แลปวิจัยโรคติดต่อร้ายแรงในรัสเซียเกิดระเบิด

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/600898

  • วันที่ 17 ก.ย. 2562 เวลา 11:38 น.

แลปวิจัยโรคติดต่อร้ายแรงในรัสเซียเกิดระเบิด

เกิดเหตุแก๊สระเบิดที่แลปวิจัยโรคติดต่อในไซบีเรีย ซึ่งที่เก็บเชื้อโรคฝีดาษที่ยังมีชีวิต รวมถึงเชื้ออีโบลา แต่คุมเพลิงได้แล้ว

เดอะการ์เดี้ยนรายงานว่า เกิดเหตุแก๊สระเบิดที่ศูนย์วิจัยโรคติดต่อร้ายแรงของรัสเซียซึ่งตั้งอยู่ในเขตไซบีเรีย โดยศูนย์แห่งนี้มีการเก็บเชื้อไวรัสที่ยังมีชีวิตของโรคติดต่อร้ายแรงอย่างเชื้อฝีดาษ อีโบลา แอนแทรกซ์ รวมอยู่ด้วย

รายงานระบุว่าเหตุระเบิดเกิดขึ้นในวันที่ 16 ก.ย.ที่ผ่านมา ที่บริษัทชั้น 5 ของศูนย์วิจัยด้านไวรัสและเทคโนโลยีชีวภาพของรัฐ (State Research Center of Virology and Biotechnology) หรือชื่อย่อว่าศูนย์ VECTOR ตั้งอยู่ใกล้กับเมือง Koltsovo ห่างจากเมืองโนโวซีบีรสค์ ของภูมิภาคโนโวซีบีสค์โอบลาสต์ เขตไซบีเรียของรัสเซียไม่กี่กิโลเมตร

คนงานในแล็ปได้รับบาดเจ็บจากเหตุไฟลวกระดับ 3 หนึ่งราย ขณะที่เปลวเพิ่งซึ่งไหม้กินพื้นที่ราว 30 ตารางเมตรภายในอาคารนั้นได้รับการควบคุมเพลิงไว้แล้ว

ทางการรัสเซียยืนยันว่าเหตุระเบิดและไฟไหม้ดังกล่าวไม่ได้สร้างความเสียหายให้กับส่วนเก็บเชื้อโรคและเชื้อไวรัสอันตรายแต่อย่างใด

ทั้งนี้ สำหรับศูนย์ดังกล่าวก่อตั้งขึ้นในสมัยสหภาพโซเวียตเพื่อใช้วิจัยอาวุธชีวภาพแต่ปัจจุบันเป็นหนึ่งในศูนย์วิจัยด้าน โรคติดต่อหลักของรัสเซีย

สำหรับเชื้อไวรัสโรคฝีดาษที่ยังมีชีวิตนั้นถูกเก็บไว้ในศูนย์วิจัยสองแห่งบนโลก โดยอีกแห่งอยู่ในศูนย์ควบคุมโรคแห่งสหรัฐอเมริกา ที่เมืองแอตแลนต้า รัฐจอร์เจีย โดยปัจจุบันโลกไม่พบการระบาดของโรคฝีดาษมานานกว่า 40 ปีแล้ว แต่ก็ยังเป็นที่ถกเถียงว่าโลกควรทำลายเชื้อโรคฝีดาษที่ยังคงเก็บไว้ในห้องวิจัยหรือไม่ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการระบาดขึ้นมาอีกครั้งหนึ่งจากการถูกใช้เป็นอาวุธชีวภาพ แต่ในอีกทางหนึ่งก็มีความต้องการให้ยังคงเก็บเชื้อดังกล่าวไว้เพื่อการศึกษาในอนาคต

Photo : แฟ้มภาพ TASS

ไต้หวันตัดสัมพันธ์หมู่เกาะโซโลมอน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/600886

  • วันที่ 17 ก.ย. 2562 เวลา 10:35 น.

ไต้หวันตัดสัมพันธ์หมู่เกาะโซโลมอน

ไต้หวันชิงตัดสัมพันธ์ 36 ปี การทูตหมู่เกาะโซโลมอน หลังเตรียมย้ายข้างไปซบจีนแผ่นดินใหญ่ – ประณามปักกิ่งใช้การทูต”แบงก์ดอลลาร์” ซื้อพันธมิตร

รัฐบาลไต้หวันประกาศตัดสัมพันธ์ทางการทูตกับหมู่เกาะโซโลมอนแล้วในวันนี้ ( 17 ก.ย.) หลังมีรายงานว่าแนวโน้มที่พบว่าหมู่เกาะในแถบแปซิฟิกใต้แห่งนี้อาจกำลัง “ย้ายข้าง” มาซบอกรัฐบาลปักกิ่ง

รัฐบาลไทเปได้กล่าวประณามจีนแผ่นดินใหญ่ว่ากำลังใช้นโยบายการทูต”แบงก์ดอลลาร์” (dollar diplomacy) ออกเงินทุนเพื่อหวังดึงพันธมิตรของไต้หวันซึ่งมีอยู่ไม่กี่ประเทศให้เป็นพวกของตน

 

มีรายงานว่ารัฐบาลหมู่เกาะโซโลมอนเตรียมมีการลงมติในรัฐสภาในเร็วๆนี้ถึงการตัดความสัมพันธ์กับไต้หวันดังกล่าว ขณะที่ยังไม่มีคำแถลงการณ์อย่างเป็นทางการเกี่ยวกับเรื่องนี้จากรัฐบาลเกาะโซโลมอน แต่ก็มีรายงานกระแสข่าวมาเป็นเวลา 1 สัปดาห์แล้วว่าหมู่เกาะโซโลมอนกำลัง”ย้ายข้าง”ไปหาจีนแผ่นดินใหญ่ เนื่องจากรัฐบาลปักกิ่งให้เงินสนับสนุนก้อนใหญ่แก่รัฐบาลโซโลมอน

ประกอบกับการตัดสินใจย้ายข้างครั้งนี้ อยู่ในช่วงใกล้วันครบรอบ 70 ปีการก่อตั้งสาธารณรัฐประชาชนจีน

แม้จะยังไม่มีคำแถลงอย่างเป็นทางการจากรัฐบาลโซโลมอน แต่ด้านประธานาธิบดีไช่ อิง เหวิน ผู้นำหญิงของไต้หวันได้กล่าวในระหว่างการแถลงข่าวประจำวันว่า “เราเสียใจอย่างยิ่งและตำหนิต่อการตัดสินใจของรัฐบาล(โซโลมอน)ที่จะสร้างความสัมพันธ์ทางการทูตกับจีน” และว่าเรื่องดังกล่าวจะทำให้ไต้หวันต้องปิดสถานเอกอัครราชทูตไต้หวันประจำกรุงโฮนีอารา เมืองหลวงของหมู่เกาะโซโลมอนในเร็วๆนี้ พร้อมทั้งถอนเจ้าหน้าที่ของรัฐบาลกลับประเทศ

“อย่างไรก็ตามนี่เป็นตัวเลือกที่รัฐบาลของหมู่เกาะโซโลมอน ทำให้เราไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากจะตอบสนองในลักษณะนี้” เธอกล่าว

เรื่องดังกล่าวส่งผลต่อการเลือกตั้งทั่วไปของไต้หวันที่จะมีขึ้นในปีหน้าอย่างแน่นอน เพราะนับตั้งแต่ที่รัฐบาลพรรคประชาธิปไตยก้าวหน้าของนางไช่อิงเหวินขึ้นมาเป็นรัฐบาลไต้หวันตั้งแต่ปี 2016 ความสัมพันธ์ระหว่างจีนปักกิ่ง กับจีนไทเป ย่ำแย่ลงเรื่อยมา อีกทั้งการย้ายข้างของเกาะโซโลมอนครั้งนี้จะยิ่งทำให้ไต้หวันเหลือมิตรประเทศที่รับรองการมีตัวตนของไต้หวันเพียง 16 ประเทศเท่านั้น

ด้านโฆษกประจำการทรวงการต่างประเทศจีนได้กล่าวถึงเรื่องนี้ในระหว่างแถลงข่าวประจำวัน แสดงความยินดีเป็นอย่างยิ่งต่อการตัดสินใจของรัฐบาลหมู่เกาะโซโลมอน พร้อมย้ำถึงสถานนะ”จีนเดียว” ว่าไต้หวันไม่อยู่ในสถานะที่สถาปนาความสัมพันธ์กับชาติใดๆได้เองตามใจชอบ

โดรนใคร โจมตีทำไม ไขทีละปมเพื่อควานหาตัวการโจมตีโรงงานน้ำมันซาอุ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/600851

  • วันที่ 16 ก.ย. 2562 เวลา 18:51 น.

โดรนใคร โจมตีทำไม ไขทีละปมเพื่อควานหาตัวการโจมตีโรงงานน้ำมันซาอุ

บทวิเคราะห์ไขทีละปม เพื่อควานหาตัวการโจมตีโรงงานน้ำมันซาอุ โดย กรกิจ ดิษฐาน

ทั้งๆ ที่เป็นการโจมตีที่เกิดขึ้นอย่างโจ่งแจ้งและมีผลกระทบไปทั่วโลก แต่จนถึงวันนี้เราก็ยังยืนยันไม่ได้อย่างเต็มปากว่าใครเป็นผู้ลงมือกันแน่? ใช้อะไรเป็นอาวุธอะไร? ขอบเขตความเสียหายแค่ไหน? และเหตุจูงใจคืออะไร?

แน่นอน เรารู้ว่าเป็นการโจมตีด้วยโดรนประเภท UCAV แต่เรารู้เพียงแค่นี้เท่านั้น มิหนำซ้ำเมื่อกลุ่มฮูษีในเยเมนอ้างความรับผิดชอบ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐคือไมค์ พอมพีโอ กลับไม่เชื่อและบอกว่าอิหร่านต่างหากที่ลงมือ แต่คำพูดของสหรัฐเชื่อถือได้แค่ไหน เพราะแม้แต่อังกฤษก็ยังบอกว่ายังไม่แน่ใจว่าใครกันแน่ที่ลงมือ

ในเมื่อทุกอย่างมันลึกลับดำมืดเสียขนาดนี้ เราไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากวิเคราะห์องค์ประกอบแวดล้อม

ภาพถ่ายดาวเทียมจุดที่ถูกโจมตี จะเห็นกลุ่มควันสีดำ

เป้าหมายใกล้อิหร่าน

เป้าหมายการโจมตีคือโรงงานคัดกรองน้ำมัน (crude oil stabilization plant) จำนวน 2 แห่งใกล้กับเมืองอับกออิกกับเมืองคูรออีส เป้าหมายนี้อยู่ตอนกลางทางตะวันออกของประเทศ ใกล้กับอ่าวเปอร์เซีย เมื่อดูจากแผนที่จะเห็นว่าใกล้กับอิหร่านมากกว่าเยเมน เมื่อวัดจากระยะทางแล้ว เมืองอัลกออิกอยู่ห่างจากชายฝั่งประเทศอิหร่านเพียง 280 กิโลเมตร แต่อยู่ห่างจากชายแดนเยเมนถึง 800 กิโลเมตร อย่างไรก็ตาม ระยะทางไม่ใช่อุปสรรคสำหรับยุทโธปกรณ์บางประเภท

ทำไมอับกออิก

ที่นี่เคยถูกกลุ่มอัลกออิดะห์ใช้มือระเบิดฆ่าตัวตายโจมตีมาแล้วเมื่อปี 2006 แต่ไม่สำเร็จ โรงงานคัดกรองน้ำมันแห่งนี้ถือว่าใหญ่ที่สุดในโลก ผลิตน้ำมันได้วันละ 7 ล้านบาร์เรลต่อวัน คิดเป็น 7% ของกำลังการผลิตทั่วโลก ดังนั้นการโจมตีที่นี่จึงเท่ากับเป็นการตัดเส้นเลือดใหญ่ของตลาดน้ำมัน เมื่อตลาดน้ำมันกระทบ เศรษฐกิจโลกก็จะกระอักไปด้วย ในเวลานี้เศรษฐกิจโลกมีสภาพแย่แย่อยู่แล้ว ดังนั้น การโจมตีอับกออิกจึงเป็นการยิงโดรนครั้งเดียวได้นกถึง 2 ตัว

จุดที่ตั้งของเมืองอับกออิก

ใครทำกันแน่

กระทรวงมหาดไทยซาอุดีอาระเบียยังไม่ระบุผู้ลงมือเพราะอยู่ระหว่างสืบสวน แต่หลังจากการโจมตีไม่กี่ชั่วโมงกลุ่มฮูษีในเยเมนอ้างความรับผิดชอบ โดยบอกว่าเพื่อตอบโต้ที่ซาอุดีอารระเบียโจมตีทางอากาศถล่มพวกตน ซึ่งซาอุฯ ไปแทรกแซงความขัดแย้งในเยเมนโดยเข้าข้างฝ่ายรัฐบาลซุนนีและโจมตีพวกฮูษีที่เป็นมุสลิมชีอะห์ อย่างไรก็ตาม ในเวลาต่อมาไมค์ พอมพีโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐบอกว่าอิหร่านอยู่เบื้องหลังการโจมตี เพราะอับกออิกอยู่ไกลจากฐานที่มั่นของพวกฮูษีเกินไป และต่อมาสำนักข่าว Middle East Eye อ้างข้อมูลจากเจ้าหน้าที่อิรักที่บอกว่า น่าจะลงมือโดยอิหร่านจากตอนใต้ของอิรัก ในเวลาเดียวกันคูเวตเผยว่ามีโดรนบินข้ามประเทศและยังผ่านพระราชวังหลวงในวันที่เกิดการโจมตีที่ซาอุฯ

จุดปล่อยอาวุธ

ทำไมต้องเป็นภาคใต้ของอิรัก? เพราะพื้นที่นั้นเป็นเขตของมุสลิมชีอะห์ที่มีความใกล้ชิดกับอิหร่านที่เป็นชีอะห์เช่นกัน แม้ว่าสำนักนายกรัฐมนตรีอิรักจะปฏิเสธรายงานข่าวนี้ แต่เรายังไม่ควรตัดความเป็นไปได้ เมื่อถึงจุดนี้หากวัดที่ระยะทางแล้ว หากจุดโจมตีคืออิหร่านจะใกล้ที่สุดโดยข้ามอ่าวเปอร์เซีย (280 กิโลเมตร) รองลงมาคือภาคใต้ของอิรัก (530 กิโลเมตร) และไกลสุดคือปล่อยจากเยเมน (800 กิโลเมตร ) กระนั้น อย่างทีเกริ่นไว้ข้างต้น ระยะทางไม่ใช่อุปสรรคสำหรับยุทโธปกรณ์บางประเภท เพราะโดรนบางรุ่นเดินทางไกลได้นับพันกิโลเมตร

ซากโดรนที่ซาอุดีอาระเบียยึดได้จากพวกฮูษี ภาพ AFP

คือโดรน แต่รุ่นไหน

สำนักข่าว Saudi Press Agency รายงานว่า การโจมตีใช้โดรน และเป็นโดรนหลายลำ เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยพยายามใช้ปืนกลสอยโดรนลงมา แต่คงจะไม่สำเร็จเพราะผลก็คือโรงงานได้รับความเสียหายหนัก และตามปกติแล้วโดรนเป็นอาวุธที่ตรวจจับได้ยากและทำลายได้ยาก ตอนนี้ยังไม่มีการเปิดเผยข้อมูลเรื่องโดรน แต่หน่วยงานของสหรัฐคาดว่าน่าจะเป็นโดรนรุ่น UAV-X ซึ่งเดินทางได้ไกลถึง 1,500 กิโลเมตร และเป็นโครนประเภท “กามิกาเซ่” หรือ Loitering munition คือติดหัวรบล้วพุ่งเข้าโจมตีเป้าหมาย โดรนรุ่นนี้เป็นอาวุธชิ้นโบแดงของพวกฮูษี ซึ่งน่าจะได้เทคโนโลยีมาจากอิหร่าน ซึ่งเป็นเจ้าเทคโนโลยีโดรนในตะวันออกกลาง

อิหร่านมีศักยภาพ

ดังนั้นที่ไมค์ พอมพีโอบอกว่าอิหร่านอยู่เบื้องหลังจึงมีมูล แม้ว่าอิหร่านจะไม่ใช่ผู้ลงมือ แต่อิหรานคือพี่ใหญ่แห่งโลกมุสลิมชีอะห์ โดยมีเครือข่ายมุสลิมชีอะห์ในอิรัก ในเยเมน หรือแม้แต่ชีอะห์ในซาอุดีอาระเบียอาจป็นผู้ลงมือ (โฆษกของฮูษีเผยว่ามีความร่วมมือจากภายในซาอุฯ ซึ่งน่าจะหมายถึงชนกลุ่มน้อยชีอะห์ที่ถูกทางการซาอุฯ กดขี่อย่างหนัก) ในเวลานี้อิหร่านผลิตโดรนหลายรุ่น ซึ่งมีศักยภาพหลากหลายตั้งแต่ระยะการบิน 4.5 ชั่วโมงไปจนถึง 24 ชั่วโมง รวมถึงโดรนล่องหนที่น่าจะพัฒนาขึ้นจากโดรนรุ่น RQ-170 ของสหรัฐที่ตกในอิหร่านเมื่อปี 2011

โดรนรุ่น Saegheh-2 ของอิหร่าน ที่มา: สำนักข่าว Tasnim

สัญญาณก่อนหน้านี้

โดรนของฮูษีก็คือโดรนของอิหร่าน โดยที่อิหร่านไม่ได้มอบโดรนให้โดยตรงเพราะเยเมนถูกปิดล้อมทางเศรษฐกิจ แต่ชิ้นส่วนต่างๆ น่าจะได้มาจากการลักลอบนำเข้า ซึ่งสหประชาชาติพยาามสืบสวนเรื่องนี้ แน่นอนว่าก่อนที่จะถล่มเป้าหมายใหญ่ ย่อมต้องมีการทดลองใช้ก่อน ย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 14 เมษายน พวกฮูษีส่งโดรนไปถล่มท่อส่งน้ำมันที่เมืองอาฟีฟ ของซาอุดีอาระเบีย ต่อมาวันที่ 17 สิงหาคม 2019 แหล่งน้ำมันและก๊าซธรรมชาติในเมืองเชย์บาห์ของซาอุดีอาระเบียถูกโดรนกามิกาซ่ของกลุ่มฮูษีโจมตี การโจมตีทั้ง 2 แห่งให้ผลเล็กน้อย แต่ระยะการโจมตีไกลพอสมควรแสดงถึงแสนยานุภาพของฮูษีในด้านโดรนที่เพิ่มขึ้น

โจมตีไปทำไม

หากฮูษีเป็นผู้ลงมือจริง จุดประสงค์ของพวกเขาคือ “แก้แค้น” ที่ซาอุดีอาระเบียโจมตีทางอากาศถล่มพวกเขามาตลอดในสงครามกลางเมืองเยเมน แต่ถ้าอิหร่านลงมือ เหตุผลของอิหร่านคืออะไร? คาดว่าอาจเป็นตัดกำลังทางเศรษฐกิจของซาอุดีอาระเบียและโลกตะวันตก เพราะอิหร่านถูกสหรัฐล้มข้อตกลงนิวเคลียร์แลคว่ำบาตรอิหร่าน จนเศรษฐกิจทรุดอย่างหนัก ในช่วงทีเกิดการโจมตีนี้ เศรษฐกิจอิหร่านอยู่ในภาวะที่ย่ำแย่มาก

เอเชียยังเชื่อมั่นน้ำมันพอใช้ แต่บางประเทศอาจงัดคลังสำรอง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/600821

  • วันที่ 16 ก.ย. 2562 เวลา 14:52 น.

เอเชียยังเชื่อมั่นน้ำมันพอใช้ แต่บางประเทศอาจงัดคลังสำรอง

การหยุดชะงักของปริมาณการผลิตอาจเกิดขึ้นได้หากสถานการณ์ยืดเยื้อ และความผันผวนของราคาน้ำมันในตลาดโลกอาจเพิ่มขึ้น

เกาหลีใต้

กระทรวงพลังงานของเกาหลีใต้กล่าวในแถลงการณ์ว่า ในระยะสั้นการนำเข้าน้ำมันดิบไม่ได้หยุดชะงักหลังจากการโจมตีที่ซาอุดีอาระเบีย แต่ เกาหลีใต้จึงพิจารณาที่จะปล่อยน้ำมันสำรองออกมาใช้ นอกจากนี้ กระทรวงการต่างประเทศเกาหลีใต้ยังกล่าวด้วยว่า การโจมตีที่ซาอุดีอาระเบียทำลายความมั่นคงด้านพลังงานของโลก และความมั่นคงในภูมิภาค

ญี่ปุ่น

กระทรวงต่างประเทศญี่ปุ่นแถลงว่า ปริมาณน้ำมันจากตะวันออกกลางเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้สำหรับความมั่นคงและความเจริญรุ่งเรืองของเศรษฐกิจโลกรวมถึงญี่ปุ่น แต่ยังไม่มีความเห็นจากกระทรวงเศรษฐกิจการค้าและอุตสาหกรรม ที่ดูแลเรื่องพลังงานโดยตรง

อินเดีย

ผู้อำนวยการโรงกลั่นน้ำมันของอินเดีย Bharat Petroleum Corp. ได้รับแจ้งจาก Aramco รัฐวิสาหกิจน้ำมันของซาอุดีอาระเบียว่ายังไม่มีสัญญาณของการหยุดชะงักอย่างมีนัยสำคัญในการจ่ายน้ำมัน และให้สัญญาว่าการจ่ายน้ำมันจะไม่มีการสะดุด ซึ่งกระทรวงน้ำมันของอินเดียได้รับแจ้งในลักษณะเดียวกัน อย่างไรก็ตาม Aramco ร้องขอทางอินเดียให้เปลี่ยนไปใช้ม้ำมันเกรดอื่น เพื่อที่การจ่ายน้ำมันจะได้ราบรื่น

ไต้หวัน

ผู้อำนวยการสำนักพลังงานของไต้หวันกล่าวว่า ผลกระทบระยะสั้นต่อไต้หวันมีจำกัด เนื่องจากการนำเข้าน้ำมันของไต้หวันจากซาอุดิอาระเบียนั้นไม่มากนัก และจำนวนวันสำรองน้ำมันของไต้หวันใช้เวลานานกว่า 140 วันซึ่งสูงกว่าระดับที่กำหนดไว้ 90 วัน อีกทั้งยังมีความหลากหลายในแง่ของแหล่งนำเข้าน้ำมัน และยังเชื่อว่าการโจมตีเป็นกรณีเดี่ยวไม่ใช่การโจมตีต่อเนื่องออสเตรเลีย

แองกัส เทย์เลอร์ รัฐมนตรีพลังงานของออสเตรเลียกล่าวว่า ไม่สามารถคาดการณ์ราคาน้ำมันได้ แต่ได้รับแจ้งจากสำนักงานพลังงานสากล (IEA) ว่าไม่มีภัยคุกคามใดๆ ต่อแหล่งพลังงานของออสเตรเลียในระยะนี้ และระดับอุปทานน้ำมันของโลกก็มีเหลือเฟือ

อินโดนีเซีย

รักษาการอธิบดีกรมน้ำมันและก๊าซของอินโดนีเซียกล่าวว่า อินโดนีเซียนำเข้าน้ำมัน 110,000 บาร์เรลต่อวันจาก Aramco และรัฐบาลหวังว่าซาอุดิอาระเบียจะสามารถปฏิบัติตามข้อผูกพันดังกล่าวได้โดยใช้ปริมาณน้ำมันที่ผลิตจากโรงกลั่นอื่นๆ ด้านโฆษกของรัฐวิสาหกิจน้ำมัน PT Pertamina ระบุว่า ปริมาณสต็อกน้ำมันที่มาจากน้ำมันดิบของ Aramco ยังอยู่ในระดับที่ปลอดภัยเพียงพอที่จะตอบสนองอุปสงค์ในประเทศ

ไทย

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานของไทยกล่าวว่า ไม่คาดว่าการนำเข้าน้ำมันจะหยุดชะงัก เจ้าหน้าที่ของ Aramco ได้ติดต่อมาและแจ้งว่าสถานการณ์อยู่ภายใต้การควบคุม และกำลังอยู่ระหว่างการประเมินผลกระทบ ทั้งนี้ ประเทศไทยใช้น้ำมันในอัตราส่วน 10% ของตะกร้าดัชนีราคาผู้บริโภค จึงมีความสำคัญต่อแนวโน้มเงินเฟ้อของประเทศ

 

อ้างอิงจาก Here’s How Asian Governments Are Reacting to the Aramco Attack โดยสำนักข่าว Bloomberg

นิวยอร์กสั่งแบนบุหรี่ไฟฟ้า ทรัมป์เตรียมห้ามทั่วประเทศ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/600802

  • วันที่ 16 ก.ย. 2562 เวลา 12:13 น.

นิวยอร์กสั่งแบนบุหรี่ไฟฟ้า ทรัมป์เตรียมห้ามทั่วประเทศ

แอนดรูว์ คูโอโม ผู้ว่าการรัฐนิวยอร์กประกาศว่าในสัปดาห์นี้จะมีการประกาศกฎระเบียบฉุกเฉิน เพื่อห้ามการขายยาสูบอิเล็กทรอนิกส์ (บุหรี่ไฟฟ้า) โดยเร็วที่สุด จากที่ก่อนหน้านี้ไม่กี่วัน ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศว่าจะผลักดันให้มีคำสั่งห้ามผลิตบุหรี่ไฟฟ้าในระดับประเทศ

หากรัฐหากนิวยอร์กระบุว่าบุหรี่ไฟฟ้าเป็นสิ่งกฎหมาย ก็จะถือเป็นรัฐที่สองที่มีคำสั่งในทำนองนี้ โดยรัฐมิชิแกนมีคำสั่งแบบเดียวกันเมื่อช่วงต้นเดือนกันยายน

คูโอโม ระบุว่าถึงสาเหตุที่จะสั่งห้ามบุหรี่ไฟฟ้าว่า เกิดวิกฤตด้านสุขภาพที่เพิ่มมากขึ้นจากการใช้อุปกรณ์ดังกล่าว และยังเปรียบเทียบว่าผู้ใช้บุหรี่ไฟฟ้ามีอาการเจ็บป่วยคล้ายกับผู้ที่สูบบุหรี่ทั่วไป

“การสูบบุหรี่ไฟฟ้าเป็นอันตราย จบแค่นี่ไม่ต้องพูดอะไรอีก” คูโอโม กล่าว พร้อมชี้แจงความเป็นไปได้ที่บุหรี่ไฟฟ้าจะก่อให้เกิดปัญหาด้านสุขภาพต่างๆ รวมถึงการติดนิโคตินที่เพิ่มขึ้น

คูโอโม กล่าวด้วยว่า “ไม่มีใครบอกได้หรอกว่า การสูบบุหรี่ระยะยาวดีต่อสุขภาพ เพราะกำลังสูดไอน้ำและสารเคมีลึกเข้าไปในปอดของคุณ”

ทั้งนี้ โฮเวิร์ด ซักเคอร์ แห่งกรรมาธิการสุขภาพ จะเรียกประชุมสภาสาธารณสุขและการวางแผนสุขภาพของรัฐนิวยอร์ก หรือ Cuomo Sunday จากนั้นสภาจะออกข้อบังคับฉุกเฉินเพื่อห้ามการขายบุหรี่ไฟฟ้า โดยจะมีผลทันที

ความเคลื่อนไหวรัฐต่างๆ และรัฐบาลกลางที่เกี่ยวข้องกับบุหรี่ไฟฟ้า เป็นผลมาจากเจ้าหน้าที่สาธารณสุขทั่วประเทศต้องรับมือกับจำนวนผู้ป่วยโรคปอดรุนแรง ซึ่งเชื่อมโยงกับการสูบบุหรี่ไฟฟ้า โดยมีอาการหายใจถี่และอาเจียนอย่างรุนแรง และมีรายงานการรักษาผู้ป่วยลักษณะนี้ในโรงพยาบาลหลายร้อยแห่ง

โฮเวิร์ด ซักเคอร์ เผยว่า รัฐนิวยอร์กมีผู้ป่วยเป็นโรคปอดถึง 64 รายที่เชื่อมโยงกับการสูบสูบบุหรี่ไฟฟ้า ทางรัฐจึงต้องจัดการเรื่องนี้ให้เร็วที่สุด เพื่อไม่ให้ประวัติศาสตร์ซ้ำรอย

ราคาน้ำมันเบรนต์พุ่งเกือบ20% ทรัมป์ลั่นถูกบีบให้ใช้กำลังตอบโต้

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/600779

  • วันที่ 16 ก.ย. 2562 เวลา 09:27 น.

ราคาน้ำมันเบรนต์พุ่งเกือบ20% ทรัมป์ลั่นถูกบีบให้ใช้กำลังตอบโต้

สำนักข่าว AFP รายงานว่า ราคาน้ำมันพุ่งขึ้นมากกว่า 10 ถึงเกือบ 20% เมื่อเปิดตลาดวันจันทร์ หลังจากการโจมตีโรงงานซาอุดิอาราเบีย 2 แห่ง จนทำให้การผลิตน้ำมันของซาอุดีอาระเบีย ซึ่งประเทศผู้ผลิตชั้นนำของโลกต้องลดลงถึงครึ่งหนึ่ง ขณะที่โดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวโทษอิหร่านว่าเป็นตัวการที่แท้จริงของการถล่มโรงกลั่น และแย้มว่าโอกาสที่จะใช้การโจมตีทางทหารต่ออิหร่าน

ทั้งนี้ หลังจากการระเบิดของโรงงานของบริษัท Aramco รัฐวิสาหกิจน้ำมันของซาอุดีอาระเบีย และยักษ์ใหญ่ด้านอุตสาหกรรมน้ำมันของโลก ราคาน้ำมันกลางของเท็กซัสตะวันตกเพิ่มขึ้น 10.68% สู่ระดับ 60.71 ดอลลาร์ ส่วนเบรนต์เพิ่มขึ้น 11.77% สู่ระดับ 67.31 ดอลลาร์ในการซื้อขายในตลาดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

อย่างไรก็ตาม ระหว่างการซื้อขาย ราคาของเบรนต์พุ่งขึ้นเกือบ 20% ขณะที่ WTI พุ่งขึ้นราว 15% ก่อนที่จะปรับตัวลงมา

ด้านประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวเมื่อวันอาทิตย์ว่า สหรัฐถูกบีบบังคับให้ทำการตอบโต้การโจมตีโรงกลั่น พร้อมสั่งการให้ปล่อยน้ำมันจากคลังยุทธศาสตร์ปิโตรเลียมของสหรัฐอเมริกา (SPR) หากมีความจำเป็น

ในขณะที่รัฐมนตรีต่างประเทศ ไมค์ พอมพีโอ กล่าวว่า “สหรัฐฯจะทำงานร่วมกับหุ้นส่วนและพันธมิตรของเรา เพื่อให้แน่ใจว่าตลาดพลังงานยังมีอุปทานที่ราบรื่น ส่วนอิหร่านจะต้องรับผิดชอบต่อความก้าวร้าวที่ได้ทำลงไป”

แม้ว่าอิหร่านปฏิเสธข้อกล่าวหา แต่ข่าวดังกล่าวทำให้เกิดความหวาดกลัวว่าจะเกิดความขัดแย้งในตะวันออกกลาง เพราะการโจมตีโรงกลั่นน้ำมันเป็นเหตุการณ์ต่อเนื่องหลังจากการโจมตีเรือบรรทุกน้ำมันหลายลำเมื่อต้นปีที่ผ่านมา ซึ่งอิหร่านถูกกล่าวหาว่าเป็นตัวการเช่นกัน

“ความตึงเครียดในตะวันออกกลางเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว หมายความว่าประเด็นนี้จะยังคงส่งผลสะเทือนตลอดในสัปดาห์นี้ แม้ตลาดจะมีปฏิกริยากระตุกฉับพลันไปในช่วงเช้าวันนี้แล้วก็ตาม” เจฟฟรีย์ ฮัลลีย์นักวิเคราะห์ตลาดอาวุโสของ OANDA กล่าว

ราคาน้ำมันดิบพุ่ง11% หลังเหตุโจมตีโรงกลั่นในซาอุฯ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/600777

  • วันที่ 16 ก.ย. 2562 เวลา 08:26 น.

ราคาน้ำมันดิบพุ่ง11% หลังเหตุโจมตีโรงกลั่นในซาอุฯ

ราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัสเพิ่มขึ้นกว่า 11% ในการซื้อขายวันนี้ หลังเกิดเหตุโจมตีโรงกลั่นน้ำในซาอุฯเมื่อวันที่ 14 ก.ย.ที่ผ่านมา

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เมื่อเวลา 06.21 น. ตามเวลาในไทย สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) งวดส่งมอบเดือนต.ค. ซึ่งมีการซื้อขายที่ตลาด NYMEX ปรับเพิ่มขึ้น 6.12 ดอลลาร์ หรือ 11.16% แตะที่ระดับ 60.97 ดอลลาร์/บาร์เรล หลังจากเกิดเหตุโจมตีโรงกลั่นน้ำมัน 2 แห่งในซาอุดิอาระเบียเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา

ทั้งนี้กระทรวงมหาดไทยของซาอุดีอาระเบียออกแถลงการณ์เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมาว่า เกิดเหตุโจมตีโรงกลั่นน้ำมันสองแห่งในเขต Abqaiq และ Khurais ด้วยโดรน จนเป็นเหตุให้เพลิงลุกไหม้ โดยโรงกลั่นทั้งสองแห่งเป็นของบริษัทซาอุดี อารามโค ซึ่งเป็นบริษัทน้ำมันแห่งชาติของซาอุดีอาระเบีย

ขณะที่ เจ้าชายอับดุลาซิซ บิน ซัลมาน รัฐมนตรีพลังงานของซาอุดีอาระเบีย เปิดเผยว่า เหตุโจมตีดังกล่าวส่งผลกระทบต่อการผลิตน้ำมันและก๊าซ 5.7 ล้านบาร์เรล/วัน ขณะที่ตัวเลขล่าสุดที่โอเปกเปิดเผยเมื่อเดือนส.ค.ที่ผ่านมา ระบุว่า ผลผลิตทั้งหมดของซาอุฯ อยู่ที่ 9.8 ล้านบาร์เรล/วัน เท่ากับว่าผลผลิตจะหายไปถึงราวครึ่งหนึ่ง หรือคิดเป็น 5% ของอุปทานน้ำมันทั่วโลกภาพ เอเอฟพี

นับวันยิ่งหนัก ม็อบฮ่องกงปาระเบิดขวดถล่มศูนย์ราชการ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/600763

  • วันที่ 15 ก.ย. 2562 เวลา 19:35 น.

นับวันยิ่งหนัก ม็อบฮ่องกงปาระเบิดขวดถล่มศูนย์ราชการ

ตำรวจปราบจลาจลของฮ่องกงยิงปืนแก๊สน้ำตาและยิงกระสุนน้ำใส่ผู้ชุมนุมประท้วงที่ใช้ระเบิดขวดปาเข้าใส่สถานที่ราชการ

วันนี้ (15 กันยายน) ประชาชนหลายหมื่นคนท้าทายคำสั่งห้ามการชุมนุม โดยพากันเดินขบวนไปตามถนนของเมือง แต่การชุมนุมเริ่มกลายเป็นความรุนแรงเมื่อพวกหัวรุนแรง หรือที่กลุ่มผู้ประท้วงเรียกกันว่า “ผู้กล้า” พยายามโจมตีศูนย์ราชการ

พวกหัวรุนแรงระดมขว้างระเบิดขวดและก้อนหินข้ามกำแพงป้องกันศูนย์ราชการจนเกิดเพลิงไหม้บางส่วน ตำรวจจึงต้องยิงแก๊สน้ำตาซ้ำหลายครั้ง และนำรถยิงกระสุนน้ำออกมาสกัดกั้น อีกทั้งยังฉีดน้ำผสมสีน้ำเงิน เพื่อให้ติดตัวผู้ประท้วงและง่ายต่อการติดตามตัวในภายหลัง

นอกจากนี้ เครือข่ายโทรทัศน์ท้องถิ่นยังแพร่ภาพของผู้ประท้วงเผาธงจีน รวมทั้งฉีกและเผาธงฉลองครบรอบ 70 ปีการก่อตั้งสาธารณรัฐประชาชนจีน ที่จะมีขึ้นในเดือนตุลาคมนี้

ผู้ประท้วงบางคนยังสร้างเครื่องกีดขวาง รวมถึงจุดไฟเผา ทุบทำลายสิ่งของในสถานีรถไฟใต้ดิน แต่เมื่อตำรวจบุกเข้ามาสลายความวุ่นวาย ผู้ประท้วงก็กระจายตัวกันหลบหนี

AFP

AFP

AFP

AFP

AFP

AFP

AFP

AFP

ตลาดน้ำมันสั่นคลอน ใครอยู่เบื้องหลังการโจมตีซาอุ?

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/600756

  • วันที่ 15 ก.ย. 2562 เวลา 18:52 น.

The EXpert EP.04

ตลาดน้ำมันสั่นคลอน ใครอยู่เบื้องหลังการโจมตีซาอุดิอาระเบีย?

***************************

รับฟังเฉพาะเสียงได้ที่ soundcloud PostToday

บุกปล้นสุขาทองคำแท้จากวังบ้านเกิดวินสตัน เชอร์ชิล

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/600750

  • วันที่ 15 ก.ย. 2562 เวลา 17:44 น.

บุกปล้นสุขาทองคำแท้จากวังบ้านเกิดวินสตัน เชอร์ชิล

คนร้ายจำนวนหนึ่งบุกเข้าปล้นขโมยสุขภัณฑ์ทองคำขนาด 18 กะรัตที่สามารถใช้งานได้จริง จากห้องจัดแสดงนิทรรศการศิลปะในวังเบลนิม (Blenheim) ของสหราชอาณาจักร

สุขภัณฑ์ทองคำซึ่งมีมูลค่ามากกว่า 5 ล้านเหรียญสหรัฐ เป็นส่วนหนึ่งของนิทรรศการผลงานของเมาริซิโอ คัตเตลัน (Maurizio Cattelan) ศิลปินแนวคอนเซปชวลชาวอิตาลี เป็นผลงานที่มีชื่อว่า “อเมริกา” (America) เคยจัดแสดงในห้องเล็ก ๆ ที่พิพิธภัณฑ์กุกเกนไฮม์ในนิวยอร์กซึ่งมีผู้เยี่ยมชมมากกว่า 100,000 คนให้ใช้งานได้ และ Washington Post รายงานว่า พิพิธภัณฑ์เสนอติดตั้งห้องน้ำชั่วคราวเพื่อให้ประธานาธิบดีสหรัฐใช้เป็นส่วนตัวในทำเนียบขาว แต่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้ปฏิเสธข้อเสนอ

สำหรับการจัดแสดงที่วังเบลนิมเปิดตัวเมื่อ 2 วันก่อน ซึ่งสถานที่แห่งนี้เป็นคฤหาสน์อันโอฬารบ้านเกิดของวินสตัน เชอร์ชิลที่ห่างจากรุงลอนดอนไปทางตะวันตกราว 60 ไมล์ของกรุงลอนดอน

ตำรวจเขตเทมส์วัลเลย์ซึ่งเป็นพื้นที่เกิดเหตุเผยว่า โจรใช้รถอย่างน้อย 2 คันบุกเข้าไปในวัง และถอดโถส้วมทองคำมาเมื่อก่อนเวลา 05.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น และเนื่องจากสุขภัณฑ์ติดตั้งกับตัวอาคาร จึงทำให้เกิดความเสียหายกับพื้นวัง และเกิดน้ำท่วมสร้างความเสียหาย

ในเวลาต่อมา ตำรวจได้จับกุมชายวัย 66 ปีหนึ่งคนที่อาจเกี่ยวข้องกับการโจรกรรม แต่ยังไม่สามารถกู้คืนงานศิลปะที่ถูกขโมยไปกลับคืนมาได้

ผู้บริหารวังเบลนไฮม์แถลงว่า เสียใจที่ต้องสูญเสียงานศิลปะที่มีค่า แต่จะเปิดให้ชมนิทรรศการส่วนที่เหลือต่อไป