ซันอ๊คหลิ่ง คุกที่ตำรวจฮ่องกงใช้ทรมานผู้ประท้วง?

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/602082

  • วันที่ 28 ก.ย. 2562 เวลา 17:30 น.

ซันอ๊คหลิ่ง คุกที่ตำรวจฮ่องกงใช้ทรมานผู้ประท้วง?

แคร์รี่ หลั่ม สั่งยุติใช้เรือนจำซันอ๊คหลิ่งคุมตัวผู้ประท้วง

แม้เมื่อค่ำวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา แคร์รีย์ หลั่ม ผู้บริหารเขตปกครองพิเศษฮ่องกง จะบอกกับตัวแทนผู้ประท้วงว่าตำรวจจะไม่ส่งผู้ประท้วงไปคุมขังที่เรือนจำซันอ๊คหลิ่งที่มีข่าวว่าผู้ประท้วงที่ถูกจับตัวไปถูกเจ้าหน้าที่ทรมานอีกต่อไป

และแม้ว่าตำรวจจะปฏิเสธข้อกล่าวหานี้ แต่เมื่อคืนวันศุกร์ที่ผ่านมาก็ยังมีผู้ประท้วงออกมาร่วมตัวกันที่จัตุรัสเอดินเบอระเพลซในย่านเซ็นทรัล เพื่อตะโกนต่อต้านการใช้กำลังของตำรวจ หลังผู้ต้องขังในเรือนจำซันอ๊คหลิ่งมีอาการบาดเจ็บจนต้องเข้าโรงพยาบาลถึง 31 คน

สถานคุมขังแห่งนี้อยู่ที่ไหน สร้างทำไม

สถานคุมขังซันอ๊คหลิ่งถูกสร้างขึ้นเมื่อปี 1979 ในเขตนิวแทร์ริทอรีส์ ห่างจากชายแดนเมืองเซินเจิ้นของจีนแผ่นดินใหญ่ประมาณ 1.5 กิโลเมตร ขณะนั้นถูกใช้เป็นที่กักตัวชาวจีนแผ่นดินใหญ่ที่แอบเข้ามาทางเรือเพื่อรอส่งกลับบ้านเกิด แต่หลังจากการประท้วงใหญ่ที่จัตุรัสเทียนอันเหมินเมื่อวันที่ 4 มิ.ย. 1989 สถานที่แห่งนี้กลายเป็นที่พักพิงชั่วคราวของผู้ประท้วง จากนั้นก็ถูกทิ้งร้าง ก่อนจะกลับมาใช้เป็นที่คุมตัวเกษตรกรเกาหลีใต้ที่ถูกจับกุมขณะปะทะกับตำรวจระหว่างการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศว่าด้วยการค้าโลกเมื่อปี 2005

ทำไมต้องคุมตัวผู้ประท้วงไว้ที่เรือนจำแห่งนี้

ช่วงแรกๆ ของการประท้วงตำรวจจะคุมตัวผู้ประท้วงที่ถูกจับตัวไว้ที่สถานีตำรวจ แต่เมื่อกลุ่มผู้ประท้วงเริ่มใหญ่ขึ้นและบุกยึดสถานีตำรวจ ทางการจึงย้ายถูกต้องขังไปยังเรือนจำซันอ๊คหลิ่งชั่วคราว เพื่อจะได้บริหารจัดการได้สะดวกและเพื่อกันผู้ต้องขังออกจากพื้นที่ประท้วง โดยผู้ต้องขังกลุ่มแรกถูกส่งตัวมาที่ซันอ๊คหลิ่งเมื่อวันที่ 5 ส.ค.ที่ผ่านมา จากนั้นมีผู้ประท้วงที่ถูกจับจากปฏิบัติการณ์กวาดล้างย่านคอสเวย์เบย์และจิมซาจุ่ยเมื่อวันที่ 11 ส.ค. และที่ย่านพรินซ์เอ็ดเวิร์ดเมื่อวันที่ 31 ส.ค. ถูกส่งตัวมาเพิ่มเติม เรือนจำแห่งนี้เคยมีผู้ประท้วงส่งตัวมามากที่สุดถึง 75 คน

ปากคำจากผู้ต้องขัง

เมื่อวันที่ 20 ก.ย. องค์การนิรโทษกรรมสากลเผยคำสัมภาษณ์ผู้ต้องขัง 21 คนที่ได้รับการปล่อยตัวที่เผยว่าพวกเขาถูกทุบตีทั้งๆ ที่ไม่ได้แข็งข้อกับเจ้าหน้าที่เลย ทั้งยังไม่ให้พวกเขาโทรศัพท์ติดต่อกับทนายความ บางคนต้องรอถึง 12 ชั่วโมงกว่าจะได้พบหน้าทนายความ

คำชี้แจงจากตำรวจ

จอห์น ซื่อ ผู้กำกับการตำรวจฝ่ายประชาสัมพันธ์ เผยว่าเรือนจำดังกล่าวเป็นที่คุมขังตามาตรฐานและเป็นไปตามข้อบังคับของตำรวจ และโต้ว่าข้อกล่าวหาต่างๆ ล้วนไม่เป็นความจริง ไม่มีมูล ไม่น่าเชื่อถือ เพราะผู้ต้องขังบางคนได้รับบาดเจ็บขณะถูกจับกุมตัวก่อนจะถูกส่งมาที่เรือนจำซันอ๊คหลิ่ง

ต่อไปจะควบคุมตัวผู้ประท้วงที่ไหน

ผู้กำกับการตำรวจฝ่ายประชาสัมพันธ์ กล่าวอีกว่าตำรวจยุติการคุมตัวผู้ประท้วงที่เรือนจำซันอ๊คหลิ่งตั้งแต่วันที่ 2 ก.ย.ที่ผ่านมา และในอนาคตจะใช้ห้องขังในสถานีตำรวจทั่วฮ่องกงเป็นที่ควบคุมตัวผู้ประท้วง

ไฟไหม้เรือบรรทุกน้ำมัน 2 ลำกลางท่าเรือเกาหลีใต้

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/602075

  • วันที่ 28 ก.ย. 2562 เวลา 16:26 น.

ไฟไหม้เรือบรรทุกน้ำมัน 2 ลำกลางท่าเรือเกาหลีใต้

เกิดเหตุไฟไหม้เรือบรรทุกน้ำมัน 2 ลำขณะเทียบท่าเรือเกาหลีใต้ บาดเจ็บ 9 ราย

สำนักข่าวยอนฮับรายงานว่า เมื่อเวลา 10.50 น. ตามเวลาท้องถิ่นเกิดเหตุเพลิงไหม้เรือบรรทุกน้ำมัน 2 ลำขณะเทียบท่าที่ที่เรืออุลซาน (Port of Ulsan) ทางใต้ของประเทศ

รายงานระบุว่า เกิดเหตุระเบิดและไฟไหม้ที่เรือ Stolt Groenland ขนาด 25,000 ตัน ชักธงเรือหมู่เกาะเคย์แมน โดยพบว่าขณะเกิดเหตุมีลูกเรืออยู่บนเรือลำดังกล่าว 25 นาย ซึ่งมีทั้งสัญชาติรัสเซีย และฟิลิปปินส์รวมด้วย

เหตุดังกล่าวส่งผลให้เพลิงลุกลามไปยังเรือบรรทุกน้ำมันอีกลำซึ่งอยู่ใกล้เคียง ซึ่งยังไม่ทราบชื่อ ส่งผลให้เกิดเปลวเพลิงและกลุ่มควันขนาดใหญ่ลอยขึ้นสู่ท้องฟ้า

เจ้าหน้าที่กู้ภัยสามารถช่วยเหลือลูกเรือทั้ง 25 คนจากเรือ Stolt Groenland รวมถึงลูกเรืออีก 21 คนจากเรือที่ได้รับความเสียหายใกล้เคียง แต่มีรายงานผู้บาดเจ็บ 9 ราย จำนวนนี้สาหัส 1 ราย ซึ่งยังไม่ทราบว่าผู้บาดเจ็บทั้งหมดเป็นลูกเรือสัญชาติใดบ้าง

ขณะที่เจ้าหน้าที่ยามฝั่งได้เข้าสกัดความรุนแรงของเพลิงไหม้แล้ว รวมถึงได้เริ่มกระบวนการสอบสวนหาสาเหตุการระเบิด

Photo : Yonhap

ผู้นำโลกคนไหนแต่งตัวได้ยอดแย่สุด

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/602065

  • วันที่ 28 ก.ย. 2562 เวลา 14:58 น.

ผู้นำโลกคนไหนแต่งตัวได้ยอดแย่สุด

บุคคลสำคัญของประเทศไหนบ้างที่ถูกจัดว่าแต่งตัวได้ยอดแย่ แถมไม่เข้ากับบุคลิกแบบสุดๆ

ได้ชื่อว่าเป็นผู้นำประเทศไม่ว่าจะเป็นนายกรัฐมนตรี หรือประธานาธิบดี ย่อมจะต้องมีภาพลักษณ์ที่ดีต่อสายตาชาวโลก ภาพลักษณ์ในที่นี้ไม่ใช่แค่ชื่อเสียง บุคลิก หรือเสน่ห์ทางการเมือง (political charisma) เท่านั้น แต่ยังรวมถึงคำพูด ทัศนะทางความคิด วิสัยทัศน์ หรือแม้แต่การแต่งกายก็สำคัญเช่นกัน

ผู้นำโลกทั้งในอดีตและปัจจุบันมีลักษณะการแต่งกายที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะบุคคล ซึ่งเดรสโค๊ดดังกล่าวยังสะท้อนภาพจำในตัวตนของผู้นำคนนั้นๆ แต่ทว่าก็มีผู้นำบางประเทศเช่นกันได้รับการจัดอันดับจากผู้เชี่ยวชาญด้านแฟชั่นที่บอกว่า แต่งตัวได้แย่แถมไม่เข้ากับบุคลิกแบบสุดๆ

 

ภาพ : AFP

1. ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ

ประธานาธิบดีทรัมป์ได้ชื่อว่าเป็นผู้นำโลกอันดับต้นๆที่แต่งตัวได้ไม่เข้ากับบุคคลิกแบบสุดๆ ทรัมป์มักจะเลือกผูกเนคไทขนาดใหญ่ที่มีความยาวจนเลยหัวเข็มขัด สีของเนคไทที่ทรัมป์นิยมผูกนั้นส่วนใหญ่เป็นสีแดงไม่ก็สีน้ำเงิน

ไม่เพียงเท่านั้นทรัมป์ยังชื่นชอบการสวมสูทตัวใหญ่หลวมโคร่ง ซึ่งจะสังเกตว่าหากเป็นสูทที่เหมาะสมพอดีตัวนั้น บริเวณปลายแขนเสื้อจะมีเลยบริเวณข้อมือของผู้สวมใส่ เอกลักษณ์เด่นของทรัมป์ไม่อยู่แค่การแต่งตัวเท่านั้น แต่ยังรวมถึงทรงผมอันโด่ดเด่น ซึ่งนักวิจารณ์หลายคนบอกว่าควรตัดให้สั้นลง และควรปาดผมไปทางด้านหลังลักษณะคล้ายกับทรงผมของโรนัลด์ เรแกน จะทำให้ทรัมป์บุคลิกดูดีขึ้น

 

 

2.นางอังเกลา แมร์เคิล นายกรัฐมนตรีเยอรมนี

ผู้นำหญิงเหล็กเยอรมนีรายนี้ได้ชื่อว่าแต่งตัวได้เชยแถมดูเป็นคุณป้ามาตั้งแต่ที่เธอเข้ารับตำแหน่งนายกในปี 2005 ด้วยการสวมแจ็คเก็ตหลากสี พร้อมกับกางเกงขายาวสีดำ ในภาพจำของสื่อนั้นแถบไม่เคยเห็นเธอสวมกระโปรงเลย เว้นแต่ชุดราตรีขณะออกงานสังคมเพียงไม่กี่ครั้งเท่านั้น

ครั้งนึง คาร์ล ลาเกอร์เฟล อดีตแฟชั่นดีไซเนอร์ผู้ล่วงลับชาวเยอรมัน ได้วิจารณ์การแต่งกายของเธอว่าดูเชยแบบสุดๆ

ภาพ : AFP

“กางเกงยาวไป เสื้อแจ็คเก็ตคับเข้ารูปหลากสี ทุกอย่างมันดูผิดไปหมด!” และแม้ว่าลาเกอร์เฟลเคยเสนอความช่วยเหลือด้านการแต่งตัวแก่เธอ แต่ดูเหมือนแมร์เคิลจะไม่ได้ต้องการเรื่องดังกล่าว

 

3. คิมจองอึน เกาหลีเหนือ

ด้วยความเป็นประเทศคอมมิวนิสต์ ตระกูลคิมนับตั้งแต่รุ่นปู่ คิมอิลซุง มาจนถึงรุ่นพ่ออย่างคิมจองอิล และคิมจองอึนในปัจจุบัน นิยมสวมชุดแบบ Mao suit ซึ่งเป็นเสื้อแขนยาวที่มีกระเป๋าอยู่ทั้งสี่ด้านของสูท ซึ่งเปรียบเสมือนเป็นเครื่องหมายการค้าของผู้นำเกาหลีเหนือไปแล้ว

ในยุคของคิมจองอึน เรามักจะเห็นเขาปรากฏตัวตามภาพข่าวด้วยชุดลักษณะดังกล่าวในทุกครั้ง มีเพียงไม่กี่ครั้งเท่านั้นที่ผู้นำคิมจะปรากฎตัวด้วยชุดสูทแบบสากล

 

 

แต่ทว่าเมื่อกลางปีที่ผ่านมา ได้ปรากฏภาพของผู้นำคิมทิ้งชุดแบบ Mao suit แล้วเปลี่ยนมาสวมเสื้อแขนสั้นสีขาวที่ดูเป็น casual look มากขึ้น เนื่องจากเกาหลีเหนืออยู่ในช่วงฤดูร้อน แต่นี่ก็ไม่ใช่ครั้งแรกที่คิมจองอึนทิ้งชุด Mao suit โดยพบว่าปี 2015 ผู้นำเกาหลีเหนือเคยปรากฎตัวขณะเยือนฟาร์มในพื้นที่ห่างไกลด้วยชุดซาฟารีสีขาวแขนสั้นมาแล้วเช่นกัน

 

ภาพ : AFP

4. มูอัมมาร์ กัดดาฟี อดีตผู้นำลิเบีย

อดีตผู้นำเผด็จการลิเบียผู้นี้ นอกจากจะขึ้นชื่อในเรื่องเสียงวิพากษ์วิจารณ์ในหลายเรื่องแล้ว การแต่งตัวของเขาก็จัดว่าเข้าขั้นหลุดโลกแบบสุดๆ ไม่ว่าจะเป็นเครื่องแบบทหารเต็มยศ ชุดพื้นเมืองหลากสีที่เต็มไปด้วย”เฟอร์นิเจอร์”เต็มตัว

แม้กัดดาฟีจะได้ชื่อเป็นผู้นำเผด็จการที่ทรงอำนาจและมีทรัพย์สินมหาศาล แต่ด้วยความไม่แคร์ใครจึงทำให้เขากลายเป็นผู้นำเผด็จการที่แต่งตัวได้ห่วยสุดๆเช่นกัน

 

ภาพ : AFP

แฟนเตรียมเฮ สไปเดอร์แมนหวนคืนจักรวาลมาร์เวล

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/602063

  • วันที่ 28 ก.ย. 2562 เวลา 14:43 น.

แฟนเตรียมเฮ สไปเดอร์แมนหวนคืนจักรวาลมาร์เวล

สาวกภาพยนตร์ซูเปอร์ฮีโร่ปล่อยใยของค่ายมาร์เวลเตรียมเฮ ค่ายโซนี่ พิคเจอร์ส กับมาร์เวล บรรลุข้อตกลงใหม่ นำสไปเดอร์แมนกลับสู่จักรวาลมาร์เวลอีกครั้ง หลังจากประกาศแยกทางกันก่อนหน้านี้

โซนี่ พิคเจอร์ส จับมือกับค่ายดิสนีย์ ซึ่งเป็นบริษัทแม่ของมาร์เวล สตูดิโอ แถลงข่าวดีว่าทั้งสองค่ายจะกลับมาร่วมกันทำภาพยนตร์สไปเดอร์แมนต่อ โดยมี เควิน ไฟกี ประธานค่ายมาร์เวล สตูดิโอ เป็นผู้ผลิตสไปเดอร์แมนภาค 3 ซึ่งก็คือ Spider-Man: Homecoming ส่วนนักแสดงที่รับบทสไปเดอร์แมนก็ยังเป็น ทอม ฮอลแลนด์ คนเดิม

เมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา แฟนๆ ภาพยนตร์ฮีโร่ของค่ายมาร์เวลเพิ่งจะได้รับข่าวร้ายจนเกิดแฮชแท็ก # SaveSpiderMan เพราะสไปเดอร์แมนจะไม่ได้อยู่ภายใต้หลังคาบ้านมาร์เวล สตูดิโออีกต่อไป เนื่องจากดิสนีย์กับโซนี่ พิคเจอร์สตกลงเรื่องส่วนแบ่งทางการเงินไม่ลงตัว ซึ่งตอนนั้นมีข่าวลือว่า ดิสนีย์ต้องการให้แบ่งรายได้ 50/50 โดยไฟกีจะยังคงนั่งตำแหน่งที่ปรึกษา แต่ทางโซนี่ต้องการใช้สัญญาเดิมที่เคยตกลงกัน นั่นคือ มาร์เวลจะได้รับส่วนแบ่ง 5% ของรายได้จากการฉายภาพยนตร์วันแรก และรายได้จากการขายสินค้าลิขสิทธิ์ทั้งหมด

สำนักข่าวบันเทิง Variety เผยข้อมูลจากแหล่งข่าววงในว่า ภายใต้สัญญาฉบับใหม่ มาร์เวลกับดิสนีย์จะได้รับส่วนแบ่งราว 25% แลกกับการที่ไฟกีเข้ามาช่วยดูแลการผลิต และดิสนีย์จะยังคงได้สิทธิ์ในการจำหน่ายสินค้าลิขสิทธิ์ตามเดิม รวมทั้งการที่สไปเดอร์แมนจะได้ไปปรากฏตัวในภาพยนตร์ของมาร์เวล 1 เรื่องด้วย

ภายหลัง ไฟกีออกแถลงการณ์ว่า “ผมตื่นเต้นมากที่สไปเดอร์แมนยังอยู่กับมาร์เวลต่อไป ผมกับทุกคนในมาร์เวลตื่นเต้นมากที่จะได้ร่วมงานกันในเรื่องนี้ต่อ สไปเดอร์แมนเป็นไอคอนและฮีโร่ที่ทรงพลัง เข้าถึงผู้ชมทุกวัยจากทั่วทุกมุมโลก และยังเป็นฮีโร่เพียงคนเดียวที่มีพลังพิเศษในการข้ามจักรวาลภาพยนตร์ด้วย ดังนั้นในขณะที่โซนี่ยังคงเดินหน้าสร้างสร้างไอ้แมงมุมต่อ คุณจะไม่มีทางรู้ได้เลยว่าอนาคตจะเกิดเรื่องเซอร์ไพรส์อะไรขึ้น”

ด้านพระเอกของเรื่องอย่าง ทอม ฮอลแลนด์ โพสต์ภาพ GIF จากภาพยนตร์เรื่อง The Wolf of Wall Street ซึ่งเป็นฉากที่ ลีโอนาร์โด ดิแคปริโอ ตะโกนว่า “The show goes on!” (การแสดงต้องดำเนินต่อไป)

ทั้งนี้ Spider-Man: Homecoming มีกำหนดเข้าฉายวันที่ 16 กรกฎาคม 2021

ไนจีเรียบุกช่วย นร.ชายกว่า 300 จากโรงเรียนสอนศาสนา

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/602051

  • วันที่ 28 ก.ย. 2562 เวลา 12:51 น.

ไนจีเรียบุกช่วย นร.ชายกว่า 300 จากโรงเรียนสอนศาสนา

ตำรวจไนจีเรียบุกช่วยนักเรียนชายถึง 300 คน จากโรงเรียนอิสลามแบบกินนอน หลังพบเด็กถูกล่วงละเมิดทางเพศ

ตำรวจในท้องถิ่นในเมือง Kaduna ห่างจากเมืองอาบูจา เมืองหลวงของประเทศไปทางเหนือราว 150 กิโลเมตร ของไนจีเรียได้นำกำลังบุุกเข้าช่วยเหลือนักเรียนชายจำนวนมากถึง 300 คน จากโรงเรียนสอนศาสนามุสลิมแบบโรงเรียนประจำหลังพบว่ามีเด็กหลายคนถูกทรมาณและถูกล่วงละเมิดทางเพศ

รายงานระบุว่าในจำนวนนี้พบว่าเด็กที่อายุน้อยที่สุดคือ 13 ปี โดยครูและผู้อำนวยการโรงเรียนจำนวน 6 คนถูกควบคุมตัวไปสอบสวน

Yakubu Sabo โฆษกตำรวจในท้องถิ่นเผยว่า เด็กชายบางคนถูกล่ามโซ่และกักตัวไว้ในพื้นที่จำกัด และจำนวนมามีบาดแผลตามร่างกาย บางคนอยู่ในสภาพสาหัส

ครูบางคนอ้างว่าเหตุที่ต้องทำก็เพื่อดัดนิสัยของเด็กและอ้างว่าสอนเพื่อให้มีความรับผิดชอบ โดยพบว่าเด็กบางรายมาจากประเทศใกล้เคียงเช่นบูร์กินาฟาโซ และมาลี โดยทางเจ้าหน้าที่ได้พยายามติดต่อไปยังครอบครัวและญาติๆของเด็กเพื่อรับไปดูแลต่อไปการบุกช่วยเหลือครั้งนี้มีขึ้นหลังจากที่ตำรวจได้รับแจ้งจากชาวบ้านในพื้นที่ซึ่งสงสัยในพฤติกรรมของโรงเรียนดังกล่าว ขณะที่ผู้ปกครองของเด็กบางรายบอกว่าเหตุที่นำบุตรหลานมาไว้ยังโรงเรียนสอนศาสนาเพราะต้องการให้ศึกษาพระคัมภีร์และเพื่อให้ได้รับการดูแลที่ดี แต่ก็ไม่คิดว่าโรงเรียนจะกระทำเรื่องโหดร้ายเช่นนี้

ตร.แคลิฟอร์เนียพลาด ลืมชาร์จรถเทสลา แบตหมดขณะตามคนร้าย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/602042

  • วันที่ 28 ก.ย. 2562 เวลา 11:13 น.

ตร.แคลิฟอร์เนียพลาด ลืมชาร์จรถเทสลา แบตหมดขณะตามคนร้าย

รถเทสลาตำรวจแคลิฟอร์เนีย แบตหมดขณะตามคนร้าย เหตุลืมเสียบปลั๊กชาร์จ

CBS ซานฟรานซิสโกรายงานว่า เมื่อวันที่ 25 ก.ย. ที่ผ่านมา ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจเขตเฟรมอนต์ ของรัฐแคลิฟอร์เนียกำลังอยู่ระหว่างการติดตามผู้ต้องสงสัยนั้น จู่ๆรถยนต์ที่ใช้ในภารกิจรุ่น Teala Model S 2014 เกิดแบตเตอร์หมดในระหว่างภารกิจเนื่องจากพบว่าเจ้าหน้าที่ในหน่วยลืมเสียบปลั๊กชาร์จรถคันดังกล่าว

รายงานของสื่อสหรัฐระบุว่า ขณะที่เจ้าหน้าที่กำลังติดตามรถยนต์ต้องสงสัยคันหนึ่งมุ่งหน้าไปทางใต้ของ Bay Area ปรากฎว่าแผงหน้าปัดของรถแจ้งเตือนแบตเตอร์รี่ต่ำ

“รถวิ่งต่อได้อีกแค่ 6 ไมล์เท่านั้น ผมเลยคลาดสายตาเพียงแค่เสี้ยววินาทีเท่านั้น” Jesse Hartman ตำรวจคนดังกล่าวเผย

เขาบอกว่าจำเป็นต้องวิทยุแจ้งให้รถตำรวจคันอื่นๆติดตามรถต้องสงสัยคันดังกล่าวแทน กระทั่งสามารถจับกุมได้ในที่สุด”รถเทสลาคันนี้ไม่ได้เสียบชาร์จจนเต็มก่อนนำไปปฏิบัติภารกิจจากเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ออกเวรก่อนหน้านี้ … เรื่องโชคไม่ดีแบบนี้ก็เกิดขึ้นเป็นครั้งคราวกับรถยนต์ใช้น้ำมันเช่นกัน” ตำรวจเฟรมอนต์กล่าว

ทั้งนี้ สำหรับรถเทสลา โมเดล เอสปี 2014 ซึ่งผลิตในโรงงานเทสลาที่เฟรมอนต์ ได้ถูกนำมาใช้ในภารกิจลาดตระเวนของตำรวจในท้องที่ตั้งแต่ช่วงต้นปีทีผ่านมา อันเป็นส่วนหนึ่งของแผนการลดการปล่อยค่ามลพิษทางรถยนต์ของเมือง

Photo : Fremont Police Department

สหรัฐเล็งบล็อกการลงทุนของบริษัทมะกันในจีนทั้งหมด

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/602036

  • วันที่ 28 ก.ย. 2562 เวลา 09:43 น.

สหรัฐเล็งบล็อกการลงทุนของบริษัทมะกันในจีนทั้งหมด

สื่อเผยทำเนียบขาวอาจเตรียมเดินหน้าจำกัดการลงทุนของบริษัทสหรัฐในจีน

สื่อหลายแห่งในสหรัฐรายงานโดยอ้างแหล่งข่าวในรัฐบาลตรงกันว่า ทำเนียบขาวกำลังพิจารณาจะจำกัดพอร์ทการลงทุนของบริษัทสหรัฐในจีนแผ่นดินใหญ่ โดยแหล่งข่าวของ CNBC ระบุว่ามาตรการนี้อาจรวมไปถึงการออกมาตรการสกัดการลงทุนทั้งหมดของนักลงทุนสหรัฐในประเทศจีน

เรื่องดังกล่าวยังอยู่ในขั้นตอนการพิจารณา และยังไม่มีการตัดสินใจใดๆ หรือคำยืนยันใดๆออกจากทำเนียบขาวอย่างเป็นทางการ

รายงานข่าวดังกล่าวมีขึ้นในช่วงที่ใกล้ตรงกับสัปดาห์ฉลองวันชาติจีน 1 ตุลาคม อีกทั้งจีนและสหรัฐมีกำหนดการเจรจาการค้ารอบใหม่ที่กรุงวอชิงตันดี.ซี.ในวันที่ 10 ตุลาคมนี้

อย่างไรก็ดีสื่อในสหรัฐบางแห่งอย่างสำนักข่าวบลูมเบิร์กได้รายงานโดยอ้างแหล่งข่าวเช่นกันว่า มาตรการนี้อาจขยายผลไปถึงการแบนหรือเพิกถอนการลงทุนของบริษัทสัญชาติจีนออกจากตลาดหุ้นในสหรัฐ รวมถึงป้องกันไม่ให้กองทุนบำเหน็จบำนาญของรัฐบาลสหรัฐฯจากการลงทุนในตลาดจีน

หลังมีรายงานข่าวดังกล่าวออกมา ส่งผลให้เมื่อวานนี้ตามเวลาท้องถิ่นนครนิวยอร์กหุ้นของ Alibaba, Baidu และ บริษัทของจีนแห่งอื่นๆดิ่งลง รวมถึงเงินหยวนของจีนอ่อนค่าลงมาแตะที่ 7.15 ต่อดอลลาร์สหรัฐ

เจ้าชายแฮร์รี่เยือนทุ่งระเบิดแองโกลา ตามรอยพระมารดา

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/602012

  • วันที่ 27 ก.ย. 2562 เวลา 18:11 น.

เจ้าชายแฮร์รี่เยือนทุ่งระเบิดแองโกลา ตามรอยพระมารดา

เจ้าชายแฮร์รี่เสด็จผ่านทุ่งระเบิดในแองโกลา ตามรอยพระมารดาเมื่อ 22 ปีที่แล้ว

สื่อต่างประเทศรายงานว่า เจ้าชายแฮร์รี่ ดยุกแห่งซัสเซกส์ ซึ่งอยู่ระหว่างเสด็จเยือนกลุ่มประเทศในแอฟริการะหว่างวันที่ 23 กันยายน ถึง 2 ตุลาคม โดยในการนี้ทั้งดัชเชสเมแกน และพระโอรสน้อยวัย 4เดือน อาร์ชี่ เมาต์แบตเทน-วินด์เซอร์ ตามเสด็จด้วย

โดยในระหว่างการเสด็จเยือนประเทศแองโกลา เจ้าชายแฮร์รี่ทรงเสด็จเยือนทุ่งระเบิด Huambo ในจังหวัดวัมบู ทางตอนกลางของประเทศ ซึ่งทุ่งระเบิดดังกล่าวยังเต็มไปด้วยระเบิดที่ยังเก็บกู้ไม่หมดนับตั้งแต่เหตุสงครามกลางเมืองในแองโกลา

เมื่อปี 1997 เจ้าหญิงไดอาน่าแห่งเวลส์ พระมารดาเคยเสด็จมายังทุ่งระเบิดแห่งในนี้ในภารกิจรณรงค์การเก็บกู้ระเบิดและแคมเปญต่อต้านการใช้อาวุธร้ายแรงทั่วโลก โดยในครั้งนั้นพระองค์ได้สร้างความตะลึงให้กับสื่อมวลชนและคนทั้งโลกด้วยการพระดำเนินไปตามทางเดินกลางทุ่งดังกล่าวซึ่งยังมีระเบิดถูกฝังอยู่

ภาพในครั้งนั้นได้กลายเป็นภาพจำของคนทั่วโลกต่อความทุ่มเทพระองค์ของเจ้าหญิงไดอาน่าต่อภารกิจต่อต้านความรุนแรงจากการใช้อาวุธ

 

 

กระทั่งการเสด็จเยือนทุ่งระเบิด Huambo ในครั้งนี้ เจ้าชายแฮร์รี่ทรงสร้างภาพลักษณ์ที่สะท้อนจริยวัตรของพระมารดาด้วยการเสด็จพระดำเนินไปตามทุ่งระเบิดดังกล่าว เฉกเช่นที่พระมารดาทรงเคยทำเมื่อ 22 ปีก่อน

“ทุ่งระเบิดแห่งนี้เสมือนแผลเป็นจากสงครามที่ยังไม่ได้รับการแก้ไข .. ภารกิจกวาดล้างทุ่นระเบิดจะยิ่งทำให้ชุมชนใกล้เคียงสามารถใช้ที่ดินทำกิน และช่วยให้พวกเขาพบกับความสันติภาพอีกครั้งเช่นกัน” เจ้าชายแฮร์รี่ทรงตรัส

จากข้อมูลของ Landmine Monitor report 2018 พบว่าแองโกลายังมีเขตวางทุ่นระเบิดอีกราว 650 แห่งที่ยังเก็บกู้ไม่หมด ขณะที่ประเทศอื่นๆต่างก็พบปัญหาลักษณะเดียวกันทั้งอัฟกานิสถาน ซีเรีย ยูเครย และเยเมน

Ralph Legg ผู้อำนวยการกองทุนกำจัดทุุ่นระเบิด The HALO Trust กล่าวว่า นับตั้งแต่ที่เจ้าหญิงไดอาน่าเสด็จเยือนในปี 1997 นั้น ได้ส่งผลให้หลายชาติทั่วโลกตื่นตัวต่อการวางทุ่นระเบิด โดยในเวลา 2 ปีต่อมา นานาชาติได้ลงนามในสนธิสัญญาออตตาวา ห้ามมิให้มีการใช้ทุ่นระเบิด ซึ่งปัจจุบันมีกว่า 164 ประเทศทั่วโลกได้ลงนามในข้อตกลงดังกล่าวแล้ว

Photo : REUTERS/Dominic Lipinski/Pool

อัมสเตอร์ดัมเตรียมเก็บภาษีนักท่องเที่ยวเพิ่ม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/602009

  • วันที่ 27 ก.ย. 2562 เวลา 18:00 น.

อัมสเตอร์ดัมเตรียมเก็บภาษีนักท่องเที่ยวเพิ่ม

นับตั้งแต่ปีหน้าเป็นต้นไป นักท่องเที่ยวที่เดินทางไปยังกรุงอัมสเตอร์ดัมของเนเธอร์แลนด์ต้องแบกรับภาระค่าใช้จ่ายเพิ่มมากขึ้นจากภาษีการท่องเที่ยว

ทางการกรุงอัมสเตอร์ดัมของเนเธอร์แลนด์ประกาศแผนเก็บภาษีนักท่องเที่ยวที่พักค้างคืนในโรงแรมอีก 3 ยูโร หรือ 100 บาทต่อคนต่อคืน เพิ่มขึ้นจากภาษี 7% ของราคาห้องพักที่นักท่องเที่ยวต้องจ่ายในปัจจุบัน ส่งผลให้เมืองหลวงแห่งนี้ขึ้นแท่นเป็นเมืองที่เก็บภาษีจากนักท่องเที่ยวสูงที่สุดในทวีปยุโรป

อย่างไรก็ดี ทางการยกเว้นภาษีดังกล่าวให้กับเด็กที่อายุต่ำกว่า 16 ปี ขณะที่นักท่องเที่ยวที่เลือกตั้งแคมป์จะถูกเก็บภาษีคนละ 1 ยูโร หรือ 33.46 บาท ส่วนคนที่ใช้บริการเว็บไซต์จับจองห้องพักอย่าง Airbnb จะถูกเรียกเก็บภาษี 10% จากราคาห้องพัก สำหรับนักท่องเที่ยวที่เข้ามาทางเรือต้องจ่ายภาษี 8 ยูโร หรือ 268 บาท

ทั้งนี้ กรุงอัมสเตอร์ดัมต้องเผชิญกับภาวะนักท่องเที่ยวล้นเมือง โดยแต่ละปีมีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้าพื้นที่ราว 18 ล้านคน ขณะที่ประชากรท้องถิ่นมีเพียง 867,000 คนเท่านั้น ทำให้วิถีชีวิตชาวบ้านถูกรบกวนจนบางกลุ่มทนไม่ไหวถึงกับขึ้นป้ายว่า “นักท่องเที่ยวออกไป” หรือ “พื้นที่ส่วนตัวห้ามเข้า” เพราะถูกนักท่องเที่ยวรุกล้ำพื้นที่ส่วนบุคคล

ที่ผ่านมาทางการกรุงอัมสเตอร์ดัมพยายามหามาตรการแก้ปัญหาดังกล่าว ไม่ว่าจะเป็นการย้ายป้าย “I amsterdam” ซึ่งเป็นจุดถ่ายภาพยอดฮิตหน้าพิพิธภัณฑ์แห่งชาติอัมสเตอร์ดัม ออกไปตั้งในจุดที่นักท่องเที่ยวยังไม่ค่อยรู้จักแทน เพื่อเป็นการกระจายนักท่องเที่ยว  หรือการห้ามนักท่องเที่ยวที่มีพฤติกรรมไม่เหมาะสมเข้าไปทัวร์ในย่านโคมแดง

โฆษกสภากรุงอัมสเตอร์ดัม เผยว่า มาตรการขึ้นภาษีนักท่องเที่ยวครั้งล่าสุดนี้ไม่มีเจตนาไล่นักท่องเที่ยว แต่เป็นมาตรการที่ให้นักท่องเที่ยวรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการจัดการการท่องเที่ยวในพื้นที่ อาทิ ค่ารักษาความสะอาด ค่าบูรณะสะพานและทางเท้า

มาตรการนี้ได้รับเสียงตอบรับที่ดีจากอุตสาหกรรมท่องที่ยว จัสติน ฟรานซิส ซีอีโอบริษัทท่องเที่ยว Responsible Travel เผยกับสำนักข่าวซีเอ็นเอ็นว่า “สิทธิในการใช้ชีวิตตามปกติของคนในท้องถิ่น และการรักษาสิ่งแวดล้อม ต้องมาก่อนสิทธิในการชมสถานที่ของนักท่องเที่ยว รัฐต้องกำหนดภาษีท่องเที่ยวในระดับที่จะสร้างประโยชน์ให้ท้องถิ่น”

อย่างไรก็ดี ทิม แฟร์เฮิร์ต ประธานด้านนโยบายของสมาคมการท่องเที่ยวยุโรปค้านว่า การเก็บภาษีในอัตราตายตัวจะส่งผลกระทบกับโรงแรมที่พักที่ราคาไม่สูงและนักท่องเที่ยวที่เลือกพักในโรงแรมดังกล่าว

จับตาจีนขนยุทโธปกรณ์สุดไฮเทค โชว์พาเหรดวันชาติ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/601998

  • วันที่ 27 ก.ย. 2562 เวลา 16:27 น.

จับตาจีนขนยุทโธปกรณ์สุดไฮเทค โชว์พาเหรดวันชาติ

คาดกองทัพจีนขนยุทโธปกรณ์สุดไฮเทคหลากชนิดกว่า 500 ชิ้นโชว์วันพาเหรดฉลอง 70 ปีวันชาติ

วันที่ 1 ตุลาคมที่จะถึงนี้นับเป็นโอกาสครบรอบ 70 ปีการก่อตั้งสาธารณรัฐประชาชนจีน เช่นเดียวกับทุกปีที่ประธานาธิบดีสีจิ้งผิงจะเดินทางมาเป็นประธานในงานดังกล่าวซึ่งมีกำหนดจัดขึ้นที่จตุรัสเทียนอันเหมินใจกลางกรุงปักกิ่ง

นอกจากสุนทรพจน์วันชาติของผู้นำสีจิ้งผิงซึ่งเป็นที่จับตาของหลายฝ่ายแล้ว ขบวนพาเหรดทางทหารก็เป็นอีกหนึ่งไฮไลท์ที่หลายฝ่ายจับตามองเช่นกัน

 

 

 

โดยมีรายงานว่ากองทัพจีนจะใช้โอกาสนี้ โชว์ศักยภาพเขี้ยวเล็บทางการทหารด้วยการขนอาวุธยุูโธปกรณ์สุดไฮเทคหลายชนิดมาโชว์ในขบวนพาเหรดดังกล่าว ซึ่งคาดว่าจะเป็นการเดินขบวนพาเหรดทางทหารครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของประเทศ

รายงานจากสื่อบางแห่งอ้างว่าในงานนี้จีนจะใช้ทหารจำนวนมากถึง 15,000 นาย พร้อมกับยุทโธปกรณ์ถึง 580 ชิ้น อีกทั้งเครื่องบินกว่า 160 ลำ ในพาเหรดครั้งนี้ และคาดว่าจะเป็นพาเหรดที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของจีนนับตั้งแต่พาเหรดฉลองสิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่สอง

 

เอเอฟพีรายงานอ้างว่า พบว่ามีขีปนาวุธข้ามทวีปแบบ ICBM จำนวน 36 ลูก ในระหว่างการซักซ้อมพาเหรดด้วย ซึ่งในจำนวนนี้รวมถึงขีปนาวุธแบบ DF-41 ซึ่งสามารถบรรจุหัวรบนิวเคลียร์ และมีพิสัยการยิงไกลถึง 15,000 กิโลเมตร ครอบคลุมดินแดนทั้งหมดของสหรัฐ

นอกจากนี้ยังเชื่อว่าอาจจะมีการโชว์ยุทโธปกรณ์สุดไฮเทครุ่นใหม่อย่าง DF-ZF ซึ่งยังไม่ชัดเจนว่าเป็นโดรนไร้คนขับแบบสเตลทธ์หรือเป็นขีปนาวุธไฮเปอร์โซนิกรุ่นใหม่ แต่มีรายงานว่าโครงการ DF-ZF นี้ ทางกองทัพจีนซุ่มพัฒนามาตั้งแต่ปี 2014 แล้ว

ก่อนหน้านี้ ด้านโฆษกกระทรวงกลาโหมจีน Ren Guoqiang ได้กล่าวตอนหนึ่งในระหว่างการแถลงข่าวเมื่อวันพฤหัสบดีว่า “โลกไม่ใช่สถานที่ที่ปลอดภัย และกองทัพจีนต้องเตรียมอย่างเต็มรูปแบบอยู่ตลอดเวลา”