดลงติดกัน 2 ปีซ้อนเป็นครั้งแรก

รายงานของนิตยสารหูรุ่นระบุว่า อุตสาหกรรมการผลิตของจีนแผ่นดินใหญ่ได้รับผลกระทบจากกระแสดิจิทัลที่นำเทคโนโลยีใหม่ๆ เข้ามาเพิ่มประสิทธิภาพของโรงงานมากขึ้น รวมทั้งภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว และสงครามการค้าระหว่างจีนกับสหรัฐ

รูเพิร์ต ฮอกเวิร์ฟ ประธานและหัวหน้าฝ่ายวิจัยของหูรุ่น เผยว่า การเข้ามาของเทคโนโลยีส่งผลกระทบกับบริษัทผู้ผลิตที่ไม่สามารถไล่ตามกระแสดิจิทัล ทำให้บรรดามหาเศรษฐีที่ติดทำเนียบคนรวยเมื่อ 2 ปีก่อนหลุดจากโผของปีนี้ไปถึง 40% ซึ่งถือเป็นการลดลงมากที่สุดนับตั้งแต่มีการจัดอันดับเมื่อ 21 ปีที่แล้ว

ทั้งนี้ เศรษฐกิจของจีนเติบโตอย่างรวดเร็วนับตั้งแต่ช่วงปี 1990 ส่งผลให้จำนวนมหาเศรษฐีเพิ่มขึ้นตามไปด้วย ทว่าเริ่มสะดุดเมื่อปี 2018 ที่เกิดสงครามการค้าระหว่างจีนกับสหรัฐ เศรษฐกิจของจีนในช่วงไตรมาสที่ 2 ของปีนี้ขยายเพียง 6.2% ถือว่าเติบโตช้าที่สุดนับตั้งแต่เก็บสถิติเมื่อ 27 ปีที่แล้ว

การส่งออกที่หดตัวและกำลังซื้อภายในประเทศที่หายไป บวกกับการเสียส่วนแบ่งให้กับธุรกิจอีคอมเมิร์ซ ทำให้เจ้าของธุรกิจค้าปลีกบางรายทรัพย์สินลดน้อยลงจึงไม่ได้เข้ามาอยู่ในทำเนียบมหาเศรษฐีในการจัดอันดับครั้งล่าสุดนี้

ขณะที่ตำแหน่งเจ้าสัวอันดับ 1 ของจีนในปีนี้เป็นของ แจ็ก หม่า แห่งอาลีบาบากรุ๊ป ตามด้วย โพนี่ หม่า จากเท็นเซนต์และสู่เจียอิ้นแห่งบริษัทอสังหาริมทรัพย์เอเวอร์แกรนด์กรุ๊ป สำหรับสู่เจียอิ้นทรัพย์สินหายไปถึง 16%

ไร้ความรับผิดชอบ! จีนชี้นักการเมืองไทยบางคนติดต่อ-สนับสนุนกลุ่มแบ่งแยกฮ่องกง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/603261

  • วันที่ 10 ต.ค. 2562 เวลา 19:08 น.

ไร้ความรับผิดชอบ! จีนชี้นักการเมืองไทยบางคนติดต่อ-สนับสนุนกลุ่มแบ่งแยกฮ่องกง

สถานเอกอัครราชทูตจีนฯเผย นักการเมืองไทยบางคนติดต่อกับกลุ่มแบ่งแยกฮ่องกงออกจากจีน โดยมีท่าทีเชิงสนับสนุน เตือนเป็นการกระทำที่ผิดอย่างร้ายแรงและไร้ความรับผิดชอบ

เมื่อวันที่ 10 ต.ค.32 เฟซบุ๊ก Chinese Embassy in Bangkok เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย ได้เผยแพร่ข้อความเกี่ยวกับสถานการณ์ในฮ่องกง โดยมีเนื้อหาน่าสนใจดังนี้

โฆษกสถานเอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทยให้ความเห็นเกี่ยวกับ “กฎบังคับในเรื่องห้ามสวมหน้ากาก” และสถานการณ์ล่าสุดในฮ่องกง

เมื่อวันที่ 4 เดือนตุลาคม รัฐบาลเขตปกครองพิเศษฮ่องกงได้ประกาศ “กฎบังคับในเรื่องห้ามสวมหน้ากาก” โดยอาศัยอำนาจจาก “กฎระเบียบในวาระฉุกเฉิน” มีผลตั้งแต่วันที่ 5 เดือนตุลาคม กฎบังคับดังกล่าวห้ามผู้ชุมนุมสวมใส่หน้ากาก ซึ่งจะเป็นอุปสรรคในการระบุตัวตนสำหรับการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ผู้ละเมิดถือว่าทำผิดกฎหมาย

ความรุนแรงในฮ่องกงยืดยาวมาเป็นเวลามากกว่า 4 เดือน วันที่ 1 เดือนตุลาคม กลุ่มคนใช้ความรุนแรงที่สวมหน้ากากได้รวมตัวกันอย่างผิดกฎหมายในพื้นที่ต่างๆ ของฮ่องกง ปิดกั้นการจราจรในบริเวณกว้าง ทำลายร้านค้า รถไฟใต้ดินและสาธารณูปโภคอื่นๆ อีกทั้งได้จุดไฟเผา โยนระเบิดขวดจำนวนมาก โจมตีสถานที่ราชการและสถานีตำรวจ ทำร้ายเจ้าหน้าตำรวจผู้ปฏิบัติหน้าที่อย่างบ้าคลั่ง ทำร้ายประชาชนทั่วไปอย่างไม่เลือกหน้า พวกเขาจงใจสร้างเหตุการณ์นองเลือดขึ้นมา ความรุนแรงได้ยกระดับขึ้นอย่างต่อเนื่อง เป็นการท้าทายกฎหมายอย่างรุนแรง ทำลายความสงบสุขของสังคมฮ่องกง และเป็นภัยคุกคามต่อชีวิตของเจ้าหน้าที่ตำรวจและประชาชนทั่วไป

ในปัจจุบัน ความอันตรายที่ใหญ่ที่สุดที่ฮ่องกงกำลังเผชิญอยู่ก็คือ การใช้ความรุนแรงและการไม่เคารพกฎหมาย ถึงเวลาแล้วที่ต้องยุติความรุนแรงและความวุ่นวายด้วยท่าทีที่ชัดเจนมากขึ้นและวิธีการที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น ในสถานการณ์อย่างนี้ รัฐบาลเขตปกครองพิเศษได้บังคับใช้ “กฎบังคับในเรื่องห้ามสวมหน้ากาก” เป็นมาตรการที่ชอบด้วยกฏหมาย ชอบธรรมและมีความจำเป็นอย่างยิ่ง หลายประเทศในโลกก็ได้บังคับใช้กฎหมายห้ามปิดบังใบหน้าเช่นกัน การบังคับใช้กฎบังคับดังกล่าวในฮ่องกง มิได้ส่งผลกระทบต่อสิทธิและเสรีภาพของชาวฮ่องกง รวมทั้งสิทธิและเสรีภาพในการชุมนุมด้วย

รัฐบาลส่วนกลางของประเทศจีนสนับสนุน แคร์รี หลั่ม ผู้บริหารสูงสุดเขตบริหารพิเศษฮ่องกง รัฐบาลเขตปกครองพิเศษฮ่องกง เจ้าหน้าที่ตำรวจและหน่วยงานตุลาการในการดำเนินมาตรการที่จำเป็นเพื่อลงโทษผู้กระทำผิดใช้ความรุนแรงทั้งปวง โดยเฉพาะแกนนำกลุ่มผู้ใช้ความรุนแรง ตลอดจนผู้วางแผนและสั่งการที่อยู่เบื้องหลัง

เป็นที่ต้องชี้ให้ทราบว่า ความผันผวนที่มาจากการต่อต้านการแก้ไขกฎหมายในฮ่องกงได้เปลี่ยนตัวไปอย่างสิ้นเชิง กำลังพัฒนาเป็น “การปฏิวัติสี” โดยได้รับการแทรกแซงจากกลุ่มอิทธิพลภายนอก กลุ่มที่คิดจะแบ่งแยกฮ่องกงออกจากประเทศจีน ได้ใช้ประชาธิปไตยและเสรีภาพเป็นข้ออ้าง เพื่อทำลายหลักการพื้นฐานของ “หนึ่งประเทศสองระบบ” บ่อนทำลายอธิปไตยและความบูรณภาพแห่งดินแดนของประเทศจีน ซึ่งฝ่ายจีนคัดค้านอย่างเด็ดขาด

กลุ่มที่คิดจะแบ่งแยกฮ่องกงออกจากประเทศจีนยังได้สมคบกับกลุ่มอิทธิพลภายนอก เผยแพร่ข่างลือ บิดเบือนข้อเท็จจริง เพื่อวัตถุประสงค์ที่มิอาจเปิดเผยของตน นักการเมืองประเทศไทยบางคนมีการติดต่อกับกลุ่มที่คิดจะแบ่งแยกฮ่องกงออกจากประเทศจีนโดยมีท่าทีเชิงสนับสนุน ซึ่ง เป็นการกระทำที่ผิดอย่างร้ายแรงและไร้ความรับผิดชอบ ฝ่ายจีนหวังว่าบุคคลที่เกี่ยวข้องสามารถรับรู้ข้อเท็จจริงของปัญหาฮ่องกง ใช้ความระมัดระวัง ทำในเรื่องที่เป็นประโยชน์ต่อมิตรภาพจีน-ไทย

ภาพ เอเอฟพี

นักเขียนดังระดับโลกนั่งแช่ทำงานในร้านกาแฟจนรวย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/603238

  • วันที่ 10 ต.ค. 2562 เวลา 16:52 น.

นักเขียนดังระดับโลกนั่งแช่ทำงานในร้านกาแฟจนรวย

เจ. เค. โรว์ลิง ใช้คาเฟ่ในเมืองเอดินเบอระนั่งเขียน แฮร์รี่ พอตเตอร์ นิยายชุดที่ขายดีที่สุดในประวัติศาสตร์

การใช้ร้านกาแฟเป็นที่นั่งทำงานถือเป็นภาพที่เห็นได้ทั่วไปไม่ใช่เฉพาะในบ้านเราที่กำลังมีดราม่าเจ้าของร้านโมโหถอดปลั๊กโน้ตบุ๊คของลูกค้า เนื่องจากทนไม่ไหวที่ลูกค้าสั่งกาแฟแก้วเดียวแล้วนั่งแช่ใช้ไฟของร้านทำงาน 5-6 ชั่วโมง  คาเฟ่ในต่างประเทศก็ถูกใช้เป็นที่นั่งทำงานเช่นกัน  แถมลูกค้าบางรายยังเป็นถึงนักเขียนนิยายขายดีระดับโลกเลยทีเดียว

ลูกค้าคนที่ว่าก็คือ เจ. เค. โรว์ลิง เจ้าของนิยายพ่อมด แฮร์รี่ พอตเตอร์ ที่มียอดขายถล่มทลายทั่วโลกและทำให้ตัวเธอเองเป็นนักเขียนคนแรกที่ทำรายได้แตะหลักพันล้านเหรียญสหรัฐและพลิกชีวิตจากคุณแม่เลี้ยงเดี่ยวชักหน้าไม่ถึงหลังเป็นมหาเศรษฐีชั่วข้ามคืน

ย้อนกลับไปในช่วงปี 1990 เมื่อครั้งที่โรว์ลิงเพิ่งจรดปากการังสรรค์นิยายเรื่อง แฮร์รี่ พอตเตอร์ เธอค่อนข้างขัดสนเงินทอง จึงต้องเข้าไปพึ่งฮีทเตอร์และความสะดวกสบายตามคาเฟ่ต่างๆ ในเมืองเอดินเบอระของสกอตแลนด์เป็นที่แต่งนิยาย ทำให้บรรดาคาเฟ่ในเมืองพากันเคลมว่านักเขียนคนดังเคยใช้ร้านของตัวเองเป็นที่เขียนงาน

ทว่ามีอยู่ร้านหนึ่งที่มีหลักฐานยืนยันว่าโรว์ลิงเคยไปเยือนจริงๆ นั่นก็คือร้าน The Elephant House บนถนน George IV Bridge ที่มีกรอบรูปของโรว์ลิงนั่งเขียนงานอยู่ในร้าน จนร้านแห่งนี้ถูกยกให้เป็น Birthplace of Harry Potter หรือต้นกำเนิดของแฮร์รี่ พอตเตอร์ ส่วนหลังของร้านแห่งนี้จะเห็นวิวของปราสาทเอดินเบอระที่เป็นแรงบันดาลใจของปราสาทในนิยาย

ในขณะที่โรว์ลิงทำรายได้มหาศาลจากนิยายที่เธอแต่งในร้าน The Elephant House หลังจากที่แฮร์รี่ พอตเตอร์ ออกมาโลดแล่นในโลกตัวอักษรและแผ่นฟิล์ม ก็ทำให้ร้านแห่งนี้เป็นที่โด่งดังไม่แพ้นิยาย แต่ละวันจะมีทั้งแฟนนิยายและนักท่องเที่ยวจากทั่วทุกมุมโลกแวะเวียนมาที่ร้านแห่งนี้ไม่ขาดสาย ป้ายหน้าร้านที่บอกว่าเป็น Birthplace of Harry Potter ถึงกับต้องมีภาษาจีนกำกับอยู่ด้วย เพื่อต้อนรับเหล่าสาวกแฮร์รี่ พอตเตอร์ จากเมืองจีน

จุดนี้เองที่เป็นความแตกต่างระหว่างร้านกาแฟในดราม่าของบ้านเรากับร้านกาแฟในเมืองเอดินเบอระ

แคลิฟอร์เนียไฟดับครั้งใหญ่เกือบครึ่งรัฐ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/603232

  • วันที่ 10 ต.ค. 2562 เวลา 16:05 น.

แคลิฟอร์เนียไฟดับครั้งใหญ่เกือบครึ่งรัฐ

เหตุไฟป่า-ลมกรรโชกแรงทำบริษัทไฟฟ้าแคลิฟอร์เนียต้องตัดไฟชั่วคราว กระทบชาวบ้านนับล้านคนไม่มีไฟฟ้าใช้

สื่อท้องถิ่นในรัฐแคลิฟอร์เนียรายงานว่า ชาวบ้านในแถบทางเหนือของรัฐโดยเฉพาะย่านเบย์แอเรียโดยรอบนครซานฟรานซิสโก ต้องตกอยู่ในความมืดโดยที่ไม่รู้ว่าจะกลับมามีไฟฟ้าใช้ได้อีกเมื่อใด หลังจากที่บริษัท PG&E เอกชนผู้ผลิตไฟฟ้า ได้สั่งตัดกระแสไฟเพื่อความปลอดภัย สืบเนื่องจากมีเหตุไฟป่าและลมกรรโชกแรงในหลายพื้นที่ทางตอนเหนือ เพื่อป้องกันความเสียหายและอันตรายต่อระบบส่งไฟฟ้าจากภัยธรรมชาติดังกล่าว

บริษัท PG&Eได้ออกแถลงการณ์ระบุว่ามาตรการตัดไฟในรอบที่สองนี้ จะขยายพื้นที่ไปยังเขต East Bay, South Bay และ Santa Cruz รวมถึงบางเคาท์ตี้อย่าง Contra Costa, Santa Clara และ Alameda ตลอดทั้งคืนไปจนกว่าจะมั่นใจว่าสถานการณ์ลมกรรโชกแรงและเหตุไฟป่าในหลายพื้นที่นั้นจะไม่ส่งผลกระทบต่อระบบส่งไฟฟ้า

มาตรการตัดกระแสไฟครั้งนี้เริ่มมาตั้งแต่วันพุธที่ผ่านมาตามเวลาท้องถิ่น โดยส่งผลกระทบต่อบ้านเรือนประชาชนราว 5 แสนหลังในย่านทางเหนือของอ่าวซานฟรานซิสโก ยกเว้นในเขตเมืองซานฟรานซิสโก ก่อนจะขยายผลไปยังพื้นที่ส่วนอื่นๆ รวมถึงบางพื้นที่ของย่านซิลิคอนวัลเลย์ อันเป็นที่ตั้งของบริษัทเทคโนโลยีชื่อดังหลายแห่ง

ประเมินว่ามีชาวเมืองโดยรอบราว 2 ล้านคนได้รับผลกระทบจากการตัดกระแสครั้งนี้ โดยทาง PG&E จะสลับจ่ายกระแสไฟให้กับบางพื้นที่ซึ่งมั่นใจว่ามีความปลอดภัยแล้ว

นายGavin Newsom ผู้ว่าการรัฐแคลิฟอร์เนียกล่าวว่า เขาเข้าใจถึงความหงุดหงิดของชาวแคลิฟอร์เนียที่ได้รับผลกระทบจาการตัดกระแสไฟ แต่เหนือสิ่งอื่นใดความปลอดภัยเป็นสิ่งสำคัญอันดับแรกที่เราต้องปกป้องผู้คนและชุมชน”

ปีที่แล้วพบว่ามีชาวบ้านเสียชีวิตถึง 86 คนในเมืองพาราไดซ์ ซี่งถูกไฟป่าเผาทำลาย โดยจากการสอบสวนพบว่า ระบบสายส่งไฟฟ้านั้นมีส่วนทำให้เกิดไฟป่า เนื่องจากกระแสลมแรงและสภาพอากาศที่ร้อนจัด อีกทั้งช่วงนี้เป็นช่วงฤดูกาลที่พบไฟป่าได้ในหลายพื้นที่ของรัฐ

Photo: Noah Berger, Associated Press

สรุปเหตุมือปืนนีโอนาซีกราดยิงโบสถ์ยิวในเยอรมนี

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/603217

  • วันที่ 10 ต.ค. 2562 เวลา 14:52 น.

สรุปเหตุมือปืนนีโอนาซีกราดยิงโบสถ์ยิวในเยอรมนี

มือปืนนีโอนาซีคลั่ง กราดยิงพร้อมไลฟ์หน้าโบสถ์ยิวในเยอรมนี พบก่อนลงมือตีพิมพ์แถลงการณ์ต้านยิว

เมื่อเวลา 13.00 น. ของวันที่ 9 ต.ค. ตามเวลาท้องถิ่นในเยอรมนี นาย สเตฟาน บัลเลียต ชายวัย 27 ปีได้ก่อเหตุบุกกราดยิงโบสถ์ของชาวยิวในเมือง Halle ของรัฐเซกโซนี่-อัลฮัลท์ ทางตะวันออกของประเทศ

เหตุกราดยิงดังกล่าวกินเวลานาน 35 นาที โดยนายบัลเลียตได้ทำการไลฟ์ผ่านเว็บ Twitch ระหว่างก่อเหตุด้วย ซึ่งขณะก่อเหตุนั้นมีชาวยิวหลายคนกำลังประกอบกิจทางศานาเนื่องในเทศกาลวัน Yom Kippur หรือวันลบมลทินบาป

หลายฝ่ายตั้งข้อสังเกตว่า พฤติการณ์ของคนร้ายมีลักษณะความเป็นมืออาชีพ โดยมีการเตรียมอาวุธปืนยาวและเครื่องแต่งกายคล้ายทหารขณะก่อเหตุ

 

 

เจ้าหน้าที่ตำรวจมีการปะทะกับผู้ก่อเหตุจนสามารถจับกุมได้ในที่สุด มีรายงานผู้เสียชีวิตสองราย บาดเจ็บอีกสองราย แต่ล่าสุดอาการปลอดภัยแล้ว

บริษัทเจ้าของแพลทฟอร์มTwitchเผยว่ามีผู้พบเห็นไลฟ์ดังกล่าวขณะก่อเหตุราว 2,200 คน ซึ่งคล้ายกับคราวเหตุกราดยิงมัสยิดในเมืองไครสต์เชิร์ชของนิวซีแลนด์เมื่อช่วงเดือนมีนาคมที่ผ่านมา พร้อมทั้งเร่งลบคลิปไลฟ์ดังกล่าวออกจากระบบในทันที และทำการแบนบัญชีใดๆก็ตามที่โพสหรือแชร์การกระทำอันโหดเหี้ยมนี้

 

นางริต้า ค้าตซ์ นักวิเคราะห์การก่อการร้ายและผู้อำนวยการ SITE Intelligence Group องค์กรสืบสวนการก่อการร้ายเอกชนเปิดเผยว่า ราวหนึ่งสัปดาห์ก่อนก่อเหตุนั้นพบว่านายบัลเลียต ได้ตีพิมพ์คำแถลงการณ์ความยาว 10 หน้าเกี่ยวกับแนวคิดนีโอนาซี และการต่อต้านชนชาติยิว รวมถึงแผนการโจมตีโบสถ์ชาวยิวในเมือง Halle ในช่วงเทศกาลสำคัญทางศาสนา

ด้านนางอังเกลา แมร์เคิล ได้เข้าร่วมพิธีไว้อาลัยต่อเหตุการณ์โหดเหี้ยมนี้ที่โบสถ์ยิวในกรุงเบอร์ลิน พร้อมประณามลัทธิต่อต้านชาวยิว

ขณะที่นายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนธันยาฮู ของอิสราเอลได้ออกแถลงการณ์เช่นกันว่า เหตุการณ์นี้เป็นสิ่งบ่งชี้อีกครั้งว่า การต่อต้านยิวในยุโรปนั้นกำลังประทุขึ้น พร้อมเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่เยอรมนีทำงานด้วยความมุ่งมั่นในการต่อต้านลัทธิเหยียดชนชาติ