ตำรวจออสซี่ปรับ 3,500 บาท ชายดื่มน้ำขณะขับรถ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/603206

  • วันที่ 10 ต.ค. 2562 เวลา 13:53 น.

ตำรวจออสซี่ปรับ 3,500 บาท ชายดื่มน้ำขณะขับรถ

หนุ่มออสเตรเลียเป็นงง ถูกปรับ 173 ดอลลาร์ ฐานดื่มน้ำดับกระหายขณะขับรถ

สำนักข่าว ABC ออสเตรเลียรายงานว่า นาย บรอคก์ แฮร์ริส ชาวเมืองบริสเบน ในรัฐควีนส์แลนด์เป็นอันงงสุดๆ เมื่อจู่ๆตำรวจได้สั่งปรับเขาเป็นเงิน 173 ดอลลาร์ออสเตรเลีย (ราว 3,500บาท ) ฐานดื่มน้ำจากขวดในขณะขับรถ

นายแฮร์ริส เผยเรื่องราวนี้กับสถานีวิทยุในท้องถิ่นว่า หลังจากเหน็ดเหนื่อยจากการทำงานมายาวหลายชั่วโมง เขากำลังขับรถกลับบ้าน แต่พบว่าแอร์ในรถไม่ทำงาน ท่ามกลางสภาพอากาศร้อนจัดด้วยอุณหภูมิ 39 องศาเซลเซียส เขาจึงแวะซื้อน้ำเปล่าขนาด 600 มิลลิลิตรจากร้านค้า

แต่จู่ๆตำรวจก็เรียกให้เขาจอดรถ พร้อมบอกว่าเขากำลังฝ่าฝืนกฎหมายด้วยการดื่มเครื่องดื่มขณะขับขี่ยานยนต์

“พวกเขาบอกผมว่า การกระทำดังกล่าวทำให้ผู้ขับขึ่หลุดจากความสนใจบนท้องถนน จำเป็นต้องสั่งปรับ 173 ดอลลาร์ พร้อมตัดแต้ม 1 คะแนน”

นายแอร์ริส ถามตำรวจคนนั้นกลับไปว่า “หากเขาทำผิดกฎหมายจริง ตนยินดีจะจ่ายค่าปรับ แต่นี่ไม่มีความเห็นอกเห็นใจกันเลย เขาแค่ดื่มน้ำเพื่อดับกระหายในวันที่อุณหภูมิ 39 องศา”

ตำรวจตอบเขาว่า “เขาไม่สามารถทำอะไรได้ เขาแค่ทำตามหน้าที่เท่านั้น

ด้านนายเดวิด จอห์นสัน ผู้กำกับการตำรวจรัฐควีนส์แลนด์ อธิบายว่า หากผู้ขับขี่ไม่ได้อยู่ในการควบคุมพาหนะ หรือกำลังขับรถโดยจงใจประมาท ก็มีสิทธิ์ถูกสั่งปรับ

อย่างไรก็ดี พบว่าผู้ขับขี่หลายคนดื่มเครื่องดื่มอาทิ น้ำ หรือกาแฟ ด้วยลักษณะที่ปลอดภัย ดังนั้นการสั่งปรับจะต้องดูพฤติกรรมของผู้ขับขี่ว่าจงใจประมาท หรือ อาจก่อความปลอดภัยแก่ผู้ขับขี่คนอื่นๆหรือไม่

นอกจากนี้ นายจอห์นสันยังเผยอีกว่า นอกจากการดื่มเครื่องดื่มขณะขับรถแล้ว ยังพบพฤติกรรมเสี่ยงต่ออันตรายรูปแบบอื่นๆ อาทิ การนำสัตว์เลี้ยงนั่งตักขณะขับรถ หรือแต่งหน้าขณะขับรถ ซึ่งเป็นพฤติกรรมที่ก่อให้เกิดอันตรายต่อผู้ขับขี่คนอื่นๆอย่างชัดเจน

“หากผมพบบางคนดื่มน้ำโดยใช้หลอด และยังสามารถควบคุมรถให้อยู่ในเลนได้ หรือเสี่ยงให้เกิดอันตรายต่อรถคันอื่นๆ ก็โอเคแล้ว” นายจอห์นสันกล่าว

Photo : ABC Radio Brisbane

ที่มา : https://www.abc.net.au/

Deep Talk Ep.12 : กับดัก Influencer

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/603184

  • วันที่ 10 ต.ค. 2562 เวลา 12:13 น.

“กับดัก Influencer” เมื่อคนดังหมดหนทางหากินเพราะปาก

“Deep Talk ถอดรหัสสตาร์ทอัพ” Podcast ที่จะสร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้กำลังไล่ล่าความสำเร็จทางธุรกิจ

***************************

รับฟังเฉพาะเสียงได้ที่ soundcloud PostToday

เม็กซิกันแค้นนายกเทศมนตรี ไม่ซ่อมถนนตามสัญญา จับผูกท้ายรถกระบะลากไปตามพื้น

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/603175

  • วันที่ 10 ต.ค. 2562 เวลา 11:33 น.

เม็กซิกันแค้นนายกเทศมนตรี ไม่ซ่อมถนนตามสัญญา จับผูกท้ายรถกระบะลากไปตามพื้น

ชาวบ้านเม็กซิกันจับนายกเล็ก ผูกท้ายกระบะ ลากไปตามพื้น แค้นไม่ยอมทำซ่อมถนนตามสัญญาตอนหาเสียง

เจ้าหน้าที่ตำรวจในเมือง Las Margaritas ทางใต้ของเม็กซิโก ได้เข้าช่วยเหลือนายโฮเฮ่ ลูอิส เอสคันดอน เออร์นันเดซ ( Jorge Luis Escandón Hernández) นายกเทศมนตรีของเมือง หลังพบว่ามีกลุ่มชาวนาจำนวน 11 คน บุกเข้าไปในสำนักงานนายกเทศมนตรี พร้อมจับตัวนายโฮเฮ่ ออกมาด้านนอกแล้วมัดมือเขากับท้ายรถกระบะก่อนจะขับออกไปพร้อมลากนายโฮเฮ่ไปตามพื้นของท้องถนนในเมือง

เหตุดังกล่าวส่งผลให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเร่งเข้าช่วยเหลือพร้อมจับกุมชาวนาผู้ก่อเหตุ 11 คนในข้อหาลักพาตัวและพยายามฆ่า ส่วนนายโฮเฮ่ที่ถูกลากไปตามพื้นนั้นไม่ได้รับบาดเจ็บแต่อย่างใด

ภาพจากกล้องวงจรปิดได้บันทึกเหตุการณ์ดังกล่าวไว้ โดยจากการยอมรับของกลุ่มชาวนาผู้ก่อเหตุเผยว่ารู้สึกแค้นที่นายโฮเฮ่ไม่ยอมทำตามสัญญาซ่อมแซมถนนที่ผุพังของเมือง

ช่วง 4 เดือนก่อนหน้านี้ก็มีกลุ่มชายบุกเข้าไปในสำนักงานของเขาเช่นกัน แต่ไม่พบตัวนายโฮเฮ่

ทั้งนี้ บรรดานักการเมืองท้องถิ่นของเม็กซิโกมักตกเป็นเป้าหมายของกลุ่มผู้มีอิทธิพลและแก๊งค์ค้ายาเสพติด หากพวกเขาปฏิเสธรับสินบนหรือให้การช่วยเหลือสิ่งผิดกฎหมาย แต่แทบไม่มีรายงานว่านักการเมืองถูกทำร้ายเพราะความไม่พอใจที่ไม่ทำตามสัญญาที่เคยหาเสียงไว้

อย่างไรก็ดี ยังไม่ชัดเจนนักว่าเหตุการณ์ครั้งนี้จะเกี่ยวข้องกับกลุ่มผู้มีอิทธิพลในพื้นที่ หรือเป็นความแค้นของชาวบ้านตามที่รายงานไปข้างต้นกันแน่

แอปเปิ้ลถอดแอปฯสะกดรอยตำรวจฮ่องกง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/603167

  • วันที่ 10 ต.ค. 2562 เวลา 10:50 น.

แอปเปิ้ลถอดแอปฯสะกดรอยตำรวจฮ่องกง

Apple Inc แบนแอปพลิเคชันติดตามตำรวจฮ่องกง หลังพบผู้ประท้วงใช้ซุ่มทำร้ายเจ้าหน้าที่

รอยเตอร์รายงานว่า บริษัท Apple Inc ยักษ์ใหญ่ไอโฟนได้ประกาศถอดแอปพลิเคชั่น HKmap.live ซึ่งเป็นแอปฯที่ใช้ติดตามตำแหน่งความเคลื่อนไหวของเจ้าหน้าที่ ออกจากการให้บริการบนแอปสโตร์ หลังจากพบรายงานว่าผู้ประท้วงในฮ่องกงได้ใช้งานแอปฯดังกล่าว ในการดักซุ่มทำร้ายตำรวจปราจลาจล

รายงานระบุว่าแอปเปิ้ลได้แบนผู้พัฒนาแอปพลิเคชั่นดังกล่าวออกจากแอปสโตร์ตั้งแต่ช่วงต้นเดือนแล้ว แต่แอปฯก็ยังพบการปรากฎของแอปฯดังกล่าวอยู่ในช่วงสัปดาห์ที่่ผ่านมา เรื่องดังกล่าวเป็นเหตุให้หนังสือพิมพ์ the People’s Daily ซึ่งเป็นสื่อกระบอกเสียงของรัฐบาลปักกิ่ง ออกมาวิพากษ์วิจารณ์แอปเปิ้ลว่าให้การสนับสนุน และถือเป็นหนึ่งในผู้สมรู้ร่วมคิดให้ผู้ประท้วงก่ออาชญากรรมรุนแรงในฮ่องกง

แอปเปิ้ลได้ระบุในแถลงการณ์ว่า จากการตรวจสอบกับสำนักงานความมั่นคงทางเทคโนโลยีและอาชญากรรมฮ่องกงแล้วพบว่าแอปฯนี้เป็นแอปแสดงตำแหน่งของตำรวจ และมักถูกใช้เพื่อกำหนดเป้าหมายและซุ่มโจมตีตำรวจคุกคามความปลอดภัยสาธารณะ ซึ่งเป็นสิ่งละเมิดกฎหมาย

ทั้งนี้ ภายใต้กฎเกณฑ์ของแอปเปิ้ล แอปพลิเคชั่นบางรายการจะถูกลบออกจากการให้บริการในแอปสโตร์ หากพบว่าแอปเหล่านั้นสนับสนุนกิจกรรมผิดกฎหมายหรือคุกความต่อความปลอดภัยสาธารณะ

จีนปรามอย่าให้ท้ายอันธพาล Apple เปิดแอพบอกจุดตำรวจฮ่องกง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/603117

  • วันที่ 09 ต.ค. 2562 เวลา 21:01 น.

จีนปรามอย่าให้ท้ายอันธพาล Apple เปิดแอพบอกจุดตำรวจฮ่องกง

แอปเปิ้ล (Apple ) กลายเป็นบริษัท ล่าสุดที่ตกเป็นเป้าการกดดันจากจีน ต่อการประท้วงในฮ่องกง เมื่อหนังสือพิมพ์หลักของพรรคคอมมิวนิสต์คือ People’s Daily ได้ตำหนิยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยี ที่ให้บริหารแอพสมาร์ทโฟน ซึ่งเปิดทางให้ผู้ประท้วงในฮ่องกสามารถงรายงานการเคลื่อนไหวของตำรวจ

แอพดังกล่าวตือ HKmap.live ช่วยให้ผู้ใช้สามารถรายงานตำแหน่งตำรวจ การใช้แก๊สน้ำตา และรายละเอียดอื่นๆ ที่สามารถเพิ่มเข้าไปในแผนที่ที่อัพเดทเป็นประจำ ออกแบบโดยซัพพลายเออร์ภายนอกบริษัทและมีอยู่ในร้านค้าออนไลน์ของ Apple

แต่สื่อของทางการจีนโจมตีว่าแอพนี้ “อำนวยความสะดวกให้กับการกระทำที่ผิดกฎหมาย” พร้อมตั้งคำถามว่า Apple กำลังชี้ทางให้พวกอันธพาลในฮ่องกงหรือเปล่า?”

People’s Daily ยังกล่าวต่อไปว่า Apple กระโดดเข้ามาร่วมวงเล่นเอง โดยนำธุรกิจมาปนเปกับการเมือง และนำกิจกรรมเชิงพาณิชย์มาปนเปกับกิจกรรมที่ผิดกฎหมาย” พร้อมเตือนว่า Apple อาจสร้างความเสียหายต่อชื่อเสียงตัวเองในสายตาผู้บริโภคชาวจีน ความประมาทนี้จะทำให้ Apple ประสบปัญหาอย่างมาก และต้องคิดอย่างลึกซึ้ง

ต่อข้อซักถามว่ารัฐบาลจีนได้ขอให้ Apple ลบ HKmap.live จากร้านค้าออนไลน์ของตนหรือไม่ เกิ่งซวง โฆษกกระทรวงต่างประเทศกล่าวว่าเขาไม่มีข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องนี้ แต่ได้แถลงว่า

“สิ่งที่ผมบอกคุณได้ก็คือ อาชญากรรมที่ก้าวร้าวรุนแรงในฮ่องกง ท้าทายระบบกฎหมายและระเบียบทางสังคมในฮ่องกงอย่างหนักหน่วง คุกคามความปลอดภัยของชีวิตและทรัพย์สินของชาวฮ่องกง และทำลายความมั่งคั่งและความมั่นคงของฮ่องกง” เกิ่งซวงและเสริมว่า “ใครก็ตามที่มีมโนธรรมและความยุติธรรม ควรต่อต้านและคัดค้าน แทนที่จะสนับสนุนและส่งเสริมการก่อเหตุเหล่านั้น’

ทั้งนี้ ประเทศจีนมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อธุรกิจของ Apple โดยจีนเป็นตลาดที่ใหญ่เป็นอันดับ 2 ของ Apple รองจากสหรัฐอเมริกา แต่ ทิม คุก ได้กล่าวไว้ตั้งแต่ปี 2013 ยอดขายในจีนจะกลายเป็นอันดับ 1 ในที่สุด

ในขณะเดียวกัน Apple ยังเป็นสินทรัพย์ที่สำคัญสำหรับจีน เพราะ iPhones และคอมพิวเตอร์แท็บเล็ตส่วนใหญ่ประกอบขึ้นในโรงงานจีนที่จ้างคนหลายแสนคน ซัพพลายเออร์ชาวจีนยังจัดหาส่วนประกอบสำหรับคอมพิวเตอร์ Mac Pro ที่ประกอบในเท็กซัสอีกด้วย

ต้านจีนลามถึงวงการเกม รุมแบนบริษัทเกมลงโทษนักเล่นฮ่องกง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/603116

  • วันที่ 09 ต.ค. 2562 เวลา 19:20 น.

ต้านจีนลามถึงวงการเกม รุมแบนบริษัทเกมลงโทษนักเล่นฮ่องกง

สำนักข่าว Bloomberg รายงานว่า Activision Blizzard บริษัทวิดีโอเกมสัญชาติอเมริกันผู้พัฒนาเกมยอดนิยมเช่น World of Warcraft และ Hearthstone กำลังเผชิญหน้ากับการโจมตีอย่างรุนแรงและกระแสเรียกร้องให้คว่ำบาตร หลังจากบริษัทลงโทษผู้เล่นที่สนับสนุนการเคลื่อนไหวประท้วงของฮ่องกง ถือเป็นการเผชิญหน้าครั้งล่าสุดระหว่างสหรัฐอเมริกาและจีนที่กำลังลุกลามไปทุกวงการ

เรื่องเกิดขึ้นเมื่อเกมเมอร์ชาวฮ่องกงชื่อ Ng Wai Chung หรือที่รู้จักกันในชื่อ Blitzchung สวมหน้ากากป้องกันแก๊สพิษและแว่นตากันน้ำ เพื่อเป็นการประกาศจุดยืนต่อต้านคำสั่งของทางการที่ห้ามสวมหน้ากากในการชุมนุม นอกจากนี้ ระหว่างการสัมภาษณ์หลังการแข่งขัน เขายังเอ่ยคำว่า “ปลดปล่อยฮ่องกง ปฏิวัติยุคสมัยของเรา!”

หลังจากเกิดเหตุการณ์นี้ขึ้น Blizzard Entertainment จึงห้ามไม่ให้ Blitzchung เข้าร่วมการแข่งขันอีสปอร์ตระดับ Grandmasters เป็นเวลาหนึ่งปีและระงับเงินรางวัลที่เขาได้รับ และยังกล่าวในแถลงการณ์ว่าได้มีคำสั่งห้ามดังกล่าวเพื่อป้องกันเหตุการณ์ที่คล้ายคลึงกันในอนาคต และในเครือข่ายเวยปั๋วของจีน ทางบริษัทยังโพสต์ข้อความในภาษาจีนว่า “เราจะปกป้องศักดิ์ศรีของประเทศเสมอไป”

แต่การกระทำของบริษัททำให้ผู้เล่นและแฟนๆ ทั่วโลกตอบโต้ทันทีด้วยความโกรธเคือง เพราะมองว่าเป็นการลงโทษที่หนักเกินไป และยังเป็นการยอมจำนนต่อมาตรการเซ็นเซอร์ของจีน

“ต่อจากนี้ ฉันจะไม่เล่นเกมของ Blizzard จนกว่าพวกเขาจะขอโทษ blitzchung และต่อคนฮ่องกง Blizzard ห่วยแตก” ผู้ใช้อินเทอร์เน็ตคนหนึ่งประกาศไว้ในหัวข้อสนทนาของฟอรัมแห่งหนึ่ง

ผู้เล่นคนหนึ่งบอกว่า ถึงเขาจะสนุกกับการเล่น World of Warcraft ของ Blizzard มากเพียงใด แต่จะต้องถอยห่างจากมันและเข้าร่วมการคว่ำบาตร

“คืนนี้ ฉันจะเข้าสู่ระดับ 45 ตอนที่ฉันอ่านข่าว ฉันรู้สึกเสียใจมาก ฉันสามารถทนได้ แต่ถ้าให้เลือกระหว่างอิสรภาพของใครบางคนกับเงินของฉัน ฉันก็ยินดีที่จะยอมแพ้ในเกมที่ฉันชอบ เพื่อที่คนอื่นๆ จะได้รับอิสรภาพแบบเดียวกับที่ฉันมี”

ส่วนในเกาหลีใต้ Blizzard กลายเป็นหนึ่งในหัวข้อที่ได้รับความนิยมสูงสุดใน Twitter โดยมีผู้กล่าวว่าบริษัทให้ความสำคัญกับเงินเหนือกว่าสิทธิมนุษยชน และบางคนกล่าวว่าเป็นเรื่องที่ “บ้า” และ “น่าผิดหวัง”

ทั้งนี้ Activision Blizzard ร่วมมือกับบริษัทเกมในจีน คือ Tencent Holdings Ltd. และ NetEase Inc. เพื่อจัดจำหน่าย และร่วมกันพัฒนาเกมและในบางกรณี

เงินจากเผด็จการหรือศักดิ์ศรีประเทศเสรี NBA ไม่รู้จะเลือกอะไร

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/603097

  • วันที่ 09 ต.ค. 2562 เวลา 18:01 น.

เงินจากเผด็จการหรือศักดิ์ศรีประเทศเสรี NBA ไม่รู้จะเลือกอะไร

บทวิเคราะห์โดยกรกิจ ดิษฐาน

เหตุมันเกิดจากทวิตเตอร์ของแดริล มอเรย์ ผู้จัดการทีมฮุสตันร็อคเก็ตส์ (Houston Rockets) ที่จู่ๆ ไม่รู้อะไรเข้าสิงถึงโพสต์ข้อความว่า “Fight for freedom, stand with Hong Kong,” (สู้เพื่อเสรีภาพ ยืนเคียงข้างฮ่องกง)

นี่คือทวิตพิฆาตโดยแท้ แม้ว่ามอเรย์จะลบมันไปหลังจากนั้น แต่ก็สายเกินไปเพราะคนที่จีนได้เห็นมันแล้วและไม่พอใจมาก ผลของความไม่พอใจอาจกระทบต่อผลประโยชน์หลายพันล้านของ NBA ในแผ่นดินจีน

เพื่อที่จะแก้ไขสถานการณ์ NBA แถลงขอโทษว่า “เราตระหนักดีว่ามุมมองที่ผู้จัดการของฮูสตันร็อคเก็ตต์ได้แสดงออกไป สร้างความขุ่นเคืองอย่างมากต่อเพื่อนและแฟนๆ ของเราในประเทศจีน ซึ่งเป็นเรื่องน่าเศร้า”

ส่วนสมาชิกในทีมฮูสตันร็อคเก็ตต์คนอื่นๆ เช่น เจมส์ ฮาร์เดน ผู้เล่นของทีมที่บอกว่า “เราขอโทษ เรารักจีน เรารักที่จะเล่นเกมส์ที่นั่น” การพยายามขอโทษแทนผู้จัดการทีมเห็นได้ชัดว่าเพื่อป้องกันความเสียหายไม่ให้ขยายวง หรือแม้แต่เจ้าของทีมอย่าง ทิลแมน เฟอร์ทิตตา ก็ยังบอกว่า “ฟังนะ มอเรย์ไม่ได้พูดในฐานะตัวแทนของฮูสตันร็อคเก็ตต์ .. และเราไม่ใช่องค์กรการเมือง”

คำถามก็คือทำไมชาวฮูสตันร็อคเก็ตต์ต้องขอโทษ? นั่นก็เพราะฮูสตันร็อคเก็ตต์เป็นหนึ่งในทีมบาสเก็ตบอลที่คนจีนรักที่สุด ในฐานะที่เคยเป็นทีมของเหยาหมิง ฮีโร่ร่างโย่งของชาวจีน ซึ่งตอนนี้เป็นประธานสมาคมบาสเกตบอลแห่งจีน แต่ที่สำคัญกว่านั้นคือรายได้มหาศาลจากตลาดจีน

แต่ก่อนที่จีนจะหายโกรธ คนอเมริกันกลับโกรธเป็นฟืนเป็นไฟที่ NBA และสมาชิกในทีมฮูสตันร็อคเก็ตต์ “ก้มหัว” ให้จีน

ตอนนี้คนๆ ที่จะแก้วิกฤตได้คือ อดัม ซิลเวอร์แมน คณะกรรมาธิการ NBA ในตอนแรกเขาออกมาบอกแบบก้ำๆ กึ่งๆ เหมือนเหยียบเรือสองแคมว่า “ข้อเท็จจริงก็คือที่เราขอโทษแฟนในจีน ไม่ถือเป็นการขัดแย้งต่อการสนับสนุนสิทธิของบางคนที่จะแสดงความเห็น”

แต่พอซิลเวอร์แมนพูดออกมาแบบนี้ คนอเมริกันก็ไม่พอใจอีก จนเขาต้องมีแถลงการณ์ออกมาอีกครั้ง โดยกล่าวด้วยน้ำเสียงเหมือนเหยียบเรือสองแคมเหมือนเดิมว่า “ผู้คนโกรธเคือง สับสน หรือรู้สึกไม่ชัดเจนว่าเราเป็นใครหรือจุดยืนของ NBA นั้นคืออะไร”

เขากล่าวเสริมว่า “เราตระหนักดีว่าทั้งสองประเทศมีระบบและความเชื่อทางการเมืองที่แตกต่างกัน และเช่นเดียวกับแบรนด์ระดับโลกมากมาย เราพาธุรกิจของเราไปยังที่ที่มีระบบการเมืองที่แตกต่างกันทั่วโลก”

แม้จะพูดก้ำกึ่งเหมือนรักษาน้ำใจทั้งฝ่ายสหรัฐที่เป็นประเทศตัวเอง และจีนที่เป็นกระเป๋าเงิน คราวนี้ซิลเวอร์แมนพยายามเอนเอียงเข้ามาทางบ้านเกิด โดยบอกว่า “แต่สำหรับผู้ที่ตั้งคำถามกับแรงจูงใจของเรา (ขอตอบว่า) มีอะไรที่มากกว่าการทำธุรกิจของเราให้เติบโต” และย้ำด้วยค่านิยมแบบอเมริกันว่า “ค่านิยมเรื่องความเท่าเทียม ความเคารพและเสรีภาพ เป็นสิ่งที่นิยามตัวตนของ NBA และจะยังคงทำเช่นนั้นต่อไป”

แต่แถลงการณ์ของซิลเวอร์แมนดูเหมือนจะไร้ประโยชน์ เพราะไม่ได้บอกว่าจะเลือกข้างใดข้างหนึ่งชัดเจน เราต้องทำความเข้าใจว่าการเมืองอเมริกันหลังทศวรรษที่ 2000 เป็นต้นมามีความแตกแยกขนาดหนัก ไม่มีคำว่ารอมชอม มีแต่คำว่า “ถ้าไม่ยืนข้างเรา คุณคือศัตรูของเรา”

ในขณะที่ NBA กำลังฟัดกับคนที่บ้านอยู่นั้น จีนไม่รอให้เสียเวลา ลดระดับความสัมพันธ์กับ NBA ในทันที เริ่มจาก CCTV และ Tencent ระงับการถ่ายทอดการแข่งขันของฮูสตันร็อคเก็ตต์ทั้งหมด ต่อมาการฝึกซ้อม กิจกรรมต่างๆ กับทีมบลูคลินเนตส์และลอสแอนเจลิสเลเกอส์ถูกยกเลิกในทันทีไม่มีดีเลย์ แม้แต่ป้ายโฆษณาก็ถูกเก็บกวาดไม่มีเหลือราวกับ NBA ไม่มีที่ยืนในประเทศจีนอีกต่อไป

พวกอเมริกันสายฮาร์ดคอร์อาจจะดีใจที่ตัดเยื่อใยกับจีนได้ แต่สำหรับคนทำมาหากินที่ “ไม่ใช่องค์กรการเมือง” (เหมือนที่เจ้าของฮูสตันร็อคเก็ตต์บอก) เรื่องนี้ถือเป็นหายนะครั้งใหญ่หลวง

คนอเมริกันจริงจังกับเสรีภาพในการแสดงความเห็นจนออกจะเป็นความหมกมุ่น ไม่ยึดกับความเป็นจริง เหมือนที่ซิลเวอร์แมนบอกว่า “ผมก็เป็นคนที่ยึดกับความจริงด้วย” (But I’m a realist as well) ความจริงในที่นี้คือ “เงิน”จีนตลาดเงินตลาดทองของวงการบาสเกตบอล เดวิด คาร์เตอร์ ผู้อำนวยการบริหารของ USC Sports Business Institute เผยกับ CNN ว่า ตลาดจีนคิดเป็นอย่างน้อย 10% ของรายได้ปัจจุบันของลีก NBA และคาดว่าตลาดจีนจะมีส่วนแบ่งถึง 20% ภายในปี 2030

แต่ตอนนี้ จีนตัดขาดแทบหมดเยื่อใย และไม่เฉพาะภาครัฐและภาคเอกชนที่ลงโทษ NBA ประชาชนจีนก็เช่นกัน ที่ในเวลานี้กำลังมีความรู้สึกชาตินิยมเต็มเปี่ยมในวาระครบรอบการสถาปนาสาธารณรัฐประชาชนจีนครบ 70 ปี และความรู้สึกรักชาติที่พลุ่งพล่านยามได้เห็นความวุ่นวายจาก “น้ำมือต่างชาติ” ในวิกฤตฮ่องกง

ตอนนี้แฟน ๆ NBA ในจีนได้ขอให้บริษัทสตรีมิ่ง Tencent คืนเงินค่าสมัครชมรายการแข่งขันบาสเกตบอล และตอนนี้ทางบริษัทได้เริ่มคืนเงินแล้ว คาดว่าจะสร้างความเสียหายให้ Tencent อย่างมหาศาล เพราะเพิ่งจะต่อสัญญาถ่ายทอดการแข่งขันฤดูกาล 2024-25 ไปหยกๆ ซึ่งก็สมเหตุผล เพราะตัวเลขผู้ชม NBA ในจีนอยู่ที่ 500 ล้านคนในปี เพิ่มขึ้น 3 เท่าจากฤดูกาล 2014-15

ซิลเวอร์แมนกำลังเดินทางไปจีนเพื่อเจรจาเรื่องนี้ เชื่อว่าจะไม่มีการหักด้ามพร้าด้วยเข่า เพราะกีฬาคือเยื่อใยไม่กี่อย่างที่เชื่อมสหรัฐกับจีนเข้าไว้ด้วยกัน และอันที่จริงทั้ง 2 ประเทศเชื่อมโยงเข้าด้วยกันในยุคสงครามเย็นด้วยการส่งนักกีฬาปิงปองมาแข่งขันกัน ที่เรียกว่าทูตปิงปอง

แม้จะไม่อยากหักด้ามพร้าด้วยเข่า แต่ผู้หลักผู้ใหญ่ของทั้ง 2 ประเทศไม่ยอมอ่อนข้อเลยทีเดียว

นักการเมืองอเมริกันโดดกัดเรื่องนี้ไม่ปล่อย ทั้งพรรคเดโมแครตและพรรครีพับลิกันในฉากหน้านั้นเราอาจเห็นว่านักการเมืองเหล่านี้ ต่อสู้เพื่อ “ค่านิยมอเมริกัน” ต่อ “เผด็จการอำนาจนิยม” แต่ก็น่าประหลาดที่สหรัฐเองกอบโกยมหาศาลจากประเทศเผด็จการอย่างจีนมานาน โดยไม่รู้สึกตะขิดตะขวงใจกับระบอบการปกครองของจีนแผ่นดินใหญ่หรือการปกครองของจีนในฮ่องกง

อันที่จริงแล้ว ค่านิยมอเมริกันสามารถง้างได้ด้วยเงิน เดวิด สเติร์น อดีตกรรมาธิการ NBA และยังเป็นฝ่ายอนุรักษ์นิยมจัดๆ เพราะนั่งในสภา Council on Foreign Relations (ที่ขึ้นชื่อเรื่องหวงแหนค่านิยมอเมริกัน) ยังเคยกล่าวว่า “เชื่อผมเถอะ สถานการณ์จีนรบกวนจิตใจผมอยู่” สเติร์นบอกกับ แจ็ค คอลลัม แห่งนิตยสาร Sports Illustrated เมื่อปี 2006

“แต่ถึงที่สุดแล้ว ผมมีความรับผิดชอบต่อเจ้าทีมต่างๆ ที่จะต้องทำเงิน ผมจะลืมจุดนี้ไม่ได้ ไม่ว่าความรู้สึกส่วนตัวของผมจะเป็นอย่างไรก็ตาม”

กระรอกจอมแสบ แอบขนวอลนัทซุกใต้กระโปรงรถ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/603109

  • วันที่ 09 ต.ค. 2562 เวลา 17:44 น.

กระรอกจอมแสบ แอบขนวอลนัทซุกใต้กระโปรงรถ

สามีภรรยาสหรัฐเป็นต้องอึ้ง เมื่อพบลูกวอลนัทกว่า 200 ลูก เต็มห้องเครื่องรถยนต์ คาดกระรอบแอบมาตุนไว้กินหน้าหนาว

สื่อท้องถิ่นในรัฐเพนซิลเวเนียรายงานว่า คู่สามีภรรยาในเมืองพิตส์เบิร์กเป็นอันต้องตกใจ เมื่อพบว่ามีหญ้าและลูกวอลนัทถึง 200 ลูกอยู่ในห้องเครื่องของรถ

เรื่องราวดังกล่าวได้รับการโพสต์ผ่านเฟสบุ๊กโดย Chris Persic เล่าว่า ระหว่างที่ภรรยาของเขากำลังขับรถอยู่นั้น จู่ๆก็ได้กลิ่นไหม้และได้ยินเสียงแปลกออกมาจากห้องเครื่องยนต์ เธอจึงจอดรถเพื่อเปิดฝากระโปรงหน้ารถดู จึงตกใจเมื่อพบว่ามีลูกวอลนัทและหญ้าจำนวนมาก วางเรียบไว้อย่างเป็นระเบียบ

พวกเขาจึงนำรถยนต์ไปเข้าศูนย์เพื่อตรวจสอบ จึงพบลูกวอลนัทถูกซุกซ่อนอีกจำนวนมากอยู่ใต้เครื่องยนต์

ทั้งสองคาดว่าเรื่องนี้อาจเป็นฝีมือของกระรอบสุดแสบที่แอบขนมาเก็บสะสมไว้ใต้ฝากระโปรงหน้ารถ เนื่องจากพวกเขาได้จอดรถทิ้งไว้ตลอดช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาเพราะได้เปิดฝากระโปรงหน้ารถไว้ อีกทั้งกำลังจะเข้าสู่ช่วงฤดูหนาว จึงคาดว่าพวกมันต้องการหาที่กักตุนอาหารไว้ยังชีพ

Persic บอกว่าโชคดีที่รถยนต์ไม่ได้รับความเสียหายใดๆมากนัก เพียงแค่พบร่องรอยการกัดหรือดึงหัวฉีดน้ำมันออกเท่านั้น และเขาต้องใช้เวลาร่วมชั่วโมงกว่าจะเก็บวอลนัทกว่า 200 ลูกและหญ้าออกจนหมด

สปอนเซอร์หลักของยูเอ็นเป็นใคร

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/603104

  • วันที่ 09 ต.ค. 2562 เวลา 17:14 น.

สปอนเซอร์หลักของยูเอ็นเป็นใคร

โดย … ชยพล พลวัฒน์ ข่าวต่างประเทศ Posttoday Exclusive

กางบัญชียูเอ็น แต่ละประเทศให้เงินเท่าไหร่ และสหประชาชาติใช้จ่ายไปกับอะไรบ้าง

เมื่อนายอันโตนีโอ กูร์เตอร์เรส เลขาธิการสหประชาชาติได้ออกมากล่าวยอมรับอย่างตรงไปตรงมา ถึงปัญหาการขาดสภาพคล่องของสหประชาชาติที่กำลังเผชิญอยู่ในขณะนี้ จนอาจกระทบต่อการจ่ายเงินเดือนให้กับพนักงานยูเอ็นในเดือนหน้า จากการที่พบว่าชาติสมาชิกบางประเทศ โดยเฉพาะสปอนเซอร์หลักอย่างสหรัฐ ที่ยังคงค้าง”ค่าส่วนกลางโลก” ให้ยูเอ็นก้อนใหญ่

“ปัญหาขาดสภาพคล่องครั้งนี้นับว่าร้ายแรงที่สุดในรอบเกือบทศวรรษ” นายกูร์เตอร์เรสกล่าว “หากต้องเผชิญสภาพเช่นนี้ต่อไป เราอาจต้องพิจารณาการตัดลดงบประมาณในบางส่วน เช่นยกเลิกจัดประชุมบางหัวข้อ หรืองดการเดินทางของคณะผู้แทนบางภารกิจ” โฆษกยูเอ็นระบุ

 

อันโตนีโอ กูร์เตอร์เรส

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง : https://www.posttoday.com/world/603040

ปัจจุบันสหประชาชาติมีประเทศสมาชิกทั้งหมด 193 ชาติ ซึ่งการเข้าเป็นสมาชิกของยูเอ็นนั้น บรรดาชาติสมาชิกจะช่วยสนับสนุนค่าใช้จ่ายของสหประชาชาติ ซึ่งแน่นอนว่าประเทศร่ำรวยก็จะจ่ายเยอะกว่าประเทศยากจน

จากการเปิดเผยของยูเอ็นระบุว่าปีงบประมาณ 2019 นี้ยูเอ็นจะต้องได้รับเงินอุดหนุนรวมทั้งสิ้น 3,300 ล้านดอลลาร์สหรัฐ แต่ปัจจุบันมีชาติสมาชิกเพียง 129 จาก 193 ชาติที่จ่ายเงินสนับสนุนแล้วรวมเป็นจำนวน 1,990 ล้านดอลลาร์ ยังขาดอีก 1,300 ล้านดอลลาร์

 

ประเทศไหนเป็นสปอนเซอร์รายใหญ่ให้ยูเอ็นบ้าง

จากข้อมูลพบว่า สหรัฐคือผู้สนับสนุนหลักรายใหญ่ของยูเอ็น คิดเป็นร้อยละ 22% ของงบทั้งหมดที่ยูเอ็นได้รับ โดยสหรัฐมียอดที่ต้องจ่ายในทุกปีราว 674 ล้านดอลลาร์

อันดับสองคือ จีน คิดเป็นร้อยละ 12% ยอดราว 367 ล้านดอลลาร์

อันดับสามคือ ญี่ปุ่น คิดเป็นร้อยละ 8.5% ยอดราว 262 ล้านดอลลาร์

อันดับสี่คือ เยอรมนี คิดเป็นร้อยละ 6% ยอดราว 186 ล้านดอลลาร์

อันดับห้าคือ สหราชอาณาจักร คิดเป็นร้อยละ 4.5% ยอดราว 139 ล้านดอลลาร์

ยูเอ็นเผยว่าขณะนี้ยังมีชาติสมาชิกจำนวน 64 ชาติ ที่ยังไม่ได้จ่ายเงินสนับสนุนรายปี ซึ่งในจำนวนนี้นอกจากสหรัฐแล้ว ยังมีชาติอำนาจนำระดับภูมิภาค (Regional power) ที่ยังไม่ได้จ่ายเงินอุดหนุนรายปีให้กับยูเอ็น อาทิ บราซิล อิหร่าน อิสราเอล เม็กซิโก เกาหลีใต้ ซาอุดิอาระเบีย และอุรุกวัย

ที่น่าสนใจคือ ทั้งสหรัฐและบราซิล เป็นสองชาติมหาอำนาจที่คงค้างจ่ายเงินสนับสนุนยูเอ็นก่อนใหญ่

สำหรับสหรัฐนั้นนอกจากเงินรายปีจำนวน 674 ล้านดอลลาร์แล้ว ยังมียอด”คงค้าง”ทบต้นมาจากปีก่อนหน้ารวมๆแล้วเป็นเงินถึง $1,050 ล้านดอลลาร์ เช่นเดียวกับบราซิลซึ่งนอกจากเงินรายปีจำนวน 90 ล้านดอลลาร์แล้ว ยังมียอดคงค้างรวมๆแล้วอีก 140 ล้านดอลลาร์

ส่วนประเทศไทย ซึ่งเข้าเป็นสมาชิกยูเอ็นตั้งแต่ปีพ.ศ.2489 นั้น ได้มอบเงินสนับสนุนของปี 2019 นี้ให้กับยูเอ็นแล้วด้วยวงเงิน 8,559,855 ดอลลาร์ (ราว 259 ล้านบาท) ข้อมูล : https://www.un.org/en/ga/contributions/honourroll.shtml

นอกจากนี้ยังรวมถึงเงินบริจาคจากองค์กรการกุศล หรือภาคเอกชนอื่นๆตามสมัครใจอีกส่วน ซึ่งในจำนวนนี้มีองค์กรที่น่าสนใจเช่น Bill and Melinda Gates Foundation บริจาคเกือบ 300 ล้านดอลลาร์ , คณะกรรมาธิการยุโรป กว่า 2,700 ล้านดอลลาร์ , ธนาคารโลก ราว 290 ล้านดอลลาร์

 

 

“ภาระ VS คานอำนาจทางการทูต”

สหรัฐซึ่งเป็นสปอนเซอร์หลักของยูเอ็นได้บ่นเกี่ยวกับการที่ต้องแบกรับภาระทางการเงินของยูเอ็นมาเป็นเวลานานหลายทศวรรษแล้ว ซึ่งแท้จริงแล้วเงินจำนวน 674 ล้านดอลล์นั้นเป็นค่าใช้จ่ายทั่วไปสำหรัฐยูเอ็น (general budget) แต่ยังมีเงินอีกก้อนหนึ่งที่สหรัฐต้องจ่ายสำหรับภารกิจรักษาสันติภาพอีกก้อนราว 28% โดยปี 2017 รัฐบาลสหรัฐจ่ายเงินสนับสนุนยูเอ็นไปรวมๆแล้วมากถึง 10,000 ล้านดอลลาร์

กระทั่งสมัยประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้เคยกล่าวไว้หลายครั้งถึงการตัดลดงบประมาณสนับสนุนยูเอ็น เนื่องจากมองว่าเป็นภาระที่สิ้นเปลือง ไม่เพียงแค่ยูเอ็นเท่านั้น ทรัมป์ยังต้องการตัดลดเงินอุดหนุนนาโต้ด้วย

ยูเอ็นเป็นองค์กรทางการทูตสำคัญของโลก ดังนั้นการตัดลดงบประมาณของสหรัฐในยูเอ็น เท่ากับว่าสหรัฐอาจต้องเสียดุลอำนาจทางการทูตในเวทีโลก ให้กับชาติมหาอำนาจรายอื่นๆอย่างจีน หรือ รัสเซียเช่นกัน

ยูเอ็นใช้จ่ายไปกับอะไรบ้าง

สหประชาชาติเป็นองค์ระหว่างรัฐขนาดใหญ่ ดังนั้นจึงมีหน่วยงานลูกมากมาย อาทิ องค์การอนามัยโลก, ยูนิเซฟ, ข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ, โครงการอาหารโลก ซึ่งในแต่ละหน่วยงานยังสามารถระดมเงินทุนสนับสนุนในส่วนของตนเองได้ต่างหาก

หน้าที่ของสหประชาชาติคือภารกิจหลักๆในด้าน มนุษยธรรม การลดอาวุธ ด้านเศรษฐกิจ สังคม การสื่อสาร การทูตระหว่างประเทศ และรักษาสันติภาพ

จากข้อมูลของปีที่แล้วพบว่ายูเอ็นใช้เงินไปกับภารกิจรักษาสันติภาพมากที่สุดราว 8,263 ล้านดอลลาร์ รองลงมาคือใช้ในโครงการ World Food Programme ราว 6,224 ล้านดอลลาร์ อันดับสามคือ กองทุนเด็กแห่งสหประชาชาติ ราว 5,843 ล้านดอลลาร์

อันดับสี่คือตัวสหประชาชาติเองที่ 5,788 ล้านดอลลาร์ และอันดับห้าคือโครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ ที่ราว 5,000 ล้านดอลลาร์

อย่างไรก็ดี หากแบ่งเป็นสัดส่วนแยกตามประเภทจะพบว่า ยูเอ็นใช้เงินไปกับโครงการช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมรวมๆแล้วกว่า 16,000 ล้านดอลลาร์ คิดเป็น 34% ของงบทั้งหมด รองลงมาคือการช่วยเหลือด้านการพัฒนาที่ราว 11,000 ล้านดอลลาร์ คิดเป็น 24% ของงบประมาณทั้งหมด

จอห์นสัน แอนด์ จอห์นสัน เจอปรับ 2 แสนล้าน ยาทำผู้ป่วยชายนมโต

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/603081

  • วันที่ 09 ต.ค. 2562 เวลา 14:55 น.

จอห์นสัน แอนด์ จอห์นสัน เจอปรับ 2 แสนล้าน ยาทำผู้ป่วยชายนมโต

ศาลสั่งจอห์นสัน แอนด์ จอห์นสัน ชดใช้ 2 แสนล้าน ไม่เตือนผลค้างเคียงยา”ริสเพอริโดน”ทำผู้ป่วยชายนมโต

คณะลูกขุนศาลในเมืองฟิลาเดลเฟีย รัฐเพนซิลเวเนียของสหรัฐ ได้มีคำตัดสินให้ “จอห์นสัน แอนด์ จอห์นสัน” บริษัทข้ามชาติใน อุตสาหกรรมยา, เครื่องมือแพทย์ และสินค้าอุปโภคบริโภค จ่ายค่าเสียหายเชิงลงโทษ (punitive damages) เป็นเงิน 8,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 2.4 แสนล้านบาท ให้กับนาย Nicholas Murray วัย 26 ปี ซึ่งเป็นหนึ่งในโจทก์ที่ยืนฟ้องบริษัท จากการที่ไม่แจ้งเตือนผลข้างเคียงของการใช้ยา ริสเพอริโดน (Risperidone) ซึ่งเป็นยาระงับอาการทางจิต และใช้รักษาโรคทางจิตเภทและผู้ป่วยออทิสซึม รวมถึงมีการทำการตลาดกับผู้ป่วยเด็ก จนส่งผลให้เกิดภาวะเต้านมโตในเพศชาย (Gynecomastia)

นายเมอร์เรย์ กล่าวว่า พบอาการผิดปกติเกี่ยวกับหน้าอกหลังจากที่เขาเริ่มใช้ยาริสเพอริโดน ตั้งแต่ปี 2003 หลังแพทย์วินิจฉัยว่าเขามีอาการออทิสติก ซึ่งในขณะนั้นตนอายุ 10 ปี

สำหรับยาริสเพอริโดน องค์กรอาหารและยาสหรัฐ หรือ FDA ได้อนุมัติให้มีการใช้ยาดังกล่าวในการรักษาได้เมื่อปี 1993 โดยแพทย์จะมีสิทธิ์สั่งยาให้ผู้ป่วยตามเห็นสมควร รวมถึงบริษัทยาจะต้องทำการตลาดเฉพาะในส่วนที่ FDA อนุญาตเท่านั้น

 

photo : wikipedia

ทนายความของเมอร์เรย์กล่าว “มติของคณะลูกขุนนั้นชัดเจนว่า แอนด์ จอห์นสัน ไม่คำนึงถึงความปลอดภัยต่อเด็กซึ่งเป็นช่วงวัยที่มีความเปราะบางที่สุด”

ก่อนหน้านี้ในปี 2018 ศาลอุทธรณ์เพนซิลเวเนียได้มีคำตัดสินให้จอห์นสันชดใช้เป็นจำนวน 680,000 ดอลลาร์แก่นายเมอร์เรย์จากการที่เขาฟ้องร้องว่าบริษัทล้มเหลวในการเตือนถึงความเสียงของ Gynecomastia ซึ่งจำนวนเงินดังกล่าวลดลงจากก่อนหน้าในปี 2015 ที่ศาลชั้นต้นสั่งให้ชดใช้ถึง 1.75 ล้านดอลลาร์

ด้านจอห์นสันได้ออกแถลงการณ์ว่า ค่าเสียหายจำนวนสูงถึง 8 พันล้านดอลลาร์นั้นไม่สมเหตุสมผล หากเทียบกับค่าชดเชยในก่อนการฟ้องร้องก่อนหน้านี้ บริษัทจึงเตรียมยื่นอุทธรณ์ต่อไปเพื่อพิจารณาปรับลดค่าปรับดังกล่าว